ตำนานเมืองแห่งเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,339 Views

  • 94 Comments

  • 235 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    204

    Overall
    13,339

ตอนที่ 9 : ตำนานที่ 9 ถ้าตระบัดสัตย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    24 มิ.ย. 61

ตำนานที่ 9 ถ้าตระบัดสัตย์

 

ด้วยเพราะเจ้าชายอัสศาทรงทราบต้นสายสาเหตุที่พระองค์ไม่อาจเรียกใช้พลังเวทแล้ว ความสงสัยกังขาที่เคยมีมาก่อนหน้าจึงปลาสนาการสิ้นไป อีกทั้งเพราะทรงเชื่อในถ้อยคำและความรักที่พระบิดามีให้จึงทรงสิ้นความใคร่รู้ในอดีตที่ผันผ่าน

อย่างไรก็ดี เจ้าชายพระองค์น้อยทรงฉุกคิดได้เรื่องหนึ่งและจดจำได้ว่า หากคู่สมรสตระบัดสัตย์ผลของคำสาปนั้นจักทำให้พวกเขาทั้งคู่พินาศล่มจม เจ้าชายอัสศาสั่นสะท้านไปทั้งพระสรรพางค์ มิใช่ว่าการคงอยู่ของพระองค์จะนำความเดือดร้อนมาให้แผ่นดินนี้

วันนั้น ในพระทัยของราชนิกุลผู้เยาว์วัยจึงไร้ซึ่งความสงบสุข ไม่มีสมาธิใส่พระทัยการศึกษาเล่าเรียน กระสับกระส่ายลุกลี้ลุกลนด้วยประสงค์จะเข้าเฝ้าพระบิดาโดยเร็ว

เจ้าชายอัสศา สิ่งที่เกล้ากระหม่อมเอ่ยสอนน่าเบื่อมากหรือ ฝ่าพระบาทถึงดูไม่ใส่พระทัยนักอาจารย์สอนมนตราผู้มีนามว่าพัรนินพูดถาม

เหล่าเด็กหญิงเด็กชายต่างเงียบกริบคอยฟังการโต้ตอบสนทนา แม้แต่ดารากะที่เคยมีอาการง่วงเหงาอยู่ก่อนหน้ายังตื่นเต็มตา หันมองสหายเชื้อพระวงศ์ซึ่งนั่งอยู่ถัดไปด้วยความแปลกใจ พลางคิดว่าเจ้าชายอัสศาผู้ขยันขันแข็งนั่นนะหรือที่โดนท่านอาจารย์ดุเพราะไม่ตั้งใจเรียน

ขออภัย เรามีเรื่องให้ครุ่นคิดเจ้าชายอัสศารับสั่งตอบเพื่อแก้ความเข้าใจผิด

เรื่องที่ฝ่าพระบาทต้องครุ่นคิดสำคัญหรือไม่

เรา... ไม่แน่ใจทรงตอบด้วยพระสุรเสียงเบาค่อยด้วยไม่ปรารถนาจะแถลงไขขยายความให้ผู้ใดรับทราบมากไปกว่านี้

เช่นนั้น ขอให้ฝ่าพระบาททรงใส่พระทัยสิ่งที่เกล้ากระหม่อมสอนก่อนดีหรือไม่ เพราะยามนี้การเล่าเรียนนับเป็นหน้าที่ที่ทรงพึงปฏิบัติเป็นอันดับแรก

เจ้าชายอัสศาไม่ได้กล่าวโต้แย้ง ทรงรับคำอย่างสงบนิ่ง บังคับพระวรกายให้ดูคล้ายตั้งพระทัยจดจำเนื้อหาความรู้เฉกเช่นเดิม แม้ในพระทัยจะร้อนรนนัก

ครั้นอาจารย์ผู้สั่งสอนแจ้งกล่าวจบชั่วโมงเรียน จึงทรงรีบวิ่งออกจากชั้นเรียนไปอย่างรวดเร็ว

เราจะกลับไปที่พระราชวังตรัสแจ้งแก่องครักษ์ขณะที่ยังสาวพระบาทไม่หยุด หนึ่งในองครักษ์ติดตามจึงกำมือกล่าวคาถาเพื่อสร้างมนตราที่มีรูปลักษณ์คล้ายลูกศรสีน้ำเงิน ยามที่คลายมือ มันได้พุ่งตรงออกไปอย่างรวดเร็ว

เวทคาถานั้นเป็นมนตราสำหรับสื่อสารที่ผู้สร้างใช้มันแจ้งข้อความแก่สารถีประจำรถม้าพระที่นั่ง

นับแต่ที่เจ้าชายอัสศาทรงย้ายมาเรียนที่ตึกสามัญชั้นเรียนพู่กันมายามักร่วมเสวยพระกระยาหารเที่ยงกับพระสหายเสมอ จนใกล้เวลาเข้าชั้นเรียนช่วงบ่ายถึงเสด็จไปชั้นเรียนอื่น ข้ารับใช้ที่คอยปรนนิบัติดูแลต่างจดจำตารางเวลาเหล่านี้ได้ดี

ต้องคอยอีกชั่วอึดใจใหญ่กว่ารถม้าซึ่งจอดอยู่ในโรงเรือนพักจะถูกควบขับมาจอดเทียบหน้าบันไดตึก

ระหว่างนั้น ดารากะได้ก้าวตามออกมาทัน

มีเรื่องใดหรือเจ้าชายอัสศา เจ้าดูเร่งร้อนนัก

ไม่ไม่มีเรื่องใด

ถึงข้าไม่ได้เก่งกาจสามารถหรือมากล้นด้วยอำนาจเงินทอง แต่ถ้าเจ้ามีปัญหาเดือดร้อนก็สามารถบอกข้าได้ทุกเมื่อ

เรารู้พระองค์รับสั่งตอบ ไม่ได้เกิดเรื่องร้ายแรงใดจริง ๆ เราแค่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องสนทนากับพระบิดา

ดารากะยังนิ่งมองราวกับพยายามกดดันทว่าเจ้าชายอัสศากลับแย้มพระโอษฐ์ให้

แล้วแต่เจ้าและเย็นนี้เล่า เจ้าจะยังมาฝึกฝนการเรียกใช้มนตรากับข้าหรือไม่ประโยคสุดท้ายดารากะเปลี่ยนไปถามถึงกำหนดนัดหมายซึ่งเริ่มเป็นกิจวัตรที่ต้องทำ

คงต้องงดเว้นไว้ก่อน

เช่นนั้น ถ้าธุระของเจ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ติดต่อข้ามาด้วยล่ะเด็กชายไม่รอคำตอบเมื่อพูดจบเขาหมุนตัวหันหลังเดินจากไปทันที

ราชนิกุลองค์น้อยได้แต่ระบายพระปัสสาสะแม้ทรงทราบว่ามีมนตราที่สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ แต่พระองค์เพิ่งเริ่มหัดใช้พู่กันมายาจึงยังไม่อาจใช้มนตราได้ดังพระทัยนึก ดารากะเองก็รู้ดีเช่นกัน

เชิญเสด็จขอรับกระหม่อมองครักษ์เอ่ยแจ้งเมื่อรถม้าพระที่นั่งมาจอดเทียบ

เราจะไปเข้าเฝ้าพระบิดารับสั่งก่อนทรงพระดำเนินเข้าไปภายใน

เมื่อเชื้อพระวงศ์ผู้เยาว์ชันษาประทับในรถม้าดีแล้ว สารถีจึงบังคับให้พาหนะนั้นเคลื่อนที่

ยามกลางวันเช่นนี้ องค์ราชาผู้ครองอาณาจักรมักจะประทับอยู่ที่พระที่นั่งซาพาร์ดินอันเป็นพระราชมหามณเฑียรไชย พระที่นั่งหลังนั้นก่อจากอิฐสีน้ำตาล มีเสากลมต้นใหญ่ค้ำยันชานลอยชั้นสอง ตัวอาคารแผ่ขยายไปด้านข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแทรกด้วยช่องบัญชรซึ่งขอบด้านบนเป็นทรงโค้ง

รถม้าจอดส่งพระองค์ที่ลานกว้างด้านหน้า

ทรงพระดำเนินผ่านมุขทางเข้าขึ้นบันไดของโถงชั้นล่างไปยังชั้นสองแล้วเลี้ยวขวาเสด็จไปยังห้องทรงงานขององค์กษัตริย์ ชะงักพระบาทหน้าบานทวารก่อนกำพระหัตถ์ขึ้นเคาะเพื่อขอพระราชทานอนุญาตเข้าไปด้านใน

ผู้ที่เปิดประตูออกมาเป็นข้าหลวงชายซึ่งคอยรับใช้ใกล้ชิด

เราจะขอเฝ้าพระบิดาตรัสบอกแก่ชายผู้นั้นทว่าผู้ที่ตอบรับกลับเป็นชายเจ้าของห้อง

พ่อคิดว่า เวลานี้เจ้าควรอยู่ที่สำนักมนตราเสียอีก

ข้าหลวงรับใช้จึงขยับร่างกายหลีกทางให้พระองค์ทรงพระดำเนินผ่าน

ลูก...เจ้าชายอัสศาทรงระงับพระโอษฐ์ฉับพลันเมื่อเห็นว่าในห้องนั้นไม่ได้มีเพียงองค์ราชาเคซิน

ทิวาสวัสดิ์ขอรับ พระปิตุลากล่าวทักทายพระปิตุลาผู้รั้งตำแหน่งปราชญ์มนตราแล้ว จึงค้อมคำนับกล่าวทักทายปราชญ์แห่งนครด้วยถ้อยคำเดียวกัน จากนั้นทรงยืนนิ่งก้มพระเศียรมองพื้นรอให้พระบิดาเสร็จจากราชกิจเสียก่อน

ข้าอนุญาตให้เจ้าดำเนินการตามที่เห็นสมควร

พระพุทธเจ้าข้าขอรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม

เจ้าชายอัสศาทรงแอบชำเลืองด้วยหางพระเนตร เห็นพระปิตุลาและปราชญ์ลำดับที่สามสิ้นธุระซึ่งนำมากราบถวายรายงานกำลังเดินผ่านหน้า จึงคำนับซ้ำแทนคำกล่าวลา

เมื่อกลุ่มบุคคลที่สามลับหายไปหลังบานทวารแล้วจึงทรงพระดำเนินเข้าไปหาพระบิดาซึ่งประทับบนพระเก้าอี้

ลูกมีเรื่องจะถามขอรับ

องค์ราชาพยักพระพักตร์ให้พระราชโอรสกล่าวต่อ

เรื่องคำสาปของพระนางฟลาเรีย ลูกได้ยินมาอีกว่า หากคู่สมรสใดตระบัดสัตย์จะต้องประสบกับความพินาศล่มจม ลูกเป็นเหตุให้พระบิดาตระบัดสัตย์หรือไม่

เจ้าเร่งร้อนมาหาพ่อเพราะเรื่องนี้รึราชาเคซินมีพระราชดำรัสถาม

ลูกกลัวว่าตนจะเป็นต้นเหตุให้ราชวงศ์และอารุดีเวียต้องพบเภทภัย

เจ้าไม่ต้องกังวลไป จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นแน่นอนราชาเคซินทรงวางพระหัตถ์บนพระเกศาของเจ้าชายอัสศา จากนั้นตรัสขยายความเพิ่มเติม บิดาของเจ้าเป็นถึงผู้ใช้เวทอันดับหนึ่งของอาณาจักร เจ้าคิดว่าพ่อจะไม่มีหนทางเลี่ยงคำสาปนั้นเชียวหรือ

กระนั้นเจ้าชายพระองค์น้อยยังรับสั่งถามย้ำ ไม่เป็นไรจริง ๆ หรือขอรับ

เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล ไม่มีเหตุร้ายใดเกิดขึ้นอย่างแน่นอนราชาผู้ครองนครทรงยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ลูกยังสงสัย ผลของคำสาปเป็นจริงแน่หรือขอรับเจ้าชายอัสศาเห็นผู้เป็นบิดาเลิกพระขนงจึงเรียบเรียงคำถามเสียใหม่ เพราะพระบิดากับมารดาของลูกไม่ได้เข้าพิธีสมรสและกล่าวสัตย์สาบานใช่หรือไม่ขอรับ ลูกถึงถือกำเนิดมาโดยไร้พลังเวท

ใช่

แล้วถ้าคู่สมรสใดตระบัดสัตย์ต่อคำสาบานที่เคยกล่าวในพิธีสมรสจะเกิดเหตุพินาศล่มจมจริงหรือขอรับ

เอพ่อก็ไม่สามารถตอบเจ้าได้เช่นกัน ผู้คนรอบตัวพ่อนั้นไม่เคยมีใครเพิกเฉยต่อธรรมเนียมปฏิบัตินี้

แล้วทำไมพระบิดาไม่กล่าวคำสัตย์สมรสกับมารดาของลูก เจ้าชายอัสศาทรงมีพระดำริทั้งยังทรงปรารถนาที่จะตรัสถามแต่ยั้งพระโอษฐ์ไว้ด้วยทราบว่าคงมิบังควร

ชาวเมืองรู้ธรรมเนียมการกล่าวสัตย์สาบานในพิธีสมรสหรือไม่ขอรับ ลูกสังเกตเห็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนพู่กันมายามีแต่ชาวเมือง ในขณะที่ชั้นเรียนมนตรามีแต่ลูกหลานตระกูลนักเวท

พ่อคิดว่าน่าจะรู้โดยทั่วกัน เพียงแต่ชาวเมืองบางส่วนอาจจะไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยของการกล่าวสัตย์สาบานในพิธีสมรส

รายละเอียดปลีกย่อยหรือขอรับ

อืม…” องค์เคซินทรงมีท่าทีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อีกไม่นาน จะมีพิธีเสกสมรสของผู้ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเจ้า ไว้พ่อจะพาเจ้าไปร่วมงานด้วย

ขอรับ ขอบพระคุณมากขอรับเจ้าชายพระองค์น้อยแย้มพระโอษฐ์ตอบรับ

อีกเรื่องหนึ่ง ลูกได้ยินมาอีกว่า…”

เรื่องที่เจ้าได้ยินมาช่างมากมายนัก ตัวแค่นี้รู้จักแอบฟังสิ่งที่ผู้คนสนทนากันด้วยรึผู้เป็นบิดาตรัสหยอกเย้า

ลูกไม่ได้ตั้งใจแอบฟังขอรับ ผู้คนกลุ่มนั้นมาพูดให้ลูกได้ยินระหว่างทางเดินที่ลูกกำลังจะไปห้องโถงฝึกฝน ลูกจึงหยุดฟังพวกเขาสนทนากัน

องค์ราชาทรงพระสรวลเสียงดังเมื่อได้ยินคำตอบของพระราชโอรส ทรงมีพระราชดำริว่า เจ้าของประโยคนั้นคล้ายจะซื่อตรงแต่ก็ฟังคล้ายช่างฉลเฉไฉได้แยบคาย

เอ้าว่ามาทรงกล่าวต่อทั้งที่ยังพระสรวลไม่คลาย

ถ้าคู่สมรสไร้พลังเวทติดกายมาแต่กำเนิดแม้จะกล่าวสัตย์สาบาน ผู้บุตรก็จะไร้ซึ่งพลังเวทหรือขอรับ

ไม่ได้เป็นเช่นนั้น พ่อไม่แน่ชัดนักว่าคนต่างถิ่นจะเข้าข่ายหรือไม่ แต่ลูกหลานตระกูลอรุณาสามารถส่งมอบพลังเวทให้แก่บุตรที่กำลังจะถือกำเนิดได้โดยเท่าเทียมกัน

กษัตริย์เคซินทอดพระเนตรสีพระพักตร์ของโอรสองค์น้อยที่แสดงอาการแปลกพระทัยจึงมีพระราชดำรัสถาม

เจ้าได้เรียนประวัติศาสตร์ของอาณาจักรและราชวงศ์แล้วมิใช่หรือ

ขอรับก่อนรับสั่งท่องทวนเนื้อหาที่อาจารย์เคยกล่าวสอน เมื่อหลายพันปีก่อน ต้นตระกูลของราชวงศ์อรุณาได้เป็นหัวหน้านำพาชาวเมืองในความคุ้มครองย้ายถิ่นฐานเพื่อหลีกหนีความกันดารแห้งแล้งและสงครามแย่งชิงอาณาจักรจากทางเหนือมาสู่ที่ราบลุ่มภาคกลาง เริ่มแรกนั้นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ก่อนจะขยายอำนาจเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ ปกครองดินแดนที่ราบภาคกลางเรื่อยไปจนสุดชายทะเลทางตอนใต้

เจ้าช่างจดจำได้แม่นยำนัก

พระทัยของเจ้าชายอัสศาพองโตเมื่อได้รับพระราชกระแสดำรัสชมเชย

ต้นตระกูลผู้ใช้เวทคือสกุลอรุณา ชาวเมืองในอารุดีเวียล้วนเป็นลูกหลานในสกุลและเครือญาติของเจ้า

ขอรับ

เพียงแต่คำสัตย์คือมนตราบทหนึ่งที่มีเงื่อนไข ต้องกล่าวถ้อยคาถาอย่างไม่บิดเบือนพร้อมเรียกใช้พลังเวท แม้คนผู้นั้นจะไม่อาจเรียกใช้พลังเวทในกายแต่จำต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกประการ

คำอธิบายนั้นทำให้เจ้าชายอัสศาฉงน กษัตริย์เคซินจึงทรงพระสรวลอีกรอบ เรื่องนี้ยังคงยากเกินไปสำหรับเจ้า พักความสงสัยไว้ก่อนเถิด ยามนี้พ่อต้องการรู้ว่าก่อนที่เจ้าเร่งร้อนมาหา ได้รับมื้อกลางวันแล้วใช่หรือไม่

เมื่อมีผู้พูดถาม เสียงร้องจากพระนาภีกลับดังฟ้องขึ้นมาทันที

พ่อรู้แล้วราชาเคซินทรงพระสรวลอีกหน จากนั้นลุกยืนจับจูงพระหัตถ์ของพระราชโอรสพระองค์น้อย

ไปรับมื้อเที่ยงกับพ่อก่อนดีหรือไม่

เจ้าชายอัสศาทรงยิ้มเขินอายแต่กลับทรงพยักพระพักตร์รับคำอย่างยินดี

 

##### - ขอขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม - #####

 

ความหมายคำราชาศัพท์

พระราชมหามณเฑียรไชย = สถานที่ว่าราชการแผ่นดิน

พระปิตุลา  = อา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

0 ความคิดเห็น