ตำนานเมืองแห่งเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,398 Views

  • 94 Comments

  • 237 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    263

    Overall
    13,398

ตอนที่ 3 : ตำนานที่ 3 ผู้ใช้วงเวท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61

ตำนานที่ 3 ผู้ใช้วงเวท

 

หลังกลับมาถึงห้องส่วนพระองค์ เจ้าชายอัสศาทรงตรงดิ่งไปยังแท่นบรรทม ปีนขึ้นไปล้มพระวรกายลงนอนทั้งดึงพระภูษาคลุมองค์ไว้ด้วยความน้อยพระทัย

ทรงเป็นที่โปรดปรานของพระบิดากระนั้นแล้วให้พระมารดาโปรดปรานพระองค์ด้วยไม่ได้หรืออย่างไร เพียงเพราะไม่มีพลังเวทเท่านั้นหรือ พระมารดาถึงเดียดฉันท์พระองค์ถึงเพียงนี้ ซ้ำร้ายยังเป็นต้นเหตุให้เกิดการโต้เถียงขัดแย้งของบุพการีทั้งสองเสียอีก

เจ้าชายอัสศาเพคะ

แม้จะได้ยินเสียงเรียกจากข้าหลวงคนสนิทแล้ว เจ้าของพระนามนั้นยังคงบรรทมนิ่งอยู่เช่นเดิม

ลุกขึ้นมาผลัดเปลี่ยนพระภูษาก่อนเถอะเพคะ แล้วค่อยบรรทม

เมื่อเจ้านายน้อยยังนิ่งเงียบ คาเมเรียจึงกล่าวต่อไปว่า ต่อให้ฝ่าพระบาทบรรทมนิ่งอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็ไม่มีสิ่งใดดีขึ้นหรอกเพคะ ได้แต่ปล่อยเวลาทิ้งไปเปล่า ๆ เท่านั้น

แต่เราเสียใจอยู่พระสุรเสียงนั้นถูกตะโกนตอบออกมาจากใต้คลุมบรรทม

มีสิ่งใดน่าเสียพระทัยกัน

พระมารดาไม่รักเรา!!! ทั้งยังบอกว่าเราน่าสมเพชทรงลุกขึ้นมาตะโกนบอก ท่านนมซึ่งนั่งอยู่ข้างพระแท่นจึงลุกชันเข่าขึ้นมาโอบกอดพระองค์ไว้

ไม่มีมารดาคนใดมิรักบุตรในอุทรหรอกเพคะ

แต่พระมารดาไม่รักเราเจ้าชายอัสศาเอ่ยย้ำสิ่งที่ตนเข้าพระทัยเสียงเบา ซุกพระวรกายเข้าหานางข้าหลวงที่เลี้ยงดูพระองค์มาตั้งแต่แบเบาะ

ไม่มีคำปลอบพระทัยอื่นใดนอกจากฝ่ามืออบอุ่นที่คอยลูบพระขนอง ครู่ใหญ่ต่อมานางถึงผละออกห่าง

ฝ่าพระบาทจะปล่อยให้คำปรามาสนั้นเป็นจริงหรือเพคะ

แล้วท่านนมจะให้เราทำอย่างไรพระพักตร์นั้นฉายแววท้อแท้สิ้นหวัง

วันนี้ทรงเพิ่งไปหอตำรามาแท้ ๆคาเมเรียยิ้มไปพลาง คำพูดนั้นเหมือนเอ่ยเย้ามากกว่าย้ำเตือน ทรงได้ยินที่องค์ราชาพูดใช่หรือไม่เพคะ ท่านปราชญ์ตุลาการใช้เพียงศิลาและวงเวทยังสามารถชนะองค์ราชินีได้

ไม่ใช่ว่าปราชญ์ตุลาการท่านมีพลังเวทมากอยู่แล้วหรือ

เกล้ากระหม่อมก็ไม่ทราบเหมือนกันเพคะ ถ้าอย่างไรวันพรุ่ง ฝ่าพระบาทลองไปพบท่านปราชญ์ตุลาการดีหรือไม่

สีพระพักตร์ของเจ้าชายพระองค์น้อยดูคล้ายว่ายังตัดสินใจไม่ได้ นางจึงกล่าวต่อ มีสุภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า ผู้แพ้คือผู้ที่มัวแต่นั่งรอโชคชะตาไม่มีชัยชนะและความสำเร็จใดที่ได้มาโดยง่ายหรอกนะเพคะ คนเราล้วนต้องอดทนฝึกฝนฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันทั้งนั้นกว่าจะกำชัยและความสำเร็จดังหวัง วันนี้ฝ่าพระบาทแค่โดนองค์ราชินีปรามาสดูถูกก็ทรงท้อถอยเสียแล้ว เป็นเช่นนี้เกล้ากระหม่อมสามารถบอกได้เช่นกันว่าทรงจะต้องเป็นเพียงเชื้อพระวงศ์ผู้ไร้ค่าไปตราบสิ้นลมหายใจเป็นแน่

ไม่เอานะท่านนมเจ้าชายอัสศาทรงร้องเสียงลั่นด้วยเผลอนึกภาพตาม ถ้าหากพระองค์ไม่อาจใช้มนตราไปตราบสิ้นชีวิต คงไม่เพียงแต่พระมารดาที่เดียดฉันท์ พระบิดาก็อาจไม่โปรดปรานพระองค์อีกต่อไปแล้ว

เช่นนั้น วันพรุ่งฝ่าพระบาทไปเคารพท่านปราชญ์ตุลาการเป็นพระอาจารย์นะเพคะคาเมเรียพูดกล่อมล่อหลอกซ้ำ เจ้าชายน้อยผู้ยังไม่เดียงสาจึงพยักพระพักตร์โดยพลัน

 

เช้าวันถัดมา กิจวัตรหลังตื่นบรรทมของเจ้าชายอัสศายังคงเดิม มันเป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่ที่เจ้าชายพระองค์น้อยมีพระชันษาสามปี ด้วยความเข้มงวดกวดขันของนางข้าหลวงผู้รั้งตำแหน่งพระนม นอกจากวันที่ทรงได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์หลวงว่าประชวรเท่านั้น กิจวัตรในยามเช้าถึงได้รับการงดเว้น

เมื่อรับพระกระยาหารเช้าเรียบร้อย ตามปกติแล้วเจ้าชายอัสศาต้องเสด็จเข้าชั้นเรียนมนตราขั้นต้นแต่เนื่องจากในช่วงระยะเวลาหนึ่งปีกว่า ๆ ที่ทรงศึกษาเล่าเรียนมนตรามานั้น ทรงไม่ผ่านการทดสอบเพื่อเลื่อนระดับขั้นการเล่าเรียนเท่ากับว่าเนื้อหาความรู้ที่ทรงศึกษานั้นจึงวนเวียนอยู่เฉพาะพื้นฐานขั้นต้น

ด้วยเหตุนั้น คาเมเรียจึงยอมให้เจ้าชายเว้นการเข้าชั้นเรียนเพื่อไปพบกับปราชญ์ตุลาการได้

พื้นที่ของอาณาจักรอารุดีเวียรอบนอกกำแพงหินเป็นเพียงพื้นที่แห้งแล้งมีแต่ผืนทรายไม่สามารถทำประโยชน์ใดได้ ผู้ปกครองเมืองเช่นองค์ราชาจึงให้ความสำคัญกับเฉพาะพื้นที่ภายใต้วงล้อมของกำแพงภูเขาหินเป็นหลัก โดยแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็นสิบเขตล้อมรอบเมืองหลวง

โดยมีเขตพื้นที่หนึ่งที่ไม่มีผู้คนอยู่อาศัยและถูกเรียกขานว่า เขตแดนเวทพิจัยเขตพื้นที่ซึ่งผืนป่าเต็มไปด้วยไอพลังเวทเข้มข้นจนผู้ไร้พลังมนตราไม่สามารถเหยียบย่างเข้าไปได้

เขตพื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่นได้แก่เขตเมืองหลวง เมืองปริมณฑลและเมืองหน้าด่านซึ่งมีอุโมงค์ใต้กำแพงภูเขาหินเป็นทางผ่านเข้าออกของอาณาจักรกับดินแดนภายนอก พลเมืองของอาณาจักรมีอาชีพหลากหลายตั้งแต่กสิกรรม หัตถกรรม ค้าขาย ช่างก่อสร้าง ช่างประดิษฐ์และทำเหมือง

นอกจากอาณาจักรอารุดีเวียจะอุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้ยังอุดมไปด้วยหินแร่หลายชนิด หินบางชนิดถูกประยุกต์ใช้เพื่อสร้างเสริมพลังมนตรา หินแร่บางชนิดถูกเจียระไนเพื่อกลายเป็นอัญมณีสูงค่าซึ่งเป็นสินค้าส่งออก

การซื้อขายระหว่างอาณาจักรอารุดีเวียและเมืองอื่นถูกดำเนินการโดยพ่อค้าทั่วไป หลวงทำเพียงให้สัมปทานเหมืองเพื่อเก็บภาษีและควบคุมการซื้อขายแร่

สินค้าอื่นที่เหล่าพ่อค้าขนส่งนำเข้ามาขายในอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม เครื่องหอม ถ้วยชาม เครื่องเรือน หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำงานด้วยกลไกและความรู้ก้าวหน้าอย่างนาฬิกา กล้องส่องทางไกล เข็มทิศ ก็มีการบริหารจัดการในทิศทางเดียวกัน นั่นคือหลวงจะทำเพียงเก็บภาษีรายได้จากพ่อค้า ไม่มีการควบคุมสินค้าใดเป็นพิเศษนอกจากสินค้าบางชนิดที่ถูกระบุว่าเป็นอันตรายต่อความสงบสุขของชาวเมืองโดยรวม

ทั้งนี้ องค์ราชามีการประชุมรับรายงานและปรึกษาหารือความเป็นไปภายในอาณาจักรกับปราชญ์ทั้งแปดซึ่งเป็นผู้ดูแลงานในส่วนต่าง ๆ อยู่ทุกเช้า

เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าชายอัสศาจึงเพียงแค่รอให้การประชุมในช่วงเช้าเสร็จสิ้นลง พระองค์ก็จะสามารถพบปราชญ์ตุลาการได้โดยง่าย

อรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านปราชญ์ตุลาการเจ้าชายทรงประสานพระหัตถ์โค้งคำนับในฐานะที่เป็นผู้เยาว์

ถ้ากล่าวถึงลำดับศักดิ์ในอาณาจักรอารุดีเวีย ปราชญ์ลำดับต่าง ๆ นับว่าถือยศไม่ต่างจากเจ้าชายและเชื้อพระวงศ์ ยูซิตผู้ดำรงตำแหน่งปราชญ์ตุลาการจึงแค่ก้มศีรษะรับการคำนับ

อรุณสวัสดิ์เช่นกัน ฝ่าพระบาทมีธุระใดหรือ

เราต้องการให้ท่านเป็นอาจารย์ให้เรารับสั่งตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

ฝ่าพระบาทเล่าเรียนอยู่ในสำนักมนตราเวทหลวงอยู่แล้วไม่ใช่รึ เหตุใดต้องขวนขวายหาอาจารย์ผู้อื่นปราชญ์ตุลาการถามด้วยความแปลกใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีศิษย์ที่กำลังให้การสั่งสอนแต่การตอบรับคำขอของเด็กชายราชนิกุลโดยง่ายจะเป็นการข้ามหน้าข้ามตาปราชญ์ศึกษาธิการเสียมากกว่า

ปราชญ์ผู้ดูแลเมืองทั้งแปดนั้น ต่างล้วนเชี่ยวชาญมนตราไม่ด้อยกว่ากันกระนั้นจำต้องให้เกียรติตามตำแหน่งหน้าที่ที่แต่ละบุคคลรับผิดชอบ

เราได้ยินมาว่าท่านเชี่ยวชาญวงเวท เราต้องการศึกษาการเขียนวงเวท

เช่นนั้นกระหม่อมต้องขออภัย หากฝ่าพระบาทประสงค์ให้อาจารย์สั่งสอนการเขียนวงเวท ในสำนักมนตราเวทหลวงมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่มากมาย

ถ้ามี เหตุใดไม่มีผู้ใดสั่งสอนการใช้วงเวทอย่างจริงจังทรงโต้แย้ง เราเล่าเรียนมาจนครบขวบปี ยังไม่สามารถใช้มนตราใดได้

ยูซิตไม่กล้าเอ่ยแย้งคำเพราะกลัวไปทำลายแรงใจของเจ้าชายพระองค์น้อย จึงได้กล่าวเลี่ยงเชิงแนะนำไปว่า ขอให้ฝ่าพระบาททรงเอ่ยพระประสงค์นี้กับอาจารย์ในสำนักมนตราดูก่อนเถิด ได้ผลไม่ต้องพระทัยอันใดแล้วจึงค่อยมาหากระหม่อม

เห็นเจ้าชายอัสศายอมพยักพระพักตร์รับยูซิตได้กล่าวต่อไปว่า แต่ถ้าฝ่าพระบาทเพียงแค่ต้องการแลกเปลี่ยนความรู้ กระหม่อมยินดีต้อนรับ

ขอบพระคุณขอรับเจ้าชายอัสศาโค้งคำนับพร้อมกล่าวลา ทรงรอกระทั่งท่านปราชญ์เดินพ้นที่แห่งนั้นไปแล้วถึงได้หันไปหาพระพี่เลี้ยง

ท่านนมเพียงแค่ส่งเสียงเรียก คาเมเรียก็มาคุกเข่าอยู่ข้างพระวรกายพลางยกมือของตนจับกุมพระหัตถ์ ท่านปราชญ์แนะนำไว้แล้วว่าอาจารย์ในสำนักมนตราล้วนเชี่ยวชาญ เช่นนั้นพวกเราไปหาพระอาจารย์กันเถอะเพคะ

นางประคององค์ให้เสด็จนำแล้วจึงลุกขึ้นเดินตาม

ถ้าเหล่าอาจารย์ท่านเชี่ยวชาญจริง ทำไมไม่สอนวิธีการใช้

อย่าเพิ่งทรงกริ้วไปเลยเพคะ เกล้ากระหม่อมคิดว่าคงมีเหตุผลถ้าทรงสงสัยเมื่อเข้าไปคุยกับพระอาจารย์คราวนี้ ทรงลองถามดูสิเพคะ

เราจะถามเจ้าชายอัสศารับคำยืนยัน

สำนักมนตราเวทหลวงเป็นอาคารที่มีรั้วติดกับพระราชวัง เป็นสถานที่ซึ่งเชื้อพระวงศ์ทุกรุ่นเข้าศึกษาเล่าเรียนและนอกเหนือจากวิชามนตราแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้หลากสรรพวิชาตั้งแต่ความรู้ขั้นต้นจนถึงขั้นประยุกต์

เจ้าชายอัสศาเองก็ทรงศึกษาวิชาเขียนอักษร การปกครอง การทหาร ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การคลังและพานิชย์สับเปลี่ยนกันไปในช่วงบ่ายของแต่ละวัน ด้วยความตั้งพระทัยใฝ่ศึกษาของพระองค์ ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ จึงก้าวหน้าจนเหล่าอาจารย์ผู้สั่งสอนล้วนเอ่ยชื่นชม

ไม่เว้นแม้แต่วิชามนตราที่ทรงจดจำคุณสมบัติของธาตุหลักทั้งห้าและความสัมพันธ์ของธาตุเหล่านั้นได้แม่น รู้จักประยุกต์การใช้แต่กระนั้นกลับไม่สามารถเรียกใช้มนตราด้วยองค์เองได้

เมื่อเสด็จมาถึงอาคารอำนวยการซึ่งเป็นที่ตั้งห้องทำงานของอาจารย์อธิการ เจ้าหน้าที่ผู้น้อยซึ่งทำงานธุรการทั่วไปได้ออกมารับเสด็จด้วยท่าทางคล่องแคล่วว่องไว หลังทราบพระประสงค์ เจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้เชิญเจ้าชายอัสศาไปประทับในห้องรับรอง

องครักษ์สองนายที่ติดตามมาด้วยหยุดยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูห้อง

เมื่อเจ้าชายประทับบนเก้าอี้ยาว พระนมและนางข้าหลวงติดตามอีกสองนางก็ทรุดนั่งกับพื้นอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ทางด้านหลัง

ครู่หนึ่งต่อมาอาจารย์อธิการจึงได้เปิดประตูเข้ามาในห้อง เชื้อพระวงศ์องค์น้อยทรงลุกขึ้นยืนคำนับ

ฝ่าพระบาทมีสิ่งใดให้เกล้ากระหม่อมรับใช้หรือเพตรากาถามหลังจากราชนิกุลผู้ซึ่งเป็นคู่สนทนาประทับลงบนพระเก้าอี้แล้ว ส่วนตัวเขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

เราต้องการเรียนการเขียนวงเวท

ชั้นเรียนมนตราในปัจจุบันมีปัญหาใดหรือขอรับกระหม่อมเหตุที่ถามเช่นนั้นเพราะผู้เล่าเรียนทุกคนล้วนต้องได้รับการศึกษาวิธีการเขียนวงเวท

ทรงนิ่งนึกอยู่ชั่วครู่จึงได้ตรัสตอบ ไม่มีปัญหาใดแต่เราต้องการใช้มนตราให้ได้ เราเล่าเรียนมาก่อนน้องไซนา ขณะที่อนุชาของเราใช้มนตราได้คล่องแคล่ว เหตุใดเราจึงยังไม่สามารถใช้มนตราได้

ความสามารถในการเรียกใช้มนตราของแต่ละบุคคลย่อมไม่เท่ากันขอรับกระหม่อมเจ้าของคำพูดนั้นอึกอักอยู่ครู่ถึงได้กล่าวตอบ

เหตุผลนั้นเราทราบและจดจำได้ขึ้นใจ เราถึงได้แจ้งกับท่านอาจารย์เรื่องที่ต้องการเรียนการเขียนวงเวท ในชั้นเรียนมีการสอนเขียนวงเวทก็จริงแต่ท่านอาจารย์สั่งสอนแต่การเขียนด้วยพลังเวท เรารู้มาว่าต่อให้ ไม่มีพลังเวทก็สามารถเรียกใช้มนตราจากวงเวทได้เช่นกัน

เช่นนั้นเกล้ากระหม่อมขอประทานอนุญาตชี้แจงเหตุผลเพตรากากล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่ง เหตุที่ไม่มีการสอนวิธีการเรียกใช้มนตราจากวงเวทด้วยสิ่งอื่นนอกเหนือจาก พลังเวทในกายนั่นเพราะเกล้ากระหม่อมและเหล่าอาจารย์ทั้งหลายเห็นพ้องต้องกันว่า วิธีการนั้นจะทำให้ผู้เล่าเรียนเกียจคร้านต่อการฝึกฝน...

แต่เราไม่เคยเกียจคร้านเจ้าชายอัสศาทรงโต้แย้งทันควัน

เกล้ากระหม่อมทราบ แต่ฝ่าพระบาทอาจต้องใช้เวลาอีกสักเล็กน้อยจึงจะใช้มนตราได้

การเล่าเรียนมนตราต้องเริ่มต้นตั้งแต่ยังเยาว์มิใช่หรือ เราต้องรอไปจนถึงอีกเมื่อใด

ฝ่าพระบาทนางข้าหลวงคาเมเรียส่งเสียงปรามเตือนสติเมื่อสุรเสียงของเจ้าชายพระองค์น้อยที่นางเลี้ยงดูเต็มไปด้วยความพิโรธโกรธกริ้ว

เราจะเรียนการเรียกใช้มนตราจากวงเวทด้วยวิธีการอื่นที่ไม่ใช้พลังเวทในกายทรงรับสั่งย้ำอีกครั้ง และท่านต้องจัดหาอาจารย์ให้เรา

 

##### - ขอขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม - #####

 

ความหมายคำราชาศัพท์

คลุมบรรทม = ผ้าห่มนอน

พระแท่น = เตียง

พระพักตร์ =  หน้า

กริ้ว = โกรธ, เคือง

พิโรธ =  โกรธ, เคือง

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #64 milkgy (@muk13115) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 07:26
    อืมๆ เท่าที่อ่านสันนิฐานว่า .... เจ้าชายนี่เป็นลูกของสาวต่างถิ่นที่เกริ่นในบทนำเเละเหมือนจะโดนฝ่าบาท(ตอนเป็นเจ้าชาย)ล่อลวงมา ซึ่งไม่รู้ว่าสาวต่างถิ่นกับเเม่นมเป็นไรกัน รึตายไปเเล้ว ฝากลูกมาเลี้ยงอีกที ...อืมๆ งานมโนล้วนๆ(เราเนี่ย)
    #64
    1
    • #64-1 กริน วียาบูท์ (@KrinStoryteller) (จากตอนที่ 3)
      28 ธันวาคม 2561 / 19:10
      ราชาเคซิน : เรามิได้ล่อลวงผู้ใด แค่เห็นว่านางต้องการศึกษาเวทจึงตั้งใจจะสอนให้ แต่ความงามของนาง ทำให้เราตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง
      #64-1