ตำนานเมืองแห่งเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,362 Views

  • 94 Comments

  • 235 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    227

    Overall
    13,362

ตอนที่ 152 : ตำนานที่ 152 ไม่ได้ดั่งใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 เม.ย. 62

ตำนานที่ 152 ไม่ได้ดั่งใจ


เจ้าชายไซนาทรงซุ่มแอบจับตามองโดยใช้ความรกทึบของพฤกษาในการซ่อนตัว เบื้องหน้าเป็นหมู่ไม้ ตำแหน่งที่ไกริชาบอกว่าเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มคนร้าย

“เจ้าแน่ใจหรือ” ทรงถามย้ำ แม้ไร้แสงสว่างเช่นยามทิวาแต่ด้วยอำนาจพลังเวท เจ้าชายลำดับที่สองย่อมทอดพระเนตรทุกสิ่งได้กระจ่างชัด

“แน่ใจเป็นที่สุดขอรับกระหม่อม” ชายหนุ่มยืนอยู่ด้านข้างในพื้นที่โล่งอย่างไม่กลัวว่าผู้ใดจะพบเห็น เขาไม่ได้บอกผู้ดำรงพระยศ ว่านับแต่เหยียบย่างเข้ามาในบริเวณนี้ พระองค์ก็ถูกจับตาอยู่ตลอด

“ลุยเข้าไปเลยคงเป็นการดีกว่า ต่อให้ฝ่าพระบาทรอต่อไป ย่อมไม่มีทางที่พวกเขาจะออกมาเป็นแน่”

“ลุยอย่างนั้นรึ” ทรงนิ่งคิดชั่วครู่ จากนั้นร่ายเวทบันดาลสายฟ้าผ่าเปรี้ยงลงตรงจุดที่น่าสงสัย แรงพลังทำให้ไม้ใหญ่แยกออกเป็นสองซีก ควันสีดำจากความร้อนผลาญเผาเป็นรอยไหม้ ดูเหมือนว่าผลสัมฤทธิ์คาถาหนนี้จะมากมายกว่าครั้งที่ทรงเรียกใช้ในวิหายสะของเฮมาเสียอีก ผู้ใช้คาถาถึงกับเบิกพระเนตรกว้าง ชะงักงันด้วยความอัศจรรย์ใจ ก่อนกระโดดโลดเต้นร้องบอกกับชายหนุ่มข้างกาย

“ไกริชา ดูสิ! พลังเวทที่เราเรียกใช้คราวนี้มันเยี่ยมไปเลย รุนแรงที่สุดตั้งแต่ที่เราเคยใช้คาถามาเลยล่ะ”

“ฝ่าพระบาทเพิ่งทราบหรือ อสนีคะนองเป็นมนตราที่มีความรุนแรงระดับต้น ๆ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” เขาถอนหายใจ นอกจากนั้น สายฟ้าอันบังเกิดจากอานุภาพมายาคงเป็นสัญญาณบ่งตำแหน่งให้ผู้คนรับรู้ว่าบริเวณนี้กำลังเกิดการต่อสู้

“แต่ใช้เวทประเภทนี้ในอาณาจักรมันบ่งบอกว่าผู้ใช้คาถามีเจตนาสังหารผู้คน ฝ่าพระบาทไม่ทราบหรือ” เสียงทุ้มต่ำดังแทรกการสนทนาของพวกเขาทั้งคู่ วิรายุกระโจนโดดลงมายืนประจันหน้ากับเจ้าชายลำดับที่สองซึ่งยังคงมีใบหน้าเช่นเดียวกับเขาทุกประการ

“ถ้ามีคนตาย ต่อให้เป็นเจ้าชายย่อมต้องโดนโทษด้วย”

“ก็... ไม่ได้มีผู้ใดตายสักหน่อย”  คำรับสั่งอึกอักแฝงความกังวล

“เจ้ารู้ได้อย่างไร ในกองไม้นั่นมีหลายศพเชียวล่ะ” เขาพูดพร้อมชี้นิ้วไปด้านหลัง

“ถ้ามีคงเป็นศพทหารต่างถิ่น” ไกริชารีบพูดเมื่อเห็นองค์ราชนิกุลมีท่าทางตระหนก พระราชโอรสพระองค์เล็กทรงฮึดเรียกแรงใจหันกลับไปโต้วาจาอริศัตรู

“เจ้าอย่าพูดมาก ครานี้เราจะจับเจ้าไปส่งสังกัดปราชญ์ให้ได้เลย”

พันธนะ

แสงเรืองสำแดงอานุภาพพลังธาตุขยับไหว ทว่าก่อนที่มนตราจะจับกุมชายคนร้าย เจ้าชายไซนากลับโดนจู่โจมพร้อมกัน ทรงหันเหไปต้านทานคมอาวุธพานให้เวทคาถามลายลง

มีดสั้นของคีรันยังมากฤทธิ์ มันทะลวงผ่านม่านปราการของพระราชโอรสพระองค์เล็กได้อย่างง่ายดาย เจ้าชายไซนาจึงดึงพระแสงดาบสีนิลจากวิหายสะออกมาตั้งรับ อาวุธสองชนิดกระทบกันดังเคร้ง แต่คีรันถือศัสตราไว้ทั้งสองมือ จ้วงแทงมุ่งหมายเอาชีวิต

เตชพินาศ

เปลวเพลิงร้อนแรงอุบัติเผาร่างปรปักษ์ฉับพลัน อีกฝ่ายจำต้องกระโดดถอยแต่ไฟยังคงลุกไหม้ เขาควบคุมสั่งการให้เม็ดธุลีเคลื่อนไหวห่อหุ้มท่วมร่างกายจนไม่เห็นผิวเนื้อ

วิรายุเข้าช่วยเหลือคนสนิทด้วยการใช้คาถาพลังธาตุน้ำคลุมซ้อน แต่ชายหนุ่มไม่รอผลลัพธ์ ใช้มนตราอีกบทโจมตีเจ้าชายไซนาต่อเนื่องทันควัน

อาวุธปลายแหลมคมปรากฏขึ้นล้อมเจ้าชายไซนาทุกทิศ มันพุ่งตรงหวังเสียบพระวรกายจากทุกทาง

“ฝ่าพระบาท ใช้ปราการอัคคี”

เสียงของไกริชาดังใกล้พระกรรณ และองค์ราชนิกุลก็ไม่รอช้า

ปราการอัคคี

ด้วยคุณสมบัติของธาตุที่เป็นปฏิปักษ์กัน ศัสตราเวทของวิรายุถูกทำลายไปบ้างเมื่อมันเคลื่อนเข้าสู่ระยะป้องกันของมนตรา อย่างไรก็ดียังคงมีอาวุธบางชิ้นหลุดรอดผ่านเข้ามาประชิด ให้เจ้าชายไซนาทรงต้องตวัดดาบทำลาย แต่เพราะมันมีจำนวนมากมายเหลือคณานับ ท้ายที่สุดพระองค์ย่อมต้องพลาดพลั้งโดนอาวุธเข้าจนได้

ความร้ายกาจของมันไม่ใช่เพียงแทงทะลุผิวเนื้อสร้างบาดแผลเรียกโลหิต แต่มันยังระเบิดตัวพานให้กลายเป็นบาดแผลเหวอะหวะสาหัส

“อ๊าก!

เจ้าชายไซนาทรงล้มลง

ทว่าโชคของพระองค์ยังมี ในช่วงเวลาวิกฤตความช่วยเหลือได้ยื่นมือมาถึงทันท่วงที

เครืออารักษ์

ทั้งเถาไม้รากแขนงต่างผุดโผล่จากพื้นดินเคลื่อนไหวโอบล้อมคอยป้องกันเจ้าชายพระองค์เล็กจากศัสตราเวทร้ายกาจ  ปลายแหลมคมพุ่งชนเถาไม้และระเบิดทำลายตามเงื่อนไขคาถา กระนั้นแขนงไม้กลับยังงอกขยายซ่อมแซมได้ต่อเนื่อง

ผู้ให้การช่วยเหลือสาวเท้าพ้นจากเงาไม้ แสงศศิธรหลังพ้นวันเพ็ญอาจไม่สว่างชัด แต่พวกเขามาพร้อมตะเกียงคบเพลิงที่ทำให้ทั่วทุกบริเวณสว่างไสว ทหารหลวงปรากฏตัวโอบล้อม วิรายุทั้งสอง ไว้ทุกทิศทุกทาง ภายใต้การนำของปราชญ์มนตรา ปราชญ์กลาโหม ปราชญ์แห่งนคร และปราชญ์ตุลาการ

“วิรายุยอมให้จับกุมเสียดี ๆ” วิรัจประกาศ

“เราก็กำลังจับกุมตัวเขาได้แล้วพระปิตุลา เหตุใดท่านต้องใช้มนตราปกป้องเขา” ประโยคคำพูดมาจากวิรายุผู้ปราศจากร่องรอยบาดเจ็บ และมันสร้างความสับสนให้ทุกผู้คน เนื่องจากน้ำเสียงของเขาไม่ได้ทุ้มห้าว แต่คล้ายเด็กหนุ่มที่ยังไม่เติบโตเต็มที่

ปราชญ์ตุลาการไม่หลงกล “กุมตัวพวกเขาทั้งคู่”

กระนั้นยังไม่ทันได้ดำเนินการ พื้นปฐพีพลันยวบยุบลงเป็นหลุมกว้าง เว้นตำแหน่งที่วิรายุยืนอยู่ เหล่าทหาร เจ้าพนักงานเวทต่างร่วงลงไปโดยไม่ทันตั้งตัว แต่มีไม่น้อยที่หลบหนีได้ทันรวมถึงบรรดาปราชญ์ทั้งสี่ แม้จะรอดพ้นทว่าพวกเขายังต้องหันไปรับมือกับศัตรูที่ดาหน้าเข้ามา แต่หนนี้ไม่ได้มีเฉพาะร่างไร้ชีวิตของทหารทางเหนือ แต่ในส่วนนั้นยังมีผู้ใช้เวทซึ่งกุณติพอจะจดจำหน้าตาได้ว่า พวกเขาคือบุคคลผู้สูญหาย

ความโกลาหลบังเกิดขึ้นทันใด

วิรายุร่ายเวทเพื่อสังหารกำลังพลของหลวงที่ยังอยู่ในหลุมดิน

กรงมหรณพ

มวลของเหลวหนืดอุบัติขึ้นกักขังทหารและเจ้าพนักงานเวทผู้มีพลังอ่อนด้อย เจ้าชายอัสศาทรงหันรีหันขวางเพราะประสงค์ช่วยเหลือพวกเขา แต่อำนาจเวทที่ทรงถือครองในปัจจุบันน้อยลงมาก ในที่สุดพระราชโอรสพระองค์โตก็ตัดสินพระทัยได้ ทรงตรงเข้าไปหาพระอนุชา กรีดพระโลหิตของอีกฝ่ายพลางกล่าวถ้อยคำคลายคาถา หลังเจ้าชายไซนากลับมามีรูปลักษณ์ดังเดิมจึงมีรับสั่งว่า

“เหล่าแพทย์ตั้งแถวอยู่รอบนอก ให้ไปรักษาตัวและรีบกลับมา ที่นี่ยังต้องการพลังของน้อง” ก่อนทำท่าผละจาก องค์อนุชากลับคว้าพระกรไว้

“ดาบขอรับ อยู่ในมือข้ามันยังเสียของเฉกเช่นเดิม”

เจ้าชายพระองค์โตจับปลายด้าม รอให้ผู้เป็นเจ้าของร่ายคาถา พระอนุชาปล่อยพระหัตถ์เมื่อแสงเวทจางหาย

“ข้าขอเวลาอู้สักประเดี๋ยวนะขอรับ”

“อืม... รีบกลับมา” จากนั้นทรงโจนหาชายหนุ่มผู้เป็นตัวการของเรื่อง วาดพระแสงดาบหวังบั่นคอ แต่อีกฝ่ายกลับเอนตัวหลบได้ เมื่อพลาดทรงตวัดดาบซ้ำ ใช้จิตสมาธิควบคุมอำนาจในศัสตรายามที่คู่ต่อสู้เบี่ยงหลบ ให้สำแดงเงาดาบตามทำร้ายสร้างบาดแผล วิรายุรู้ว่าอาวุธไม่ใช่ธรรมดา กระนั้นท่อนแขนที่เขายกขึ้นกันยังปรากฏรอยบาดเป็นทางยาว

รอบด้านยังชุลมุนด้วยการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย ทว่าคนทั้งคู่กลับยืนจ้องกันนิ่งหาจังหวะลงมือ

เจ้าชายอัสศาทรงยกอาวุธขึ้น พระหัตถ์อีกข้างแตะหลังดาบขณะจับจ้องอริไม่วางตา จากนั้นขยับพระหัตถ์รวดเร็ววาดศัสตราเป็นแนวตั้ง คลื่นอานุภาพคมกริบเคลื่อนชนศัตรูรุนแรง อีกฝ่ายใช้คาถาต้านรับแต่ร่างกายยังกระเด็นไปไกล พระราชโอรสทรงพุ่งติดตามกระหน่ำซ้ำ!

 

หลังแพทย์คลายมนตรารักษา เจ้าชายไซนาทรงรีบลุกขึ้นด้วยประสงค์กลับไปช่วยเหลือพระปิตุลาและพระเชษฐา แต่มีเสียงขานพระนามเรียกแทรก

ไกริชาปรากฏกายพร้อมร่างชายผู้หนึ่งซึ่งนอนกองอยู่กับพื้น

เขา! คนที่อยู่กับวิรายุ เพราะทรงกลายเป็นกระสอบทรายให้อีกฝ่ายตั้งหลายหนย่อมจำได้แม่น เจ้าชายไซนาทรงย่อพระวรกายลงตบศีรษะอีกฝ่ายเพื่อแก้แค้น

เรื่องกายเนื้อที่ฝ่าพระบาทบอกว่าจะช่วยเหลือ เกล้ากระหม่อมต้องการให้ทรงใช้เวทตอนนี้

รอก่อนไม่ได้รึ เจ้าย่อมเห็นยามนี้วุ่นวายจะตาย

เพราะวุ่นวายถึงต้องเป็นยามนี้ ฝ่าพระบาททรงลองคิดดูสิ ชายผู้นี้เป็นคนสนิทของวิรายุ เขาย่อมรู้ทุกอย่างที่วิรายุทำ การหลบหนีของวิรายุก็ได้ชายผู้นี้ช่วยเหลือ อีกประการเกล้ากระหม่อมจะได้ช่วยเหลือฝ่าพระบาทและเจ้าชายอัสศาได้เต็มที่ ถ้าฝ่าพระบาทได้ทอดพระเนตร เจ้าชายอัสศาแทบใช้คาถาใดไม่ได้แล้ว

เพราะเหตุใด คำถามมีทั้งความกังขาและไม่เชื่อถือ

นางปีศาจดูดกลืนพลังเวทของเจ้าชายไปหมด ถ้าไม่ได้พระแสงดาบของฝ่าพระบาทคาดว่าคงต้านทานพลังของวิรายุไม่ไหว

เยี่ยงนั้นเราต้องรีบไปช่วย หลังจบคำรับสั่ง ทรงใช้พลังเวทพาพระวรกายหายวับไปทันที

ไกริชากลอกนัยน์ตา อารมณ์โมโหปะทุคุกรุ่นในอก ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่ได้ดั่งใจทั้งนั้น ในเมื่อมันวุ่นวายกันนักเขาจะจัดการให้จบสิ้นเอง

เสียงฟ้าร้องลั่นครืน ตามด้วยแผ่นดินสะเทือนไหว แต่ชั่วเดี๋ยวเดียวเหตุการณ์ประหลาดก็อันตรธานพร้อมกับอำนาจเวทของทุกผู้คนที่มลายไปสิ้น

หุ่นเชิดของนาญิกาชะงักหยุดการเคลื่อนไหว จากนั้นล้มลงราวกับคนหมดแรง เธอและเฮมาซึ่งซ่อนตัวอยู่ในวิหายสะปรากฏตัวกลางวงล้อมของเหล่าเจ้าพนักงานเวท แต่ละฝ่ายต่างงุนงงไม่แพ้กัน ชั่วครู่ทหารคนหนึ่งถึงได้สติ ชักดาบออกมาคุมตัวหญิงสาวทั้งสอง โดยที่พวกเธอไม่อาจใช้งานคาถาใด ๆ เพื่อตอบโต้ป้องกัน

คงมีแต่คู่การต่อสู้ของเจ้าชายอัสศาและวิรายุที่ยังไม่มีผู้ใดล่าถอย ชายหนุ่มอดีตรองแม่ทัพไร้อาวุธในมือแต่เพราะโดนอีกฝ่ายรุกไล่โรมรันไม่ยุติ เขาได้แต่หลบหลีกเอาตัวรอดและสวนกลับเมื่อมีโอกาส

ช่วงเวลาที่ผู้คนในอาณาจักรอารุดีเวียไม่อาจใช้มนตราคาถาเกิดขึ้นระยะสั้น ๆ เพียงสองถึงสามอึดใจ

ชายหนุ่มผู้ที่ยามนี้ใช้นามว่าไกริชากำหมัด ข่มความขุ่นเคืองไม่สบอารมณ์ พลางบันดาลให้สภาพการณ์ทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ

นายทหาร เจ้าพนักงานเวทหรือแม้แต่ผู้ตั้งตนเป็นปรปักษ์ต่างรับรู้ถึงพลังซึ่งกลับคืนสู่ตน

เฮมาฉวยจังหวะในเสี้ยววินาที คว้าจับร่างนาญิกาพร้อมใช้อำนาจเวทพาร่างหายวับไปต่อหน้าต่อตานายทหารผู้กำลังคุมตัว แต่หุ่นเชิดยังนอนนิ่ง เหล่าปราชญ์จึงใช้โอกาสดังกล่าวทำลายพวกมัน พร้อมเสียงสั่งการได้ดังขึ้นอีกระลอก

เจ้าชายไซนาทรงปรากฏกายต่อหน้าไกริชาอีกหน

“เมื่อครู่เราใช้เวทไม่ได้” ทรงไม่ได้รอให้อีกฝ่ายตอบรับ “เป็นเพราะนางปีศาจที่เจ้าเคยบอกหรือ”

ไกริชาเลิกคิ้ว คล้ายไม่เข้าใจคำถาม

“เจ้าเคยบอกว่านางพยายามขโมยพลังเวทของท่านพี่ ...ของอาณาจักร” เจ้าชายไซนาทรงย้ำถาม

ชายหนุ่มเข้าใจทันที พระราชโอรสพระองค์เล็กทรงโยงมั่วเรื่องราวและปะติดปะต่อไปทางอื่น กระนั้นใช่ว่าเขาควรปฏิเสธ “ใช่แล้วขอรับกระหม่อม นางพยายามครอบงำทั้งดินแดนเพื่อช่วงชิงธาตุกมล”

“เจ้าจะให้เราทำการใด ตอนนี้เราพร้อมแล้ว”

ถ้าเจ้าชายลำดับที่สองรู้จักตริตรองได้ถึงครึ่งของพระเชษฐา แผนการของเขาคงไม่สำเร็จง่ายดายอย่างนี้ ไกริชายกยิ้ม สีหน้าแสดงความซาบซึ้งต่อพระราชโอรสในราชาเคซินเป็นที่สุด

 

##### - ขอขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม - #####

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น