ตำนานเมืองแห่งเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,387 Views

  • 94 Comments

  • 235 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    252

    Overall
    13,387

ตอนที่ 151 : ตำนานที่ 151 ตัวปลอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 เม.ย. 62

ตำนานที่ 151 ตัวปลอม

 

เมื่อนักเวทฝ่ายปรปักษ์ผู้ทำหน้าที่ป้องกันวงแหวนคาถาฝ่าหนีออกไป นั่นจึงเป็นโอกาสของพวกเขา

เจ้าพนักงานเวทผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำลายวิหายสะของเฮมากรูเข้าไปล้อมรอบวงแหวนเวท พวกเขาเอ่ยถ้อยคาถาบันดาลอักขระมนตราให้บังเกิด อานุภาพพลังสำแดงเชื่อมโยงโอบล้อมตราเวท อำนาจมนตราคล้ายลูกพายุลอดหายไปใต้พื้น แต่แท้ที่จริงแล้ว มันหายเข้าไปในพื้นที่พิเศษของหญิงสาวคนร้าย

“เจ้าและคีรันออกไปก่อน” วิรายุร้องสั่งนาญิกา เฮมายืนอยู่หน้าประตูไม้ พื้นที่เหยียบยืนของวิหายสะไหวยวบยาบ เนื่องจากโดนอำนาจของผู้อื่นรบกวนปั่นป่วน วิรายุคลายคาถาที่สะกดเจ้าชายไซนาและนักเวทจากสังกัดปราชญ์ จากนั้นก้าวไปสมทบกับเฮมา

ส่งสองคนนั้นออกไปเขาพูดก่อนก้าวผ่านประตูออกไปยังพื้นที่ด้านนอก

ด้วยเหตุนั้น เมื่อเจ้าชายไซนาและเจ้าพนักงานเวทหญิงรู้สึกตัวอีกครั้ง พวกเขาจึงอยู่กลางวงล้อมของทหารและนักเวทหลวง ตกอยู่ในอาณาเขตซึ่งระงับการใช้พลังเวทและโดนสวมตรวนอย่างรวดเร็ว

กระไรกัน ปล่อยเรานะ เหตุใดถึงได้มาจับเราเจ้าชายไซนาทรงร้องโวยวาย

แต่ที่ทุกคนเห็น ผู้ที่กำลังส่งเสียงอยู่นั้นคือบุคคลซึ่งพวกเขาตามล่าจับตัวมาตั้งแต่เมื่อวาน

พระราชโอรสพระองค์เล็กทอดพระเนตรเหตุการณ์ด้วยความงุนงงไม่เข้าพระทัย อีกครู่หนึ่งถึงได้รู้สึกแปลกประหลาด ตำแหน่งสายตาของพระองค์เปลี่ยนไปจากเดิม แม้พระวรกายกำลังเติบโตไม่ใช่ผู้เยาว์ แต่ความสูงของพระองค์ไม่ถึงขั้นสามารถมองเห็นศีรษะของเหล่าทหารในระดับสายตา

เกิดกระไรขึ้นกับร่างกายของเราทรงร้องถาม แต่ไม่มีผู้ใดส่งเสียงตอบกลับมาอยู่ดี พวกเขาทำเพียงปรายตามองไม่พูดพร่ำเพรื่อ

มีนักเวทอีกกลุ่มนำตัวเจ้าชายไซนาและหญิงสาวผู้ถูกจำแลงหน้าตาให้เหมือนเฮมา กลับไปยังลานสนามในรณสถาน

ปราชญ์ทั้งแปดยืนรออยู่แล้ว รวมทั้งพระเชษฐาของพระองค์

ท่านพี่ช่วยข้าด้วย เกิดเรื่องใดขึ้นไม่รู้ตรัสทันควัน พลางพยายามรั้งสะบัดพระวรกายให้พ้นจากการจับกุม ทรงเห็นพระเชษฐาขมวดคิ้ว

น้องไซนา?”

ใช่ขอรับ ข้าเองผู้เป็นอนุชารีบตอบรับ

ไซนา? หมายความว่าอย่างไรวิรัจส่งเสียงถามขณะที่เจ้าชายอัสศาทรงพยายามเขม็งมองตรวจสอบนักเวทซึ่งรวมตัวอยู่ในบริเวณนั้น

เจ้าชายอัสศาทรงผายพระหัตถ์เชิญเหล่าปราชญ์ให้เดินห่างไปอีกทางพวกท่านคงได้รับรายงานแล้วเรื่องที่วิรายุใช้เวทแปลงกายได้

หมายความว่าไซนาโดนวิรายุร่ายเวทใส่เพื่อหลอกพวกเราว่าเป็นเขา

ใช่ขอรับ พระปิตุลาได้โปรดเรียกรวมเจ้าพนักงานเวทและทหารทั้งหมดที่ปฏิบัติการวันนี้ด้วยขอรับ

ประเดี๋ยวก่อนรศวัตพูดขัดฝ่าพระบาททราบได้อย่างไร พวกเราซึ่งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดทราบสักคน

เพราะเสียงและสังเกตจากไอเวทขอรับรับสั่งตอบพร้อมพยายามข่มสีหน้าเหนื่อยหน่ายที่อาจปรากฏอันเนื่องจากคำถามซักไซ้คล้ายไม่เชื่อใจ

เรียกเจ้าพนักงานเวททุกคนกลับมาก่อน เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง ไว้ให้นักเวทผู้อื่นตรวจสอบอีกรอบวิรัจตัดบท

คำสั่งเรียกตัวถูกกระจายออกไป

พระราชโอรสพระองค์โตทรงใช้อำนาจจิตสมาธิมองหากลุ่มคนร้ายที่อาจแฝงตัวอยู่ในหมู่เจ้าพนักงานของหลวง แต่เพราะการเดินทางมายังอาคารรณสถานของพวกเขาต่างล้วนใช้พลังคาถา ไอเวทและเรณุธาตุย่อมคละคลุ้งกระจายไปทั่ว ส่งผลให้ไม่อาจตรวจหาพวกเขาได้พบ

ขณะเดียวกัน เรื่องที่จับกุมวิรายุและเฮมาได้แล้วเริ่มแพร่กระจายไปปากต่อปาก

เงียบก่อน!” ปราชญ์มนตราห้ามปรามการสนทนา เสียงของเขาดังก้องด้วยอานุภาพฤทธา

ทั้งเหล่าทหารและเจ้าพนักงานเวทจึงขยับตั้งแถวพร้อมอยู่ในความสงบเพื่อรอรับคำสั่งต่อไป

“อย่าประกาศบอกเรื่องที่พวกเราทราบว่าเขาใช้เวทกับน้องไซนานะขอรับ” เจ้าชายอัสศาทรงกระซิบสนทนา

“เรารู้” วิรัจตอบ

ยามนั้นเจ้าชายไซนาในรูปร่างหน้าตาคล้ายวิรายุยังคงถูกสวมตรวน แถมด้วยคาถาระงับวาจาไม่ให้ส่งเสียงเอ็ดตะโร

“แล้วเจ้าเห็นผู้ใดที่สมควรจะเป็นเขาหรือไม่”

“ไม่ขอรับ เพราะพวกเขาต่างใช้คาถา”

ปราชญ์มนตราพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

ระหว่างนั้น รศวัตได้ก้าวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมพูดรายงานว่า “ให้คนไปตรวจดูที่คฤหาสน์อีกหนแล้วขอรับกระหม่อม ไม่พบผู้ใด”

“ถ้าพวกเขาไม่อยู่ในลานสนามแล้ว ย่อมต้องอยู่ในตัวเมือง”

“เกล้ากระหม่อมมีแผนการหนึ่งต้องการนำเสนอ” เจ้าชายอัสศารับสั่ง “การที่วิรายุใช้เวทจำแลงกับน้องไซนาเพราะต้องการให้พวกเราเข้าใจผิด อย่างน้อยคงต้องการถ่วงเวลา อย่างมากคือให้น้องไซนาโดนตัดสินรับโทษแทน”

“ถ้าเป็นกรณีอย่างมาก เจ้าตัวจะพ้นโทษ ซ้ำร้ายยังกลับมาปรากฏตัวในเมืองได้ตามปกติเนื่องจากมี วิรายุ อีกคนคอยรับโทษแทน” ยูซิตกล่าวเสริม

“และแผนการที่ฝ่าพระบาทมีพระดำริคือ?” ปราชญ์แห่งนครถามต่อ

“ให้เขาเข้าใจว่าพวกเราหลงกล และทำให้บังเกิดกรณีอย่างมาก”

“แล้วดัดหลังคอยจับตาการเคลื่อนไหวของพวกเขา”

“ถ้าเขาไม่ยอมปรากฏตัวเลยล่ะ” รศวัตถามบ้าง

“ไม่ว่าอย่างไรเขาย่อมต้องติดต่อกับสกุล หรือลูกน้องในอาณัติที่ทำงานให้ ถ้าจับตาดูไว้ ไม่ว่าอย่างไรย่อมต้องพบตัว”

“พวกท่านคิดเห็นว่าอย่างไร” วิรัจถามความคิดเห็นจากปราชญ์ทุกลำดับ ครั้นไม่มีผู้ใดแย้งจึงตกลงตามนั้น

“จะบอกอนุชาของเจ้าหรือไม่” ปราชญ์มนตราเอ่ยถาม

“ไม่ควรบอกขอรับ”

“เจ้าชายลำดับที่สองคงส่งเสียงโวยวายไม่หยุด” กระนั้นรศวัตกลับไม่แย้งความคิดเห็นดังกล่าว เขาก้าวเท้าตามปราชญ์มนตราเพื่อประกาศผลสำเร็จในการจับกุมวิรายุและเฮมา ก่อนแจ้งให้เจ้าพนักงานทุกคนแยกย้าย

เจ้าชายไซนาอยู่ในที่แห่งนั้นย่อมรับรู้ด้วยเช่นกัน ทรงแสดงอาการฮึดฮัดไม่พอพระทัย ต่างจากพนักงานเวทหญิงที่ยังคงนิ่งเงียบ ทั้งสองคนถูกพาตัวไปคุมขังยังที่ทำการสังกัดปราชญ์

ไกริชา!” พระราชโอรสทรงตะเบ็งเสียงทันทีเมื่อได้อยู่ในห้องขังเพียงลำพัง และทรงทำเพื่อระบายความหงุดหงิดด้วยประการหนึ่ง

ชายหนุ่มเจ้าของนามปรากฏกายพร้อมค้อมศีรษะคำนับ

“ไปบอกท่านพี่ให้เราหน่อย คนที่ถูกขังอยู่คือเรา ไม่ใช่เจ้าวิรายุ หรือไม่ก็คลายคาถาให้เราก็ได้” ถึงเจ้าชายไซนาจะไม่เฉลียวฉลาด แต่ยามนี้ทรงแน่พระทัยแล้วว่ารูปร่างหน้าตามิใช่ตน ซ้ำร้ายยังเหมือนคนร้ายที่เหล่าพนักงานเวทวิ่งวุ่นตามจับไปทั่วเมือง

“เจ้าชายอัสศาไม่ประสงค์พบเกล้ากระหม่อม รวมถึงเกล้ากระหม่อมไม่อาจคลายคาถาด้วย”

“เพราะเหตุใดเล่า”

“ฝ่าพระบาทจะให้เกล้ากระหม่อมตอบสาเหตุของคำถามใดก่อน”

“เอาเรื่องคลายคาถาก่อน ไหนว่าตัวเจ้ามีพลังมากมาย”

“มีมากมายแต่มีข้อจำกัดด้วยเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเกล้ากระหม่อมคงช่วยให้ฝ่าพระบาทออกจากวิหายสะของหญิงนางนั้นไปแล้ว ไยต้องบอกแต่ลำดับคาถา แม้แต่จะพยายามช่วยเหลือเจ้าชายอัสศาจากนางปีศาจยังทำไม่ได้”

“แล้วต้องทำอย่างไรข้อจำกัดพวกนั้นจึงจะหมดไป”

“เกล้ากระหม่อมต้องมีกายเนื้อ”

“ใช้ร่างของพระบิดาเราดีหรือไม่ พระศพเพิ่งฝังไปได้ไม่กี่วันคงยังไม่เน่าเปื่อย” เจ้าชายไซนาเสนอแนะรวดเร็ว

“ถ้าจู่ ๆ องค์ราชาฟื้นขึ้นมา ผู้คนจะไม่ตกอกตกใจหรือ”

“นั่นสิ” ทรงบ่นพึมพำ

“อีกข้อ มิใช่ว่าได้กายเนื้อมาแล้วจะใช้งานได้เลย จำต้องมีการร่ายคาถาด้วย” ไกริชาเห็นผู้ดำรงพระยศมีท่าทีสนพระทัยจึงกล่าวต่อ “เกล้ากระหม่อมเลือกคนผู้หนึ่งไว้ในใจแล้ว”

“คนผู้ใด”

“ที่ถามเพราะฝ่าพระบาทจะช่วยเหลือเกล้ากระหม่อม?”

“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น มาถึงขั้นนี้แล้ว”

“เยี่ยงนั้นพวกเราออกจากที่คุมขังนี้กันเถอะ” ไกริชาเอ่ยชวนง่าย ๆ

“เอ๊ะ! ไหนเจ้าว่าอำนาจมนตรามีข้อจำกัด”

“ไม่ได้ใช้พลังเวทของเกล้ากระหม่อม แต่เป็นของฝ่าพระบาทนั่นแหละ”

“เราจะใช้ได้อย่างไรในเมื่อสวมตรวนอยู่อย่างนี้” เจ้าชายไซนาทรงยกเครื่องพันธนาการที่ข้อพระกรให้อีกฝ่ายได้ชม

“สวมได้ ย่อมถอดออกได้ เกล้ากระหม่อมจะเป็นผู้บอกลำดับคาถาให้เอง” ชายหนุ่มยกยิ้มอ่อนโยน ทว่าผู้ฟังกลับบังเกิดความระแวงขึ้นมา ซ้ำร้ายคำถามถัดมายังพานให้ชายหนุ่มอยากจะขมวดคิ้ว

“เจ้าเป็นผู้บอกลำดับคาถาให้วิรายุใช่หรือไม่”

“เหตุใดเกล้ากระหม่อมต้องทำเยี่ยงนั้น”

“จะไปรู้เรอะ! เราไม่ไช่เจ้า”

ชายหนุ่มกลอกนัยน์ตา รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปชั่วครู่ “เกล้ากระหม่อมไม่ได้เป็นผู้ช่วยเหลือเขา วิรายุมีสายลับทำงานอยู่ในสังกัดปราชญ์ตุลาการ เกล้ากระหม่อมคิดว่าคงเป็นสายลับผู้นั้นที่บอกวิธีปลดตรวน”

“แต่ตรวนนี่ระงับอำนาจเวทแล้วเราจะใช้คาถาถอดตรวนออกไปได้อย่างไร” คำถามข้อสงสัยยังมีตามมาไม่หยุด

“ย่อมทำเช่นเดียวกับอาณาเขตระงับมนตราขอรับกระหม่อม บางผู้คนใช้พลังเวทแทรกแซงอาณาเขตได้ฉันใดย่อมฉันนั้น ฝ่าพระบาทยังมีพระปุจฉาอีกหรือไม่” ไกริชาพยายามตอบคำถามอย่างใจเย็น

เจ้าชายไซนาทรงหรี่พระเนตรพยายามจับพิรุธชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตกลงอนุญาตให้อีกฝ่ายบอกลำดับคาถา

ทรงกล่าวคำอักขระตามที่เขาบอก ทำให้พริบตาต่อมาตรวนระงับพลังหลุดร่วงตุ้บไปกองกับพื้น

“ทำได้จริง ๆ ด้วย”

“เก็บตรวนไปด้วยขอรับกระหม่อม ออกไปคราวนี้ พวกเราจะไปจับเจ้าวิรายุกลับมาด้วย”

“แต่เจ้าบอกว่าวิรายุรู้วิธีถอดตรวน?”

“ย่อมต้องเปลี่ยนคาถาผนึกที่ใช้กับตรวนเสีย”

เจ้าชายไซนาพยักพระพักตร์รับไม่ได้ถามต่อ ทรงเก็บตรวนไว้ในวิหายสะ และพยักพเยิดส่งสัญญาณว่าพร้อมเดินทาง

อีกพักใหญ่ต่อมาพวกเขาจึงปรากฏตัวในป่านอกเมืองหลวง เจ้าชายไซนายังทรงอยู่ในรูปร่างของชายหนุ่มผู้เป็นอดีตรองแม่ทัพทิศประจิม รวมถึงยามนั้นดวงสุริยาลดความร้อนแรงลงมาก ท้องนภาสีฟ้ากระจ่างเริ่มหม่นเข้มตัดกับสีส้มทางปลายขอบทางทิศตะวันตก

“แล้วรู้หรือว่าพวกมันอยู่ที่ใด”

“ถ้าเป็นกรณีนี้ อำนาจของเกล้ากระหม่อมย่อมใช้งานได้”

“ดี! จงนำทางเลย” เจ้าชายไซนาทรงกระตือรือร้นเต็มที่ หมายมั่นว่าหนนี้พระองค์จะไม่พ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายอีก

หลังออกมาจากห้องคุมขัง เจ้าชายพระองค์เล็กไม่ทรงทราบว่าพระเชษฐาเสด็จไปหา ครั้นประตูห้องขังถูกเปิดและปรากฏว่าภายในว่างเปล่า เจ้าชายลำดับที่หนึ่งได้แต่ยกพระหัตถ์กุมขมับ แม้ยังไม่ทราบว่าองค์อนุชาหายไปได้อย่างไร แต่เหตุการณ์ในช่วงนี้ทั้งหมดย่อมต้องเกี่ยวข้องกับผู้ต้องข้อกล่าวหาคดีพลั้งมือสังหารองค์ราชาในการประลอง

เจ้าชายอัสศาประทับนิ่งใคร่ครวญพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ก่อนสั่งให้นายทวารเปิดห้องขังอีกห้องเพื่อตรวจสอบ

หญิงที่ถูกร่ายเวทแปลงกายเป็นเฮมายังคงอยู่ ดังนั้นไม่มีทางที่วิรายุจะมาชิงตัวเจ้าชายไซนาออกไป และยิ่งไม่มีทางที่องค์อนุชาจะปลดตรวนและออกไปด้วยองค์เอง

ฉับพลัน นามของบุคคลหนึ่งได้ผุดขึ้นในพระดำริ

เภคิน?

จากนั้นเสด็จเข้าไปในห้องที่เคยคุมขังพระอนุชา แสดงอาการคล้ายประสงค์ตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้นายทวารสงสัย ก่อนเปล่งนามด้วยเสียงกระซิบ

“เภคิน” ลองเรียกอีกสองสามครั้ง อีกฝ่ายก็ไม่มาปรากฏตัว

สุดท้ายคงได้แต่แจ้งเหล่าปราชญ์ให้ทราบ

 

##### - ขอขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม - #####

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น