ตำนานเมืองแห่งเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,479 Views

  • 96 Comments

  • 240 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    58

    Overall
    13,479

ตอนที่ 147 : ตำนานที่ 147 ไม่มีมิตรแท้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 เม.ย. 62

ตำนานที่ 147 ไม่มีมิตรแท้

 

อาตมันสาวควบคุมเรณุธาตุใต้อาณัติ สั่งการมันให้เคลื่อนไหวโอบล้อมแก้วมณี แต่เพราะมันเคลื่อนที่ล่องลอยด้วยฤทธาเวทของเภคิน อำนาจของหญิงสาวจึงต้องปะทะกับพลังของอีกฝ่าย เกิดเป็นเหตุการณ์ยื้อแย่งที่ทั้งสองฝั่งต่างไม่มีผู้ใดยินยอม ต่างฝ่ายต่างทุ่มเทอิทธิฤทธิ์เพื่อช่วงชิงศิลาอันเป็นศูนย์รวมกฤดาภินิหาร

แม้ทั้งคู่จะใช้เพียงฤทธิ์เดชพลังเวททว่ากลับส่งผลกระทบมหาศาล

ประการแรก อำนาจของกัลดริกาถูกผนึกไว้ในดินแดนสัมฤทธิ์ พลังเวทของนางถูกลดทอนลงตามประสิทธิผลมนตราควบคุมในแต่ละเขตแดน และถูกยับยั้งเบ็ดเสร็จด้วยน่านอาณาเขตซึ่งตราประทับเชื่อมต่อระหว่างผืนป่าด้านหลังพระราชวังกับอาณาเขตเรียนรู้ชั้นต้น

ดังนั้นสาเหตุที่อาตมันสาวใช้อำนาจเวทควบคุมเรณุธาตุได้ นั่นเพราะนางใช้ร่างของเจ้าชายอัสศาเป็นตัวกลางเชื่อมโยง และไม่ว่าสิ่งของใดล้วนแต่มีขีดจำกัดความสามารถในการรองรับพลังเวท พระราชโอรสในราชาเคซินย่อมเป็นเช่นเดียวกัน

ในยามนั้น ความเจ็บปวดที่พระหัตถ์อันเกิดจากถูกฝืนดึงธาตุกมลกลับคืนแทบเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะเมื่อกัลดริกาพยายามขยายอำนาจพลังเพื่อต่อกรกับเภคิน มันทำให้พระองค์ต้องพบกับความทรมานที่สากรรจ์มากกว่านัก

ประการที่สอง ทั้งที่เภคินใช้อำนาจเวทสร้างพื้นที่ซ้อนทับสำหรับการคลายคาถา กระนั้นพลังของพวกเขายังทำให้เกิดความปั่นป่วนจนผู้คนในอาณาจักรอารุดีเวียสัมผัสได้ เสียงลั่นครืนกัมปนาทคล้ายฟ้าผ่าปลุกให้ชาวเมืองตื่นจากนิทรา ทหารยามประจำหอคอยศิเวดัสเห็นแสงแปลบวาบอุบัติขึ้น โดยมันทิ้งรอยไหม้ไว้บนพื้นหลังประกายแสงหายไป วายุกรรโชกโหมหอบเม็ดฝุ่นให้ลอยคลุ้ง ก่อร่างขยับวูบวาบในเงามืด พานให้ในหัวใจของทหารสองนายเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นตระหนกกลัว

นายทหารหนึ่งในสองคนนั้นบันดาลปักษาเพื่อส่งข้อความเมื่อเขาเรียกสติตัวเองกลับมาได้เล็กน้อย แม้สายตาจะจับจ้องมองประกายแสงวาบ จับอาวุธไว้มั่นโดยไม่ลดความระมัดระวัง

หยุดบัดเดี๋ยวนี้! กัลดริกา! เจ้ากำลังฆ่าอัสศาไม่รู้ตัวหรือ

แล้วอย่างไร ผู้ใดจะตายย่อมไม่เกี่ยวกับข้า

เจ้ากำลังฆ่านาง

ถ้าไม่ต้องการให้นางตาย จงปล่อยธาตุกมลเสียสิ

ทว่าเภคินกลับไม่มีทีท่าลดทอนอำนาจเวทลง ก็ได้! ลองดูสักตั้ง ระหว่างข้ากับเจ้า ผู้ใดจักได้ธาตุกมลไปครอบครอง ข้าแค่ฝืนอดทนให้อัสศาสิ้นลมหายใจ ครานี้เจ้าย่อมไม่มีสิทธิ์ได้สัมผัสธาตุกมลอีก

หลังคำพูดประโยคดังกล่าวจบลงเพียงไม่กี่อึดใจ กัลดริกากลับยอมสลายพลังของตน

ธาตุกมลลอยกลับสู่มือของเภคิน ส่วนผู้เป็นร่างประสานจิตนอนแบ็บกระอักไอโลหิตอยู่กับพื้น

เหตุใดถึงยอมแพ้ง่ายนักเล่า

หึ! เจ้าว่าข้าโหดเหี้ยม เป็นตัวเจ้าที่โหดเหี้ยมเสียยิ่งกว่าข้า นางเป็นคนรักของเจ้าแท้ ๆ ยังกล้าสังหารนางหน้าตาเฉย

ปล่อยให้นางหมดลมหายใจเพื่อแลกกับการสลายตราเวทของเจ้า ข้าว่ามันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม นางหมดลมเพียงไม่นาน ข้ายังสามารถชุบชีวิตนางได้

เจ้า!’ กัลดริกาไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร เพราะมีแต่ตนเองที่เสียเปรียบทุกทาง

ข้ามีข้อเสนอแลกเปลี่ยน เภคินกล่าวต่อด้วยท่าทีเหนือกว่า ข้ายังยืนยันว่าจะคืนธาตุกมลให้ แต่เจ้ามีหน้าที่ต้องสลายผลสัมฤทธิ์โทสะเวทที่เจ้าร่ายทำร้ายข้าให้หมด

เอ๊ะ!’ คำอุทานของอาตมันสาวแฝงสำเนียงสะใจ ดวงจิตของนางเปี่ยมด้วยความขุ่นเคืองที่มีต่อเจ้าเพราะเวทของข้าจริง ๆ หรือนี่ อย่างนั้นแสดงว่าผู้ที่ช่วยเหลือยามเมื่อเจ้าถูกเพลิงโทสะเผาผลาญย่อมต้องเป็นนาง

เภคินไม่กล่าวตอบ

ข้าไม่ทำ! ไยข้าต้องช่วยเหลือมนุษย์ผู้ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของข้าด้วย ตราบใดที่เจ้าไม่มลายย่อยยับ อำนาจคาถาจะไม่มีทางสูญสิ้น

ตามใจ ถึงเจ้าไม่รับข้อเสนอของข้า สักวันเจ้าต้องดับสูญอยู่ดี เมื่อนั้นเวทคาถาก็จะสลายไปเอง

เจ้ามองโลกในแง่ดีไปแล้วเภคิน ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นหรอก เวทเพลิงโทสะจะเผาผลาญมนุษย์ทุกผู้คนที่ครอบครองธาตุกมล

แล้วตอนนี้มันเผาผลาญข้าหรือไม่ล่ะ เภคินยิ้มถาม ข้าไม่ปฏิเสธหรอกนะ เวทของเจ้ายังหลงเหลือผลสัมฤทธิ์ แต่ถ้าเจ้ายังไม่รู้ ดราวันเป็นผู้ใช้เวทที่เก่งกาจและถือครองอำนาจไม่น้อยกว่าเจ้า นางต่างจากเจ้าแค่เพียงนางเป็นมนุษย์เท่านั้น

เภคินเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเจ้าชายอัสศา เขาแบมือเพื่อให้เด็กชายคนที่มาด้วยกันวางมือประกบ เด็กหนุ่มใช้พลังฤทธารักษาอาการบาดเจ็บของผู้ดำรงพระยศ แต่ไม่ได้รักษาจนหายสนิทเนื่องจากเขาต้องการใช้ประโยชน์จากการบาดเจ็บของอีกฝ่าย

เขาลุกขึ้นยืนขยับเท้าพลางวางมือบนสองไหล่ของเด็กชาย ร่างของพวกเขาโปร่งแสงจางลงเรื่อย ๆ ข้าจะให้เวลาเจ้าตัดสินใจ... มีเวลาตราบนานเท่านานเลยล่ะ

พื้นที่ทับซ้อนซึ่งเภคินสร้างไว้สลายไปด้วย พระสรรพางค์ของเจ้าชายพระองค์โตจึงปรากฏในครรลองสายตาของเหล่าทหาร ลักษณะบรรทมนิ่งคว่ำพระพักตร์อยู่บนพื้นกลางจัตุรัส

“นั่นคนรึ” เสียงหนึ่งร้องทัก

แต่บุคคลซึ่งวิ่งเข้าไปถึงร่างที่นอนอยู่เป็นอันดับแรกคือเจ้าชายลำดับที่สอง พระแสงดาบถูกเรียกมาไว้ในพระหัตถ์เพื่อป้องกันภัย

เหตุพิบัติฟ้าดินสะเทือนปลุกคนทั้งเมืองหลวง หนึ่งในนั้นย่อมมีเจ้าชายลำดับที่สองรวมอยู่ด้วย พระองค์กำลังพะวงอยู่กับการตามจับคนร้าย ฉะนั้นแม้บรรทมก็ยังหลับไม่สนิท แต่เพราะท่านปราชญ์ทุกลำดับลงความเห็นกันว่าให้เริ่มปูพรมค้นหาตั้งแต่วันพรุ่ง เจ้าชายไซนาถึงได้ยอมกลับไปหลับไปนอน ครั้นมีเหตุการณ์แปลกประหลาดจึงรีบออกมาจากพระราชวัง

ทว่า ณ ที่แห่งนั้นไม่ได้มีเพียงเจ้าชายลำดับที่สอง ยังมีปราชญ์สามลำดับแรก รวมถึงปราชญ์ตุลาการ

“ท่านพี่!” เจ้าชายไซนาทรงร้องเรียก เมื่อพยุงร่างอีกฝ่ายขึ้นและเห็นพระพักตร์ แสงจากโคมตะเกียงยังทำให้เห็นโลหิตกองใหญ่บนพื้น

“ท่านพี่ ท่านพี่ขอรับ” องค์อนุชาทรงขานเรียกซ้ำ

“ใจเย็นขอรับกระหม่อม” ปราชญ์ตุลาการเอ่ยห้ามพลางตรวจชีพจร “ยังทรงหายใจ ถ้าอย่างไรพาไปที่ทำการสังกัดปราชญ์แพทยาดีกว่าขอรับกระหม่อม”

“เราพาพวกท่านไปเอง” รับสั่งก่อนสร้างวงเวทเคลื่อนย้าย ทรงแผ่ขยายขอบเขตผลสัมฤทธิ์จนครอบคลุมทุกคนก่อนสั่งให้คาถาสำแดงผล พริบตาถัดมาเบื้องหน้าได้กลายเป็นอาคารสูงสี่ชั้น

ผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวให้แพทย์และมีเจ้าพนักงานอีกคนคอยทำหน้าที่จดบันทึก เจ้าชายไซนากับเหล่าปราชญ์ยืนอยู่ข้างเตียงอีกฝั่งเพื่อรอฟังผลตรวจอาการ

แพทย์ผู้รักษาเริ่มจากการตรวจสอบสภาพภายนอกที่มองเห็น

“หลังพระหัตถ์ขวามีบาดแผลคล้ายไฟไหม้ มีโลหิตในพระโอษฐ์และช่องพระนาสิก”

สำหรับการตรวจวินิจฉัย นอกจากใช้วิธีสังเกตลักษณะอาการซึ่งมองเห็นด้วยตาเปล่า ยังสามารถใช้เวทตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย

“อวัยวะภายในบอบช้ำคล้ายโดนกระแทกอย่างรุนแรง และพระวรกายอ่อนล้า” ก่อนหันไปถามเชิงขอความคิดเห็นกับปราชญ์มนตราผู้เป็นพระปิตุลา “ใช้เวทรักษาบาดแผลไฟไหม้เลยนะขอรับกระหม่อม” กระนั้นผู้ตอบคำถามกลับเป็นเจ้าชายพระองค์เล็ก

“รักษาเลยสิ ไยต้องรอคำอนุญาต”

“ทำตามนั้น” วิรัจกล่าวย้ำอีกหน

ผู้ทำหน้าที่แพทย์ยกพระหัตถ์ขวาพลางลากมือของตนผ่านบาดแผลครั้นเลื่อนพ้น ร่องรอยที่เคยมีกลับหายไปทันควัน จากนั้นย้ายมือวางทาบกลางพระอุระ ใช้พลังเวทอีกหนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

“ถึงอย่างไรคงต้องพักฟื้นสักสองถึงสามวันขอรับกระหม่อม” เขากล่าวบอกหลังคลายมนตรา “สามารถพาเจ้าชายลำดับที่หนึ่งกลับได้เลยขอรับกระหม่อม”

 “แต่ท่านพี่ยังไม่ฟื้นเลยนะ” เจ้าชายพระองค์เล็กทรงโวยวาย

“ท่านแพทย์เพิ่งบอกเมื่อครู่ ว่าเจ้าชายลำดับที่หนึ่งพระวรกายอ่อนล้า เขายังไม่ฟื้นมาตอนนี้หรอกไซนา” ปราชญ์มนตราพูดอธิบาย “กลับเถอะ อาจะให้คนไปส่งพวกเจ้า”

“ขอบพระคุณขอรับ” เจ้าชายไซนาทรงค้อมพระเศียร

เจ้าพนักงานเวทในสังกัดปราชญ์มนตราพาเจ้าชายอัสศาไปส่งถึงตำหนัก บังเอิญพบกับอิคาลาซึ่งกลับมาหลังจากออกไปสังเกตการณ์นอกพระราชวังพอดิบพอดี

“เจ้าชาย! เกิดกระไรกันขึ้นขอรับกระหม่อม”

“เราประสงค์จะถามท่านพี่เช่นกัน” พระราชโอรสพระองค์เล็กทรงบอกเล่าเหตุการณ์คร่าว ๆ และยังประทับรั้งรออยู่ในห้องบรรทมของพระเชษฐาไม่ยอมเสด็จกลับ พลางตรัสกับองครักษ์ทั้งสอง

“อีกชั่วพักใหญ่กว่าฟ้าจะสาง พวกเจ้ากลับไปนอนเถอะ”

“ไม่เป็นไรมิได้ขอรับ พวกเกล้ากระหม่อมมีหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยของเจ้าชายอัสศา แต่กลับปล่อยให้พระองค์ต้องบาดเจ็บถึงสองครั้งสองครา พวกเกล้ากระหม่อมคิดว่าสมควรดูแลเจ้าชายอัสศาให้ใกล้ชิดกว่าเดิม”

“หน้าที่นั้นน่ะ พระบิดาเป็นผู้สั่งการใช่หรือไม่ แต่ตอนนี้พระบิดาไม่อยู่แล้ว ยังต้องทำด้วยรึ”

“แต่พวกเกล้ากระหม่อมยังได้รับเบี้ยหวัดอยู่ทุกเดือน”

“ถ้าพูดไป พวกเกล้ากระหม่อมเทียบเท่าข้าหลวงติดตามของฝ่าพระบาท เพียงแต่เจ้าชายอัสศาไม่ใคร่ให้ข้ารับใช้คนใดเข้าไปยุ่มย่ามยามที่ทรงจัดการธุระส่วนพระองค์” บิซิลเอ่ยขยายความ

เจ้าชายไซนาทรงพยักพเยิดรับรู้ “ถึงกระนั้นก็กลับไปนอนเถอะ เราจะนอนต่ออีกเล็กน้อยเช่นกัน” พลางทำท่าจะเอนองค์ลงบนพระแท่นบรรทมเดียวกับพระเชษฐา

ไม่ดีขอรับกระหม่อม” สององครักษ์ร้องปรามเสียงหลง

“ในตำหนักยังมีห้องว่าง อย่างไรขอทูลเชิญฝ่าพระบาทไปประทับที่ห้องอื่น” บิซิลรีบกล่าว

ต่อให้ราชาเคซินสวรรคตไปแล้ว รวมถึงบัลลังก์องค์ราชาอาจต้องเปลี่ยนมือไปสู่ผู้อื่น แต่พระยศของเจ้าชายทุกลำดับยังคงเดิม และพระราชวังหลวงยังคงเป็นที่ประทับขององค์ราชินีกับพระราชโอรสจนกว่าจะมีการสถาปนาราชาองค์ใหม่

“ไม่เป็นไร เรานอนกับท่านพี่ได้ ตอนเข้าทดสอบในเขตแดนเวทพิจัยเราก็นอนกับท่านพี่”

แต่อิคาลาทำหูทวนลมไม่ยอมรับคำปฏิเสธ สาวเท้าเข้าไปแตะประคองให้ผู้ดำรงพระยศลุกขึ้น “ไปบรรทมที่ห้องอื่นดีกว่าขอรับกระหม่อม อย่าต้องมาเบียดกับพระเชษฐาให้อึดอัดเลย เจ้าชายอัสศาจำต้องได้รับการพักผ่อนมิใช่หรือ”

เจ้าชายไซนายังทรงบ่นโต้เถียง แต่เพราะโดนรุนพระขนองให้ก้าวพระบาท แถมสององครักษ์ยังพูดคะยั้นคะยอรบเร้าไม่หยุดปาก สุดท้ายพระราชโอรสพระองค์เล็กจำต้องยอมไปบรรทมยังห้องอื่น

อย่างไรก็ดีเมื่อทรงลืมตาตื่นอีกครั้งเมื่อรุ่งอรุณมาเยือน เจ้าชายไซนารีบเสด็จตรงดิ่งไปยังห้องพระเชษฐาทันที ทว่าเมื่อผลักบานทวารและทรงพระดำเนินเข้าไปกลับไม่พบผู้เป็นเจ้าของห้อง

“ท่านพี่ออกไปแล้วหรือ” พระองค์เสด็จออกมาถามนายทวาร

“เจ้าชายอัสศายังไม่ได้เสด็จออกมาจากห้องเลยขอรับกระหม่อม”

เมื่อได้รับคำตอบจึงกลับเข้าไปด้านใน ทรงหันซ้ายหันขวาก่อนพระดำเนินตรงไปยังห้องสรง ผลักบานทวารด้วยความเคยชิน ทว่ามันกลับถูกขัดกลอนไว้

“ท่านพี่อยู่ด้านในหรือขอรับ” ไม่เพียงแต่ส่งเสียงตะโกนเรียก ยังทรงทุบบานทวารไปด้วย ทำเช่นนั้นอยู่หลายอึดใจกว่าผู้ที่อยู่ด้านในจะเปิดออกมา

“น้องเตรียมตัวเสร็จนานแล้วหรือ” ทว่าผู้ที่เจ้าชายไซนาต้องการพบพระพักตร์ยังแต่งองค์ไม่เรียบร้อย ทรงสวมเพียงพระภูษาตัวยาวซึ่งคลุมถึงครึ่งพระชงฆ์ เนื้อผ้าที่ใช้ตัดเย็บบางลื่นจนทำให้มันแนบไปกับพระวรกาย

“ท่านพี่... นะ... หน้าอกของท่าน”

เจ้าชายอัสศาพระทัยหายวาบ กระนั้นยังตีสีพระพักตร์เรียบเฉย “พี่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ น้องรออีกสักประเดี๋ยวนะ” ดึงบานทวารปิดพร้อมขัดกลอน ก่อนทรงพระดำริสนทนากับอาตมันสาว

“ท่านกัลดริกา มนตราที่ใช้จำแลงเป็นชายเสื่อมหรือ”

แต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาจนพระองค์ต้องขานเรียกอีกสองสามหน

“ท่านกัลดริกา!

“มิได้เสื่อมหรอก แต่เป็นข้าที่ไม่คิดให้เจ้าใช้พลังของข้าแล้ว”

“ไยต้องทำเช่นนั้น”

“แล้วเหตุใดเมื่อราตรีวานเจ้าต้องปฏิเสธความต้องการของเภคิน”

“สิ่งที่เขาต้องการให้เราทำ ไม่ต่างจากการสั่งให้เราสังหารคนผู้หนึ่ง”

“เจ้าปฏิเสธหนนี้คิดหรือว่าจะมีโอกาสนำธาตุกมลมาคืนข้าอีก”

องค์ราชนิกุลไม่มีคำตอบให้นาง เภคินระมัดระวังทุกฝีก้าว ขนาดตราเวทสัญญายังกำหนดเงื่อนไขไว้มากมาย

“ถ้าท่านไม่ให้เราหยิบยืมพลังเวทในการคงคาถาจำแลงเป็นชาย เราคงต้องขอให้ท่านลบตราเวทออก”

“เจ้าคิดต่อรองกับข้าเรอะ”

“เรามิได้ต่อรอง แต่เราไม่เคยพูดว่าจะล้มเลิกการนำธาตุกมลมาคืน ท่านคงต้องเลือก ให้เรายืมพลังเวทโดยแลกเปลี่ยนกับการที่เราพยายามนำธาตุกมลมาคืนท่าน หรือจะให้เราหาทางลบตราเวทบนตัว”

“ข้าเข้าใจแล้ว ไยครั้งหนึ่งพวกเจ้าถึงเป็นคนรักกันได้” เสียงของกัลดริกาฟังคล้ายกำลังกัดฟัน “ได้! ข้ายอมให้เจ้ายืมพลังเพื่อคงคาถา แต่เฉพาะคาถาที่ทำให้เจ้าเป็นชายเท่านั้น ส่วนอำนาจอื่น เจ้าไม่มีสิทธิ์ใช้งานได้อีก!

 

##### - ขอขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม - #####

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น