ตำนานเมืองแห่งเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 13,398 Views

  • 94 Comments

  • 237 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    263

    Overall
    13,398

ตอนที่ 123 : ตำนานที่ 123 โยกย้ายกำลังพล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ก.พ. 62

ตำนานที่ 123 โยกย้ายกำลังพล

 

ขณะที่เจ้าชายทั้งสองพระองค์และพระสหายกำลังพูดคุยถึงเหตุการณ์เมื่อราตรีที่ผ่าน โถงว่าราชการ ณ พระที่นั่งซาพาร์ดินกำลังถกเถียงเรื่องเดียวกัน แต่นอกเหนือจากปราชญ์ทั้งแปด ยังมีแม่ทัพประจำทิศประจิมผู้ดูแลรับผิดชอบทหารประจำเมืองหน้าด่าน เจ้าพนักงานเวทสังกัดปราชญ์แห่งนครซึ่งเป็นผู้ดูแลตรวจสอบบุคคลผ่านเข้าออกประตูเมือง

“ข้าพระพุทธเจ้ายืนยันได้ว่าตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ทหารในความดูแลของข้าพระพุทธเจ้าปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ และนับตั้งแต่มีพระบรมราชโองการห้ามมิให้ผู้ใช้อำนาจอากาศธาตุผ่านเข้าออก ทุกอย่างก็ถูกดำเนินการตามคำสั่ง” แม่ทัพประจำทิศประจิมกล่าวอธิบาย เขามีนามว่าทรัศวิน เป็นชายสูงวัย มีเส้นผมสีขาวแซมบ้างประปราย ทว่าสุขภาพยังแข็งแรง ร่างกายสูงใหญ่ และยืนนิ่งด้วยท่วงท่าสง่างาม

“แล้วท่านว่าศพพวกนั้นเข้ามาอยู่ในอาณาจักรได้อย่างไร” ราชาเคซินมีพระราชดำรัสถาม นับแต่เหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ามืด พระองค์ยังไม่ได้พักผ่อนแม้แต่น้อยเนื่องจากรอติดตามผลและประชุมสรุปการจับกุมกลุ่มโจร

“ข้าพระพุทธเจ้าไม่อาจทราบได้ ไม่แน่ว่าพวกมันอาจใช้วิธีปีนข้ามศิขรินหรือขุดอุโมงค์ช่องทางอื่น”

“ผู้ที่ทำอย่างนั้นได้ก็มีแต่บุตรของท่านเท่านั้นนะแหละ” กราเวนพูด เรื่องสำคัญเช่นนี้ เขาไม่มีทางพลาดเข้าร่วมฟังด้วย แต่บุคคลผู้ซึ่งสามารถรับรู้ถึงตัวตนของเขามีเพียงองค์กษัตริย์เท่านั้น ถ้อยคำของเขาย่อมมีแต่ราชาเคซินที่ได้ยิน อีกฝ่ายเหลือบตามองเขาเล็กน้อย ก่อนหันมองผู้เข้าร่วมประชุมเมื่อปราชญ์มนตราเอ่ยปาก

“เป็นไปไม่ได้ อำนาจน่านอาณาเขตของศิขรินมากกว่าพลังช่วงรอยต่อในเขตแดนเวทพิจัยเสียอีก ผู้ใดจักสามารถข้ามไปข้ามมาหรือขุดอุโมงค์ได้”

“ขออภัยท่านปราชญ์ แล้วท่านจะให้ข้าตอบองค์ราชาเช่นไร ถ้าเรื่องขนสิ่งของต้องห้าม หรือขนศพเข้ามาในอาณาจักรโดยสะดวกสบายก็สมควรสอบถามจากสกุลดารศิญมิใช่หรือ” ทรัศวินแย้ง

“ตามกฎ เมื่อผู้ถือครองอำนาจอากาศธาตุจะผ่านเข้าออก ย่อมต้องแจกแจงรายชื่อของที่มีอยู่ในวิหายสะให้ทราบ หรือแม้แต่ผู้ถือครองแก้วเวหนย่อมต้องทำเช่นเดียวกันไม่ใช่หรือ” ปราชญ์ตุลาการเอ่ยบ้าง

เจ้าพนักงานสังกัดปราชญ์แห่งนครจึงตอบคำถามนั้นแทน “พวกเราตรวจสอบตามหน้าที่ขอรับ มิได้ละเว้นผู้ใด”

“ข้าตรวจรายนามสิ่งของย้อนหลังแล้ว ก็ไม่พบเจอสิ่งใดผิดปกติ” กิตากะผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งปราชญ์แห่งนครพูดเสริม

“เช่นนั้นให้โยกย้ายกลับมาเมืองหลวง ตั้งแต่แม่ทัพกระทั่งทหารลำดับขั้นต่ำสุด รวมถึงเจ้าพนักงานเวทที่ประจำอยู่เมืองหน้าด่านทุกคน ท่านรศวัตและท่านกิตากะพอจะทำให้เราได้หรือไม่” ราชาเคซินตรัสถาม “ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ และเจ้าพนักงานเวทในสังกัดปราชญ์มนตราต้องตรวจสอบศิลาตรวจจับให้เสร็จก่อนด่านเปิดวันพรุ่ง ถ้าเราสั่งเช่นนี้ พวกท่านจะทำได้หรือไม่”

ถึงทิ้งท้ายประโยคด้วยคำถาม แต่กลับไม่มีผู้ใดตอบปฏิเสธ เพราะถ้าโต้แย้ง นั่นเท่ากับกำลังบอกว่าตนไร้ศักยภาพ

การประชุมสิ้นสุดลงหลังจากนั้น

ผู้มีหน้าที่ต้องจัดการต่างแยกย้ายไปคนละทิศคนละทาง

ทรัศวินเดินทางกลับเมืองทางทิศประจิมโดยประตูเวทของร้านขนส่ง และตรงดิ่งกลับค่ายเพื่อแจ้งคำสั่ง การโยกย้ายกำลังพลทั้งกองทัพสร้างความกังขาให้เกิดขึ้นในใจของทุกคน แต่ไม่มีทหารนายใดเอ่ยถาม ตัวเขาเองต้องเตรียมตัวย้ายกลับไปเมืองหลวงเช่นกัน

“เจ้าจะทำเยี่ยงไรต่อ” ทรัศวินพูดถามบุตรชายผู้รั้งตำแหน่งรองแม่ทัพ

“ทำตามแผนเดิมขอรับ” คู่สนทนาไม่มีท่าทีเดือดร้อนเท่าใดนัก “เพราะองค์ราชาจับมือใครดมไม่ได้ถึงต้องย้ายกองทหารชุดเดิมออก เพื่อส่งคนของตนมาตรวจสอบ”

“ถ้าพวกมันมา เจ้าแน่ใจว่าจะไม่พบพิรุธใดใช่หรือไม่”

“ข้าแน่ใจขอรับ”

“ระมัดระวังตัวให้ดี อย่าประมาท” ทรัศวินกล่าวย้ำเตือน

“ทราบขอรับ”

และเนื่องจากพระบรมราชโองการขององค์ราชาเป็นคำสั่งเร่งด่วน เจ้าพนักงานเวทในสังกัดที่เกี่ยวข้องต่างถูกตามตัวมาอย่างพร้อมเพรียง ไม่เว้นแม้แต่เจ้าชายลำดับที่สอง

ปักษาสื่อสารถูกส่งมาแจ้งข่าวยังร้านของครอบครัวดาลัน วงสนทนาของพระราชโอรสทั้งสองพระองค์จึงต้องเลิกราเพียงเท่านั้น และพริบตาต่อมา พวกเขาอันประกอบด้วยองค์โอรส พระสหายเช่นดารากะและองครักษ์ ก็ไปปรากฏตัวยังอาคารรณสถานซึ่งเป็นที่นัดหมายรวมตัว

บริเวณด้านหน้ามีเหล่าทหารและเจ้าพนักงานเวทเดินผ่านประตูเข้าไปในอาคารกันขวักไขว่ ส่วนผู้ถือครองอำนาจธาตุพิเศษทยอยปรากฏตัวขึ้นทีละคนสองคน พวกเขาก้าวเท้าเข้าไปด้านในอย่างรีบร้อน และดูเหมือนว่าการเรียกรวมตัวครั้งนี้จำกัดสังกัดเข้าร่วม

“ต้องขออภัยขอรับกระหม่อม ผู้ที่จะเข้าไปในอาคารได้กำหนดไว้เฉพาะเจ้าพนักงานจากสังกัดปราชญ์มนตรา ปราชญ์กลาโหม และปราชญ์แห่งนครเท่านั้น” นายทวารแจ้งด้วยน้ำเสียงขึงขัง

เจ้าชายอัสศาพยักพระพักตร์รับ ยกพระหัตถ์ส่งสัญญาณให้พระอนุชาแล้วเสด็จอ้อมไปอีกทาง

ทรงใช้ประตูทางเข้าอีกฝั่งซึ่งมีไว้เพื่อรับรองปราชญ์และเหล่าเชื้อพระวงศ์

นายทวารโค้งคำนับเมื่อเห็นพระพักตร์ และปล่อยให้เจ้าชายลำดับที่หนึ่งรวมถึงผู้ติดตามผ่านเข้าไปโดยง่าย พระราชโอรสพระองค์โตเสด็จพระดำเนินไปตามเส้นทางที่คุ้นชิน ทรงพบพระบรมราชบิดาและปราชญ์สามลำดับแรกยังบริเวณมุขเด็จ

“ทิวาสวัสดิ์ขอรับ” เจ้าชายอัสศาตรัสทักทาย บุคคลทั้งสี่จึงหันมามอง พระองค์ค้อมพระเศียรอีกหนก่อนก้าวพระบาทเข้าไปหาองค์กษัตริย์

“น้องไซนาถูกตามตัวมาที่นี่ ลูกจึงติดตามมาด้วย” ทรงแถลงไขก่อนรับสั่งถาม “เกิดเรื่องใดหรือขอรับ”

“เจ้าหายดีแล้วหรือ” ราชาเคซินยังไม่ตอบคำถามแต่มีพระปุจฉาถึงอาการบาดเจ็บ

“ลูกแข็งแรงดีแล้วขอรับ”

องค์ราชาพยักพระพักตร์รับ “พ่อสั่งย้ายกองกำลังทิศประจิมให้กลับเข้าเมืองหลวง”

“เช่นนั้นค่ำคืนนี้ลูกขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตไปเมืองหน้าด่านนะขอรับ”

ราชาเคซินทรงตอบตกลงโดยไม่มีการซักไซ้หาเหตุผล พระปิตุลาผู้ดำรงตำแหน่งปราชญ์มนตรากล่าวเสริมว่า “หัวหน้าหน่วยเครื่องมือเวทจะเดินทางหลังประตูด่านปิด”

“ทราบขอรับ” เจ้าชายพระองค์โตตอบรับพร้อมประสานพระกรคำนับ จากนั้นหันไปทอดพระเนตรในสนามกว้างเมื่อผู้เป็นบิดาชี้ชวน

“นั่นน้องเจ้ากำลังทำสิ่งใด”

ภาพด้านล่างคือ เจ้าชายลำดับที่สองกำลังประทับอยู่หน้ากองทหารซึ่งตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบรอให้เจ้าพนักงานเวทในสังกัดปราชญ์มนตราส่งไปยังลานหน้าค่ายทิศประจิม พระอนุชาทรงทำท่าโบกพระหัตถ์ไล่เจ้าพนักงานคนอื่นให้ถอยห่างออกไป

“คงกำลังทดลองว่าพลังเวทจะใช้งานกับผู้คนได้สักเท่าใดขอรับ”

“ไม่ใช่ว่าเหล่านายทหารจะถูกทิ้งไว้กลางไพรวัน” ราชาเคซินทรงต้องการส่งเสียงหัวเราะขำขันทว่ากลับรู้สึกหนักพระทัยเสียมากกว่า

“น่าจะ... ไม่ขอรับ ถ้าอำนาจเวทพากองทหารไปไม่ถึง น้องน่าจะดึงพวกเขากลับ”

“ทำได้ด้วยหรือ” ผู้ถามคือองค์ราชา กระนั้นไม่ว่าผู้ฟังคนใดก็ให้ความสนใจ

“ตามหลักการแล้วทำได้ขอรับ แต่ลูกไม่แน่ใจเหมือนกันว่าน้องทำได้หรือไม่” คำตอบของเจ้าชายอัสศาแฝงความลังเล แต่ช่วงจังหวะดังกล่าวประจวบเหมาะกับที่เจ้าชายไซนาเริ่มใช้คาถา กลุ่มคนบนมุขเด็จจึงหันมองพื้นที่ด้านล่าง

เจ้าชายไซนาทรงคุกพระชงฆ์ วางพระหัตถ์ทาบบนพื้น

เส้นวงแหวนและอักขระคาถาสำแดงบนปฐพีอย่างรวดเร็วล้อมรอบเหล่านายทหารซึ่งต่างยืนนิ่งด้วยอาการใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ และเพียงพริบตากองทหารหลวงทั้งหมดก็หายวับไปพร้อมแสงเรืองรองจากการใช้อำนาจปาฏิหาริย์ค่อย ๆ เลือนสลาย

ดูเหมือนว่าคาถาของเจ้าชายลำดับที่สองจะปรากฏผลสัมฤทธิ์ดังประสงค์ เนื่องจากพระองค์ก้าวพระบาทไปยืนหน้ากองทหารอีกกองหนึ่งพร้อมเรียกร้องให้เพิ่มจำนวนคน

ระหว่างนั้นราชาเคซินจึงมีพระราชกระแสดำรัสกับพระราชบุตรพระองค์โต “เจ้าพูดว่าน้องกำลังทดสอบพลังเวท?”

“เรื่องกำลังพลของฝ่ายศัตรูขอรับ ฝ่ายนั้นใช้เวทควบคุมศพ ลูกคิดว่าจะแนะนำเวทลบล้างและแทรกแซงให้น้องไซนา”

“จะง่ายดายอย่างนั้นเชียวหรือ”

“ไม่ง่ายขอรับแต่ช่วยลดกำลังพลของอีกฝ่าย” เจ้าชายอัสศาไม่ได้กล่าวขยายความเพราะกลัวว่าจะกลายเป็นการสอนหนังสือสังฆราช

คู่สนทนาเงียบไปอีกพักใหญ่ เจ้าชายอัสศาจึงหันเหพระเนตรทอดมองพระอนุชาที่ยังร่าเริงสนุกสนานอยู่บนสนามด้านล่าง

“เหตุใดเจ้าถึงคิดว่าถ้าใช้อำนาจเหนือกว่าจะหยุดกองกำลังที่ถูกควบคุมได้”

เจ้าชายพระองค์โตมีเหตุผลอยู่แล้วจึงสามารถรับสั่งตอบไปได้ในทันที “เพราะจำนวน ศพ ที่ถูกควบคุมมีมาก และพวกมันใช้ได้แต่ความสามารถติดตัวดั้งเดิม ลูกคิดว่ามันอาจเป็นเพียงคาถาลำดับแรก”

“แค่นั้นบ่งบอกว่าผู้ใช้เวทมีอำนาจแข็งแกร่งแล้วมิใช่หรือ” วิรัจเอ่ยแทรก

“นั่นก็ใช่ขอรับ” เจ้าชายอัสศาทรงกลั้วหัวเราะเสียงเบา “แต่หลานว่าต่อให้อีกฝ่ายมีอำนาจเวทแข็งแกร่ง แต่คงไม่เทียบเท่าพระบิดา พระปิตุลา และน้องไซนาหรอก กระนั้นถ้าใช้คาถาจนควบคุมศพได้มากมาย ก็คงเป็นคาถาประจำตัว”

ที่ทรงใช้คำว่าคาถาประจำตัวเพราะมีการฝึกฝน รวมถึงใช้งานจนคุ้นชินและแม้คาถาควบคุมศพจะกลายเป็นคาถาประจำตัวของนักเวทผู้หนึ่ง แต่มนตราประเภทดังกล่าวไม่นิยมเปิดเผยให้ผู้อื่นรับรู้ ดังนั้นย่อมไม่อาจสืบสาวไปถึงตัวได้

“ช่างประจบนัก” ราชาเคซินเย้า

“แล้วที่พูดชม จะให้อากับพระบรมราชบิดาของเจ้าฝึกใช้เวทลบล้างแทรกแซงด้วยหรือ” วิรัจถามต่อ

“หามิได้ขอรับ ที่หลานกล่าวเพราะเชื่อว่าพลังเวทของน้องไซนาย่อมแข็งแกร่งกว่านักเวทของฝั่งศัตรู”

ราชาเคซินมีพระราชดำริว่า บุตรชายคนโตคงกล่าวชมให้น้องชายฟังด้วยเช่นกัน เจ้าตัวถึงได้สำแดงอำนาจเวทอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะจนป่านนี้ เจ้าชายไซนายังยึดการใช้เวทส่งตัวไว้แต่เพียงผู้เดียว ถ้าไม่ใช่เจ้าชายแล้วไซร้ คงโดนลงโทษกันบ้างแล้ว

“ความคิดของเจ้า พ่อไม่ห้ามแต่จงปรามน้องชายของเจ้าเสียบ้าง ถึงอย่างไรเจ้าทั้งคู่ก็ยังเยาว์นัก”

“ขอบพระคุณที่เป็นห่วงขอรับ” หลังตอบรับเจ้าชายอัสศาทรงบันดาลปักษาสื่อสาร ให้ส่งข้อความแก่พระอนุชา เมื่อได้รับคำตักเตือนเจ้าชายไซนาจึงยอมทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อยแต่โดยดี

“เห็นเช่นนี้ องค์ราชินีคงปวดพระทัย พระนางชอบบ่นอยู่ว่าเจ้าชายไซนาดื้อรั้นไม่เชื่อฟัง” วิรัจชวนราชาเคซินผู้เป็นพระเชษฐาพูดคุย น้ำเสียงเอ็นดูพระภาติยะเป็นอย่างมาก และเมื่อหัวข้อสนทนาถูกเปลี่ยนประเด็น ปราชญ์กลาโหมจึงได้มีโอกาสร่วมบทสนทนาด้วย

ส่วนเจ้าชายพระองค์โตต้องเงียบเสียงไปโดยปริยาย เพราะพระองค์ไม่ค่อยได้พบปะกับหมู่ประยูรญาติมากนัก ทั้งยังเข้าพระทัยเหตุผลต่าง ๆ เป็นอย่างดี

องค์ราชาเสด็จกลับพระราชวังเมื่อการเคลื่อนย้ายกำลังพลเสร็จสิ้น กลุ่มของเจ้าชายอัสศาค้อมคำนับส่งเสด็จ จากนั้นทรงแวะไปยังที่ทำการสังกัดปราชญ์ตุลาการเพื่อตรวจสอบ ศพ ที่ถูกใช้งานก่อนเดินทางไปยังเมืองหน้าด่านเป็นลำดับถัดไป 

 

##### - ขอขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม - #####

ความหมายคำราชาศัพท์

พระภาติยะ            =             หลาน

 

 

สวัสดีนักอ่านทุกท่าน ผู้เขียนมีความยินดีต้องการแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า นิยายเรื่อง ตำนานเมืองแห่งเวท ถูกเขียนจนจบแล้ว (ดีใจเป็นที่สุด) ด้วยความยาวสำหรับการลงเว็บจำนวน 161 ตอน ทั้งที่ตอนปลายปีที่แล้วยังรู้สึกว่าเรื่องน่าจะยืดแต่กลับจบตามที่ตั้งใจไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ บอกได้เลยว่าผู้เขียนทั้งแปลกใจและดีใจ

ต่อไปขอตัดเข้าสู่ช่วงโฆษณา

ขณะนี้ผู้เขียนกำลังเปิดพรีออเดอร์นิยายโดยมีรายละเอียดดังนี้

> จบเรื่องจำนวน 3 เล่ม (จำนวนหน้ารวม 1200+)

> ทั้งชุดราคา 940 บาท

> สั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562

> หนังสือจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2562

> สั่งซื้อและอ่านรายละเอียดการชำระเงินได้ที่นี่

> สั่งซื้อช่วง Pre-Order จัดส่งไปรษณีย์แบบลงทะเบียนฟรี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook 61’- NovelistGroup

ทั้งนี้ นิยายเรื่องนี้จะลงให้อ่านฟรีจนจบ (ตามกำหนดจะลงบทสุดท้ายในวันที่ 30 เมษายน 2562) และปิดตอนหลังจากลงตำนานส่งท้าย โดยจะมีฉบับอีบุ๊กหลังจากรูปเล่มถูกจัดส่งเรียบร้อย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #78 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:02
    เดียวรอซื้ออีบุ๊กนะคะ

    เรื่องนี้อ่านเพลิมมากก
    #78
    1
  2. #76 manmania1980 (@manmania1980) (จากตอนที่ 123)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:46
    ยอดเยี่ยมและขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ
    #76
    1