Justice League : GRAVITA

ตอนที่ 9 : EPISODE 2 : CHAPTER 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    13 พ.ย. 63

EPISODE 2
 

-THE ROUTE-

 

✢ ✢ ✢

 

 

มนุษย์ทุกคนมีเส้นทางที่แตกต่างกันเสมอ

ทุกการตัดสินใจของเราได้สร้างหนทางใหม่

ให้เราได้เสาะแสวงหาผลสำเร็จ

 

บางเส้นทางอาจมีขวากหนามมาขวางกั้น

ขึ้นอยู่กับเราว่าจะถอยหลัง...

 

...หรือหาพร้ามาฟันหนามนั้นทิ้งแล้วเดินผ่านไป

.

.

.

 

 

CHAPTER 8

 

 

“ระดับความเครียดของเธอเพิ่มขึ้นอีกแล้วนะเจด”

น้ำเสียงอันคุ้นหูบ่นขึ้นหลังจากเขาดูผลการตรวจของเด็กสาว ดวงตาสีฟ้างดงามมองภาพฉายโฮโลแกรมอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

 

ใช่...บรูซ เวย์น กำลังตรวจร่างกายของเธออยู่

 

นี่ก็เข้าสู่สัปดาห์ที่สามแล้วนับตั้งแต่ที่เจดมาปรากฏตัวในโลกใบนี้ในร่างของ ‘กราวิต้า’ วายร้ายตัวเอ้ ลูกสมุนของดาร์กไซด์ผู้ยึดครองดวงดาวไปนับไม่ถ้วน

แม้รูปลักษณ์ภายนอกของเธอจะเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบสี่ที่มีดวงตาสีเทาประหลาด ใบหน้ากลมที่เข้ากับแก้มสีชมพูและจมูกรั้นๆ นั่น...

 

คงตัดสินที่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้สินะ

 

“พักนี้เธอนอนไม่หลับเหรอเจด” วิคเตอร์ สโตนเอ่ยต่อจากบุรุษรัตติกาล “อัตราการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินเธอค่อนข้างต่ำเลยนะ”

 

เจดยิ้มแห้งๆ

 

การทดสอบระบบร่างกายของเธอเริ่มต้นขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน หลังจากวันที่พวกเธอกลับมาจากขั้วโลกเหนือได้ประมาณสองวัน เดเมี่ยนได้รายงานผลการทำภารกิจและระดับความสามารถของเธอให้ลีกได้ฟัง ซึ่งนั่นทำให้บรูซสนใจเป็นอย่างมาก เขาจึงตัดสินใจคุยกับลีกเรื่องการพาเธอมาอยู่ที่ถ้ำค้างคาวชั่วคราว

 

และแน่นอน ไม่มีใครแย้งบุรุษรัตติกาลได้...

 

ตัวเจดเองก็ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกลีกในระดับนึง หลังจากที่บรูซได้เปิดเผยถึงความสามารถบางส่วนของเธอกับลีก เช่นการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของเธอก่อให้เกิดการหมุนเวียนขอไอออนที่มากขึ้นในชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้ร่างกายมนุษย์สิ่งมีชีวิตต่างๆ สามารถเกิดการแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอนในระดับอะตอมได้ดีและเร็วขึ้นมาก ทำให้การเกิดปฏิกิริยาเคมีในระดับอะตอมเกิดได้เร็วกว่าเดิมหลายเท่าตัว

 

ว่าง่ายๆ ก็คือพลังของเธอทำให้คนที่บาดเจ็บฟื้นตัวได้เร็วขึ้นนั่นเอง

 

ถึงแม้สำหรับคนที่เรียนวิทยาศาสตร์มาในโลกเก่าอย่างเจดจะไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ดูเหมือนในโลกที่เราเห็นซุปเปอร์ฮีโร่ได้ทั้งในน้ำยันอวกาศ...การฟื้นตัวด้วยการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กไฟฟ้าก็ฟังดูมีเหตุผลขึ้นมาทันที

 

พลังในส่วนนี้ของเธอทำให้ใครหลายคนที่เคยมองเธอว่าเป็น ‘กราวิต้า’ เปลี่ยนใจมามองเธอเป็น ‘เจด ไมเยอร์’ ได้มากขึ้น

 

แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด...

 

อีกเหตุผลหนึ่งที่บรูซพาเธอมาที่คฤหาาสน์เวย์น เป็นเพราะทฤษฎีในการช่วยเหลือ ‘ทิม เดรก’ ของเธอ

 

ทิมได้ถูกกราวิต้าทำร้ายโดยการทรมาณทางจิตใจจนเขาบาดเจ็บสาหัส ส่งผลให้สมองของเขาชัตดาวน์ตัวเองไปเพื่อปิดกั้นบาดแผลทางอารมณ์ ตอนนี้ทิมจึงกลายเป็นเพียงผู้ป่วยติดเตียงที่ทำเพียงนั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่างเท่านั้น

 

เจดยังคงจำวันแรกที่เธอเห็นเขาได้ดี... ที่โรงพยาบาลจิตเวชอาร์คแฮม

 

ร่างผอมแห้งของอดีตเรดโรบินเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาสีน้ำเงินของเขาทอดไปไกลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ใบหน้าของเขาซีดเซียวราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ เขาต้องมีคนคอยป้อนข้าว ป้อนน้ำให้ โดยที่ร่างกายของเขาไม่สามารถทำอะไรเองได้

 

เขาจำไม่ได้ว่าบรูซเป็นใคร...

 

เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยถูกเจ้าของร่างคนเก่าของเธอทำอะไรลงไป...

 

นั่นทำให้เจดต้องเสียน้ำตาอีกครั้งหนึ่ง

 

เธอได้ปรึกษากับบรูซ แบร์รี่ และวิคเตอร์ในเรื่องของการเปลี่ยนสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อเพิ่มการแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอนของสารเคมีในสมองของเขา ซึ่งทั้งสามคนมองว่าทั้งหมดนี้มีความเป็นไปได้ จึงได้ตัดสินใจว่าจะให้เธอมาอาศัยอยู่กับบรูซที่คฤหาสน์ พร้อมทั้งพาทิมกลับมารักษาที่นี่ด้วย

 

“เจด??”

วิคเตอร์เรียกเด็กสาวที่เหม่อลอยไปให้หลุดออกจากภวังค์

 

“เอ๋...อ้อ! ค่ะ! ใช่!” เจดสะดุ้งเล็กน้อย “นอนไม่ค่อยหลับค่ะ”

 

วิคเตอร์ถอนหายใจ คิ้วขมวดลงด้วยความเป็นห่วง

 

“เธอยังเห็นภาพพวกนั้นอยู่เหรอ”

 

เจดพยักหน้า

 

ภาพที่ชายครึ่งหุ่นยนต์ตรงหน้าเธอพูดถึงคือความทรงจำของกราวิต้าคนเดิม ภาพการทำลายล้างดวงดาวต่างๆ ภาพสงครามอันเลวร้าย และเสียงหัวเราะอย่างเลือดเย็นของกราวิต้า

 

เจดเห็นและได้ยินทุกครั้งที่เธอหลับตา

 

เหมือนฝันร้ายที่เธอถูกจับให้นั่งดูมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีวันจบสิ้น

 

“แต่หนูคิดว่าถ้าหนูย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องนี้ได้มันจะจบลงค่ะ”

เจดพูดขึ้นหลังจากเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของชายทั้งสอง

 

“แต่เรารู้ว่าถ้าเธอยังไม่ลดระดับความเครียดของเธอลงล่ะก็ รอบถัดไปที่เธอพยายามจะเปิดประตูมิติ คราวนี้เธออาจจะหลับไปมากกว่าสิบสองชั่วโมงเลยนะ”

สายฟ้าสีแดงเส้นหนึ่งผ่านเข้ามาที่ถ้ำค้างคาวพร้อมกับรอยยิ้มและดวงตาสีฟ้าอันสดใสของแบร์รี่ อัลเลน ชายผู้ว่องไวที่สุดในโลก

 

“แบร์รี่!” เจดร้องด้วยความดีใจ

 

หลังจากที่ลีกเริ่มเปิดใจให้เธอแล้ว เธอก็พบว่าแบร์รี่เป็นชายวิ่งไวที่ใจดีที่สุดในโลก เขากับเธอคุยกันถูกคอมากเรื่องของสปีดฟอร์ซและเรื่องราวในแฟลชพ้อยต์ของแบร์รี่ ดูท่าว่าแฟลชเองก็คงจะอึดอัดที่เขาพูดเรื่องความทรงจำของอีกทามไลน์ที่เขาได้เผชิญหลังจากไปช่วยแม่ของเขากับใครไม่ได้ และเมื่อมีเด็กสาวที่รู้เรื่องราวพวกนี้โผล่มา เขาก็ดีใจถึงขนาดยอมโดนบรูซดุข้อหามัวแต่คุยกับเจดจนไม่ฟังเสียงเรียกของลีกเลยล่ะ

ส่วนเรื่องเปิดประตู...ใช่ เธอพยายามทดลองย้อนเวลากลับไปในอดีตด้วยพลังของเธอ แต่ด้วยระดับพลังที่ไม่เสถียรบวกกับสมาธิที่ไม่มากเท่าที่ควร สนามพลังของเธอก็ส่งผลย้อนกลับ ทำเอาเด็กสาวสลบเหมือดไปสิบสองชั่วโมงเต็ม

 

ตอนนั้นมันก็น่ากลัวใช่เล่นเลยล่ะ

 

“ไง” เขาทักกลับ “นี่ไอติมของเธอ”

แบร์รี่ส่งขนมหวานให้เด็กสาว เจดขอบคุณเขาก่อนรับมันมา รสหวานของไอศกรีมทำให้เธอรู้สึกสดชื่น

 

“นายสปอยล์เธอมากไปนะแบร์รี่” บรูซส่ายหน้ามองชายผมทอง

 

“เอาน่า ยังไงเธอก็เป็นแค่เด็ก” แบร์รี่วางมือลงบนผมของเด็กสาว “ทำอย่างกับว่าหน้าเครียดๆ ของพวกนายจะทำให้เธอหายเครียดงั้นแหละ”

 

เจดสาบานได้ว่าเธอเห็นแววตาแห่งความตายของบรูซวาวโรจน์ออกมาจากตาสีฟ้าคู่นั้น

 

“อัลเฟรด” บรูซเรียกพ่อบ้านของเขา “ตามหาทีว่าแฟลชชอบไปซื้อไอศครีมจากร้านไหนแล้วซื้อร้านนั่นมาซะ จากนั้นสั่งห้ามไม่ให้แฟลชเข้าร้านอีกเด็ดขาด”

 

“ได้เลยครับนายท่านบรูซ” พ่อบ้านชาวอังกฤษตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

 

“โถ่ บรูซ” แบร์รี่โอดครวญ “คุณแค่กลัวเธอชอบผมมากกว่าคุณเท่านั้นแหละ”

 

“ขอระเบิดที่ใช้กับสปีดสเตอร์ด้วย อัลเฟรด ดูท่าว่าจะมีคนแถวนี้ยังไม่รู้ตัว”

 

“ครับ”

 

“โอเคๆ ผมขอโทษ บรูซ! ไม่! บรูซ!”

 

และแล้วแฟลชก็ออกตัววิ่งไปยังที่ไหนสักที่ด้วยความเร็วแสง เธอได้ยินเขาตะโกนแว่วๆว่า ‘ขั้วโลก’ หรือ ‘ภูเขาน้ำแข็ง’ อะไรนี่แหละ

 

วิคเตอร์หัวเราะและส่ายหน้าราวกับว่าเขาเห็นเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ

 

“เอาล่ะ ฉันคงต้องไปบ้างแล้ว” วิคเตอร์เอ่ย “เจอกันที่ลีกนะบรูซ”

 

“อืม”

 

“ดูแลตัวเองด้วย เจด”

 

“ค่ะ!”

 

แล้วไซบอร์กก็จันการบูมทิว์บตัวเองออกจากถ้ำค้างคาว ทิ้งบรูซกับเธอเอาไว้เพียงสองคน

 

และแล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมถ้ำค้างคาว

 

อึดอัดจัง..

 

“ฝึกกับดิ๊กเป็นยังไงบ้าง”

สุดท้ายเป็นบรูซที่เอ่ยทำลายความเงียบระหว่างทั้งคู่

 

“ก็ดีค่ะ” เจดตอบในขณะกำลังเคี้ยวเนื้อไอศครีมในสตรอว์เบอร์รี่ก่อนทำหน้ามุ่ย “แต่คุณอาจจะต้องบอกให้เขาเบามือนิดนึงนะ ถึงหนูจะรักษาตัวเองได้แต่ถึงขั้นกระดูกหักเลยนี่ก็เจ็บเอาเรื่องนะคะ”

เจดลูบแขนตัวเองที่เพิ่งหายดีจากการถูกหักทุกครั้งที่เธอฝึกกับไนท์วิง ลูกชายคนโตของบ้านค้างคาว

 

บรูซยิ้มอ่อนโยน

 

“ดิ๊กเขาเองก็เป็นห่วงเธอแหละ อาจจะยังไม่ได้ไว้ใจมากขนาดนั้น แต่เขาก็ห่วงเธอ”

 

“หนูว่าบางทีเขาอาจจะโกรธหนู...หมายถึงกราวิต้าเรื่องทิมด้วย” เจดลูบท้ายทอยพร้อมด้วยเสียงเศร้าๆ

 

“แต่หนูเข้าใจนะคะ”

เจดส่งยิ้มให้บรูซเมื่อเขาทำสีหน้าเหมือนหนักใจกับอะไรหลายๆ อย่าง

 

“หนูจะพยายามช่วยทิมให้ได้ หนูจะแก้ไขทุกอย่างให้กลับไปเป็นเหมือนก่อนดาร์กไซด์จะมาบุกโลกให้ได้”

เจดพูดด้วยความมุ่งมั่น

 

“แต่เรื่องฝึกหนักกับไนท์วิงและกระสุนของเรดฮู้ดนี่คุณก็ต้องช่วยหนูนะบรูซ”

เจดหน้าซีดเมื่อนึกถึงในวันแรกที่เธอเจอเจสันและกระสุนเม็ดนั้นที่เจาะทะลุท้องเธอ

 

ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้เธอมีพลังรักษาตัวเอง

 

ถึงดีใจที่ได้เจอเหล่าแบทแฟมิลี่ แต่การเจอพวกเขาในสภาพที่คนในร่างเก่าเธอไปทำร้ายน้องชายพวกเขาจนเจ็บหนักขนาดนั้น

 

…ความโกรธแค้นของพี่น้องบ้านค้างคาวเป็นอะไรที่...อันตรายจริงๆ

 

“ตอนนั้นพวกเขาไม่รู้นี่” บรูซถอนหายใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่พาเจดมาที่คฤหาสน์วันแรก เด็กสาวต้องเผชิญกับความเกรี้ยวกราดของอดีตโรบินทั้งสอง เล่นเอาทั้งบรูซและเดเมี่ยนห้ามไม่ทันเลยทีเดียว

แต่หลังจากปฐมพยาบาลและอธิบายกันยกใหญ่ ลูกชายคนโตและคนรองของเขาก็ยอมสงบศึก พร้อมยื่นข้อเสนอให้เจดรักษาทิมให้หายให้ได้ พวกเขาถึงจะยอมเชื่อเธอ

 

ซึ่งแน่นอนว่าเด็กสาวตัวเล็กก็รับคำทันที

 

บรูซถอนหายใจให้กับเด็กสาวผู้อาภัพ

 

เธอยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมากถึงจะสร้างความเชื่อใจจากคนอื่นได้จากผลการกระทำแย่ๆ ที่เธอไม่ได้ก่อด้วยซ้ำ

 

น่าสงสารจริง...

 

“อ๊ะ ถึงเวลาแล้ว เดี๋ยวหนูไปหาทิมก่อนนะคะ”

เจดกระเด้งตัวออกจากเตียงพยาบาลก่อนงับโคนไอศกรีมเข้าไปในปาก

“เจอกันนะคะ” เธอหันมายิ้มให้บุรุษรัตติกาล บรูซทำเพียงพยักหน้า

 

เขาปล่อยให้เธอเดินไป

 

เด็กคนนี้มีหัวใจที่มุ่งมั่นจนเขายังนับถือ...

 

“ช่างเป็นเด็กที่น่าสนใจจริงๆ นะครับ นายท่านบรูซ” อัลเฟรดที่ยกชามาเสิร์ฟเขาเอ่ยขึ้นมา

 

“ใช่” บรูซหันไปยิ้มให็พ่อบ้านผู้เปรียบเสมือนพ่อของเขา

 

“เป็นเด็กที่น่าสนใจจริงๆ”

 

 

 

“สวัสดีค่ะ เจสัน”

 

เจดมาถึงห้องของทิมแล้ว และเธอเห็นชายหนุ่มตัวโตในแจ๊กเก็ตหนังสีน้ำตาลยืนกอดอกอยู่ที่มุมห้อง

 

“เธอมาสาย” เจสันเพียงทำเสียงไม่สบอารมณ์และปล่อยให้เธอเดินเข้าไป

 

“ขอโทษค่ะ พอดีคุยกับบรูซนานไปหน่อย” เด็กหญิงลูบท้ายทอยแก้เก้อก่อนตรงไปหาทิมที่ตอนนี้หลับสนิทอยู่บนเตียงคนไข้

 

เจดชินกับการเจอเจสันทุกวันแล้วในห้องนี้ เหมือนเจ้าตัวหนุ่มเรดฮู้ดจะพักการออกไปทำภารกิจไล่ล่าอาชญากรนอกบ้านชั่วคราวเพื่อที่จะเข้ามาดูแลน้องชายของเขา

 

ถึงจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน แต่ความเป็นพี่น้องของทั้งคู่ตัดกันไม่ขาดสินะ...

 

นั่นทำให้เจดรู้สึกดีหน่อยๆ ที่ได้เห็นภาพเหล่านี้ภายในบ้าน

 

“ยิ้มอะไรของเธอ” ดวงตาสีน้ำเงินของเขาจ้องมาที่เธอ แต่มันไม่ได้มีความอาฆาตในนั้น ซึ่งเจดก็ค่อนข้างพอใจทีเดียว

 

“เปล่าค่ะ แค่...ดีใจที่ได้เจอคุณนะ” เด็กสาวฉีกยิ้มสดใสแบบที่ทำให้เจสันแสบตา

 

“ทำหน้าที่เธอไป” เจสันเสหน้ามองไปทางอื่น

 

เขามองเด็กสาวที่ปีนขึ้นไปนั่งบนเตียงคนไข้ เธอทักทายทิมเหมือนอย่างเคยก่อนค่อยๆ ยกศีรษะของทิมมาวางไว้บนตัก มือทั้งสองข้างของเธอประกบลงข้างศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างเบามือ ก่อนเธอจะหลับตา

 

เจสันรับรู้ถึงกระแสพลังงานที่ไหลเวียนไปทั่วห้อง ทำให้เขารู้สึกสดชื่นและอบอุ่นอย่างประหลาด

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน

 

“พวกแกเชื่อเธอไปได้ยังไงกัน!”

เจสันที่เดือดจัดกระแทกกระบอกปืนของเขาลงบนโต๊ะด้วยความโกรธ
 

ตอนแรกที่เขาได้ยินว่าลีกพาคนที่ทำร้ายทิมมาที่ถ้ำค้างคาว เขาก็ลำเลียงกระสุนใส่ปืนพกของเขาเพื่อเตรียมมาปลิดชีพนางปีศาจร้ายนั่น น่าเสียดายที่เดเมี่ยนกระโดดเข้ามาห้ามตอนที่เขาเหนี่ยวไก กระสุนจึงพุ่งใส่ท้องเธอแทนที่จะเป็นหัวใจ
 

และตอนนี้เขาก็โมโหมากที่บรูซและเจ้าเด็กเดเมี่ยนพยายามมาพูดกล่อมเขาให้เชื่อว่านังเด็กนั่นไม่ใช่ยัยปีศาจที่เขาตามหา

 

“ฟังนะทอดด์ เธอไม่ใช่กราวิต้า” เดเมี่ยนพยายามพูดอย่างใจเย็น เจสันเห็นน้องชายต่างสายเลือดของเขาโตขึ้นกว่าเดิมมาก เหมือนเขาเห็นบรูซอีกคนในร่างของเจ้าเด็กที่เขาเคยมองว่าแสบที่สุดในบ้าน

 

แต่ดวงตาคู่นั้นของเดเมี่ยนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นเด็กหัวรั้นคนเดิมอยู่
 

เจสันทนฟังคำอธิบายไร้สาระเรื่องตัวตนจริงๆ ของเด็กคนนั้นที่ชื่อ ‘เจด ไมเยอร์’ ทั้งเรื่องที่เธอมาจากต่างโลก เรื่องชุบชีวิตซุปเปอร์แมน บลาๆ

 

เขาไม่อยากเชื่อว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องจริง...

 

...แต่ส่วนเล็กๆ ในใจเขาบอกว่าเด็กคนนั้นไม่ได้โกหก

 

“แกเชื่อเด็กคนนั้นรึไง ดิ๊ก”

เจสันหันไปมองแนวร่วมความแค้นของเขา พี่ชายคนโตของบ้านนั่งกอดอกและขมวดคิ้วมุ่นราวกับความคิดภายในของเขากำลังตีกันอย่างหนัก เขาไม่ได้ตอบเจสัน

 

“แกก็ด้วยงั้นเหรอ” เจสันเอ่ยอย่างไม่เชื่อสายตา

 

“มันแค่ดู...มีความเป็นไปได้ เจสัน” พี่คนโตเอ่ยเสียงเครียดพลางถอนหายใจ

 

“ถ้ามันมีทางที่จะช่วยทิมได้จริงๆ ฉันก็อยากที่จะเชื่อแบบนั้น”

 

เจสันกัดฟันแน่น เขาทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อย่างอารมณ์เสีย

 

“ก็ได้!” เขาตอบอย่างไม่สบอารมณ์
 

“แต่ถ้าเด็กนั่นทำให้ทิมหายไม่ได้ ฉันจะเป็นคนเป่าหัวมันเอง!”


 

กลับมายังปัจจุบัน

 

และนั่นคือเหตุผลที่เขามายืนอยู่ตรงนี้

 

อันที่จริงเขาไม่เชื่อคำพูดใครตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ เขาอยากที่จะเห็นด้วยตาตัวเองว่ายัยเด็กนี่ทำให้ทิมดีขึ้นได้จริงไหม

 

และเขาก็หงุดหงิดมากๆ

 

ที่หลังจากผ่านมาสองสัปดาห์ 

 

อาการของทิมดีขึ้นจริงๆ...

 

จากเด็กหนุ่มที่ผอมแห้งและสติเลื่อนลอย ตอนนี้เริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นมาก ทิมไม่เหม่อลอยแล้วและนอนหลับง่ายขึ้น ถึงจะยังไม่ได้โต้ตอบ แต่เขาก็เริ่มขยับแขนขาและเริ่มทำกายภาพบำบัดได้บ้างแล้ว

 

ไม่น่าเชื่อว่าเด็กสาวคนนี้จะทำให้คนที่ป่วยติดเตียงมาสี่เดือนดีขึ้นจริงๆ

 

ดีขึ้นจนเจสันเริ่มเชื่อว่ามีโอกาสที่ทิมจะหายเป็นปกติ

 

เจสันมองดูหน้าที่ซีดลงของเด็กสาว คิ้วที่ขมวดมุ่นเป็นปม และเหงื่อที่ไหลออกมาจากข้างขมับ

 

เดี๋ยวนะ...นี่มันไม่ปกติ

 

เธอไม่เคยทำสีหน้าแบบนี้เวลารักษาทิมนี่นา...

 

“เฮ้” เขาเรียกเด็กสาว แต่เธอไม่ตอบเขา เธอไม่แม้แต่ลืมตามองด้วยซ้ำ

 

นั่นเธอจะทำอะไร!

 

เจสันไม่รออะไรอีกแล้ว เขาชักปืนออกมาก่อนพุ่งไปจับแขนของเธอทันที

 

แต่แล้วจู่ๆ พลังของเด็กสาวก็ระเบิดออกมา สนามพลังผลักร่างเจสันให้ไปกระแทกกับผนังห้อง สิ่งของในห้องโดนกระแทกล้มระเนระนาด

 

เจสันรู้สึกจุกที่ท้องเพราะการกระแทกที่รุนแรง แต่เขาก็ลุกขึ้น

 

ทิม!!

 

เจสันพยุงตัวเองขึ้นมาก่อนต้องตกใจ

 

ทิมนั่งอยู่บนเตียง ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความตกใจ สีหน้าของเขาเหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากฝันร้ายที่ยาวนาน ข้างๆ ทิมคือเด็กสาวที่ยกมือขึ้นปิดหน้าของตัวเองเอาไว้

 

“ทิม!”

 

เจสันโผเข้าหาน้องชายต่างสายเลือด

 

“เจสัน?” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉงน “นายมาทำอะไรที่นี่”

เจสันรวบทิมเข้าหาตัว ทำเอาเด็กหนุ่มที่เพิ่งฟื้นร้องโวยวายและขัดขืนเบาๆ

 

“อยู่นิ่งๆ น่า” เจสันดุน้องชายของเขา “ฉันไม่ได้ทำแบบนี้บ่อยๆ นะ”

นั่นทำให้ทิมนั่งนิ่งจนกระทั่งพี่ของเขาผละออกไป

 

“เธอทำได้ยังไง” เจสันหันไปหาเด็กสาวที่ตอนนี้มีใบหน้าอิดโรย ดวงตาของเธอเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม รอยยิ้มอ่อนแรงถูกบิดขึ้นเพื่อส่งให้เขา

 

“ยินดีด้วยนะคะ” เธอเอ่ยเสียงเบา ก่อนจู่ๆ จะหมดสติไป เจสันรีบพุ่งไปคว้าตัวเด็กสาวเอาไว้ก่อนเธอจะร่วงไปจากเตียง

 

“อะไรกันวะเนี่ย” เจสันไม่รู้จะดีใจหรือตกใจก่อนดี

 

ทิมใช้แรงอันน้อยนิดของเขายกแขนขึ้นมาปาดน้ำตาที่แก้มเด็กสาว

 

“นายต้องไม่เชื่อแน่ๆ เจสัน” เขายิ้ม “ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่...”

 

เจสันมองหน้าทิมด้วยสายตาสงสัยและสับสน

 

“เจด ไมเยอร์...เธอเพิ่งช่วยชีวิตของฉันเอาไว้”

 

 

 

เจดตื่นมาพร้อมกับความประหลาดใจเมื่อเธอเห็นเดเมี่ยนนั่งอยู่ข้างเตียงของเธอ เขาสวมเสื้ออยู่บ้านคอเต่าสีดำตัวโปรด แสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านมาบอกเธอว่านี่เป็นเวลาเช้าแล้ว

 

“อรุณสวัสดิ์ ไมเยอร์” เด็กหนุ่มกล่าว

 

“ทิมล่ะ!” เด็กสาวกระเด้งตัวขึ้นมาก่อนประสบกับอาการหน้ามืดรุนแรง

 

“ใจเย็น” เขากดเธออย่างเบามือเพื่อให้เธอนอนลงเหมือนเดิม

 

“เธอหลับไปสิบชั่วโมง ไม่แปลกที่จะรู้สึกหน้ามืด”

 

“สิบเลยเหรอ” เจดร้องอย่างตกใจก่อนยกมือขึ้นปิดหน้า เธอเบื่อเหลือเกินที่ตัวเองภาพตัดไปนานๆ แบบนี้

“ฉันพลาดอะไรไปบ้างล่ะเนี่ย” เธอเบ้ปากใส่เดเมี่ยน

 

“เธอระเบิดห้องนอนบ้านฉัน” เขายักไหล่

 

“โอ้...อันนั้นไม่ได้ตั้งใจ” เจดยกมือเป็นเชิงขอโทษ 

 

“โทษที”

 

เด็กหนุ่มทำเพียงยกยิ้มมุมปาก เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าสบายๆ

 

“เดรกฟื้นแล้ว” เขาพูดด้วยเสียงธรรมดาๆ แต่เจดสัมผัสได้ถึงความดีใจภายใต้น้ำเสียงนั้น

“ต้องขอบคุณเธอเลยล่ะ” เขาหันมามองเป็นเชิงขอบคุณ

 

เดเมี่ยนขอบคุณเธอครั้งที่สอง!! เธอคงไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย!

 

“ท่านพ่อและคนอื่นๆ ดีใจมาก” เดเมี่ยนพูดไปเรื่อยๆ “เธอจำได้ไหมว่าทำอะไรไป”

 

“ก็บังคับให้ความเข้มของสนามแม่เหล็กเพิ่มขึ้นน่ะ...” เจดพยายามนึกก่อนส่ายหัว “แล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีก"

 

เด็กหนุ่มทำท่าคิดกับตัวเองนิดหน่อย

 

“เดรกบอกว่าเขาเห็นเธอในฝัน” เดเมี่ยนพูด

 

“แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันร้ายอยู่ใช่ไหม” เด็กสาวดึงผ้าห่มขึ้นมาจนมิดคอ สีหน้าคาดหวังให้สิ่งที่เธอพูดไม่เป็นความจริง

 

“ไม่รู้สินะ” เดเมี่ยนยักไหล่ก่อนลุกขึ้น เขาเดินไปเปิดม่าน ส่งผลให้แสงแดดยามเช้าของอีกวันสาดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องของเธอ

 

“เอาเป็นว่าถ้าเธอรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วเดี๋ยวลงไปวัดตัวกับเพนนีเวิร์ธด้วย”

 

“วัดอะไรนะ” เจดถามด้วยความฉงน ตอนนี้สมองเธอมีเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด

 

“วัดตัว” เดเมี่ยนหันมาตอบเธอ ทำเอาเด็กสาวขมวดคิ้วกว่าเดิม

 

“ทำไมล่ะ” เธอถามอย่างสงสัย

 

“ตัดชุดไง” เดเมี่ยนตอบด้วยท่าทีสบายๆ เขาส่งสายตาตื่นเต้นให้เธอราวกับมีอะไรที่สนุกๆ กำลังรออยู่

“เย็นนี้เรามีภารกิจ” เขาพูด

 

“ภารกิจอะไร” เจดสาบานว่า ถ้าคิ้วเธอขมวดเป็นโบว์ได้ มันคงเกิดขึ้นไปแล้ว

 

“ปาร์ตี้ที่เวย์น เอ็นเตอร์ไพร์ส ยังไงล่ะ”

 

 

✢ ✢ ✢

 

โย๊ชช่าาา

 

กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องมิตรรักนักอ่านทุกท่านอีกครั้งนะครับ! ไรท์คนนี้กลับมาอีกครั้งแล้ว และมาพร้อมกับ EP 2 ที่ทุกคนรอคอย(เหรอ?555)

 

ตอนนี้เป็นไทม์สคิปนะคับ เป็นระยะเวลาหลังจากที่ซุปเปอร์แมนฟื้นจากความตายได้สามสัปดาห์แล้ว ตอนนี้น้องเจดได้รับการอุปถัมภ์สู่บ้านค้างคาวอย่างชั่วคราว เพราะบรูซมองว่าที่แห่งนี้คงจะเหมาะที่จะได้รู้จักพลังของน้อง และก็น่าจะเป็นที่ปลอดภัยที่สุดที่น้องน่าจะไม่โดนฮีโร่คนอื่นตื้บเอาน่ะคับ5555

 

ตอนนี้เปิดตัวสามตัวละครบ้านแบท มีพี่ดิ๊ก พี่เจสัน และพี่ทิมครับ บอกเลยว่าวินาทีแรกที่พี่ดิ๊กกับพี่เจสเห็นหน้าน้องคือวินาทีที่น้องเกือบโดนเชือด(อีกแล้ว) ต้องเข้าใจความรู้สึกของพี่ชายทั้งสองด้วยนะคับ ทั้งดิ๊กและเจสันก็รู้สึกโกรธที่น้องไปทำร้ายทิม น้องเจดเลยได้ลูกตะกั่วหลุนๆ ไปประดับท้องเลย //น้องเจดกำลังอ้อนวอนขอความเป็นธรรม

ความสัมพันธ์ตัวละครก็จะพยายามไม่ใจร้ายกะน้องเกินไป แต่ว่าที่เจสันกับดิ๊กที่ยังใจเย็นและไม่ฆ่าน้องเลยก็เพราะว่ามีบรูซกับเดเมี่ยนคอยเป็นหลักประกันให้เนี่ยแหละคับ(บวกความมุ่งมั่นของน้องเจดไปเพิ่มนิดหน่อย) เพราะยังไงสุดท้ายคนที่ทั้งสองเคารพมากที่สุดก็คือบรูซ พวกเขาเลยพยายามอย่างหนักที่จะเลือกเชื่อใจบรูซและพยยามอย่างหนักมากๆ ที่จะไม่ฆ่าน้องเจด (บรูซเองคงเห็นทั้งสองอัดอั้นเลยจับน้องไปให้สองคนฝึกเพื่อทรมาณเล่น(หยอกๆนะ)) น้องเจดเองก็รู้ตรงนี้ เลยพยายามดึงความเชื่อใจของทั้งสองกลับมาโดยการรีบรักษาทิมให้หาย ทั้งยังยอมฝึกกับทั้งคู่ด้วยเพราะทั้งต้องการฝึกสกิลการต่อสู้และพยายามเข้าหาทั้งสองคน(แม้ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นอาการเจ็บตัวแบบที่ถ้ากระดูกไม่หักก็เกือบต้องรับประทานลูกตะกั่วเป็นมื้อเย็นอยู่หลายครั้ง) และก็เหมือนจะค่อยๆ ได้ผล เพราะตัวดิ๊กกับเจสันเองก็ค่อยๆ ผ่อนความโกรธจากน้องลงมาได้มากโข

ส่วนพี่ทิมบทมาเล็กน้อยเพราะเพิ่งฟื้นจากฝันร้าย แต่ตัวละครของทิมเนี่ยไม่ได้จงเกลียดจงชังน้องเหมือนพี่ชาย ถึงเจ้าตัวจะโดนกราวิต้าระเบิดพลังใส่จนสมองกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงก็ตาม แต่คนที่ช่วยให้ทิมหายก็คือน้องเจดนั่นเอง

 

ต่อมา เราจะพูดถึงสาเหตุที่น้องยังกลับไปอดีตไม่ได้ สาเหตุสั้นๆ เลยก็คือเพราะว่าน้องยังไม่เซียนนั่นเองคับ555 น้องเหนื่อยจากการสู้ที่ขั้วโลกเหนือมา อีกทั้งสติยังกระเจิดกระเจิง ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจก็ไม่พร้อม การใช้พลังของน้องเองก็สามารถรบกวนกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าในตัวน้องด้วย พอใช้พลังพลาดขึ้นมาทีนึง ก็ทำเอาสลบเหมือดไปได้หลายชั่วโมงเลยคับ

เนื้อหาตอนนี้ก็จะสั้นๆ หน่อย เพราะว่าเราเพิ่งเริ่มอีพีใหม่กัน แต่บอกเลยว่าตอนต่อไปมันส์แน่ครับ555

 

ปาร์ตี้ที่เวย์น เอ็นเตอร์ไพร์สคืออะไร และจะเกิดอะไรขึ้นนั้น…

 

โปรดติดตาม!!!!!!

 

ปล.อย่าลืมกดหัวใจและคอมเม้นต์มาคุยกันได้นะคับ รักรีเดอร์ทุกคนนะคับ!!

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #15 โซระ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 19:38
    อยากรู้ตารางลงตอนค่าาา
    #15
    2
    • #15-1 KookKaii_AmT(จากตอนที่ 9)
      13 พฤศจิกายน 2563 / 19:49
      เรื่องนี้อัพทุกวันศุกร์เย็นเลยคับ><
      #15-1
  2. #14 Whan3523 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 18:43

    รอตอนต่อไปนะคะ
    #14
    1
    • #14-1 KookKaii_AmT(จากตอนที่ 9)
      13 พฤศจิกายน 2563 / 19:48
      รอได้เลยคับผม!! ขอบคุณที่ติดตามค้าบบ><
      #14-1