Justice League : GRAVITA

ตอนที่ 7 : EPISODE 1 : CHAPTER 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

CHAPTER 6

 

หลังจากปฐมพยาบาลบาดแผลแบบลวกๆ พยายามทำลายเครื่องระงับพลังที่คอ ซึ่งก็ไม่ได้ผลจนต้องยอมแพ้ และหลบการ์ดอีกหลายสิบนายแบบเกือบโดนจับได้ไปหลายครั้ง เจดก็ได้มายืนอยู่ในฐานทดลองคริปโตไนท์สังเคราะห์แล้วเรียบร้อย

ที่นี่เป็นเหมืองใต้ดินเก่าที่ถูกปล่อยร้างเพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนเป็นฐานทดลองอาวุธทั้งชีวภาพ และอาวุธที่อันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธ์ุ

เจดไต่ผ่านท่อลมของฐาน กลิ่นของดินและเหมืองอับๆ ที่ถูกพัดมาตามท่อปะทะเข้าที่จมูกของเจด ให้ความรู้สึกคลื่นเหียนแบบแปลกๆ

หลังจากหลงไปหลายห้อง เธอก็ไต่มาจนสุดทาง เจดก็ค้นพบทางลง ตรงนั้นเป็นมุมอับหลังหลอดทดลองหน้าตาประหลาดที่มีอะไรบางอย่างข้างในกำลังลอยอยู่

 

ก้อนเนื้องั้นเหรอ?

 

เธอก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน

 

เจดเดินหลบหลังหลอดทดลองเหล่านั้นไปเรื่องๆ หลอดสีเขียวเรืองแสงเป็นสิบๆ หลอดทอดยาวอย่างไม่รู้จบไปตามโถงในเหมืองอันมืดมิด มีเพียงแสงจากเครื่องปั่นไฟที่หล่อเลี้ยงหลอดไฟสีขาวแสบตาพวกนั้นเท่านั้น

โชคดีที่ในขณะนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไปพักผ่อนกันหมด เหลือเพียงนักวิทยาศาสตร์และยามเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

เพราะว่าพวกเขาคิดว่าเธอตายไปแล้วในกองไฟนั่น...เลยลดจำนวนของการ์ดลงสินะ...

 

แต่จะประมาทไม่ได้

 

เจดแทรกตัวอย่างเงียบเชียบไประหว่างผนังทางเดินและหลอดทดลองพลางคิดหาวิธีช่วยเพื่อนร่วมภารกิจที่น่าจะหมดสติอยู่ที่ไหนสักที่

 

“เขาบอกว่าตัวทดลองมีครบเลยงั้นเหรอ”

เสียงของใครบางคนที่กำลังคุยกันดึงความสนใจของเจดไปได้อย่างรวดเร็ว

 

“ใช่ พวกเด็กโง่พวกนั้นดันเสร่อเข้ามายุ่งไม่เข้าเรื่องยังไงล่ะ”

“เห็นบอกว่ามนุษย์สอง คริปโตเนียนสองนี่”

“ครึ่งคริปโตเนียนต่างหาก ฉันได้ดูผลตรวจร่างกาย มันน่าทึ่งมากๆเลย”

“ยอดไปเลย แล้วพวกเขาจะเริ่มการทดลองเมื่อไหร่ล่ะ”

“อีกยี่สิบนาที ที่โถงบี”

“ยอดเยี่ยม อยากเห็นผลการทดลองด้วยตาชะมัด”

“น่าเสียดายจังพวก เขาไม่ให้คนที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปน่ะสิ แต่ถ้าแอบเข้าผ่านทางรางรถไฟหมืองเก่าก็ไม่แน่นะ ฮ่า ฮ่า”

“เข้าไปคลุกฝุ่นน่ะสิ”

 

เจดไม่ได้ฟังบทสนทนาหลังจากนั้นต่อ

 

รางรถไฟเหมืองเก่าใช่มั้ย? เยี่ยมไปเลย

 

 

 

...และเจดก็เข้าใจว่าทำไมพวกเขาไม่เข้ามาที่นี่กัน

 

ฝุ่นจากของใช้และถ่านเก่าๆ ที่ถูกทิ้งไว้นานกว่าสิบปีแบบไม่เคยถูกทำความสะอาดเข้าทำร้ายจมูกเธอ ทำให้เด็กสาวอยากจามแรงๆ หลายครั้งจนเกือบกลั้นเสียงไม่อยู่

 

จะโดนจับได้เพราะเสียงจามก่อนได้ช่วยเพื่อนน่ะสิ...เจดบ่นกับตัวเอง

 

หลังจากคลุกฝุ่นผ่านรางรถไฟเก่าๆ อยู่เกือบสิบห้านาที จนเสื้อผ้าของเธอแทบจะกลายเป็นสีดำทั้งหมด เจดก็มาถึงโถงบีเป็นที่เรียบร้อย

ห้องโถงบีเป็นโถงที่ใหญ่มาก ด้านในนั้นเธอเห็นเหล่าฮีโร่วัยรุ่นถูกจับไว้ แขนและขาของพวกเขาถูกตรึงไว้บนเตียงโลหะ ในแคปซูลแก้วขนาดยักษ์ ถัดมาด้านหน้าพวกเขาไม่ไกลมีแคปซูลขนาดเล็กกว่าที่บรรจุหินสีเขียวเรื่องแสงเอาไว้ ระหว่างพวกเขาและหินมีท่อเชื่อมจากแต่ละแคปซูลเข้าหากัน

นักวิทยาศาสตร์สองคนกำลังง่วนอยู่กับการใส่ข้อมูลอยู่ในคอมพิวเตอร์ การ์ดอีกหลายสิบนายเดินลาดตระเวนอยู่รอบๆ ทั้งหมดสวมหน้ากากกันแก๊ส

 

โอ้ ไม่...นั่นพวกเขากำลังจะรมควันมนุษย์ด้วยคริปโตไนท์งั้นเรอะ!

 

เจดมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาหวาดหวั่น

 

“น่าอัศจรรย์ใช่ไหมล่ะ”

 

เจดสะดุ้ง เธอกระโดดหลบการโจมตีจากอาวุธที่มือของแบล็กแมนต้าที่เหวี่ยงมาด้านหลังเธออย่างฉิวเฉียด ก่อนหันมาเผชิญหน้ากับเขา

 

ชายในชุดหุ่นสีดำที่สูงเกือบสองเมตรและมีดวงตาสีแดงกลมโตกำลังจ้องเธออยู่

 

นั่นน่ากลัวทีเดียว...

 

ทหารคนอื่นเล็งปืนมาที่เธอ แต่ชายตรงหน้าเธอก็ห้ามไว้

 

“ข้าจัดการเอง” เขาบอกเหล่าทหารและหันไปส่งสัญญาณมือให้นักวิทยาศาตร์ที่เหลือทำงานต่อ

 

เจดถอยห่างจากเขา

 

“เก่งนี่ที่รอดมาได้” เขากล่าวชมเธอ ซึ่งเจดไม่คิดว่านั่นเป็นการชมเท่าไหร่นัก

 

“พวกคุณไม่รอบคอบที่ไม่ตามหาศพฉัน” เจดโต้ เธอพยายามแสดงออกว่าไม่กลัวเขาทั้งๆ ที่ในใจกำลังกรีดร้องว่าเธอกำลังกลัวมากๆ

 

“หื้ม...นั่นก็อาจจะจริง” แบล็กแมนต้าหวดอาวุธของเขาลงมาอีก เจดกระโดดถอยหลัง

ต้องขอบคุณร่างกายของกราวิต้าที่ผ่านการฝึกฝนมาในระดับหนึ่ง แม้ไม่ได้แข็งแกร่งมากเท่าไหร่แต่ก็ปราดเปรียวใช่ย่อย ประสาทสัมผัสของร่างนี้ก็พร้อมต่อการโจมตีพอสมควร และอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาก็ช่วยให้อาการเจ็บแผลต่างๆ ของเธอทุเลาลงไปมากด้วย

 

“เป็นดาบที่ดูคมทีเดียวนะ” เจดแสร้งยิ้ม

 

“มันตัดได้ทุกอย่าง” เจดสาบานว่าเห็นดวงตาใหญ่โตสีแดงของเขาสะท้อนความอันตรายออกมา

 

“แม้กระทั่งหัวของเจ้า”

 

ชายในชุดเกราะฟาดฟันลงมาอย่างไม่ลดละ เจดทำเพียงแค่กลิ้งและกระโดดหลบเท่านั้น เธอพยายามหนีห่างจากระยะการโจมตี

 

…แต่แล้วเธอก็พลาด

 

คมดาบเย็นเยียบปาดผ่านไหล่ซ้ายเธอไป แม้จะแค่เฉียด แต่บาดแผลก็เจ็บปวด และเลือดก็ไหลทะลักออกมาอย่างไม่คิดว่าจะหยุด

เด็กสาวล้มลงไปที่พื้น เธอยกมือขวาขึ้นกุมบาดแผลและกัดฟันทนความเจ็บปวด

 

“ไงล่ะ รสความเจ็บปวด” เธอรู้สึกเหมือนใบหน้าใตหน้ากากกำลังยิ้ม “ตอนแรกข้าอยากจะให้เจ้าได้อยู่ดูเพื่อนของเจ้าลิ้มลองควันของคริปโตไนท์สังเคราะห์สักหน่อย แต่ดูเหมือนว่าเจ้าคงจะเจ็บปวดจนทนดูพวกเขาไม่ไหวเสียแล้วล่ะ”

 

เงาของแบ็กแมนต้าพาดทับตัวเจดที่กุมบาดแผลของเธออยู่

 

“นั่นฟังดูเป็นความเห็นใจที่ดีนะ” เจดกัดฟันยิ้ม

 

“โอ้ แน่นอน” แบล็กแมนต้าเงื้อดาบของเขาขึ้น

 

“ไว้ค่อยไปเจอกับเพื่อนของเจ้าในนรกละกัน”

 

ดาบของแบล็กแมนต้าถูกแทงลงมา หมายจะปาดคอเธอให้ขาดเสีย

 

แต่แบล็กแมนต้าก็ต้องตกใจ...

 

เมื่อเจดหมุนตัวหลบ และดาบของเขาฟันถูกสายไฟหลักที่อยู่ที่พื้นจนขาดสะบั้น

 

“ไม่!!!!!”

 

เกราะสีดำของตัวร้ายเจ้าประจำของอความแมนถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อต

 

เจดยิ้มเยาะเมื่อไฟทั้งเหมืองดับลง ส่งผลให้แว่นอินฟราเรดของเธอทำงานทันที

 

เสียงปืนและความวุ่นวายดังขึ้นทุกหนแห่ง

 

ทั้งหมดอยู่ในการคำนวณของเธอหมดแล้ว

 

เริ่มแรกคือพวกเขาไม่หาศพเธอ ไม่ได้แปลว่าพวกเขาประมาท แต่เป็นเพราะพวกเขาต้องการให้เธอตามไป เพื่อจะล่อเธอมาฆ่าได้สะดวก พวกเขาลดจำนวนการ์ดลงเพื่อที่จะหลอกให้เธอตายใจว่าพวกเขาไม่มีการป้องกัน ส่วนนักวิทยาศาศตร์สองคนที่คุยกันตรงนั้นก็เป็นแผน เธอได้ยินคนที่นี่คุยกันแบบนี้อยู่หลายจุด เพื่อที่จะดึงให้เธอเดินทางผ่านรางรถไฟเก่าๆ ที่พวกเขาแอบติดกล้องเอาไว้และพาเธอมายังโถงบี

แต่พวกเขาลืมไปว่าทิศทางในช่องลมเชื่องถึงกันหลายจุด ทำให้เธอมีโอกาสเข้าไปตัดไฟสำรองของพวกเขา และพวกเขาก็ลืมไปอีกว่าการส่งไฟหลักต้องเชื่อมไปทุกที่ในเหมือง การส่งไฟฟ้าผ่านสายไฟพวกนั้นเองก็ต้องมีสายที่เฉพาะเจาะจง ดังนั้นขนาดและหน้าตาของมันจะต่างจากสายไฟทั่วไป อีกทั้งมันจะถูกเชื่อมติดกับพื้นอยู่ด้วย จึงหาได้ไม่ยากนัก

ส่วนแบล็กแมนต้า เขาเป็นมนุษย์ในชุดเกราะ นั่นอาจฟังดูอันตราย แต่เขาก็มีจุดอ่อน ถ้าเกราะของเขาใช้งานไม่ได้ เจ้าแมงดาไฟฟ้านั่นก็จบ ที่สำคัญแบล็กแมนต้าก็เป็นมนุษย์ และมนุษย์มีทิฐิ เธอรู้แต่แรกแล้วว่าเขาจะต้องโผล่มาหาเธอแน่ๆ แค่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะชนะ แค่นี้ก็ทำให้เขาประมาทและลดการ์ดของตัวเองลง ดังนั้นเขาก็จะไม่สนใจแล้วว่าทางที่เธอกำลังหนีเป็นทางที่จะล่อให้เขาไปตัดสายไฟหลัก ส่งผลให้เขาถูกไฟที่ลัดวงจรช็อต และทำให้ไฟดับทั่วทั้งเหมือง

 

“ไฟสำรอง!!!” ใครสักคนตะโกนขึ้นมา

 

แต่นั่นก็ถูกเธอตัดไปแล้ว พวกเขาคงหาจุดกำเนิดแสงไม่ได้อีกสักพัก

 

เจดรีบตรงเข้าไปหาแคปซูลที่พวกเขาอยู่ เธอคว้าขวานหักๆ ออกมาจากกระเป๋า มันเป็นขวานที่เธอเก็บได้ระหว่างทางที่เดินในทางรถไฟ

ทุบสองสามที กระจกแคปซูลก็แตก

 

“โรบิน!!!”

 

เธอเขย่าตัวเด็กหนุ่มเพื่อปลุกให้เขาตื่นขณะง้างตัวล็อกที่แขนของเขาด้วย โชคดีที่ตัวล็อกนี้ใช้ไฟฟ้า เมื่อไม่มีพลังงาน เธอจึงกระชากมันให้เปิดโดยง่าย

 

“อึก”

โรบินที่งัวเงียตื่นขึ้นมาแล้วก็ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

 

“เธอ...ยังไม่ตาย?” เขาเอ่ยถาม “เธอมาช่วยพวกเรางั้นเหรอ?”

 

“ใช่สิตาบื้อ” เจดกัดฟันตอบ แผลที่ไหล่เและแขนที่หักของเธอปวดขึ้นอีกแล้ว

 

“ทีนี้ก็ออกมาช่วยฉันปลุกคนอื่นได้แล้ว เรามีเวลาไม่มากนะ!”

 

เดเมี่ยนพยักหน้ารับ แม้เขาจะยังคงมึนๆ อยู่แต่เขาก็กระโดดออกมาจากแคปซูลและตรงเข้าทุบกระจกแคปซูลของจอนทันที

 

“บิลลี่ๆ!” เจดที่พาบิลลี่ออกมาได้แล้วพยายามปลุกเขา ส่วนจอนที่เพิ่งได้สติกับเดเมี่ยนก็กำลังพยายามช่วยคอนเนอร์อยู่

 

“หาตัวพวกมัน!”

หนึ่งในทหารตะโกน พวกเขาเริ่มใช้แสงจากปืนส่องหาพวกเขาแล้ว

 

“เจดเหรอ?” บิลลี่ขยี้ตา

 

“ใช่ ทีนี้ลุกขึ้นมาได้แล้ว!” เจดร้อง

 

“อยู่นั่น!”

ทหารบางคนตะโกนออกมา

 

“ทางนี้!!” เจดส่งสัญญาณบอกคนอื่นๆ พวกเขารีบวิ่งตามเธอไปอย่างรวดเร็ว

 

“หวังว่าพวกนายจะมีคำอธิบายเรื่องนี้นะ” คอนเนอร์เอ่ยออกมาขณะวิ่ง

 

“เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังนะพี่คอน” จอนตอบ “แต่ตอนนี้วิ่งก่อน”

 

“ซ้าย!” เดเมี่ยนที่กู้ระบบคอมพิวเตอร์ของเขามาได้แล้วตะโกนบอกทางแทนเธอเมื่อเห็นทหารอยู่ด้านหน้า

 

เมื่อพวกเขาวิ่งมาได้สักพักจนเกือบถึงทางออกแล้ว แสงไฟก็กลับมาทำงานอีกครั้ง

 

“นั่นเร็วกว่าที่คาดไว้นะเนี่ย” เจดหอบเหนื่อย เธอทนกัดฟันวิ่ง เลือดของเธอยังไหลออกมาไม่หยุด

 

“โว้ว! เจด เธอเจ็บหนักเลยนะนั่น!” บิลลี่วิ่งเข้ามาพยุงเธอเมื่อเห็นสภาพร่างกายของเด็กสาว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและเป็นห่วง

 

“ไม่เท่าไหร่” เจดฝืนยิ้มกลับไป

 

“เดี๋ยวนะ เธอคือกราวิต้านั่น!” คอนเนอร์ร้องออกมาด้วยโทสะ “เธอ-”

 

“ใจเย็นพี่ชาย เธออาจจะเป็น แต่ไม่ใช่แล้ว!” จอนวิ่งเข้าไปขวางระหว่างพี่ชายของเขากับเด็กสาว “ตอนนี้เธอเป็นพวกเราแล้ว ผมจะอธิบายให้ฟังแน่แต่พี่ต้องหนีก่อน!”

คอนเนอร์ทำสีหน้าแบบไม่ค่อยเชื่อพวกเขานัก แต่หลังจากเขาลำดับความสำคัญได้แล้ว เขาก็เลือกจะวิ่งตามพวกเธอมาอย่างเงียบๆ

 

“เลี้ยวขวาด้านหน้า!” โรบินตะโกน “เราถึงทางออกแล้ว!”

 

พวกเขากระโจนออกนอกประตูฐานลับก่อนระบบป้องกันตัวของฐานจะสั่งปิดประตูทั้งหมดได้อย่างฉิวเฉียด

ร่างของทั้งห้าพุ่งออกมาเจอกับความหนาวเหน็บยามเช้ามืด หิมะสีขาวห่อหุ้มร่างพวกเขาไว้อีกหน

เจดนอนหอบใหายใจอย่างหนักอยู่ที่พื้น รู้สึกหน้ามืดและง่วงนอน

 

รู้งี้โลกที่แล้วออกกำลังกายเยอะๆ ดีกว่า นี่มันเหนื่อยชะมัดยาด...

 

“เฮ้ๆ อย่าเพิ่งหลับนะ” บิลลี่ที่ลุกได้ก่อนพุ่งเข้ามาดูอาการเด็กสาว

 

“ไม่เป็นไร ยังโอเค” เจดฝืนสมรรถภาพร่างกายเธอเพื่อลุกขึ้นนั่ง แต่ตอนนี้แรงเธอมีไม่พอจะยืนเสียแล้ว เธอทำได้เพียงเอนตัวพิงบิลลี่ในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอนเท่านั้น

 

“ทีนี้เล่าให้ฉันฟังได้รึยัง” คอนเนอร์หันไปหาน้องชาย

 

จอนมองเด็กสาวด้วยความเป็นห่วงก่อนกันไปเล่าเรื่องราวให้พี่ชายฟัง

 

“เธอสาหัสหลายจุดมาก” เดเมี่ยนใช้คอมพิวเตอร์ที่ข้อมือสแกนร่างกายเธอ

 

“แขนซ้ายของเธอหัก ไหล่ซ้ายของเธอถูกของมีคมบาดเข้าเส้นเลือดใหญ่ ศีรษะแตกเหนือคิ้วซ้าย ซี่โครงหักสามซี่ ขวาสอง ซ้ายหนึ่ง อวัยวะภายในช้ำอีกเพียบ”

 

“นั่นฟังดูแย่นะ” เจดหัวเราะแห้งๆ

 

“กำลังเรียกกำลังเสริมจากลีก” โรบินขมวดคิ้วมุ่น “เธอจะไม่เป็นอะไร”

 

“น่าห่วงด้วยเหรอ...”

 

เจดเอ่ยเสียงเศร้า นั่นทำให้บิลลี่กับเดเมี่ยนชะงัก

 

“ร่างนี้ทำร้ายพวกเธอไปมาก พวกเธอหนีไปเถอะ ปล่อยฉันไว้ที่นี่เนี่ยแหละ”

น้ำตาสายหนึ่งไหลออกมา

 

“ไม่”

 

เป็นเดเมี่ยนที่ยืนยันเสียงแข็ง

 

“ฉันจะบอกเธอเป็นรอบสุดท้ายนะ” เด็กหนุ่มหันมาหาเธอ “เธอไม่ใช่กราวิต้า...เธอน่ะคือ เจด ไมเยอร์

 

“นั่นฟังดูปลุกใจดี” เจดยิ้ม นั่นทำให้เธอมีแรงขึ้นมาก

 

“เธอต้องอยู่รอเจอซุปเปอร์แมน เข้าใจไหม” บิลลี่ให้กำลังใจ “เขาต้องดีใจแน่ถ้าได้เจอคนที่ช่วยเขาให้ฟื้นขึ้นมา”

 

เจดพยักหน้าเหนื่อยๆ เธอปล่อยให้บิลลี่อุ้มเธอขึ้น

 

“ฉันอุ้มเธอเอง”

 

คอนเนอร์ที่เพิ่งฟังจอนเล่าเรื่องฉบับย่อทั้งหมดเสร็จเดินมาทางบิลลี่

 

เขายังคงสับสนอยู่...ใช่ แต่หลังจากที่ได้ฟังเรื่องของเธอและเห็นสภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีนักของเด็กสาว เขาก็มีความรู้สึกว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่าง

บิลลี่ส่งร่างของเจดให้คอนเนอร์อย่างกล้าๆ กลัวๆ คริปโตเนียนผู้พี่หันมาให้ความมั่นใจกับบิลลี่ว่าเขาจะไม่ทำอะไรเธอ

 

“หวังว่าเธอจะไม่โกหกเรื่องซุปเปอร์แมนนะ” เขาเอ่ยกับคนในอ้อมแขน

 

“ไม่แน่นอนคอน-เอล” เจดตอบกลับอย่างอ่อนแรง

 

คอนเนอร์แปลกใจที่เธอรู้ชื่อคริปโตเนียนของเขา แต่ความแปลกใจนั่นทำให้เขายิ้มออกมา

 

นี่ชักเริ่มน่าสนใจแล้วสิ...

 

แต่ก่อนใครจะได้ทำอะไร ประตูฐานด้านหลังพวกเขาก็ระเบิดขึ้น

 

คอนเนอร์ใช้ร่างตัวเองบังแรงปะทะให้เจด เด็กสาวหลับตาปี๋เพราะเสียงระเบิด บิลลี่ยกแขนขึ้นกันใบหน้า ส่วนจอนกับเดเมี่ยนใช้ผ้าคลุมกันตัวเองเอาไว้

หลังฝุ่นควันมีร่างของแบล็กแมนต้าปรากฏ ดวงตาสีแดงของเขาฉายแววโกรธเกรี้ยว

 

“ชาแซม!” บิลลี่ใช้ช่วงชุลมุนตะโกนคำศักดิ์สิทธิ์ของเขา...

 

แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ต้องตกใจเมื่อเขาไม่เปลี่ยนร่าง

 

“ทำไมกัน!” บิลลี่ร้องอย่างตกใจ

 

“พวกเราใช้พลังไม่ได้!” จอนที่พยายามใช้ตาเลเซอร์ร้องเสียงหลง

 

คอนเนอร์ก้มมองดูบาดแผลที่เกิดจากสะเก็ดการระเบิดที่แขนของเขา

 

“ต้องเป็นผลจากควันพิษนั่นแน่ๆ”เดเมี่ยนพูดลอดไรฟัน

 

“ไงล่ะ คริปโตเนียน” แบล็กแมนตาหัวเราะอย่างเยือกเย็น “รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์บ้างรึยัง!”

 

เดเมี่ยนคว้าระเบิดควันขึ้นมาก่อนขว้างออกไปอย่างหัวเสีย

 

“ทางนี้!” เขาบอกให้ทุกคนตามไปก่อนทั้งห้าจะหายไปในกลุ่มควัน

 

 

 

“เราจะเอายังไง”บิลลี่เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

 

ตอนนี้พวกเขาย้ายมาหลับในถ้ำน้ำแข็งไม่ไกลจากฐานลับเท่าไหร่ เหลือเพียงเวลาเท่านั้นก่อนที่แบล็กแมนต้าจะหาพวกเขาเจอ

 

“ลีกมาไม่ทันแน่ๆ” เดเมี่ยนทำหน้าเครียด “ดูเหมือนวันนี้พวกผู้ร้ายจะอาละวาดไปทุกแห่งบนโลกเลย”

 

“บ้าจริง” จอนต่อยผนังน้ำแข็งเบาๆ

 

พวกเขาดูสิ้นหวังอีกแล้ว..

 

เจดกัดริมฝีปาก

 

ถ้าเธอใช้พลังได้ล่ะก็....

 

“เดเมี่ยน..” เจดเรียกหนุ่มโรบิน

 

“จริงๆมันยังมีวิธี-”

 

“ไม่” หัวหน้าทีมเอ่ยเสียงเด็ดขาด “ฉันไม่ยอมเอาเธอไปเสี่ยงในสภาพร่างกายแบบนั้นเด็ดขาด”

 

“ฉันดีขึ้นแล้ว” 

 

“ดูสภาพตัวเองก่อนพูดด้วย ไมเยอร์” เดเมี่ยนถลึงตาใส่เธอ

 

ใช่ ตอนนี้สภาพเธอย่ำแย่ แรงจะพูดยังไม่มีด้วยซ้ำ

 

“แต่มันอาจจะดีก็ได้นะ” เจดย้ำ ถึงแม้ในความทรงจำของเธอจะไม่เคยเห็นกราวิต้าที่บาดเจ็บใช้พลังเลยก็ตามเถอะ

 

“เสี่ยงเกินไป” เด็กหนุ่มส่ายหน้า “อีกอย่างเราไม่รู้ขอบเขตพลังของเธอด้วย ถ้าหากเธอทำอะไรแย่ๆ ลงไปจะทำยังไงล่ะ”

 

ทุกคนก้มหน้า ไม่มีใครปฏิเสธความคิดของเดเมี่ยน

 

“ฉันล่อเอง”

 

สุดท้ายเดเมี่ยนก็โพล่งขึ้นมา

 

“ไม่!” จอนร้อง “นายอาจจะโดนหมอนั่นฆ่าได้เลยนะ!”

 

“ถ้าเราไม่ทำอะไร เราจะโดนฆ่ากันหมด โจนาธาน” เดเมี่ยนเชิดจมูกรั้นของเขา “อีกอย่างฉันเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากควันนั่น”

 

“นายจะทำยังไง” คอนเนอร์ที่เงียบมานานถามขึ้น

 

“ฉันจะล่อมันไปอีกทาง ระหว่างนั้นพวกนายก็ขึ้นแบทวิงไป” เดเมี่ยนพูดขณะกำลังเรียกเครื่องบินของเขามา

“และก็ขับมารับฉัน เท่านั้น”

 

เดเมี่ยนหันกลับมามองหน้าทุกคนด้วยสีหน้าประมาณว่า ‘มีใครจะแย้งไหม?’

 

ก่อนใครจะได้ตอบ เสียงจะเบิดก็ดังขึ้นอีกหน คราวนี้เป็นที่ปากถ้ำของพวกเขาเอง

 

“ไป!” เดเมี่ยนออกคำสั่งขณะที่แบทตาแรงของเขาถูกปาออกไป แต่แบล็กแมนต้าก็ปัดมันออกไปได้ทั้งหมด

 

ตู้ม!!!!!

 

เสียงระเบิดที่ดังกว่าดังขึ้น ทำให้ท้องฟ้ายามเช้ามืดสว่างวาบเป็นสีแดง

 

“บ้าจริง มันระเบิดแบทวิง!!!”

 

เจดได้ยินเสียงบิลลี่สบถลั่น

 

พวกเธอไม่มีทางหนีเสียแล้ว....

 

ไม่ พวกเธอยังมีหวังอยู่

 

เจดเหลือบไปเห็นแบทตาแรงอันหนึ่งปักอยู่ที่ผนังถ้ำ

 

นั่นแหละความหวัง...

 

“ปล่อยฉันลงที!” เธอหันไปบอกคอนเนอร์

 

“ไม่! ดูสภาพเธอสิ!” คอนเนอร์ตะโกนผ่านเสียงระเบิด

 

เจดกัดฟัน

 

ขอโทษนะคอนเนอร์...

 

เจดรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายสลัดตัวเองออกจากคอนเนอร์ พยายามไม่สนใจความเจ็บปวดที่เล่นงานตามส่วนต่างๆของร่างกาย และวิ่งออกไปคว้าแบทตาแรงที่ปักอยู่ตรงนั้น

 

“เจด!!!” จอนตะโกนเรียนเธอ

 

เจดที่หน้าเริ่มมืดกระชากอาวุธของโรบินออกจากน้ำแข็ง คมของมันบาดมือของเธอจนเลือดไหลออกมาพอๆกับที่ไหล่ซ้าย ร่างของเธอร่วงลงพื้น ความเจ็บปวดเพิ่มพูนมหาศาล สติของเธอเริ่มเลือนลาง

 

เธอสาบานไว้แล้วว่าต้องช่วยพวกเขาให้ได้...

 

ไม่ว่ามันต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม!!

 

แล้วเธอก็เล็งแบทตาแรงไปที่จุดตายอันบอบบางที่สุดในร่างกาย

 

ที่คอของเธอ

 

 

 

✢ ✢ ✢

 

 ไรท์ว่าไรท์ชอบเขียนฉากบู๊แน่เลยทุกคน555 คือตอนเขียนฉากน้องเจดเจอกับแบล็กแมนต้าจนถึงฉากจบตอน ไรท์เปิดธีมของวันเดอร์วูเมนฟังวนเป็นลูปเลย ฟังแล้วรู้สึกฮึกเหิมมาก555 ละคือเขียนเพลินมากๆ แบบว่าเงยหน้ามาอีกทีคือ อ้าว เขียนไปสามชั่วโมงแล้ว!?

สำหรับตอนหน้าก็จะเป็นตอนสุดท้ายของ Episode 1 แล้วนะคับ ไรท์เลยอยากจะมาเปิด Q&A ให้ทุกคนได้ถามคำถามเข้ามากันนะ ถามมาได้ทั้งในคอมเม้นต์ตอนนี้และในทวิตเลยนะคับ แล้วเดี๋ยวไรท์จะรวบรวมคำถามทั้งหมดมาตอบให้หลังจบ Chapter 7 น้าา

เม้นต์มาเลย!!!!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #11 โซระ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 20:15
    รักฮาเร็มค่ะ งุ้ยยยย ต่อจากนี้คือน้อนเจ็บหนักกว่าเดิมแน่ๆ //สอบถามค่ะ ซีรีย์ของDCหาดูได้ที่ไหนคะ
    #11
    1
    • #11-1 KookKaii_AmT(จากตอนที่ 7)
      30 ตุลาคม 2563 / 21:25
      ขอบคุณที่ขอบคับ55 //ถ้าจะดูก็มีพวก HBO Max หรือ Netflix นะคับ
      #11-1
  2. #10 Whan3523 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 19:06

    เรื่องนี้ฮาเร็มเปล่าค่ะ
    #10
    1
    • #10-1 KookKaii_AmT(จากตอนที่ 7)
      23 ตุลาคม 2563 / 19:09
      จะว่าฮาเร็มก็ได้คับ เพราะตัวละครหนุ่มๆเยอะ แต่กระซิบว่าฉากโรแมนซ์ไม่ค่อยมีเท่าไหร่เพราะไรท์แต่งฉากหวานไม่เก่ง555//โดนทุบ
      #10-1
  3. #9 Whan3523 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 19:04

    ไรท์อย่าทำให้ค้างสิ!!!!
    #9
    1
    • #9-1 KookKaii_AmT(จากตอนที่ 7)
      23 ตุลาคม 2563 / 19:08
      ทำให้รีดรู้สึกค้างเป็นหน้าที่ของไรท์เองคับ5555
      #9-1