Justice League : GRAVITA

ตอนที่ 6 : EPISODE 1 : CHAPTER 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    16 ต.ค. 63

CHAPTER 5

 

“โถ่ ไม่เอาสิ”

 

เจดเปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับอาหารเช้าและพบกับบิลลี่ที่กำลังโอดครวญเรื่อการเที่ยวของเขา

 

เช้าวันนี้เธอกับจอนไปคุยกับนักวิทยาศาสตร์ที่รับหน้าที่ดูแลพวกเธอเรื่องขอไปเที่ยวในเมืองกันเอง ในตอนแรกพวกเขาก็ไม่อยากอนุญาตเท่าไหร่นัก แต่พวกเธอก็อ้างชื่อบรูซ เวย์นใส่พวกเขา พวกเขาจึงยินยอมแต่โดยดี

 

“เลือกเอานะแบทสัน ระหว่างเที่ยวไปวันๆ กับชีวิตเพื่อนร่วมงาน”

เดเมี่ยนพูดด้วยเสียงออกขู่เล็กน้อย นั่นทำให้บิลลี่ได้แต่เบ้หน้า

 

“โอเคๆ ไม่เห็นต้องขู่กันขนาดนี้เลยนี่” เขาหันหน้าหนีเดเมี่ยนและเริ่มสนใจถาดอาหารในมือเจด

“นายรู้อยู่แล้วว่าฉันจะเลือกอะไรนี่” เขารับถาดหนึ่งมาจากเด็กสาวก่อนหันไปกอดคอจอนพร้อมกับขยิบตา

 

“เที่ยวน่ะสิ”

 

“นั่นไม่ตลกซักนิดเลยนะนายน้อยเวย์น”

 

แล้วพวกเขาก็หันมาสนใจเรื่องอาหารเช้าแทน

 

 

 

พวกเธอเข้ามาที่เมืองลองเยียร์บีน (Longyearbyen) โดยใช้ลากเลื่อนเข้ามา บิลลี่บ่นนิดหน่อยว่านั่นสนุกน้อยกว่าบิน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมากนัก และขอเดเมี่ยนว่าขากลับเขาขอเป็นคนบังคับลากเลื่อนบ้าง

ตอนนี้เจดชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิว่าบิลลี่อายุสิบแปดจริงๆ รึเปล่า เพราะเขาดูเหมือนเด็กอายุสิบสามตลอดเวลา

หรือบางทีร่างอายุสิบแปดของเขาอาจจะเป็นร่างชาแซมด้วยก็ได้...ใครจะไปรู้

 

“ทางนี้” เดเมี่ยนกวักมือให้พวกเขาเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง

ข้างในอบอุ่นกว่าข้างนอกหลายเท่า มีคนอยู่มากมาย พวกเขากำลังนั่งหัวเราะและสังสรรค์

 

เดเมี่ยนพาพวกเขาไปนั่งยังโต๊ะอาหารพร้อมเรียกพนักงานให้มารับเมนู

 

“ไหนบอกสืบไง” บิลลี่เลิกคิ้ว

 

“ใช้ซุปเปอร์เฮียริ่งของจอนถูกไหม” เจดถามด้วยความตื่นเต้น จอนหันมายิ้มให้เธอเป็นการยืนยัน

 

“สืบในนี้ได้ข้อมูลมากกว่าที่อื่นเป็นไหนๆ” เดเมี่ยนชี้สั่งอาหารไปสองสามอย่างก่อนหันมาพูด

 

“แถมไม่พลาดอาหารท้องถิ่นด้วย”

 

บิลลี่ดูแปลกใจนิดหน่อยกับการกระทำของเดเมี่ยน แต่บุตรชายของอัศวินรัตติกาลก็ไม่ทำอะไรนอกเหนือจากนั่งและมองไปรอบๆ เท่านั้น

 

นายอยากให้บิลลี่ได้เที่ยวก็บอกไปเถอะ พ่อคนปากแข็ง...

 

หลังจากลิ้มลองเมนูท้องถิ่นไปหลายจาน ในที่สุดจอนก็ได้ข้อมูลตามที่พวกเขาต้องการแล้ว

 

เหมืองเก่า พิรามิเดน 22.00 น.

 

นั่นคือทั้งหมดที่พวกเขามี

 

หลังจากที่ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สฟาลบาร์และโบสถ์ประจำเมืองเรียบร้อยแล้ว เดเมี่ยนก็ตัดสินใจว่าพวกเขาควรจะกลับไปยังที่พักเพื่อเตรียมตัวสำหรับคืนนี้

นั่นเรียกเสียงบ่นอุบอิบจากบิลลี่ แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยการที่เดเมี่ยนซื้อไอศกรีมให้เขาหนึ่งถ้วย

 

สมกับเป็นกัปตันทีมจริงๆ..

 

 

 

หลังจากมาถึงห้องพัก พวกเธอก็ตัดสินใจคุยกันเรื่องสิ่งที่ได้ยินเมื่อคืนอีกครั้ง

หลังจากที่ตรวจกันเรียบร้อยแล้วว่าในห้องพักไม่มีกล้องหรือเครื่องดักฟัง ก็ได้เวลาเริ่มบทสนทนา

 

“พวกเขาบอกว่าจะทดลองกับคริปโตเนียน” จอนลูบคางด้วยสีหน้าครุ่นคิด “แต่เขาจะไปหาจากไหนกัน พ่อฉันก็อยู่ในปราการ น้าคาร่าก็ยังสบายดีอยู่กับลีกที่ไทเป ส่วนฉัน...ก็อยู่นี่”

 

“ไม่มีข้อมูลอื่นเลยหรอ” บิลลี่ทำสีหน้าจริงจังที่น้อยครั้งพวกเธอจะได้เห็น

 

“โคลน” เดเมี่ยนโพล่งขึ้นมา “พวกเขาบอกจะใช้โคลน”

 

“โคลนอะไรกัน...” จอนขมวดคิ้ว

 

แล้วความทรงจำสมัยโลกเดิมเธอก็โผล่ขึ้นมาในหัว เธอคุ้นๆบางอย่างเกี่ยวกับโคลนของซุปเปอร์แมน…

 

นึกออกแล้ว!!

 

“จอน คนรอบตัวนายมีใครชื่อ ‘คอนเนอร์’ บ้างไหม”

เจดถามออกไป จอนได้ยินแล้วเขาก็ขมวดคิ้วนิดหน่อย

 

“ก็มีพี่คอนเนอร์ ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของฉัน...”

 

แล้วจอนก็เบิกตากว้าง

 

“พี่คอนเนอร์อ่ะนะ!! พี่คอนที่หน้าเหมือนพ่ออย่างกับแกะน่ะนะ!!!”

 

ตามที่เจดคาดไว้ไม่ผิด ในการ์ตูนที่เธอเคยดูมีตัวละครที่ชื่อคอนเนอร์ เค้นท์ ซึ่งเป็นโคลนจากโปรเจคแคดมัสที่ใช้ดีเอ็นเอของซุปเปอร์แมนและเล็กซ์ ลูเทอร์ ในการสร้างตัวตนของเขา คอนเนอร์มีพลังความแข็งแกร่ง ร่างกายทนทานอาวุธ ซุปเปอร์เฮียริ่ง และเอ็กซเรย์วิชั่นเหมือนกับคริปโตเนียนทั่วไป แต่เขาบินไม่ได้และไม่มีฮีทวิชั่น เพราะอีกครึ่งของเขาถูกแทนที่ด้วยดีเอ็นเอของมนุษย์

 

“เขาอยู่ที่ไหน จอน” เดเมี่ยนหันไปถามคำตอบจากเพื่อนของเขา

 

“ล่าสุดเขามาที่งานศพพ่อ...” สีหน้าของจอนซีดลงอย่างเห็นได้ชัด “แต่หลังจากที่เขาไปกับลีกทีมเบต้าเพื่อไปสู้กับพาราเดมอนที่แถวแอฟริกาใต้ก็ไม่มีใครติดต่อเขาได้เลย”

 

“ดูท่าว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่แล้วล่ะ” บิลลี่ทำหน้าเครียด

 

“โถ่เอ๊ย! ฉันลืมพี่คอนไปได้ยังไงกัน” จอนฝังหน้าลงไปในฝ่ามือของเขา “ฉันมันเป็นน้องชายที่แย่”

 

“นี่ไม่ใช่เวลามางอแง โจนาธาน” เดเมี่ยนจับไหล่เพื่อนร่วมทีมเพื่อดึงสติเขากลับมา

 

“การทดลองยังไม่เริ่ม เรามีโอกาสช่วยเขาอยู่นะ” เจดหันไปให้กำลังใจเขาอีกแรง

 

จอนเงยหน้าขึ้นมาจากฝ่ามือของเขา ก่อนดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจะเปลี่ยนความรู้สึกผิดให้กลายเป็นความมุ่งมั่นก่อนพยักหน้า

 

“เอาล่ะ ดีมาก” บิลลี่ฉีกยิ้ม

 

“ไมเยอร์” เดเมี่ยนหันมาหาเด็กสาว

 

“ฉันขอข้อมูลที่เธอรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับคอนเนอร์ เคนท์ และโปรเจคแคดมัสเดี๋ยวนี้”

 

 

 

21.45 น. ณ เหมืองร้าง พิรามิเดน

ความหนาวเย็นของอุณหภูมิที่ต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียสเข้ารุกร้ำทุกส่วนทั้งในและนอกร่มผ้าของพวกเขา ความเย็นกัดกินผิวหนังจนมือและเท้าชา

ตอนนี้ทั้งสี่หลบอยูู่ในชั้นสามของอาคารร้างแห่งหนึ่ง รอเวลาที่จะมีการทดลงคริปโตไนท์สังเคราะห์ หาจังหวะเหมาะๆ ที่จะชิงตัวคอนเนอร์ เค้นท์ ออกมาจากการทดลองที่เลวร้าย

เหล่าซุปเปอร์ซันส์เปลี่ยนกลับมาอยู่ในยูนิฟอร์มต่อสู้ของพวกเขาแล้ว เดเมี่ยนและจอนในชุดประจำตัว เพียงแต่เป็นสีขาวเพื่อการพรางตัวในหิมะ ส่วนบิลลี่และเจดยังอยู่ในชุดลำลองกันความเย็นสีขาวเท่านั้น จะมีเพิ่มก็แต่แว่นกันลมอินฟราเรด เพราะเดเมี่ยนยืนยันว่าไม่อยากให้บิลลี่เป็นจุดสนใจในร่างชาแซม

และก็ต้องขอบคุณเดเมี่ยนด้วยที่อุตส่าห์ตามหาเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงมาให้เธอจนได้

 

“มันค่อนข้างน่าขัดใจที่ต้องพาคนที่ใส่เสื้อผ้าหลวมโพรกไปทำภารกิจน่ะ”

นั่นคือสิ่งที่เด็กหนุ่บอกเธอตอนที่ยื่นถุงเสื้อผ้าให้

 

จริงๆ ตอนแรกทั้งสามปฏิเสธที่จะพาเธอมาด้วซ้ำ แต่เจดยืนยันว่าเธอจะไปกับพวกเขา เธออ้างว่าเธอไม่คุ้นชินกับที่นี่ และถ้าหากว่ามีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาจะได้หยุดเธอได้เมื่อจำเป็น เพราะพวกเขาก็คงไม่อยากให้ร่างของ ‘อาชญากรระดับจักรวาล’ เดินเพ่นพ่านไปทั่วหรอก ถูกไหม?

 

นั่นทำให้พวกเขาต้องหิ้วเธอมาด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

แต่เหตุผลที่แท้จริงและยังกวนใจเจดอยู่ตอนนี้คือ...

 

…เธอรู้สึกว่ามันมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล และเธอรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเอามากๆด้วย

 

“นั่น!” บิลลี่ชี้ไปยังรถบรรทุกคันหนึ่งที่ขับตรงมายังตึกใกล้ๆ ก่อนจอดที่หน้าตึกพวกเธอ

 

“พบรังสีจากแร่คริปโตไนท์”

 

เดเมี่ยนที่ก้มหน้าสแกนหารังสีด้วยอุปกรณ์บนถุงมือพูดต่อ

 

“พี่คอนอยู่บนนั้น” จอนที่น่าจะใช้พลังสายตาของเขามองหันมาบอก “กับคนขับรถหนึ่ง ทหารสาม”

 

“งั้นแผนคืออย่างนี้ แบทสัน นายกับฉันจัดการทหาร ทำให้พวกทหารและคนขับรถสลบให้เร็วที่สุด จอน นายเข้าไปพาพี่ชายนายออกมา แล้วเดี๋ยวฉันจะเข้าไปจัดการกับคริปโตไนท์เอง”

เดเมี่ยนแจงงานอย่างรวดเร็ว ทั้งสองพยักหน้า

 

“แล้วฉันล่ะ” เจดแย้งออกไป

 

“อยู่นี่” เดดมี่ยนหันมาบอกเธอ “อยู่เงียบๆ และคอยรายงานจากบนนี้”

เขาโยนเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กจิ๋วให้เธอ

 

“ใส่ไว้ที่หูนะ แล้วเธอจะคุยกับเราได้” บิลลี่แตะไปที่หูของตัวเองเป็นเชิงบอก

 

เจดแอบรู้สึกแย่นิดหน่อยที่ไม่ได้ไปลงสนามกับพวกเขา แต่เธอก็เข้าใจความรู้สึกเดเมี่ยนที่ไม่อยากให้มือใหม่...หรืออะไรก็ตามเข้าไปยุ่มย่ามในภารกิจของมือโปร จึงได้แต่สวมเครื่องมือสื่อสารเข้าไป

 

“ลดการปะทะให้มากที่สุด” เดเมี่ยนพูดทิ้งท้าย “อย่าทำให้ตัวเองเป็นจุดสนใจเชียวล่ะ”

 

ก่อนทั้งสามร่างจะหายไปอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง

 

เจดมองออกไปที่หน้าต่าง เธอเห็นเงาของทั้งสามที่พุ่งเข้าไปที่รถคันนั้น แล้วก็เริ่มภารกิจอย่างรวดเร็ว

 

สกิลของโรบินยังคงน่าทึ่งอยู่เสมอ เขาเข้าไปใกล้ตัวรถได้อย่างเงียบเชียบก่อนจัดการการ์ดคนที่หนึ่งและสองอย่างไร้ซึ่งเสียง พวกเขาสลบลงทันทีด้วยทักษะการต่อสู้ของเดเมี่ยน แต่ที่ทำให้เจดแปลกใจนิดหน่อยก็คือบิลลี่ เขาดูไม่น่าจะสามารถต่อสู้ด้วยมือเปล่าได้ แต่เขาเข้าไปหาการ์ดคนที่สามด้วยความเร็ว ทำให้การ์ดล้ม และใช้ปืนช็อตไฟฟ้าของการ์ดคนนั้นช็อตเจ้าตัวจนสลบ ในขณะนั้นเองที่เดมี่ยนใช้ปืนอตไฟฟ้าของการ์ดอีกคนทำให้คนขับรถสลบไปแล้ว

 

จอนเดินไปยังหลังรถก่อนกระชากประตูรถบรรทุกให้เปิด ทันใดนั้น แสงสีเขียวก็สาดออกมา ทำเอาคริปโตเนียนบอยลงไปคุกเข่ากับพื้นเลยทีเดียว

 

‘เดเมี่ยน...คริปโตไนท์’

 

เสียงของจอนลอดผ่านเครื่องมือสื่อสารมา ทันใดนั้นเอง ร่างปราดเปรียวของโรบินก็เข้าไปในรถบรรทุก ก่อนแสงสีเขียวนั่นจะหายไป

 

จอนเข้าไปพาพี่ชายของเขาออกมา คอนเนอร์ เค้นท์ ที่หมดสติอยู่นั้นดูอ่อนล้าเพราะรังสีของคริปโตไนท์

 

‘เอาล่ะ ภารกิจสำเร็จ!’ บิลลี่กระซิบอย่างดีใจผ่านเครื่องมือสื่อสารของพวกเขา

 

เจดที่กำลังรู้สึกโล่งใจยิ้มออกมา

 

ทันใดนั้นเองที่เธอเห็นแสงที่กระพริบอยู่ใต้ท้องรถ..

 

“ทุกคน ออกมา มันเป็นกับดัก!!!”

 

เจดตะโกนผ่านเครื่องมือสื่อสาร 

 

แต่ดูเมือนจะไม่ทันเสียแล้ว...

 

ระเบิดที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท้องรถระเบิดออกมา แก๊สสีเขียวโพยพุ่งออกไปทั่งบริเวณ แสงสว่างแสบตาทำเอาเด็กสาวตาพร่า แรงกระแทกจากกระแสไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาด้วยทำให้เกิดแรงไฟฟ้าสถิตขนาดใหญ่ ทำเอาขนทุกส่วนของเธอตั้งชัน

เมื่อดวงตาของเธอกลับมามองเห็นได้ดังเดิมแล้ว เธอก็เห็นทหารหลายนายกรูกันออกมาล้อมกลุ่มควันนั้นไว้ ทุกคนสวมหน้ากากกันแก๊ส และมีแสงสีแดงแสงหนึ่งปรากฏในกลุ่มควัน

 

เจ้าของแสงสีแดงนั้นเดินฝ่ากลุ่มควันออกมา

 

ร่างการที่อยู่ภายใต้ชุดเกราะสีดำตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า รูปลักษณ์ของเกราะถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถเดินทางใต้น้ำและทนทานต่อแรงกระแทกทุกรูปแบบ หมวกเกราะที่ใหญ่ผิดรูปนั้นมีตาสองดวงสีแดงฉาน

 

เธอจำตัวร้ายคนนี้ได้ ศัตรูตัวฉกาจของอควาแมน 

 

แบล็คแมนต้า...

 

เมื่อควันจางหายไป เธอก็เห็นร่างของเพื่อนเธอทั้งหมดนอนหมดสติอยู่ที่พื้น

 

‘ท่าน...ซ่า..สังเคราะห์...ซ่า....ได้ผล...ซ่า..กับมนุษย์’

 

เสียงบทสนทนาของแบล็กแมนต้ากับทหารของเขาดังผ่านเครื่องมือสื่อสารของใครบางคนดังเข้ามาในหูของเจด

 

‘มี…ซ่า.....อีกคนครับ....ซ่า’

 

“มีใครได้ยินไหม!” เจดตะโกนถามอย่างหมดหวัง

 

‘เก็บไว้...ซ่า...ไหมครับ’

 

‘หนีไป..ไมเยอร์!’

 

เดเมี่ยนพูดผ่านเครื่องมือสื่อสารเขา

 

‘พวกเขาจะฆ่าเธอ! อั้ก!’

 

‘ข้า..ซ่า...จัดการ...ซ่า...เอง’

 

ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงสว่างวาบก็พุ่งตรงมาที่เธอ

 

ซวยแล้วไง....

 

 

 

หลังจากกลิ้งหลบรัศมีทำลายล้างของเลเซอร์จากแบล็ดแมนต้าได้อย่างหวุดหวิด เจดก็รีบจ้ำอ้าวทันที

เธอได้ยินเสียงระเบิดไล่หลังมาอย่างต่อเนื่อง กลิ่นไหม้ของอาคารและควันเข้าโจมตีจมูกที่แสบจาความเย็นของหิมะอย่างรวดเร็ว

เจดวิ่งไปที่บันไดเพื่อที่พยายามจะหาทางออก แต่สวรรค์ดูจะไม่เข้าข้างเธอเท่าไหร่นะ บันไดที่ทำจากไม้ถูกไปที่แผดเผาอย่างรวดเร็วทำลายลงต่อหน้าต่อตา พื้นด้านล่างของเธอมีเปลวเพลิงโหมกระหน่ำร้อนแรงราวนรก

เด็กสาวถอยหลังก่อนตัดสินใจเปลี่ยนทิศ เธอวิ่งขึ้นไปด้านบนแทน ไฟที่ร้อนระอุด้านหลังไล่ตามเธอราวกับมัจจุราชที่หมายจะเอาชีวิต ขาของเธอก้าวอย่างรวดเร็วในขณะที่ปอดก็สำลักควันออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่าเร็วจี๋ พยายามหาความเป็นไปได้ที่จะหาทางออกจากที่นี่

 

เจดวิ่งขึ้นมาจนถึงชั้นห้าของอาคาร ซึ่งเป็นชั้นบนสุดแล้ว

ตอนนี้อาคารทั้งหลังกำลังสั้นสะเทือน ไฟที่กระหน่ำทำลายพื้นใต้เท้าของเธอกำลังทำลายโครสร้างของอาคารทั้งหลัง และหางตาของเธอก็เห็นว่าลูกน้องของแบล็กแมนต้ากำลังเล็งบาซูก้ามาทางเธอ

 

เจดเหลือเวลาไม่มากแล้ว

 

เด็กสาวพยายามกวาดตามองรอบตัว ประเมินความเป็นไปได้ในการรอดชีวิตพลางก่นด่าตัวเองในใจว่าทำไมถึงไม่ยอมให้เดเมี่ยนถอดปลอกคอของเธอออกไปเสียแต่แรก

 

แต่มารู้สึกแย่ตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว

 

เจดเห็นหน้าต่างบานนึงที่ยังไม่ถูกไฟเผา เธอรีบพุ่งไปยังหน้าต่างบานนั้นทันที 

 

ระยะห่างระหว่าหน้าต่างบานนี้กับดาดฟ้าของอีกตึกหนึ่งห่างกันเกือบหกเมตรเห็นจะได้ เธอกระโดดไปคงไม่น่าถึง ส่วนระยะห่างระหว่างความสูงนี้กับพื้นหิมะด้านล่าง...

 

…ตกลงไปยังไงก็เละ

 

วินาทีนั้นเป็นครั้งแรกที่เจดรู้สึกไร้ทางออกอย่างแท้จริง

 

…ขอโทษนะทุกคน

 

เปลวไฟค่อยๆ โหมกระหน่ำมาเรื่อย ความร้อนและเถ้าถ่านทำให้เหงื่อและน้ำตาของเจดไหลไปทั่ว ร่างกายอ่อนแรงอย่างหนัก

 

เธออยากยอมแพ้แล้ว...

 

.

.

.

 

อ๊ะ เดี๋ยวสิ ยังมีทางออกอยู่นี่นา...

 

…ถึงจะบ้าระห่ำมากก็ตาม

 

แต่เธอมีโอกาสรอด...

 

เจดเกาะขอบหน้าต่างไว้ สมองหมุนประเมินความเป็นไปได้อย่างเร็วจี๋

 

โอกาสรอดน้อย แต่ยังมี

 

เด็กสาวกระโดดขึ้นไปบนขอบหน้าต่างพร้อมกับเสียงสั่งยิงบาซูก้าของแบล็คแมนต้า

 

หนึ่ง...

สอง...

สาม!!!!

 

เจดกระโดดออกจากขอบหน้าต่างเวลาเดียวกับที่จรวดระเบิดปะทะกับตัวอาคาร ส่งแรงระเบิดมหาศาลกระแทกตัวเจดจนลอยออกไป...

ร่างของเด็กสาวลอยผ่านอากาศไปกว่าหกเมตร ก่อนโค้งไปกระแทกกับดาดฟ้าปูนแข็งๆ ก่อนกลิ้งอีกหลายสิบตลบจนไปกระแทกกับขอบปูนที่อยู่อีกฝั่ง พร้อมกับตึกด้ามหลังที่พังโครมลงมาในกองไฟ

เจดร้องโอดโอยอย่างหนักด้วยความเจ็บปวด หากจะให้เทียบก็อาจจะเหมือนโดนรถบรรทุกชนกระเด็นไปอยู่ในขวดโหลแก้ว แล้วโดนมือยักษ์เขย่าจนร่างเธอเด้งไปเด้งมาในขวดอีกทีหนึ่ง

ร่างกายทุกส่วนของเธอชาและปวดหนึบ แขนข้างซ้ายของเธอปวดหนักกว่าจุดไหนๆ อาจเพราะเป็นสิ่งแรกที่เธอยื่นออกมารับแรงกระแทกจากพื้นปูน เจดเดาว่าถ้ากระดูกไม่ร้าวก็คงหัก

หลังจากใช้ความพยายามอยู่นานกว่าจะลุกขึ้นมาได้ เจดก็ได้สำรวจร่างกายตัวเองอีกครั้ง

เสื้อผ้าของเธอขาดและมีรอยไหม้เป็นหย่อมๆ กางเกงตรงเข่าของเธอขาด เข่าของเธอถลอกและมีเลือดไหล ผมเผ้าภายใต้หมวกไหมพรมสีขาวเยินๆ ของเธอกระเซิงออกมาเป็นหย่อมๆ ไหมพรมส่วนหนึ่งของเธอชุ่มไปด้วยเลือดจากศีรษะที่แตกบริเวณเหนือหางคิ้วขวา ซึ่งอาจจะโดนแว่นกันลมของเธอกระแทกเข้า เพราะมุมด้านขวาของแว่นเธอก็ร้าวเช่นกัน แขนซ้ายเธอปวดหนักจนต้องหาเศษไม้มาดามไว้ รองเท้าบู้ทหนังกันหิมะของเธอสึกและมีกลิ่นเหมือนเนื้อเน่าที่ไหม้ โชคดีที่คอของเธอไม่มีอะไรเสียหาย เพราะปลอกคอของเธอช่วยป้องกันคอเธอไว้ได้ แต่ความเจ็บปวดจากบาดแผลเล็กๆ รอบตัวที่เริ่มถูกหิมะกัดก็เริ่มทำให้เธอรู้สึกแย่

 

อย่างไรก็ตาม...เธอยังไม่ตาย...

 

ฟังดูเป็นปาฏิหารย์ แต่เธอก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ได้

 

เจดย้อนนึกถึงวินาทีก่อนกระโดด ตอนนั้นเธอคิดเสียแล้วว่าเธอต้องตายแน่ๆ

 

มันสงบจนน่ากลัว...

 

เจดสลัดความรู้สึกแย่ๆ ออกไปเมื่อเธอได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถถูกสตาร์ทขึ้น

 

พวกคนไม่ดีคงจะคิดว่าเธอไม่รอดแล้วแน่ๆ พวกเขาจึงได้พาคนที่หมดสติขึ้นรถ

 

เจดคิดว่าพวกเขาคงจะพาเพื่อนของเธอไปทดลองเป็นแน่...

 

…เพื่อนเหรอ?

 

เจดส่ายหัว

 

จะยังไงก็ช่าง พวกเขากำลังพาตัวละครที่เธอรักไป ซึ่งนั่นทำให้เธออารมณ์ไม่ดีเอามากๆ

 

ตอนนี้เธอไม่มีกำลังเสริม ติดต่อใครไม่ได้ มีเพียงเจด ไมเยอร์ที่บาดเจ็บและไม่มีพลังของกราวิต้าใช้ด้วย

 

แต่เธอมีสมอง...และข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาทุกเรื่อง

 

เอาล่ะ...ดูท่าว่าเจดคนนี้จะต้องบุกเดี่ยวฐานทัพศัตรูเสียแล้ว

 

✢ ✢ ✢

 

บอกก่อนเลยว่าเขียนฉากหนีของเจดสนุกมากคับ!! พยายามให้น้องเข้าใกล้ความตาย ให้เห็นความสิ้นหวังเล็กๆ น้อยๆ ของน้อง555 //โดนลูกถีบน้องเจด

 

ตอนนี้ก็มีเพิ่มตัวละครมาอีกหนึ่งนะคับ นั่นก็คือ พี่คอน หรือ คอนเนอร์ เค้นท์ หรือ คอน-เอล นั่นเอง!!!!!

ใครไม่รู้จักเนี่ย ขอเล่าสั้นๆ พี่คอนเป็นโคลนซุปเปอร์แมนจากโปรเจคแคดมัสฮะ ไรท์ใช้พื้นเพและอิมเมจพี่คอนมาจาก Young Justice นะคับบ (กระซิบว่าพี่แกหล่อมาก แต่แอบขี้ใจร้อนไปนิด)

 

แอบเปิดตัวตัวร้ายหลักของอีพีนี้ละด้วย ให้เป็นพี่แบล็กแมนต้า คือตัวละครตัวนี้เป็นตัวร้ายของอควาแมนฮะ ไรท์ชอบดีไซน์ตัวละครมากๆเลยดึงให้มาเป็นตัวร้ายคับ5555 อ้อ ละก็พี่แกเก่งมากๆ ด้วยนะ กล่อมออร์ม(น้องชายอควาแมน)ให้ยึดบัลลังก์แอตแลนติสได้ สุดจริงคับคนนี้

 

เอาล่ะฮะ ตอนหน้าน้องเจดบุกเดี่ยวเข้าฐานลับในสภาพปางตาย... //ยกมือไหว้น้องเจด รอดไม่รอด มาให้คุกกี้ทำนายกันคับ

 

มีความคิดเห็นอย่างไร เม้นต์มาโลดดด

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #8 Whan3523 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 07:23

    รอตอนต่อไปค่า
    #8
    1
    • #8-1 KookKaii_AmT(จากตอนที่ 6)
      22 ตุลาคม 2563 / 09:03
      กดติดตามได้เลยคับ!
      #8-1
  2. #7 ภาชนะที่ว่างเปล่า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 08:48
    ถล่มมันเลยค่ะลูก!!!
    #7
    1
    • #7-1 KookKaii_AmT(จากตอนที่ 6)
      17 ตุลาคม 2563 / 09:15
      น้องเจดกำหมัดแน่นแล้วคับ5555
      #7-1