Justice League : GRAVITA

ตอนที่ 3 : EPISODE 1 : CHAPTER 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    25 ก.ย. 63

CHAPTER 2


 

นี่เป็นกับดัก!!!

เจดได้ยินเสียงอาร์เธอร์ หรืออควาแมนตะโกนประโยคนี้อย่างเกรี้ยวกราดเป็นครั้งที่สาม

วินาทีแรกที่อาเธอร์เห็นเธอ เขาก็ตรงเข้ามาหมายจะเชือดเธอทันที เพราะเธอ...ไม่สิ กราวิต้าคือคนที่วางแผนระเบิดเมืองบนแอตแลนติส และวางแผนทำร้ายราชินีเมร่า คนรักคนสำคัญที่สุดของอาเธอร์

ต้องใช้พละกำลังจากวันเดอร์วูแมน กรีนแลนเทิร์น และชาแซมถึงจะกล่อมให้เขาสงบสติอารมณ์ลงได้

ถึงกระนั้นอาเธอร์ก็ยังมองเธอด้วยสายตาอาฆาตแค้นอยู่ดี

 

จริงๆ ทุกคนในลีกต่างมองเธอด้วยความอาฆาตทั้งนั้น ความผิดของกราวิต้าสร้างบาดแผลให้กับพวกเขาอย่างสาหัส ความสูญเสียนับไม่ถ้วนเกิดจากเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียว

นั่นทำให้เธอต้องมานั่งรับกรรมตรงนี้อย่างเลือกไม่ได้ และนั่นค่อนข้างน่าหงุดหงิดพอสมควร

แต่เจดพยายามคุมสติของตัวเอง สมองของเธอพยายามหาทางพูดกับพวกเขา หาทางอธิบายเรื่องราวทั้งหมดนี่ให้พวกเขาฟัง

เพราะนี่ยังไม่ใช่จุดจบ ในความทรงจำของกราวิต้า เธอเห็นความเป็นไปได้อย่างหนึ่งที่จะทำให้โลกทั้งใบรอดจากเงื้อมมือของดาร์กไซด์ แต่ลูกสมุนชั้นเยี่ยมที่ถูกเรียกทัดเทียมกับลูกของเจ้าแห่งจักรวาลก็เก็บความเป็นไปได้นี้ให้ลึกลงไปมากที่สุด พยายามทำทุกวิถีทางไม่ให้ผู้พิทักษ์แห่งโลกได้รับรู้และนำไปใช้

 

แต่ตอนนี้ไม่อีกแล้ว เพราะเธอไม่ใช่กราวิต้า

และเธอก็มีตัวแปรสำคัญอยู่ครบแล้ว

ต้องบอกพวกเขาให้เร็วที่สุด

 

“หนูขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆนะคะ”

เจดที่นั่งอยู่ในห้องขังที่เหมือนจะดีที่สุดในฮอลออฟจัสติสเอ่ยช้าๆ พยายามไม่สนใจปลอกคอที่ใช้ระงับพลังขอเธอ

 

“ขอโทษงั้นเรอะ!!!”

อาเธอร์พุ่งเข้าทุบกระจก แรงกระแทกไม่ได้ทำให้กระจกแตก แต่กลับทำให้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้อง

“เจ้ารู้บ้างไหมว่าความเลวของเจ้าทำอะไรลงไปบ้าง” อาเธอร์เอ่ยเสียงขุ่น เมื่อไดอาน่า หรือวันเดอร์วูเมนเดินมาแตะไหล่เขาสีหน้าเขาก็อ่อนลง แต่ยังเต็มไปด้วยความโกรธ
 

“หนูเสียใจด้วย” เจดตอบ “แต่หนูไม่ใช่กราวิต้า”

 

“อย่าโกหกซะให้ยากดีกว่า” แบร์รี่ที่ก็ทนไปไหวกับเรื่อเหล่านี้เริ่มพูดบ้าง เขาโมโห...ใช่ โมโหมากกว่าครั้งไหนๆ เธอทำร้ายคนสำคัญของเขาเช่นกัน “แกล้งความจำเสื่อมตอนนี้ไม่ทันแล้วล่ะ”

“หนูไม่ได้โกหก” เจดกดเสียงต่ำลง เธอไม่ได้โกรธพวกเขาเลยที่พวกเขาเป็นแบบนี้ น่าแปลกที่เธอเข้าใจพวกเขา เธอเข้าใจความเจ็บปวดของการสูญเสียสิ่งที่รักไป และที่สำคัญ เธอรู้สึกผูกพันธ์กับพวกเขามากอย่างหาสาเหตุไม่ได้

อาจเพราะที่โลกก่อน พวกเขาคือคนที่คอยปลอบประโลมเธอก็ได้ล่ะมั้ง...

และอันที่จริง ถ้าไม่ติดในสถานการณ์แบบนี้ ต่อมติ่งเธอคงแตกและวิ่งพล่านไปถ่ายรูปกับพวกเขาแล้ว
 

“ถ้าคุณไม่เชื่อก็ให้มาร์เชียนแมนฮันเตอร์อ่านใจหนู หรือไม่ก็ใช้บ่วงแห่งสัจจจะของวันเดอร์วูเมนถามความจริงเอาเลยก็ได้”

เจดหันไปสบตาไดอาน่ากับชาวดาวอังคาร

เจ้าหญิงแห่งอะเมซอนหันไปหาชายชุดค้างคาวอย่างลังเล พวกเขาเหมือนกำลังจะตัดสินใจบางอย่าง

 

“ขอร้องล่ะ” เจดเอ่ยช้าๆ “หนูอยากช่วยพวกคุณ ดาร์ไซด์อาจจะบุกมาเมื่อไหร่ก็ได้นี่คะ”

 

“ผมอ่านใจเธอเอง”

ก่อนที่สองผู้นำแห่งลีกจะพูดอะไร จอห์น โจนส์ หรือมาร์เชียนแมนฮันเตอร์ก็เสนอตัวแทน ใบหน้าสีเขียวเรียบนิ่งของเขามองมายังเธอ แอบน่าขนลุกนิดหน่อย แต่เจดกลับรู้สึกทึ่ง เธอได้เห็นมาร์เชียนแมนตัวจริงสักที

 

“จอห์น”

ไดอาน่ามองชาวดาวอังคารด้วยสีหน้าเป็นห่วง เธอไม่อยากเสียเพื่อนร่วมลีกไปอีกแล้ว...

“ไม่เป็นไร” มาร์เชียนให้ความมั่นใจ “เธอทำอะไรผมทางเธเลพาธีไม่ได้หรอก”

“หวังว่าจะเป็นแบบนั้น” แบทแมนเอ่ย สายตาเขาจ้องเธอนิ่งอย่างวิเคราะห์

“เอาเลย”

 

แล้วเจดก็รับรู้ถึงอาการคลื่นไส้เวียนหัวเมื่อแมนฮันเตอร์เริ่มใช้พลัง ตาของเขาเรืองแสงแดงก่ำ เธอพยายามไม่ต่อต้านเขา หวังว่าเขาคงจะรื้อข้อมูลเธอไปได้หลายอย่างจริงเชียว

อึดใจถัดมาไฟในดวงตาเขาก็ดับลง เขาเซเล็กน้อย ไซบอร์กจึงเข้ามาพยุงเพื่อนร่วมทีม

 

“เธอ...ไม่ใช่กราวิต้า” จอห์นเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจ “ไม่ใช่อีกแล้ว”

 

“เป็นไปไม่ได้” ชาแซมยกมือปิดปาก

 

“หมายความว่ายังไง?” แฟลชขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาใช้ความเร็วของตัวเองพุ่งมาหน้ากระจก มองเธออย่างพินิจพิเคราะห์

 

“เปิดประตู” ไดอาน่าเอ่ย “ข้าจะลองใช้บ่วงแห่งสัจจะกับนางดู”

รอบนี้ไม่มีใครห้ามอะไร เจดเองก็ไม่ได้ขัดขืน เธอยอมให้ไดอาน่ารัดเธอด้วยบ่วงสีทองในตำนาน

 

จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง!!

 

“ด้วยอำนาจของบ่วงแห่งสัจจะ ข้าขอสั่งให้เจ้าพูดความจริงมาทั้งหมด”

 

“หนูไม่ใช่กราวิต้าอะไรนั่นยังไงล่ะ” เจดเอ่ยตอบ เธอรับรู้ได้ถึงความอุ่นของบ่วงที่รัดรอบกาย “ชื่อจริงๆของหนูคือเจด ไมเยอร์ ร่างนี้เคยเป็นของลูกสมุนดาร์กไซด์งี่เง่านั่น แต่ด้วยอะไรบางอย่าง หนูซึ่งกำลังดูการ์ตูนเกี่ยวกับคุณก็หลุดมาอยู่ในร่างเด็กคนนี้ และก็เป็นอย่างที่เห็น”

“เดี๋ยวนะ เธอบอกว่าเราอยู่ในการ์ตูนเหรอ” บิลลี่เอ่ยถาม

“ประมาณนั้น พวกคุณเป็นฮีโร่ในคอมมิคส์ล่ะ” เจดหันไปตอบ “พวกคุณเท่ห์มาก!”

“กราวิต้า” ไซบอร์กเตือนสติทั้งคู่

“โอ้ ใช่”

 

“กราวิต้าคนนั้นมีแผนที่จะทำลายพวกคุณและยึดโลกนี้ เธอฉลาดมาก เผลอๆอาจจะมากกว่าคุณก็ได้นะแบทแมน” เจดเอ่ยก่อนได้รับสายตาคมๆตอบกลับ “อ่า...ขอโทษค่ะ แต่ในความฉลาดนั้นเธอก็ได้คำนวณอะไรหลายๆอย่างไว้ ทั้งหนทางสู่ชัยชนะ และสถานการณ์สู่ความพ่ายแพ้”

“หมายความว่ากราวิต้าคนนั้นเห็นทางที่พวกเราจะเอาชนะดาร์กไซด์ได้สินะ” ไดอาน่าที่กำลังทวนข้อมูลในหัวเอ่ยตามเธอช้าๆ

“ใช่ค่ะ แต่กราวิต้ารู้ดีว่าทางนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะมีตัวแปรหนึ่งที่สำคัญมากๆ ซึ่งไม่มีโอกาสเลยที่พวกคุณจะหามาได้ และหากไม่มีแล้วพวกคุณก็ไม่มีทางชนะแน่นอน”

 

“ตัวแปรอะไร” ฮาลขมวดคิ้ว

 

เจดยกยิ้มเล็กน้อย

 

“กราวิต้าค่ะ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ พลังของกราวิต้า”


 

 

“พลังของกราวิต้าคือพลังงานบริสุทธิ์”

 

เจดที่ได้รับการปล่อยตัวหลังจากยืนยันเรื่องต่างๆ ได้แล้วกำลังถูกไซบอร์กตรวจร่างกายแทบทุกส่วน

แต่ถึงยืนยันไปหลายเรื่องแล้ว เธอก็ยังไม่ได้รับความไว้วางใจเท่าที่ควรจากลีกอยู่ดี

แต่ก็ว่าพวกเขาไม่ได้ กลังจากเจอมาขนาดนั้น เป็นเธอเธอก็คงหาดาบมาเสียบตัวเองไปแล้ว

 

เอ่อ...หวังว่าคงไม่มีใครทำแบบนั่นนะ

 

“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พลังงานของกราวิต้าเชื่อมกับพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าของห้วงเวลา ทำให้เธอสามารถควบคุมสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้โดยการยืมพลังงานจากเวลามาโดยที่ไม่ได้สร้างผลกระทบเลย เหมือนเป็นการรียูสโดยที่มีโอกาสสูญเสียเท่ากับศูนย์”

ไซบอร์กเอ่ยด้วยความทึ่ง

 

“นั่นถือว่าโกงได้ไหมนะ?”

แบร์รี่ผู้ที่มีเรื่องกับสปีดฟอร์ซมาหลายต่อหลายครั้งมุ่ยหน้า เขาไม่ได้โกรธอะไรเธอขนาดนั้นแล้ว เพราะยังไงซะเธอก็ดูจะเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ผิดที่ผิดเวลา ผิดจักรวาลเท่านั้น

 

…แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะน้อยใจไม่ได้นี่นา

 

เจดหัวเราะแห้ง อันที่จริงเธอรู้ความสามารถของกราวิต้ามาตั้งแต่ได้รับความทรงจำของร่างนี้ เธอรู้ว่าเด็กคนนี้แข็งแกร่งทั้งรายกายและสมอง เป็นคนที่แทบไม่มีจุดอ่อนอย่างแท้จริง การที่ดาร์กไซด์ได้กราวิต้าเป็นสมุน นั่นคือเรื่องที่อันตรายที่สุด

 

  แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกแปลกๆกับพลังนี้ก็ไม่รู้...

ราวกับว่ามีประตูแห่งไหนในร่างกายเธอที่ล็อกอยู่ พร้อมจะเปิดออกมาเมื่อมีอะไรไปกระตุ้นมันเท่านั้น...

และเธอรู้สึกว่าหลังประตูบานนั้นคือ...อันตราย

 

“ทีนี้เราใช้พลังของเธอทำอะไรได้บ้าง” ฮาลถามด้วยความสงสัย

 

“อ่า ใช่!” เจดสลัดตัวเองออกจากภวังค์ “พวกคุณต้องใช้พลังของเธอในการรีเวิร์สสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในเวลาเพื่อที่จะเดินทางกลับไปในอดีต”

“แบบนั้นจะต่างจากให้แฟลชย้อนเวลาไปยังไงล่ะ?” วันเดอร์วูเมนเอ่ยถามต่อ

“ต่างค่ะ การที่แฟลชย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องในอดีตจะส่งผลกระทบให้เกิดปรากฏการณ์ผีเสื้อกระพือปีก มันจะส่งผลให้เกิดทามไลน์ใหม่และอนาคตที่เปลี่ยนไปด้วย เรื่องนั้นพวกคุณคงรู้ดีกันอยู่แล้ว”

แฟลชพ้อยต์...เรื่องที่เกิดขึ้นจริงในจักรวาลนี้ เป็นหัวข้อที่เธอชอบมากๆในดีซีเลยล่ะ

 

แบร์รี่ไม่ตอบ เขาทำเพียงก้มหน้าต่ำเหมือนคนกำลังคิดอะไรอยู่

 

“นั่นเป็นเพราะแฟลช ‘ใช้’ พลังของสปีดฟอร์ซยังไงล่ะคะ แต่กับกราวิตี้ พลังของเธอไม่ใช่สปีดฟอร์ซ และเธอก็ทำเพียงแค่ ‘ยืม’ สนามแม่เหล็กในกระแสเวลามาเท่านั้น...”

 

“นั่นทำให้กราวิตี้เป็นอิสระจากกระแสเวลา การตัดสินใจของเธอจะไม่ส่งผลให้เกิดมัลติเวอร์ส แต่จะมีผลต่ออนาคตของกระแสเวลานั่นเท่านั้น”

แบทแมนต่อประโยคจนจบ

 

“ใช่ค่ะ” เจดอึ้งนิดหน่อยเมื่อได้เห็นความเร็วในการเรียนรู้ของชายที่ฉลาดเป็นอันดับสามของโลก นั่นมันน่าตื่นเต้นชะมัด

 

“ขี้โกงที่สุด” แฟลชเบ้ปากด้วยความน้อยใจ

 

“โอเค ทีนี้เราต้องกลับไปอดีต” อาเธอร์ผู้สงบลงแล้วหรี่ตามองเธอ เขายังคงดูโกรธ เขาอยากล้างแค้นให้เมร่า แต่กราวิตี้ไม่ใช่เด็กคนนี้ ถึงจะเหมือน แต่ไม่ใช่...ไม่ใช่อีกแล้ว

 

“ไม่ใช่ ‘เรา’ แต่เป็น ‘เธอ’ ต่างหาก”

แบทแมนพูด เขายืนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ มือกดคำสั่งต่างๆเล็กน้อย แล้วภาพจำลองของกระแสเวลาก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน

 

“ยังไงกัน” เป็นชาแซมที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย สายตาเขามีความไม่ไว้วางใจซ่อนอยู่

เจดกลืนน้ำลาย มันไม่ง่ายเลยที่จะสร้างความเชื่อใจจากพวกเขาในระยะเวลาอันสั้นขนาดนี้

 

“สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีการแผ่สนามแม่เหล็กไฟฟ้าในหลายกหลายความถี่ที่ต่างกันค่ะ สนามแม่เหล็กในกระแสเวลามีความถี่เฉพาะตัวของมัน ดังนั้นการที่จะเดินทางผ่านสนามแม่เหล็กในกระแสเวลาได้ สิ่งนั้นต้องมีความถี่ที่ตรงกันกับสนามเวลาค่ะ”

เจดอธิบายในขณะที่ภาพในจอค่อยๆ เปลี่ยนตามคำพูดของเธอ

 

เอาตรงๆ เจดแอบรู้สึกแปลกใจที่ตัวเองฟังดูฉลาดได้ขนาดนี้ อาจเป็นความสามารถพื้นฐานของกราวิตี้อยู่แล้วที่ทำให้ระดับความสามารถของสมองเธอเพิ่มขึ้น...น่าสนใจจริง

 

“ถ้าอย่างนั้นคือเธอเป็นคนเดียวที่มีความถี่ตรงกับกระแสเวลาสินะ” ฮาลสรุปสั้นๆ

 

“ค่ะ” เจดพยักหน้าตอบ

ทั้งลีกเงียบอย่างใช้ความคิด พวกเขาพยายามตามเธอให้ทัน

 

“ท่านพ่อ”

 

ร่างอีกร่างเดินเข้ามาในห้อง เป็นเด็กหนุ่มที่สวมชุดโรบิน เขาน่าจะอายุประมาณสิบเจ็ดปีได้มั้ง และเขาดูตกใจมากเมื่อเห็นเธอ

 

เจดเองก็ตกใจ พ่อหนุ่มตรงนั้นคือเดเมี่ยน เวย์น ลูกชายคนเดียวของบรูซ เวย์น กับทาเลีย อัล กูล แห่งสมาพันธ์นักฆ่าเงา เด็กคนนี้ถูกฝึกให้เก่งกาจากทั้งสมาพันธ์และบรูซ เขาเป็นโรบินใจร้อนที่รักพ่อมาก แต่ก็ปากแข็งเก่งเหมือนพ่อเขา

 

เจดอยากกรี๊ด เธอตื่นเต้นที่ได้พบสมาชิกแบทแฟมิลี่แล้วเพิ่มอีกหนึ่ง 

 

เธอคงจะวิ่งไปขอลายเซ็นเขาแล้วถ้าเดเมี่ยนไม่จ้องเธออย่างกินเลือดกินเนื้อขนาดนั้น

 

“แก” ดาบถูกชักออกมา ประกายของมันสะท้อนความตายเข้ามาที่เจด

 

“โรบิน หยุด”

แบทแมนสั่งห้ามลูกชายตัวดีของเขา

 

“แกฆ่าซุปเปอร์แมน แกทำลายเรา!” โรบินร้องอย่างเกรี้ยวกราดขณะที่ไซบอร์กหันไปห้ามเขาไว้

 

หัวใจของเจดรู้สึกเหมือนถูกบีบรัด

 

ทำไมพวกเขาต้องเจอความเจ็บปวดขนาดนี้กัน...

 

“เธอไม่ใช่กราวิต้าแล้ว” แบทแมนเดินไปหาลูกชายของเขา “ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว”

 

โรบินหันไปมองสมาชิกคนอื่นๆ เขามองไปที่มาร์เชียนกับวันเดอร์วูเมนเป็นสองคนสุดท้าย เมื่อไม่มีใครพูดอะไร เขาก็เก็บดาบเข้าฝักอย่างหัวเสีย

“หวังว่าแกจะมีคำอธิบายที่ดีสำหรับเรื่องนี้นะ” เขาหรี่ตามองเธอก่อนหันไปมองที่ประตูที่เขาเพิ่งเดินเข้ามาด้วยสายตากังวล

“หน่วยตรวจตรากลับมาทั้งหมดแล้ว” โรบินรายงานกับคนในลีก “หลังจากที่พวกพาราเดมอน...หายไป”

 

“บอกพวกเขาว่าอีกห้านาทีเราไป” ไดอาน่าหันไปบอกเด็กหนุ่ม

“เรามีวิธีแก้ไขเรื่องนี้” แบทแมนหันไปหาลูกชาย

เดเมี่ยนพยักหน้าเร็วๆ หนึ่งที เขามองเธอนิดหน่อยก่อนหันหลังและเดินกลับไปหาสมาชิกลีกที่เหลือ 

 

“เราต้องอธิบายรายละเอียดให้พวกเขาฟัง” ฮาลเอ่ยหลังจากที่โรบินเดินออกไป “ต้องใช้คำอธิบายเยอะแยะเลย รู้ใช่ไหม”

สมาชิกหลักของลีกได้แต่มองหน้ากัน

 

“ถ้านี่เป็นความหวังเดียวของเรา” แบทแมนเอ่ย “มันก็คุ้มที่จะเสี่ยง”

 

“อย่าได้สูญเสียความหวัง” ไดอาน่าเอ่ยต่อ “ตราบใดที่เรายังลมหายใจ เราจะยังสู้ เพราะเราคือความหวังของโลกใบนี้”

 

นั่นเป็นคำกล่าวปลุกใจที่ดีที่สุดในชีวิตเจดเลย…

 

✢ ✢ ✢ 

 

 เดอะลีกปรากฏตัวแล้ว!

ด้วยความที่น้องเจด(หรือกราวิต้าคนก่อน)พังโลกไปมหาศาลมาก จึงไม่ค่อยแปลกอ่าเนอะนี่ทั้งลีกแบบว่าโกรธน้อง

แต่งไปแต่งมาเริ่มสงสารน้องเจด น้องดูต้องเจออะไรเยอะมากเลย5555

 

--แถมๆ--

Q: น้องเจดคับ รู้สึกยังไงบ้างคับที่ได้เจอจัสติสลีก?

A: รู้สึกว่าไรท์ใจร้ายมากค่ะ อุตส่าห์ได้มาเจอจัสติสลีกทั้งที โดนเกลียดเฉยเลยTT

Q: …

- - - -

คิดเห็นยังไงมาคอนเม้นต์คุยกันได้นะค้าบบ

รักรีดเดอร์ทุกคนนะะะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #62 NOIR FOX (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2564 / 15:19

    FLASHPOINT PARADOX

    เป็นหนึ่งในอีเว้นท์ ที่ชอบเหมือนกัน

    รอดูเลยว่าจะเเก้ไขความพังของจักรวาลนี้เช่นไร ความโกรธของสมาชิกลีกเเต่ละคน... รู้สึกได้เลย
    #62
    0
  2. #4 ภาชนะที่ว่างเปล่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 19:13
    อยากจะบอกว่า ไม่ใช่แค่น้องหรอกค่ะที่ตื่นเต้น คนอ่านก็ดิ้ดไปมาจนแม่หาว่าบ้าแล้วค่ะ555
    #4
    1
    • #4-1 KookKaii_AmT(จากตอนที่ 3)
      2 ตุลาคม 2563 / 19:16
      เย้ยย มาตื่นเต้นไปพร้อมๆกับน้องเจดกันนะคับ55555
      #4-1