Justice League : GRAVITA

ตอนที่ 21 : EPISODE 4 : CHAPTER 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    5 มี.ค. 64

CHAPTER 20

 

เดเมี่ยนยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดแบทแมนในแบบของเขาเอง ร่างกายรายล้อมไปด้วยฮีโร่และเหล่าร้ายทั้งหน้าใหม่และเก่า ทั้งบางคนที่เจดจำชื่อได้ และบางคนที่เธอหลงลืมไปแล้วด้วย

 

“เจด..” เด็กหนุ่มเรียกชื่อเธอเบาๆ

 

เจดพุ่งเข้าหาอ้อมกอดของเขา เด็กหนุ่มที่ตอนนี้สูงกว่าเธอมากกระชับอ้อมแขนของเขาเข้าหากัน ความอบอุ่นและความโหยหาถูกส่งผ่านเสียงหัวใจของทั้งสองที่สอดประสานกัน

 

ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าครั้งสุดท้ายที่เธอได้ทำแบบนี้มันช่างเนิ่นนานเหลือเกิน...

 

“โว้ว...” เธอได้ยินเสียงแหลมๆ ของใครสักคนร้องขึ้น ก่อนจะถูกใครอีกคนปิดปากเป็นการให้เงียบ

 

เดเมี่ยนเองก็ดูไม่ได้สนใจเสียงเหล่านั้นด้วยซ้ำ

 

“เธอหายไปตั้งสองปี รู้ตัวไหม” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุๆ แต่ยังไม่ยอมปล่อยเธออกจากอ้อมกอดของเขา กลับกัน แรงกอดนั้นกลับแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเขากลัวเธอจะหายไปจากอ้อมแขนแกร่งของเขาเสียด้วยซ้ำ

 

เจดรู้สึกถึงความอ่อนไหวในน้ำเสียงกระด้างนั้น

 

นั่นเป็นตอนที่ไฮเม่และคนอื่นๆ ในห้องยอมเดินออกไปเพื่อให้ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกััน

 

“มันเกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงของเจดแตกพร่า เธอเองก็ยังไม่อยากปล่อยแขนออกจากร่างของเขา

 

เดเมี่ยนไม่ตอบอะไรเธอ เขาทำเพียงวางศีรษะของเขาลงบนกลุ่มผมของเธอโดยไม่สนใจถึงความชื้นจากการว่ายน้ำในท่อของเธอก่อนหน้านี้

 

“เดเมี่ยน...” เจดพยายามดันตัวออกจากแขนแกร่ง แม้เธอจะรู้สึกคิดถึงเขาอย่างไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่ตอนนี้เธอต้องการคำตอบของเรื่องราวทั้งหมด

 

“ขออีกแป๊บเดียว” เสียงของเขาอ่อนลงมาก มันเบาราวกับเสียงกระซิบ

 

นั่นเพียงพอที่ให้แรงขัดขืนของเด็กสาวแห้งเหือดหายไปราวกับน้ำที่ถูกสูบออก เธอยืนนิ่งๆ ซึมซับความรู้สึกอันหลากหลายอยู่ตรงนั้น

 

อะไรกันนะที่ทำให้เด็กหนุ่มหัวแข็งจอมดื้อรั้นเมื่อสองปีที่แล้วกลายเป็นแบทแมนวัยสิบหกที่เต็มไปด้วยความรวดร้าว

 

เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง...

 

และทำไมเธอช่วยอะไรเขาไม่ได้เลยล่ะ...

 

“มันเป็นความผิดของฉันเอง..” เด็กหนุ่มค่อยๆ ถอนอ้อมกอดออกจากร่างผอมๆ ของเธอ เขาค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าชุ่มเหงื่อจากความร้อนภายใต้ชุดสีดำ ผมของเขายาวขึ้นนิดหน่อยและมีรอยถูกตัดอย่างไม่ค่อยเป็นระเบียบนัก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ลดเสน่ห์ที่ส่งจากใบหน้าสีน้ำผึ้งหล่อเหลานั้นเลย

 

ดวงตาสีเขียวของเขาไม่ทอประกายดื้อรั้นเหมือนอย่างเคย มันกับฉายแววเศร้าหมองราวกับมีเงาทะมึนพาดผ่านดวงตาคู่นั้น

 

“สองปีก่อน ที่ลีก...เราเปิดไฟล์ในไดร์ฟของเธอ” เขาเริ่มเล่าเรื่อง “และเราก็ได้รู้ว่าเธอวางยาตัวเองในยานอนหลับ”

 

เจดรู้สึกผิดเมื่อเขาเอ่ยถึงเรื่องนั้น

 

“ตอนนั้นฉันโกรธมาก...และก็กลัวมากเช่นกัน พวกเราเลยพยายามหาวิธียับยั้งยานั่นไม่ให้เข้าไปในกระแสเลือดของเธอ” เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “แต่มันก็สายเกินไป เรารู้ตัวช้าเกินไป แต่-”

 

เดเมี่ยนยกสองมือขึ้นปิดใบหน้า

 

“อย่าบอกนะว่า..” เจดถอยหลังออกจากเขามาสองสามก้าว

 

“พวกนายทำให้ฉันฟื้นกลับมางั้นเหรอ?”

 

น้ำเสียงพรั่นพรึงของเธอถูกเอ่ยออกไป มีเพียงดวงตาสีเขียวเศร้าสร้อยส่งกลับมาเท่านั้น

 

แล้วเรื่องทั้งหมดก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

 

ความทรงจำในฝันของเธอกับอามินเริ่มกระจ่างชัดขึ้นมา ครั้นที่เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะเข้ามาอยู่ในความฝันที่เขาสร้างตลอดไป เพื่อจะจองจำดาร์กไซด์ไว้ในนี้ตลอดกาล

 

ในขณะที่เธอกำลังหารือเรื่องการใช้พลังของเธอกับอามินอยู่นั้น โลกรอบตัวของเธอก็สั่นสะเทือน

 

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” เจดหันไปถามเด็กหนุ่มตัวสีฟ้า เขาเริ่มหอบหายใจอย่างหนักแล้วทรุดลงไปกุมอก เด็กสาววิ่งเข้าไปพยุงเขาไว้ทันที

 

“ฉันบอกแล้วว่าเจ้าพวกนั้นน่ะไม่ยอมให้เธอตายง่ายๆ หรอก” อามินพูดลอดไรฟันพลางยกยิ้มอ่อนแรง

 

เจดขมวดคิ้วมุ่น

 

การที่พวกเขาพยายามจะช่วยเธอจะทำให้เกิดหายนะ!!

 

“นายต้องตั้งสมาธิ!” เจดร้องอย่างกระวนกระวายในขณะที่โลกรอบตัวเธอเริ่มพังทลาย อามินร้องอย่งทรมาณ

 

“ส่วนเธอก็หยุดพวกเขาซะ!” อามินพูดผ่านความเจ็บปวด

 

เจดตั้งสมาธิ เธอพยายามเชื่อมถึงร่างกายของเธอที่กำลังตายลงอย่างช้าๆ เธอบังคับให้ร่างกายเธอปล่อยคลื่นพลังมากระแทกพวกเขาออกไป

 

“ใช้พลังจากในฝันแบบนี้เธอจะไม่แข็งแกร่งเท่าด้านนอกหรอกนะ รู้ไหม” อามินพูด

 

“อย่างน้อยถ้ามันหยุดพวกเขาได้” เจดกัดฟันตอบ เหงื่อเป็นเม็ดเริ่มผุดพรายขึ้นตามใบหน้าของเด็กสาว “ฉันก็จะทำ!”

 

แต่แล้วสถานการณ์ก็ยิ่งไม่เป็นใจเข้าไปใหญ่

 

ฝันของอามินเริ่มพังทลายลงมากกว่าเดิม เขาร้องอย่างเจ็บปวดในขณะที่บางอย่างใต้พื้นของทั้งคู่กำลังตื่น

 

“ฉันต้องการพลังของเธอ!” อามินหันมาหาเธอ เจดพยักหน้าทันที เธอบีบมือของเขาพลางส่งต่อสายพลังในตัวเธอออกไป เจดรู้สึกเหมือนบางอย่างที่หลอมอยู่ในร่างกายของเธอค่อยๆ ไหลผ่านมือของเธอไปยังมือสีฟ้าของอามิน

 

เด็กหนุ่มดูกลับมามีกำลังมากกว่าเดิม แรงสั่นสะเทือนรอบตัวพวกเขาค่อยๆ สงบลงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

 

เจดหอบหายใจเบาๆ ขณะที่พลังของเธอถูกเขาดูดไป อามินดูเชี่ยวชาญการใช้พลังของเธอมากกว่าตัวเธอหลายเท่า

 

สามปีในการใช้ร่างของเด็กคนนี้ครองโลกคงเป็นอะไรที่เขาทำได้ดีทีเดียว

 

ในขณะที่สถานการณ์กำลังคลี่คลายลง เจดก็รู้สึกถึงบางอย่างแปลกๆ ที่กลางลำตัว

 

“อา-”

 

แล้วเจดก็รู้สึงถึงแรงกระชากมหาศาลที่ดึงตัวเธอไปด้านหลัง ทำให้มือของทั้งคู่แยกออกจากกันในทันที

 

“เจด!!”

 

สิ่งสุดท้ายที่เด็กสาวเห็นคือใบหน้าสีฟ้าของเด็กหนุ่ม ดวงตาสองสีคู่นั้นเต็มไปด้วยความตกใจ เธอเห็นผนังด้านหลังของเขาถล่มลงมาอีกหน ก่อนภาพของเธอจะมืดไป

 

“ไม่!!!”

 

เจดกระเด้งตัวขึ้นมาบนเตียงพยาบาลในฮอลล์ออฟจัสติส มือข้างหนึ่งของเธอถูกกุมด้วยมือของบิลลี่ เด็กหนุ่มมีควันลอยจากศีรษะของเขาน้อยๆ อีกฝั่งเป็นร่างปริ่มน้ำตาของจอนและใบหน้าเป็นกังวลของเดเมี่ยน

 

“พวกเธอ-”

 

“ขอบคุณสวรรค์!!!” จอนโผเข้ากอดเธออย่างรวดเร็ว และแน่นจนเธอหายใจเกือบไม่ออก ส่วนบิลลี่กำมือเธอพร้อมส่งยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนมาให้

 

“พวกเราเป็นห่วงเจ้ามากนะ” ไดอาน่าเข้ามาร่วมวง

 

“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม” แบร์รี่พูด

 

“ไม่! พวกคุณไม่เข้าใจ!” เจดร้องลั่น เธอพยายามสลัดตัวเองออกจากอ้อมกอดของจอน

 

“ใจเย็นๆ ก่อนนะเจด” คลาร์กจับไหล่เธอ เขาหันไปมองหน้าลูกชายเล็กน้อยอย่างกังวล

 

“ไม่-”

 

“เกิดอะไรขึ้นกันเจด” เดเมี่ยนเดินมาแทรกระหว่างเธอกับจอน นี่เขาเรียกเธอด้วยชื่อต้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

 

“ฉันต้องกลับไปในฝัน ดาร์กไซด์อยู่ในนั้น ฉันต้องหยุดเขา!” เจดสรุปเรื่องพลางควานหาเข็มยาสลบหรืออะไรก็ตามที่จะทำให้เธอกลับไปในฝัน

 

“เฮ้! เธอเพิ่งฟื้นจากความตายนะ!” ฮาลท้วง

 

“หมายความว่ายังไง เจด” บรูซตรงเข้าพยุงเธอที่กำลังจะตกลงจากเตียงพยาบาล

 

“หมายความว่าหนูต้องตายเพื่อหยุดดาร์กไซด์ยังไงล่ะคะ!!” เจดพูดออกมาอย่างหมดความอดทน

 

นั่นทำให้คนทั้งลีกชะงักค้างไปในทันที

 

“อามิน...คนในฝัน เขาหยุดดาร์กไซด์ด้วยพลังของเขาคนเดียวไม่ได้ เขาต้องใช้พลังของหนู-”

 

ยังไม่ทันที่เจดจะได้พูดอะไรต่อ ก็มีลำแสงสีแดงผ่าลงกลางอาคาร

 

มีเพียงเสี้ยงวินาทีเท่านั้นที่เจดได้มองเห็นร่างไร้วิญญาณสีฟ้าของอามินในอุ้งมือของดาร์กไซด์ก่อนบางอย่างจะกระชากเธออกจากความเป็นจริงอันโหดร้ายในเวลานั้น...

 

 

บูสเตอร์โกลด์ย้อนเวลากลับไปช่วยเธอได้ทัน แต่ไม่ทันช่วยโลกไว้สินะ...

 

นี่มัน...หายนะชัดๆ..

 

“ลีกล่ะ” เจดพยายามดึงสติของเธอกลับเข้าที่ “คนอื่นล่ะ พวกเขาอยู่ไหน?”

 

ดูเหมือนว่าคำถามนี้จะกระทบกระเทือนจิตใจเดเมี่ยนมากกว่าคำถามของเธอก่อนหน้านี้เสียอีก

 

“ตาย..บางคนก็ถูกจับ” เดเมี่ยนตอบเสียงเรียบ “ถูกดาร์กไซด์เอาไปใช้งาน”

 

“ทุกคนเลยอย่างนั้นเหรอ..” เจดภาวนาขอให้เธอหูฝาด แต่เดเมี่ยนทำเพียงพยักหน้าอย่างเชื่องช้า

 

เจดยกมือขึ้นปิดปาก เธอคุ้นๆ ว่าในโลกเก่า เธอได้ดูอนิเมชั่นที่มีเนื้อเรื่องคล้ายๆ อะไรแบบนี้ออยู่ เธอจำได้ว่าซุปเปอร์แมนต้องเป็นคนรอดไปเจอเรเวน และทั้งคู่ต้องพากันไปตามหาคอนสแตนตินและคนอื่นๆ สิ..

 

ทำไมกัน....

 

“คลาร์กด้วยงั้นเหรอ” เจดส่ายหัว “จอนล่ะ”

 

เดเมี่ยนกัดริมฝีปาก

 

“อยู่กับดาร์กไซด์ ถูกล้างสมอง..” เดเมี่ยนตอบอย่างขมขื่น “ท่านพ่อก็ด้วย เขาถูกล้างสมอง ตอนนี้เขากลายเป็นมือขวาที่จงรักภักดีของดาร์กไซด์ไปแล้ว”

 

เจดรู้สึกเหมือนวิญญาณของเธอถูกสูบออกไปจากใต้เท้า ความเย็นเยียบตรงเข้าเกาะกุมขั้วหัวใจของเธอ

 

“ดิ๊ก เจสัน ทิม อัลเฟรดล่ะ” เจดรู้สึกเหมือนตัวเองจะร้องไห้ “บอกทีว่าพวกเขายังอยู่”

 

เดเมี่ยนเงียบไปพักหนึ่ง

 

“เดเมี่ยน” เจดมองตาเขาอย่างต้องการคำตอบ ดวงตาสีเขียวคู่ดูนั้นเจ็บปวด มันร้าวเหมือนแก้วใกล้แตก

 

“เดรกกับทอดด์ยังอยู่ เป็นเรื่องดีที่พวกเขารอดมาได้” เดเมี่ยนเอ่ยดวยน้ำเสียงเจ็บปวด “แต่ไม่ใช่กับอีกสองคน..”

 

ทันใดนั้นเจดก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีแรงจะยืนอีกต่อไป เธอร่วงลงกับพื้นพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา

 

นี่เธอปกป้องใครไม่ได้เลยรึไงกัน..

 

เดเมี่ยนทรุดลงกับพื้นพร้อมกับกอดเธอเอาไว้

 

“มันเป็นความผิดของฉัน เดเมี่ยน” เจดพูดพลางสะอื้น “ฉันแก้ไขมันไม่ได้เลยสักอย่าง”

 

“ไม่เจด..” เขายกมือขึ้นโอบแผ่นหลังของเธอไว้

 

“ฉันไม่สมควรมาที่นี่ตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ” เธอยังคงร้องไห้ต่อไป ไม่สนว่าตัวเองจะร้องดังแค่ไหน ไม่สนว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีกต่อไป...

 

เธอเจ็บปวดเหลือเกิน...

 

เจ็บปวดที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรให้ได้ดีขึ้นเลย

 

แม้จะพยายามแค่ไหนก็ตาม

 

แม้จะได้รับโอกาสมาหลายครั้ง แต่เธอกลับทำมันพังทุกรอบ...

 

ตั้งแต่วินาทีที่เธอกาวเข้ามายังโลกนี้ เธอก็นำพามาซึ่งหายนะเสียแล้ว..

 

ถูกแล้วล่ะ เจด ไมเยอร์...

 

เธอคือวายร้ายตัวจริงของเรื่องนี้อย่างแน่นอน

 

 

 

“บางทีการที่ได้เจอกับเดรกและทอดด์อาจจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น”

 

เดเมี่ยนส่งแก้วน้ำเปล่าให้เธอดื่มหลังจากการร้องไห้อย่างยาวนานของเด็กสาว เจดพยักหน้าของคุณเบาๆ ตอนนีใบหน้าของเธอให้ความรู้สึกตึง ดวงตาทั้งสองบวมอย่างรุนแรง และจมูกของเธอก็หายใจไม่ค่อยออกด้วย

 

“ฉันส่งข้อความไปบอกสองคนนั้นแล้ว อีกสักพักก็คงกลับมาจากการทำภารกิจ”

 

“ภารกิจอะไรงั้นเหรอ” เจดถามเสียงอู้อี้

 

“เรื่องบูสเตอร์น่ะ” เดเมี่ยนลูบคางอย่างครุ่นคิด “ไม่มีใครเจอศพเขาตรงเหนือทางระบายน้ำที่เธอเข้ามา ตามที่อิมพัลซ์บอก มีการต่อสู้เกิดขึ้นและเขาไม่ได้ตามเธอมาด้วย”

 

“หมายความว่าเขายังมีชีวิตงั้นเหรอ” เจดถามออกไปอย่างมีความหวัง และรอบนี้เด็กหนุ่มก็พยักหน้าตอบ

 

“เป็นไปได้สูงมาก พักหลังมานี้ดาร์กไซด์ไม่สังหารฮีโร่ที่พวกเขาเจอ แต่กลับออกคำสั่งให้พวกพาราเดมอนจับเป็นพวกเราซะมากกว่า”

 

“เป็นไปได้ว่าเขากำลังวางแผนอะไรอยู่สินะ” เจดคิดตามอย่างเห็นด้วย ดาร์กไซด์จะต้องกำลังคิดจะทำอะไรอยู่เป็นแน่

 

ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องของพวกเขาก็ถูกกระแทกเข้ามาด้วยฝีมือของผู้มาเยือนใหม่อีกสองคน

 

“เจด!!” ทิมโผเข้ากอดเด็กสาวตัวเล็กด้วยความโหยหา ในขณะที่เจสันที่ตามมาด้านหลังตรงเข้าตรวจเช็คสภาพร่างกายของเธอ

 

“พี่ทิม พี่เจสัน!” เด็กสาวกอดตอบพี่ชายทั้งคู่ด้วยความคิดถึง น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไม่ให้ไหลกลับรื้นขึ้นมาอีกหน

 

“ไง” ทิมส่งยิ้มให้เธอ เจดสังเกตเห็นรอยยิ้มอิดโรยบนใบหน้าเด็กหนุ่ม ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นดูผ่านอะไรมาอย่างโชกโชน เธอเพิ่งสังเกตว่าชุดทิมถูกเปลี่ยนเป็นสีดำ ไม่ใช่สีแดงอกต่อไป เช่นเดียวกับเจสัน ที่หมวกเกราะของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน เสื้อแจ๊กเก็ตสีน้ำตาลตัวโปรดก็ถูกเปลี่ยนเป็นตัวอื่นที่สีเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

อาจเพราะง่ายต่อการทำภารกิจ หรือไม่ก็เพื่อไว้อาลัยแก่ใครสักคน...

 

เจดไม่อยากที่จะถามถึงมัน..

 

“หนูคิดถึงพวกพี่” เจดซุกหน้าลงกับอกแกร่งของทิม เธอรับรู้ได้ถึงฝ่ามือหยาบกร้านของเจสันที่ลูบผ่านไรผมของเธอไป

 

“ขี้แยไม่เปลี่ยนเลยนะเจด” เสียงทุ้มมีเสน่ห์ตามฉบับเจสันถูกเอ่ยขึ้น เจดสัมผัสได้ถึงความเอ็นดูในน้ำเสียงนั้น

 

“หนูขอโทษเรื่องบรูซ เรื่องอัลเฟรด และเรื่องพี่ดิ๊กด้วย” เจดพูดผลัดกับเสียงสะอื้น น้ำตาของเธอเปียกไปทั่วชุดเกราะของเรดโรบิน

 

“ไม่ใช่ความผิดของเธอเลยเจด” ทิมปลอบเด็กสาว

 

เจดเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาสีฟ้าของทิมและเจสัน

 

ทั้งคู่มองตอบเธอด้วยสายตาเดิมที่เธอโหยหามาตลอด

 

อา...คิดถึงจัง...

 

เธอซุกกลับเข้าไปในอ้อมกอดของทิมอีกครั้ง...เหมือนนกน้อยที่โหยหาความอบอุ่นจากครอบครัวของมัน

 

เดเมี่ยนทำเพียงยืนมองนิ่งๆ

 

“เรื่องไอหัวทองที่ให้ไปสืบ” เจสันหันไปทางเด็กหนุ่มในชุดค้างคาว

 

“เป็นอย่างที่แกว่าจริงๆ ไอหนู” เจสันพยักหน้าให้แบทแมนจูเนียร์ เด็กหนุ่มพยักหน้าเร็วๆ เป็นการตอบรับ

 

“เราต้องรีบแล้วเดเมี่ยน” ทิมหันไปเสริม “เราไม่รู้ว่าดาร์กไซด์วางแผนอะไรอยู่กันแน่ ถ้าไม่ชิงพวกเขากลับมา...เราอาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ”

 

“เสี่ยงเกินไป” เดเมี่ยนส่ายหัว “คนของเรา อาวุธของเรา ตอนนี้ไม่มีอะไรพร้อมสักอย่าง...”

 

ทั้งสามก้มหน้าลงอย่างหมดหนทาง ทิมลูบศีรษะเจดเบาๆ

 

ไม่สิ...

 

พวกเขายังมีอีกทางที่จะสู้

 

บางอย่างในตัวเจดรู้ว่ามีวิธีแก้ไขเรื่องพวกนี้อยู่..

 

แต่เธอไม่กล้าที่จะเอ่ยมันออกไป

 

เธอกลัวเธอทำมันพังอีกครั้ง...

 

เธอมันตัวซวยแห่งชาตินี่ จำได้ไหม?

 

แต่...

 

เธอจะรออีกไม่ได้แล้ว

 

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีกับความคิดของเธอ เธอรู้ว่าครั้งนี้มันจะได้ผล

 

เธออยากจะหวังกับมันอีกสักครั้ง...หวังกับตัวเองอีกสักครั้ง..

 

เธอไม่เคยสูญเสียความหวัง แม้จะเสี่ยงตายแค่ไหนก็ตาม...

 

เธอรู้ว่ามีคนยังรอให้เธอแก้ไขทุกอย่าง..

 

มีคนยังรอให้เธอกลับมาหาพวกเขา...พวกเขาทุกคน

 

พวกเขาคือฮีโร่ เป็นฮีโร่ของเธอมาตลอด..

 

ถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องหนุนหลังพวกเขา..แก้ไขให้ทุกอย่างกลับไปเป็นอย่างที่ควรจะเป็น

 

แม้ว่าสิ่งที่ควรจะเป็นนั้นจะไม่มีเธออยู่ก็ตาม...

 

เธอตัดสินใจแล้ว

 

“เราต้องพาบูสเตอร์โกลด์ออกมา ให้เขาพาฉันกลับไปอดีต และจัดการดาร์กไซด์ซะ”

 

เจดโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความมั่นใจที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินตัวเองเอ่ยออกมา

 

ครั้งนี้พวกเขาจะต้องไม่ผิดหวังอีก!

 

ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องเธอกลับด้วยสีหน้าไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง ทิมกับเจสันพยายามหาเหตุผลต่างๆ มาค้าน แต่...

 

“พวกพี่รอไม่ได้แล้วนะคะ” เจดพูด “ไม่ช้าก็เร็วยังไงดาร์กไซด์ก็ต้องรู้เกี่ยวกับหน่วยต่อต้านอยู่ดี”

 

“แล้วจะให้เราส่งเธอกลับไป...ตายอีกรอบงั้นเหรอเจด” เดเมี่ยนเดินเข้ามา เขาเอ่ยเสียงเจ็บปวด

 

เจดยกมือของเธอสัมผัสแก้มของเขา

 

“ทางเดียวที่จะแก้ไขเรื่องทั้งหมดคือทำให้มันไม่เกิดขึ้น เดเมี่ยน” เจดไล้นิ้วโป้งของเธอไปตามแก้มสีน้ำผึ้งของเขา เด็กหนุ่มยกมอข้างหนึ่งขึ้นกุมมือเธอ ดวงตาสีเขียวของเขาทอแววเจ็บปวด

 

“นายคิดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ฉันรู้ นายแค่ไม่อยากยอมรับมันเท่านั้น” เธอพูดต่อ “ไม่งั้นนายไม่เรียกฉันว่า ‘โฮป’ หรอก ถูกมั้ย”

 

เขาหลับตาลงนิ่งๆ ไม่ปฏิเสธคำพูดของเธอ สีหน้าของเขาดูรู้สึกผิด

 

“อย่าทำหน้าแบบนั้น นายไม่ผิด” เจดบอกเขา “สิ่งที่นายคิดคือสิ่งที่ถูก...สิ่งที่ควรจะเป็น”

 

“เจด...” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ

 

“เพื่อโลกนี้...เพื่อพวกนายแล้ว...” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่รู้สึกว่าจริงใจที่สุดเท่าที่เคยทำมา

 

“ฉันยินดี”

 

ทิมหันหน้าไปทางเจสันเหมือนกับพวกเขาเองก็เตรียมใจสำหรับเรื่องนี้มาในระดับนึงแล้ว สุดท้ายพี่ชายคนที่สามแห่งบ้านค้างคาวก็ยกมือขึ้นบีบไหล่น้องคนสุดท้องเป็นการบอกการตัดสินใจของพวกเขา

 

เดเมี่ยนเม้มริมฝีปากแน่น มือของเขาที่จับเธอไว้สั่น แต่แล้วสุดท้ายเขาก็ลืมตาสีมรกตขึ้นสบกับเธอ ในนั้นมีแววตาของความเจ็บปวดและความหวังเปล่งประกายออกมา

 

“ฟังนะ” เสียงนุ่มทุ้มของเขาลอดออกมาจากริมฝีปาก มืออีกข้างของเขาถูกยกขึ้นสัมผัสที่แก้มของเธออย่างโหยหาพลางปาดน้ำตาหยดหนึ่งให้แห้งไป

 

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้รู้ว่าเธอคือเดิมพันสุดท้ายของมนุษยชาติ” เขาเอ่ยอย่างแน่วแน่ แววตาของเดเมี่ยน เวย์นคนก่อนกลับมาอีกครั้ง

 

“เธอคือความหวังสุดท้ายของเรา..เจด ไมเยอร์”

 

 

✢ ✢ ✢

สวัสดีอีกครั้งครับ!! วันนี้มาสายเฉยเลย ขอโทษด้วยนะครับ พอดีติดประชุมออนไลน์แบบงงๆ 5555

ช่วงนี้มีใครใช้พวกหน้าจอเยอะๆ แล้วปวดตาแบบไรท์บ้างไหมครับ ตอนนี้ไรท์รู้สึกว่าตาตัวเองเริ่มมัวๆ กลัวจะสายตาสั้นจริงๆ ;-; ยังไงคุณรีดเองก็อย่าลืมดูแลสุขภาพสายตากันด้วยนะครับ

ไว้เจอกันสัปดาห์หน้าครับ!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #56 โซระ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:51
    ฮ๊อยย๊าา เอาแล้วๆ น้ำตาฉันมาแล้ววว---//สายตารีดเสียแบบรุนแรงเลยค่ะ;-;ตอนนี้-350จะ-400แล้ว;__;
    #56
    1
    • #56-1 KkAmT(จากตอนที่ 21)
      20 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:11
      อย่าเพิ่งร้องนะครับ โอ๋ๆ
      โห แต่เรื่องสายตานี่สงสัยไรท์เองก็ต้องเริ่มดูแลบ้างแล้วล่ะครับ
      #56-1
  2. #55 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:37
    ใช้หน้าจอเยอะๆกับอ่านใกล้ๆ+อ่านในที่มืดทำปบบนี้ซ้ำๆประมาณปีกว่าๆเราก็สายตาสั้น(ไม่รู้ว่าเพราะชอบเอาแว่นสายตาเพื่อนมาใส่ด้วยมั้ยนะ)
    #55
    3
    • #55-2 Natacha_i-sen(จากตอนที่ 21)
      19 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:41
      เรียบร้อยค่ะปัจจุบันม.4ค่าสายตา-100กับ-125แล้ว555 เหมือนจะเพิ่มขึ้นแล้วด้วยเพราะเริ่มมองไม่ชัดกับแว่นปัจจุบันแล้ว555555 คุณไรท์ก็ระวังๆเรื่องสายตานะคะ พักผ่อนบ้าง
      #55-2
    • #55-3 KkAmT(จากตอนที่ 21)
      19 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:43
      ครับ คุณรีดเองก็เล่นกันนะครับ อย่าลืมพักผ่อนนะครับ!
      #55-3
  3. #54 -นานาชิ- (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:56

    ฮึบไว้ก่อน อย่าเพิ่งร้องไห้นะตัวเรา
    #54
    1
    • #54-1 KkAmT(จากตอนที่ 21)
      19 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:24
      ไม่ร้องไห้นะครับ โอ๋ๆ น้า
      #54-1
  4. #53 Whan3523 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:38

    รออ่านเลยค่า เราลุ้นมากว่าต่อไปจะเป็นไง
    #53
    1
    • #53-1 KkAmT(จากตอนที่ 21)
      19 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:24
      มาลุ้นกันนะครับ
      #53-1