Justice League : GRAVITA

ตอนที่ 20 : EPISODE 4 : CHAPTER 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    12 ก.พ. 64

EPISODE 4

-THE FIGHT-

 

✢ ✢ ✢

 

ทุกครั้งที่มีการต่อสู้

เราจะสูญเสียอะไรบางอย่างเสมอ...

.

.

.

 

CHAPTER 19

 

ควันไฟและสัมผัสแห่งความหวาดกลัว...

 

นั่นไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ตามอยากจะลืมตาขึ้นมาพบหรอก...

 

ฝ้าเพดานผุพังเป็นเป็นสิ่งแรกที่แตะตาของเจด

 

นี่ไม่ใช่ที่เดิมที่เธอหลับไป...

 

ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือใบหน้าภายใต้หน้ากากของบรูซ รอยยิ้มสุดท้ายที่ส่งเธอเข้านอน..

 

และความฝันเลือนลางที่เกี่ยวข้องกับใครสักคนที่หน้าตาเหมือนเธอ..

 

อา...ปวดหัวจัง

 

เจดพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง

 

บรรยากาศรอบตัวเธอเป็นภายในของอาคารที่พังทลาย ฝ้าเพดานถล่มลงมากองอยู่ที่ฝั่งหนึ่งของห้อง เสาสองสามต้อนหักลงมาจนเห็นโครงเหล็กด้านใน อีกด้านหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นทางออกก็มีรอยดำราวกับเคยถูกไฟแผดเผา กลิ่นควันจางๆ ยังคงลอยอยู่ในอากาศ

 

เจดใช้เวลาอยู่เกือบห้าวินาทีถึงจะระลึกได้ว่าที่นี่เคยเป็นศูนย์การค้าเมโทรโปลิส...ที่ที่เธอ จอน และเดเมี่ยนมาเดินเล่นในวันหยุดวันหนึ่ง

 

เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เธอนอนหลับไปกัน!

 

“สวัสดี”

 

เสียงหนึ่งเอ่ยมาจากด้านหลังของเด็กสาว

 

ที่ตรงนั้นมีรอยยิ้มอิดโรยของชายคนหนึ่งในชุดรัดรูปสีทองสลับดำเปื่อยๆ แว่นตาสีเหลืองที่ครอบใบหน้าส่วนบนของเขามีรอยแตก เส้นผมสีบลอนด์สวยของเขาเปรอะไปด้วยฝุ่นและคราบต่างๆ มันจับตัวกันเป็นปื้นๆ ดูแล้วคงต้องใช้เวลาสักพักใหญ่จึงจะสามารถแกะเส้นผมเล่านั้นออกจากกันได้

 

เจดมองดวงตาสีฟ้าหลังแว่นตาคู่นั้น

 

“คุณคือไมเคิล จอห์น คาร์เตอร์..” เจดเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจ “คุณคือบูสเตอร์ โกลด์”

 

ใบหน้าอ่อนล้าของเขาเผยอารมณ์ประหลาดใจออกมาอย่างปิดไม่มิด แต่ดวงตาสีฟ้าของเขาก็ดูไม่ได้ตกใจอะไรมากนัก เหมือนกับเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องพูดอะไรแบบนี้แน่ๆ

 

“ใช่แล้ว ยัยหนู” เขาส่งยื้มเป็นประกายเท่าที่จะทำได้มาให้เธอ “และเธอคือเจด ไมเยอร์แน่นอน ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิด”

 

“เกิดอะไรขึ้นคะ” เจดขมวดคิ้วอย่างต้องการคำอธิบาย เธอผายมือออกรอบตัว

 

ชายตรงหน้าเธอมองไปรอบๆ ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาสีฟ้าของเขาเลื่อนลงสบกับเด็กสาว ภายในนั้นเธอพบความรวดร้าวอยู่

 

“โลกของเราถูกดาร์กไซด์ยึดครองมาได้สองปีแล้ว” เขาเอ่ยเบาๆ

 

ร่างของเธอชาวาบ

 

“ยังไงนะคะ!”

 

“ชู่ว เบาหน่อย” ชายตรงหน้าเธอยกฝ่ามือขึ้นปิดปากเด็กสาว ดวงตาของเขาตวัดไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง ก่อนค่อยๆ ปล่อยริมฝีปากของเธอให้เป็นอิสระ

 

“แถวนี้ยังมีพวกมันป้วนเปี้ยนอยู่” เขาบอกเธอด้วยสีหน้าจริงจัง เจดเดาว่าคำว่า ‘พวกมัน’ ที่ว่าน่าจะหมายถึงพวกพาราเดมอน

 

“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ” เจดลดระดับเสียงของเธอลงพร้อมกับถามซ้ำอีกครั้ง “ฮีโร่คนอื่นล่ะคะ???”

 

เจดกังวลเกี่ยวกับคนอื่นๆ เหลือเกิน

 

ทั้งจัสติสลีก ทั้งครอบครัวค้างคาว

 

พวกเขาจะเป็นยังไงกันบ้าง??

 

ภาวนาขอให้ยังปลอดภัยด้วยเถอะ..

 

“รายละเอียดเดี๋ยวลงลึกกว่านี้” ไมเคิลพยุงเธอให้ยืนขึ้น “ตอนนี้ต้องพาเธอไปที่ที่ปลอดภัยก่อน”

 

“ที่ปลอดภัย?”

 

“ของพวกหน่วยต่อต้านน่ะ” บูสเตอร์โกลด์ยิ้มน้อยๆ “พวกเขาคือคนที่บอกให้ฉันไปพาเธอมาจากอดีต”

 

เจดขมวดคิ้วอีกหน สมองของเธอให้ความรู้สึกเหมือนกำลังลัดวงจร เธอไม่ได้ถามอะไรต่อ จึงได้แต่ปล่อยให้ชายหนุ่มจากศตวรรษที่ยี่สิบห้าพาเธอเดินออกจากอาคารไปอย่างเงียบเชียบ

 

ภายนอกตัวอาคารให้ความรู้สึกที่แย่กว่าด้านในหลายเท่าตัว 

 

ซากเมืองร้างที่ผ่านการทำลายล้างอย่างยาวนาน สิ่งของหักพังและแตกกระจายเกลื่อนถนน รถราที่เคยครอบครองเส้นทางบัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเหล็กผุพัง บ้างก็มีสนิมเกาะไปทั่วทั้งคัน

 

เมืองที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนที่สัญจรบนทางเท้า คอยสงสัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่บินอยู่บนท้องฟ้า บัดนี้เหลือเพียงเมืองที่เงียบไร้มนุษย์ มีเพียงเถ้าถ่านจากการถูกทำลาย ไม่หลงเหลือเค้าโครงแห่งความศิวิไลซ์ตั้งแต่เดิมเลยแม้แต่น้อย

 

ความรู้สึกไม่ดีถาโถมเข้ามาในหัวใจของเจดอย่างหนัก

 

เธอไม่รู้สึกถึงความหวังในช่วงเวลานี้เลย..

 

เด็กสาวไม่มีสมาธิแม้กระทั่งจะหลบพาราเดมอนสักตัวด้วยซ้ำ..

 

“เฮ้!”

 

ไมเคิลกระชากแขนเด็กสาวให้เข้าไปหลบหลังกำแพงก่อนปีศาจตนหนึ่งจะหันมาเจอเธอเพียงแค่เสี้ยววินาที

 

“เจด เป็นอะไร??” บูสเตอร์ถามเธอด้วยความเป็นห่วง 

 

“เพราะหนูใช่ไหมคะ” เจดหันไปถามเขา “ทั้งหมด-”

 

“มีคนเล่ารายละเอียดให้เธอฟังแน่ๆ” ชานหนุ่มผมทองย้ำกับเธอ “แต่ตอนนี้เธอต้องไปที่ฐานลับก่อน”

 

“ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะหนูจริงๆ ด้วย” เจดดึงมือกลับจากการจับของไมเคิล หัวใจของเธอบีบรัดอย่างเจ็บปวด

 

“มันไม่ใช่แบบ-”

 

“ไม่ใช่แบบนั้นแล้วหมายความว่าอะไรคะ” เจดรู้สึกโกรธขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ “หรือคุณพาหนูมาที่นี่เพื่อให้หนูได้ดูผลงานของตัวเองที่ทำไปในอดีตงั้นเหรอคะ?”

 

“นั่นไม่ใช่ความจริงสักนิด เจด” ชายนักท่องเวลาตรงหน้าเธอทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง นั่นป็นเรื่องหายากมากในโลกเก่าของเธอ เพราะปกติบูสเตอร์มักถูกมองจากลีกว่าเป็นคนไม่เอาไหน

 

แต่ใครจะไปสนโลกเก่ากันอีกแล้วล่ะ...

 

“ฟังนะ ฉันพาเธอกลับมาที่นี่เพราะพวกเขาเชื่อว่าเธอรู้วิธีแก้ไขเรื่องราวทั้งหมดนี่” บูสเตอร์โกลด์มองตาเธอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวัง

 

“เรายังเชื่อว่าเธอเป็นความหวังของโลกใบนี้อยู่นะ” เขามองเธอด้วยสายตาวิงวอน

 

เจดก้มมองต่ำ

 

“ฉะนั้น ขอร้องล่ะ อย่าเพิ่งถามอะไรจนกว่าจะไปถึงที่ฐาน”

 

เด็กสาวหันมองดวงตาสีฟ้าที่เข้ากับผมสีบลอนด์ทองคู่นั้นก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

 

“ดีเลย” เขายิ้มอย่างโล่งอก “ทีนี้เราหาทางกลับไปที่ฐานโดยไม่โดนเจ้าพวกน่าเกลียดนั่นจับได้กันก่อนเถอะ”

 

 

 

สองร่างเดินฝ่าฝูงพาราเดมอนไปตามทางอย่างเงียบเชียบ หลบฝูงพาราเดมอนติดอาวุธน่าเกลียดไปได้อย่างหวุดหวิดในหลายครั้ง

 

ในที่สุดพวกเธอก็มาถึงที่อาคารเก่าๆ แห่งหนึ่ง จากภายนอกมันก็ดูเป็นอาคารร้างเหมือนกับตึกอื่นๆ รอบข้าง

 

“ข้างใต้นี้เป็นอุโมงค์สู่ฐานลับของหน่วยต่อต้าน” บูสเตอร์บอกเธอขณะยกประตูเหล็กหนักๆ บานหนึ่งให้ยกขึ้น เป็นทางให้เธอลอดเข้าไปภายในอาคาร

 

ข้างในก็ไม่ต่างจากข้างนอกเท่าไหร่นัก ยังคงเป็นอาคารพังๆ ที่เต็มไปด้วยซากแห่งการสูญเสีย ยากที่จะคาดเดาวาในอดีตเคยมีอะไรเกิดขึ้นก่อนดาร์กไซด์จะมาบุกโลก

 

“ในนี้มันค่อนข้างจะรกหน่อยนะ” บูสเตอร์ที่กำลังง้างประตูเหล็กลงเอ่ยขึ้น

 

ก่อนเจดจะได้เดินไปที่ไหนต่อ บานพับผุพังของประตูก็ส่งเสียงประหลาดออกมาก่อนประตูทั้งบานจะพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตาทั้งคู่

 

“เวรแล้วไง” ไมเคิลร้อง

 

ไม่กี่นาทีถัดมา เจดก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนของพวกพาราเดมอน

 

พวกมันกำลังจะตรงมาที่นี่!!

 

“วิ่ง!!” บูสเตอร์โกลด์ชี้ไปยังโถงทางเดินอันนำไปสู่ชั้นใต้ดิน

 

สองเท้าของเจดรีบนำพาร่างของเธอไปยังจุดหมายที่ปลายนิ้วของบูสเตอร์อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ขณะที่พาราเดมอนหลายสิบตัวกำลังฉีกทึ้งประตูด้านหลังเธออย่างบ้าคลั่ง

 

ชายที่มากับเธอหันไปยิงแสงสีทองออกจากข้อมือใส่พวกตัวประหลาดนั่น เจดเดาว่ามันคงเป็นอาวุธของเขา ซึ่งพลานุภาพของมันก็สามารถถ่วงเวลาให้พวกเธอวิ่งไปใกล้ชั้นใต้ดินขึ้นเรื่อยๆ ได้

 

เจดกระโดดข้ามเสาหักๆ ต้อนหนึ่งก่อนจะหันไปช่วยบูสเตอร์โกลด์ด้วยพลังของเธอ...

 

แต่โชคร้ายที่เธอใช้พลังของเธอไม่ได้!

 

“ระวัง!!!”

 

ซ้ำร้ายยิ่งกว่าเมื่อหนึ่งในพาราเดมอนยิงอะไรบางอย่างมาทางเธอ

 

ไมเคิลกระโดดเข้ามากระแทกเด็กสาวให้นอนราบลงไปกับพื้น ผลักเจดให้พ้นจากรัศมีของการถูกโจมตีได้อย่างทันท่วงที

 

โดยไม่มีเวลาให้เอ่ยคำใดต่อ ทั้งสองร่างพยุงกันขึ้นและรีบจ้ำต่อไปในทันที

 

“ตรงนั้น!!”

 

ชายในชุดสีทองที่เริ่มมีอาการเหนื่อยล้าชี้ไปยังทางลงท่อระบายน้ำเมื่อพวกเขามาถึงจุดที่เป็นปลายสุดของโถงทางเดิน

 

“เธอต้องกระโดดลงไป!!” เขาบอกเธอ สีหน้าของเขามีความมุ่งมั่น

 

“แล้วคุณล่ะ!” เจดถอยห่างจากฝาท่อ เธอได้ยินเสียงพาราเดมอนตามหลังพวกเธอมาไม่ไกลแล้ว

 

“ฉันต้องทำให้มั่นใจว่าเจ้าพวกนี้จะไม่เจอฐานทัพของเรา” บูสเตอร์ยกยิ้มกวนประจำตััว

 

“ไม่!” เจดร้อง “คุณไม่ไป หนูก็ไม่ไป!”

 

“ขอโทษนะสาวน้อย” ไมเคิลจับไหล่เธอ “แต่ตั๋วเที่ยวนี้มีแค่ใบเดียวเท่านั้น”

 

และแล้วแรงมหาศาลของเขาก็โถมใส่ไหล่ของเธอ ผลักเธอให้หล่นลงไปยังท่อระบายน้ำก่อนที่เจดจะได้เอ่ยคำอะไรเสียอีก

 

เจดได้ยินเสียงพื้นเหนือหัวเธอระเบิดพร้อมกับเสียงร้องโวยวายของชายนักท่องเวลา

 

…ก่อนร่างของเธอจะร่วงลงสู่สายน้ำเย็นเยียบที่ลึกเกินจะบรรยาย

 

ความมืดมิดและความตกใจทำให้เจดไม่สามารถหาได้ว่าตอนนี้ร่างของเธอกำลังหันไปทางไหน เธอไม่รู้ว่าด้านใดคือหนทางสู่อากาศหายใจ

 

หนาวเหลือเกิน...

 

ฉันจะตายไหมนะ?

 

เจดนึกถึงใบหน้าของไมเคิล ดวงตาสีฟ้าของเขาที่ส่งให้เธอในวินาทีสุดท้ายก่อนจะผลักเธอลงมา

 

‘เธอแก้ไขเรื่องนี้ได้ อย่าเพิ่งรีบตายซะล่ะ’

 

นั่นคือสิ่งที่รอยยิ้มนั้นบอกกับเธอ..

 

เจดตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำก่อนในที่สุดเธอก็เริ่มรู้ทิศเสียที

 

เด็กสาวกวาดมือเพื่อจะรีบว่ายกลับขึ้นไปรับอากาศด้านบนอีกครั้ง

 

ขอให้ทันทีเถอะ..

 

เจดพยายามออกแรงว่าย ตอนนี้ปอดของเธอรู้สึกราวกับกำลังจะลุกเป็นไฟ

 

ในขณะที่สายน้ำยะเยือกกำลังจะไหลเข้าแทนที่ออกซิเจนในปอด เจดก็รู้สึกถึงแรงดึงที่รักแร้

 

แล้วร่างของเธอก็โผล่พ้นน้ำอีกครั้ง...

 

เธอถูกดึงขึ้นมาโดยใครสักคน เธอสำลักเอาน้ำในปอดออกไปจนรู้สึกเจ็บหน้าอกอย่างหนัก ดวงตาของเธอพร่ามัวและรู้สึกแสบจมูกไปหมด

 

แต่เธอก็ยังรอด...

 

ทางในท่อระบายน้ำมืดสนิทและเต็มไปด้วยควันจากการถล่มด้านบน เสียงการต่อสู้ทั้งหมดเงียบลงแล้ว นั่นอาจเป็นเรื่องดีที่ที่ไม่มีพาราเดมอนตนไหนรู้ทางลับของพวกเขา

 

แต่เรื่องร้ายคือไมเคิลไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว..

 

เขาสละชีวิตเพื่อปกป้องฐานทัพ...เพื่อปกป้องคนอย่างเธอ...

 

ต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด...

 

“เฮ้ เป็นอะไรไหม?”

 

เจดหันไปทางต้นเสียง เธอพบกับดวงตาสีเหลืองภายใต้ชุดสีน้ำเงินที่เธอคุ้นเคย

 

บลูบีทเทิล หรือไฮเม่ เรเยส มองเธอด้วยสายตากังวลเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาเท่าที่เธอได้ฟัง เขาน่าจะอายุไม่เกินยี่สิบ

 

เด็กหนุ่มตรงหน้าเธอพยุงเธอขึ้น

 

“บูสเตอร์โกลด์ล่ะ?”

 

อีกเสียงที่เด็กกว่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยปนเป็นห่วง

 

เจดหันไปพบกับอิมพัลซ์ หลานชายของแบร์รี่ อัลเลน ผู้มาจากอนาคต พ่อหนุ่มบาร์ธ เอลเลน มองเธออย่างสงสัย

 

เจดทำได้เพียงก้มมองพื้นอย่างรู้สึกผิด นั่นทำให้ทั้งสองเข้าใจความหมายของเธอในทันที

 

“ไม่เอาน่า...” บาร์ธก้มหน้าลงต่ำ มือของเขากำแน่น “คนที่สี่ของสัปดาห์นี้แล้วนะ...”

 

“เราต้องพาเธอไปหาแบทเดี๋ยวนี้เลยบาร์ธ” ไฮเม่ที่พยายามปกปิดเสียงสั่นๆ ของตัวเขาเองเอ่ยตัดบท

 

แบท??

 

“แบทแมนยังอยู่งั้นเหรอ” เจดหันไปมองเด็กหนุ่มในเกราะต่างดาวอย่างคาดหวัง

 

ดวงตาสีเหลืองจากเกราะของไฮเม่หันไปสบกับดวงตาสีเหลืองเศร้าหมองของเพื่อร่วมทีม

 

“มันซับซ้อนน่ะ..” อิมพัลซ์เอ่ยช้าๆ

 

“เอาเป็นว่าถ้าเราเข้าใจไม่ผิด เธอคือเจด ไมเยอร์จากสองปีที่แล้วสินะ” บลูบีทเทิลพยุงเธอที่ตัวเปียกให้ลุกขึ้นยืน

 

“และเดาว่าเธอคงรู้เรื่องของพวกเราอยู่แล้ว”

 

เจดพยักหน้าให้ทั้งคู่เป็นคำตอบ

 

“ฉันจะไปแจ้งข่าวก่อน นายรีบตามไปนะ” อิมพัลซ์เอ่ยเสียงเศร้า ก่อนร่างของเขาจะกลายเป็นสายฟ้าสีแดงและหายไป

 

“เราก็ไปกันเถอะ” ไฮเม่หันมาหาเธอเป็นการอนุญาต ก่อนเขาจะช้อนตัวเธอขึ้นและพาเธอบินไปในทางเดินอันมืดมิด

 

 

 

แม้เป็นเพียงไม่กี่นาทีที่เด็กหนุ่มอุ้มเธอมา แต่สำหรับเจดมันยาวนานราวชั่วโมง ความอึดอัดระหว่างเธอกับเขาเพิ่มพูนมหาศาลจนหนักอก ทั้งไฮเม่และเจดต่างมีคำถามที่ไม่กล้าเอ่ยอยู่เต็มหัว เพียงแต่ริมฝีปากของทั้งคู่ไม่ยอมแม้จะเอ่ยสิ่งใดออกไป

 

จนกระทั่งพวกเขามาถึงยังฐานลับของกลุ่มต่อต้าน บลูบีทเทิลก็ปล่อยเธอลง

 

มันเป็นเหมือนกับประตูเหล็กที่ถูกล็อกเอาไว้จากด้านใน ขนาดของมันใหญ่พอที่จะขับรถสวนกันได้โดยไม่มีปัญหาอะไร

 

มันคงเป็นฐานทัพเก่าในสงครามสักครั้งหนึ่งที่บังเอิญมาอยู่ที่ใต้ดินเมืองเมโทรโปลิสกได้กระมัง

 

“ที่นี่เป็นฐานลับของกลุ่มต่อต้าน” ไฮเม่แนะนำเธอ เขาเดินไปกดหรัสที่ประตูสองสามที ก่อนเครื่องแสกนสีแดงจะแสกนตัวเขาเพื่อเป็นการยืนยันตัวตน

 

“บลูบีทเทิล” เขาสั่งการผ่านเสียง “ฉันพา ‘โฮป’ มาแล้ว”

 

เจดเดาว่าคำว่า ‘โฮป’ เป็นโค้ดเนมที่พวกเขาใช้เรียกเธอ

 

โฮป...ความหวังงั้นเหรอ

 

เหอะ...

 

อย่างเธอก็เป็นได้แค่ตัวซวยอยู่วันยังค่ำ

 

เรื่องดาร์กไซด์บุกโลกก็เกิดขึ้นเพราะเธอ ถึงจะจำไม่ได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก้นบึ้งของหัวใจเธอกำลังกรีดร้องว่านี่เป็นความผิดของเธอ

 

ประตูตรงหน้าของเธอถูกเปิดออก เผยให้เห็นถึงภายในของมัน

 

อย่างที่เจดคิด มันคือฐานทัพเก่าของทหารในสงครามโลกครั้งที่สองแน่นอน เธอเห็นสัญลักษณ์ของหน่วยสัมพันธมิตรสีซีดที่ถูกวาดทับอยู่บนกำแพงไม่ไกลจากประตูนัก

 

ถึงแม้จะเป็นฐานเก่าแต่ภายในกลับยังดูใหม่ อีกทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ก็มีความทันสมัยสมกับเป็นปัจจุบัน

 

บลูบีทเทิลนำเธอไปตามทางเดิน ระหว่างทางเธอเห็นฮีโร่และเหล่าร้ายมากมายตามทางเดิน พวกเขากำลังนั่งคุยกันบ้าง ซ้อมต่อสู้กันอยู่บ้าง บางคนก็กำลังทำแผลให้กัน

 

แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาทำเหมือนกันคือดวงตาของพวกเขากำลังจ้องมาที่เธอด้วยความรู้สึกเดียวกัน...

 

พวกเขามองเธอว่าเป็นความหวังของพวกเขา...

 

ความหวัง...

 

นั่นทำให้ความรู้สึกผิดในใจของเด็กสาวเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง

 

“ทางนี้” ไฮเม่นำเธอไปยังประตูอีกบาน มันเป็นประตูไม้เก่าๆ เหมือนประตูห้องทำงานปกติ

 

“พวกเขาคงดีใจที่เจอเธอ” เด็กหนุ่มชาวอินเดียแดงยิ้มอย่างอ่อนแรงก่อนเคาะประตูเบาๆ

 

‘เข้ามาได้’ เสียงในห้องตอบกลับ

 

ไฮเม่เปิดประตูบานเล็กให้กับเธอก่อนส่งสัญญาณให้เธอเดินเข้าไป

 

เจดเดินไปตามทิศทางการผายมือของเด็กหนุ่ม และเธอก็ได้พบกับคนที่เธอต้องการจะเจอมาตลอด..

 

ใบหน้าที่ถูกสวมทับด้วยหน้ากากสีดำมีหูคุ้นเคยหันมาทางเธอ 

 

ในจังหวะแรกเธอคิดว่าเขาคือบรูซ...

 

แต่ไม่ใช่...

 

ชุดของเขาไม่มีผ้าคลุม มันเป็นเพียงชุดคลุมสีเข้มคอตั้ง ผิวภายใต้หน้ากากเป็นสีแทนน้ำผึงกร้านแดด รูปร่างกำยำแบบหนุ่มวัยรุ่นซ่อนอยู่หลังเสื้อผ้าที่ดูใหญ่กว่าตัวเล็กน้อย

 

ดวงตาสีเขียวมรกตคมตวัดหาเธอ

 

..ก่อนจะเบิกโพลงด้วยความตกใจ

 

“เดเมี่ยน!?”

 

✢ ✢ ✢

 

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้! สุขสันต์วันตรุษจีนนะครับ!!!

วันนี้ไรท์มาส่งของขวัญวันปีใหม่จีน เป็นตอนใหม่ที่พ่วงมาด้วยความงงยิ่งกว่าเดิมครับ55555555

หลังจากเขียนมาสิบเก้าตอนกว่าๆ ตอนนี้ไรท์เริ่มรู้สึกว่าในจักรวาลนี้ คนที่สร้างปัญหาให้ทามไลน์มากที่สุดไม่ใช่แบร์รี่ แต่เป็นน้องเจดนี่แหละครับ55555555

ยังไงก็ ไว้เจอกันตอนถัดไปครับ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #52 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:55
    รอ......
    #52
    1
    • #52-1 KkAmT(จากตอนที่ 20)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:38
      มาติดตามตอนต่อไปกันนะครับ!!!
      #52-1
  2. #51 Whan3523 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:42

    ค้างอ่าาา
    #51
    1
    • #51-1 KkAmT(จากตอนที่ 20)
      12 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:48
      ต้องติดตามตอนต่อไปแล้วครับ!
      #51-1