Justice League : GRAVITA

ตอนที่ 16 : EPISODE 3 : CHAPTER 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    8 ม.ค. 64

CHAPTER 15

 

เจดกลับมาถึงคฤหาสน์เวย์นอน่างปลอดภัยด้วยการบินมาส่งของจอน แม้เขาจะต้องบินสองรอบทั้งส่งเธอและเดเมี่ยน แต่ดูเหมือนลูกครึ่งคริปตันจะไม่ใส่ใจอะไรมากนัก

 

เจดเดินเข้าคฤหาสน์มาอย่างเงียบๆ

 

“ไมเยอร์”

 

เดเมี่ยนหยุดเธอไว้ด้วยเสียงนิ่งๆ ของเขา

 

“เกิดอะไรขึ้น เธอดูไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่”

 

เจดหันไปมองดวงตาสีเขียวของเดเมี่ยน ประกายในตาของเขาบ่งบอกถึงความห่วงใยและกังวล

 

นั่นทำให้เธอรู้สึกแย่ที่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้น..

 

“ไม่มีอะไรหรอก เดเมี่ยน” เจดส่งยิ้มให้เด็กหนุ่ม “แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเรื่องโลกอนาคตน่ะ”

 

เดเมี่ยนมองอย่างไม่เชื่อเล็กน้อย ก่อนเธอจะเบนความสนใจจากเด็กหนุ่มไปยังสุนัขพันธุ์เกรทเดนตัวใหญ่สีดำที่วิ่งออกมาต้อนรับเธอ

 

“ไททัส!!” เด็กสาวกอดเจ้าสุนัขสีดำด้วยความรัก มันเป็นสัตว์เลี่ยงของเดเมี่ยนที่คอยเป็นเพื่อนของเด็กหนุ่มยามเขารู้สึกแย่

 

ตอนที่เจดได้เห็นเอซหรือไททัสในคอมมิกส์ เธอก็อยากจะเลี้ยงสุนัขตัวใหญ่แบบนี้มาตลอด พอได้มาเห็นตัวจริงๆ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเอ็นดูสุนัขตัวนี้

 

“ฉันซื้อขนมมาฝากด้วยนะ” เจดล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้าของเธอก่อนหยิบขนมสุนัขออกมา แม้ไททัสจะไม่ใช่สุนัขประเภทที่จะกระโดดโลดเต้นดีใจหรือทำอะไรอย่างที่สุนัขตัวอื่นจะทำกัน แต่หางของมันก็กระดิกอย่างตื่นเต้น

 

เจดถือว่าเธอประสบความสำเร็จในการสร้างสัมพันธ์อันดีกับพันธมิตรสีดำของเธอเลยทีเดียว

 

“มานี่สิ” เธอทรุดตัวลงบนโซฟาก่อนตบเบาะข้างๆ เพื่อให้ไททัสนั่งด้วยกัน เจ้าสุนัขตัวใหญ่กระโดดขึ้นมาก่อนนั่งลงด้วยท่าประจำตัวที่ทำให้มันดูสง่าอย่างที่มันทำทุกครั้ง

 

พอนั่งแบบนี้แล้วมันก็ดูเหมือนเจ้าของของมันไม่มีผิดเพี้ยน

 

เดเมี่ยนเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัวที่เป็นเก้าอี้เดี่ยว เขาวางแขนลงบนพนักพิงพร้อมมองสุนัขของเขาที่รับขนมมาจากเด็กสาว

 

เขาเห็นแววตากังวลของเด็กสาว ถึงเธอจะพยายามปิดมันจากเขา แต่เดเมี่ยนรู้...

 

และส่วนลึกในใจเขาก็อยากให้เธอระบายมันออกมา...

 

เขาจิ๊ปากอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักกับความคิดของตัวเอง

 

ทำไมเขาต้องมาคิดอะไรแบบนี้หลังจากที่เธอพาเขาตะลอนไปเมดคาเฟ่และพาไปหาขนมที่จะเพิ่มน้ำตาลในเลือดให้เขาเป็นเบาหวานตายด้วย

 

แต่วินาทีที่เธอเงียบไปตอนอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าที่เมโทรโปลิสนั่น...เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม...

 

นี่เขาเป็นอะไรกันเนี่ย!!!!

 

เดเมี่ยนยีหัวตัวเองอย่างอารมณ์เสีย

 

“ฉันว่าเจ้านายเธอไม่ปกติแล้วนะ” เจดหันไปกระซิบกับเจ้าสุนัขเกรทเดน

 

ไททัสทำเพียงมองเจ้านายของมันอย่างสงสัย

 

“เธอก็อย่าลืมว่าฉันได้ยินทุกอย่างที่เธอพูดนะ ไมเยอร์” เดเมี่ยนแยกเขี้ยวใส่เธอ

 

“โอเคๆ นายเป็นอะไรกันเนี่ย” เธอร้องอย่างสงสัย

 

เมื่อกี๊ยังทำตัวห่วงเธออยู่เลย ตอนนี้กลับมาเป็นเด็กหนุ่มขี้โวยวายอีกแล้ว

 

เป็นโรคอารมณ์สองขั้วรึไงกัน!!

 

เดเมี่ยนมุ่ยหน้าก่อนยกแขนขึ้นกอดอก

 

“มีอะไรพูดกันได้นะเดเมี่ยน” เจดที่สงบสติอารมณ์แล้วพยายามพูดกับเขาอย่างใจเย็น

 

“ทำไมเธอไม่พูดก่อนล่ะ” เขาหันดวงตาคมสีเขียวมาทางเธอ

 

เจดเงียบ ดวงตาสีเทาของเธอทอดมองลงไปยังพื้นพรม เธอลูบหัวไททัสเบาๆ

 

เดเมี่ยนพ่นลมหายใจราวกับเขาได้คาดเดาปฏิกิริยานี้ไว้อยู่แล้ว

 

“แล้วเธอก็ไม่พู-”

 

“เรื่องโลกอนาคตน่ะ” เธอโพล่งขึ้นมา “ถ้าพูดลึกๆ ก็คือฉันคงจะมีปัญหาเรื่องความพยายามล่ะมั้ง”

 

เด็กสาวมองเตาผิงที่มอดอยู่ด้วยสายตาเลื่อนลอย

 

“นายก็รู้...วินาทีแรกที่ฉันลืมตาขึ้นมาบนโลกนี้ สิ่งแรกที่ฉันเห็นคือสงคราม ฉันเห็นอาวุธมากมาย ฉันเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของทหารพวกนั้น พวกเขามองมายังฉันเหมือนฉันเป็น...สัตว์ประหลาด”

 

เจดยกขาของเธอขึ้นมาบนโซฟาก่อนจะกอดมันไว้แนบอก

 

“ฉันถูกคนในลีก...พวกนายทุกคน มองด้วยสายตาโกรธแค้น พวกเขาโกรธในความผิดที่ฉันไม่ได้ทำด้วยซ้ำ... รู้ไหม ฉันไม่ได้รู้สึกโกรธพวกเขาเลยนะ เชื่อสิว่าฉันเข้าใจพวกเขามากๆ เลย แต่แค่...บางครั้งมันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้อยใจน่ะ”

 

เดเมี่ยนนั่งเงียบๆ ให้เธอพูดต่อ

 

“ฉันพยายามหาทางแก้ไขเรื่องต่างๆ ฉันพยายามอยู่จริงๆ นะ ฉันไม่อยากให้มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นกับตัวละครที่ฉันรัก..” เธอมองพื้นด้วยรอยยิ้มที่ดูเจ็บปวด “แต่บางครั้ง ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังพยายามไม่พอ ฉันรู้สึกว่าฉันควรจะทำได้ดีกว่านี้ ควรทำได้มากกว่านี้”

 

“ฉันรู้ดีว่าฉันสร้าความเชื่อใจจากพวกนายได้ไม่ทั้งหมดหรอก แต่ฉันก็จะพยายามต่อไป เพราะฉันสัญญาแล้วว่าจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้น...ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม”

 

ประโยคสุดท้ายของเธอสั่นเพราะหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นได้ไหลออกมาจากดวงตาสีเทาคู่นั้น

 

“ดูสิ ฉันมันยัยขี้แยตัวแม่เลย” เด็กสาวหัวเราะฝืนๆ

 

ทั้งห้องเงียบลงเมื่อเธอเล่าจนจบ

 

“ฉันเข้าใจนะเรื่องความพยายาม” เดเมี่ยนมองไปยังเตาผิงของห้อง

 

“ครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ ฉันมันเป็นเด็กที่ค่อนข้าง...อารมณ์ร้าย” เขาพูดต่อ “แต่ฉันก็พยายามจะเปลี่ยน พยายามไม่ฆ่า พยายามเคารพ...เจ้าพวกอดีตโรบินน่ารำคาญพวกนั้น...”

 

เดเมี่ยนเว้นวรรคนิดหน่อย

 

“ที่ฉันจะบอกก็คือ ฉันไม่คิดว่าเธอพยายามน้อยไปหรอก ไมเยอร์” เด็กหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาสีเทาเปรอะน้ำตาคู่นั้น “เธออาจจะมองว่าเธอเคยเป็นวายร้าย เคยเป็นคนที่ทำลายโลกมาก่อน”

 

เจดเม้มปากน้อยๆ

 

“แต่นั่นคืออดีต...ดูเธอตอนนี้สิ เธอทำเพื่อคนที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเธอด้วยซ้ำ นั่นใช่สิ่งที่พวกวายร้ายเขาทำกันรึไง?” เดเมี่ยนเอ่ยอย่างหนักแน่น “เราทุกคนมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่ว่าในทางไหน และฉันเชื่อว่าทุกคนเห็นในความพยายามของเธอ ไมเยอร์”

 

“ความพยายามของเรา เดเมี่ยน” เธอยกยิ้มพลางแก้ประโยคให้เขา

 

“ทั้งนายกับฉัน เราทั้งคู่ต่างพยายามทำให้พวกเขาเชื่อใจเหมือนกัน”

 

“เราทำดีที่สุดแล้ว ไมเยอร์” เดเมี่ยนยกยิ้มมุมปาก “และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาเห็น...ฉันคิดว่าคงเป็นแบบนั้น”

 

เจดยิ้ม เด็กสาวลุกขึ้นยืนก่อนโผกอดเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ทำเอาเดเมี่ยนสะดุ้งจนตัวโยน

 

“ทำอะไรน่ะ!!” เขาร้องลั่นและพยายามขัดขืน

 

“นายกับฉันมีอะไรเหมือนกันเยอะเลยนะเนี่ย” เธอหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะจริงๆ ที่ไม่ใช่เสียงหัวเราะแบบฝืนๆ

 

“ขอบใจนะ” เธอเอ่ยเบาๆ

 

เดเมี่ยนไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเลิกดิ้นและปล่อยให้เธอกอดเขาเอาไว้จนกว่าเธอจะรู้สึกพอใจ

 

ตอนนั้นเป็นตอนที่เดเมี่ยนตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องปกป้องเสียงหัวเราะนั้นเอาไว้...

 

…ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

 

 

 

เหนือน่านฟ้ายามเย็นของเมโทรโปลิส บนตึกดาดฟ้าอาคารสำนักข่าวเดลี่แพล็นเน็ต มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอ่านเศษกระดาษในมือเป็นรอบที่ร้อยแล้ว นับตั้งแต่เขาได้มันมาจากพ่อของเขา

 

‘มันเป็นส่งมาจากตัวลูกในอนาคตน่ะ’ พ่อของเขาพูดพลางส่งมันมาให้เขา


 

‘ของผม?’ จอนเอ่ยด้วยความสงสัยสุดขีด


 

‘ใช่ มีเด็กผู้หญิงที่สำคัญมากๆคนหนึ่งเอามาส่งให้พวกเราน่ะ’ คลาร์กลูบศีรษะลูกชาย


 

‘ลองเปิดอ่านดูสิ’


 

โจนาธานไม่คิดเลยว่าการเปิดอ่านจดหมายฉบับนั้นจะเปลี่ยนความรู้สึกหนึ่งในใจของเขาไปตลอดกาล


 

ไง โจนาธาน! ฉันคือตัวนายในอีกสามปีข้างหน้าน่ะ ยินดีที่ได้คุยด้วยนะ! ที่อนาคตนี่อะไรๆ ก็แย่ไปหมดเลยจอน นายต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่าพ่อเราน่ะ เขา...ใช่ เขาถูกฆ่า โดยสัตว์ประหลาดนอกโลก และใช่ ฉันโกรธและเสียใจมากๆ แต่แล้วก็มีเด็กผู้หญิงคนนึงโผล่มา เธอเป็นคนที่เปิดประตูพาเจ้าปีศาจนั่นมาจากนอกโลก ใช่...ฉันเกือบเผาเธอด้วยตาเลเซอร์ไปแล้ว แต่เดเมี่ยนบอกฉันว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงใจร้ายคนนั้น ตอนแรกฉันไม่เชื่อหรอก แต่เธอก็พิสูจน์ให้ฉันเห็น...ให้พวกเราเห็นว่าเธอเป็นคนดี เธอชุบชีวิตพ่อ!! นั่นมันน่าเหลือเชื่อมาก! แถมเธอยังช่วยชีวิตพวกเราและพี่คอนด้วย... เธอสุดยอดมากเลยจอน...

 

ที่ฉันจะบอกนายก็คือ เธอไม่ใช่คนร้าย เธอไม่ใช่คนไม่ดี...ฉันเชื่อว่าเธอคือความหวังของเรา ตอนนี้ เธอกำลังจะกลับไปที่ที่นายอยู่ และฉันไปด้วยไม่ได้แน่ๆ ดังนั้น...ฝากดูแลเธอด้วยนะจอน ฉันเชื่อมือนายนะ!

 

ปล.นายอาจจะยังไม่รู้ว่าเธอเป็นยังไง จะยังไม่เชื่อฉันก็ได้ แต่รอให้นายได้เจอเธอก่อนเถอะ นายจะอึ้ง

 

ดีใจที่ได้คุยกับนายนะ!

 

จากโจนาธาน ซามูเอล เค้นท์...ตัวนายในอีกสามปีข้างหน้า


 

จอนยอมรับว่าในตอนแรกเขาก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาครุ่นคิดเกี่ยวกับเนื้อความในจดหมายมานานมากๆ จนถึงขั้นต้องขอให้พ่อเขาพาไปหาเธอ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่มีโอกาสได้ไปเจอเด็กสาว เพราะเหมือนเธอจะถูกโยกไปอยู่ในความดูแลของบ้านค้างคาวด้วยปัญหาหลายๆ อย่าง ซึ่งพวกเขายังไม่อยากให้ใครในลีกไปกวนเธอมากนัก แต่เขาก็ได้เบอร์โทรศัพท์ของเธอมาจากพ่อของเขาซึ่งขอมาจากบรูซ เวย์นอีกที

 

ดูเหมือนว่าตัวเขาในอนาคตจะสนิทกับเธอพอสมควรเลยทีเดียว เด็กสาวดูดีใจมากๆ ที่ได้คุยกับเขา เขาได้รู้ว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน และอะไรเป็นสาเหตุให้เธอได้ย้อนกลับมายังอดีตของพวกเขา พอรู้ตัวอีกที จอนก็พบว่าเขาติดการคุยกับเธอผ่าหน้าจอไปเสียแล้ว

 

บทจะได้เจอกันจริงๆ ก็เป็นเวลาสองเดือนหลังจากเขาได้จับจดหมาย เขายังจำรอยยิ้มสดใสและแววตาอันชาญฉลาดของเธอได้ดี นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาสนใจเธอมากๆ กลายเป็นว่าเขาก็สนิทกับเธอไปโดยปริยาย

 

จอนนั่งยิ้มให้ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เธอมาที่โลกใบนี้ พลางคิดเพลินไปจนถึงเรื่องที่เธอนิ่งไปตอนที่พวกเขาเดินเล่นกันวันนี้ แถมเธอก็แทบจะไม่ค่อยได้พูดกับเขาเลยตอนที่เขาบินพาเธอไปส่งที่คฤหาสน์เวย์น

 

เขารู้สึกเป็นห่วงเธอจริงๆ...

 

“หน้าเครียดเชียว” ซุปเปอร์แมนที่บินลงมาข้างเขาทักขึ้น “มีอะไรรึเปล่า จอน?”

 

จอนหันไปมองพ่อเขานิดหน่อยก่อนส่ายหัว

 

“คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะครับ” เด็กหนุ่มยิ้ม

 

“ดูเป็นเรื่องเรื่อยเปื่อยที่เครียดน่าดูเลยนะ” บุรุษเหล็กเลิกคิ้วขึ้น “เกี่ยวกับเพื่อนรึเปล่า?”

 

“ก็....ประมาณนั้นครับ” จอนตอบ “เพื่อนที่แบบว่า...สำคัญน่ะครับ”

 

ซุปเปอร์แมนยิ้มให้ลูกชายของตน

 

ลูกชายเขาโตขึ้นแล้วสินะ..

 

“แม่น่าจะเสร็จแล้ว เรากลับกันเลยไหมครับ?”

 

จอนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนทยอยออกมาจากตึกเดลี่แพลนเน็ต

 

“ไปกันเถอะ ไปรับแม่ของลูกกัน” ฮีโร่ผู้พ่อยิ้มก่อนจะลอยขึ้นจากพื้นช้าๆ

 

“ครับพ่อ” จอนตอบ ก่อสองพ่อลูกจะลอยหายไปในน่านฟ้าของเมืองเมโทรโปลิส

 

 

 

เดเมี่ยนปิดประตูห้องนอนของเด็กสาวคนเดียวของบ้านอย่างเงียบเชียบ เขาไม่อยากให้เธอตื่นหลังจากอาการเหนื่อยสะสม

 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กันทอดด์”

 

เด็กหนุ่มหันไปสบตาพี่ชายคนรองของเขา ชายหนุ่มตาฟ้าที่มีไฮไลท์ผมสีขาวอยู่เหนือหน้าผากเผยอรอยยิ้มน้อยๆ ให้น้องชาย

 

“ตั้งแต่แรก” พี่ชายคนรองตอบ “ตั้งแต่พวกแกเข้ามาในบ้าน”

 

เดเมี่ยนถลึงตาใส่เขาเล็กน้อย ก่อนจะหลุบตาลงต่ำ

 

“ไปคุยกันหน่อย” เขาเอ่ยออกมาในที่สุด นั่นเรียกสายตาสงสัยจากเจสันได้อย่างดี

 

 

 

“แปลกใจจัง”

 

เจสันทรุดตัวนั่งลงข้างน้องชายตัวเล็กของเขาบนหลังคาของคฤหาสน์ อะไรกันที่ทำให้เด็กหัวดื้อผู้ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากใครมาถามหาคำปรึกษาจากเขา

 

เดเมี่ยนทอดสายตามองวิวยามอาทิตย์ตกที่ขอบฟ้า ความมืดมิดกำลังย่างกรายเข้าสู่เมืองก็อทแธมอีกหน

 

“ทีนี้ มีอะไร” เจสันเลิกคิ้วถามเด็กหนุ่ม

 

“เรื่องไมเยอร์” เดเมี่ยนพูดออกมาโดยไม่มองหน้าเขา “คิดยังไงกับเธอ”

 

โอ้...ทำไมเขาถึงไม่รู้กันนะ เรื่องที่ทำให้เดเมี่ยนหนักใจได้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องบรูซ เรื่องสัตว์เลี้ยงของเขากับเรื่องเด็กสาวคนนั้นนี่แหละ

 

“เจดเป็น...” เจสันพบว่าน้ำเสียงเขาอ่อนลงเมื่อพูดถึงเด็กผู้หญิงที่ทำตัวเป็นน้องสาวของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

ซึ่งเขาก็ไม่ได้รังเกียจการกระทำแบบนั้นเท่าไหร่นัก...จริงๆ มันก็ค่อนข้างน่ารักดีแหละ

 

“เด็กที่ดีกว่าฉันกับนาย” เขาตัดสินใจพูดออกไป “เป็นเด็กดีที่ดวงซวยเอามากๆ ซวยเหมือนไม่เคยมีโชค”

 

เดเมี่ยนมองตาเจสัน เจสันพบว่าเขาได้เห็นอารมณ์ไหววูบในดวงตาคู่นั้น

 

“ห้ามร้องไห้ใส่ฉันนะ บอกไว้ก่อน” เจสันพูดด้วยอาการขนลุก “ฉันปลอบไม่เป็นนะ”

 

“ไม่หรอกน่า” เด็กหนุ่มพูดลอดไรฟัน

 

แล้วความเงียบก็ก่อตัวขึ้น

 

“วันนี้เธอแปลกๆ ไป” เขาเอ่ยช้าๆ “และมันกวนใจฉันมากๆ”

 

เจสันไม่คิดว่าเดเมี่ยนจะมีเรื่องกวนใจมากนัก แต่หลังจากที่เขาได้ยินสิ่งที่เจดระบายออกมาในช่วงบ่ายวันนี้ เขาก็พอเข้าใจความรู้สึกของเด็กหนุ่ม

 

เด็กสาวคนนั้นเก็บอะไรไว้มากกว่าที่พวกเขาคิด...

 

“ฉันไม่อยากคาดคั้นกับเธอ” เดมี่ยนพูดต่อ “ดูวันนี้สิ ขนาดฉันแค่พูด เธอยัง-”

 

“นายต้องให้เวลาเธอ ไอน้อง” เจสันยิ้มพลางยีหัวของเดเมี่ยนอย่างหมั่นไส้ แม้จะได้รับสายตาดุๆ ส่งมา แต่เขาก็พูดต่ออย่างไม่ใส่ใจนัก

 

“เธอเชื่อใจนายนะเดเมี่ยน แค่ตอนนี้เธออาจจะยังไม่อยากพูดทั้งหมด ยังไงมันก็ต้องมีสักวันแหละที่เธอยอมเปิดใจกับนาย”

 

เจสันกอดคอน้องชายต่างสายเลือดโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

 

“ถึงตอนนั้นนายอาจจะตกใจจนเป็นลมไปเลยก็ได้นะ” เจสันเริ่มรู้สึกสนุกกับการแกล้งน้องชายตัวดีของเขาซะจริง

 

“ปล่อยฉันนะทอดด์!!!” เดเมี่ยนโวยวายลั่น

 

เจสันแอบเห็นหูของเดเมี่ยนแดงขึ้นก่อนแสงตะวันจะหายไปจากขอบฟ้า

 

เจสันเองก็หวังให้เด็กสาวคนนั้นพูดอะไรที่เธออึดอัดออกมาให้หมด...เท่าที่ฟังพื้นเพของเธอมา เขาไม่อยากให้เธอมองว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี

 

ถ้าจะมีใครไม่ดี...คนคนนั้นควรเป็นเขา แค่นั้นพอ....

 

เจสันนึกพลางอมยิ้มให้กับข้อความที่เขาได้รับจากสามปีข้างหน้า

 

 

ถ้าเธอเป็นอะไร แกตายแน่ เจสัน ทอดด์! 

-เจสัน ทอดด์

 

 

ไม่ต้องห่วงเลยไอหัวแดงในอีกสามปีข้างหน้า...

 

เธอจะต้องไม่เป็นอะไร...ไม่ถ้ายังมีเขาคนนี้อยู่...

 

อ่า...เขาเริ่มทำตัวเป็นพี่ชายแสนดีเหมือนดิ๊กแล้วสินะ

 

…น่ารำคาญชะมัด :)

 

 

 

สวัสดี นายคือทีโมธี ‘ทิม’ แจ็กสัน เดรก เวย์นสินะ ฉันคือนายในอีกสามปีข้างหน้า

 

ให้บอกยังไงดีล่ะ อีกสามปีนายคงจะไม่ได้เข้าโรงเรียนตำรวจตามฝันแล้วล่ะ...หวังว่านายจะรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร

 

มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอก นายแค่ต้องฝันสิ่งเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาเท่านั้น ไม่รู้จบ...จนนายอยากตายให้รู้แล้วรู้รอดเลยล่ะ

 

แต่เชื่อไหมว่าเด็กคนนั้นเป็นคนช่วยชีวิต ‘ฉัน’ และเธอก็จะช่วยชีวิต ‘นาย’ เช่นกัน

 

เธอสำคัญกับเราทุกคน...ฝากด้วยนะ

 

ปล. ดื่มกาแฟให้น้อยลงบ้างนะ เอาเวลาหน้าคอมไปใช้ทำอย่างอื่นเถอะ

 

-ทิม 

 

 

ทิมก้มมองจดหมายที่ ‘ตัวเขาในอนาคต’ เป็นคนเขียนขึ้นมาพลางจิบอเมริกาโนแก้วโปรด

 

ตอนแรกเขาไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่เกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้อ่าน แต่หลังจากตรวจสอบข้อมูลอะไรหลายๆ อย่าง เขาก็พบว่านี่เป็นจดหมายจากอนาคต และสิ่งที่เจดเล่าก็ตรงกับสิ่งทีี่เขาในอนาคตเขียนทุกประการ

 

แม้จะยังเหลือข้อกังขาเล็กๆ น้อยๆ แต่เขาก็พบว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นทำลายกำแพงของเขาไปจนหมดสิ้น รู้ตัวอีกทีเขาก็รู้สึกเป็นห่วง คอยคิดถึงแต่เด็กสาวตลอดเวลา

 

ตอนนั้นที่เขารู้ว่าสวนสนุกที่เธอไปเที่ยวกับฮาลและแบร์รี่ถูกโจมตี เขาเกือบจะรีบเดินทางไปเดี๋ยวนั้นเลยด้วยซ้ำ

 

นี่สินะ ความรู้สึกของพี่ชาย...

 

ทิมยังพบอีกว่าเธอไม่ได้ทำลายกำแพงแค่ของเขา แต่กับทุกคนที่เขารู้จักก็เช่นกัน

 

เธอทำให้ครอบครัวที่แตกสลายกลับมารวมกันอีกครั้ง...

 

ทิมหัวเราะเมื่อเขาเห็นเจสันกับเดเมี่ยนหยอกล้อกันผ่านมอนิเตอร์ในถ้ำค้างคาว

 

ทุกคนได้รับผลกระทบจากการมีอยู่ของเจด ไมเยอร์...

 

เด็กคนนี้อาจจะเป็นของขวัญสำหรับบ้านหลังนี้ก็ได้...

 

“โว้ว อะไรกันเนี่ย”

 

ดิ๊กที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ร้องอยากตกใจจนทิมเกือบจะเก็บจดหมายของเขาลงแทบจะไม่ทัน

 

“เจสันกับเดเมี่ยนไปสนิทกันตอนไหนน่ะ” ดิ๊กทำสีหน้าเซอร์ไพร์ส เขายิ้มออกมาแม้จะสงสัยอยู่บ้างก็ตาม

 

“ไม่รู้สิ” ทิมที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เจดและเดเมี่ยนมาถึงบ้านยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก ทำเอาดิ๊กได้แต่มุ่ยหน้า

 

แล้วพี่ใหญ่ของบ้านก็รวบน้องชายคนที่สามเข้าไปในอ้อมกอดอย่างไม่มีเหตุผล

 

“เฮ้! ดิ๊ก!”ทิมที่ไม่ทันตั้งตัวร้องเบาๆ ถึงเขาจะชินกับการกระทำแบบนี้ของดิ๊กแล้วก็ตาม แต่ครั้งนี้มันค่อนข้างกะทันหันไปนิดหน่อย

 

“แป๊บนึงนะทิมมี่” ดิ๊กเอ่ยเบาๆ “ช่วงนี้ไม่ค่อยได้กอดน้องชายตัวดีเลย”

 

ทิมสัมผัสได้ถึงความเศร้าและความอ่อนล้าในน้ำเสียงของพี่ใหญ่แห่งครอบครัวค้างคาว

 

“ฉันดีใจนะที่พวกเรากลับมารวมกันได้อีกครั้งน่ะ”

 

ดิ๊กพูดขึ้นในขณะที่อ้อมกอดของเขาค่อยๆ คลายออก ทิมก็แตะแขนพี่คนโตของเขาเบาๆ

 

“ผมก็เหมือนกัน” ทิมพูดด้วยรอยยิ้มขณะมองไปยังจอที่เจสันกับเดเมี่ยนกำลังกอดคอกันอยู่

 

ถึงจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน...แต่ผูกพันธ์กันดั่งพี่น้องแท้ๆ...

 

ทิมหลับตาด้วยรอยยิ้ม

 

สงสัยเขาต้องดื่มกาแฟให้น้อยลงแล้วสินะ....

 

 

✢ ✢ ✢

 

เป็นตอนที่อบอุ่นที่สุดตั้งแต่เขียนมาเลยครับ5555555 อยากเล่าโมเม้นต์สี่พี่น้องมานานมากกกกก ในที่สุดก็ได้ลองเขียนสักที ใจมันฟูไปหมดเลย;-;

ในตอนนี้ก็ได้เห็นจดหมายจากโลกอนาคตถึง 3 ฉบับเลยทีเดียว (ถึงของพี่เจสันจะเป็นข้อความสั้นๆ ก็เถอะ..) ไรท์พยายามเปลี่ยนฟ้อนต์ให้มันดูแตกต่างจากพาร์ทบรรยายปกติแล้วนะ แต่ฟ้อนต์เด็กดีมีให้เท่านี้จริงๆคับ555

ส่วนจะได้อ่านของคนอื่นในอนาคตอีกไหม…อันนี้ต้องรอลุ้นกันครับ

เจอกันตอนต่อปัยยยยย!!!

.

.

.

 

ขายของอีกนิดครับ

ใครเป็นแฟนคลับด้อมไฮคิว ไรท์เขียนแฟนฟิคเป็นฟิคแชทอยู่ใน ReadAWrite ธีมเป็นธีมแฟนตาซี เน้นเรื่องผี และมีดราม่าฮะ มีแพลนจะเขียนเป็นซีรี่ส์ยาวเลยครับ ตอนนี้มีอยู่สามเรื่องคือ 

#วันนี้ชญาพัฒน์เห็นอะไร

#แชทนี้ไม่มีมนุษย์

#Unlucky Lucky

ใครสนใจลองกดเข้าไปอ่าน กดหัวใจ กดติดตามให้ด้วยนะคร้าบบบ

ขอบคุณสำหรับพื้นที่ขายของครับ!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #37 โซระ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 20:18
    อยากรู้ข้อความจดหมายของทุกคนเลยแงง ปล.เป็นตอนที่อบอุ่นจนร้อนมากค่ะ😳
    #37
    1
    • #37-1 KkAmT(จากตอนที่ 16)
      8 มกราคม 2564 / 21:46
      อบอุ่นไว้เยอะไครับ เดี๋ยวจะหนาวละ5555😂
      #37-1
  2. #36 Whan3523 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 18:41

    ฟินกับฉากกอด
    #36
    2
    • #36-1 Whan3523(จากตอนที่ 16)
      8 มกราคม 2564 / 18:51
      และเราก็ได้รู้ข้อความในจดหมายบางคน😅😂
      #36-1
    • #36-2 KkAmT(จากตอนที่ 16)
      8 มกราคม 2564 / 19:36
      😳😳😳😳😳😳😳
      #36-2