Justice League : GRAVITA

ตอนที่ 15 : EPISODE 3 : CHAPTER 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    1 ม.ค. 64

EPISODE 3
 

-THE TRUTH-

 

✢ ✢ ✢

 

 

ความจริงบางครั้งก็เจ็บปวด..

คุณอาจจะเลือกที่จะฟังความจริงข้อนั้นแล้วก็ปล่อยผ่านไป...

 

หรือเลือกที่จะฟัง...

 

และยอมรับมันกันล่ะ?

 

 

.

.

.

 

 

CHAPTER 14

 

เจ็ดเดือนต่อมา

 

‘ตอนนี้คนร้ายหนีไปทางซ้ายของอาคารแล้ว’

 

“รับทราบ”

 

ร่างปราวเปรียวในชุดรัดรูปสีแดงสลับเขียวที่ถูกคลุมทับด้วยผ้าคลุมสีเหลืองดำตอบรับเสียงที่ลอดผ่านหูฟังของเขาเข้ามา เด็กหนุ่มกระโดดฝ่ากลุ่มไอน้ำที่โพยพุ่งออกมาจากโรงงานสารเคมีใต้เท้าของเขา มีราตรีอันมืดมิดในก็อทแธมเป็นสิ่งพรางตัวเขาไว้

ร่างนั้นคว้าเอาปืนแบทคลอว์ (Batclaw) ในกระเป๋าของเขาออกมาก่อนยิงออกไปยังท่อเหล็กที่ห่างออกไปไม่ไกล กรงเล็บเหล็กของกระสุนจับไปที่ท่ออย่างแน่นหนาก่อนเด็กหนุ่มจะกระโดดลงจากดาดฟ้า ปล่อยให้เชือกไทเทเนี่ยนอันแข็งแกร่งช่วยชะลอการตกถึงพื้นของเขา

เมื่อเท้าแตะพื้น เด็กหนุ่มก็ไม่รีรอเลยที่จะกระตุกกรงเล็บค้างคาวของเขาคืนก่อนมุ่งหน้าไปยังทิศที่เขาได้รับสัญญาณไว้

 

‘เขาเข้าไปในอาคารแล้ว เร็วหน่อยเดเมี่ยน’

เสียงน่ารำคาญในหูเขาเอ่ยขึ้นเพื่อเร่งเด็กหนุ่ม

 

“จัดการคิลเลอร์คร็อกไปซะเดรก” คนฟังกัดฟันตอบ

 

‘เดี๋ยวนี้เขาไม่มีการปกปิดตัวตนระหว่างทำภารกิจแล้วรึไง’

อีกเสียงท้วงขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เสียงปืนของเขากับใครอีกคนดังเป็นพื้นหลัง

 

‘ไม่เป็นไรหรอก ลิตเติ้ลวิง’ อีกคนนึงแทรกขึ้นมา มีเสียงการต่อสู้แว่วมาตามลำโพงด้วย ‘ไม่มีใครได้ยินหรอก’

 

เดมี่ยนในชุดโรบินกระโดดเข้าหน้าต่างไป ตรงนั้นเขาเห็นร่างส่วมฮู้ดดำของเป้าหมายที่หนีเขามา

 

“เสร็จฉันล่ะ”

 

เด็กหนุ่มเขวี้ยงแบทตาแรงของเขาออกไป โจรคนนั้นยิงปืนกระแทกอาวุธของเขาออกไปได้ แต่เขาหารู้ไม่ว่านั่นเป็นเพียงตัวล่อ เดเมี่ยนชักดาบของเขาออกมาในระหว่างที่พุ่งเข้าหาร่างในฮู้ดนั่น และเพียงไม่กี่กระบวนท่า โจรคนนั้นก็ล้มลงไปอยู่ที่พื้นในสภาพหวาดกลัวสุดขีด

 

“บอกมาว่าใครช่วยให้แกหนี” เด็กหนุ่มหนี่ตามองร่างที่พื้น “ก่อนฉันจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้”

 

ชายคนนั้นไม่ตอบ เขาเพียงชี้ไปด้านหลังของเด็กหนุ่มอย่างหวาดหวั่น

 

ซวยล่ะสิ…

 

เด็กหนุ่มกระโดดหลบการโจมตีของโคลนเหนียวๆ ที่พุ่งมาจากด้านหลังเขา

 

“เคลย์เฟส”

 

เด็กหนุ่มทักทายพลาวกระโดดหลบการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า

 

“โรบิน!” ตัวประหลาดร่างโคลนร้องขึ้น “แบทแมนอยู่ไหน!”

 

“ลำพังแค่ฉันก็พอ” เด็กหนุ่มตอบออกไปพร้อมกับแบทตาแรงระเบิดของเขา “ไม่ต้องพึ่งแบทแมนหรอก”

 

“อ๊าก!” เคลย์เฟสร้องเมื่ออาวุธของเขาระเบิด ซึ่งนั่นทำให้ร่างส่วนหนึ่งของปีศาจโคลนหายไป

 

เคลย์เฟสมองเด็กหนุ่มอย่างโกรธจัด เขาส่งเมือกหนาๆ นั่นมาอีกหน รอบนี้เขาคว้าข้อเท้าของเด็กหนุ่มไว้ได้

 

“แกจัดการฉันไม่ได้หรอก” ร่างโคลนเหนียวเหนอะค่อยๆ ขยายตัวไปคลุมเด็กหนุ่มที่ดิ้นอยู่ในเงื้อมมือของเขา

 

“ก็ไม่ได้กะจะจัดการแกเท่าไหร่หรอก” เด็กหนุ่มแสยะยิ้มเมื่อแผนของเขาได้ผล “แค่เป็นตัวล่อน่ะ”

 

“ว่าไงนะ”

 

ทันใดนั้นร่างของเคลย์เฟสก็แตกกระจายออกด้วยความถี่ประหลาด ส่งให้ร่างของเด็กหนุ่มลงมาอยู่ที่พื้นอีกครั้ง เขาปัดโคลนเนียวทั่วตัวออก

 

“มาช้านะ” เขาหันไปทักคนด้านหลัง

 

“โทษที” รอยยิ้มแหยๆ ถูกส่งมาให้เขา “ไอวี่ไม่ค่อยใจดีกับฉันเท่าไหร่น่ะ”

 

เจดตอบกลับเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอ ตอนนี้ทั้งคู่เปรอะไปด้วยโคลนเหนอะๆ น่าขยะแขยงเล็กน้อย

 

“จะว่าไป ความสามารถใหม่ฉันเจ๋งไหม” เจดก้าวไปชื่นชมผลงานการระเบิดเคลย์เฟสของเธอ

 

“การเปลี่ยนความถี่น่ะแหรอ” เดเมี่ยนยักไหล่ “ก็ดี”

 

แล้วพวกเขาก็พากันเก็บซากของวาร้ายตัวฉกาจแห่งก็อทแธมด้วยที่คุมขังแบบพิเศษ โดยที่ไม่ลืมหันไปสอบสวนชายอีกคนที่นั่งตัวงออยู่ตรงมุมตึก

 

“ทีนี้ ใครช่วยแกหนีออกมาจากอาร์คแฮม” เดเมี่ยนยกดาบขึ้นขู่เขา เขาส่งแววตาหวาดกลัวมาให้พวกเธอ ซึ่งนั่นค่อนข้างรบกวนจิตใจของเจดพอสมควร

 

สายตาแบบนั้นอีกแล้ว...

 

“ฉันไม่รู้!” ชายคนนั้นตะโกน ดึงเธอออกจากภวังค์ ร่างของเขาสั่นเทายามพูด 

 

“ฉันรู้แค่ประตูห้องฉันจู่ๆ ก็ระเบิด!”

 

“ระเบิดแบบไหน” เจดขมวดคิ้ว เธอรู้สึกตะหงิดๆ ในใจ

 

“ระเบิดเหมือนแก้วที่แตก” ดวงตาที่เลื่อนลอยมองมาที่เธอ “ละเอียดเหมือนถูกเจียระไน”

 

เจดและเดเมี่ยนชะงักกับคำตอบนั้นทันที

 

เจดยกมือขึ้นจับสร้อยของตัวเอง เธอถอดมันออกและยกให้ชายตรงหน้าดู มันเป็นแคปซูลขนาดเล็กที่ใส่วัตถุประหลาดจำนวนหนึ่งอยู่

 

“แบบนี้รึเปล่า” เจดยื่นเศษบูมเมอแรงที่แตกละเอียดให้เขาดู

 

“ใช่...” เขาตอบ “งดงามแบบนี้เลย”

 

เด็กสาวหันไปมองหน้าโรบินที่ก็ทำหน้าเครียดข้างตัวเธอ

 

“เราต้องคุยกับแบทแมน” เขาตัดสินใจก่อนทำให้ชายตรงหน้าหมดสติและนำคนร้ายทั้งสองไปส่งให้ตำรวจที่ตามมาทีหลัง

 

 

 

“นี่มันครั้งที่สามแล้วนะ”

 

ดิ๊ก พี่ชายคนโตแห่งบ้านค้างคาวเอ่ยขึ้นเมื่อพวกเขาทุกคนกลับจากการทำภารกิจต้อนคนร้ายสติไม่สมประกอบทั้งหลายกลับอาร์คแฮมที่เปิดขึ้นเป็นครั้งที่สามในรอบสองเดือน

 

เจดกับเดเมี่ยนที่ล้างตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วทำได้เพียงมองหน้ากัน พวกเขาเจอเหตุการณ์แบบนี้มาสามครั้งแล้ว..

 

“ดูเหมือนว่าคนร้ายที่พาพวกนั้นแหกคุกก็ดูจะเป็นคนเดียวกันด้วยสิ...” ทิมที่ง่วนอยู่ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์สั่งให้จอขนาดยักษ์ฉายภาพบางอย่างให้ดู

 

“นี่เป็นเศษประตูที่ทำให้ถูกระเบิดทั้งสามครั้ง” ทิมยกภาพวัตถุขึ้นเทียบ “มันลักษณะเดียวกันกับบูมเมอแรงที่ถูกทำให้แตกเพื่อช่วยเจดในวันนั้น”

 

เจดยังจำวันที่เธอเห็นบูมเมอแรงอันนั้นแตกกระจายราวแก้วที่หล่นลงบนพื้น

 

ละเอียดราวกับถูกเจียระไนชิ้นต่อชิ้น...

 

“แต่ทำไมคนที่ช่วยเบบี้เจในตอนนั้นถึงทำแบบนี้กันล่ะ..” ดิ๊กลูบคางอย่างครุ่นคิด “มันไม่มีเหตุผลเลย”

 

ใช่...ไม่มีเหตุผลเลย

 

เจดหยิบจี้ห้อยคอของเธอมาดู

 

ทำไมกันนะ...

 

“คุณหนูเจดครับ”

 

อัลเฟรดที่เดินมาพร้อมโกโก้อุ่นๆ เรียกเด็กสาว

 

“ขอบคุณค่ะอัลเฟรด” เด็กสาวเอ่ยขอบคุณพ่อบ้านพร้อมกับหยิบโกโก้ร้อนแก้วโปรดของเธอขึ้นมา

 

“นายน้อยจอนฝากข้อความถึงคุณเรื่องนัดตอนสิบโมงน่ะครับ” พ่อบ้านผู้ใจดียิ้มให้เธอ “เขาฝากมาเตือนเผื่อคุณหนูจะลืม”

 

“โอ้! ตายจริง!” เจดร้องอย่างตกใจ เธอลืมไปว่าวันนี้เธอมีนัดกับจอนตอนสิบโมงเช้า แล้วตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย...ตีสี่สิบสองนาทีแล้วเหรอ

 

“งั้นเดี๋ยวหนูขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ” เจดพูดพลางวิ่งขึ้นบันไดไปโดยไม่ลืมที่จะหันมากล่าวราตรีสวัสดิ์คนอื่นๆ

 

“ฝันดีนะคะ!” แล้วร่างเล็กของเด็กสาวก็หายไปหลังบานประตู

 

“นั่นเธอจะรีบไปไหนน่ะ”

บรูซที่เข้ามาทีหลังหลังจากพูดคุยกับตำรวจเสร็จแล้วเอ่ยถามขึ้น

 

เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศมาคุรอบๆ ห้อง...

 

“คุณรู้ไหมว่าพวกเขานัดกันน่ะบรูซ” ดิ๊กหันมามองหน้าพ่อทูลหัวของเขาด้วยสีหน้าอารมณ์เสีย

 

“ใครกับใคร” บรูซถามกลับ

 

“เจดกับจอน” ทิมเอ่ยชื่อคนหลังอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

 

“ผมเองก็เพิ่งรู้วันนี้น่ะครับ” อัลเฟรดเอ่ยนิ่งๆ “ลูกซองไหมครับนายท่านบรูซ?”

 

“สงสัยมีคนอยากกินกระสุนคริปโตไนท์” เจสันชักปืนของเขาขึ้นมาพลางตรวจดูกระสุนสีเขียวเรืองแสงที่อยู่ในลำกล้อง

 

“ท่านพ่อ ท่านคงไม่ว่าสินะถ้าผมขอยืมคริปโตไนท์หน่อย” ปิดท้ายด้วยโรบินที่มีสีหน้าเรียบนิ่งจนน่าขนลุก

 

บรูซมองลูกชายคนเล็กของเขาที่แผ่รังสีเหมือนอยากจะประหารใครสักคนด้วยดาบ

 

บุรุษรัตติกาลแอบคิดว่าเขาจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นความคิดของเดเมี่ยนไปสักครั้งละกัน...

 

“เอาเลย” เขาตอบ

 

ในขณะเดียวกันนั้นเอง เจดที่กำลังจะนอนก็รู้สึกขนลุกแปลกๆ

 

อย่างกับว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเลยแฮะ..

 

เด็กสาวส่ายหัวก่อนข่มตานอน

 

คงไม่มีหรอก...

 

 

 

“ฉันไปด้วย”

 

เจดแทบพ่นอาหารเช้าของเธอออกมาเมื่อเดเมี่ยนที่แต่งตัวเรียบร้อยพร้อมที่จะออกนอกบ้านนั่งลงข้างๆ เธอ

 

วันนี้เด็กสาวที่หลับไปเกือบห้าชั่วโมงตื่นขึ้นมาแต่เช้า (จริงๆ ก็คือเก้าโมงเช้า) เธอสวมเดรสแขนกุดเบาสบายลายดอกไม้สีเหลือที่ยาวมาถึงแข้งกับรองเท้าแตะ

 

เธอกับจอนนัดกันว่าพวกเขาจะไปทานขนมหวานกันในวันนี้

 

“ว่าไงนะ!”

 

เฮ้! นี่เธอกำลังจะได้ไปเจอเพื่อนรักที่เธอไม่ได้เจอหน้ากันมาสองเดือนเพราะจอนติดเรียนซัมเมอร์นะ ทำไมเธอต้องพ่วงเดเมี่ยนไปด้วยล่ะ!?

 

โอ...ลางสังหรณ์เธอไม่น่าดีเลย

 

เจดยกมือขึ้นทาบหน้าผาก

 

และช่วยบอกทีว่าในกระเป๋านั่นไม่ใช่คริปโตไนท์!!

 

“ไม่เอาน่า เดเมี่ยน..” เจดหันไปมองหน้าเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ “ไม่ล้อเล่นกันแบบนี้สิ”

 

“ฉันจริงจัง” เขาจ้องเธอนิ่งๆ

 

“ไม่เห็นเป็นไรเลยเบบี้เจ” ดิ๊กที่เดินมาพร้อมกับถ้วยกาแฟเอ่ยขั้น

 

“ไปกันหลายๆ คนก็สนุกดีออกนี่” ทิมที่นั่งตรงข้ามเธอพยักหน้าเสริม

 

“แถมฉันไปด้วยก็ได้นะ” เจสันที่ชักปืนขึ้นมาทำไมก็ไม่รู้พูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มๆ

 

เจดถอนหายใจออกมายาวๆ 

 

“พี่ก็เป็นไปกะเขาด้วยเหรอเนี่ย...” เธอมองหน้าเจสันอย่างหน่ายๆ เขาทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็ถอดกระบอกปืนของเขาออกมาทำความสะอาด

 

เธอเคยอ่านฟิคเรื่องที่ครอบครัวนี้เป็นคนหวงแรงมาหลายต่อหลายเรื่องในโลกเก่า ซึ่งเธอเคยสงสัยว่าถ้าเจอจริงๆ แล้ว พวกเขาจะเป็นแบบนั้นรึเปล่าด้วย

 

ตอนนี้เธอได้มาเจอกับตัวแล้วจริงๆ...

 

ความขี้หวงของบ้านค้างคาวนี่รุนแรงกว่าแรงระเบิดจากซุปเปอร์โนวาจิ๋วซะอีก..

 

“โอเค ก็ได้ๆ” เจดยอมแพ้ “นายไปด้วยก็ได้เดเมี่ยน”

 

เธอแอบเห็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะจากพี่ชายแต่ละคนชองเขา

 

ร้ายกาจกันจริงนะ!

 

“แต่นายต้องสัญญากับฉันก่อน” เจดกอดอกใส่เด็กหนุ่มตรงหน้า 

 

“ห้ามชวนทะเลาะ ห้ามใช้คริปโตไนท์ ห้ามทำลายบรรยากาศ แล้วก็...ห้ามทำหน้าบึ้งด้วย!”

 

เธอพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

 

“แต่-”

 

“ไม่มีแต่ ดามี่” เจดงัดไม้ตายของเธอออกมา

 

เดเมี่ยนจะไม่เถียงเธอทุกครั้งเมื่อเธอเรียกเขาด้วยชื่อนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่...

 

ซึ่งเธอก็ค่อนข้างชอบเลยแหละ

 

เด็กหนุ่มทำสีหน้าอึกอักก่อนกอดอกอย่างอารมณ์เสียน้อยๆ

 

“ก็ได้” เดเมี่ยนเบ้หน้า

 

“เยี่ยมมาก” เธอยืดอกราวผู้ชนะ

 

เจสันผิวปากวี๊ดวิ้วเป็นการล้อเลียนเด็กหนุ่ม ก่อนถูกจ้องกลับด้วยสายตาอาฆาต

 

“เอาล่ะ ทีนี้ก็เก็บคริปโตไนท์นายไปซะ” เจดพยักเพยิดไปยังสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าของเขา

 

“เดี๋ยวฉันไปเอากระเป๋า จากนั้นเราก็ค่อยไปหาจอนกัน”

 

เธอพูดส่งท้ายก่อนกระโดดลงจากเก้าอี้และวิ่งหายลับไป

 

“ยอดไปเลยนะดามี่” ทิมลากเสียงยาวอย่างล้อเลียน

 

“ว้าว ลิตเติ้ลดีโตเป็นหนุ่มแล้วสินะ” ดิ๊กหัวเราะคิกคักพลางหันไปแปะมือกับทิม

 

“หุบปาก” เดเมี่ยนคว้ากล่องคริปโตไนท์ออกมาวางบนโต๊ะอย่างอารมณ์เสียก่อนเดินกระทืบเท้าหายไปโดยที่ใบหูของเขากลายเป็นสีชมพู

 

“คุณเห็นนั่นไหมบรูซ”

 

ทิมที่เอ่ยถามคุณพ่อค้างคาวของบ้านยกยิ้มใส่ชายที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น

 

บรูซไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงแค่ยกยิ้มน้อยๆ

 

บางที...เขาอาจจะต้องเริ่มคุยกับลูกชายเขาให้มากขึ้นแล้วสินะ...

 

 

 

“นั่นมันยอดไปเลยโจนาธาน”

 

เจดที่กำลังหัวเราะให้เรื่องเล่าของเด็กหนุ่มที่นั่งทานขนมเค้กไอศกรีมกับเธอพูดออกมาเมื่อเขาเล่าจบ

 

“แน่นอน แล้วเขาก็เอาแต่ร้องโวยวายไม่หยุดเลยล่ะ” จอนยิ้มพลางปาดน้ำตาเมื่อนึกถึงเรื่องตลกเหล่านั้น

 

“นายมันนักจัดการพวกบุลลี่ตัวจริง” เจดหัวเราะ

 

ตอนนี้ทั้งสาม (รวมเดเมี่ยน) อยู่ในร้านขนมหวานอีกแห่ง หลังจากที่พวกเขาไปแวะเมดคาเฟ่มาแล้ว...

 

ใช่...เมดคาเฟ่

 

เมดคาเฟ่และหูแมว...

 

นั่นทำให้เดเมี่ยนหัวเสียได้ดีทีเดียว

 

เจดแอบถ่ายรูปเดเมี่ยนในหูแมวเก็บไว้หลายรูปและวางแผนจะส่งให้เหล่าพี่ๆ ของพวกเขาดูเร็วๆ นี้

 

ถ้าโทรศัพท์เธอไม่โดนพังไปเสียก่อนน่ะนะ...

 

เจดเหลือบมองเด็กหนุ่มที่นั่งและพยายามไม่ทำหน้าบูดอยู่ข้างๆ เธอ

 

ต้องยอมรับว่าเขามีความอดทนสูงทีเดียว ทีแรกเธอนึกว่าเขาจะแจ้นกลับบ้านไปตั้งแต่เมดคาเฟ่แล้วเสียอีก

 

สงสัยตานี่คงจะใช้ความอดทนทั้งชีวิตของเขาหมดเลยล่ะมั้งสำหรับวันนี้

 

“แล้วเธอเป็นไงบ้าง” จอนถามเด็กสาวกลับ

 

ซุปเปอร์บอยในอดีตนี้มีความสดใสกว่าในอนาคตที่เธอจากมาเล็กน้อย เป็นเด็กหนุ่มร่าเริงที่เต็มไปด้วยความหวังและความอบอุ่น

 

เธอไดเจอเขาแบบจริงๆ จังๆ สองเดือนหลังจากมาที่โลกอดีต แต่นั่นไม่ได้หยุดความสนิทสนมของพวกเธอทั้งสองคนลงไปเลย เพราะหลังจากที่จอนได้อ่านจดหมายของตัวเองในโลกอนาคต เขาก็ติดต่อเด็กสาวผ่านทางพ่อเขามาทันที

 

เรียกได้ว่าจอนเป็นเพื่อนคนแรกที่เธอมีเบอร์โทรศัพท์เลยก็ได้ ถ้าไม่นับของบ้านค้างคาวและเดเมี่ยนน่ะนะ...

 

“ก็เหมือนเดิม” เด็กสาวยักไหล่ “ไม่มีโชคเรื่องดาร์กไซด์เลย”

 

เธอพูดเรื่องจริง ไม่มีสัญญาณใดๆ เกี่ยวกับดาร์กไซด์แม้แต่น้อย ทำเหมือนเขาจะยอมแพ้และเลิกบุกโลกไปแล้วด้วยซ้ำ...

 

แบบนี้มันสงบเกินไป....มากๆ

 

เด็กสาวถอนหายใจ

 

นั่นทำให้เธอนึกถึงใบหน้าของลีกที่มาส่งเธอวันที่เธอย้อนเวลามาที่นี่

 

เจ็ดเดือนแล้วสินะ...

 

พวกเขาจะยังเชื่อเธออยู่ไหมนะว่าเธอกำลังพยายามแก้ไขทุกอย่างอยู่?

 

หรือพวกเขาจะสิ้นหวังในตัวเธอไปแล้วกันนะ?

 

“ฉันอยากช่วยอะไรได้บ้างจัง” จอนทำหน้าเศร้า นั่งดึงความคิดฟุ้งซ่านของเธอให้หายไป มาพบกับปฏิกิริยาน่าเอ็นดูของซุปเปอร์บอยแทน

 

พระเจ้า...เขาน่ารักเหมือนโกลเด้นที่หางตกหูลู่ชะมัด

 

“ไม่เป็นไรน่าจอน” เธอข่มความติ่งไว้ข้างในใจ “ฉันเชื่อว่าเดี๋ยวเราก็เจอ”

 

“ฉันก็หวังแบบนั้น” เขายิ้มอ่อนโยนให้เธอ

 

เจดเพิ่งสังเกตว่าเขาหล่อมาก...ทั้งใบหน้าอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยแววตาแข็งแกร่ง ทั้งผิวสีแทนได้ที่ ไหนจะแว่นตากรอบเหลี่ยมนั่นอีก...

 

ในอนาคตเขาหล่อขนาดนี้ไหมนะ...เธอไม่ได้สังเกตเลย สงสัยมัวแต่กังวลเรื่องว่าเขาจะเผาเธอเมื่อไหร่อยู่ เธอเลยไม่ได้สังเกต

 

“ละลายแล้ว”

 

น้ำเสียงขุ่นๆ ของเดเมี่ยนเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเห็นพวกเธอยังไม่เลิกยิ้มให้กันเสียที

 

เจดหันไปมองแววตาหงุดหงิดของเด็กหนุ่ม เขาทำเพียงสะบัดหน้าหนีเท่านั้น

 

“แปลกใจที่เธอลากเขามาด้วยนะเนี่ย” จอนกระซิบพลางตักขนมเข้าปาก

 

“นายจะแปลกใจกว่าตอนที่ได้ยินว่าเขาอยากมาที่นี่เอง” เจดกระซิบตอบ “สงสัยจะยังไม่หายเมาพิษของสแกร์โครวเมื่อวาน”

 

“ได้ยินนะ” เดเมี่ยนเอ่ยขึ้นอีกหน นั่นทำให้สองหนุ่มสาวที่นั่งนินทาเขาในระยะเผาขนต้องเปลี่ยนบทสนทนาทันที

 

 

 

ตอนนี้พวกเธอย้ายมาเดินเล่นกันในศูนย์การค้าเมโทรโปลิสที่เพิ่งเปิดใหม่กันแล้ว จอนเป็นคนนำทัวร์ไปตามทาง เขาบอกว่าพ่อกับเขาชอบมาเดินเล่นที่นี่รอแม่บ่อยๆ เวลาเธอออกไปทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศข่าวสาวสวยคนเก่ง

 

เจจดมองไปรอบๆ ตัว ที่นี่เป็นศูนย์การค้าแบบกึ่งเปิดกึ่งปิด ให้ผู้ที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่จากต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้รอบๆ เธอแอบได้ยินเดเมี่ยนบ่นว่าที่นี่ไม่ได้ดูดีเท่าศูนย์การค้าของตระกูลเวย์น แต่เธอก็เลือกจะปล่อยเขาไป

 

เจดเดินไปเรื่อยๆ ในขณะที่หูอีกข้างก็ฟังจอนพูดไปเรื่อยเปื่อย

 

ตอนนั้นเองที่เจดเห็นอะไรแปลกๆ ผ่านทางหางตา บนกระจกหน้าร้านขายเสื้อผ้าที่อยู่ฝั่งซ้ายของเธอ

 

เด็กสาวหันไปมองกระจกนั่นด้วยความสงสัย

 

ทันใดนั้นเธอก็เห็นบางอย่างที่ประหลาดมากๆ...

 

เงาในกระจกยังคงเป็นเธอที่อยู่ในเดรสแขนกุดลายดอกไม้ แต่ที่แปลกคือใบหน้าของเธอ...

 

…ที่กำลังส่งยิ้มมาให้...

 

ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ยิ้ม!!

 

แล้วจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวเธอก็เปลี่ยนเป็นตอนกลางคืนอย่างฉับพลัน

 

“จอน! เดเมี่ยน!”

 

เด็กสาวร้องหาพวกเขาที่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ยืนอยู่ข้างเธออีกแล้ว

 

ไม่ใช่แค่พวกเขาที่หายไป...

 

แต่ทุกคนที่เดินอยู่ที่นี่หายไปทั้งหมดเลย...

 

ไอเย็นก่อความหนาวเหน็บขึ้นรอบตัวเจด ความกลัวเริ่มเคลื่อนตัวเข้าเกาะกุมจิตใจเด็กสาว

 

เจด เอริก้า ไมเยอร์...


 

เสียงแหบๆ ดังขึ้นทั่วทุกทิศอย่างไร้ซึ่งจุดกำเนิด

 

ในที่สุดเราก็จะได้เจอกันแล้วนะ....


 

“เจด!”

 

จู่ๆ ภาพของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของจอนและเดเมี่ยนที่มองเธออย่างเป็นห่วง

 

“เป็นอะไรรึเปล่า...” จอนถามเด็กสาวที่ยังยืนกระพริบตาปริบๆ 

 

“พวกเราเห็นเธอเงียบไปเลยเป็นห่วง”

 

เด็กสาวหันซ้ายขวาและพยายามมองไปรอบตัว เธอยังเห็นคนที่มาจับจ่ายใช้สอยยังคงเดินกันอย่างพลุกพล่าน

 

เจดหันไปมองเงาตัวเองในกระจก เธอเห็นเงาของตัวเองที่ยืนหน้าซีด

 

แล้วเมื่อกี๊มัน..อะไรกันน่ะ?

 

“ไมเยอร์” เดเมี่ยนขมวดคิ้วพลางจับไหล่เด็กสาวด้วยความเป็นห่วง

 

เด็กสาวมองตาพวกเขา

 

เธอควรบอกพวกเขาไหมนะ?

 

ไม่สิ...พวกเขาจะเชื่อเรื่องเหลือเชื่อนี้รึเปล่านะ...?

 

“ฉัน...” เจดก้มมองพื้นอย่างสับสน “...ไม่เป็นไร แค่น้ำตาลตกน่ะ”

 

เจดส่งยิ้มให้ทั้งคู่ พวกเขามองหน้าเธอด้วยสีหน้ากังวล ก่อนจะมองหน้ากันแล้วพยักหน้า

 

“ไปกันต่อเถอะ” เธอจับจับแขนของทั้งคู่พลางลากให้พวกเขาเดินต่อ

 

เธอคงจะเห็นภาพหลอนไปเองล่ะมั้ง...

 

หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ...

 

✢ ✢ ✢

 

สวัสดีปี 2021 นะครับทุกคน! ไรท์เอาตอนใหม่มาให้เป็นของขวัญ555

ปีใหม่แล้ว เราผ่านเรื่องต่างๆ มาเยอะมากๆ ในปี 2020 ตอนนี้ 2021 แล้ว เรื่องวุ่นๆ ก็ยังมีอยู่555 ถือเป็นปีที่ค่อนข้างสำคัญในชีวิตกุ๊กไก่เลยนะคับ มีทั้งเรื่องดีและร้ายปนกันไป (ถึงแม้ส่วนใหญ่จะร้ายก็เถอะ) แต่ว่ามันก็ทำให้ได้รู้วา่เราสามารถกา้วผ่านเรื่องต่างๆ มาได้ เหมือนได้เลเวลอัพเลยครับ

ยังไงก็ขอให้ปี 2021 ของทุกคนเป็นปีที่ดีกว่า 2020 นะคับ555 ขอให้ทุกคนเจอแต่เรื่องดีๆ ได้ทำสิ่งที่ชอบ ได้สมหวังตามปรารถนา ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นอีกแล้วด้วย อย่าลืมรักษาสุขภาพทั้งจากอากาศและโควิดด้วยนะครับ ใครอยู่พื้นที่เสี่ยงก็ระมัดระวัง ขอให้ทุกคนโชคดีในปีวัวนะครับ!!!!

ตอนนี้ขอลาไปก่อน เจอกันตอนหน้าคร้าบบบบ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #35 INERZIA (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 01:47

    สรุปเดเมี่ยนคิดกับน้องแบบนี้หรอเนี่ย555 จอนนี่น่าเอ็นดูเหมือนลูกหมาโกเด้นจริงๆ อยากรู้เลยว่าตัวเขาในอนาคตเขียนถึงตัวเขาในอดีตว่าอะไร



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มกราคม 2564 / 22:00
    #35
    1
    • #35-1 KkAmT(จากตอนที่ 15)
      2 มกราคม 2564 / 09:49
      นั่นสินะครับ🤔
      #35-1
  2. #34 Whan3523 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 20:08

    ขอให้ไรท์สมหวังตามที่ต้องการเหมือนกันค่ะ🎉🎉
    #34
    1
    • #34-1 KkAmT(จากตอนที่ 15)
      1 มกราคม 2564 / 20:57
      สวัสดีปีใหม่นะครับ🎉✨🎊
      #34-1