[นิยายแปล] บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง (สนพ.กวีบุ๊ค)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,203,085 Views

  • 3,878 Comments

  • 8,251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,941

    Overall
    1,203,085

ตอนที่ 7 : เล่มที่1 บทที่7 หว่านเมล็ดและเก็บเกี่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1329 ครั้ง
    26 ก.ย. 61

        ไม่กี่วันมานี้ หลินลั่วหรานไม่ได้ออกไปไหน แต่กลับขลุกตัวอยู่ในบ้านเพื่อทำการทดลองหว่านเมล็ด ใช้เวลาอยู่หลายวัน กว่าจะเริ่มเข้าใจกฎของพื้นที่ลึกลับนั่น

        “ไร่ยา” ถูกขยายออกกว้างขึ้นกว่าหนึ่งเมตร บริเวณตรงกลางปลูกต้นห่อสิ่วโอวเอาไว้ ต้นโสมทั้งเจ็ดที่ถูกปลูกเอาไว้ในบริเวณรอบๆ ของต้นห่อสิ่วโอวเริ่มแตกใบออกมาแล้ว ในบริเวณขอบกั้นระหว่างผืนยากับไร่ยาถูกใช้ในการปลูกต้นมะเขือเทศทั้งสองที่เติบโตขึ้นมาอย่างสวยงาม ไม่เพียงแต่กิ่งก้านที่ขยายออก หรือใบที่หนา แต่เปอร์เซ็นการออกผลยังสูงจนน่าตกใจ บนกิ่งก้านต่างเต็มไปด้วยผลมะเขือเทศเชอร์รี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ขายกันด้านนอกกว่าเท่าตัว และกำลังส่งกลิ่นหอมดึงดูดผู้คนอยู่

        บริเวณด้านข้างของต้นมะเขือเทศคือ ต้นกะหล่ำปลีแน่นๆ สองต้น ลำต้นมีสีขาวผ่องใสดุจดั่งหยกขาว เส้นใบชัดเจน หากนำไปขายคงต้องนับเป็นของเกรดดีอย่างแน่นอน

        ปวยเล้งอยู่อีกมุมหนึ่ง ต้นพริกถูกปลูกไว้ด้านซ้ายของต้นมะเขือเทศ พริกสีแดงแสบสันกำลังเปล่งสีสันแข่งกันกับผลมะเขือเทศสีสวย เถาของต้นแตงกวาผันเกี่ยวเลื้อยไปตามลำไม้ไผ่ ดอกสีเหลืองนวลที่ประดับอยู่ตามเถาทำให้สีสันของมันดูงดงามกว่าเถาของต้นห่อสิ่วโอวที่ถูกปลูกอยู่บริเวณใจกลางอยู่มาก หลินลั่วหรานนำเมล็ดที่ซื้อมาจากบริษัทเมล็ดพันธุ์ลองปลูกดูแล้วบางส่วน แถมยังปลูกกอหัวหอมเอาไว้ ผสมปนเปกับเหล่าต้นหญ้าในบริเวณริมขอบของ “ไร่ยา” จนดูสังเกตได้ยาก

        ดูจากตอนนี้ มันมีตรงไหนที่ดูเป็นไร่ยาอยู่บ้างนะ นี่มันแปลงผักชัดๆ เลย!

        แต่ว่าจะโทษหลินลั่วหรานก็ไม่ได้ เพราะหลังจากที่ได้กินผักจากพื้นที่ลึกลับ เมื่อมองดูผักจากตลาดที่มีกลุ่มหมอกสีเทาปกคลุมอยู่ ไม่ว่าจะทำอย่างไรหลินลั่วหรานก็ไม่อาจจะกินมันได้ลง......

        พื้นที่นี้ดูลึกลับแปลกประหลาด น้ำแร่เหล่านั้นก็เช่นกัน

        เมื่อดูจากช่วงเวลาที่เธอได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ดูเหมือนว่าเวลาหนึ่งวันของพื้นที่ลึกลับ จะเท่ากับเวลาหนึ่งปีของโลกภายนอก เพราะแบบนั้นไม่ว่าจะผักอะไร เมื่อผ่านไปคืนหนึ่งแล้ว เช้าของอีกวันก็จะสุกงอมเต็มที่ เมื่อคิดดูแล้วไม่ว่าจะผักอะไร ปลูกไป “ครึ่งปี” ก็ควรจะสุกงอมกันแล้วทั้งนั้น

        และที่สำคัญที่สุดก็คือ พืชผักเหล่านี้ เมื่อปลูกลงไปแล้ว หากหลินลั่วหรานไม่เก็บขึ้นมา มันก็จะยังคงรักษาสภาพสุกงอมเอาไว้ ผลมะเขือเทศไม่มีวันร่วงหล่น กะหล่ำปลีก็ไม่รู้จักแก่......ทุกอย่างต่างกำลังพอดี ราวกับพวกมันถูกเวทมนต์บางอย่างหยุดเวลาของพวกมันเอาไว้ ในช่วงที่งดงามที่สุด

        หรือแม้แต่ผลที่ถูกเก็บมาแล้วก็ตาม หากว่ายังคงถูกวางเอาไว้ในพื้นที่ลึกลับ มันก็จะรักษาสภาพเดียวกับตอนที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ อย่างไม่มีผิดเพี้ยน สดใหม่จนน่าเหลือเชื่อ

        เหล่าต้นหญ้าสีเขียวเรียวยาวและอ่อนนุ่มที่ถูกจัดการถอนออกมา นั้นยืดหยุ่นได้ดี ทั้งยังเป็นของที่อยู่ในพื้นที่ลึกลับมาแต่ต้น ทำให้หลินลั่วหรานไม่กล้าเอาไปทิ้ง เธอจึงใช้มันถักทอขึ้นมาเป็นเสื่อผืนใหญ่ ก่อนจะกางเอาไว้บนพื้น ด้านบนมีเหล่ามะเขือเทศและผักต่างๆ ที่เป็นผลจากการทดลองในช่วงหลายวันมานี้ของหลินลั่วหรานถูกกองเอาไว้ทั่วผืนเสื่อ เนื่องจากไม่ทันระวังจนปลูกออกมามากจนกินไม่หมด เลยต้องเก็บสะสมเอาไว้แบบนี้

        หากอยากได้เมล็ดของผักเหล่านี้ ก็รอให้พวกมันเติบโตเต็มที่ หลังจากนั้นก็หยดน้ำแร่ลงไป เพียงในเวลาพริบตาเดียวก็จะเติบโตขึ้นจนสามารถเก็บเกี่ยวได้ หลังจากนั้นก็นำเมล็ดที่ได้จากการปลูกในพื้นที่แห่งนี้หว่านออกไป ทำซ้ำแบบนี้หลายๆ ครั้ง เหล่าผักที่ถูกปลูกอยู่ในผืนไร่ของหลินลั่วหรานในตอนนี้ ก็ไม่ใช่เกรดเดียวกับตอนแรกอีกต่อไปแล้ว

        หากเป็นวัฎจักรที่ไม่มีวันจบสิ้นแบบนี้ สงสัยว่าหลินลั่วหรานอาจจะสามารถปลูก “ผักวิเศษ” ออกมาได้จริงๆ ก็เป็นได้

        ผักในตอนนี้นั้นต่างสะอาดผ่องใส จนเกือบจะกลายเป็นผักวิเศษแล้วจริงๆ มันอาจจะสามารถเป็นครึ่งยาครึ่งผักก็ได้นะ? มีรสชาติในแบบของผัก และมีคุณสมบัติในแบบของยา.......ช่างท้าทายธรรมชาติเสียจริง

        แต่สิ่งที่ทำให้หลินลั่วหรานแปลกใจที่สุด กลับไม่ใช่ผักเหล่านั้น แต่เป็นโสมที่ถูกปลูกไว้ในบริเวณใจกลางนั่นต่างหาก

        เมล็ดพันธุ์ที่เต็มไปด้วยพลังแบบนั้น แน่นอนว่ามันจะต้องได้ผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ต้นอ่อนของเมล็ดโสมที่โผล่ขึ้นมาเหนือดิน ทำเอาหลินลั่วหรานประหลาดใจ เมื่อพบว่าหมอกสีเขียวจากต้นโสมนั้นราวกับกำลังตอบรับกับน้ำแร่......หลินลั่วหรานเห็นมันได้อย่างชัดเจน กลุ่มหลอกจากต้นโสมน้อยกำลังล่องลอยไปทางบ่อน้ำแร่ และกลุ่มหมอกสีฟ้าใสก็ดูปิติยินดี หากหลินลั่วหรานไม่รดน้ำ เหล่ากลุ่มหมอกสีฟ้าก็จะล่องลอยมาทางต้นโสมด้วยตัวเอง กลุ่มหมอกสีเขียวและสีฟ้าผสมปนกันเป็นชั้น จนทำให้สีของหมอกทั้งสองนั้นเข้มขึ้นอีก

        เมล็ดพันธุ์ที่ดูมีพลังแบบนี้ มันจะต้องไม่ใช่เมล็ดโสมที่ผ่านการปลูกของคนมาอย่างแน่นอน เมื่อดูจากห่อสิ่วโอวที่มีฤทธิ์เป็นยาเหมือนกันก็ไม่มีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้น หลินลั่วหรานจะไม่รู้ได้อย่างไร ว่าตัวเองเก็บได้ของดีเข้าเสียแล้ว!

        สิ่งที่มีฤทธิ์ยาแบบนี้ การรดน้ำแร่เพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ แต่ต้องรอให้ช่วงเวลาดำเนินไปจนพอเหมาะอีกด้วย เหมือนกับต้นโสมในไร่ยาแห่งนี้ ปลูกไปกว่า วันแล้ว ก็เหมือนกับโสมป่าอายุ ปีในโลกภายนอก

        หลินลั่วหรานพอใจเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้เธอจะมัวแต่ขลุกตัวอยู่ในพื้นที่ลึกลับไม่ได้แล้ว เวลานี้เป่าเจียน่าจะมาถึงแล้ว หลินลั่วหรานภาวนาขึ้นในใจ ก่อนจะออกมาจากพื้นที่ลึกลับ

        หลังจากที่เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย เสียงที่ดังขึ้นจากด้านล่างตึก ก็ทำให้เธอรู้ได้ถึงการมาเยือนของเป่าเจียในทันที

        ในขณะที่กำลังจะก้าวออกจากห้อง เธอก็จัดการนำมะเขือเทศและผักบางส่วนใส่ลงถุงพลาสติก เพื่อเอาไปให้เป่าเจีย

        เป่าเจียขับรถโตโยต้าสีแดงเข้ม ทั้งยังซื้อผ่อนห้องขนาดร้อยตารางเมตรในเมือง สำหรับพนักงานกินเงินเดือนแล้ว ก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จอยู่มาก

        หลินลั่วหรานมองเห็นเป่าเจียทีกำลังเติมเครื่องสำอางอยู่บนรถ ผ่านทางกระจกรถที่โดนลดลงมากว่าครึ่ง

        “เป่าเจีย!” หลินลั่วหรานยกถุงพลาสติกทั้งสองขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ อาการของคนที่เพิ่งผิดหวังในความรักเมื่อสองอาทิตย์ก่อนหายไปโดยสิ้นเชิง

        เป่าเจียมองค้อนใส่เพื่อนของตัวเอง ปากก็พร่ำบ่น “บอกแล้วว่าให้ออกไปเดินเล่นด้านนอก โทรมาชวนกี่วัน ก็ไม่ยอมออกมาสักวัน......อ๊ะ หลินลั่วหราน นี่เธอไปศัลกรรมมาเหรอ?!!

        เป่าเจียตกตะลึงจนเสียการควบคุม แต่เธอยังคงได้แต่มองหลินลั่วหรานอย่างอึ้งๆ ไม่ได้ยื่นมือมาสัมผัสแต่อย่างใด

        “พระเจ้า นี่เธออกหักจนต้องไปศัลกรรมเลยเหรอ? ว่าแล้วเชียวว่าทำไมเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมออกมา ที่แท้ก็หลบไปพักฟื้นอยู่นี่เอง.......หึหึ!” เป่าเจียในตอนนี้ความฉลาดที่เคยมีกลับไม่เห็นแม้แต่เงา ปากก็เอาแต่พร่ำพูดจาไร้สาระไปเรื่อย นั่นเป็นเพราะสิ่งที่เธอได้พบมันช่างน่าตกใจเสียเหลือเกิน

        หลินลั่วหรานมองไปที่เธออย่างนิ่งๆ ก่อนจะเปิดประตูด้านหลังรถ แล้วนำเอากล่องที่บรรจุผักผลไม้ใส่ลงไป แล้วจึงขึ้นมานั่งบริเวณที่นั่งข้างคนขับ ก่อนจะพูดตอบกลับอย่างอารมณ์ไม่ดีนัก “ฉันดูเหมือนคนมีเงินไปศัลกรรมหรือไงกัน?!

        เป่าเจียนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพิจารณาหลินลั่วหรานด้วยความสงสัย เมื่อมองดูดีๆ แล้ว ทั้งตาหูจมูกปากก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่ผิวพรรณกลับดีขึ้นจนน่าเหลือเชื่อ จนทำให้ใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วโดดเด่นขึ้นมา คนหนึ่งคนเปลี่ยนไปในเวลาสั้นๆ แบบนี้......

        “หรือว่าไปฉายแสงรักษาผิวมา? เป็นไปไม่ได้ ผลลัพธ์มันไม่ควรออกมาดีขนาดนี้......” เป่าเจียยังคงไม่ยอมแพ้ แต่กลับหาเหตุผลไม่ได้จริงๆ

        หลินลั่วหรานหัวเราะเบาๆ “ช่วงที่ผ่านมาไปเจอเรื่องดีๆ มา ไว้รอเข้าใจอะไรมากกว่านี้ก่อน แล้วจะเล่าให้ฟังนะ กล่องที่อยู่ข้างหลังมีผักผลไม้อยู่ กินไปสักพักเดี๋ยวก็จะเป็นแบบฉันนี่แหละ เธอหน้าตาดีอยู่แล้ว จะต้องเยี่ยมมากแน่ๆ!

        อะไรเรียกว่าเพื่อนรัก ก็เหมือนอย่างเป่าเจียยังไงล่ะ คนที่เมื่อได้รับการอธิบายแล้วก็จะไม่ถามไถ่อะไรต่อ นี่แหละ ที่เรียกว่าเพื่อนรัก เธอไม่อาจจะทำร้ายหลินลั่วหราน และเธอก็เชื่อเช่นกัน ว่าหลินลั่วหรานจะไม่มีวันทำร้ายเธอ

        ทั้งสองคนยิ้มให้กัน ก่อนที่เป่าเจียก็รู้สึกตัวขึ้น จึงแสร้งทำเป็นโมโห “รออะไรล่ะ เรื่องสวยๆ งามๆ แค่นาทีเดียวฉันก็รอไม่ไหวหรอก” เธอลงจากรถไปคว้าเอามะเขือเทศลูกน้อยๆ มาไว้ในอ้อมอก ก่อนจะถามหลินลั่วหรานว่ากินเลยได้ไหม เมื่อเห็นว่าหลินลั่วหรานบอกว่ากินไปสักพักจะช่วยให้ผิวดีขึ้น แม้แต่จะล้างก็ยังขี้เกียจ เธอจึงขับรถไปพลางคว้ามะเขือเทศลูกน้อยใส่ปากไปพลาง

        รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม กลิ่นหอมคละคลุ้ง เพียงกัดเบาๆ น้ำของลูกมะเขือเทศก็ทะลักกระจายไปทั่วปาก รสชาติดีจนเกินบรรยาย

        รถค่อยๆ ขยับเคลื่อนตัวออกไป ภายในปากของเป่าเจียเต็มไปด้วยมะเขือเทศลูกน้อย ก่อนที่หลินลั่วหรานจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “ตอนแรกเธอบอกว่าเราจะไปไหนกันนะ?”

        เป่าเจียเคี้ยวมะเขือเทศในปาก กิริยาท่าทางราวกับราชินีของเธอ ได้รับผลประทบอย่างหนัก เธอขับรถไปพร้อมกับตอบกลับหลินลั่วหรานโดยที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายนัก “จะไปไหนล่ะ......แน่นอนว่าก็ต้องเป็นเรื่องที่ช่วยหางานให้เธอยังไงล่ะ.......อ๋า......อร่อยจริงๆ เลย!

        เป่าเจียใช้มือข้างเดียวในการบังคับพวงมาลัย หลินลั่วหรานเกิดกังวลขึ้นในใจ อยากจะถามต่อ แต่ก็กลัวว่าจะไปรบกวนอีกฝ่าย จึงไม่ได้ถามออกไป แม้ภายในใจของเธอก็ยังคงได้แต่ครุ่นคิด

        เป่าเจียช่วยหางานให้แล้ว? แล้วมันเป็นงานแบบไหนกันนะ...

-------------------------------


อัพเดตนิยาย บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง


ก่อนใครได้ที่นี่เลยนะคะ ^_^





พิเศษ! หากมีผู้อ่านติดตามมากกว่า 2,000 คน

จะแจกฟรีวันละ 2 ตอน เป็นเวลา 3 วัน ให้อ่านกันอย่างจุใจไปเลยจ้า ^_^


อ่านเล่มที่ 6 เร็วกว่าใครและสนับสนุนผู้แปลได้ที่ลิงก์นี้

https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ^^)

*เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.329K ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #3233 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 13:45
    ขอบคุณ
    #3233
    0
  2. #3232 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 12:27
    ผันเกี่ยว=พันเกี่ยว
    #3232
    0
  3. #3161 Nisnoi (@Nisnoi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 23:04

    ปลูกไม้พะยุงได้ไหม เออ ยากตอนตัดอีกอะนะ

    รึเอาน้ำแร่มาขายแทนเครื่องสำอางดี

    #3161
    0
  4. #2844 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 18:46
    รักเป่าเจีย นางน่าเอ็นดู
    #2844
    0
  5. #2560 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 18:37
    น่าจะเขียนกลับกันนะ หนึ่งปีของโลกลึกลับเท่ากับหนึ่งวันของโลกหรือเปล่า
    #2560
    1
    • #2560-1 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 7)
      15 พฤศจิกายน 2561 / 18:42
      เราอ่านแล้ว มันเทียบกับพืชผัก ไม่ใช่ตัวเวลา ความหมายคือปลูกผักในนี้หนึ่งวัน เหมือนปลูกอยู่โลกภายนอกหนึ่งปี
      #2560-1
  6. #2082 Enjoyzz Miky (@1550900034) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:29
    งง เข้าไปที่ลึกลับได้อย่างไร เข้าออก
    #2082
    1
    • #2082-1 +Ei_Chuad+ (@Chuttra5m) (จากตอนที่ 7)
      5 ธันวาคม 2561 / 20:16
      ภาวนาในใจค่ะ
      #2082-1
  7. #2057 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 11:08
    เป่าเจียเป็นเพื่อนที่ดีจริง ๆ
    #2057
    0
  8. #1561 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 19:50
    เพื่อนรักหางานอะไรมาให้ทำเนี่ยะ
    #1561
    0
  9. วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 17:57
    1 วันของพื่นที่ลึกลับ = 1 ปีของโลกจริง

    มันใช่หรอ ไม่ใช่ว่าต้องอย่างนี้นะ
    1 วันของโลกจริง = 1 ปีของพื้นที่ลึกลับ

    เพราถ้าเป็นแบบแรก แค่ถอนหญ้าปลูกผักก็น่าจะผ่านไปเป็นวันแล้ว แปลว่านางเอกไม่ออกจากห้องเป็นปี ก่อนไปซื้อเมล็ดก็คงผ่านมาเป็นครึ่งปีแหละ
    #717
    5
    • #717-4 changcuss (@0817396843) (จากตอนที่ 7)
      20 ตุลาคม 2561 / 20:48
      เราอ่านละพยายามทำความเข้าใจสรุปได้ประมาณว่า แค่วันเดียวในพื้นที่ลับจะเทียบได้กับประมาณ 1 ปี ทั้งที่โลกจริงกับพื้นที่ลับใช้เวลาเท่ากันคือ1วัน หรือก็คือ 1วันในพื้นที่ลับ ผลผลิตเจริญเติบโตเทียบได้ประมาณ1ปี
      #717-4
    • #717-5 Gemel (@Gemel) (จากตอนที่ 7)
      23 ตุลาคม 2561 / 15:24
      เค้าหมายถึงช่วงเวลาในการเพาะปลูกหรือเปล่าคะ ลองอ่านบริบทดู ตอนแรกก็งงๆ แต่น่าจะหมายความว่า เวลาในโลกจริงกับมิติเท่ากัน เพียงแค่เวลาที่ใช้ในการปลูกพืชจะเร็วกว่า เวลา 1 วันในการปลูกที่โลกมิติจะเท่ากับ 1 ปีของโลกจริงที่ต้นไม้สมควรจะเจริญเต็มที่
      #717-5
  10. #147 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 18:31
    งานอะไรน๊าาาาา
    #147
    0
  11. #42 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 21:33
    ขอบคุณมาก
    #42
    0
  12. #12 kedsarawadeedee (@kedsarawadeedee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 20:22
    ขายเมล็ดพันธ์ไง
    #12
    0