[นิยายแปล] บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง (สนพ.กวีบุ๊ค)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,203,085 Views

  • 3,878 Comments

  • 8,251 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,941

    Overall
    1,203,085

ตอนที่ 30 : เล่มที่1 บทที่30 หลิ่วเจิงก็อยู่เช่นกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1224 ครั้ง
    26 ก.ย. 61

        “อะไรนะ รองผู้บังคับบัญชากองทหาร?!” หลินลั่วหรานพยายามกดอารมณ์ที่เกินกว่าจะอธิบายออกมาได้ ในน้ำเสียงของตัวเอง อยู่หน้าตึกเดี่ยวสองชั้น

        คนที่เข้าใจเธอเป็นอย่างดีแบบเป่าเจีย ก็ได้แต่ส่งรอยยิ้ม “เหอเหอ ที่จริงก็ไม่ได้อยากจะปิดบังเธอ แต่เธอก็ไม่เคยถามนี่นา ฉันก็เลยไม่ได้พูด......” เป่าเจียไม่คิดว่าอารมณ์ที่อธิบายออกมาไม่ถูกของหลินลั่วหรานจะมาจากความดีใจที่ได้รู้ความจริง แต่มันน่าจะเป็นเพราะโมโหมากกว่า

        เดิมทีความโมโหของหลินลั่วหรานเกือบจะทะลุปรอทอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นสายตาสั่นๆ ดูน่าสงสารของเป่าเจียที่ส่งตรงมาที่เธอ ราวกับกำลังร้องขอความเมตตา ช่างน่าเอ็นดู ก็เหมือนกับการปล่อยหมัดใส่กองนุ่น ช่วยไม่ได้จริงๆ

        ตัวเราเองก็ไม่เคยถามเป่าเจียจริงๆ อีกทั้งนิสัยอ่อนไหวคิดมากของตัวเองอีก หากเป่าเจียพูดออกมา ตัวเราก็อาจจะตีตัวออกห่างจากเพื่อนรักคนนี้ เพราะรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าเกินไป เมื่อคิดได้แบบนี้ หลินหลั่วหรานก็เริ่มเข้าใจคิดมา แต่ว่าใบหน้าก็ยังคงแสดงท่าทีดุร้ายอยู่ “ติดเอาไว้ก่อนนะ เดี๋ยวจะมาคิดบัญชีทีหลัง!

        ได้ยินแบบนั้น เป่าเจียก็เบาใจขึ้นมาก ก่อนจะรีบแปลงร่างจากสาวน้อยชาวบ้านขอความกรุณาไปเป็นสาวมั่นสวมรองเท้าส้นสูงอีกครั้ง เธอวิ่งไปจนถึงหน้าประตูใหญ่ พร้อมทั้งลงมือทุบประตูเสียจนสั่นสะเทือน โดยไม่สนใจที่จะกดกริ่งที่มี “ผู้บังคับบัญชา หลานสาวที่รักของท่านกลับมาแล้ว รีบเปิดประตูสิ เปิดประตู!

        อาคารเดี่ยวไร้ซึ่งการตอบกลับ แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ห่างไกลกลับพากันรีบปิดหน้าต่างเสียงดัง “ปึงปัง” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ กลัว “เสียงมารร้าย” ของเป่าเจีย หรือเพราะคำว่า “หลานสาวที่รักของผู้บังคับบัญชา” กันแน่ แต่ตัวเธอเองนั้นคิดว่าคำนี้ช่างดูแฝงความน่ากลัวเอาไว้เสียจริง......

        หลินลั่วหรานเกือบจะล้มหัวทิ่ม เธอรู้ดีว่าเป่าเจียเป็นพวกรุนแรง แต่ก็ไม่เคยเห็นท่าทาง “Man” ขนาดนี้ของเธอมาก่อน! หลินลั่วหรานหันหน้าไปอีกทาง ก่อนจะหัวเราะออกมา ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคุณตา น่าจะดีทีเดียว!

        เป่าเจียยังคงทุบประตูต่อไป หลินลั่วหรานก็พยายามกลั้นขำอยู่ข้างๆ ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกโดยไม่ทันคาดคิด หลินลั่วหรานจึงกลับมายืนนิ่งตรงอีกครั้ง อยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ควรจะสำรวมหน่อย อย่างไรตัวเธอก็ไม่ใช่เป่าเจีย

        แต่เมื่อประตูเปิดออกกว้าง ใบหน้าหล่อเหลาสวมใส่แว่นตาสีทองของหัวหน้าใหญ่ของหลินลั่วหรานกลับปรากฏออกมา___ทำไมหลิ่วเจิงถึงอยู่ที่นี่ล่ะ??

        เป่าเจียตบลงที่บ่าของเขา “คุณชายหลิ่วก็อยู่เหรอ ถ้ารู้ก่อนฉันคงจะมาวันอื่นแทน ว้า!

        พูดออกมาได้ตรงเสียจริง ปลายหางตาของหลินลั่วหรานเองก็เหลือบไปเห็นว่าใบหน้าของหลิ่วเจิงปรากฏความอายออกมาเล็กน้อย แต่ว่า ทำไมคำพูดของเป่าเจีย ดูไม่ได้ตกใจกับการที่หลิ่วเจิงมาอยู่ที่บ้านของคุณตาเลยล่ะ? นี่พวกเราสนิทกันขนาดนี้เลยเหรอ?

        เหมือนว่าหลินลั่วหรานจะได้พบกับเรื่องใหญ่ที่เพื่อนของตัวเองแอบซ่อนเอาไว้ ก่อนจะยิ้มร้ายออกมา เมื่อเปิดปากเรียก “หัวหน้า” ออกมาได้แค่คำเดียว ก็โดนลากเข้ามาในบ้านเสียก่อน

        “เป่าเจีย ตากำลังผัดข้าวอยู่ อีกเดี๋ยวก็จะได้กินแล้ว!” เสียงของคนแก่ถูกส่งออกมาจากห้องครัว ฟังดูแข็งแรงดี

        แต่หลินลั่วหรานก็ยังคงรู้สึกแปลกใจ ทำไมคุณตาของเป่าเจียจะต้องทำอาหารเองด้วยล่ะ? เธอมองไปยังหลิ่วเจิงที่นั่งอยู่ในห้องโถง ก่อนจะได้รับรอยยิ้มที่แสดงถึงความช่วยไม่ได้กลับมา ความหมายของมันก็คือ คุณตาของเป่าเจียไม่ยอมฟังที่เขาพูด

        เป่าเจียจัดการโยนกระเป๋าไปไว้บนโซฟา ก่อนจะเท้าเอวตะโกน “ผู้บังคับบัญชารีบออกมาได้แล้ว วันนี้หนูพาเสี่ยวหรานกลับมาด้วยนะ!

        “หา สาวน้อยบ้านหลินเหรอ? แบบนั้นต้องไปดูสักหน่อย” คนแก่รีบร้อนออกมาจากห้องครัว ทั้งที่ในมือยังคงถือตระหลิวผัดข้าวเอาไว้

        หลินลั่วหรานถูกตาหลานคู่นี้ทำเอาประหลาดจนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ในที่สุดเธอก็ได้รู้เสียทีว่านิสัยที่ทั้งดูสง่าและช่างก่อกวนของเป่าเจียนั้นได้มาจากใคร___ความจริงแล้วผู้บังคับบัญชากกองทหารจะต้องเป็นแบบไหนกันนะ?

        ใบหน้าขึงขัง สวมชุดเครื่องแบบเต็มตัว หลังตรง พวกนี้เป็นสิ่งที่น่าจะจำเป็นใช่ไหม?

        แต่ว่าคุณตาของเป่าเจียน่ะเหรอ? ใบหน้าชมพูผ่องใส ร่างกายนุ่มนวลแข็งแรง พันผ้ากันเปื้อน แถมยังถือตะหลิว ช่างดูเหมือนคุณปู่ที่คอยนั่งเลี้ยงหลานมากกว่าเสียอีกและที่สำคัญ ผ้ากันเปื้อนผืนนั้น ยังเป็นลายลิง Hip Hop ใน QQ อีกต่างหาก ทั้งดูน่ารักแล้วก็น่าสงสารดีนะ......

        “สวัสดีค่ะ คุณปู่ฉิน!” หลินลั่วหรานพยายามเรียกสติให้กลับคืนมา ก่อนจะทักทายอย่างเรียบร้อย

        หลิ่วเจิงรู้ดีว่าท่าทางของผู้บังคับบัญชาฉินมักทำให้คนภายในนอกตกใจ จึงได้แต่ทอดสายตาขึ้นไปยังโคมไฟคริสตัลที่ห้อยระโยงระย้าอยู่

        ใบหน้าของเป่าเจียแดงขึ้นมาเล็กน้อย แต่ผู้บังคับบัญชาฉินกลับไม่ได้ใส่ใจอะไรแม้แต่น้อย “เรียกอะไรแบบนั้นกัน เรียกคุณตาแบบเป่าเจียสิ!
หลินลั่วหรานมองไปยังมือที่ควงตะหลิว พร้อมทั้งความกลัวว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้ จึงรีบเรียก “คุณตา” ออกไป ผู้บังคับบัญชาฉินเห็นดังนั้นก็พนักหน้าด้วยความพอใจ 
“สาวน้อยคนนี้ไม่แย่เลยนี่ อืม ผักที่เอามาให้อร่อยดีนะ แน่นอนว่า เป็นเพราะฝีมือการทำอาหารของฉันด้วย! ฮ่าๆๆ......แย่ล่ะ ผัดมะเขือม่วงของฉัน!

        ผู้บังคับบัญชาฉินที่มีท่าทางราวกับเด็กตัวเล็ก พูดถึงความสามารถในการทำอาหารของตัวเองพร้อมใบหน้าเบิกบาน ก่อนจะร้องออกมา เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้ปิดเตาที่ผัดมะเขือม่วงค้างเอาไว้ ก่อนจะรีบพุ่งตัวเข้าห้องครัวไปจนเกือบล้ม

        หลิ่วเจิงพยายามกลั้นขำด้วยความยากลำบาก เป่าเจียรู้สึกราวกับใบหน้าของเธอร้อนไปหมด หลินลั่วหรานจึงได้แต่ตบลงที่บ่าของเธอเพื่อแสดงความเข้าใจ :

        “มีคนแก่อยู่ในบ้าน ก็เหมือนมีพระในบ้าน นิสัยของผู้บังคับบัญชาฉินดีมากเลยนะ”

        เมื่อเห็นใบหน้าเศร้าใจของเป่าเจีย เธอก็เริ่มจะเข้าใจขึ้นมา จะว่าเป่าเจียที่ไม่เคยพาเธอมาก็คงไม่ได้ เพราะถ้าตาของเธอเป็นแบบนี้ หลินลั่วหรานก็รู้สึกได้ถึงความกดดันเหมือนกัน

        ......

        บนโต๊ะอาหาร ผู้บังคับบัญชาฉินถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้ว อีกทั้งยังลงมือทานข้าวไม่พูดจา ก็นับได้ว่าเริ่มจะมีท่าทางเหมือนกับผู้บังคับบัญชาขึ้นมาแล้ว

        ดูเหมือนว่าหลิ่วเจิงจะถูกเลี้ยงดูสั่งสอนมาอย่างดี ในระหว่างทานข้าวไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะกำลังกินผัดมะเขือม่วงมันเยิ้มของผู้บังคับบัญชาฉินอยู่ แต่ก็ยังให้ความรู้สึกราวกับกำลังนั่งทานอาหารยุโรปอยู่ในภัตตาคารที่เปิดเพลงคลอเบาๆ

        เป่าเจียยกทัพพีขึ้นมาซดน้ำซุป กับผู้บังคับบัญชาฉินที่กำลังอ้าปากทานเนื้อคำโต ดูเหมือนกันราวกับถอดแบบกันมา แม้แต่คนที่ไม่รู้จัก ก็ยังสามารถมองได้ออกว่าทั้งสองเป็นตาหลานกัน!

        เมื่อทานข้าวกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดก็พากันมานั่งคุยเล่นที่โซฟา แม่บ้านนำผลไม้ที่หั่นเรียบร้อยแล้วมาเสิร์ฟให้ ก่อนที่จะเริ่มพูดคุยไปถึงประเด็นหลักของวันนี้

        หลินลั่วหรานหยิบถุงผ้าฝ้ายสีแดงที่บรรจุหยกแกะสลักพระแม่กวนอิมออกมา พร้อมทั้งพูดกับผู้บังคับบัญชาฉินด้วยความซื่อสัตย์ “คุณปู่ฉิน เสี่ยวหรานกับเป่าเจียก็เหมือนคนคนเดียวกัน หากท่านเห็นว่าฉันเป็นหลานสาวคนหนึ่ง หลานสาวก็ต้องแสดงความกตัญญู ของชิ้นนี้เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากฉัน ราคาอาจจะไม่ได้สูงมาก ก็ช่วยอย่าถือสา รับเอาไว้สักหน่อยนะคะ”

        เป่าเจียพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย “เธอแอบไปเตรียมของขวัญมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมฉันถึงไม่รู้?” ตลอดทาง หลินลั่วหรานก็อยู่กับเธอตลอดนี่นาไม่สิ ยังมีตอนที่ไปหาพี่หวังด้วย ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!

        หลินลั่วหรานได้แต่ยิ้มพร้อมทั้งยื่นของขวัญออกไป เมื่อได้ยินว่าไม่ได้ราคาแพงนัก ผู้บังคับบัญชาฉินก็ปฏิเสธออกมาได้ยาก

        เมื่อเปิดออกดู ก็พบว่าเป็นเครื่องห้อยแขวนประดับหยกชิ้นไม่ใหญ่นัก ผู้บังคับบัญชาฉินมีตำแหน่งการงานสูง ของดีๆ ก็พบเห็นมาไม่น้อย จึงพอจะมีความรู้เกี่ยวกับของแบบนี้อยู่เล็กน้อย เมื่อได้เห็นก็รีบถามกลับ “นี่ราคาไม่แพงเหรอ? นี่คิดว่าอายุมากแล้ว สมองจะเลอะเลือนหรือยังไง?”

        นี่ก็เป็นครั้งแรกที่หลินลั่วหรานได้มองพิจารณาเครื่องแขวนประดับหลังจากผ่านการเติมแต่งครั้งสองของเธอไปแล้วชัดๆ จะพูดอย่างไรดี มันก็ยังเป็นแบบเดิม เพียงแต่หลังจากได้รับพลังก็เหมือนว่าจะดูโปร่งใสขึ้น ในสายตาของนักฝึกศาสตร์อย่างเธอ ของชิ้นนี้ถือว่าเต็มไปด้วยพลัง แต่ในสายตาของคนทั่วไปแล้ว พวกเขามองไม่ใช่พวกพลังพิเศษเหล่านี้ แต่ก็รู้สึกว่าเครื่องตกแต่งชิ้นนี้ค่าความโปร่งแสง สีสัน งานแกะสลัก ไม่มีอะไรที่ไม่สวยงาม แม้ว่าองค์ประกอบทั้งสามจะไม่ได้ดีที่สุด แต่เมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว ก็เข้ากันลงตัวได้ดี

        “เป็นของดีจริงๆ นะ” ผู้บังคับบัญชาฉินลูบไล้ลงไปที่เครื่องตกแต่งชิ้นนั้น ก้อนหยกให้ความรู้สึกชุ่มชื้นแปลกๆ จนไม่อยากจะปล่อยมือ “แพงเกินไปแล้ว ฉันรับเอาไว้ไม่ได้หรอก”

        หลินลั่วหรานเริ่มร้อนใจขึ้นมา เธอไม่ทันคิดว่ามันจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ ในตอนแรกเธอเพียงแค่อยากจะให้ของตกแต่งชิ้นนี้เต็มไปด้วยพลังที่สงบและบริสุทธิ์ก็เท่านั้น เมื่อนำไปประดับอยู่ใกล้ๆ กับตัวคนบ่อยๆ ก็จะมีข้อดีขึ้นมา แต่ใครจะไปรู้ว่ามันไม่ได้เปลี่ยนไปเพียงแค่ภายใน แต่ยังส่งผลมาจนถึงภายนอกด้วย!

        ดูเหมือนว่า เธอจะดูถูกความสามารถของพลังมากเกินไป หลินลั่วหรานถอนหายใจออกมา ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเธอยังไม่ได้ทิ้งใบเสร็จตอนที่ซื้อมาไป ก็รีบคว้ามันขึ้นมาเพื่อใช้อธิบาย

        “คุณปู่ฉิน หนูไม่ได้โกหกนะคะ มันไม่ได้แพงจริงๆ เป็นเพียงน้ำใจเล็กๆ” สวรรค์รู้ดี เมื่อคนบนโลกนำของขวัญไปให้กัน ก็ต่างตั้งตารอให้เจ้าของคิดว่าของขวัญของตัวเองนั้นมีราคาแพง มีเพียงเธอเท่านั้น ที่พยายามคิดหาวิธีที่ดูน่าสงสารแบบนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่าของขวัญของเธอไม่ได้มีราคาแพงจริงๆ

        เป่าเจียและหลิ่วเจิงที่อยู่ด้วย ต่างก็ทำงานด้านนี้กันทั้งนั้น ผู้บังคับบัญชาฉินไม่ได้เรียกหาหลานสาวของตัวเอง แต่กลับควักมือเรียกหลิ่วเจิงแทน “เสียวหลิ่วจึ มาดูหน่อยสิ”

        หึหึ หัวหน้าใหญ่ผู้สุภาพสูงศักดิ์อย่างหลิ่วเจิง แต่กลับถูกผู้บังคับบัญชาฉินเรียกว่า “เสียวหลิ่วจึ” หลินลั่วหรานก็สังเกตุได้ว่าสีหน้าของหัวหน้าเปลี่ยนไป ไม่สงบเหมือนอย่างเดิม.......

        “ผู้บังคับบัญชาฉิน นี่เป็นของราคาห้าหมื่นต้นจริงๆ เป็นของจากร้านคนรู้จักของผมเอง สไตล์จากร้านของเธอมองแค่ครั้งเดียวผมก็รู้ เพียงแต่น่าจะเป็นของดีในราคาช่วงนี้ เมื่อมองดูดีๆ เห็นได้ว่ามีบางส่วนที่ต่างออกไปจากของในล็อตเดียวกัน หลินลั่วหรานตาถึง เลยเลือกมาได้ดีขนาดนี้” เมื่อมองดูแล้ว หลิ่วเจิงก็แสดงความเห็นของตัวเองออกมา สมกับที่เป็นระดับสูง ถึงจะไม่ได้ถูกเสียหมด แต่ก็เข้าใกล้ความจริงมากทีเดียว

        หลินหลั่วหรานกังวลว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาจะห่างไกลจากสิ่งที่ตัวเองพูดไปมาก จึงเอาแต่มองเขาตาไม่กระพริบก่อนจะค้นพบท่าทางเล็กๆ ที่ดูน่ารักของหัวหน้าของตัวเอง เมื่อเขาเริ่มรู้สึกเขินขึ้นมา หรือว่าเริ่มกระวนกระวายใจ ก็จะยกมือขึ้นดันแว่นที่ปลายจมูกของตนเอง

        ผู้บังคับบัญชาฉินค่อนข้างเชื่อคำพูดของหลิ่วเจิง เขาจึงตัดสินใจรับของขวัญชิ้นดีเอาไว้

        เมื่อหลิ่วเจิงเห็นว่าหลินลั่วหรานเอาแต่มองตัวเองตาไม่กระพริบ ก็เริ่มดันแว่นของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะส่งเสียงไออ้อมแอ้มเตือนเธอ หลินลั่วหรานรู้สึกได้ถึงท่าทางที่ไม่เหมาะไม่ควรของตัวเอง ก็รีบหันหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะขึ้นสีแดง

        เป่าเจียไม่พูดอะไร เพียงแต่มองทุกอย่างเอาไว้ในสายตา ก่อนที่ภายในดวงตาเรียวของเธอจะปรากฏความซุกซนขึ้นมา แล้วผ่านหายไป โดยที่ไม่มีใครได้ทันสังเกต

        ทุกคนพากันคุยเรื่อยเปื่อย มาจนถึงเรื่องที่หลินลั่วหรานอยากจะรับเลี้ยงเด็กที่เธอกับเป่าเจียได้ช่วยเอาไว้ แต่อายุดันไม่ถึง ผู้บังคับบัญชาฉินถลึงตาขึ้น “ที่แท้ก็มาหาฉันเพราะเรื่องเส้นสายนี่เอง ไม่อย่างนั้นเด็กอย่างเธอคงจะไม่กลับมาหาฉันสินะ แย่เกินไปแล้ว!

        เมื่อประเด็นไปตกอยู่ที่เป่าเจีย เหงื่อก็เริ่มไหลผุดขึ้นมาจากตัวของหลินลั่วหราน แต่เป่าเจียกลับไม่ได้ใส่ใจอะไรกับท่าทางของตาของตัวเอง เธอถลึงตาโต ก่อนจะถามกลับ “ผู้บังคับบัญชาคะ ท่านต้องเข้าใจนะคะ นี่เป็นการทำเรื่องดี ท่านพูดไว้ว่ายังไงนะ? ทางที่ยากลำบากยังต้องการอยู่ไหม? ที่ตั้งใจจะทำเพื่อประชาชนนั่น ลืมไปหมดแล้วเหรอคะ?”

        การถามกลับที่เต็มไปด้วย “สัมผัสของยุคสมัย” ของเป่าเจีย ไม่เพียงแต่ทำให้คุณตาของเธอนิ่งไป แม้แต่หลิ่วเจิงเองก็ไม่อาจจะทำใจให้สงบได้อีก ก่อนจะเงยหน้ามองฟ้าไป หลินลั่วหรานรู้สึกว่าการพยายามกลั้นขำเป็นเรื่องที่ช่างยากลำบาก สุดท้ายเธอจึงเลือกที่จะเข้าร่วมกลุ่ม “มองฟ้า” ด้วยเช่นกัน

        ผู้บังคับบัญชาฉินถูกเป่าเจียตอกกลับ เสียจนได้แต่ชี้หน้าของเป่าเจียอยู่โดยไม่รู้จะพูดอะไรออกมา

        ในที่สุดหลิ่วเจิงก็จบกิจกรรมมองฟ้าของตัวเองลง ก่อนจะไออ้อมแอ้มออกมา “ที่จริงแล้ว......”

        เมื่อเขาเริ่มพูด สายตาทั้งสามคู่กับหันมามองที่เขาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะดวงตาของหลินลั่วหรานที่เปล่งประกายออกมา จนทำให้เขาเริ่มจะสงบอารมณ์ไม่อยู่อีกครั้ง “ที่จริงแล้ว......ใช้ชื่อพ่อแม่ของคุณหลินก็ได้นี่”

        ใช้ชื่อของพ่อกับแม่? จริงสิ แบบนี้ก็ไม่ต้องใช้เส้นสายอะไรด้วย ไม่ต้องกังวลเรื่องอายุการรับเลี้ยง ทั้งพ่อและแม่ก็ต่างเป็นคนจิตใจดี อยากจะ “ได้หลาน” กันอยู่แล้ว เพราะแบบนั้นน่าจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ ถูกไหม? อย่างไรถึงเวลานั้นแล้ว ก็จะมาอยู่ด้วยกัน แล้วมันจะต่างอะไรกับการที่เธอจะรับเลี้ยงเองกันล่ะ?

        วิธีง่ายๆ แบบนี้ยังคิดไม่ออก ตัวเองและเป่าเจียนี่ ดูท่าว่าจะกังวลเสียจนวุ่นวายจริงเชียว

-------------------------------


อัพเดตนิยาย บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง


ก่อนใครได้ที่นี่เลยนะคะ ^_^





พิเศษ! หากมีผู้อ่านติดตามมากกว่า 2,000 คน

จะแจกฟรีวันละ 2 ตอน เป็นเวลา 3 วัน ให้อ่านกันอย่างจุใจไปเลยจ้า ^_^


อ่านเล่มที่ 6 เร็วกว่าใครและสนับสนุนผู้แปลได้ที่ลิงก์นี้

https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ^^)

*เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.224K ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #3260 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 15:17
    ซุกซนน
    #3260
    0
  2. #3198 47011010510 (@47011010510) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:39

    ใครคือพระเอกน้อออออออ

    #3198
    0
  3. #3107 •๐.Elrenia.๐• (@Elrenia) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:05
    เชียร์หนุ่มแว่นนน
    #3107
    0
  4. #2596 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 05:04
    ไม่ได้ว่าคิดช้าหรอกนะ แต่คนอื่นเขาคิดได้นานแล้ว สติจงกลับมา อย่าไปกับวิชาสิสาวน้อย
    #2596
    0
  5. #1425 ณ.ภัทร (@beatle1960) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 10:22
    โอยย แพ้ทางหนุ่มแว่น 💕
    #1425
    0
  6. #174 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 21:12
    นั่นดิ เราก้อคิดว่าแต่แรกแล้ว นึกว่าติดปันหาอะไร ที่แท้ติดตรง ลืม ซะงั่น
    #174
    0
  7. #73 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 08:56
    ขอบคุณ
    #73
    0
  8. #22 kedsarawadeedee (@kedsarawadeedee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 08:04
    ทำเรื่องง่ายไห้เป็นเรื่องยุ่งตั้งนาน ดูว่าจะมีคนตาดีมาเห็นหยกชิ้นนี้อีกมั้ยนะ
    #22
    0
  9. #7 bumtermo (@bumtermo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 12:12

    ชอบง่ะ!!!!!
    #7
    0
  10. #5 amporn (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 17:32
    สนุกมาก ขอบคุณค่ะ
    #5
    0