[นิยายแปล] บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง (สนพ.กวีบุ๊ค)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,203,968 Views

  • 3,879 Comments

  • 8,174 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    617

    Overall
    1,203,968

ตอนที่ 29 : เล่มที่1 บทที่29 คุณตาที่ศูนย์กองทหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1185 ครั้ง
    26 ก.ย. 61

        เดิมทีวันนี้เป็นวันหยุดของหลินลั่วหราน ตอนนี้ยังไม่เที่ยง เรื่องที่เป่าเจียชวนหลินลั่วหรานไปเยี่ยมคุณตา เรื่องของเวลานับว่ายังเร็ว แต่ถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึกแล้ว ก็ค่อนข้างรวดเร็วอยู่

        ไปเยี่ยมครั้งแรก หลินลั่วหรานไม่อยากจะไปมือเปล่า ที่จริงหากจะเอาไปฝากคนแก่แล้ว ยาสมุนไพรจากพื้นที่ลึกลับของเธอ แต่โสมนั้นก็เพิ่งมีอายุ “สามสิบกว่าปี” อยากจะเก็บออกมาตอนนี้ ก็ดูจะสิ้นเปลืองมากเกินไป อีกทั้งยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะสามารถหาเมล็ดที่มีพลังแบบนี้ได้อีกไหม

        เมื่อคิดไปคิดมา เธอก็นึกถึงของขวัญที่เหมาะสมชินหนึ่งขึ้นมาได้ ก่อนจะบอกให้หลินลั่วหรานขับรถไปร้านที่อยู่ในเครือของพี่หวัง แสดงท่าทางราวกับมีเรื่องจะพบพี่หวัง

        เป่าเจียรู้ดีว่าช่วงนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองดีมาก จึงไม่ได้คิดเคลือบแคลงใจอะไร เมื่อหลินลั่วหรานลงจากรถ เธอไม่ได้เข้าไปหาหวังเมี่ยวเอ๋อแต่อย่างใด แต่กลับเข้าไปเลือกเครื่องห้อยประดับหยกแกะสลักรูปเจ้าแม่กวนอิมที่ราคาห้าหมื่นต้นๆ

        ราคาห้าหมื่นต้นๆ เมื่อหักค่าดำเนินการต่างๆ ออกไป ก็เป็นเพียงหยกชิ้นเล็กๆ เท่านั้น แม้ว่าจะไม่ได้ดีมากนัก แต่ก็เป็นหยกแท้ และก็ไม่ได้เป็นเศษหยกที่เอามาอัดแต่อย่างใด

        เครื่องประดับที่เธอซื้อมาชิ้นนี้ แม้สีสันจะไม่ได้สวยมากนัก ถือได้ว่าเป็นแบบธรรมดาทั่วไป แต่ว่าการแกะสลักสวยงาม หากผ่านการเติมแต่งรอบสองของเธอแล้ว ก็น่าจะใช้ได้

        เมื่อเป่าเจียเห็นเธอยิ้มออกมา ก็เลยถามออกมา “ไปคุยอะไรกับพี่หวังมา ทำไมดูดีใจขนาดนี้?”

        หลินลั่วหรานขยับปากยิ้ม “ความลับ!

        เมื่อตัดภาระค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายของลี่อันผิงออกไป เงินเก็บในธนาคาร และพื้นที่ลึกลับในกำมือของเธอ กลางวันทำงาน กลางคืนฝึกศาสตร์ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายอกสบายใจ หลินลั่วหรานก็ดูมั่นใจในตัวเองขึ้นมาก บางครั้งก็เลยเผยนิสัยแบบนี้ออกมา

        ”ดูนิสัยแบบนี้ของเธอสิ......” เพื่อนรักได้พบเจอผู้คนมากมาย นิสัยก็เริ่มสดใสมากขึ้น เป่าเจียไม่ได้มีนิสัยขี้น้อยใจจนรู้สึกว่าตัวเองถูกละเลยเธอเพียงแต่มีความสุขกับหลินลั่วหรานเท่านั้น

        ในขณะที่เป่าเจียกำลังตั้งใจขับรถ หลินลั่วหรานก็ใช้พลังของไข่มุกเข้าไปตรวจสอบหยกแกะสลักรูปเจ้าแม่กวนอิมชิ้นนั้น___ก็สมกับราคาของมันล่ะนะ พลังน้อยเสียจนน่าสงสาร!

        ตอนนี้ไข่มุกกลายเป็นพวกเลือกกินไปเสียแล้ว เมื่อตรวจพบพลังอันน้อยนิดเท่านั้น ก็เก็บหน้าตาราวกับหมาป่าล่าเหยื่อของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยแสงสีขาวจางๆ ออกมา เพื่อไปดูดซึมพลังน้อยนิดในหยกแกะสลักชิ้นนั้น เมื่อเห็นท่าทางเชื่องช้าราวกับคนแก่แบบนั้น หลินลั่วหรานก็ยิงคิดว่าไข่มุกดูราวกับมีความคิดเป็นของตัวเอง ช่างน่าตกใจเสียจริง!

        แต่ว่าวันนี้เธอไม่ได้ทำเพื่อ “เลี้ยงอาหาร” ให้เจ้าไข่มุก แต่เธอต้องการให้เจ้าไข่มุกปล่อยพลังกลับออกมาต่างหาก เมื่อได้รับความคิดของเธอ ท่าทางของมันก็ยิ่งไม่เต็มใจมากขึ้น___ถ้าหากมันมีความคิดจิตใจเป็นของตัวเองจริงๆ ก็คงจะกำลังแอบด่าเจ้าของอย่างหลินลั่วหรานอยู่ในใจเป็นแน่

        แม้ว่าหยกแกะสลักรูปพระแม่กวนอิมชิ้นนี้จะดูธรรมดา แต่ก็พิเศษกว่าทั่วไป มันสามารถกักเก็บพลังได้มากกว่าที่มีอยู่ในตัวของมันมาก เมื่อถูกบังคับ ไข่มุกก็ปล่อยพลังกลับคืนไปมากในเวลาสั้นๆ ก่อนที่ไม่ว่าหลินลั่วหรานจะพยายามกระตุ้นอย่างไร เรียกร้องอย่างไร ไข่มุกก็ยังคงเก็บลำแพงสีขาวของมันกลับไป และแน่นิ่งแกล้งตายอยู่แบบนั้น

        แม้จะด่าออกมาว่า เจ้าไข่มุกทรยศ แต่เมื่อเห็นว่าเป่าเจียกำลังตั้งใจขับรถ หลินลั่วหรานจึงจัดการนำเอาหยกแกะสลักเกเก็บใส่ช่องกระเป๋าบนเสื้อของเธอเงียบๆ พร้อมทั้งรู้สึกค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้จากการเติมแต่งของเธอ

        เป่าเจียตั้งใจขับรถมาตลอดทาง ในขณะที่หลินลั่วหรานกำลังตั้งใจกระทำการใหญ่ของเธอ โดยไม่ได้รู้เลยว่าเป่าเจียขับรถมาถึงที่ไหนแล้ว รอจนเป่าเจียพูดออกมาว่า “ถึงแล้ว” หลินลั่วหรานถึงได้รู้ว่าพวกเธอได้ขับรถมาจนถึงบ้านพักที่ถือว่าสงบเงียบมากแห่งหนึ่งในเมืองวุ่นวายแห่งนี้

        หลินลั่วหรานลดกระจกลง เพื่อพิจารณาสถานที่ที่เธอกำลังจะไป

         ทหารเฝ้าระวังที่ยืนถือปืนตัวตรงอยู่หน้าประตู หลินลั่วหรานรู้สึกได้ถึงอารมณ์จากตัวของพวกเขา ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ดูดีแต่เพียงภายนอกนะ เมื่อยิ่งเพิ่มป้าย “บ้านพักหน่วยทหาร XX” เข้าไปแล้ว ต่อให้เธอจะโง่แค่ไหน หลินลั่วหรานก็สามารถเดาได้ในทันทีว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน

        “หน่วยทหารเมือง R? สาวน้อยเป่าเหรอ ไม่เห็นเคยบอกกันเลยนะ” หลินลั่วหรานหันมาถามเป่าเจีย

        ใบหน้าของเป่าเจียขึ้นสีแดงขึ้นมา “เดี๋ยวจะบอกน่า”

        เป่าเจียเป็นคนคุ้นหน้า นายทหารจึงทำเพียงการตรวจสอบบัตรผ่านของเธอตามปกติ และจัดการลงทะเบียนให้หลินลั่วหราน ก่อนจะปล่อยให้พวกเธอเข้าไป

        รถคันเล็กค่อยๆ ขับเข้ามาในประตูใหญ่ กระจกรถยังไม่ได้ถูกเอาขึ้น ชายสวมรองเท้ากีฬาคนหนึ่งก็บังเอิญเหลือบไปเห็นใบหน้าด้านข้างของหลินลั่วหรานเข้า ดวงตาของเขาเบิกโตขึ้น ก่อนจะรีบกดชัตเตอร์บนโทรศัพท์ด้วยความรวดเร็ว

        ความละเอียดกว่า 40 ล้านพิกเซล ทำให้รูปภาพใบหน้าด้านข้างของหลินลั่วหราน ถูกถ่ายออกมาอย่างชัดเจน ชายสวมรองเท้ากีฬาก็รู้สึกตื่นเต้นจนน้ำตาเกือบจะไหล......

        “นี่ รถที่เพิ่งเข้าไปเมื่อกี้ ใครเหรอ?” ชายสวมรองเท้ากีฬาพยายามตีซี้กับนายทหารหน้าประตู เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดระวังที่มองตรงมาที่เขา ก็ได้แต่หัวเราะออกมา ก่อนจะลูบปลายจมูกของตัวเองแล้วรีบเดินห่างออกมา

        เมื่อมาถึงสถานที่ที่ห่างออกมาจากบ้านพักแล้ว ชายสวมรองเท้ากีฬาก็เอากระดาษถ่ายเอกสารรูปภาพเหมือนของคนคนหนึ่งขึ้นมา เพื่อเปรียบเทียบยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันแน่นอน ก่อนจะกดเบอร์โทรศัพท์ แล้วส่งภาพถ่ายนั้นไป

        หัวของออก MMS ถูกเขียนเอาไว้เพียง “หาเจอแล้ว” แต่ผู้ชายสวมรองเท้ากีฬากลับรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

        เมื่อนึกถึงรางวัลที่จะได้ตามสัญญา เขาก็รู้สึกว่าชีวิตของเขาจะพลิกเปลี่ยนไปแล้ว หลังจากส่ง MMS ไป ก็ได้แต่ยืนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ตรงนั้น เพียงแค่คิดจินตนาการถึงชีวิตของตัวเองหลังจากนี้ น้ำลายก็ไหลลงมาอย่าห้ามไม่ได้

        ......

        ระยะที่ผ่านมาช่วงนี้ ชีวิตของนายน้อยมู่จอมคาสโนว่าดูไม่ค่อยจะดีนัก

        ถูกทิ้งขวางให้มาดูแลบริษัทเมล็ดพันธุ์เล็กๆ จนเกือบจะโดนคนที่อายุพอๆ กันในครอบครัวหัวเราะเยาะจนตาย แล้วดันไปทำเมล็ดโสมที่พวกผู้อาวุโสให้ความสำคัญนักหนาพวกนั้นหายไปอีก “ระยะเวลากักขัง” ของมู่เทียนหนานก็เหมือนว่าจะยิ่งถูกยืดออกไปจนมองแทบไม่เห็นปลายทาง

        หากเป็นเรื่องแค่นี้แล้วล่ะก็ เขาคงไม่รู้สึกอะไร เมือง R มีชื่อเสียงเรื่องสาวสวยมาก หาเมล็ดโสมที่ทำหายไปพลาง สร้าง “ความสัมพันธ์” อบอุ่นกับสาวน้อยไปพลาง มู่เทียนออกจะพอใจกับชีวิตสบายๆ แบบนี้ของเขา

        ตั้งแต่ความร้อนใจในตอนแรก มาจนถึงการยอมจำนนในตอนสุดท้าย หรือสรุปง่ายๆ ก็คือเขาเพียงแต่มัวแต่เล่นสนุกเท่านั้น

        จนกระทั่งใกล้จะถึงวันเกิดของคุณปู่ที่บ้านของเขาแล้ว แต่หลังจากที่พ่อของเขาอุตส่าห์โทรมาหาเขาด้วยตัวเอง ก่อนจะจัดการด่าเขาด้วยถ้อยคำที่ว่า “ไอ้เด็กล้างผลาญ” และ “ไอ้เด็กไม่รักดี” แถมยังออกคำขาดว่าหากหาเมล็ดโสมกลับมาไม่ได้ ก็ไม่อนุญาตให้เข้าไปเหยียบงานวันเกิดของคุณปู่ เขาถึงได้เริ่มจะร้อนใจขึ้นมา

        ที่จริงไม่ใช่ว่าเขาอยากจะรีบกลับไปทำงานตามคำสั่งอะไรหรอก เพียงแต่ผู้เป็นพ่อของเขาจัดการตัดบัตรทั้งหมดในมือของเขาลง เรื่องบัญชีของบริษัทเมล็ดพันธุ์เองก็ไม่ยอมให้เขายุ่ง ดังนั้นมู่เทียนหนานจึงเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า......ไม่ได้จีบสาว เขาคงจะต้องตาย หรือจีบสาวแล้วยังต้องไปเกาะเขากินอีก แบบนั้นยิ่งเหมือนตายทั้งเป็นชัดๆ

        เมื่อคิดไปคิดมา อย่างไรพ่อของเขาก็กลัวผู้เป็นปู่ ต้องเอาปู่ไปจัดการกล่อมถึงจะได้ผล ท่านปู่ตระกูลมู่นั้นชื่นชอบหยกมาก ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น มู่เทียนหนานจึงติดต่อไปทางเสี่ยซุยเพื่อซื้อแร่หยก ก่อนจะเชิญให้ช่างฝีมือมาแกะสลักเป็นของประดับตั้งโชว์ “โป๊ยเซียนเฮ่อโซ่ว” (เป็นการอวยพรให้มีอายุยืนยาว) และไหว้วานในคนเอากลับเข้าไปให้

        แน่นอน เงินที่เขาใช้ในการซื้อก้อนหยกและจ้างช่างฝีมือนั้น มาจากการที่มู่เทียนหนานยอมเซ็น “สัญญากู้ยืม” ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงจนน่าตกใจกับญาติพี่น้องที่ต่างมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นมา

        จะเกิดหรือจะตายก็วัดกันตรงนี้ล่ะนายน้อยมู่ลูบมือของตัวเองที่ถูกวางเอาไว้หน้าโทรศัพท์ จากที่ได้ยินมา คุณปู่น่าจะได้รับของขวัญจากเขาแล้วนี่ แต่ทำไมจนป่านนี้แล้วก็ยังไม่มีวี่แววการตอบรับกันนะ?

        “กรี๊ง......” โทรศัพท์ในห้องทำงานของเขาดังขึ้น หมายเลขพื้นที่คือ “010” ซึ่งเป็นเบอร์ของที่บ้านตระกูลมู่พอดี มู่เทียนหนานจึงยกรอยยิ้มขึ้น ในที่สุดสวรรค์ก็ไม่ทิ้งเรา!

        “ฮัลโหล นี่ปู่นะ......” ยังไม่ทันที่มู่เทียนหนานจะได้แสดงน้ำเสียงหลานชายที่แสนเชื่อฟังออกมา ก็ถูกเสียงดังของผู้เป็นปู่ดังขัดขึ้นมาก่อน

        “ไปเอาหยกก้อนนี้มาจากที่ไหน?” ท่านปู่ตระกูลมู่ถามขึ้น

        เอ๋ ทำไมน้ำเสียงดูรุนแรงขนาดนี้ หรือว่าปู่จะไม่ชอบ? มู่เทียนหนานจึงได้แต่อธิบายที่มาของก้อนหยกด้วยความกระวนกระวายใจ เมื่อได้ยินอย่างละเอียด ผู้เป็นปู่ก็เงียบไปสักพัก ในช่วงเวลาที่มู่เทียนหนานเกือบจะตกใจตายนั้น น้ำเสียงหัวเราะเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้เป็นปู่ก็ดังขึ้นมา :

        “ฮ่าๆๆ ทำได้ดีนี่ อย่างน้อยก็ถือได้ว่าไอ้เด็กโง่ๆ นี่ทำเรื่องดีๆ ได้บ้างแล้ว  สมกับเป็นลูกหลานของตระกูลมู่!

        ครั้งก่อนที่ถูกปู่ชมที่มันเมื่อไรกันนะ? เก้าหรือว่าสิบขวบ? ในชั่วขณะนั้นมู่เทียนหนานราวกับได้กินผลโสมเข้าไป ไม่มีส่วนไหนของร่างกายที่รู้สึกไม่สบาย เขาจึงตอบกลับไปด้วยความพอใจ “ปู่ โป๊ยเซียนเฮ่อโซ่ว” ที่หลานส่งไปให้ไม่แย่ใช่ไหมล่ะ? ฮ่าๆ มีแค่หยกแบบนี้เท่านั้นแหละ ที่จะเหมาะกับคุณปู่ของผม ฮ่าๆๆๆ.......”

        ผู้เป็นปู่ได้ยินดังนั้นก็โมโหขึ้น “โป๊ยเซียนเฮ่อโซ่ว? นี่แกไม่รู้หรือไงว่าเรื่องที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือการที่มีคนเอาท่านอาจารย์เหอกับอหวี่ต้งปินมาไว้ด้วยกันนี่แหละ?!

        แย่แล้ว! ลืมไปเลยว่าปู่คอยบอกตลอดว่าเขารักใคร่เทพสวรรค์เหอมาก......ตั้งแต่ที่ละครทีวีแต่งเสริมเติมเรื่องให้เทพสวรรค์เหอตกหลุมรักอหวี่ต้งปิน ปู่ก็ไม่ชอบนักแสดงที่รับบทเป็นอหวี่ต้งปินอีกเลย เพราะเป็นการทำให้ท่านอาจาย์ของตัวเองแปดเปื้อน.......

        สายเหงื่อพากันรินไหลไปทั่วร่างของมู่เทียนหนาน แต่ก็แปลก ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว “โป๊ยเซียนเฮ่อโซ่ว” ก็เป็นอะไรที่ไม่เหมาะสมนัก แต่ทำไมปู่ถึงได้ดูมีความสุขขนาดนั้น?

        เสียงของท่านปู่ตระกูลมู่ดังขึ้น “เทียนหนาน รู้หรือเปล่าว่าหยกที่ส่งมาให้เป็นหยกแบบไหน? มันเต็มไปด้วยพลังสงบบริสุทธิ์ของโลก! พลังที่ดูสงบขนาดนี้ ตั้งแต่ที่ฉันจำความได้ ก็ไม่ได้เห็นมานานหลายปีมากแล้ว......อาการของท่านปู่กัวคงที่แล้ว ต่างเป็นเพราะหยกที่แกส่งมาให้ก้อนนี้!

        แม้ว่ามู่เทียนหนานจะไม่ได้ฝึกศาสตร์ แต่ก็ได้ยินเรื่องเหล่านี้มีตั้งแต่เด็ก เขาเข้าใจคำว่า “พลัง” ของปู่ตัวเองเป็นอย่างดี มันคือสิ่งประกันของพลังและการมีอยู่ของพวกเขา ตั้งแต่เด็กๆ ปู่ก็คอยบอกเขาว่าพลังของโลกนั้นรุนแรง และก็ไม่อยากให้เด็กรุ่นใหม่อย่างมู่เทียนหนานต้องไปลำบากกับการฝึกศาสตร์ แต่นี่ก็เป็นครั้งที่มู่เทียนหนานได้ยินปู่ก็เขาใช้คำว่า “สงบ” ในการจำกัดความพลัง

        เมื่อคิดว่าเรื่องของปู่กัวอาจจะมีความหวังขึ้นมา ความรู้สึกผิดที่ทำเมล็ดโสมหายไปก็เริ่มสบายใจมากขึ้น “แบบนั้น ถ้าตามหาหยกแบบนี้ต่อไป ก็อาจจะช่วยปู่กัวได้อย่างนั้นเหรอ?”

        ปลายสายนิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดออกมาด้วยความหนักแน่น “ถ้าอยู่ในมือของคนธรรมดาแล้วล่ะก็ ควรจะซื้อตามราคากลับมา ไม่ควรที่จะออกตัวมากเกินไป! แต่ว่า......ฉันยังสงสัยอยู่ว่าน่าจะเป็นฝีมือของปรมาจารย์ด้านศาสตร์สักคน เพราะแบบนั้นแกก็ต้องระวัง อย่าไปทำอะไรลบลู่ให้เขาโกรธเสียล่ะ”

        หลังจากวางโทรศัพท์ลง เขาก็คิดขึ้นมา ปู่บอกว่าอาจจะมีปรมาจารย์ด้านศาสตร์อย่างนั้นเหรอ เมื่อนึกถึงรูปร่างอ้วนกลมน่าเกลียดของเสี่ยซุยเจ้าของก้อนหยกขึ้นมา มู่เทียนหนานก็ได้แต่เบ้หน้า

        จะมีปรมาจารย์ด้านศาสตร์ที่ชอบใส่สร้อยทองเส้นเท่านิ้วเอาไว้ที่คออยู่จริงเหรอ? ตัวของมู่เทียนหนานสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้___เป็นเพราะถูกช็อตน่ะ!

        ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ก็เขาก็สั่นไหวขึ้นมา เมื่อหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นข้อความ MMS จากเบอร์ที่ไม่รู้จัก จนเมื่อมู่เทียนหนานเปิด MMS นั้นออกดู ในที่สุดอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ในวันนี้ก็ทำให้เขาต้องกระโดดขึ้นมา!

        หึ ในที่สุดก็จับตัวได้ คนร้ายที่ขโมยเมล็ดโสมของฉันไป!

-------------------------------


อัพเดตนิยาย บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง


ก่อนใครได้ที่นี่เลยนะคะ ^_^





พิเศษ! หากมีผู้อ่านติดตามมากกว่า 2,000 คน

จะแจกฟรีวันละ 2 ตอน เป็นเวลา 3 วัน ให้อ่านกันอย่างจุใจไปเลยจ้า ^_^


อ่านเล่มที่ 6 เร็วกว่าใครและสนับสนุนผู้แปลได้ที่ลิงก์นี้

https://www.kawebook.com/story/view/469

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 90-100 บาท/เล่มค่ะ ^^)

*เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม 

         

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.185K ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #3259 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 15:13
    อ้ออออออ
    #3259
    0
  2. #3194 47011010510 (@47011010510) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 23:06

    ดีใจด้วยนะ

    #3194
    0
  3. #2595 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 04:49
    พระเอกหรืออะไรโผล่มาบ่อยเหลือเกิน ขอให้เป็นแค่ตัวประกอบผ่านทางเถอะ คนนี้ยังไม่โอ
    #2595
    0
  4. #2022 Tanachai Kagata (@poowangdee5) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 03:43
    -ก้อนที่มุกดูดควันมาตอนแรกๆใช่ไหม?
    #2022
    0
  5. #1412 xlh7meaw2 (@xlh7meaw2) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 21:31
    ลบหลู่*
    #1412
    0
  6. #834 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 11:23
    ต่อไปปู่ต้องชอบลั่วหรานมากแน่ๆ
    #834
    0
  7. #599 k.am. (@kam0) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 18:22
    ขโมยอะไร ซื้อมา!
    #599
    0
  8. #558 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 00:13
    มู่เทียนหนานเป็นคนตลก
    #558
    0
  9. #417 com23476 (@com23476) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 13:16

    คนร้าย? พนักงานตัวเองเป็นคนขายให้ยังว่าเขาแบบนั้นถ้านำเป็นพระเอกผูกคอตัวเองดีกว่า = - =****

    #417
    0
  10. #350 Lukke (@rouge) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 16:05
    เอิ่มทำไมรู้สึกว่าทั้งพระเอกและนางเอกต่างไม่เต็มทั้งคู่เลย
    #350
    0
  11. #303 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 00:59
    ไม่อยากได้พระเอกแบบนี้เลย
    มีผู้ใหม่ๆอีกไหมคะ
    #303
    0
  12. #265 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 14:21
    อ้าว กลายเป็นคนร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่วะ
    #265
    0
  13. #173 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 21:02
    พระเอกเราดูสบายมากไปป่าววววว
    #173
    0
  14. #71 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 08:46

    ขอบคุณ
    #71
    0