#แป๊ะเจ๋ง [Mpreg]

ตอนที่ 7 : #06 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,965
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 466 ครั้ง
    21 ต.ค. 62





       เข้าสู่สัปดาห์ที่ 34 แล้ว อีกสองสัปดาห์ก็จะถึงกำหนดคลอด ก่อนหน้านี้ประมาณสัปดาห์ที่ 32 ผมมีอาการท้องเกร็งหรือท้องแข็งนิดหน่อย หมอบอกว่าเป็นเรื่องปกติไม่มีอันตรายใดๆแต่ถ้าหากมันเกร็งหลายครั้ง มีอาการปวดท้องร่วมด้วยให้มาพบหมอเพราะมันอาจทำให้ปากมดลูกเปิดและเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้


       แต่ผมไม่ได้เป็นบ่อยสักเท่าไร มีแต่เจ้าตัวเล็กนี่แหละถีบเอาๆ บางวันก็โก่งเอาก้นโด่งขึ้นมาซะท้องแข็งเลย ตอนนี้ผมไม่ค่อยจะมีอาการท้องเกร็งแล้ว หมอบอกสองอาทิตย์สุดท้ายมักจะไม่ค่อยมีอาการ บางรายเลยกำหนดคลอดไปแล้วยังไม่มีอาการปวดท้องคลอดด้วยซ้ำ


       ส่วนคุณพ่อก็จอมเห่อที่หนึ่งเลยล่ะ แค่ผมบ่นจุกเพราะกินเยอะไปก็จะอุ้มหาหมออย่างเดียวเลย บางครั้งเข้าห้องน้ำนานก็พุ่งพรวดเข้ามาดูอยากจะบอกว่าจะช็อคตายเพราะพี่พุ่งเข้ามานี่แหละ


       "โอ้ยๆ ปวดท้อง"


       "ห้ะ! แปปนะเจ๋ง กุญแจรถๆๆ"


       "พี่ทำอะไรอะ"


       "มึงบ่นปวดท้องจะให้พาไปไหนก็ต้องโรงพยาบาลดิ"


       ผมมองพี่แป๊ะอย่างโง่งมไม่ได้พูดสักคำว่าปวดท้องคลอดก็วิ่งแจ้นหากุญแจรถแล้ว ที่บอกว่าพี่แป๊ะเห่อเนี่ยไม่ได้โม้แต่เห่อจริงๆ กำลังคิดอยู่ว่าถ้าลูกคลอดคงไม่ถ่ายรูปติดป้ายหน้าปากซอยหรอกนะ


       "ปวดท้องขี้พี่จะไปโรงพยาบาลทำไม"


       สินคำพูดทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบผมเลิกสนใจพี่แป๊ะที่ก้มเก็บเศษหน้าแล้วค่อยๆก้าวเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างระมัดระวัง เคยหวิดลื่นรอบหนึ่งดีนะจับอ่างล้างหน้าทัน พอเล่าให้พี่แป๊ะฟังทีเดียวจ้างช่างมาเปลี่ยนพื้นใหม่เลย ควรดีใจที่มีสามีเล่นใหญ่ขนาดนี้ไหม เอาแผ่นกันลื่นมาปูก็พอ!


       "ฮึบ!"


       ผมถกชุดคนท้องแล้วนั่งลงเตรียมจะฟินกับการเอาของเสียออกแต่ว่า...


       "สัด...ขี้ไม่ออก"


       นั่งเบ่งผ่านไปแล้วห้านาทีก็ไม่ยอมออก มันเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดนะ คือแบบมันปวดท้องแต่ออกมาแค่ลมอะเพื่ออะไร


       ผมที่พยายามนั่งอีกสักห้านาทีก็ยังไม่ออกจึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดสุดๆ พี่แป๊ะถึงกับมองหน้างงๆสงสัยคงจะงงว่าไม่กดส้วมไม่ล้างก้นเหรอทำไมไม่ได้ยินเสียงน้ำ ออกแต่ลมจะให้ล้างคาร์บอนไดออกไซด์เหรอ


       "เสร็จแล้ว?"


       "หึ ขี้ไม่ออกอะออกแต่ลม"


       "งั้นก็มานอนกลางวัน"


       พี่แป๊ะตบเตียงแปะๆให้ลงไปนอน ซึ่งผมก็ทำตามอย่างโดยดี แต่แบบมันหงุดหงิดอะขี้ไม่ออกมันอึดอัดมากนะ เคยเป็นกันไหมอะ


        ผมนอนให้พี่แป๊ะตบหัวตบก้นเล่นจนจนเคลิ้มใกล้จะหลับแต่ก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อลูกถีบ...รอบที่ล้านได้ ลูกจ๋าา ขอนอนก่อนไม่ได้เหรอครับ แม่จะหลับหนูก็ถีบจังเลยอยากออกแล้วเหรอเราฮึ แต่วันนี้ลูกผมดิ้นแค่สองครั้งเองมันน้อยกว่าเดิมมากเลย


       "อยากออกแล้วเหรอคนเก่ง"


       "พี่พูดคำนี้ทีไรตัวเล็กดิ้นตลอดเลย"


       "ก็เขาอยากออกแล้วไง"


       "คงอยากออกตั้งแต่ห้าหกเดือนว่างั้น"


       ตอบสนองกับคำว่าออกมาตั้งแต่ดิ้นได้แรกๆ พ่อมันก็บ้าบอถามได้ทุกอาทิตย์ แม่มันสิทั้งเจ็บทั้งจุกเตะทีแทบส่งไปเข้าทีมบอลโลก ถีบเก่งเตะเก่งเหลือเกิน ถ้าเป็นผู้หญิงนี่คงเป็นนักกีฬาเทควันโดได้อะ


       ผมเลิกคิดเรื่อยเปื่อยแล้วลดสายตาลงต่ำมองพี่แป๊ะที่เอาหน้าแนบไปกับท้องใหญ่ๆของผม พี่แป๊ะบ่นงุ้งงิ้งอยู่กับท้องของผมซะเป็นเรื่องเป็นราวพาลนึกถึงตอนแรกๆที่นิทานยังไม่ค่อยจะกล้าเล่า นึกแล้วขำฉิบหายเลย


       ยิ้มให้กับบรรยากาศดีๆแล้วก็ต้องมุ่ยหน้า ปวดท้องขี้อีกแล้ว!


       "พี่ขยับออกก่อนปวดขี้"


       "ยังปวดอยู่เหรอ"


       "อื้อ ปวดหนึบๆอะ"


       พี่แป๊ะไม่ขยับออกอย่างเดียวแต่ลุกขึ้นไปยืนเฝ้าผมอยู่หน้าห้องน้ำด้วย ผมที่ลงนั่งได้ที่แล้วก็จินตนาการฟีลลิ่งตอนที่อะไรๆมันออกมาหมดไปด้วย นั่งจมอยู่แบบนั้นนานนมก็ไม่ออกสักที ชักเริ่มหงุดหงิดอีกรอบ


       "พี่ขี้ไม่ออก~"


       "งั้นลุกเลยไหม"


       "มันยังปวดท้องอยู่อะ"


       "เดี๋ยวแปปนะ"


       พี่แป๊ะบอกจบก็เดินไปทำอะไรไม่รู้แต่ยังคงอยู่ในห้องนี่แหละ ได้ยินเสียงคุยเบาๆด้วยคงจะโทรถามใครสักคนแหละมั้ง โทรถามก็ดีเพราะผมปวดท้องขี้แบบมากๆ เกร็งจนท้องแข็งหมดแล้วเนี่ย


       ...


       เดี่ยวนะท้องแข็ง


       "พี่แป๊ะ!/ไอ้เจ๋ง!"


       พี่แป๊ะเปิดประตูเข้ามาตะโกนเรียกชื่อผมพร้อมกับผมที่กำลังตะโกนเรียกพี่มันพอดี เราสองคนมองหน้ากันตื่นๆ ผมตกใจสิ่งที่ตัวเองคิดได้กับตกใจเสียงประตู พี่แป๊ะไม่รู้ว่าตกใจอะไร


       "ไปโรง'บาล/ไปหาหมอ!"


       พูดพร้อมกันอีกรอบแบบเด้ะๆ ไม่รอช้าพี่แป๊ะเดินมาจับผมใส่ชุดดีๆหลังจากที่ถกนั่งขี้ปลอมๆเมื่อสักครู่แล้วจับผมอุ้มขึ้น ทำเอาผมตกใจแทบกรี๊ดแต๋วแตกเอาแขนคล้องคอพี่แป๊ะแบบกลัวๆ


       กลัวตกนี่แหละ! คิดจะอุ้มก็อุ้มเลยเรอะ


       "พี่! อุ้มได้ไงไม่หนักเหรอ"


       "หนักดิแขนกูจะหักแล้ว"


       ได้ยินคำตอบที่ตอบกลับมาทีเดียวมือผมก็กระตุกตีไหล่พี่แป๊ะไปหนึ่งที สภาพผู้ชายคนหนึ่งอุ้มผู้ชายอีกคนหนึ่งที่กำลังท้องออกมาจากห้องทำเอาแม่บ้านตกใจกันเป็นแถบโหวกเหวกกันลั่นบ้าน ผมเห็นพี่สาวิ่งไปหลังบ้านคงไปเรียกคนขับรถมาแน่ๆ


       "ว้าย! เจ๋งเป็นอะไรเจ้าแป๊ะ"


       ม๊าเดินมาเห็นก็ถามคำถามออกมาแต่ว่าพี่แป๊ะนั้นรีบเดินมากชนิดที่ว่ามองไม่เห็นคนเป็นแม่เลยด้วยซ้ำ ผมโดนอุ้มมาที่โรงรถและผมคิดผิดที่ว่าพี่แป๊ะจะให้คนอื่นขับไปส่ง พี่แป๊ะมันจะขับเองประเด็นคือเอาคันที่แรงที่สุดที่ผมเคยนั่งแล้วเกือบหัวใจวายตายไปมาขับ


       เวลานี้ปวดท้องแค่ไหนก็ไม่สนแล้ว ผมที่เข้ามานั่งอยู่ในรถได้แต่กำเข็มขัดนิรภัยแน่น ท้องก็ปวดแถมยังต้องมาเกร็งคูณสองเพราะการขับรถพี่มันอีก ปาดหน้ามากี่คันแล้วตั้งแต่ขับออกมาไม่สามารถนับได้ เจ๋งขอสลบได้ไหมเร็วไป๊!


       ถึงโรงพยาบาลที่ก็ทำเอาผมขาอ่อนยวบในใจท่องกูไม่ตายแล้ววนไปมา ผมไม่ลืมตามองสิ่งรอบข้าง รู้แค่ว่ากำลังโดนบุรุษพยาบาลเข็นไปที่ไหนสักที่ ความรู้สึกตอนนี้คือปวดท้อง ยิ่งคิดได้ว่าไม่ใช่ปวดท้องขี้มันเหมือนปลดสลักบางอย่างทำให้อาการปวดท้องมันรุนแรงขึ้น เหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ


       "เจ๋ง หลับตาทำไม"


       "พี่ขับรถแบบนั้นยังจะถามอีกเหรอ"


       "มึงเมารถ?"


       "เออดิเวียนหัวอยู่เนี่ย ซี้ด~"


       ผมโดนเข็นมาเข้าห้องคลอดเพราะเมื่อสักครู่เข้าห้องฉุกเฉินแล้วไอ้หมอปลามาดูมันบอกว่าจะคลอดแล้ว ผมถึงกับมึนทำหน้าเหวอเลย นี่ผมคิดว่าปวดท้องคลอดเป็นปวดท้องขี้เหรอ แถมผมคลอดก่อนกำหนดสองสัปดาห์ด้วย หมอมันบอกว่าไม่อันตรายมากเด็กอาจจะก็น้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์แค่นั้น


       เมื่อเข้ามาผมก็โดนบล็อคหลังทันที หมอบอกว่าผมต้องผ่าคลอดเพราะผมเป็นผู้ชายและเป็นการผ่าคลอดฉุกเฉินด้วย ถ้าเป็นผู้หญิงตอนนี้ก็คงปากมดลูกเปิดเกือบสิบเซนติเมตรนั่นแหละ ผมมองพี่แป๊ะที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยเดินเข้ามานั่งข้างๆผมแล้วยิ้มให้ ให้ตายสิไม่คิดว่าจะมีวันนี้เลยนะเนี่ย


       "เจ็บไหม"


       ผมส่ายหน้า ตอนนี้คือชาไปหมดทั้งตัวไม่รู้สึกอะไรเลยด้านหน้าหมอก็ปิดผ้ามองไม่เห็นสักอย่าง ผมได้ยินแค่เสียงหมอคุยกับพยาบาลเรียกเอาของต่างๆแค่นั้นเอง พี่แป๊ะก็มองไปทางผ้าสีเขียวๆสลับกับหันมามองหน้าผมตลอดเวลา ในความรู้สึกของผมตอนนี้มันเดินช้ามาก ทั้งๆที่ยังเข้ามาไม่ถึงสิบนาทีในความรู้สึกคือหนึ่งชั่วโมง แต่ผมก็ต้องชะงักหยุดนิ่งเหมือนเวลาหยุดเดินเมื่อหมอตะโกนบางอย่างออกมา คำๆนี้มันดังก้องวนไปมาในความคิดของผม เป็นคำที่ทำให้ผมน้ำตาไหล


       "เพศชาย น้ำหนักแรกเกิด2250กรัม ต่ำกว่าเกณฑ์"


       "แอ้~ อุแว้~"


       ลูกผมเป็นผู้ชาย...


       พยาบาลอุ้มเด็กคนหนึ่งออกมาจากอีกด้านของผ้าสีเขียว เด็กคนนี้ตัวเล็กมากๆเลยผมแทบไม่กล้าอุ้มเขาด้วยซ้ำ พยาบาลส่งให้วางไว้ตรงอ้อมแขน ผมตระกองกอดอย่างรักใคร่จูบเบาๆที่กลุ่มผมบางๆสีน้ำตาลเข้ม หันไปมองพี่แป๊ะก็เจอแต่คุณพ่อจอมเห่อที่ถือกล้องถ่ายวีดีโอแต่ตามองลูกค้างเติ่งจนดูตลกมากๆ ผมยิ้มให้กล้องแล้วหันมามองลูกที่สะอื้นนิดๆ


       น่ารัก...


       ทำไมน่ารักได้ขนาดนี้ ถึงจะตัวเล็กไปหน่อยแต่ลูกผมแข็งแรงนะ! ดูจากแรงถีบตอนอยู่ในท้องสิ


       "ไอ้เจ๋งลูกมึงต้องเข้าตู้อบอยู่ในการดูแลของหมอก่อนนะ เขาคลอดก่อนกำหนดกลัวเกิดอาการแทรกซ้อน"


       ไอ้หมอเย็บแผลผมเสร็จก็เอาผ้ากั้นออกพร้อมบอกว่าลูกต้องเข้าตู้อบ ซึ่งผมก็ปล่อยให้พยาบาลอุ้มลูกไปเข้าตู้อบอย่างโดยดี ตอนนี้พี่แป๊ะเลิกถ่ายวีดีโอและยืนทำท่าเก้ๆกังๆอยู่ตรงหน้าจนผมต้องถามว่าเป็นอะไร และคำตอบที่ได้ทำเอาผมต้องคิดผิดที่ถาม


       "ขอบคุณนะเจ๋ง โคตรมีความสุขเลยว่ะ"


       ผมยิ้มอ่อนให้


       "ขอลูกสาวอีกคนกำลังดีเลย"


       ผมยิ้มค้างทันที


       ไอ้พี่เหี้ย! กูเพิ่งคลอดไม่ถึงชั่วโมงจะเอาอีกคนแล้วเหรอห้ะ!


       "เอ้าคุณพ่อคุณแม้อย่าเพื่อตีกันนะ ตั้งชื่อลูกไว้กันยัง"


       ผมหันไปมองไอ้หมอที่เดินมาถามซึ่งผมก็ยิ้มให้เฉยๆเป็นการบอกกรายๆว่าตั้งแล้ว ยิ้มได้แค่นั้นแล้วผมก็น็อคคาเตียงไปเลย เหนื่อยแบบจะหลับตั้งแต่ลูกออกมาแล้วอะ แต่ก็ทนแหกตามาได้เพื่อคุยกับสามีแต่เป็นการคุยที่โคตรเปลืองแรง


       ขอลูกอีกคนเนี่ยนะ


       รอลูกคนนี้โตก่อนสิวะรีบเหรอแม่ง







       ตื่นมาอีกครั้งก็อยู่ในห้องพักสีขาวสะอาดตาของโรงพยาบาล เหม่อมองเพดานสักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาเป็นพี่แป๊ะนั่นเอง เหมือนพี่แกจะตกในนิดหน่อยลงสัยคิดว่าทำผมตื่นแน่ๆ


       "พี่ทำหนูตื่นเหรอ"


       โห่คำแรกผมก็แทบอ้วกแตกเพราะมันเป็นคำพูดที่ชวนขนลุกพอตัว


       "เปล่าตื่นนานแล้ว"


       "พ่อ แม่ ป๊า ม๊า มากันหมดแล้วนะ ตอนนี้เกาะกระจกดูหลานกันอยู่พี่เพิ่งเดินกลับมานี่แหละเดี๋ยวอีกสักพักก็คงจะตามมา"


       "อื้อ...ลูกไม่เป็นอะไรนะ"


       "ลูกเราไม่เป็นอะไรแค่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เฉยๆ"


       ไม่รู้ทำไมพอได้ยินคำว่าลูกของเราจะปากพี่แป๊ะที่เดียวทำผมเสียอาการใจเต้นขึ้นมาซะได้ ให้ตายสินี่ผมเขินเหรอ ความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้แม่งอันตราย อันตรายต่อหัวใจฉิบหายเลย


       "ผมอยากเจอลูก"


       หลังพูดคำนั้นออกไปพี่แป๊ะก็ไปขอวีลแชร์มาจากพยาบาลมาหนึ่งตัวตามด้วยการค่อยๆพยุงผมลงไปนั่งซึ่งตอนลุกก็จะทุลักทุเลหน่อยๆเพราะยังคงเจ็บแผลอยู่ พี่แป๊ะเข็นผมไปหยุดที่ห้องๆหนึ่งที่กำแพงเป็นกระจกใสภายในห้องมีตู้อบเด็กหลายสิบตู้ และหนึ่งในนั้นมีลูกของผมนอนอยู่ด้วย


       "อ้าวไอ้เจ๋งตื่นแล้วเหรอแม่กำลังจะไปดูพอดี"


       "ตื่นแล้วน่าแม่"


       ผมมองแม่ที่กำลังมองหลานด้วยสายตาเอ็นดูเหมือนอยากจับมาปั้นเป็นก้อนแล้วนึกขำ ที่บอกว่ากำลังจะขึ้นไปดูนี่คงจะอีกนานถ้าผมยังไม่ลงมาอะนะ ผมยิ้มให้พ่อที่เดินมาลูบหัวและคุยเล่นกับป๊าและม๊า


       "เอ้อ แล้วตั้งชื่อหรือยัง"


       "เจ๋งบอกว่าตั้งแล้วน่ะครับ"


       "หือ ไอ้เจ๋งตั้งเนี่ยนะ พ่อไว้ใจได้ไหม"


       "โถ่พ่อนี่ลูกผมนะ"


       ผมมองพ่ออย่างเคืองๆ ใครจะบ้าตั้งชื่อลูกตัวเองให้ตลกกัน ผมคงไม่บ้าตั้งชื่อลูกว่ามนุษย์เหมือนตั้งชื่อแมวว่าเหมียวหรอกนะ


       "ตอนแรกถ้าเป็นผู้หญิงจะให้ชื่อว่าปัน"


       ทุกคนหันมามองผมอย่างตั้งใจมีพี่แป๊ะที่มองผมตาเป็นประกายเพราะพี่แป๊ะอยากให้ชื่อลูกมีพยัญชนะตัวเดียวกับเขา ซึ่งผมก็ไม่ได้ขัดใจเพราะไม่ได้เสียหายอะไร


       "ตอนนี้ออกมาเป็นผู้ชาย ผมเลยคิดว่าชื่อน้องปลายฟ้าดีไหมครับ"


       แต่เขาก็อยากได้ลูกชื่อฟ้าเลยเอารวมกันไปเลยไม่เสียหายซะหน่อยน่า


       "ยังคงยึดมั่นกับคำว่าฟ้าอีกนะ"


       "เอ้าก็มีป.ปลาไหม ปลายฟ้ารวมกันก็น่ารักดีนี่"


       ผมมองหน้าพี่แป๊ะที่เปลี่ยนจากเป็นประกายแห่งความหวังกลายเป็นมองผมเหมือนเอือมเรื่องอะไรสักอย่าง แต่ผมไม่ผิดนะก็มีตัวพยัญชนะในชื่อพี่อยู่ด้วยนี่แค่เติมฟ้าให้มันดูเพอร์เฟคแบบขั้นสุด


       เพราะปลายฟ้ามีความหมายว่า'ความหวัง' ผมหวังว่าปลายฟ้าคนนี้จะโตขึ้นมาเป็นคนที่ดี สามารถเป็นกำลังใจให้คนอื่นได้เหมือนปลายขอบฟ้าที่ผู้คนมักจะมองเพื่อเติมกำลังใจให้ตัวเองอยู่เสมอ


       "เป็นชื่อที่ดีป๊ากับม๊าชอบนะ"


       "พ่อกับแม่ก็ชอบ แล้วชื่อจริงล่ะ"


       "พี่แป๊ะ..."


       "ผมอยากให้ชื่อว่า'รติชา' เด็กชายรติชา ปรเวทธสานนท์"


       ความสุขงั้นเหรอ...เป็นความหวังของคนอื่นเป็นกำลังใจให้คนอื่น แล้วก็มีความสุขอยู่ในตัวด้วย ดี...ดีมากๆด้วย ผมชอบมากๆ


       แล้ววันนี้ วันที่ 9 กันยายน ก็เป็นวันที่ความหวังและความสุขของทั้งสองครอบครัวได้เกิดขึ้นมา และเป็นวันที่พยานรัก?ของเจ๋งและแป๊ะได้ลืมตามาดูโลกเป็นวันแรก จากความผิดพลาดกลายเป็นความรักเล็กๆขึ้นมา มันไม่ได้เริ่มจากร้อยแต่มันเริ่มจะศูนย์ จนตอนนี้มีสิ่งมาเติมเต็มจนครบร้อยแล้ว

สิ่งที่เรียกว่าครอบครัว





Talk


มาแล้วจ้าา รับขวัญหลานแปปอิอิ


Write:Aun

Twitter:Aun_kkcst

#แป๊ะเจ๋ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 466 ครั้ง

237 ความคิดเห็น

  1. #205 Taetaemnae (@0821101561) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 03:25
    เจ้าน้อนนน
    #205
    0
  2. #155 IninNutCham (@IninNutCham) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 01:28
    น่ารักกกกก ยินดีกับครอบครัวนี้ด้วยยยย
    #155
    0
  3. #141 vviiwwyy (@vviiwwyy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 19:06
    เกิดแล้ววว
    #141
    0
  4. #121 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 20:34
    คลอดออกมาแล้วยินดีด้วยเจ๋ง
    #121
    0
  5. #79 ไอแนน (@imoonan061994) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 08:34
    น้องปลายฟ้ามาแล้ว
    #79
    0
  6. #21 ChaiwanRtnn (@ChaiwanRtnn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 11:00
    รอตอนต่อไปคะ ขอบคุณคะ
    #21
    0
  7. #20 5630b (@5630b) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 00:43
    ขอบคุณค่ะสนุกมาก ติดตามเสมอ รอค่ะ
    #20
    1
    • #20-1 Haa~ (@Kobkaew_) (จากตอนที่ 7)
      21 ตุลาคม 2562 / 06:52
      ขอบคุณค่าา
      #20-1
  8. #19 5948294 (@5948294) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 00:09

    คลอดเเล้ววว
    #19
    0