พรหมลิขิต (My Destiny)

ตอนที่ 57 : คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    1 ก.ค. 62

ตลอดทางกลับบ้านแปลนหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย แต่มือข้างขวาถูกเกาะกุมไว้อย่างแน่นของอีกคน เมื่อถึงบ้านพีรนันท์เสียงเจ้าด่างเห่าก็ทำให้แปลนตื่น

“ไอ้ด่าง มามานี่เร็ว” ไอ้ด่างรีบวิ่งมาเลียหน้าเลียปากเจ้านายมันอย่างเคยๆมีนดึงแปลนลุกขึ้น

“ดึกแล้วไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวค่อยมาเล่นกับมัน”

แปลนเดินตามอย่างว่าง่ายพอถึงห้องก็ล้มตัวลงนอนดื้อๆ  แต่ทว่ามีอีกร่างที่ตามลงมาทับเขาไว้ด้านบน มีนทั้งกอดทั้งหอมแปลนอย่างไม่รังเกียจที่อีกคนใส่ชุดเดิมซ้ำกันตั้ง 4 วัน

“พี่มีนแปลนตัวเหม็นจะตาย”

“ไม่พี่เหม็นเลยสักนิด” มีนกอดแปลนไว้เหมือนกับจะกลัวว่าอีกคนจะหายไปอีก

“รู้มั้ยว่าใจพี่มันตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่นึกว่าแปลนไม่อยู่กับพี่แล้วอย่าจากพี่ไปไหนอีกนะ”

“แปลนอยู่ตรงนี้แล้วไง ไม่ไปไหนแล้ว” แปลนค่อยๆพลิกร่างขึ้นมาเอามือประครองหน้ามีนไว้ มีนหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อพร้อมกับสวมลงไปที่มือของแปลน

“แต่งงานกับพี่นะ”

“หือ ทำไมมันรวดเร็วแบบนี้ละ”

“พี่จะไม่รอแล้ว พี่กลัวว่าถ้าพี่ไม่รีบมันจะไม่มีโอกาสครั้งที่สองให้พี่อีก”

“แปลนจะอยู่กับพี่มีนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพราะพรหมลิขิต หรือพรหมไม่ได้ลิขิตก็ตามจะมีแปลนอยู่กับพี่มีนตลอด”

“จำไว้นะห้ามไปไหนเด็ดขาด”

แปลนยิ้มให้กับอีกคน ตาสบตาอย่างที่ไม่ต้องมีคำพูดเป็นร้อยเป็นพันก็รู้สึกได้ว่าทั้งสองมีความรู้สึกยังไง มีนค่อยๆบรรจงจูบปากเรียวนั้นเหมือนจะกลัวช้ำ แปลนผลักหน้าอกมีนเบาๆพร้อมกับกระซิบที่ข้างหู มีนจึงค่อยๆดึงตัวขึ้นและอุ้มอีกคนไปที่ห้องน้ำ และทุกอย่างก็เป็นไปตามห้วงอารมณ์ของคนทั้งสองที่โหยหากันและกัน

 

ผ่านไป 1 สัปดาห์ งานศพของศจีผ่านไป ศศิออกจากโรงพยาบาลแล้วแปลนขอกลับมาอยู่ที่บ้านพีรนันท์โดยได้รับการอนุญาตจากปกรณ์

โฮ่งๆๆๆ

เสียงเจ้าด่างที่วิ่งเล่นกับแปลนที่สนามหน้าบ้านพีรนันท์ท่ามกลางสายตาของคนอีก 3 คนที่มองไปเห็นภาพของคนตรงหน้าที่ทั้งยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข ทั้งสามคนก็พลอยมีความสุขไปด้วย

“สิ้นสุดกันซะทีกับหน้าที่ของผม” อาทิตย์กุมมืออรเบาๆเขารับภาระหนักอึ้งในการตามหาทายาทของตระกูลมานานหลายปี มาบัดนี้เรื่องราวทุกอย่างจบลงด้วยดีแล้ว

“อีกไม่กี่เดือนเราก็จะได้เลี้ยงหลานแล้วนะคุณ” อรพูดจาอย่างตื่นเต้น  หลังจากผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมาแล้วแปลนได้เขียนพินัยกรรมยกธุรกิจทั้งหมดให้กับปรณ์และศศิ โดยที่แปลนไม่เอาอะไรติดตัวเลยถึงแม้ปกรณ์จะทักท้วงก็ตาม ปรกรณ์จึงยื่นคำขาดจะไม่รับอะไรทั้งสิ้นถ้าแปลนไม่รับข้อเสนอของเขาด้วยการเอาที่ดิน 5 ไร่ทำเลทองกลางกรุง และเงินสดอีก 100ล้านบาท แปลนจึงจำเป็นต้องรับไว้ ทุกคนแฮปปี้กับข้อตกลงนี้ แต่ศศิเองเธอขอพ่อของเธอไปเรียนต่อเมืองนอกหากเธอคลอดลูกและมอบให้แปลนเรียบร้อยแล้ว

มีนเดินเข้าไปหาแปลนที่เหงื่อท่วมตัวและใช้ชายเสื้อเช็ดหน้านั้นให้อย่างแสนรัก เจ้าด่างเห่าโฮ่งๆเพราะหวงเจ้าของยังกับว่ามันรู้ว่าคนคนนี้จะมาแย่งความรักจากมัน

“พี่มีนครับแปลนอยากพาพี่มีนไปที่หนึ่ง”  ครอบครัวพีรนันท์จึงเดินทางไปยังสถานที่หนึ่งที่แปลนพาไปลัดเลาะไปตามทุ่งนาและป่ายางพาราลึกเข้าไปห่างจากถนนใหญ่เกือบ 50 กิโลเมตรผ่านหมู่บ้านเล็กๆที่ยังเป็นหินลูกรังและมาหยุดที่วัดแห่งหนึ่ง ไอ้ด่างวิ่งลงจากรถอย่างคุ้นเคยแปลนนำทุกคนเข้าไปกราบหลวงพ่อที่ศาลาและแจ้งความจำนงค์จะบูรณวัดให้ท่าน

“ขอบใจโยมมากนะ ทุกคนเลย อาตมาไม่ได้ต้องการความหรูหราขอแค่ศาลาดีๆสักหลังเพื่อรองรับชาวบ้านที่มาทำบุญก็พอแล้ว ตอนนี้มันก็เก่าและโทรมมาก และเจ้าพ่อหนุ่ม” หลวงพ่อยิ้มอย่างเมตตามาที่แปลน

“เรารู้ว่าเจ้าต้องกลับมาที่นี่”  แปลนก้มกราบท่านด้วยจิตสำนึกในบุญคุณและลากลับในเวลาต่อมา

 

=============

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

154 ความคิดเห็น

  1. #149 pukpik03 (@pukpik03) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 22:44
    ทราบซึ้ง
    #149
    0