[Fic Conan โคนัน] หน้ากากหมายเลขศูนย์ Kamen no Zero (ย้อนอดีตอามุโร่ Amuro Touru)

ตอนที่ 1 : ล้วงกระเป๋า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

  

1-Pickpocketed


หลังจากเครื่องไต่ระดับขึ้นเหลือเมฆแล้ว สักครู่สัญญาณรัดเข็มขัดนิรภัยจึงดับลง Amuroเคลียร์หู ก่อนจะเอื้อมมือไปปรับปุ่มเอนเก้าอี้ 

ถึงจะเลยกลางเดือนตุลาคมไปแล้วแต่บางวันในโตเกียวอย่างวันนี้ก็ยังมีแดดเผาร้อนอยู่ รสผัสสะของเหงื่อที่ซึมมาจากแผ่นหลังก่อนขึ้นเครื่องยังคงอ้อยอิ่ง แอร์ในห้องโดยสารไม่เย็นเลยทั้งที่จำนวนผู้โดยสารค่อนข้างจะโหรงเหรง ชายผิวเข้มยกมือขึ้นบีบหัวคิ้ว 


เขารู้ดี ตัวเองไม่ใช่คนที่หลับบนเครื่องบินง่าย แต่ยังไง Amuro Touroก็จะต้องติดแหง่กอยู่ในนกเหล็กลำใหญ่นี้ถึง14ชั่วโมง ก่อนหน้าที่จะมาเขาก็เตรียมงานแทบจะนอนวันละไม่ถึงสี่ชั่วโมง 


ถ้ายังไงน่าจะสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ แล้วพยายามหลับสักหน่อย 


หลังมื้ออาหาร Amuroใส่หูฟังทบทวนคำศัพท์ภาษาอิตาลีที่ฟังมาแล้วไม่รู้กี่รอบ นิ้วยาวพลิกผ่านหน้านิตยสารของสารการบิน หวังว่าความน่าเบื่อของมันจะช่วยทำให้หนังตาเขาหนักลง มีเสียงเย็น แว่วมาแตะโสตสัมผัส เขาเงยหน้ามองเจ้าพนักงานบริการบนเครื่องบินร่างบางที่เข็นรถเสิร์ฟเครื่องดื่มมาถึงแถวของเขา


เธอพูดภาษาอังกฤษสำเนียงติดญี่ปุ่นแต่ก็น่าฟังสอบถามเขาว่าจะรับเครื่องดื่มอะไร

Amuroปลดหูฟังออกข้างนึง เขารู้สึกเบื่อ เซ็ง เลยตอบเธอไปเป็นภาษาอิตาลีเป็นการฝึกซ้อมและการลองเชิง

"Un bicchiere di Viré Cléssé 2016, per favore”


หญิงสาวทำหน้าประหลาดใจอย่างเปิดเผย ใบหน้าของชายหนุ่มสะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตของเธอ 

ทำให้ตกใจไปหรือเปล่านะ ชายหนุ่มนึกขำแกมสงสารแอร์โฮสเตสสาวที่ดูจะยังมีชั่วโมงบินน้อย เขาอ้าปากเตรียมจะพูดภาษาญี่ปุ่นสมทบว่าเขาแค่ต้องการไวน์French Chardonnayที่เขาเห็นจากบทความแนะนำในนิตยสาร 

 

แต่เธอชิงตอบก่อน "Sono davvero dispiaciuto. Ma non serviamo Viré Cléssé in questa classe. (ต้องขอโทษด้วยค่ะ แต่เราไม่เสิร์ฟViré Clésséบนชั้นนี้)” ดวงตาหล่อนยังจับจ้องที่ใบหน้าคมคายของเขาขณะที่แนะนำเครื่องดื่มอื่นที่มีพร้อมให้บริการ 


เขารีบขอโทษที่เข้าใจผิดไป ออกตัวว่าคงจะไปจดจำรายการเครื่องดื่มชั้นBusinessมาสับกับของชั้นPremium Economy

หลังจากที่เธอเข็นรถผ่านไป เขาเงี่ยฟังเสียงของเธอที่ตอนนี้พูดภาษาญี่ปุ่นกับผู้โดยสารอื่นสักครู่ ก่อนจะเหความสนใจกลับไปที่บทความอาหารตรงหน้าต่อ


ไฟในห้องโดยสารหรี่ลงแล้ว ผู้โดยสารอื่นรอบตัวค่อยๆทยอยกันหลับจนในที่สุดเหลือAmuroนั่งตาสว่างอยู่คนเดียว ชายหนุ่มยกแขนเหยียดขึ้นฟ้าเพื่อยืดเส้น ก่อนจะหลับตาขยับคอไปมาขณะใช้มือบีบนวดไหล่อันหนักอึ้งของตัวเอง 


กลิ่นหอมหวานเบาบางแตะจมูกทำให้เขาแย้มเปลือกตาขึ้นเห็นมือขาวผ่องถือแก้วไวน์อยู่เบื้องหน้า ของเหลวสีพระจันทร์เงาวาวดูนุ่มนวลน่ามองในความมืด Amuroเหงนหน้าดูเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของแอร์โฮสเตสสาวคนเดิมนั่นเอง เธอยกนิ้วชี้ขึ้นปิดริมฝีปากสีกุหลาบของตัวเองขยิบตาให้ ส่งสัญญาณว่าห้ามบอกใครเรื่องไวน์นี้นะ ชายหนุ่มยิ้มพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณ


จากนั้นไม่นานAmuroก็เริ่มหลับฝันสะเปะสะปะ หนึ่งในความฝันมีพ่อกับแม่ของเขาอยู่ด้วยจะไม่เป็นอะไรจริง เหรอดูเหมือนทั้งคู่จะพูดกับเขาทำนองนั้นขณะกุมมือของเขาที่ดูเล็กผิดปกติ อ้อเป็นเพราะว่าเขาอยู่ในร่างเด็กนี่เอง 


เด็กชายไม่ตอบอะไร


เขาแค่ยิ้มให้น้อย ขณะที่เดินถอยหลังห่างออกมาจู่ เขาก็หงายหลังลง แทนที่จะกระทบกับพื้นกลับดิ่งลงไปเบื้องล่าง ร่างกลับหัวของเขาตกลงใปในความว่างเปล่าอันดำมืดนานพอควร น่าแปลกที่เขากลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ในที่สุดมีจุดขาวที่ขยายใหญ่กางอาณาเขตขึ้นอย่างรวดเร็วจนครอบคลุมทุกสิ่ง เขาหาตัวเองไม่พบไม่รู้ว่าตรงไหนเป็นร่างกายตรงไหนเป็นแสง กระนั้นก็ยังรู้สึกถึงการตกอันไม่มีที่สิ้นสุด


ติ๊ง"


Amuroผงะ นึกว่าตัวเองจะหงายหลังจากเก้าอี้ เครื่องบินสั่นสะเทือน สัญญาณเตือนให้รัดเข็มขัดเพิ่งดังขึ้นตามด้วยเสียงกัปตันรายงานสถานการณ์ปัจจุบันพร้อมขอให้ผู้โดยสารนั่งที่จนกว่าเครื่องบินจะพ้นผ่านพายุไป


อา...เขาหลับไปห้าชั่วโมง ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมสีทราย อีกเจ็ดชั่วโมงจะถึงมิลาน



…….



"benvenuti a Milano” เจ้าหน้าที่คนเข้าเมืองพูดพร้อมกับคืนพาสปอร์ตให้ 


Amuroรับสมุดเล่มเล็กคืนรู้สึกโล่งใจลึก  เป็นครั้งแรกที่เขาลองใช้พาสปอร์ตเล่มนี้ เป็นครั้งแรกด้วยที่ชายหนุ่มอายุ 25 ผู้นี้ได้เหยียบย่ำแผ่นดินอิตาลี


หลังจากนั้นไม่นานAmuroก็ออกมายังทอร์มินอลอีกฝั่งของสนามบินMalpensa พร้อมกับเป้สะพายหลังใบใหญ่ ดูยังไงเขาก็เป็นนักท่องเที่ยวแบบสะพายเป้


ขณะที่ย่างเดินไปบนทางเดินปูกระเบื้องอันคราคร่ำด้วยฝูงคน Amuroเห็นสตรีในชุดเสื้อปกคอสูงมีผ้าพันคอสีแดงส้มผูกพันเป็นช่อดอกไม้ก็จำได้ว่าเป็นเจ้าพนักงานสาวบนเครื่องคนที่แอบเสิร์ฟไวน์ให้เขา เธอเดินเร็วรี่ลากกระเป๋าผ่านหน้าเขาไปสักครู่ก่อนจะหยุด หัวทรงขมวดมวยสูงสีน้ำตาลหันไปมาดูท่าจะพยายามมองหาอะไรท่ามกลางผู้คนจอเจ 


ชายวัยกลางคนผิวขาวร่างเล็กที่เดินตามหลังมาเบี่ยงตัวผ่านหญิงสาวที่หยุดเดินกระทันหัน แต่ก็ไม่พ้นชนเข้ากับกระเป๋าลากของเธอ ร่างเซชนกัน หญิงสาวกล่าวขอโทษเขาแล้วรีบออกเดินต่อ 


Amuroที่มองเห็นเหตุการณ์รีบสาวเท้ายาว คว้าข้อมือชายผิวสีสะพายกระเป๋าที่กำลังเดินสวนกับชายคนแรกแล้วบิดมันอย่างแรง


“Oi!” 


ชายหนุ่มตาคมจงใจส่งเสียงดังจนหญิงสาวและคนรอบตัวหันมามอง ชายผิวสีร่างใหญ่ทำหน้าบิดเบี้ยวพยายามแกะมือAmuroออก ชายคนที่ชนแอร์โฮสเตสเมื่อกี้ผงะถอยหลังวิ่งหนีไป Amuroฉวยกระเป๋าตังค์สีโอรสในมือที่เขาบีบล็อกไว้ก่อนจะปล่อยให้ชายผิวสีร่วมขบวนการสลัดตัวหลุดและวิ่งไปอีกทาง 






อ้ะ กระเป๋าตังค์นั่นหญิงสาวร้องออกมาหลังจากชะโงกมองในกระเป๋าสะพายของตน

"ขอบคุณมากเลยค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ ฉันนี่ซุ่มซ่ามเหลือเกิน” 

หญิงสาวรับกระเป๋าตังค์คืนไปพลางโค้งแล้วโค้งอีกไปพลางกล่าวขอบคุณเขาเป็นภาษาญี่ปุ่นยกใหญ่


"ไม่เป็นไรครับ ระวังหน่อยนะครับ” Amuroกระชับแบ็คแพ็คบนบ่า หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

"แหม ถึงจะรู้ว่าที่นี่มีพวกล้วงกระเป๋าเยอะแต่ไม่นึกว่าจะมาทำกันถึงในสนามบินเลย ผมเองก็ต้องระวังเหมือนกัน"

เขาเอามือแตะกระเป๋ากางเกงยีนส์ "...อ้ะ เสร็จกัน” 

"พลาดไปจนได้สินะ” เขาพึมพำพูดกับตัวเอง คิ้วย่นแต่ยังมีรอยยิ้มบนหน้ากึ่งขบขัน 


คงโดนเข้าตอนที่ไปจับตัวโจรที่รับทอดกระเป๋าของเธอคนนี้ คิดอีกทีแล้วน่าจะมีพรรคพวกอีกหลายคนใกล้  

พอรู้เรื่องหญิงสาวหน้าซีด คำนับขอโทษเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก Amuroร้องห้าม สีหน้าเขาดูไม่ทุกข์ร้อนเท่าไหร่ 


ตามหาแทบแย่” 

รุ่นพี่แอร์อาวุโสกว่ามาเรียกหญิงสาวให้ไปขึ้นบัสสำหรับเจ้าหน้าที่ของสายการบินพวกเราจะไปโรงแรมกันแล้วนะ


คุณไปเถอะครับ ผมไม่เป็นไร พาสปอร์ตผมยังอยู่” Amuroรีบบอก 

แอร์โฮสเตสสาววอนรุ่นพี่ว่าเธอยังไปไม่ได้ในฐานที่ทำให้คนที่ช่วยเธอไว้ต้องรับเคราะห์ หลังจากการปลอบขวัญปนบังคับยกใหญ่จากเขาและรุ่นพี่ หญิงสาวก็วิ่งตามรุ่นพี่ไปในที่สุด วิ่งไปเป็นพัก ก็หันหลังกลับมามองAmuroที่คอยยืนยิ้มโบกมือลาจนกระทั่งร่างบางของหญิงสาวกลืนหายไปกับฝูงชน


อย่างอื่นน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ตัวรหัสลับที่ต้องใช้แสดงตัวที่จุดนัดพบเนี่ยนะสิ

Amuroเริ่มคิด สีหน้าจริงจังพลางกวาดสายตาไปรอบ เขาจำหน้าคนที่อยู่ใกล้ตัวตอนเกิดเหตุได้ แต่พวกนี้ป่านนี้คงเผ่นไปไกลแล้ว เขาเริ่มกวาดตาตามพื้นและมุมเคาเตอร์ รู้ดีว่าพวกมันคงจะกำจัดกระเป๋าให้เร็วที่สุด แต่คงจะไม่ทำในจุดที่หาเจอได้ทันที


ขณะที่ไล่ดูตามทางที่คิดว่าเป็นเส้นทางหลบหนีของพวกชายล้วงกระเป๋า ก็เหลือบเห็นเธอคนเดิมวิ่งกระหืดกระหอบกลับมา Amuroทำหน้าประหลาดใจ


ขอให้ฉันช่วยตามหากระเป๋า...คุณคืนด้วยเถอะค่ะหญิงสาวพูดไปหอบไปขณะที่อธิบายว่าเธอไปฝากสัมภาระที่รถชัตเติ้ลบัสที่ตอนนี้มุ่งหน้าเข้าเมืองไปแล้ว และไปแอบสืบข้อมูลวงในมา

ฉันพอจะทราบที่ๆ จะหากระเป๋าคุณพบค่ะ” 


หลังจากเดินวนหาอยู่ได้สักครู่ใหญ่ ทั้งคู่ก็เจอกระเป๋าเงินของชายหนุ่ม นอกจากเงินสดกับเครดิตการ์ดแบบธุรกรรมสัมผัสแล้ว อย่างอื่นยังอยู่ครบ

หล่อนเสนอเงินยูโรให้จำนวนหนึ่ง Amuroไม่ยอมรับ แต่หลังจากเห็นความมุ่งมั่นของเธอ เขาก็ยอมให้เธอจ่ายค่ากาแฟ แซนวิชในสนามบิน และค่ารถไฟที่ทั้งคู่จะโดยสารเข้าเมืองไปด้วยกัน


ผมขอโทษที่ยังไม่ได้แนะนำตัว... Amuro Touruครับ ยินดีที่ได้รู้จัก


หญิงสาวละสายตาจากแผนที่รถไฟอับซับซ้อนบนผนัง สีหน้าฉายแววฉงนอยู่แว่บหนึ่งก่อนกล่าวแนะนำตัวเองพร้อมรอยยิ้มโยชิมิเอะ ฮิคารุ ค่ะ เช่นกันค่ะ


ระหว่างที่เป็นเพื่อนร่วมเดินทางเข้าเมือง ทั้งสองพูดคุยแลกเปลี่ยนแผนการท่องเที่ยวและสัพเพเหระของมิลาน

Amuroถึงทราบว่าฮิคารุก็เพิ่งมาอิตาลีครั้งแรก เธอแลกคิวการบินกับรุ่นพี่ที่ประจำเที่ยวบินญี่ปุ่น-อิตาลีได้สำเร็จเพราะนางคร้านจะมาติดแหง่กในยุโรปช่วงที่ทั้งหนาวทั้งเปียก อย่างไรก็ดีฮิคารุตื่นเต้นมากเพราะเธอใฝ่ฝันอยากจะไปตามรอยหนังเรื่องโปรดที่ถ่ายทำในมิลาน


ในที่สุดAmuroก็ตัดสินใจถาม

คุณจ้องหน้าผมเหมือนมีอะไรติดอยู่มาพักใหญ่แล้วนะครับ ตอนเจอกันบนเครื่องก็ด้วย” 

จริงอยู่ว่าเขาชินกับการถูกเด็กผู้หญิงลอบมองหน้าตั้งแต่สมัยชั้นประถมแล้ว แต่เธอคนนี้กลับจ้องเขาเหมือนพยายามค้นหาความจริงบางอย่าง


อะ...เอ่อ คุณ...เป็นญาติกับอามุโร่ นามิเอะหรือเปล่าคะ” ฮิคารุถามเสียงแผ่วออกอาการเขินอาย

ชายหนุ่มขำก๊ากอย่างรื่นรมณ์

ก็คุณสีผิวน้ำผึ้ง แล้วก็นามสกุลเหมือนกันนี่คะ สีผมก็คล้ายๆกันด้วยเธอรีบป้อนข้อมูลสนับสนุนข้อสันนิษฐาน


ชอบอามุโร่ นามิเอะเหรอครับ ฮะ ฮะ ถ้าผมเป็นญาติกับคนดังขนาดนั้นก็ดีน่ะสิ

มาคิดดูแล้วก็จริงอย่างที่คุณว่า แต่สีผมนี่เป็นสีธรรมชาติ ไม่ได้ย้อมเหมือนกับนามิเอะหรอกนะครับ” Amuroจับปอยผมสีบลอนด์ของตัวเองยกขึ้นดู พยายามนึกภาพของนักร้องคนดังดังกล่าว


แล้วเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้


เห มิน่าล่ะ ผมสงสัยอยู่ว่าคุณรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นคนญี่ปุ่น ทั้งที่ผมจงใจไม่พูดภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ตอนขึ้นเครื่อง
Amuro
นึกถึงตอนที่ฮิคารุพูดญี่ปุ่นกับเขาหลังได้รับกระเป๋าเงินคืน 

คือผมเป็นลูกเสี้ยวญี่ปุ่นครับ แม่ผมเป็นญี่ปุ่นสามในสี่ สีผมนี่ได้มาจากคุณพ่อ ส่วนสีผิวมาจากคุณตาที่มีเชื้อแขก"


งั้นคุณก็เป็นคนพิเศษที่หาได้ยากมากเลยนะคะ” ฮิคารุพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมอย่างจริงใจ

ชั้นไม่เคยเห็นคนที่มีrecessive gene สองรุ่นโผล่ออกมาแบบนี้เลยค่ะ


ขอบคุณนะครับ จริง แล้วผมเคยเกลียดมันมากเลย ทั้งสองอย่างนี้ทำให้ผมถูกแกล้งตอนเด็ก เป็นประจำ

ถ้าไม่ถูกล้อ ก็จะโดนพวกที่ต่อหน้าทำเป็นไม่แคร์ แต่ลับหลังลอบมองเหมือนผมเป็นตัวประหลาด จริง แล้วถ้าทุกคนมาถามผมว่าเป็นญาติกับอามุโร่ นามิเอะหรือเปล่าจะดีใจกว่ามากเลย” Amuroขยิบตายิ้มให้เธอ รีบตบลูกหยอดหวานๆ หลังจากที่คิดว่าการสนทนาดำเนินไปในทางที่หนักไปหน่อย “คอมเมนต์ของคุณก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากเหมือนกันนะครับ"


Amuroไม่ค่อยจะคุยเรื่องความรู้สึกของตัวเองกับเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังนัก เขาคิดว่าเพราะความที่เพิ่งเห็นพ่อแม่ในฝัน บวกกับคำถามอย่างจริงใจของเธอ ทำให้เขารู้สึกสบายใจที่จะคุยด้วย


รถไฟจอดที่Turati แล้วก็เป็นการอำลา ชายหนุ่มยกเป้ขึ้นสะพาย


เอ่ออามุโร่ซังคะ” ฮิคารุเอ่ยขึ้น


ครับ


อ้อ ไม่มีอะไรค่ะหญิงสาวสั่นหัวลก ปอยผมข้างแก้มไหวไปมาดูน่าเอ็นดู"โชคดีนะคะ หวังว่าจะได้เจอกันอีกค่ะ


Amuroยิ้มตอบ สองนิ้วแตะข้างศีรษะแทนการบอกลาครับ อาจจะเป็นขากลับก็ได้ ยังไงเจอกันนะคร้าบ” 

เมื่อก้าวลงจากรถแล้ว ใบหน้าที่ยิ้มแย้มถูกอาบย้อมด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแทน


ก็ถ้าหากรอดกลับไปได้ล่ะนะ




…………………………………………………………….

//สนทนาท้ายบทกับAnatrina


光る (แปลว่าส่องแสง/ to shine) เป็นคันจิชื่อต้นของโยชิมิเอะ ฮิคารุ ที่ใช้ชื่อนี้เพราะตัวอักษรคันจิผสมฮิริงานะคำนี้สวยมาก 

ตั้งแต่แรกไรท์ใช้คันจิในเนื้อเรื่องส่วนที่เป็นการบรรยายข้อเท็จจริง เพราะเธอมักถูกคนอื่นกล่าวถึงในชื่อเรียกที่หลากหลาย เลยยิ่งอยากให้เห็นความแตกต่างของชื่อนางในคำบรรยายและในบทสนทนา

แต่ตอนนี้ (16/5/2020) ขอทดลองเปลี่ยนกลับเป็นภาษาไทยเพื่อดูว่าการตอบรับจะดีกว่านี้ไหม ขอลองเปลี่ยนจนถึงบทที่สามแล้วจะพิจารณาดูจากDropout Dataว่าจะเปลี่ยนหมดยกเรื่องไหม 


Namie Amuro เป็นนักร้องสาวแนว J-pop, R&B, hip hop, electronic, rock, Eurobeat ทั้งหน้าตาน่ารักและความสามารถมาก เธอเพิ่งลาวงการไปปีนี้เองหลังจากสร้างผลงานเพลงมามากมายตลอด 26 ปี  ยังไงก็ขออ้างถึงเป็นการTributeให้ละกัน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

80 ความคิดเห็น