[END] Fic BTS : HUNTER [kookv,MonV,GaV,minv,jinv,hopev]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 52,542 Views

  • 1,326 Comments

  • 2,581 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    334

    Overall
    52,542

ตอนที่ 18 : HUNTER 15 : เคารพศพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    25 ต.ค. 61



15


"คงไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วใช่มั๊ยครับ?"ซอกจินถามออกมา เขาค่อนข้างที่จะยังไม่ไว้ใจองค์กรวอเรดซ์ซักเท่าไหร่ สิ่งต่างๆที่แอบแฝงอยู่ในร่างกายแทฮยองมากมายล้วนแล้วแต่ร้ายกาจ และไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า บางทีอาจมีสิ่งอื่นที่เขาไม่รู้แอบแฝงอยู่อีกก็ได้


"ถ้าที่เป็นอันตรายคงไม่มีแล้วนะครับ จะเหลือก็แค่ภาวะคุ้มคลั่งสูงสุดที่ผมเองก็ยังไม่รู้คีย์เวิร์ด"


นั่นไง ว่าแล้วเชียว


"ภาวะคุ้มคลั่งสูงสุด? ผมเคยได้ยินนะ รู้แค่ว่ามันใช้แบ่งระดับคนขององค์กร แต่รายละเอียดอื่นๆยังไม่รู้"นัมจุนพูดบ้าง ถ้าเขาต้องการจะไปต่อ สมาชิกทุกคนที่มีอยู่ตอนนี้คือกำลังสำคัญ เพราะฉะนั้นรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับคนในหน่วยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับรู้โดยทั่วกันเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้รับมือทัน


"ใช่ครับ คนชั้นล่างขององค์กรจะมีสิทธิ์รู้แค่นั้น ถ้าพวกคุณได้ข้อมูลมาจากคนที่เคยจับได้ หมายความว่าเขาไม่ได้เป็นฮันเตอร์ แค่ลูกน้องง่อยๆในองค์กร"แบคฮยอนเปลี่ยนมาเป็นโหมดจริงจังบ้าง แววตาของนัมจุนสื่อให้เขารู้ว่าตอนนี้บอสของวูล์ฟกระหายที่จะแก้แค้นมากแค่ไหน


"คุณรู้ใช่มั๊ยว่าแทฮยองมีโหมดปกติกับโหมดคุ้มคลั่ง ปัจจัยที่ทำให้แทฮยองไล่ฆ่าคนหรือคุ้มคลั่งเบื้องต้นคือคีย์ทั้งสี่


1.ของหวาน


2.อาวุธ


3.คำยุยงจากคนใกล้ตัว/คำหยาบคายจากศรัตรู


4.ท่าทางคุกคามของฝ่ายตรงข้าม"


"..."


"ถ้ามีสี่อย่างนี่อาการคุ้มคลั่งของแทฮยองก็จะตื่นตัวขึ้นมา ถ้ามีคนเริ่มทำร้ายเขา ภาวะคุ้มคลั่งก็จะทำงานอย่างเต็มรูปแบบ"


"เดี๋ยวนะครับ มีอาการคุ้มคลั่งกับภาวะคุ้มคลั่งทำงานนี่มันไม่เหมือนกันหรอกเหรอ"โฮซอกถามขัด ยิ่งแบคฮยอนอธิบายดูเหมือนเขาเองจะยิ่งงงจนคิดตามไม่ทัน


"ต่างกันครับ อาการคุ้มคลั่งก็เหมือนตอนคุณหิวข้าว ในตอนนั้นคุณมีโต๊ะ มีกับข้าว มีจาน มีช้อน แต่คุณยังไม่มีข้าว พอภาวะคุ้มคลั่งทำงานก็เหมือนคุณมีข้าวและเริ่มกินมัน เข้าใจที่พูดใช่มั๊ยครับ?"แบคฮยอนเอียงคอถาม โฮซอกจึงพยักหน้าเออออรับไป ทั้งที่สมองของเขายังประมวลได้ไม่เต็มที่ซักเท่าไหร่


ข้าว?


กับข้าว?


โต๊ะ จาน ช้อน?


เออ งง


"ที่พูดมานี้ไม่ใช่ว่าแทฮยองเป็นหุ่นยนต์หรืออะไร มันก็แค่ความคุ้นชินกับปัจจัยเดิมๆ ที่ถูกฝึกโดยองค์กร ใช้ช่วงระยะเวลาราวสามถึงสี่ปีสร้างเหตุการณ์ซ้ำๆ ให้ร่างกายกับสมองเขาจดจำมันเมื่อถึงเวลาปฏิบัติภารกิจฮันเตอร์สีเงินหรือฉันมีหน้าที่กระตุ้นภาวะคุ้มคลั่งโดยการสร้างคีย์เวิร์ดให้ครบแล้วความคุ้มคลั่งของแทฮยองก็จะระเบิดออกมา"ชายหนุ่มผู้เป็นฮันเตอร์สีเงินอธิบายต่อ


"..."


"แต่ยังมีคีย์อีกตัวนึงที่ฉันไม่ได้รับอนุญาติให้รับรู้ก็คือ คีย์ตัวสุดท้ายที่จะทำให้แทฮยองเข้าสู่ภาวะคุ้มคลั่งสูงสุด ว่ากันว่ามันเลวร้ายมากหากใครเกิดหลุดคุ้มคลั่งขึ้นมา ไม่มีใครสามารถหยุดได้ ฮันเตอร์หลายคนที่หลุดส่วนใหญ่ก็ถูกฆ่าทิ้งเพราะองค์กรควบคุมไม่ได้ หลายคนเลยตายไปเปล่าๆเพียงเพราะคีย์เวิร์ดภาวะสุดท้ายเผลอหลุดออกมา"


"คีย์เวิร์ดสุดท้าย?"


"ใช่ครับ"แบคฮยอนพยักหน้าช้าๆกับคำพูดเชิงถามของนัมจุน มนุษย์ในคราบสัตว์ทดลองอย่างแทฮยองนั้นช่างมีชีวิตที่เกิดจากความซับซ้อนและเลวร้ายของวิทยาศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ทั้งอันตรายและร้ายกาจในแบบที่พวกเขาไม่เคยพบเจอหรือรู้เห็นมาก่อน


"หมายความว่าถ้าเราเผลอทำอะไรที่มันตรงกับคีย์เวิร์ดสุดท้ายโดยไม่รู้ตัว แทฮยองก็จะเข้าสู่สภาวะคุ้มคลั่งสุดท้ายเลยอย่างงั้นเหรอฮะ"จีมินถาม หลังจากคิดตามแบคฮยอน


"ครับ"


"เอ๋? ไม่ยุติธรรมเลย ถ้าเกิดคีย์เวิร์ดสุดท้ายคือขี้ พอแทฮยองเห็นขี้ก็คุ้มคลั่งแล้วโดนยิงตายอย่างนั้นเหรอ?"โฮซอกว่าบ้าง จะเรื่่องอะไรที่แบคฮยอนอธิบายมาเขาก็ดูเหมือนจะงงไปหมด


"ประมาณนั้นครับ แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด  คีย์เวิร์ดสุดท้ายของฮันเตอร์สีทองไม่ใช่สิ่งของหรืออะไรอย่างนั้นหรอก อย่ากังวลไปเลย ส่วนใหญ่จะเป็นเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งมากกว่า ความจริงแล้วภาวะคุ้มคลั่งสูงสุดถ้าเกิดกับคนปกติทั่วไปตามหลักการแพทย์จะเรียกว่า ภาวะสูญเสียความทรงจำหน่ะครับ"


"ภาวะสูญเสียความทรงจำ?"


"ครับ คนทั่วไปที่มีอาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจ เลยต้องปิดกั้นตัวเองจากความเจ็บปวดจนเกิดภาวะสูญเสียความทรงจำใช่มั๊ยละครับ ฮันเตอร์สีทองก็เป็นแบบนั้นแหละ เมื่อคุ้มคลั่งสูงสุดเขาจะจำอะไรไม่ได้แล้วก็อาวะวาด เพราะแบบนี้วอเรดซ์เลยเรียกว่าภาวะคุ้มคลั่งสูงสุด แทนที่จะเรียกว่าภาวะสูญเสียความทรงจำไงครับ""


"โอ้ว ม่าย ก๊อด"จองกุกอุทาน ยกมือทาบอกหลังจากฟังจบแล้ว ตอนเรียนเขาคิดว่าเขาไม่ค่อยชอบวิทยาศาสตร์เท่าไหร่นะ แต่พอมาถึงตอนนี้เขารู้เลยว่าตัวเองเกลียดวิทยาศาสตร์มากแค่ไหน ความซับซ้อนและหลักการมากมายสร้างคนคนนึงให้กลายเป็นตัวประหลาดอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งมันย่ำแย่กว่าพวกขบวนการค้าประเวณีเสียอีก


"ถ้าแทฮยองไม่เจ็บปวด เขาก็จะไม่คุ้มคลั่งไม่ใช่เหรอ แค่ดูแลเขาให้มีความสุขก็ไม่เห็นต้องกังวลอะไรกับเรื่องพวกนี้เลยหนิ"ยุนกิที่เงียบมาตั้งนานพูดบ้าง สายตาและน้ำเสียงบ่งบอกว่าเป็นห่วงและจะดูแลแทฮยองให้ดีๆอย่างที่พูดจริงๆ


"ใช่ฮะ ผมจะดูแลแทฮยองดีดีเอง"จองกุกว่า


"กูดูแลแทฮยองได้ มึงไม่ต้องเสือก"


"อะไรละ ผมก็จะดูแลแทฮยองอะ"


"มึงดูแลตัวเองให้ได้ก่อนเหอะ"


"ทำไม ผมไม่ดีตรงไหน"


แล้วศึกชิงนางขนาดย่อมก็ถือกำเนิดแม้ยุนกิจะพูดจาร้ายกาจใส่จองกุกซักเพียงไหน แต่เด็กหนุ่มก็ยังเถียงคำไม่ตกฟากอย่างไม่ยอมแพ้ ในเมื่อเขาก็ชอบแทฮยองเหมือนกัน มีสิทธิ์จะดูแลแทฮยองได้ไม่ใช่เหรอ ถึงจะดูแลตัวเองไม่ดี แต่เขาเชื่อว่าตัวเองจะต้องดูแลแทฮยองได้ดีชนิดที่มดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยเชียวแหละ


"ไม่ดีทุกตรงนั้นแหละ ไปส่องกระจกในห้องน้ำนู่นไปจะได้หาเจอ"


"พี่ก็ไปสิ ผมจะไปดูแทฮยอง"


"มึงไม่ต้...."


"อะ แฮ่ม ขากกกกกกกกก!"เสียงกระแอมไออย่างหนัก เหมือนกระดูกปลาฉลามติดคอของนัมจุนดังขัดคนสองคนที่เริ่มจะตีกันให้หยุดลง ตาตี๋คมของผู้บัญชาการจ้องเขม็งไปที่คนทั้งสองเพื่อเป็นการตักเตือนว่าหากยังไม่หยุด คราวนี้โดนมัดถ่วงน้ำเน่าใต้ฐานทัพแน่


เห็นแบบนั้นจองกุกจึงยักไหล่ ยกสองมือล้วงกระเป๋าอย่างไม่แคร์ ก่อนจะค่อยๆขยับตัวไปหลบหลังซอกจิน(โถๆพ่อคุณนึกว่าจะกล้าหือ)


"คุณแบคฮยอนครับ จะว่าอะไรมั๊ยถ้าผมจะขอให้คุณเข้าร่วมประชุมเรื่องถล่มวอเรดซ์?"จู่ๆนัมจุนก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีขี่มีปุ่ย


!!


"เอ๋?"


"หา"


"ห้ะ!?"


"เดี๋ยวนะนัมจุน"


อีกแล้ว เอาอีกแล้ว ผู้บัญชาการของพวกเขาตัดสินใจอย่างหุนหันพลันแล่นแบบไม่มีการปรึกษาอีกแล้ว


"ถล่มวอเรดซ์เหรอ ไม่ได้จะไปแก้แค้นฟอกส์หรอกเหรอ?"ซอกจินถาม


"นั่นสิ วอเรดซ์มันมีเป็นกองทัพเลยนะครับ"


"ไม่ วอเรดซ์มันถือหางฟอกส์อยู่ ถ้ากำจัดปลาใหญ่ก่อน ปลาเล็กก็ไม่มีทางหนีไปไหนรอดเพราะไม่มีใครคุ้มกะลาหัวพวกมัน"รัมจุนพูดเสียงแข็ง


"แต่นัมจุน จะรู้ได้ไงว่าเราจะทำลายวอเรดซ์ได้ กำลังคนเราไม่พอนะ"ยุนกิช่วยแย้งอีกแรง เขาไม่ได้คิดจะไปถล่มวอเรดซ์ซึ่งๆหน้าแบบนัมจุน แค่คิดไว้ว่าจะค่อยๆสืบ ค่อยๆทำลายไปทีละนิดๆเท่านั้น และจุดประสงค์ของเขาคือเอาคืนฟอกส์ไม่ใช่วอเรดซ์


"เอ่อ...."


"แทฮยองไง งานนี้เราต้องพึ่งแทฮยอง"


"แต่..."พอเห็นสายตานัมจุนก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรอออกมาอีก ความเผด็จการในดวงตาคมแรงกล้าเสียจนขากรรไกรพวกเขาค้างแบบง้างไม่ออกกันเลยทีเดียว


งั้นก็แล้วแต่บอสเลย


"สรุปว่า...?"แบคฮยอนเอ่ยขึ้นหลังจากทุกคนเงียบกริบ


"ถล่มวอเรดซ์"


"ครับ แล้วจะเริ่มวันไหนครับ ฐานทัพใหญ่วอเรดซ์อยู่ที่รัสเซีย จากที่นี่ไปเราต้องใช้เวลานานหลายวันเลย คงต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าก่อน"


"ไม่ ทำไมต้องไปรัสเซีย"


"ก็ฐานทัพใหญ่อยู่ที่นั้น"


"ไม่ครับ ผมหมายถึงฐานทัพที่อยู่ที่นี่ วอเรดซ์ก็มีฐานทัพที่นี่ไม่ใช่เหรอครับ เราแค่จะกำจัดคนที่อยู่ที่นี่เท่านั้นเอง"


"แต่..ไม่ได้นะครับ ถ้าจะถล่มต้องไปที่รัสเซีย"


"ทำไมต้องรัสเซียครับ คุณมีเหตุผลอะไรต้องบังคับผมให้ไปที่นั่น?"นัมจุนพูดเสียงแข็ง หรี่ตามองแบคฮยอนที่พยายามคัดค้านและคะยั้นคะยอให้เขาไปฐานทัพใหญ่อย่างจับผิด แค่ได้ยินชื่อประเทศนั้นในใจนัมจุนก็เกิดการต่อต้านโดยอัตโนมัติ


"คือ...."


"ว่าไงครับ?"


"เปล่าครับ แค่คิดว่าทำลายที่นู้นทีเดียวให้จบๆจะดีกว่า"


"ผมไม่มีความจำเป็นต้องทำลายล้างพวกนั้นให้สิ้นซาก วูล์ฟก็แค่หน่วยลับที่ตายไปแล้ว จบงานถล่มวอเรดซ์ที่นี่ เราก็จะไปอยู่ที่อื่นครับ "


"งะ...งั้นเหรอครับ"


แบคฮยอนตะกุกตะกัก หน่วยวูล์ฟทุกคนต่างก้มหน้า สลดใจกับคำว่าพวกเขาได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว ทั้งๆที่ยังมีลมหายใจอยู่ ยังยืนอยู่ตรงนี้ สถานที่ที่เคยร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน กับใครอีกคนนึงที่เลือกจะหักหลังพวกเขาแทนที่จะรักและหวงแหนความผูกพันธ์ฉันท์ครอบครัวที่มีต่อกัน


"คุณแบคฮยอนพอจะทราบที่อยู่แล้วก็กำลังพลของฐานทัพวอเรดซ์ที่นี่มั๊ยครับ?"


"เรื่องนั้นก็พอรู้ครับ แต่ไม่ได้รู้ละเอียด โครงสร้างฐานทัพวอเรดซ์แต่ละที่จะออกแบบให้มีลักษณะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ผู้สร้างที่ประจำการอยู่ฐานนั้นๆ นอกจากคนในพื้นที่กับผู้สร้างแล้วก็ไม่มีใครรู้โครงสร้างตึก"


"แค่เริ่มก็ตันแล้ว"จีมินบ่น


"ยังไงก็ต้องเสี่ยง ถ้ารู้กำลังพลอย่างอื่นก็ไม่น่ามีปัญหา"นัมจุนยังคงดื้อรั้น


"ครับ"แบคฮยอนพูดด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน ดูเหมือนทุกๆอย่างที่เขาคาดคะเนไว้นั้นจะผิดพลาดไปหมด เขาคิดว่านัมจุนจะนำทีมไปบุกทำลายฐานทัพใหญ่ของวอเรดซ์ ขณะที่สมาชิกหน่วยนั้นคิดว่านัมจุนจะพากลับไปแก้แค้นฟอกส์ แต่ผิดหมด นัมจุนต้องการจะถล่มฐานทัพย่อยของวอเรดซ์ที่ตั้งอยู่ที่นี่และหนีไป เขาก็พอเข้าใจว่านัมจุนแค่ต้องการแก้แค้นคนที่ทำลายหน่วยวูล์ฟ แต่ถล่มฐานใหญ่ไปเสียให้สิ้นซากเลยไม่ดีกว่าเหรอ


"คุยเลยมั๊ย?"นัมจุนถามเมื่ออแบคฮยอนเงียบ


"เดี๋ยวก่อนนัมจุน เราจะพาแทฮยองไปด้วยไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่รอเขาฟื้นแล้วประชุมพร้อมกันทีเดียว"


"เอางั้นเหรอ"


"อือ จะได้เข้าใจตรงกัน"


"ก็..."นัมจุนไม่แย้งอะไรต่อเพราะคำพูดซอกจินฟังดูมีเหตุผล ชายหนุ่มพยักหน้า สบตากับทุกคนก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้สมาชิกที่เหลือจ้องตากันไปมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร


แกร๊ก แอด~~


เสียงบานพับประตูห้องควบคุมลั่นเอี๊ยดอ๊าดเพราะสนิมเริ่มกัดกิน เมื่อมีใครบางคนเปิดประตูเข้ามา ขายาวของนัมจุนย่ำด้วยจังหวะเนิบๆสม่ำเสมอภายในห้องที่มืดสลัว มีเพียงแสงจากจอมอนิเตอร์ที่ทำงานตลอดเวลาคอยสาดส่องให้พอมองเห็น


ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าบุนวมมีลูกล้อ อ้าข้ากว้างก่อนจะวางศอกบนหน้าขา และซบใบหน้าเคร่งๆลงบนฝ่ามือตัวเอง จ่อมจมอยู่กับความสูญเสียที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ


ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ชีวิตเขาต้องเกิดข้อผิดพลาด 


ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ต้องสูญเสียทั้งที่เขาตั้งใจและเคร่งเครียดกับมัน


ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ทำทุกอย่างอย่างรอบคอบ แต่ก็ยังเกิดข้อผิดพลาดโดยที่เขาไม่ได้ก่อ


เด็กชายขอทานคนนึงที่ต้องตายโดยกระสุนปืนของเขา


ปาร์ค ชายยอลที่ต้องจากไป


หน่วยวูล์ฟที่สร้างมากับมือถูกทำลายลงโดยคนทรยศ


การสูญเสียทั้งหมดล้วนแล้วไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของเขาเลยซักนิด แต่ดันติดเป็นตราบาปในใจคิม นัมจุนชั่วนิจนิรันดร์


มือใหญ่ลูบใบหน้าตัวเองอย่างตึงเครียด สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆไปหลายทีก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารกับกล้องที่เป็นของต่างหน้าคนทรยศ เขาเปิดวิดีโอขึ้นมาอีกครั้ง


'สวัสดีครับ'
'ตอนที่ดูวิดีโอนี้ บ้านเราคงจะเหลือแต่ตอไปแล้วใช่มั๊ย'
'หวังว่าคงจะไม่มีใครกลายเป็...'


นัมจุนวางกล้องไว้บนโต๊ะปล่อยให้วิดีโอเล่นแต่ไม่ได้ใส่ใจมัน ก็แค่เปิดเพื่อย้ำและเตือนใจตัวเองเฉยๆ ตาตี่คมกวาดดูเอกสารเพียงคร่าวๆและก็ไม่ได้ใส่ใจมันอีกเช่นเคย ข้างใต้เอกสารมีพาสปอร์ตกับบัตรเครดิตหกใบ ครบจำนวนคนของหน่วยวูล์ฟที่เหลืออยู่พอดี


"หึ"ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากและหัวเราะในลำคออย่างนึกสมเพชตัวเองเมื่อเห็นชื่อประเทศบนพาสปอร์ต 


'รัสเซีย'


ชางกยุนตั้งใจจะส่งเขาไปที่นั่นเพื่อให้ไปไถ่บาปสินะ จะหักหลังแต่ยังมีเยื้อใยให้กันแบบนี้มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลซักเท่าไหร่เลย


แอด~~


"อยู่นี่เอง"เสียงบานพับสนิมเขรอะดังขึ้นอีกรอบเมื่อซอกจินเดินเข้ามา ความจริงเขาจะตามนัมจุนมาตั้งแต่ทีแรกแล้วเพราะสีหน้านัมจุนบอกกับเขาว่าไม่โอเค แต่เขายังต้องอยู่คุยกับแบคฮยอนนิดหน่อยเลยปล่อยนัมจุนให้เดินออกมาก่อนแล้วค่อยเดินตามหาทีหลังแบบนี้


"มีอะไร"เสียงแหบเข้มเอ่ยถาม


"เปล่า กูกลัวมึงเหงา"คุณหมอตอบ เดินล้วงกระเป๋ามายืนพิงโต๊ะข้างๆนัมจุน ตาคู่สวยเหลือบไปเห็นพาสปอร์ตในมืออีกคนจึงเอ่ยถามขึ้น


"กูรู้ว่ามึงไม่อยากไปที่นั่นอีกเพราะอะไร"


"เพราะอะไรละ?"


"เด็กขอทานที่โดนมึงยิงโดยไม่ตั้งใจ กับการตายของชานยอล?"


"มึงก็รู้ตลอด"


"ไม่เอาน่านัมจุน เรื่องมันผ่านมานานแล้วนะ อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดมึงที่พวกเขาต้องจากไปนะเว้ย"


"กูรู้ แต่จะให้กูทำยังไงวะ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดกูแต่กูฝันเห็นเรื่องพวกนี้ทุกครั้งที่หลับตา มึงคิดว่ากูควรกลับไปที่นั่นงั้นเหรอ มึงคิดว่าแค่สั่งให้ลืมก็ลืมได้หรือไง?"


"ม่อน"ซอกจินเรียกชื่อเล่นของนัมจุน นอกจากเขาและชานยอลก็ไม่เคยมีใครเรียกชื่อนี้ ชื่อที่ชานยอลเป็นคนตั้งให้


"ถ้าพยายามเข้มแข็งแล้วทำไม่ได้ มึงก็ควรจะอ่อนแอบ้างนะ ปล่อยให้จิตใจมึงเป็นไปตามความรู้สึก อย่าไปบังคับให้มันมากนัก ถึงกูจะเป็นหมอกูก็รักษามึงไม่ได้นะเว้ย"ชายหนุ่มพูดปลอบ คนที่เอาแต่จ้องพาสปอร์ตในมือตั้งแต่แรกเงยหน้าขึ้นมามองเขา นัยต์ตาเรียวมีน้ำใสเอ่อคลอบางๆ


"ความผิดที่กูไม่ได้ก่อ มันจะทำให้กูสูญเสียอะไรไปอีกวะซอกจิน ฮึก..."พูดจบน้ำใสก็ร่วงแหมะใส่หนังสือเดินทางที่ถืออยู่ น้ำตาลูกผู้ชายที่เกิดจากความเสียใจและเจ็บใจไปพร้อมๆกันหยดแล้วหยดเล่ากำลังร่วงพรูลงมา ถึงจะเป็นผู้ชาย ถึงจะเป็นนายทหาร ถึงจะอกสามศอกผ่านการรบมาเกือบร้อยศึก แต่การสูญเสียในสิ่งที่ทุ่มเทมาเกือบทั้งชีวิต ฝากความหวังและความฝันทั้งหมดไว้กับมัน หวังจะให้วูล์ฟเป็นครอบครัวเดียวกัน ที่รักกันอย่างเหนียวแน่นกลับถูกทำลายลงให้เหลือแต่ชื่อ คำว่าครอบครัวที่วาดฝันไว้ดันพังทลายเพราะมีคนทรยศ 


เขาไม่เข้าใจ ทั้งที่รักและใส่ใจชางกยุนไปตั้งมากมาย ทำไมเด็กคนนั้นถึงเลือกที่จะหักหลังเขา หรือความใจดีของเขายังมีไม่พอ หรือว่าเขาจะละเลยจนเกินไปทำให้เด็กคนนั้นหันไปหาความรักจากผู้อื่น


"นั่นแหละ ร้องไห้แบบนี้แหละดีแล้ว มึงไม่ต้องไปคิดอะไรให้มาก อดีตมันผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไป เด็กขอทานคนนั้นที่มึงไม่ได้ตั้งใจยิงเขา มึงก็ไถ่โทษด้วยการรับเด็กกำพร้าอย่างจองกุก ชางกยุน แล้วก็โฮซอกมาเลี้ยงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ หรือมึงจะต้องไปรับเลี้ยงเด็กกำพร้าทั้งโลกมาเลี้ยงก่อนถึงจะพอใจ?"


".."


"ชานยอลก็เหมือนกัน ทั้งมึงและกูไม่มีใครทำใจได้หรอก แต่มึงก็สร้างสุสานให้เขา สร้างโบสถ์ทั้งหลังให้ สร้างบ้านอยู่ใกล้ๆหลุมศพ มันก็ชัดเจนแล้วว่ามึงยังรักและเคารพเขาอยู่เสมอ ปล่อยวางแล้วทิ้งมันไปซะเถอะนะ เรื่องร้ายๆที่มึงคิดว่าเป็นเพราะตัวมึงนั่นนะ ยิ่งมึงคิดถึงมัน มันก็ยิ่งตามหลอกหลอน ยิ่งเป็นปมฝังใจมึง"ซอกจินพูดปลอบแข่งกับเสียงสะอื้นของนัมจุนที่ซุกอยู่ตรงหน้าท้องเขา


"จบงานนี้แล้วไปอยู่ที่อื่นนะซอกจิน"


"ไปไหนละ"


"ที่ไหนก็ได้ ที่ฉันไม่ต้องสูญเสียใครอีก"


"มันไม่มีหรอกเจ้าโง่"ซอกจินว่า ลูบหัวนัมจุนหวังปลอบประโลมเหมือนเด็กๆ


59.99%


ซึ่งนัมจุนมักจะงอแงใส่ซอกจินแค่คนเดียว หลายครั้งที่คุณหมอคนหล่อต้องคอยดูแลเจ้าเด็กจอมคิดมากคนนี้ด้วยคำปลอบโยนดีๆและความเอาใจใส่


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000


สงครามกลางเมืองรัสเซีย


คิม นัมจุน,คิม ซอกจิน,ปาร์ค ชานยอล ในเครื่องแบบทหารกำลังลงปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เขตชุมชนแห่งหนึ่งร่วมกับทหารท้องที่เนื่องจากได้รับรายงานว่ามีบุคคลต้องสงสัยจะทำการระเบิดพลีชีพที่กลางเมืองแห่งนี้ พวกเขาทั้งหมดเข้าล้อมพื้นที่ ขณะที่พลทหารสังเกตุการณ์มองเห็นเป้าหมายและมีคำสั่งให้นัมจุนเข้าจับกุมตัว


"หยุดอยู่ตรงนั้น!!"นัมจุนยกปืนขึ้นขู่ชายชุดสีดำที่ใส่เสื้อผ้าปกปิดทุกส่วนของร่างกาย ผู้คนที่อยู่รอบๆเกิดจราจลขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นอาวุธ เสียงกรีดร้องและตึงตังจากการวิ่งเตลิดหนีตายดังอยู่รอบๆ ซอกจินกับชานยอลต่างแยกย้ายกันไปคุมพื้นที่เพื่อให้ประชาชนหนีเข้าไปอยู่ในเขตปลอดภัย เหลือทิ้งไว้แค่นัมจุนกับเป้าหมายแค่สองคน


ทั้งคู่จ้องตากันเนิ่นนาน อีกฝ่ายเหงื่อกาฬไหลซึมไปทั่วร่างเมื่อสบสายตาที่ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดของนัมจุน ทันใดนั้น! มันควักปืนสั้นออกมา แต่นัมจุนไวกว่า เขาปล่อยปืนเอ็มสิบหกลงข้างตัวและวิ่งเข้าไปชาร์จปืนจากคนร้ายในทันที นายทหารถือปืนคนร้ายไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะกระชากข้อมือมันลงมากระแทกหัวเข่าตัวเองเพื่อให้อีกฝ่ายเจ็บปวดและยอมปล่อยปืน แต่ศัตรูยังดื้อรั้น มันขืนตัวและพยายามลั่นไกรปืนใส่นัมจุน ชายหนุ่มรีบใช้สองมือของตนปัดป่ายกระบอกปืนออกห่างจากตัวเอง ในตอนนั้นคนร้ายเองเริ่มอ่อนแรงลงมากแล้ว ชายหนุ่มได้โอกาสกำทั้งมือและไกรปืนไว้เพื่อล็อคไม่ให้กระสุนปืนเผลอลั่นออกไปโดนคนอื่นที่อยู่รอบๆ เขายกชูแขนอีกฝ่ายขึ้นเหนือหัวและเอื้อมมือจะไปล็อคคอคนตรงหน้า 


ปัง!


"โอ้ย"


นัมจุนร้องลั่นเมื่อมีกระสุนจากที่ไหนซักแห่งพุ่งเจาะหลังมือเขา ปากกระบอกปืนหันเปลี่ยนทิศในขณะที่ทั้งสองคนยังยื้อยุดกันอยู่ และในตอนนั้นเอง


ปัง!


คนร้ายลั่นไกรปืนออกมาหวังจะให้มันเจาะส่วนไหนซักแห่งในร่างกายของนัมจุน แต่กระสุนเจ้ากรรมที่ควรเจาะตัดหัวใจเขาดันไปโดนเด็กน้อยขอทานตัวผอมแห้งที่อยู่ข้างหลังแทน


"นัมจุน!!"เสียงชานยอลดังมาจากทางด้านซ้าย เขาละสายตาจากภาพเด็กน้อยตาเหลือกร่างกายเปื้อนเลือดมาทางชานยอลก่อนจะตะโกน


"วิสามัญเลย ชานยอล!!"


ปัง ปัง ปัง!!


กระสุนสามนัดจากปืนชานยอลเจาะเข้าร่างคนร้ายจนมันล้มฟุบจมกองเลือด โดยปกตินัมจุนเป็นนายทหารที่มีคุณธรรม เขาไม่เคยใช้ปืนตัวเอง หรือสั่งให้ปืนคนรอบตัวคร่าชีวิตใครนอกจากไม่จำเป็นจริงๆ คนร้ายสิ้นลมหายใจอยู่ตรงนันด้วยคำสั่งสังหารของนัมจุน ชายหนุ่มกุมมือเปื้อนเลือดตัวเองเดินเข้าไปหาเด็กน้อยขอทานที่อยู่ในอ้อมกอดของพ่อที่เป็นขอทานผอมแห้งเช่นกัน


"แกฆ่าลูกฉัน!!"


"ไอ้ทหารชั่ว!!"


"แกก็แค่ผู้ผดุงคุณธรรมในเครื่องแบบ จิตใจแกมันต่ำทราม เห็นชีวิตโสมมของคนอย่างพวกฉันเป็นแค่ผักปลา!!"


คำด่าทอจากปากชายขอทานดังก้องอื้ออึงในหูนัมจุน เขาได้แต่อ้าปากค้างมองร่างแน่นิ่งของเด็กน้อยที่กวัดแกว่งอยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ


"เคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้วครับหัวหน้าหน่วย"รองหัวหน้าชุดปฏิการประจำท้องที่ตะโกนมาจากรถจิ๊พกระตุ้นให้นัมจุนย้ายก้นออกไปจากที่แห่งนี้ แต่เขาก็ยังยืนนิ่ง หมดสิ้นแล้วซึ่งสติเพราะเพิ่งทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง


"มีอะไรหรือเปล่าครับหัวหน้า?"ทหารท้องที่ซึ่งเป็นลูกน้องในสังกัดนัมจุนนายหนึ่งวิ่งมาหาเขา


"ฉัน.....พลาด...."นัมจุนพูดอะไรไม่ออก ลำคอติดขัดไปหมด นายทหารคนนั้นพูดอะไรต่อไม่รู้ ชายหนุ่มไม่ได้ยิน รู้เพียงแต่ร่างเขาโดนลากให้กลับมาขึ้นรถที่มีทหารคนอื่นๆรออยู่


"ขอทานคนเมื่อกี้ ฉัน...ยิงลูกเขา..ฉัน"


"หัวหน้าไม่ได้ยิงครับ ไอ้หมอนี่ต่างหากที่ยิง ผมเห็นกับตา..."นายทหารคนเดิมพูดแล้วใช้เท้าเขี่ยศพของคนร้าย


"อย่าไปใส่ใจเลยครับ หมอนั่นเป็นนักวิทยาศาสตร์ตกอับ ยากจนขนาดโดนเมียทิ้ง เลยต้องมาขอทานกับลูกสองคน เด็กนั่นตายไปก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องมาอดๆอยากๆอยู่กับพ่อไม่เอาไหนพรรค์นั้น"


"ไม่นะ"


"เราทำงานช่วยเหลือผู้คนนะครับ ชีวิตคนส่วนใหญ่คือสิ่งที่เราต้องรักษา การสูญเสียคนส่วนน้อยเพื่อแลกกับชีวิตคนส่วนมากมันก็ถือว่าคุ้มค่า หัวหน้าอย่าคิดมากเลยนะครับ"นัมจุนกลืนน้ำลาย มือเขายังไม่หายสั่น เด็กชายผิวสีแทน ร่างกายผอมแห้งผมสีบลอนด์เปรอะเลือดยังตราตรึงอยู่ในดวงตาเขาและอยู่ในฝันของเขาทุกคืนนับจากนั้น เพราะมันคือความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงสำหรับชีวิตทหารของคิม นัมจุน


.....


ปี 2012 เมืองชนบทในรัสเซีย


สงครามกลางเมืองสงบลงแล้ว นัมจุนกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อระลึกถึงเด็กชายขอทานที่เขาเผลอคร่าชีวิตไป ตอนนี้เขาคือผู้บัญชาการของหน่วยวูล์ฟซึ่งในมือมีช่อดอกไม้สีขาวนานาชนิดสำหรับเคารพวิญญาณเด็กน้อยที่ตายไปแล้วหลายปี แต่คิมนัมจุนยังระลึกถึงและยังเสียใจกับการตายของเด็กน้อยคนนั้นอยู่เสมอ แม้เขาจะรับเลี้ยงจองกุกเป็นลูกบุญธรรม อาสาอุปถัมเด็กชายที่ชื่อชางกยุนในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า และรับโฮซอกที่เรียนดีแต่ยากจนให้เข้ามาอยู่ในบ้านพร้อมจ่ายค่าเล่าเรียนให้ แต่นัมจุนก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอสำหรับการไถ่โทษให้กับชีวิตของเด็กผู้ชายคนนึงที่จากไปอย่างไร้อนาคต


"เห้อออออ"นัมจุนถอนหายใจขณะวางดอกไม้ลงตรงข้างกำแพงเขรอะๆที่เดียวกับเมื่อสิบสองปีก่อนเขาทำพลาดให้เด็กน้อยต้องจากไป ความจริงแล้วหลังจากสงครามสงบเขาก็มักจะกลับมาที่นี่ทุกปี เพื่อระลึกถึงเด็กน้อยคนนั้น แม้มันจะห่างไกลและทุรกันดาร แต่เขาก็ยังดั้นด้นมาเพื่อเตือนสติให้ตนเองทำงานอย่างรอบคอบและเคร่งครัด 


"เบื่อขี้หน้ามึงจริงๆเลยม่อน"ชานยอลว่าขณะนั่งลงข้างๆและส่งน้ำให้นัมจุน


"เอ้า เบื่อกูแล้วยังมากับกูเนี่ยนะ"


"เออ อยู่โรงแรมแล้วกูรำคาญไอ้กุกไอ้มิน ตีกันอยู่ได้หนวกหู"


"หึ นานๆทีจองกุกจะกลับมานี่หว่า เด็กมันก็ต้องคิดถึงกันเป็นธรรมดาแหละ"นัมจุนพูดถึงจองกุก ลูกชายบุญธรรมที่เขาส่งให้ไปเรียนที่อเมริกา


"เออๆ เด็กยั้วเยี๊ยะเต็มบ้านไปหมดแบบนี้มึงคงไม่แต่งเมียแล้วอะดิ"


"แต่ง"


"หืม? จีบติดแล้วเหรอว่าที่เมียมึงอะ"


"ติดตั้งนานแล้วครับผม"


"จุ๊ๆๆๆ ร้ายไม่เบานะมึง"


"ฮ่าๆๆ ธรรมดา คนมันหล่อ"


"หึ เท่ากับครอบครัวสมบูรณ์แล้วสินะตอนนี้"


"คงงั้นแหละ"นัมจุนว่า เอนกายพิงกำแพงข้างหลัง ดวงตาเหม่อมองฟ้ากว้าง


"รักษาไว้ให้ดีละกัน ครอบครัวมึงอะ"


"พูดอะไรอย่างนั้น มึงกับกูก็ครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอวะ"


"ไม่อะ กูไม่อยากใช้เมียร่วมกับใคร"


"สัส"


"ฮ่าๆๆๆๆ กลับเถอะ พาเด็กๆไปดินเนอร์ดีกว่า"ชานยอลหัวเราะร่า รอยยิ้มหล่อๆส่องประกายท่ามกลางแดดร้อนจ้าของเมืองชนบท


ทั้งสองคนเข้าไปนั่งในรถที่เช่ามา ขับเข้าไปในตัวเมืองเพื่อกลับโรงแรม ระยะทางจากตัวเมืองมาถึงชนบทแห่งนี้ถือว่าค่อนข้างไกลพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นไหล่เขาลาดชันและค่อนข้างขรุขระ ชายยอลอาสาเป็นคนขับให้เพราะขามานัมจุนเป็นคนขับ เขาไม่ชอบเอาเปรียบใครจึงตบตีแย่งชิงกับนัมจุนจนได้พวงมาลัยมาครอง


ไลน์!!


เสียงแจ้งเตือนแอพลิเคชั่นสีเขียวของนัมจุนดังขึ้น ขณะรถเคลื่อนตัวลงเขา


'กลับยัง ลูกงอแงแล้ว'


นัมจุนยิ้มเมื่อเห็นข้อความก่อนจะเอานิ้วจิ้มๆไปบนแป้นเพื่อตอบกลับ


                                'กำลังกลับครับเมียจ๋า'


'ไม่ได้เล่นตอนขับรถนะ -_-*'


                                    'เปล่าครับ ยอลขับ'


'อือๆ กลับดีๆ ระวังตัวด้วย'


                                           'รับทราบครับ'


นัมจุนหัวเราะคิกคัก ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับเครื่องมือสื่อสารโดยที่ไม่ทันได้สังเกตสีหน้าซีดเผือดของคนข้างๆ


"มีความสุขดีนะ"ชายยอลว่า


"นิดหน่อย หึหึ"


"ก็ดีแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมึงต้องอย่าอ่อนแอแล้วก็ปกป้องครอบครัวของมึงไว้ให้ได้ละ"


"หืม? ทำไมอยู่ดีๆมึงถึงพูดอะไรแปลกๆตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ"นัมจุนขมวดคิ้ว ขณะที่ชานยอลทำได้แค่ยิ้มแห้งๆใส่เขา


"สัญญาละนะ"


"เออดิ ไม่ปกป้องเด็กพวกนี้แล้วจะปกป้องใครวะ"ผู้บัญชาการตอบกลับ ก่อนจะหันไปมองถนนข้างหน้า เขารู้สึกแปลกๆกับความเร็วของรถนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปเพราะปกติชานยอลก็ชอบขับรถเร็วๆอยู่แล้ว


"เอ้อ ประตูฝั่งมึงปิดไม่แน่นอะ เปิดออกแล้วปิดใหม่ดิ๊"จู่ๆชานยอลก็สั่งนัมจุน อีกคนเปิดประตูตามคำสั่ง ชายหนุ่มฝั่งคนขับอาศัยจังหวะนั่นยกเท้าถีบนัมจุนอย่างแรงจนกระเด็นหวืออกจากรถ เพราะนัมจุนมักจะขี้เกียจคาดเข็มขัดนิรภัยมันจึงง่ายดายต่อการโดนผลักไส


!!


พลั่ก!!


ร่างนัมจุนกลิ้งทั่กๆไปบนถนนที่ลาดชัน ตามหลังรถเช่าที่มีชานยอลขับอยู่ในนั้น เขาพยายามขยับร่างกาย แต่รถวิ่งลงเขาด้วยความเร็วที่ค่อนข้างสูงนัมจุนจึงบาดเจ็บมากตามไปด้วย ชายหนุ่มตกใจปนงงงวย เขาทำอะไรไม่ถูกในตอนนี้ หลับตาหนึ่งข้างที่เลือดไหลลงมาบดบังจนมองอะไรแทบไม่เห็น พยายามประคองสติเพื่อจะโทรขอความช่วยเหลือ แต่ข้อความจากแอพลิเคชั่นสีเขียวเด่นหราอยู่ตรงหน้าจอก็ทำเขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะทำสิ่งอื่นใดนอกจากแนบหน้าลงบนถนนร้อนผ่าวและปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเงียบๆ


ยอล:'โทษทีวะ รถเบรกแตก อย่าลืมที่สัญญาละ กูจะคอยมองจากข้างบน'


"ฮึก...อีกแล้ว เอาอีกแล้ว ฮือ..."นัมจุนร้องไห้อยู่ตรงนั้น ไร้เรี่ยวแรง ไร้หนทาง ไร้ซึ่งสติ เขาสูญเสียบุคคลสำคัญอย่างกะทันหันไปต่อหน้าต่อตา ที่น่าเจ็บใจคือคนคนนั้นดันมาจากไปเพียงเพื่อปกป้องเขา จากไปเพียงเพื่อบังคับพวงมาลัยรถให้ตรงทางเพื่อยื้อเวลาให้เขามีชีวิตต่อ สละชีวิตเพื่อให้เขาได้อยู่รอดไปปกป้องคนอื่นๆ 


ความผิดพลาดและการสูญเสียที่เป็นตราบาปติดในหัวใจนัมจุนไปตลอดกาล


......


ปัจจุบัน


ผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆที่แทฮยองสลบและยังไม่ฟื้นขึ้นมา ยุนกิกับจองกุกวนเวียนเข้าๆออกๆห้องพยาบาลอยู่เนืองๆด้วยความเป็นห่วงแทฮยองและกลัวอีกฝ่ายได้หน้า จึงหมั่นเข้ามาปะทะริมฝีปากกัน สร้างความวุ่นวายให้ซอกจินได้ปวดหัวอยู่เรื่อยๆ


"โอ๊ะ! นั่น แทฮยองฟื้นแล้ว"จีมินที่อาสามาเฝ้าแทฮยองเป็นเพื่อนแบคฮยอนชี้โบ้ยชี้บ้ายมาทางเตียงที่มีปลายนิ้วสีแทนขยับกระตุกเบาๆขณะที่เปลือกตาเคลื่อนไหวไปมาเหมือนคนกำลังจะตื่นนอนหลังจากหลับไปหนึ่งวันสองคืน เด็กผมสีส้มกระวีกระวาดออกไปจากห้องทันทีที่มั่นใจว่าแทฮยองฟื้นแล้วแน่ๆ


"แบค แค่กๆ"ทันทีที่ฟื้น แทฮยองก็เรียกชื่อคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าไอโขลกเพราะคอแห้งนิดๆจากการขาดน้ำ แบคฮยอนรีบควานหาน้ำให้อีกคนดื่มแล้วจึงนั่งลงบนเตียงข้างแทฮยอง มือเรียวยกขึ้นลูบผมเด็กน้อยที่รีบดูดน้ำอึกใหญ่เพื่อที่จะได้รีบคุยกับคนที่เขาออกตามหามานานหลายเดือนด้วยความดีใจ


"แค่กๆๆ"


"แน่ะ เบาๆซี่ เดี๋ยวก็สำลักหรอก"แบคฮยอนเอ็ด แต่แทฮยองก็ยู่ปากใส่เหมือนเด็กๆ


"หมาน้อยของมี้ คิดถึงมี้มั๊ย?"


"อือ น้องวีคิดถึงหม่ามี้แบคมากเลย นึกว่าจะหาหม่ามี้ไม่เจอ"เมื่อดื่มน้ำจนหมดแก้ว คนเพิ่งฟื้นก็โผเข้ากอดหม่ามี้ของตัวเองทันที ทำน้ำเสียงออดอ้อนแล้วเอาหัวถูไถไปบนแผ่นอกบาง


"ก็เจอแล้วนี่ไง ไหนบอกซิว่าทำอะไรมาถึงได้แก้มยุ้ยขนาดนี้ หืม?"แบคฮยอนจับบีบสองแก้มนิ่มด้วยความหมั่นเขี้ยว แทฮยองยิ้มกว้างแล้วก็เริ่มเล่าทุกๆเรื่องให้แบคฮยอนฟัง เด็กหนุ่มพูดพลางยิ้ม สองแขนกอดรัดร่างคนที่ตนเรียกว่าหม่ามี้ไม่ห่าง ตากลมใสเอาแต่จดจ้องใบหน้าแบคฮยอนราวกับกลัวว่าจะไม่ได้เห็นอีก


"อือ น้องวีกินข้าวเยอะมากๆเลย พี่ซอกจินทำกับข้าวอร่อย น้องวีชอบกินซุปสาหร่ายแล้วพี่ซอกจินก็ทำให้กินแทบทุกวัน จนผมน้องวีแทบจะเป็นสาหร่ายแน่ะ แล้วก็น้องวีเล่นสเกตบอร์ดเป็นแล้วนะ แข่งกับจองกุกชนะด้วยแหละ ฮี่ฮี่ น้องวีเป็นเด็กดี ชูกาเลยพาน้องวีไปคาเฟ่หมาด้วย น้องหมาขนฟูน่ารักเต็มไปหมดเลยหม่ามี้"เด็กหนุ่มแทนชื่อตัวเองด้วยความเคยชิน


"เหรอๆๆ"


"อือๆๆ น้องวีอยากเลี้ยง แต่เลี้ยงไม่ได้เพราะมิน ชูกาบอกว่าพี่โฮซอกแพ้ขนสัตว์เลยได้แค่ตุ๊กตาน้องหมากลับมา มันชื่อซุนชิมแหละ แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว"แทฮยองทำหน้าเศร้า กวาดสายตามองไปรอบๆแล้วไม่เจอตุ๊กตาหมาขนปุกปุยสีขาวที่อุตส่าวิ่งไปเก็บจนเกือบจะหลบระเบิดไม่พ้น


"ห้ะๆ ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวหม่ามี้ซื้อให้ใหม่ เอาตัวใหญ่ๆเลยดีมั๊ย?"แบคฮยอนยิ้มลูบหัวคนตรงหน้าด้วยความรักและเอ็นดูที่มีให้คนอายุน้อยกว่า เพราะตั้งแต่เด็กๆ พวกเขาก็โตมาด้วยกัน ผ่านอะไรร้ายๆมาด้วยกันตั้งมากมาย


"จริงนะ"


"อื้ม"พอได้รับการยืนยันว่าจะได้ตุ๊กตาตัวใหม่ที่ใหญ่กว่าแถมแบคฮยอนยังเป็นคนซื้อให้อีก เจ้าคนที่เพิ่งฟื้นก็ยิ้มหน้าบาน มุดหน้าลงไปในแผ่นอกบางๆของอีกคน 


"พูดเก่งขึ้นนะเราเนี่ย ตื่นขึ้นมาก็จ้อเชียว"


"จริงเหรอฮะ แล้วดีมั๊ย?"


"ดีสิครับหมาน้อย เรามีเพื่อน มีครอบครัว มีสังคมแบบนี้ หม่ามี้ดีใจมากเลยนะ ต่อไปก็ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปได้แล้ว"แบคฮยอนว่า ก็แทฮยองเมื่อก่อนหนะ พูดเป็นต่อยหอยแบบนี้เป็นที่ไหนกัน ชีวิตในองค์กรนั้นเลวร้ายกว่าคุกขังเดี่ยวเป็นไหนๆ วันๆแทฮยองก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากฝึกต่อสู้ เรียนหนังสือเจาะลึกถึงโคตรเง้าของศาสตร์ต่างๆ ถูกจับยัดลงกระบอกเพาะเลี้ยง หมกตัวอยู่ห้องวิจัยสร้างนู่นสร้างนี่ให้องค์กรใช้ ถ้ามีภารกิจก็ต้องออกไปทำภารกิจ แต่ละกิจกรรมก็ไม่ได้พูดจากับใคร นอกจากคุยกับสมอง IQ 160 ของตัวเอง ไม่ผิดหรอกที่แทฮยองจะพูดไม่เป็น คำพูดคำจาในบางครั้งเลยเหมือนเด็กเพิ่งหัดพูด พอออกมาอยู่ข้างนอกก็เลยเหมือนเด็กเอ๋อไปเลยทีเดียว


"อือ ตรงนั้นครอบครัวน้องวีละ"แทฮยองชี้ไปที่ทุกคนของหน่วยวูล์ฟที่เข้ามายืนกองรวมกันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ 


"ครอบครัวใหญ่เลยนะ"


"อื้อ"


"เขาดูแลน้องวีอย่างดีเลยใช่มั๊ย"


"ฮะ ทุกคนใจดีมากๆเลย"แทฮยองหันหลังให้แบคฮยอนและแทรกตัวเข้าไปอยู่ในอกอีกคน เพื่อที่จะได้หันหน้าไปหาทุกคนในหน่วยวูล์ฟ


"น้องวีจำได้มั๊ยนิทานเรื่องชาวนากับหมาป่าที่หม่ามี้เคยเล่าให้ฟัง?"


"อื้อๆๆ น้องวีจำได้ คุณหมาป่าช่วยชีวิตคุณลุงชาวนาจากงูเห่า เพราะว่าคุณลุงชาวนาเคยช่วยชีวิตคุณหมาป่าไว้"


"ใช่ครับ ตอนนี้น้องวีก็เหมือนคุณหมาป่า แล้วทุกคนในนี้ก็เหมือนคุณลุงชาวนา เขาช่วยชีวิตเราไว้ ดูแลเราอย่างดีมาตลอด เราควรจะทำยังไงต่อดีครับ"


"ตอบแทนบุญคุณพวกเขา?"


"ใช่แล้วเด็กดี"แบคฮยอนยิ้ม ลูบหัวแทฮยองอย่างรักใคร่ สมาชิกหน่วยวูล์ฟได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ สัมผัสได้ถึงสายใยบางๆที่แผ่ออกมาโอบล้อมสองร่างที่ผูกพันกันมาตั้งแต่เด็กๆ


"ตอบแทนยังไงฮะ?"


"น้องวีรู้ใช่มั๊ยว่าใครเป็นคนวางระเบิดบ้านพวกเขา"


"ผู้สร้าง"


"งั้นเราจะไปช่วยเขาทำลายผู้สร้างเป็นการตอบแทน"


"แต่...."พอได้ยินคำว่าผู้สร้าง ความรู้สึกโกรธและกลัวก็ก่อขึ้นในใจแทฮยองพร้อมๆกัน เด็กหนุ่มยกมือขึ้นจับลำคอตัวเองตรงตำแหน่งที่เคยมีชิพฝังอยู่ ความจริงแล้วแทฮยองรู้มาตลอดว่ามีของแบบนี้ในร่างกาย แต่เขาก็ไม่เคยแสดงออกให้คนในวูล์ฟต้องสงสัย สักพักหนึ่งแล้วที่แทฮยองมีความรู้สึกไม่อยากให้หน่วยวูล์ฟต้องรับรู้ถึงตัวตนของเขาหรือแม้แต่รู้จักองค์กร ไม่ใช่ว่าเขายังจงรักภักดีต่อสถานที่ที่เขาละทิ้ง แต่แทฮยองกลัว


กลัวว่าวูล์ฟจะรังเกียจ


มือของแทฮยองสกปรก


มันเปื้อนเลือด มันโสมมและเลวร้าย


เขาไม่อยากให้ครอบครัวของเขารับรู้เรื่องพรรค์นี้


"ไม่ต้องกังวลไปหรอกเด็กดี ทุกคนช่วยกันเอาเจ้านั่นออกไปแล้วละ"แทฮยองทำตาโตกับคำพูดของแบคฮยอนก่อนจะหันไปมองหน้าทุกๆคนในหน่วยวูล์ฟด้วยความรู้สึกที่บ่งบอกว่าขอบคุณและดีใจ อดีตฮันเตอร์สีเงินยิ้มและพยักหน้ารับรู้ว่าตอนนี้แทฮยองรู้สึกอย่างไร


"น้องวีจะช่วยพวกเขาทำลายผู้สร้างลำดับที่ 18 ใช่มั๊ย?"


"ฮะ ไปกันเถอะ"จู่ๆเด็กหนุ่มก็หุนหันพลันแล่นลุกออกจากเตียงจนแบคฮยอนต้องคว้าเอวเอาไว้


"เดี๋ยวก่อนสิ ใจร้อนจริงๆเด็กคนนี้ รอให้ตัวเองให้ดีก่อนสิ"


"น้องวีหายแล้ว"


"ยังไงก็ต้องวางแผนกันก่อนนะ"


"งือ ก็ได้"แทฮยองยู่ปากอย่างขัดใจ พอรู้ว่าเป็นอิสระแล้วก็เริ่มอยากทำอะไรตามใจตัวเองขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำแล้วสามารถตอบแทนบุญคุณให้หน่วยวูล์ฟก็ยิ่งอยากทำเร็วๆ 


ถึงเวลาที่แทฮยองจะได้กางปีกสีทองและออกโบยบินบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องโดนโซ่ล่ามคออีกต่อไปแล้ว


รอก่อนเถอะวอเรดซ์


รอก่อนเถอะผู้สร้างลำดับที่ 18


รอแทฮยองไปขย้ำให้สาสมก่อนเถอะ


หึ หึ















T A L K


เบื่อมั๊ยกับการที่ต้องอ่านเนื้อหายาวๆขนาดนี้ เนื้อหาเยอะนะแต่เหมือนฟิคไม่เดิน ฮรือออออ ตอนต้นๆเรื่องคือผูกปมกันสนุกเลยไง พอท้ายๆเรื่องมันต้องเฉลยปม อะไรเล็กๆน้อยๆก็ไม่อยากมองผ่าน พอเอามาเขียนมันก็ดันเยอะซะจ๊นนนนนนน นี่แค่ครึ่งนึงปาไปแล้ว 8 หน้า 3,171 คำ ยังมีอีกตั้งครึ่งนึงแน่ะ รีดเดอร์ไหวนะ อ่านไหวใช่มั๊ย เราเชื่อว่าบางคนก็ข้ามตอนที่เป็นเนื้อหาเยอะๆใช่ป้ะ 5555555555


ไรต์พยายามตลกแหละ ขากกกกกก ฮามั๊ย ฮาเนอะ รีดไม่ฮาไรต์ฮาคนเดียวก็ได้ ฮ่าๆๆๆๆ ไม่มีใครงงเรื่อง ภาวะคุ้มคลั่ง ใช่มั๊ยนะ เน้นดำให้แล้วแหละ กลัวว่าจะงงกัน คือตามกระบวนการวิทยาศาสตร์กว่าจะเกิดสิ่งสิ่งหนึ่งมันต้องมีหลายขั้นหลายตอนอะเนอะ แทฮยองในฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่ฮีโร่ยอดคนเหาะเหินเดินอากาศได้นะเออ แค่คนที่ถูกดัดแปลง อารมณ์คล้ายๆเดดพูล อะตอนที่แล้วก็พูดแล้วนี่หว่า ยุนกิกับจองกุกเขาก็ตีกันอีกแล้วค่ะแม่ ฮืออออออ น่าร้ากกกกกก อิจแทแปบ >< รีบตื่นเถอะหนู พระเอกรออยู่ น่อววววววววววว 


สปอยครึ่งหลังนะ มารอดูกันว่านัมจุนมีปมอะไรที่รัสเซียถึงไม่อยากกลับไปที่นั่น แล้วก็ใครที่อยากรู้ว่าพี่ยอลตายยังไง ครึ่งหลังจะมาเฉลยแบบละเอียดยิบขมิบตูดอ่านกันเลยทีเดียว อ่านให้ตาแฉะกันไปข้าง


ปล.ขอบคุณ*Heineken*อีกรอบที่บอกช่องโหว่ฟิคนะคะ ขอบคุณในทอล์คตอนที่แล้วไปแล้วแหละแต่กลัวไม่เห็น ชอบวามเห็นของคุณมาก เหมือนตีเส้นให้เราเขียนฟิคไปในทางที่ถูกต้องมากขึ้น รักส์นะ


ปล2.นิยายเรื่อง เดอะดาร์คซัน ยังไม่ได้หามาอ่านเบย ช่วงนี้ไรต์เตอร์ติดนิยายอีโรติคแบบโง่หัวไม่ขึ้น แอร้ยยยย อ่านไว้เป็นแนวทางแต่งเอ็นซี โอ๊ะ!! ต้องไม่สปอยว่ามีเอ็นซีสิ เห้ย แต่สปอยไปแล้วนี่หว่า 55555


59.99%


สปอยอีกรอบ สังเกตจากชื่อตอนนะคะ ตอนไหนที่เขียนว่า 'ศพที่หนึ่ง' 'ศพที่ห้า' หมายความว่าในตอนนั้นๆมีคนตายนะจ้ะ สปอยแค่นี้แหละ ที่เหลือคิดเอา 55555555555555555   


ขอบคุณทุกคอมเม้นนะคะ 


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียนบ้านสองชั้นหลังโบสถ์แห่งนี้นะ


ขอบคุณที่กดติดตามนิยายเรื่องนี้ เราจะไปส่องจองกุกอาบน้ำด้วยกัน


ขอบคุณที่หวีดในแท็ก #ficHtBtS หูย น่ารัก >< มีแอบไปเล่นแท็ก #แทแทนุ่มนิ่มด้วย 555555 เค้าติดแท็กเล่นๆเวลาน้องแตยองนางดูน่ารักน่าหยิกหน่ะนะ


ขอบคุณมากๆ ขอบคุณที่อ่านจนมาถึงบรรทัดนี้ ไรต์ชอบแพล่ม 5555 บายนะคะ อย่าลืมแปรงฟันกันนะเดี๋ยวฟันผุ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

54 ความคิดเห็น

  1. #1280 1612254 (@1612254) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 19:34

    หนูว่าเด็กที่นัมจุนยิงต้องเป็นแทฮยอง มั้งนะ

    #1280
    0
  2. #1267 Chinago (@campernrena) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 22:46
    เดาว่าเด็กขอทานคือแทแท มันต้องมีอะไรสัมพันธ์กันอยู่แล้ว เด็กขอทานคงไม่แค่มาตายให้พี่นัมทุกข์เล่นๆ แน่
    #1267
    0
  3. #1242 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 11:50
    เด็กที่นัมจุนยิงนี้ใช่แทฮยองปะ เพราะถ้าคำนวนอายุกับปีนั้นก็พอดีกับแทฮยองเลยนะ บับพ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ลูกก็เลยไอคิวสูงงี้
    #1242
    0
  4. #1211 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 22:19
    เข้มแข็งมากตลอด อ่อนแอบ้างนะนัมจุนอ่า นายควบคุมไม่ได้ทั้งหมดหรอก
    ไม่เป็นไรนะ ถึงแบบนั้นก็ร้องไห้ออกมาไมไ่ด้อยู่คนเดียวนะ ฮื่ออ 
    แทฮยองอ่าอ ใจเย็นๆก่อนนะ อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ไม่มีใครเกลียดเราหรอก
    ไม่ได้ทำผิดนี่ ผ่านความเจ็บปวดมาตั้งเท่าไหร่ ที่ทำไปเพราะถูกฝึกมานี่นา
    #1211
    0
  5. #1132 MARKTUAN190 (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 00:10
    คงไม่พีคตรงเด็กขอทานเป็นแทแทนะ ชานยอลต้องยังไม่ตายแน่ๆ แบคอาจมีเอี่ยวเลยพยายามพาไปรัซเซียเพื่อให้เจอยอลป่ะ
    #1132
    0
  6. #1102 Who am i? (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 20:41
    เราว่าเด็กขอทานที่นัมจุนฆ่าไปน่ะคือแทยองแน่เลย
    #1102
    0
  7. #1053 Whz52 (@rrieann) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 16:36
    เด็กกำพร้าคนนั้นใช่เเทฮยองรึเปล่า??
    #1053
    0
  8. #887 YoNgヨンヨン (@winfinite) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 06:32
    ม่อนจินช้ะ โง้ยยยย
    นี่ยิ้มตามเลยนะตอนที่แบคพูดกับวี คู่หูกันจำเป็นต้องเล่นแม่ลูกด้วยเหรอ555555 แต่น่ารักกกกก คนพ่อนี่ใคร ขานยอลไม่ได้แล้ว รายนั้นไม่เคยเจอหน้ากันด้วยซ้ำ (อยากบอกตั้งนานแล้วว่าช็อคมากที่จู่ๆเมนอันดับหนึ่งในเรื่องนี้ไม่มีชีวิตแล้ว) ผู้สร้างที่สี่เหรอคะ? หู้ย....เล่นของสูงมาก...
    #887
    0
  9. #783 newnew_ (@Eve_donoven) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 20:44
    ม่อนเมียจ๋าของม่อนนี่จินใช่มะ แทฮยองน่ารักมากๆละลายเลย
    #783
    0
  10. #762 SaiRung'za (@sairungza) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 19:46
    โฮซอกเป็นคนตลกใช่ไหม คนบ้าอะไรเห็นขี้แล้วคุ้มคลั่ง จากที่เครียดๆ โอ้ยยยย ขำไม่ไหว 55555555
    #762
    1
    • #762-1 Obscura (@Pattranit--) (จากตอนที่ 18)
      20 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:45
      อันนี้ลั่น5555 เหมือนจะพูดติดตลกยังไงอย่างั้น
      #762-1
  11. #734 แตมป์ (@stampna) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 17:04
    น้องวีคุยกับหม่ามี้แบคแล้วจะเป็นลมกับความน่ารักน่าหยิก ฮือออออ เราไม่อ่านข้ามนะคะ ชอบบบบ ? ?
    #734
    0
  12. #698 kookie&vvy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 22:54
    งื้ออออน้องวีกะม่ามี้แบคเจอกันแล้ว

    น้องวีโหมดอยู่กะมี้ทำไมมันน่ารักx100

    ยัยลูกหมาน้อยมันน่าจับมาฟัดให้แก้มช้ำอิๆ

    #698
    0
  13. #642 chiraporn-ageg (@chiraporn-ageg) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 19:53
    ไรท์ค้าาาขอ ก้าวีน่ะค้าาาา
    #642
    0
  14. #639 songsonglove2 (@songsonglove2) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 23:54
    ทำไมแทเท่และน่ารักแบบนี้ อ้ากกกกก55555/งื้ออพี่ชานนนน ไม่อยากให้ตายเลยทำไมเบรกถึงแตก!?/ รอรอออ
    #639
    0
  15. #638 วจ.ชป. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 23:46
    ไม่ใช่ว่าเด็กขอทานคือเเทฮยองนะ หรือเรามโนไปเอง??????
    #638
    0
  16. #637 ★FAZEMIN★ (@enoofa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 22:06
    เหย เด็กขอทานใช่แทแทหรือเปล่า(?) มีพ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์อีก โอ้ยยย เรื่องนี้เป็นฟิคที่มันส์มาก
    #637
    0
  17. #636 Bright diamond (@pungpond0445) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 12:10
    น้องแทแทคือขอทานน้อยคนนั้นแน่เลย~~~~~~~
    #636
    0
  18. #635 rapbit- (@jukialol) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 23:35
    แงงงงงงง ซึ้งอะฉากพี่ชานนางสละชีพ ฮึกกก ไรท์ค่ะ เอาไปทำหนังได้มั้ย ส่งบทให้บฮที ชอบบบบบบ

    #635
    0
  19. #634 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 21:27
    รอก่อนเถอะ-พวกวอเรด ฮ่าๆๆๆๆๆ เดี๋ยวน้องเเทจะตามไปถล่มเอง โอยยยรอคอยน้องเเทกางปักไม่ไหวเเล้วค่ะ นี่อยากเห็นนางไปผงาดอีกครั้งมาก นัมจุนอ่าาาามันไม่ใช่ความผิดนายเลยนะเรื่องทั้งหมดนั่น เราต้องสตรองเข้าไว้นะ555 เมียนี่เดาออกเลยว่าใคร อิอิ คำสปอยนั้นทำไมเหมือนเป็นลางว่าจะมีใครตายอีก อย่าาานะ!!!
    #634
    0
  20. #633 bam_KSH (@bam_KSH) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 21:21
    โง้ยยย น้องวีน่ารักมาก หม่ามี้ก็น่ารัก ทำไมมันมีแต่ความน่ารัก><
    #633
    0
  21. #632 Ukiro . (@ninenine11) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 21:02
    แปปนะคะ คือเด็กขอทานผมบลอนด์ แถมยังผิวแทน
    ทำไมเราคิดถึงแท ทำไม5555555555 คงไม่ใช่ใช่มั้ยคะ
    ถ้าใช่คือตอนนั้นอาจจะยังไม่ตาย เอ๊อะ แต่มันไม่น่าเป็นไปได้ เราไม่เดาละค่ะเดาไม่เก่ง5555555555 กลัวนก
    ยัยน้องแทตื่นมาก็จ้อเชียว ยัยน่ารักนุ่มนิ่มเอ๊ย T w T น่าจับฟัดจริงๆอ่ะ
    ขำพี่ยุนกิกับจองกุกแข่งกันทำคะแนนเบาๆค่ะ55555555 อะไรจะขนาดนั้นล่ะแกกกกกก
    ปล. ทำไมเราแอบคิดว่าชานยอลยังไม่ตาย เอ๊ะ นี่เราจะไม่เชื่ออะไรที่ไรท์บอกเลยใช่มั้ย5555555
    ตั้งข้อสงสัยทุกอย่างเลยก่ะ555555555555 
    ปล2. ว่าแต่เมียนัมจุนคือผู้ใดคะ จีบติดตั้งนานแล้ว พี่จินรึเปล่าอ่ะ5555555
    #632
    0
  22. #631 sataporn240246 (@sataporn240246) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 20:56
    น้องวีฟื้นแล้วเย้ น้องวีแทนตัวเองตอนพูดว่าน้องวีนี่โคตรน่าร้ากกกก เดี๋ยวเราคงจะได้เห็นความโหดเถื่อนของน้องวีแล้วใช่มั้ยคะ ให้น้องวีไปถล่มมันนน(นี่ยังแค้นกยุนอยู่)
    #631
    0
  23. #630 DevilKoy (@lastzk95) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 20:21
    หม่ามี๊ของน้องวี คนในนั้นคงอิจฉาเลยมั้งนะ 5555555 นัมจุนนายไม่ต้องเศร้าแล้วนะ แล้วเมียจ๋าของนัมจุนคือใครอะ โอ๊ย ล้างแค้นให้ได้นะ
    #630
    0
  24. #629 *Heineken* (@heineken007) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 18:21
    นึกว่าชานยอลจะพลาดจากการปฏิบัติหน้าที่เลยถูกยิงตายงี้แต่ปรากฏว่ารถเบรกแตก นัมจุนคงใจเสียและเสียใจมากอะเพื่อนปกป้องขนาดนี้แล้วไหนจะเรื่องเด็กคนนั้นอีกผ่านมาไม่เท่าไหร่ก็มาเสียคนในครอบครัวไปอีกคน แต่ภรรยานัมจุนนี่ใช่ซอกจินปะคะ คิดว่าใช่แหละอย่าผิดเลย55555555 นัมจุนอุปถัมภ์ชางกยุนมาตั้งแต่เด็กแล้วเด็กนั่นเข้าเป็นสมาชิกฟอกซ์ได้ไงอะคะ นัมจุนส่งไปเรียนพร้อมจองกุกหรือเปล่า? แทฮยองฟื้นแล้วตื้นมาก็เรียกหม่ามี้เลยเด็กดี ฮือ น่ารัก อยากฟัดแก้มย้วยๆ พร้อมจะไปถล่มวอเรดซ์กันแล้ว อยากให้ปะทะกับฮันเตอร์สี่คนนั้นอีกจังค่ะพวกเขาจะออกมาตอนเดียว(ให้ใจเรากระชุ่มกระชวยแค่นั้น)ไม่ได้ อ้อ! แล้วก็ฟอกซ์ด้วยมาแค่ชื่อและชางกยุนอะช่วยใส่บทบาทที่มากกว่านี้พวกเขาด้วยค่ะ เมตตาเราด้วย555555555555
    #629
    0
  25. #628 m_mark2 (@M_MARK) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 18:13
    ทำไมน้องวีของหม่ามี๊แบคถึงเปลี่ยนไปปปปป งื้อออออ ทำไมเรียกพี่กิซะห่างเหินเลยยย กลับไปเรียกยุนกิเหมือนเดิมเถอะนะ มันดูเหมือนเด็กขี้อ้อนดี ยุนกิๆๆๆๆๆๆๆๆ ???
    #628
    0