END|[Fic Knb] Hey Girl!. ผมไม่เคะนะครับ!

ตอนที่ 9 : Hey Girl07:If you want me, just call me o.k.?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    19 ต.ค. 62









Hey Girl07: If you want me, just call me o.k.?



Hey I just met you and this is crazy
But here's my number, so call me maybe
It's hard to look right at you baby
But here's my number, so call me maybe
;Call me maybe-Carly Rae Jepsen.

________________________________________________________________________________________________________________

        มือเล็กเปิดประตูห้องพักนักกีฬาเบาๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอกยามเห็นว่าทุกคนในทีมยังอยู่กันครบ ขาเรียวก้าวเข้าไปในห้อง ไม่รอให้โค้ชสาวพูดอะไรเจ้าหล่อนก็พุ่งตัวเข้ากอดอีกฝ่ายแน่น ลูบแผ่นหลังเล็กอย่างเบามือเป็นการปลอบใจ ริมฝีปากบางฉีกยิ้มเมื่อร่างบางกอดตนกลับ


            "ไม่เป็นไรนะคะ วันนี้ทำดีที่สุดแล้ว ถึงวันนี้เราจะแพ้แต่ไม่ได้หมายความว่าพรุ่งนี้เราจะชนะไม่ได้นะคะ"

            "ฮิเมะ..."

            "มาค่ะ มากอดกัน"


        ผละตัวออกจากริโกะและเดินไปกอดเหล่านักกีฬารายบุคคล ส่วนมากพอเธอกอดบ่อนำ้ตาก็แตกกันหมดเลย ฮิเมะเดินออกจากห้องพร้อมกับพวกรุ่นพี่ได้สักพักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับมาเพราะไม่เห็นเพื่อนสนิททั้งสอง


           "ถ้าต้องการฉันล่ะก็ โทรมานะ"

           "ครับ"

           "ฉันไปก่อนนะ"


        ก้มลงกอดคนตัวสูงจากข้างหลังครู่หนึ่งและเดินออกไปหาคางามิ หยุดเดินกะทันหันจนคนข้างหน้าหันกลับมามองด้วยความสงสัย คนตัวเล็กกอดอกจ้องเพื่อนสนิทอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อตั้งหลักแล้วกระโดดล็อกคอคนตัวสูง ทำเอาเกือบเสียหลักเซล้มลงตรงพุ่มไม้ข้างทางทั้งคู่


          "ทำอะไรของเธอเนี่ย ยัยเบื๊อก"

          "ก็อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ฉันเห็นแล้วไม่สบายใจไปด้วยนะ"

          "โทษที โอ๊ย!"


        ร้องเสียงหลงยามร่างบางถองศอกใส่สีข้างตน แถมยังมีการบอกให้เขายิ้มอีกต่างหาก คนเขาเพิ่งแข่งแพ้จะให้ยิ้มได้อย่างไร่ล่ะ เขาไม่ใช่เธอเสียหน่อยที่จะร่าเริงตลอดเวลาน่ะ


           "วัดน่ะ พรุ่งนี้ไปกันเลยมั้ย"

           "อยากไปที่ไหนล่ะ"

           "ไปโตเกียวกัน"


        บอกกับคางามิก่อนจะรีบวิ่งไปหาพวกฮิวงะทันที เพราะริโกะต้องพาเพื่อนเธอไปหาหมอก่อน หวังว่าเจ้าโง่นั่นจะไม่เป็นอะไรมากนะ ลอบถอนหายใจอย่างแผ่วเบาและเดินตามหลังมิโตเบะเงียบๆ นัยน์ตาสีซิทรินชำเลืองมองทุกคนที่กำลังหยอกล้อกันก็อดหัวเราะตามไม่ได้ เป็นคนแก่ที่น่ารักกันจังเลยนะ


            "หัวเราะได้ซักทีนะ"

            "เอ๊ะ"

            "ก็พวกฉันเห็นเธอเงียบๆน่ะ"


        โคงาเนอิกล่าวก่อนจะจับไหล่มิโตเบะ ฉีกยิ้มกว้างเมื่อคนตัวเล็กค้อมหัวขอบคุณ ให้ตายสิ เด็กคนนี้นี่น่ารักจริงๆนะ เขาไม่แปลกใจที่สาวเจ้าเสน่ห์แรงขนาดนั้นเลย


          "แล้วจะไปไหนกันต่อรึเปล่าคะ"

          "คงกลับบ้านนั่นแหละ"

          "งั้นเองสินะคะ"


        พยักหน้าเชิงเข้าใจในสิ่งที่ฮิวงะพูด ดวงตาจดจ้องชายวัยกลางคนที่วิ่งผ่านไปเมื่อครู่ เพ่งเล่งมองครู่หนึ่ง ถ้าหล่อนดูไม่ผิดในมือของเขามีสร้อยคอกับกระเป๋าผู้หญิงนะ สงสัยคนซื้อไปให้แฟนล่ะมั้ง ไหวไหล่ไม่สนใจ พลันขมวดคิ้วเข้าหากันทันควันยามเห็นหญิงสาววิ่งตามอีกฝ่ายอย่างเหน็ดเหนื่อย


           "มีอะไรรึเปล่าคะ"

           "เมื่อกี้โจรวิ่งกระชากสร้อยคอกับกระเป๋าฉันไปน่ะค่ะ"

            "คอยตรงนี้แป๊บนึงนะคะ"


        มือเล็กโยนกระเป๋าให้อิซึกิถือและรีบวิ่งตามโจรไปโดยมีฮิวงะและมิโตเบะตามมาด้วย เร่งฝีเท้าเมื่อพบว่าคนตรงหน้าอยู่ห่างจากตัวเธอไม่มาก มือเล็กเอื้อมจับข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ เบี่ยงตัวหลบหมัดตรงก่อนจะจับร่างสูงใหญ่ตีเข่า ถอยห่างสองก้าวเพื่อมองหน้าคนที่นอนคู้ตัวอยู่ตรงฟุตบาท


           "เป็นอะไรรึเปล่าฮิเมะ---ระวังหลัง!!"

           "มีแรงลุกด้วยหรอเนี่ย"

           "..."


        มิโตเบะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะภาพข้างหน้าคือสาวน้อยร่างบางจับโจรทุ่มลงพื้น สาบานว่าชาตินี้ทั้งชาติเขาจะไม่ทำให้คนตัวเล็กโกรธแน่นอน 


            "เธอไปจับโจรมางั้นหรอ"

            "ใช่ พี่ริโกะบอกนายด้วยหรอ"

            "ตะโกนลั่นโรงพยาบาลเลยล่ะ"


        วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ หย่อนกายนั่งลงข้างมือเบสสาว มือหนาขยี้เส้นผมนุ่มอย่างมันเขี้ยว เห็นไม่ได้มีเรื่องชกต่อยนานเขาเลยนึกว่าป้องกันตัวไม่เก่งเหมือนเมื่อก่อนแล้วเสียอีก แต่ดูท่าทางจะเก่งกว่าเดิมด้วยละมั้งเนี่ย เพื่อนเขานี่สุดยอดจริงๆ พลันหัวเราะร่ายามเจ้าหล่อนแหวใส่ตน


           "ฮึ่ย แล้วขาเป็นไงบ้าง"

           "หมอบอกว่าห้ามเล่นบาส 2 อาทิตย์น่ะ"

           "งั้นหรอ น่าสงสารจังเลยนะ"


        เอนหลังพิงกับโซฟา ดวงตาจ้องข่าวต่างๆบนโทรทัศน์สักพักหนึ่ง เหลือบมองเพื่อนสนิทชายข้างกาย ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะดึงคนตัวสูงเข้ามากอดปลอบ เชื่อเถอะ ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าไม่ได้ทำสิ่งที่รักอีกแล้ว


          "ผีเข้ารึไง"

          "เงียบไปเลย เดี๋ยวก็ไม่ปลอบซะหรอก"

          "ฉันแค่หยอกเล่นเองน่า"


        ซุกหน้าตรงซอกคอขาว แขนแกร่งยกขึ้นกอดตอบฮิเมะแน่น หลุดหัวเราะเล็กน้อยเมื่อคนในอ้อมกอดบ่นว่าเขากอดแน่นเกิน หายใจไม่ออก ค่อยๆปิดเปลือกตาลง เขารู้สึกขอบใจเธอจริงๆที่ไม่ว่าจะเจอเรื่องบัดซบขนาดไหน ก็ยังอยู่เคียงข้างและคอยปลอบพร้อมกับให้กำลังใจเขาเสมอ


            "นายมันน่ารำคาญ ไทกะ"

            "แต่ก็ยังอยู่กับฉันได้นี่"

            "ก็เพราะว่านายเป็นเพื่อนสนิทฉันไง"


        ตอบกลับอีกฝ่ายทันที ขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับอะไรเลย สงสัยคงหลับคาไหล่เธออีกแล้วละมั้งเนี่ย ไอ้เพื่อนคนนี้นี่มันจริงๆเลยนะ ให้ตายสิ


           "ไทกะ"

           "อือ"

           "ไปอาบนำ้นอนได้แล้ว 3 ทุ่มแล้วนะ"


        ได้ผล คางามิยอมลุกขึ้นไปอาบนำ้แต่โดยดี ส่ายหน้าไปมาอย่างปลงตก มือเล็กคว้ารีโมทขึ้นมากดปิดโทรทัศน์ กดอยู่นานสองนานพอก้มมองดูดีๆร่างบางแทบอยากจะเอาหัวกับผนังทันที ก็นี่มันรีโมทแอร์ มันปิดทีวีได้ที่ไหนกัน พลันรีบหารีโมทโทรทัศน์และปิดแบบรวดเร็ว ถ้าไอ้ตัวกินจุออกมาเห็นคงขำกลิ้งเลยมั้ง


          "เธอจะกลับห้องแล้วหรอ"

          "อืม มันดึกแล้วนี่"

          "ฝันดีนะ"


        โบกมือลาเพื่อนสนิท ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทีแรกเขาไม่ได้หลับหรอก เล่นเน้นคำว่า'เพื่อน'ขนาดนั้นใครมันจะไปกล้าพูดอะไรต่อล่ะ จุกฉิบหาย


          จะ 4 ทุ่มแล้ว คุโรโกะยังไม่โทรมาเลย เป็นอะไรรึเปล่านะ?


        คิดในใจพลางมองโทรศัพท์ในมือไปด้วย เพราะคนตัวสูงเป็นคนเดาใจยาก เธอไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรในหัวอยู่ เอาเถอะ ถ้าเขาอยากโทรเดี๋ยวเขาก็โทรมาเองนั่นแหละ วางโทรศัพท์ไว้ตรงเตียงนอน ขาเรียวก้าวเข้าไปในห้องนำ้เพื่อทำภารกิจส่วนตัว หล่อนหวังว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้จิตตกมากนะ


           "Needless to say, I keep a check"

           "She was all bad-bad, nevertheless"

           "Callin' it quits now, baby, I'm wreck"

           "Crash at my place, baby, you're a wreck" 
         

        เสียงใสร้องตามเพลงที่ถูกเปิดคลอเบาๆ นิ้วเรียวจับปากกาเขียนตัวเลขลงบนสมุด บอกตามตรงว่าเธอเกลียดพวกวิทย์-คณิตอย่างแรงเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงสอบได้เต็มตลอด มิหนำซำ้ยังทำเอาหลายคนหมั่นไส้หล่อนอีกด้วย ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำอะไรผิด ช่างเถอะ นึกแล้วปวดหัวเปล่า


           "I hope I never lose you, hope it never ends" 

           "I'd never walk Cornelia Street again" 
 
           "That's the kinda heartbreak time could never mend" 

           "I'd never walk Cornelia street again" 


        ร่างบางยังคงร้องเพลงต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่ห้าแล้ว แต่การบ้านของเธอก็ยังไม่เสร็จเสียที สงสัยคงต้องหยุดร้องเพลงก่อนแล้วละมั้ง ไม่อย่างนั้นคืนนี้หล่อนคงไม่ได้นอนแน่


           "ฮัลโหล"

           [ผมรบกวนรึเปล่าครับ]

           "ไม่เลยๆ นายยังไม่นอนอีกหรอ"


        รีบปิดเพลงแทบไม่ทัน ให้ตายสิ โทรมาถูกเวลาจริงๆ พลันริมฝีปากบางฉีกยิ้มกว้างยามได้ยินเสียงเท็ตสึยะเบอร์สองดังลอดออกมา น่ารักทั้งคนทั้งหมาเลย มือเล็กปิดแล็บท็อปก่อนจะจัดการเก็บการบ้านเพราะทำเสร็จพอดี เหลือบมองปลายสายที่กดปุ่มเปิดกล้องครู่หนึ่ง แหม โทรในไลน์นี่ดีจังนะ


          [อ่า พอได้ยินเสียงฮิเมะจังก็ร้องใหญ่เลยน่ะครับ]

          "คิดถึงฉันล่ะสิ เจ้าเบอร์ 2"

          [คงงั้นแหละครับ ห้องนอนฮิเมะจังสวยดีนะครับ]


        พูดก่อนจะชี้นิ้วดุให้สุนัขของตนเงียบเสียง หันกลับมามองคนในสายและส่งยิ้มให้ ถึงจะเห็นกันทุกวันแต่พอมานั่งคุยกันแบบนี้เขารู้สึกเขินแปลกๆแฮะ 


           "ขอบใจนะ โทรมามีอะไรรึเปล่า"

           [แค่อยากเห็นหน้าน่ะครับ ไม่ได้หรอ]

           "อย่าชูเบอร์ 2 แล้วทำหน้าเหมือนกันสิ เฮ้อ ถ้าอยากเห็นหน้าทำไมไม่หากันเลยล่ะ"


        กอดอกมองหน้าคุโรโกะครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะร่า เพราะเจ้าขนปุยพยายามกระโดดขึ้นมานั่งตักของเขา น่ารักทั้งคนทั้งสุนัขจริงๆด้วย ใบหน้าเรียวสวยส่ายหน้าไปมาและเหยียดแขนขาเพื่อยืดเส้นสายคลายกล้ามเนื้อ ร่างบางลุกขึ้นแล้วเดินไปนอนที่เตียง ไม่วายหยิบโทรศัพท์มาคุยกับอีกฝ่ายด้วย


          [ก็อยากไปหาอยู่หรอกครับ แต่ว่าตอนนี้มันดึกแล้ว]

          "งั้นหรอ นอนดึกมันไม่ดีต่อสุขภาพนะ"

          [บอกแต่ผม ฮิเมะจังก็เหมือนกันแหละครับ]


        กอดอกมองเจ้าหล่อนที่นอนพองแก้มใส่ตนอยู่ คิดว่าตัวเองน่ารักขนาดไหนกันน่ะ โอเค น่ารักมากเลย พลันเหลือบมองเท็ตสึยะเบอร์สองครู่หนึ่ง ทีตอนที่ยังไม่คุยกับร่างบางไม่เห็นเป็นแบบนี้นี่นา อีกอย่างทั้งคู่ก็เพิ่งเจอกันไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเอง ไม่น่าจะคิดถึงได้ขนาดนี้เลยนะ  


           "ค่ะ พ่อ แล้วเมื่อไหร่จะเอาลูกไปนอนเนี่ย"

           [จะเอาลูกไปนอนเดี๋ยวแหละครับแม่]

           "ฝันดีนะคุโรโกะ"


        วางสายลง ริมฝีปากบางฉีกยิ้มกว้างจนหน้าบานคล้ายจานดาวเทียม เนื่องจากคุโรโกะถ่ายรูปเบอร์สองตอนนอนและพิมพ์ต่อว่า'ฝันดีเหมือนนะครับ' น่ารักจริงๆแหละ


________________________________________________________________________________________________________________
Talk with Writer.
ถ้าพี่มิโตเบะทำน้องโกรธ พี่อาจจะไม่ได้โดนแค่จับทุ่มก็ได้นะคะ
19/10/62
________________________________________________________________________________________________________________

T
B
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น

  1. #43 GhostFariy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 20:31
    จุกไหมคางามิเฟรนโซนน่ะ คำว่า 'เพื่อน' คือคำที่มีพลังทำลายล้างสูงมาก สงสาร
    #43
    2
    • #43-1 Kim_Praew(จากตอนที่ 9)
      21 ตุลาคม 2562 / 21:11
      นางจุกจนชินแล้วค่ะ
      #43-1
  2. #40 JayJ. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 01:40
    โอ้ย เขินตรงที่เค้าเล่นพ่อแม่ลูกกันนี่แหละค่ะ แฟน แฟนชัดๆ! / คางามินี่แอบคิดไรกับฮิเมะจังใช่มั้ยเนี่ยยยย เห้อ เข้าเฟรนด์โซนไปอีกราย~
    #40
    1
    • #40-1 Kim_Praew(จากตอนที่ 9)
      20 ตุลาคม 2562 / 09:26
      รายนี้เขาเป็นเป็นเฟรนด์โซนมานานแล้วค่ะ5555
      #40-1
  3. #39 Ghost World (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 20:20

    เค้าแทนกันว่าพ่อแม่ด้วยแหละแก เปงเขิง อุแง~

    #39
    1
    • #39-1 Kim_Praew(จากตอนที่ 9)
      19 ตุลาคม 2562 / 20:47
      พ่อแม่ลูกหนึ่งค่ะ
      #39-1