END|[Fic Knb] Hey Girl!. ผมไม่เคะนะครับ!

ตอนที่ 16 : Hey Girl14:'Case you are the reason.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    26 ต.ค. 62









Hey Girl14: 'Cause you are the reason.

 

Just to be with you
And fix what I've broken
Oh, cause I need you to see
That you are the reason
;You Are The Reason-Calum Scott.

________________________________________________________________________________________________________________

        นัยน์ตาสีฟ้าเข้มจดจ้องใบหน้าเรียวสวยที่กำลังสลบไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล เมื่อหนึ่งชั่วโมงทางโรงพยาบาลโทรมาบอกริโกะว่าคางามิและฮิเมะประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ คนตัวสูงไม่ได้เป็นอะไรมาก คิ้วแตกและมีแผลตามตัวเล็กน้อย แต่ร่างบางหมดสติเพราะศีรษะกระแทกกับของแข็ง ถึงหมอจะพูดว่าเธอปลอดภัยแล้วแต่ก็น่าเป็นห่วงอยู่ดี


           "ฉันขอโทษนะ ที่ช่วยอะไรยัยนี่ไม่ได้เลย"

           "ไม่ใช่ความผิดของคางามิคุงหรอกครับ มันคืออุบัติเหตุ"

           "แต่ฉันก็รู้สึกผิดอยู่ดี"


        ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงโซฟาเอ่ยขึ้น ดวงตาจ้องมองเพื่อนสนิทสาวไม่ห่าง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเขาทำอะไรไมถูก รู้ตัวอีกทีคือเจ้าหล่อนถีบตัวเองออกจากรถพร้อมกับกอดตนเอาไว้เพื่อรองรับแรงกระแทกแทน เขาไม่ดีใจหรอกนะที่เธอปกป้องเขาขนาดนี้แต่ตัวเองเจ็บหนัก ถ้าเล่นเบสไม่ได้ขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ


           "น่าๆ ตอนนี้ฮิเมะปลอดภัยแล้วนะ"

           "นั่นสิ ไม่ต้องเครียดหรอก"

           "รีบตื่นไวๆล่ะตัวเล็ก"


        คิโยชิพูดพลางลูบเส้นผมนุ่มเบาๆ ถ้าให้บอกกันตามตรงเขาชอบเด็กคนนี้นะ แม่งเจ๋งดี แต่ตอนนี้คนที่เป็นห่วงมือเบสสาวมากที่สุดไม่ใช่คุโรโกะ คางามิต่างหากนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้เลย 


            "ฮิเมะเป็นยังไงบ้างไทกะ"

            "ปลอดภัยแล้ว แต่ได้รับแรงกระแทกที่หัวเลยหมดสติน่ะ"

            "ให้ตายสิ รอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย นายโทรบอกแม่มันรึยัง"


        ฮิมาวาริเอ่ยถามเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย พลันค้อมหัวสวัสดีเหล่ารุ่นพี่ในห้องแทบทันที ชำเลืองมองคนผมฟ้าที่นั่งกุมมือสาวเจ้าครู่หนึ่ง เอาเถอะ ถ้าเป็นคุโรโกะเธอจะไม่ว่าอะไรแล้วกันนะ หันกลับมาหาแฟนหนุ่มที่ยืนโอบไหล่ตนเชิงปลอบสักพัก ครั้งนี้เป็นหนักกว่าเมื่อเดือนที่แล้วอีก ทำบุญล้างซวยไม่ได้ผลจริงด้วย


             "เท็ตสึ ฮิเมะไม่ได้เจ็บตรงไหนอีกใช่มั้ย"

             "หัวแตกกับรอยชำ้และแผลถลอกตามตัวนิดหน่อยครับ"

             "ก็ถือว่าโชคดีที่ไม่ได้มีอะไรแตกหรือหัก"

 
        อาโอมิเนะพยักหน้ายามได้ยินคำตอบจากอดีตคู่หู เพราะไม่อย่างนั้นคงเป็นเรื่องใหญ่มากกว่านี้แน่นอน ถึงจะไม่ได้สนิทกันมาขนาดตบหัวเล่นได้แต่เขาก็เป็นห่วงเธอในฐานะเพื่อนคนหนึ่งอยู่ดี


           "คุโรโกะฮิเมะเป็นไงบ้าง"

           "พ้นขีดอันตรายแล้วแต่หมดสติ เนื่องจากหัวได้รับแรงกระแทกครับ"

           "ดวงไม่ดีเลยนะเนี่ย"


        มานามิส่ายหน้าไปมา ชะงักเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นปะทะกับแฟนเก่าอย่างคิโยชิ นึกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะเนี่ย ริมฝีปากบางส่งยิ้มให้คนตัวสูงก่อนจะหันมาสนใจเพื่อนสนิทที่นอนสลบอยู่บนเตียง บางทีเรื่องแบบนี้อาจจะทำบุญไม่ขึ้นก็ได้นะ ถึงได้เจ็บตัวบ่อยเสียเหลือเกินจนน่าสงสาร


            "คุโรโกจจิ ฮิเมจจิไปโนอะไรมาหรอ"

            "รถล้มน่ะครับ แต่ดูจากสภาพรถคงโดนตัดสายเบรค"

            "ใครช่างใจร้ายทำได้ลงคอแบบนี้กันนะ"


        คิเสะกอดอกมองร่างบางด้วยความสงสาร ฮิเมะออกจะน่ารัก ทำไมถึงได้ใจร้ายทำแบบนี้กันล่ะ เท่าที่เขารู้เจ้าหล่อนก็ไม่ได้ไปสร้างศัตรูเอาไว้ตรงไหนเลยนี่ หรือว่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้อง มันไม่แน่หรอก เพราะตอนที่ตนไปหาอีกฝ่ายตนสังเกตว่าพวกผู้หญิงไม่ค่อยชอบหน้าเธอเท่าไหร่ แถมเมื่อกี้ตอนเดินสวนกับฮิมาวาริและอาโอมิเนะ สีหน้าดูไม่ดีเลย


           "คางามิคุงกลับไปก่อนก็ได้นะครับ เดี๋ยวคืนนี้ผมเฝ้าเอง"

           "เอางั้นก็ได้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นโทรหาฉันเลยนะ"

           "ครับ ไว้เจอกันนะครับ"        


        โบกมือลาเพื่อนสนิทก่อนจะกันหันกลับมามองคนตัวเล็กต่อ ตอนนี้ชีพจรเต้นปกติดี หวังว่าเธอจะตื่นมาดุเขาอีกนะ เขาคิดถึงเธอมากเลย พอไม่มีเสียงหัวเราะหรือเสียงดุให้ได้ยินแล้วรู้สึกขาดอะไรไป ถอนหายใจออกมาเบาๆ บางทีถ้าเกิดว่าตนอยู่ตรงนั้น ฮิเมะคงไม่เป็นแบบนี้ก็ได้นะ     


          "รีบฟื้นนะครับ ผมคิดถึงฮิเมะจังมากเลย ฝันดีครับ"


        เสียงทุ้มกล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบ ริมฝีปากหนาประทับจูบลงตรงหน้าผากอย่างแผ่วเบา ใช้มืออีกข้างลูบหัวทุยเล็กน้อย พรุ่งนี้คงมีคนอื่นมาเยี่ยมมือเบสสาวอีกเยอะแน่ โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดพอดี เอนตัวกลับมานั่งที่เก้าอี้ ยังคงกุมมือเล็กเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ ก่อนจะฟุบหน้าลงบนเตียงเพื่อนอนหลับพักผ่อน 


          "ฉันมาปลุกนายรึเปล่า"

          "ไม่หรอกครับ ผมตื่นนานแล้ว"

          "ดีจังนะมานั่งเฝ้าด้วย อาการของฮิเมะดีขึ้นบ้างมั้ย"


        ลิซซ่าเอ่ยปากถามร่างสูงโปร่งที่กำลังจัดช่อดอกไม้อยู่ข้างเตียง ขาเรียวก้าวเข้ามาในห้องและเดินตรงไปหาเพื่อนสนิทสุดที่รัก สะดุ้งเล็กน้อยยามแฟนหนุ่มเดินเข้ามาลูบหัวตน เหตุการณ์นี้เธอเห็นบ่อยแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีก แถมยังเป็นรอบที่หนักที่สุดด้วย เพราะอีกฝ่ายต่อให้หัวแตกก็ไม่สลบ แต่นี่มันเกินไป


          "แล้วสาเหตุเกิดจากอะไรงั้นหรอเท็ตสึยะ"

          "รถโดนตัดสายเบรคครับ"

          "งั้นหรอ"


        อาคาชิพยักหน้าเชิงเข้าใจ กลับบ้านเขาคงมีงานต้องทำอีกแล้วสินะ ถึงแฟนสาวจะไม่ได้ขอก็ตามเถอะ แต่อย่างไรตนก็รู้จักและสนิทกับฮิเมะระดับที่กวนตีนกันได้ เพราะงั้นปล่อยให้เพื่อนตัวเองโดนเล่นแบบนี้ไม่ได้หรอก


           "มีอะไรรึเปล่าครับ มุราซากิบาระคุง"

           "อารารา โชวจินพาฉันมาหาฮิเมะจินน่ะ แต่หายไปไหนแล้วไม่รู้"

           "เข้ามานั่งก่อนสิครับ"


        นิ้วเรียวชี้ไปทางโซฟาตัวใหญ่เพื่อให้อีกคนเดินมานั่งเล่น มือหนายังคงจัดดอกไม้ในแจกันต่อ เขาแทบไม่เคยทำอย่างนี้หรอก แต่ตอนนี้คงต้องทำจนกว่าฮิเมะจะฟื้นนั่นแหละ เพราะถ้าให้นั่งเฝ้าท่าเดียวคงเบื่อตายแน่ พลันเหลือบมองผู้มาใหม่ครู่หนึ่ง สงสัยคงจะเป็นคนที่มุราซากิบาระพูดถึงก่อนหน้านี้สินะ


           "ฮิเมะยังไม่ตื่นอีกหรอคุโรโกะ"

           "ครับ แต่อีกไม่นานคงจะฟื้นแล้ว"

           "ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะนะ"


        กล่าวพร้อมกับเดินเข้ามาตรงเตียงผู้ป่วย ดวงตาคู่สวยจดจ้องรุ่นน้องสุดที่รักครู่หนึ่ง เห็นพวกฮิมาวาริบอกในกลุ่มว่ารถล้มเพราะโดนตัดสายเบรค เห็นแบบนี้ก็มีคนไม่ชอบหน้าด้วยสินะ 


           "เอ่อ ฮิเดโอะจังครับ นั่นมันอะไรน่ะ"

           "อ๋อเจ้ากล่องดนตรีนี่น่ะหรอ Lucky item ของชินทาโร่น่ะ"

           "งั้นหรอครับ"


        ใบหน้าเรียวเหยเกเล็กน้อยเมื่อดันหันไปเห็นกล่องดนตรีในมือของคิจิ ว่าแต่ถ้าลัคกี้ไอเทมอยู่นี่แล้วเจ้าตัวหายไปไหนกันนะ ไหวไหล่แล้วเดินไปนั่งตรงโซฟาเพื่อให้นักกีฬาสาวเข้าไปเพื่อนตัวเองได้สะดวก จากที่เขามองอยู่ตลอดดูท่าทางทุกคนจะรักและเป็นร่างบางสุดๆเลยนะเนี่ย


           "ฉันไปเข้าห้องนำ้มาน่ะ-นาโนะดาโยะ"

           "ไอ้ฉันก็นึกว่าตายห้องนำ้แล้วซะอีก"

           "ปากเสียนะคิจิ ดูดีกว่าเมื่อคืนเยอะเลยนี่นา"


        ใช้นิ้วชี้ดันแว่นขึ้นนัยน์ตาสีเขียวเข้มจดจ้องมือเบสสาว ขมวดคิ้วเข้าหากันยามคนข้างกายยื่นลัคกี้ไอเทมมาให้ตน หรือเขาไม่ได้บอกว่าเจ้ากล่องเพลงนั่นเป็นลัคกี้ไอเทมประจำวันนี้ของเจ้าหล่อนกันนะ เออ สงสัยคงยังไม่ได้บอกจริงนั่นแหละ ถอนหายใจก่อนะจะยัดกล่องดนตรีใส่มือเล็กดังเดิม


           "คุโรโกะ อาการของฮิเมะเป็นไงบ้าง"

           "ดีขึ้นแล้วล่ะครับ"

           "งั้นหรอ มาเปลี่ยนเวรกันได้แล้วน่า"


        มือหนาตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ ขายาวก้าวเข้ามานั่งบนเก้าอี้แทนคนผมฟ้า นัยน์ตาสีแดงเข้มมองสาวเจ้าที่นอนสลบไม่รู้เรื่องสักพักหนึ่ง เมื่อไหร่จะฟื้นสักทีนะ เขาอยากแกล้งเธอ อยากกลับบ้านด้วยกัน อยากกวนตีน อยากทำข้าวเย็นให้จะตายอยู่แล้ว


           "อือ ไทกะหรอ"

           "หืม ฮิเมะ"

           "มอนิ่ง"


        เสียงใสพูดด้วยท่าทางเรียบนิ่ง เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นทุกคนในห้องส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ ที่น่าตกใจมากกว่านั้นคืออยู่ดีๆคุโรโกะก็เดินเข้ามากอดเธอแล้วร้องไห้ใส่ อะไรวะ มันเกิดอะไรขึ้นตอนที่เธอสลบงั้นเหรอ มือเล็กจับหน้าคนตัวสูงครู่หนึ่ง ดูท่าจะคิดถึงหล่อนมากนะเนี่ย ร้องไห้ใหญ่เลย น่ารักดีว่ะ


          "เฮ้ย อย่าเพิ่งร้องไห้ กดเรียกพยาบาลก่อน"

          "ครับ"

          "ห่วงกันขนาดนั้นทำไมไม่คบกันไปเลยนะ"


        โคงาเนอิโพล่งขึ้นกลางวางสนทนา ซึ่งเหล่าชายฉกรรจ์หลายคนพยักหน้าเห็นด้วยรวมถึงมิโตเบะ แต่ก็โดนโค้ชสาวสวยเขกหัวคนละทีแถมยังตะโกนใส่ว่า'ถ้าคบกันง่ายขนาดนั้นคงคบกันไปตั้งนานแล้วย่ะ'


           "อาการดีขึ้นมากแล้วครับ กลับบ้านได้เลย แต่หมอจะให้ยากลับไปกินด้วยนะครับ"

           "ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ"

           "แล้วรู้มั้ยว่าใครตัดสายเบรคน่ะ"


        ฮิวงะพูดพลางมองมาทางฮิเมะเชิงอยากรู้ เพราะเขาว่าเจ้าหล่อนต้องรู้ตัวแหละว่าใครเป็นคนทำ กวาดสายตาดูรอบห้องปรากฏว่ามีแต่คนอยากรู้ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่เท็ตสึยะเบอร์สองตรงตักสึจิดะ คิ้วกระตุกยิกยามเห็นคุโรโกะกอดคนตัวเล็กแน่นไม่ยอมปล่อย จนอีกฝ่ายต้องบอกให้ปล่อยก่อน จะคิดถึงอะไรขนาดนั้น


           "อ๋อ พอดีจัดการก่อนที่รถจะล้มน่ะค่ะไม่มีอะไรแล้วล่ะ"

           "เอ๋ จัดการไปแล้วงั้นหรอ"

           "ค่ะ แต่ไม่คิดว่าจะตัดสายเบรคกันแบบนี้"


        พยักหน้ารับและยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ก่อนหน้าที่รถจะล้มเธอบอกคางามิว่าจะไปเข้าห้องนำ้ แต่ความจริงไปเคลียร์ปัญหานิดหน่อย ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก แค่เอาขวดเปล่าที่อยู่แถวนั้นฟาดกับกำแพงและชี้ใส่หน้าแม่คนงามเฉยๆ คิดว่าเธอใจร้ายขนาดเตะหน้าแสนจะงดงามนั่นหรอ ไม่หรอกแต่เธอแค่เอาเศษขวดแก้วที่แตกเขี่ยหน้าหล่อนเล่นนิดเดียวก็แค่นั้น   


          "รอยยิ้มน่ากลัวพิลึกนะ"

          "หรอ ไม่มีอะไรหรอกน่า ฉันไม่ได้ไปดักตีแม่นั่นซักหน่อย"

          "ฉันว่าเธอมากกว่าดักตีแน่ๆ"


        ฟุริฮาตะหรี่ตามองคนป่วยที่หายดีแล้วครู่หนึ่ง พลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินมือเบสสาวตอบกลับมาว่า'ก็นิดนึง' นิดนึงของเธอนี่มันขนาดไหนกันวะ ในวันนี้ทีมบาสเกตบอลเซย์รินได้รับรู้ถึงความน่ากลัวของฮิเมะ ซึ่งจากที่ฮิวงะ มิโตเบะและคางามิกลัวสาวเจ้าอยู่แล้ว ยิ่งทำให้กลัวเข้าไปใหญ่


            ใครก็ได้บอกพวกเขาทีว่ารอยยิ้มนั่นมันไม่ได้อาบยาพิษใช่ไหม


           "ฮิเมะจังครับ"

           "มีอะไรหรอ"

           "ผมคิดถึงฮิเมะจังมากเลยนะครับ"


           ถึงเขาไม่พูดเธอก็รู้อยู่แล้วล่ะ


________________________________________________________________________________________________________________
Talk with Writer.
คดีพลิกว่ะ สงสารพวกรุ่นพี่จริงๆนะคะเนี่ย5555
26/10/62
________________________________________________________________________________________________________________

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น

  1. #57 Ghost World (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 23:20

    น้องจะรู้ตัวเองมั้ยว่าน่ากลัวขนาดไหน5555

    #57
    1
    • #57-1 Kim_Praew(จากตอนที่ 16)
      27 ตุลาคม 2562 / 12:04
      ไม่น่าจะรู้ตัวหรอกค่ะ55555
      #57-1