KNB : Rhythm of Love [Aomine x Momoi]

ตอนที่ 8 : Midorima's Misfortune

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    26 เม.ย. 58



MIDORIMA's MISFORTUNE

[ By : xxIcyAngelxx , Translate : พลอยใส * ]

 

 

 




 

มิโดริมะพยายามเก็บอารมณ์

 

“เรื่องในอดีตก็ช่างมันสิ” อาโอมิเนะเยาะเย้ยทางโทรศัพท์ “เราเป็นศัตรูกันแล้วตอนนี้” มิโดริมะไม่เป็นทุกข์เป็นร้อนที่จะตอบกลับ อวดดีเหมือนอย่างเคย - ก็แค่ตอนที่เขาพยายามจะเตือนหมอนั่นเรื่องคุโรโกะ มันยังคงน่าเจ็บใจสำหรับการแพ้ให้กับเซย์ริน และเขาก็แค่ต้องการเวลาส่วนตัวอยู่กับตัวเอง โมโมอิก็ทำลายมันด้วยการพยายามให้กำลังใจแบบที่เคยทำเสมอ แต่เขาไม่ได้ต้องการมันตอนนี้ มันแย่พอแล้วที่ได้ยินเสียงอาโอมิเนะพูด แสดงว่าโมโมอิยังคงอยู่กับอาโอมิเนะ มันไม่ได้สร้างความประหลาดใจแก่เขาเท่าไหร่หรอก ในความเงียบงัน อาโอมิเนะก็หมดความอดทนและพูดขึ้น “ฉันจะวางสายแล้วนะ”

 

เขาควรจะตัดการติดต่อทันทีที่ได้ยินอาโอมิเนะพูดด้วยซ้ำ “อ่า”

 

เขากดปุ่มผิดปุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ และได้ยินเสียงโมโมอิตะโกนออกมา “ขอโทษที่โทรมากวนตอนที่เธอกำลังเสียใจนะ มิโดริน” โมโมอิร้องเสียงแหลม เขารู้สึกฉุน จ้องมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ “สู้ๆ! สายตัดไปเมื่อเขาเลื่อนนิ้วมือไปกดพร้อมๆกับที่ได้ยินเสียงอาโอมิเนะตะโกน “เงียบเหอะน่า!

 

เขาหวังว่าวันหนึ่ง ไอ้กร๊วกนั่นจะแพ้เข้าซักครั้ง

 

 

 

. . .

 

 

 

แล้วก็เป็นไปตามที่เขาปรารถนา , มิโดริมะคิด , ขณะเฝ้าดูการแข่งขันของเซย์รินและโทโอ แต้มห่างระหว่างสองโรงเรียนห่างออกไปเรื่อยๆ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะชนะอาโอมิเนะ “โมโมอิก็น่ากลัว” คิเสะเสริม ทั้งทีมมารุมล้อมรอบตัวเธอเมื่อเธอให้คำแนะนำเรื่องการเคลื่อนไหวของพวกเขา

 

“อย่าได้ดูถูกเธอเชียว”

 

เธอมีข้อจำกัดในการคิดเหมือนกัน แต่มิโดริมะก็ไม่ได้พูดออกไป ผู้เล่นแบบคุโรโกะสามารถเปลี่ยนทิศทางของเกมได้ แต่มันก็ยังไม่ได้เกิดขึ้นในตอนนี้ อาโอมิเนะโยนผ้าขนหนูไปที่เธอแล้วเดินกลับเข้าไปในสนาม พวกเขามองดูเธอโยนมันไปที่ม้านั่งด้วยความกราดเกรี้ยว เธอโยนกระเป๋าเขาให้ตกลงบนพื้นทันทีที่เขาโยนมันให้กับเธอ แล้วทั้งสองคนก็ตะคอกอย่างโมโหใส่กันและกัน “อ๋า จริงๆเล้ย พวกเขาดูเหมือนคู่ที่แต่งงานกันมานานแล้ว” คิเสะหัวเราะ

 

มิโดริมะแสยะปาก ใช่แล้ว คิเสะเข้ามาในทีมมอต้นช้ากว่าคนอื่น แต่แม้แต่เขาก็สามารถสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ประหลาด มันไม่ได้ทำให้เขาเป็นกังวล โมโมอิดูไม่มีความสุขถึงแม้ว่าคะแนนจะเพิ่มมาที่ฝั่งเธอ การแข่งขันจบลงแล้ว

 

มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า ความโชคดีทั้งหมดบนโลกนี้กำลังเข้ามาหาการแข่งขันของทั้งสองทีม มิโดริมะไม่ต้องการที่จะเจอทีมใดในสองทีมนี้อีกครั้งจนกว่าจะถึงการแข่งขันครั้งต่อไป

 

 

 

. . .

 

 

 

มิโดริมะจ้องมองอย่างตั้งใจไปที่ข้อความ

 

โทรศัพท์สีชมพูจะนำพาความโชคร้ายทั้งหลายทั้งมวลไปจากคุณ! มั่นใจว่าคุณมีมันไว้ใกล้ตัวตลอดทั้งวันของวันนี้ มันเหมือนเป็นของประดับน่ารักๆอย่างนั้นเหรอ? ไม่! มันจะต้องเป็นของที่ดึงดูดความสนใจต่อคนที่อยู่รอบกายคุณ! อะไรบางอย่างที่สำคัญกำลังจะเกิดขึ้นและคุณต้องการโชคดีทั้งหมดให้มาอยู่ที่คุณด้วยสิ่งนี้!

 

เด็กหนุ่มไตร่ตรอง จากนั้นก็เริ่มทำหน้านิ่วคิ้วขมวด มิโดริมะระงับตัวเองไม่ให้ถอนหายใจ และรู้สึกว่ากำลังจะเกิดอาการปวดหัวขึ้นมาในไม่ช้า มันเป็นวันอาทิตย์ ไม่มีการติดต่อมาจากโมโมอิตั้งแต่ชัยชนะของเขาเป็นหลักประกันตั้งแต่เมื่อคืน วินเทอร์คัพ มันดูไม่ปกติที่เธอจะไม่โทรมาเพื่อแสดงความยินดีกับเขา เขาเห็นเธอเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนกับคิเสะ เขาต้องการที่จะลงโทษหมาน้อยตัวนั้นที่มาฉี่บนรถลากของเขา แต่โมโมอิปกป้องเจ้าสุนัขตัวน้อยนั่นจากเขา อะไรบางอย่างมันดูเกิดขึ้นผิดที่ผิดทางไปหมดเมื่อมีเธออยู่รอบๆ มันเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาปฏิเสธที่จะไปส่งเธอกลับบ้านเมื่อเธอเป็นลม แล้วบอกให้คิเสะจัดการกับโชคร้ายทั้งหลายทั้งมวลที่กำลังเข้ามาหาเขา

 

คิ้วของเขาย่นเข้าหากัน ความตั้งใจของโมโมอิที่จะทำให้พวกเขากลับมาอยู่ร่วมกันเหมือนเดิมนั้นแข็งกล้ามาก ไม่จนกว่าสัญญาจะถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ อย่างน้อยเขาก็คาดหวังให้โมโมอิติดต่อกลับมาหาเขา ถึงแม้เขาจะรู้สึกซาบซึ้งสำหรับสิ่งนั้น เพราะว่ามันยากที่จะเผชิญหน้ากับเธอ มิโดริมะชั่งน้ำหนักความเป็นไปได้ เขาฉวยโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วทำการกดโทร

 

“ฮัลโหล?”

 

“คิเสะ โมโมอิกลับบ้านปลอดภัยไหม?”

 

“อ๋า มิโดริมัจจิ! ใช่แล้ว ฉันพาเธอไปส่งที่บ้าน เธอตื่นพอดีตอนที่ฉันกำลังพาเธอไปที่ถนน -

 

“เธอเป็นยังไงบ้าง?”

 

“ก็เหมือนโมมจจิคนเก่า” คิเสะหัวเราะร่วน “ยังไงก็ตาม ยินดีด้วยที่ผ่านรอบคัดเลือกวินเทอร์คัพนะ! ฉันรู้อยู่แล้วว่านายทำได้ ก็นายเป็นรองกัปตันของเราเมื่อก่อนนี่นา”

 

เมื่อพูดหยอกล้อกันจนพอแล้ว มิโดริมะก็ตัดสินใจ “เอาที่อยู่เธอมาให้ฉันที”

 

คิเสะเดาะลิ้น “ทำไมไม่ไปถามเธอเองเล่า? ฉันรู้นะว่านายมีเบอร์เธอ”

 

“ก็มันดูเหมือนว่าทุกครั้งที่ฉันโทรไปหาเธอ ไอ้บ้าอาโอมิเนะจะต้องเป็นคนที่รับสายทุกที ฉันต้องการที่จะคุยกับโมโมอิ”

 

“มัน...มันต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่นอนเลย” คิเสะพึมพำอย่างค่อนข้างขวัญอ่อน “แปลกนะ ว่าไหม”

 

จนถึงตอนนี้เขาเพิ่งมาสังเกต “คิเสะ ได้โปรด”

 

ความเงียบเข้าปกคลุมปลายสายของเขา “...มิโดริมัจจิ นายกำลังคิดอะไรอยู่งั้นเหรอ?”

 

“ฉันต้องการไปเยี่ยมเธอ”

 

“อ๋า...นายก็รู้ว่าอาโอมิเน็จจิอยู่แถวบ้านเธอใช่ไหม?”

 

มันไม่ทำให้ความตั้งใจของเขาเปลี่ยนไป “มันไม่ใช่ปัญหา ฉันต้องการรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน”

 

คิเสะถอนหายใจเสียงดัง “เรื่องมันจะเป็นปัญหาน่ะสิ มิโดริมัจจิ”

 

“นายมันยุ่งยากชะมัด”มิโดริมะขบฟัน นิ้วมือของเขากำรอบมือถือแน่นจนแทบจะบดขยี้มันจนพังแล้ว

 

“นี่ ฟังนะ ฉันแค่พยายามอยากจะช่วยนายก่อนที่จะ, เอ๋? .... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

 

ความอดทนของเขาลดลงทุกที การคุยกับคิเสะต้องการความอดกลั้นอย่างมหาศาล เขาเย้ยหยันกลับไป “ฉันไม่เห็นว่าการไปเยี่ยมเธอจะทำให้ฉันเป็นอันตรายตรงไหน”

 

“ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น...เอ่อ ฉันก็ไม่คิดว่านายจะทำอะไรแปลกๆหรอก” เขาพูดเสริมด้วยความกรุ่นโกรธ มิโดริมะยกมือถือออกมาแล้วจ้องมองที่หน้าจอ คิเสะกำลังพูดวกวนไปเรื่อย “ทำไมมันต้องมาเกิดขึ้นตอนนี้พร้อมๆกันด้วยน้า? นายก็รู้ใช่ไหมว่านายต้องการร่างกายที่พร้อมเต็มที่สำหรับการแข่งขัน การจัดลำดับความสำคัญของนายมันทะแม่งๆนะ”

 

เขาไม่ตอบคำถามเหมือนปกติ “คิเสะ ที่อยู่”

 

คิเสะถอนหายใจและส่งเสียงบ่นมาทางโทรศัพท์ มีเสียงเปิดหน้ากระดาษไปมาและเสียงกดปุ่มโทรศัพท์ “ก็ได้ ฉันเชื่อว่านายจัดการได้ ฉันจะส่งที่อยู่ในนายเดี๋ยวนี้แหละ แค่บอกฉันว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น โอเคไหม? ฉันกำลังวางแผนทำอะไรบางอย่างกับโมมจจิและถ้ามันทำให้เรื่องแย่ลง ฉันคงต้องจัดการ” มิโอริมะทำให้ให้สงบและรอเสียงกริ้งเพื่อที่จะบอกว่าข้อความเข้า “โอเค ได้รึยัง?”

 

เขายกมือถือออกมาแล้วจ้องมองข้อความ “ได้แล้ว ขอบคุณมาก คิเสะ”

 

“อื้ม โชคดีนะ!

 

“ไปตายซะ”

 

“อะ-

 

ก่อนที่จะวางสาย มิโดริมะสาบานได้ว่าเขาได้ยินคิเสะตะโกนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับอาโอมิเน็จจิ และโชคร้าย

 

 

 

. . .

 

 

 

เขาเคาะประตูสั้นๆ มันเปิดออกซักพักหลังจากนั้นและเขาก็เริ่มพูดทันที “ฉันต้องการคุยกับเธอ”

 

“มิโดริน” เธอพูดด้วยความตกใจ “เธอรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่?” เด็กหนุ่มไม่ตอบ เขาจ้องมองข้ามไปที่ห้องนั่งเล่นที่อยู่ด้านหลังของเธอ โมโมอิสังเกตเห็นและเธอก็เปิดประตูให้กว้างขึ้น “เข้ามาก่อนไหม?”

 

“ฉัน...” ไม่มีการปรากฏให้เห็นของโทรศัพท์สีชมพูของเธอ “อืม”

 

“มีอะไรงั้นเหรอ?”

 

มิโดริมะถอดรองเท้าของเขาออก ไม่มีอะไรพิเศษมากกว่ารองเท้าผู้ชายที่วางอย่างไม่เรียบร้อย เขาไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าพ่อแม่ของเธอจะอยู่บ้าน เด็กหนุ่มยังคงยืนอยู่ที่เดิม “โมโมอิ พ่อแม่เธออยู่บ้านหรือเปล่า?”

 

เด็กสาวมองข้ามไหล่ตัวเองกลับมาด้วยนัยน์ตาเบิกกว้าง “ไม่อยู่หรอก พวกท่านออกไปทานอาหารกลางวันกับเพื่อน เข้ามาเถอะ ฉันจะชงชาให้”

 

มันดีที่สุดที่เขาจะเข้ามาเอาสิ่งที่ต้องการแล้วไป มิโดริมะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า บ้านเงียบสงัด ปล่อยให้โมโมอิเล่นบทบาทเจ้าของบ้านไป มันง่ายกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก มันดูไม่สุภาพถ้าจะถามเธอตรงๆเพื่อถามหาของของเธอ ดังนั้นมิโดริมะจึงตอบกลับไป “ขอบคุณมาก”

 

เธอพาเขามาที่ห้องนั่งเล่น แล้วเด็กหนุ่มก็นั่งลง โมโมอิเดินไปที่ห้องครัว เตรียมชา เขาสังเกตเห็นแก้วที่ว่างเปล่าใบหนึ่งและแม็กกาซีนเป็นตั้งที่วางอยู่บนโต๊ะ มีบางเล่มเปิดอยู่ วางเปิดอย่างชุ่ยๆอยู่บนโซฟา - บาสเก็ตบอล, เขาเห็นเป็นอย่างนั้น เธอยังคงปวารณาตัวให้แก่กีฬา แต่ก็ต้องยอมรับ เธอเป็นผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม อาคาชิมีสายตากว้างไกลที่จะค้นหาความสามารถของคน เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงคว้าชัยชนะได้ตั้งแต่การเริ่มเล่นด้วยกันครั้งแรกๆนั่นก็เพราะเธอ “เธอเป็นผู้จัดการทีมโทโอ?”

 

“ใช่แล้วล่ะ โทโอตอบรับฉันเป็นผู้จัดการของพวกเขาและฉันก็ต้องทำงานเต็มที่ ทีมนี้ต่างออกไปนะ แต่พวกเขาก็สนุกบ้างบางครั้งบางคราว มันไม่ยากเท่าไหร่หรอก ถึงแม้ว่าอาโอมิเนะคุงจะทำให้เรื่องมันยากซักหน่อยก็เถอะ” เธอพูดเสริมด้วยคำเปรยถึงความระคายเคือง “แต่ฉันก็ยังคงรักบาสเก็ตบอล”

 

มิโดริมะตอบกลับคำพูดของเธอ เขาเสริมประโยคที่คลุมเครือเข้าไปบ้างเป็นบางครั้ง “ฉันรู้” และ “อย่างนั้นเหรอ” เพื่อบ่งบอกว่าเขากำลังฟังเธออยู่ มันแจ๋วมากที่เธอเอาแต่พูดเจื้อยแจ้วอยู่คนเดียวและมิโดริมะก็ดูออกว่าคำพูดของเธอมักจะเปรยซ้ำๆถึงอาโอมิเนะ  มันไม่ได้ทำให้เขาประหลาดใจนักหรอก เขาโชคร้ายที่ได้รู้จักกับไอ้คนเห็นแก่ตัว ขี้เกียจ อวดดีอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่ไว้ใจได้อย่างน่าประหลาดใจก็เถอะ มิโดริมะไล่ความคิดออกจากหัวแล้วลุกขึ้นยืน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคิดถึงไอ้หมอนั่นเลย เขามองข้ามไหล่ตัวเองไปเพื่อที่จะเห็นการเคลื่อนไหวที่ดูไม่อยู่กับร่องกับรอยของโมโมอิในห้องครัว

 

น้ำเสียงของเธอสูงแหลมขึ้น บ่นเกี่ยวกับที่เขาทำได้เพียงแต่อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเรื่องลามกและการอาบน้ำ อ่า...พูดถึงอาโอมิเนะอีกแล้ว โมโมอิช่างเป็นแม่พระซะเหลือเกิน อายุเพียงสิบหกปี เธอก็ยังคงรักษาความสะอาดและสุขอนามัย “แล้วฉันก็บอกเขาว่า...”

 

เยี่ยม - เธอยังคงสาละวนอยู่กับการทำงาน ตาของเขาสอดส่องไปที่ชั้นหนังสือ ไม่มีอะไรเลย เขาเปิดลิ้นชัก ไม่มีโทรศัพท์สีชมพู มันเป็นไปไม่ได้แน่ๆที่คนอย่างโมโมอิจะทิ้งข้าวของของเธอเอาไว้ในที่โล่งๆในขณะที่แขกและครอบครัวสามารถเข้าออกได้เป็นประจำ เสียงที่ดังขึ้นเรียกความสนใจของเขาให้กลับไปที่ห้องครัว โมโมอิกำลังทำเสียงปึงปังอยู่กับภาชนะ ใบหน้าแดงก่ำขึ้นเมื่อเธอยังคงพูดต่อไป มิโดริมะแสยะปาก

 

เขามองไปด้านหลังของกรอบรูปครอบครัว เขาเช็คที่เบาะรองนั่ง มิโดริมะขบกรามแน่น เขาจับมือถือของเขาเอาไว้ ที่สุดท้าย รอก่อน เขามองกลับไปที่โมโมอิ เห็นว่าเธอใกล้จะเสร็จแล้ว สุดท้ายเธอก็เดินออกมา ยื่นแก้วชาให้เขา มิโดริมะพึมพำคำขอบคุณ เขาพยายามอย่างยวดยิ่งที่จะไม่จ้องมองไปที่เครื่องดื่มสีแปลกๆในมือ เด็กหนุ่มนั่งลง เพิกเฉยต่อสายตาแสดงคำถามของเธอ เขาขยับแว่นด้วยการดันปลายนิ้ว “ฉันต้องการปรึกษาเธอในที่ส่วนตัว”

 

โมโมอิรอให้เขาพูดต่อ แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้ เธอกระพริบตา “อ๋า งั้นไปที่ห้องฉันไหม?”

 

เขายืนขึ้น “ถ้าเป็นไปได้”

 

มิโดริมะจ้องมองอย่างสุภาพเมื่อเธอเดินนำเขาไปก่อน ท่อนขาที่เพรียวยาวและในทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหว มันก็ไม่ได้ร้อนเท่าไหร่ในบ้านหลังนี้ เขาคิด ทำไมเธอต้องสวมกางเกงที่สั้นอย่างน่าหัวเราะแบบนั้นด้วยล่ะ? และอีกครั้ง บางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่เย้ายวนใจอย่างไม่ต้องสงสัยเพื่อที่จะทำให้ลูกทีมของเธอพากันโชว์ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ ขั้นบันไดปรากฏให้เห็นเป็นทางเดินพาไปสู่ชั้นสอง ที่เห็นสิ่งแรกคือโต๊ะที่ตั้งอยู่ เขามองกราดอย่างรวดเร็ว ไม่พบอะไรเลย แล้วก็เลิกสนใจ

 

เธอผลักบานประตูให้เปิดออกแล้วก็ทำอะไรปึงปังด้วยความวุ่นวาย เขารอจนกว่าเธอเดินมาแล้วบอกให้เขาเข้าไปได้ เด็กสาวส่งสายตาเชิงขอโทษให้แก่เขา มิโดริมะนิ่วหน้า จากนั้นสายตาของเขาก็มองเข้าไปเห็นห้องที่ดูเป็นผู้หญิงเหลือเกิน ทุกอย่างถูกตกแต่งด้วยสีสันสีชมพู บางส่วนมีของตกแต่งอยู่ตามผนังและพื้นที่ของโต๊ะ รูปถ่ายจากโรงเรียนมัธยมต้นเทย์โควกระจัดกระจายอยู่ตามกระดานที่ติดกับผนัง

 

โมโมอิยืนอยู่ตรงหน้าตู้เสื้อผ้าของเธอด้วยความเป็นกังวล เขามองตรงไปที่เตียงของเธอ ที่ซึ่งเรียกความสนใจของเขาไปได้ทั้งหมด ด้วยความช็อก เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มและผิวสีแทนปรากฏให้เขาเห็นอยู่ในสายตา อาโอมิเนะฝังตัวอยู่ในผ้านวมของเธอ หลังของเขาถอยกลับไปชนประตูโดยอัตโนมัติ เขาควรจะรู้ก่อนหน้านี้ “เอาหมอนี่ออกไป โมโมอิ”

 

นัยน์ตาของเธอดูลนลานเมื่อจ้องไปที่คนที่กำลังหลับอยู่ “อ๋า...” เธอกัดริมฝีปากตัวเอง มิโดริมะประหลาดใจว่าทำไมเธอจึงลังเล และเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้เด็กหนุ่ม แสดงท่าทางว่าเธอกำลังจะปีนขึ้นไปบนเตียงเธอก็ดูเครียดขึ้นมา มือของเธอยื่นออกไปเขย่าตัวเขา “อาโอมิเนะคุง ตื่นเถอะ” เขาถูกกวน และกำลังงึมงำในคอ “ตื่นได้แล้ว!” มิโดริมะไม่สามารถมองเห็นได้ แต่เขาก็สงสัยในท่าทีการผลักและดึงภายใต้ผ้าห่ม “มิโดรินอยู่ที่นี่นะ!

 

โมโมอิถอยกลับอย่างทันทีทันใด อาโอมิเนะลุกขึ้นนั่ง อ้าปากหาว “มิโดริมะ?” เขาพึมพำ “นายต้องการอะไร?”

 

เด็กหนุ่มผมสีเขียวจ้องมองกลับไปที่อดีตเพื่อนร่วมทีมอย่างก้าวร้าว “ต้องการให้นายออกไป”

 

อาโอมิเนะเลิกคิ้ว “ไม่” เขาตอบ จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้งและปิดตา “ฉันอยู่” มิโดริมะเครียด “นายไป”

 

“นี่ไม่ใช่บ้านของนาย” มิโดริมะขบฟัน

 

อาโอมิเนะไม่สนใจเขา “ทำไมถึงให้หมอนี่เข้ามาที่นี่ ซัทสึกิ?”

 

“เขามาเยี่ยม-

 

“โมโมอิ เธอจะช่วยไปเดินเล่นกับฉันหน่อยได้ไหม?”

 

มันฟังดูไม่เหมือนการเชิญชวน อาโอมิเนะเปิดตาขึ้น แล้วก็มองมาที่เขาอย่างเต็มตา โมโมอิส่งเสียงฮัมในลำคอแล้วส่งสายตาเตือนไปให้เขา “แน่นอน มิโดริน ขอเวลาให้ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแปปนึงนะ”

 

อาโอมิเนะลุกขึ้นนั่ง ยกมือขึ้นยีผมสั้นของตัวเอง “มันไม่ใช่ทุกวันที่นายจะอยากมาคุยกับพวกเรา”

 

มันแปลกประหลาด อาโอมิเนะกำลังพูดโดยใช้คำว่า พวกเรา ทั้งๆที่มิโดริมะมั่นใจว่าเขาต้องการมาหาแค่โมโมอิ “มันไม่ใช่เรื่องของนาย”

 

อาโอมิเนะส่งเสียงฮึดฮัดแสดงความไม่พอใจ เหวี่ยงผ้านวมสีชมพูออกไปด้านข้าง มิโดริมะคิดว่าเขาได้ยินเสียงคำพูดที่ชวนเจ็บปวดจากอาโอมิเนะ เขาพยายามที่จะทำใจให้เย็นลง “ยังเลียแผลตัวเองหลังจากแพ้เท็ตสึอยู่เหรอ?”

 

“อาโอมิเนะคุง!

 

มันเสียดแทงประสาทนึกคิดของเขา “ไม่ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์มันจะคาดไม่ถึง แต่ฉันก็ไม่คิดจะย้อนกลับไปนึกถึงมันแล้ว วินเทอร์คัพจะเป็นตัวตัดสินความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพวกเรา”

 

เขาส่งเสียงหัวเราะเสียงดัง “นายคิดว่านายจะไปได้ถึงรอบสุดท้ายจริงๆเหรอ?”

 

“อย่างที่ฉันพูดไป นายไม่ได้เล่นแม้กระทั่งรอบสุดท้ายของอินเตอร์ไฮด้วยซ้ำ”

 

“นั่นมันเพราะซัทสึกิ” เขาถูกทำให้ติดกับ “ฉันจะ..”

 

“อาโอมิเนะคุง” โมโมอิเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ “ถ้าเธอต้องการที่จะโยนความผิดมาให้ฉัน ถ้างั้นฉันจะไม่มาเจอหน้าเธออีกเลย!

 

เขาถลึงตา แต่ก็ดูแปลกที่ถูกตำหนิ มิโดริมะมองไปทางอื่นเพราะเขาไม่ต้องการเข้าไปข้องเกี่ยวอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับสองคนนั้น มันชวนปวดหัวมากในช่วงมอต้น

 

 

 

. . .

 

 

 

โมโมอิช่างล่อลวงอาโอมิเนะมาที่ห้องสมุดได้อย่างประหลาด

 

พวกเขามองดูจากระยะไกล มันน่าจะประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วที่พวกเขาเจอสองคนนี้ โมโมอินั่งอยู่ตรงข้ามเด็กหนุ่ม พลิกกระดาษและหนังสือไปมา อาโอมิเนะมองตามด้วยความสะอิดสะเอียน เขาคงจะพูดพึมพำอะไรบางอย่างที่เธอไม่ชอบเพราะเธอแกว่งขามาเตะเขาใต้โต๊ะ เขาไม่แม้แต่จะสะดุ้ง แล้วแทนที่โดยการดุนเท้าของเขาเข้ากับเท้าของเธอ ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็แนบศีรษะลงกับโต๊ะ มิโอริมะเย้ยหยัน “พวกเราอยู่ห้องเดียวกันแต่อาโอมิเนะก็ยังผ่านการสอบมาได้ เขาหลับทั้งวัน”

 

อาคาชิมองไปบ้าง “ผู้เล่นของเราต้องประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องการเรียนเช่นกัน โมโมอิมีความสามารถพิเศษที่เป็นข้อยกเว้น”

 

เธอเป็นอย่างนั้นจริงๆ มิโดริมะคิด เมื่อเธอผลักไหล่ของอาโอมิเนะจากอีกฝั่งของโต๊ะแล้วสอดหนังสือเข้ามาระหว่างพื้นที่ว่าง “อย่างน้อยก็อ่านนี่ให้จบก่อนจะนอน” เธอส่งเสียงขู่ฟ่อ

 

อาโอมิเนะถอนหายใจเสียงดังแล้วยืดตัวนั่ง ประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน เขาวางศีรษะลงบนมือข้างหนึ่งแล้วกวาดตามองหนังสือที่ถูกยัดเยียดมาให้เขา มืออีกข้างก็พับขอบกระดาษไปพลาง ขาทั้งสองข้างของเขาอ้าออก เพื่อให้โมโมอิได้เหยียดขาของตัวเองไว้ระหว่างขาของเขา ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายสำหรับใครก็ตามที่ไม่ชอบการอ่านหนังสือ มิโดริมะสังเกต “เขากำลังตั้งใจเรียนจริงๆ” มิโดริมะพึมพำ

 

“ไม่หรอก” อาคาชิพูดเสียงเบา “มันโชคร้าย โมโมอิ” เขาเรียก แทบจะไม่ได้เพิ่มระดับเสียง แต่โมโมอิก็ได้ยินและรีบหันมาเมื่ออาคาชิเดินเข้ามาใกล้เธอ ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากถาม อาคาชิก็พูดขึ้น “มันจะดีกว่านี้ถ้าพาเขาไปอ่านหนังสือที่อื่น ปิดหนังสือแล้วไปเจอพวกเราข้างนอก”

 

ด้วยสายตาแสดงความสับสน แต่ก็ปฏิบัติตามคำบอกของเขา เพราะกัปตันของพวกเขาฉลาดล้ำอย่างไม่น่าเชื่อ โมโมอิเดินตามไปที่เก้าอี้ของอาโอมิเนะ มิโดริมะเฝ้ารออย่างเปิดเผย เธอพาดตัวข้ามไหล่ของเขา และอาโอมิเนะก็สะบัดเส้นผมสีชมพูที่ทิ้งตัวลงที่ไหล่ของเขา จากนั้นโมโมอิก็กรีดร้องและคว้าเอาแม็กกาซีนที่อยู่ภายในหนังสือ “เธออ่านนี่อยู่อีกแล้วนะ อาโอมิเนะคุง!

 

มิโดริมะค่อนข้างประหลาดใจว่าเมื่อไหร่ที่โมโมอิเริ่มเรียกเขาแบบนั้น แต่มันก็ไม่แย่เท่ากับการที่อาโอมิเนะกำลังเดินตามกัปตันของพวกเขาออกไปข้างนอกห้องสมุด เขาและเธอต้องเริ่มตีกันข้างนอกอย่างแน่นอน

 

น่าประหลาดใจ คิเสะ คุโรโกะ และมุราซากิบาระยืนอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน พวกเขาต้องการจะไปที่ร้านสะดวกซื้อ คิเสะอธิบาย อาคาชิเพียงแค่อนุญาตหลังจากสั่งสอนพวกเขาและพวกเขาพยักหน้าเชื่อฟังพร้อมจะปฏิบัติตาม แล้วอาคาชิก็จากไป “เขาต้องการแค่นี้ใช่ไหม? ไม่มีปัญหา” คิเสะพยักหน้า เสียงทะเลาะกันโหวกเหวกดังขึ้นด้านหลังของพวกเขาทำให้ทั้งหมดหันกลับไปมอง “อ๋า ในที่สุดพวกเธอก็มา! โมมจจิ! อาโอมิเน็จจิ! พวกเรากำลังจะไปร้านสะดวกซื้อไปกินไอติม ไปด้วยกันไหม?”

 

“ฉันจะไป” โมโมอิพูดด้วยน้ำเสียงมีความสุข เดินไปข้างหน้า “แต่ไปได้แปปเดียวนะ อาโอมิเนะคุงต้องมีคนช่วยคุมอ่านหนังสือ”

 

“ฉันจะกลับบ้าน” เขาบอกกับทุกคน พร้อมกับอ้าปากหาว

 

คุโรโกะดึงความสนใจทั้งหมดของเธอไปตั้งแต่ที่เธอสังเกตเห็นเขา เธอวิ่งเข้าไปคว้าแขนเสื้อของเด็กหนุ่มผู้จืดจาง “เท็ตสึคุง!

 

“สวัสดีครับ โมโมอิซัง”

 

อาโอมิเนะมาปรากฏตัวข้างๆเธอและดึงแขนเธอออกจนเธอถอยออกมาอยู่ข้างๆ คิเสะกระพริบตา พยายามจดจำว่าเขาเคลื่อนไหวร่างกายได้เร็วแค่ไหน มิโดริมะสามารถมองเห็นท่าทีแสดงความชื่นชมของคิเสะที่มีต่ออาโอมิเนะได้อย่างจริงใจ “ฉันจะไปรอที่บ้านเธอ” มิโดริมะได้ยินอาโอมิเนะพึมพำ “เธอจะกลับมาเมื่อไหร่?”

 

“งั้นเอากระเป๋าฉันกลับไปด้วยกับเธอ แล้วเธอจะกลับไปเลยก็ได้” โมโมอิส่งเสียงขู่ฟ่อ

 

เขาทิ้งตัวหนักลงที่เธอ “เธอก็รู้ว่าความสนใจในการเรียนของฉันมันพอพอกับการมองเห็นเท็ตสึในการแข่ง”

 

เธอดิ้นรนภายใต้อ้อมแขนของเขา “อ๋าห์! ถ้าเธอจะอยู่นาน บอกคุณน้าด้วยว่าเธออาจจะมาค้างที่บ้านฉัน แล้วก็ตั้งใจอ่านหนังสือด้วย!

 

“ตามที่เธอต้องการ”

 

“สองคนนั้นกระซิบกระซาบอะไรกันอ่ะ?”

 

“เขาทำตัวขี้เกียจ/ห้องเธอว่าง” ทั้งคู่พูดขึ้น

 

โมโมอิอ้าปากค้างแล้วผลักเขาออกไป “มัน...มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ เท็ตสึคุง จริงๆนะ!

 

อาโอมิเนะกลอกตา ฉวยเอากระเป๋าเธอไป แล้วเริ่มเดินจากไป “เออ เออ ฉันจะเอานี่ไปทิ้งไว้ที่ห้องเธอเมื่อฉันไปถึงละกัน”

 

“อย่านอนบนเตียงฉันอีกนะ อาโอมิเนะคุง! เธอต้องอ่านหนังสือนะ อ๋า ดะ...เดี๋ยวก่อนนะ เท็ตสึคุง อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ!

 

และนั่งเป็นสิ่งที่มิโดริมะไม่อยากจะเป็นพยานผู้พบเห็นอีกเลย

 

 

 

. . .

 

 

 

“อาคาชิกำลังรอพวกเราอยู่ มันจะดีที่สุดถ้าไม่ทำให้เขาผิดหวัง”

 

“หืม นายคิดว่าฉันจะแพ้อย่างนั้นเหรอ? ซัทสึกิ นั่นมันทำให้ก้นเธอดูใหญ่ขึ้นนะ” เขาพูดขึ้น ตามองตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า

 

เธอโยนอะไรบางอย่างใส่เขา มิโดริมะพยายามทำตัวให้สงบ “นายแค่เคยเจอกับคิเสะและคุโรโกะ อาคาชิเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัว ฉันเห็นภาพนายแพ้เลย”

 

“นายไม่เคยไปจนถึงรอบไฟนอลลีคด้วยซ้ำ” อาโอมิเนะหัวเราะเยาะ มิโดริมะเริ่มรู้สึกฉุนเฉียว ทำไมเขาจะต้องพูดถึงเรื่องที่เขาแพ้เซย์รินทุกครั้งเลยงั้นเหรอ? “โชคดีใช่ไหมที่นายชนะเมื่อวานและได้เข้าไปแข่งวินเทอร์คัพ หือ? แต่โชคดีของนายกำลังจะหายไปแล้วล่ะ”

 

ไม่หรอก มิโดริมะอยากจะตอบกลับไป เขามาที่นี่ก็เพราะเหตุผลนี้ ก็ใช่น่ะสิ

 

“เดี๋ยวสิ เธอชนะเหรอ? ว้าว ดีใจด้วยนะ!” มิโดริมะเกือบจะหลุดออกจากท่าทีสงบของตัวเองเมื่อรู้สึกถึงร่างกายนุ่มนิ่มที่พุ่งเข้าหาเขา และร่องรอยจางๆสีชมพูที่ปรากฏบนแก้มของเขา “ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องทำได้ มิโดริน!” เขารู้สึกว่าศีรษะของเธอหันไปทางอื่น “เราควรจะอยู่ต่อ เห็นไหม อาโอมิเนะคุง! มันเป็นความผิดของเธอที่ออกไปก่อนแล้วทำให้เราพลาดการแข่งของเขา”

 

มิโดริมะรู้สึกเครียด เขาไม่ชอบการอยู่ใกล้ชิดกับใครก็ตาม “ไม่มีประโยชน์ที่จะดู” อาโอมิเนะคำรามมาจากทางด้านหลัง

 

“นั่นมันใจร้ายนะ อาโอมิเนะคุง” โมโมอิพูดสวนกลับไป รัดมือของเธอรอบเขาแน่นขึ้น มิโดริมะรู้สึกแน่น “ให้กำลังใจเพื่อนเป็นสิ่งที่ควรทำ ใช่ไหม มิโดริน? ฉันรู้ว่าเธอมาดูโทโอในการแข่งขันครั้งสุดท้าย”

 

มือของเขาแนบลงบนผิวของเธอเพื่อดันเธอออก อะไรบางอย่างกำลังทิ่มแทงเขา คล้ายกับอำนาจมืด เขาสกัดกั้นความกลัวที่กำลังถูกกระตุ้น เขาไม่ได้มอง แต่มิโดริมะสามารถรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมากมายจากสายตาของอาโอมิเนะ เขาถอยออกไปแล้วเขยิบไปยืนที่ประตู โมโมอิยู่ปาก “ใช่ โมโมอิ” เขาตอบกลับไปโดยไม่มีเหตุผล

 

“ฉันขอเวลาแปป จะเสร็จแล้วแหละ” เธอพูด ใจดีเหมือนนางฟ้าอย่างเคย

 

มิโดริมะรู้สึกเหมือนถูกเขย่าให้ตื่นจากภวังค์ เขาเกือบจะลืมจุดประสงค์ของเขาไปแล้ว ถ้าไปการไปเดินเล่นบรรลุผลล่ะ? ไม่มีใครเอาโทรศัพท์ขึ้นมาตอนที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่หรอก และโมโมอิก็น่าจะออกไปข้างนอกที่สนาม แล้วถ้า อาโอมิเนะไปกับพวกเขาด้วยและท้าเขาแข่งล่ะ? มิโดริมะรู้จักสองคนนี้ดี เขาพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”

 

โมโมอิหันหลังกลับ ปล่อยมือออกจากผมของเธอ “อ่า โอเค” เธอปิดประตูตู้เสื้อผ้าและพิงมัน “งั้น เอ่อ อาโอมิเนะคุง ไปรอข้างล่างซักแปปได้ไหม ฉันมีเรื่องจะคุยกับมิโดริน”

 

“ฉันไม่อยากไป”

 

“ออกไป”

 

“ไม่”

 

“นี่ห้องฉันนะ”

 

“ฉันไม่ไป ซัทสึกิ”

 

มิโดริมะดึงความสนใจของเธอกลับมาโดยการเดินไปนั่งที่โซฟา เธอหันหลังกลับไปมองอาโอมิเนะ ก่อนที่ปากของเธอจะอ้าออกอีกครั้ง เมื่อเขาเลื่อนสายตาไปมองกองเสื้อผ้าที่วางอยู่บนเก้าอี้ “เธอวางแผนจะไปไหนงั้นเหรอ?”

 

“โอ้” โมโมอิจ้องมองไปที่กระเป๋าเดินทางที่เปิดอยู่บนพื้นครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มอย่างเอียงอายชวนให้มิโดริมะต้องกระพริบตาแล้วมองไปทางอื่น “ก็แค่ทริปไปเที่ยวกับทีมที่น้ำพุร้อนน่ะ”

 

“...อ่าฮะ” ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ต้องการ แต่ถ้าเขาเห็นมัน อาโอมิเนะจะต้องรู้แน่ๆว่าอะไรอยู่ในกระเป๋า

 

“โอ้ ฉันนึกออกแล้ว ฉันมีอะไรให้เธอดูด้วยแหละ มิโดริน” เธอพูด เดินกลับไปที่เตียงของเธอ เด็กสาวตบมือของอาโอมิเนะที่พยายามจะเอื้อมมือมาหาเธอ มิโดริมะรู้สึกตกใจ เขาไม่ต้องการรู้ว่าอาโอมิเนะพยายามจะทำอะไร “แต่ทุกคนก็รีบแยกย้ายกันไปหลังพิธีจบการศึกษา รอเดี๋ยวนะ ฉันแน่ใจว่าฉันเก็บไว้ตรงนี้นี่นา..” เธอรื้อหาของในลิ้นชัก หยิบเอากระดาษและของชิ้นเล็กๆหลายชิ้นออกมา แล้วหนึ่งในนั้นก็ดึงเอาความสนใจของเขาไปเต็มๆ “โอ้ นี่มันโทรศัพท์เก่าฉันนี่นา”

 

เขากระตุก “ฉันขอยืมวันนึงได้ไหม?”

 

โมโมอิลังเล “แต่มันพังแล้วนะ”

 

เขาพยายามที่จะปิดบังอาการตื่นเต้นของตัวเอง “ไม่เป็นไร”

 

“มันอาจจะเป็นลักกี้ไอเทมของเขา” อาโอมิเนะพูด ลุกขึ้นนั่ง “ให้หมอนี่ยืมและหมอนี่ก็จะไปเอง ซัทสึกิ”

 

เธอจ้องมองที่โทรศัพท์ “อย่างนั้นเหรอ มิโดริน?”

 

ไม่มีเหตุผลที่ต้องโกหก “อืม”

 

“เธอน่าจะบอกตั้งแต่แรกสิ” โมโมอิพุ่งเข้าหาเขาและจับมือเขาเอาไว้ “แน่นอนฉันจะให้ยืม! ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ฉันคิดว่าเธอมาที่นี่เพราะ...” เขาพยายามคิดหาคำพร้อมๆกับที่ดึงมือออก แต่เธอรวบมือเขาแน่นจนแทบจะหัก เขาสะดุ้งและเธอมองลงมา “มิโดริน! นิ้วมือเธอ...”

 

ผ้าพันแผลพันอยู่รอบปลายนิ้วมือของเขา “ไม่มีอะไร”

 

“อ่ะ นี่จ้ะ เอามาคืนเมื่อไหร่ก็ได้ที่เธอต้องการ โอเคไหม?”

 

“ขอบคุณมาก โมโมอิ” แต่จากนั้นเธอก็หัวเราะให้เขา และมิโดริมะต้องพยายามทำให้เขากลับมาสู่สมดุลของตัวเองอีกครั้ง อ่า ใช่แล้ว เขาจำได้ โมโมอิเป็นคนที่ทั้งทีมรักใคร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ที่พวกเขาแยกจากกันไป แต่มันทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออกและรู้สึกไม่เหมาะสมที่จะพิจารณาว่าร่างกายของเธอเติบโตขึ้น นั่นจึงทำให้มิโดริมะผละเธอออกไป เขากระแอม “อ่าฮะ เอ่อ...งั้นเท่านี้แหละ โมโมอิ”

 

เธอยิ้มให้เขาอย่างจริงใจและถอยกลับมา “ติดต่อกันบ้างนะ มิโดริน”

 

ไม่ เขาคิดในใจด้วยความรวดเร็ว “อาโอมิเนะ” เขาพูด “ฉันจะไปเจอนายในวินเทอร์คัพ” อาโอมิเนะมองเขาและเดินตามพวกเขามาหยุดอยู่ที่บันไดทางลงไปข้างล่างบ้าน เด็กหนุ่มผิวคล้ำยกแขนขึ้นเกยกับกรอบประตู โฉบแขนอีกข้างรอบโมโมอิจากด้านหลัง รอยยิ้มปีศาจที่มุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขานั่นทำให้มิโดริมะไม่อยากจะคิดถึง “โชคดี โมโมอิ”

 

“มิโดริน” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มจางๆ “เธอก็เหมือนกันนะ”

 

“อย่าพยายามแพ้ใครอีกล่ะคราวนี้” อาโอมิเนะตัดบท โมโมอิถองข้อศอกเข้าใส่เขา “มันเจ็บนะ” เขาพูดเป็นเสียงโทนเดียว “เธอต้องพยาบาลร่างกายฉันเลยถ้าฉันเล่นไม่ได้”

 

“ทำตัวให้มันดีดีหน่อยได้ไหม” โมโมอิขู่ฟ่อ

 

“ฉันก็ทำอยู่” เขาตอบกลับ “หมอนี่โชคดีที่ฉันไม่ทำอะไรอย่างอื่น”

 

“อะไร!?”

 

อาโอมิเนะเบือนสายตามามองเขาและก็มองผ่านไป “ช่างมันเถอะ”

 

โมโมอิกระทุ้งคนตัวสูงกว่าอีกครั้งแล้วเดินออกไปห่าง “ขอโทษนะ มิโดริน”

 

เขาอยู่เดินลงมาครึ่งทางเกือบจะถึงข้างล่างแล้ว “เธอไม่จำเป็นต้องขอโทษ โมโมอิ ฉันแค่หวังว่าทุกอย่างจะไปได้สวยสำหรับเธอ ฉันจะไปเจอเธอในวินเทอร์คัพ”

 

และเมื่อเขาหันกลับไป คาดหวังว่าจะได้เจอใบหน้าของโมโมอิที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา และอาโอมิเนะที่มีท่าทีเบื่อหน่าย มันกลับว่างเปล่า ประตูยังคงถูกปล่อยให้เปิดเอาไว้และมิโดริมะเห็นเธอรีบวิ่งขึ้นไปตามบันไดและตะโกน “อย่าแตะต้องข้าวของของฉันนะ ไอ้คนลามก! วางมันลงเดี๋ยวนี้”

 

“เธอไปได้มันมาเมื่อไหร่เนี่ย แม่งเอ้ย โคตรยั่วเลยว่ะ-

 

“เงียบเดี๋ยวนี้นะ อาโอมิเนะคุง!

 

“ไม่เห็นจำเป็นต้องเอาไปเลย ห้องอาบน้ำมันแยกกัน จำไม่ได้เหรอ?”

 

“อย่าทำเหมือนว่าฉันกำลังวางแผนทำอะไรได้ไหม? เดี๋ยวนะ มิโดรินทิ้งนี่เอาไว้...อะไรละนี่? หา? มันต้องเป็นลักกี้ไอเท็มสำหรับฉันแน่ๆเลย อาโอมิเนะคุง หยุดมองข้าวของของฉันซักที!

 

 

 

 

. . .

 

 

 

“นายได้ของที่ต้องการมาแล้วใช่ไหม?” ทาคาโอะถามฮึดฮัด พยายามปั่นลากเอาจักรยานพ่วงรถลากให้ไปข้างหน้า

 

มิโดริมะเล่นมือถือในมือ “ฉันได้มาแล้ว”

 

“ใช่สองคนที่เราเห็นเดินด้วยกันหลังจบการแข่งขันหรือเปล่า?”

 

ไม่มีใครจำอาโอมิเนะ ไดกิ ผิดถึงแม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มฝูงชนที่กำลังเร่งรีบ รวมถึงเด็กสาวแสนสวยที่เร่งรีบตามจับเขา ปล่อยให้ทาคาโอะมองตามจากระยะไกลๆ "ใช่"

 

“ใครจะเชื่อว่าเขามาดู เนอะ”

 

มิโดริมะจ้องมองมือถือ มันสั่นอย่างรุนแรงจากการสายโทรเข้า เขาคิดหนักว่าจะรับสายดีไหม เขาบรรลุจุดมุ่งหมายแล้ว และมิโดริมะไม่ต้องการให้เรื่องมันกลับมาวุ่นวายกับเขาอีกครั้ง ชื่อ โมโมอิ ซัทสึกิ กำลังเปล่งแสงอยู่บนหน้าจอ ไม่มีเหตุผลที่จะถ่วงเวลา อย่างน้อยเขาก็ควรที่จะรับเพราะเธอเต็มใจที่จะช่วยเขา เขายกหน้าจอขึ้น “สวัสดี”

 

“มิโดริน! เธอร้องอุทาน เข้าต้องยกมือถือออกห่างจากตัวเอง “เธอทิ้งของเอาไว้เพราะมีจุดประสงค์ใช่ไหม? ฉันเปิดดูออนไลน์แล้ว และมันก็สำหรับราศีของอาโอมิเนะคุง! ขี้โกงจัง หรือว่าเธอรวมวันเกิดเราสองคนเอาไว้ด้วยกัน?”

 

“.....ใช่”

 

“เขาดูมีความสุขมากที่เธอเอาลักกี้ไอเท็มให้เขา” โมโมอิร้องเสียงแหลม “เฮ้! หยุดนะ อาโอมิเนะคุง!

 

“ฟัคยู- มิโดริมะได้ยินก่อนที่โมโมอิจะคว้าเอามือถือกลับมาได้อีกครั้ง

 

“ขอบคุณนะ มิโดริน!” เสียงคลิกสุดท้ายบ่งบอกว่าสายถูกตัดไปแล้ว

 

มิโดริมะปิดฝามือถือ เขาคว้าเอามือถือสีชมพูเข้ามาไว้ในกำปั้น เขาไม่ได้บอกเธอว่ามันเป็นเรื่องโกหก เขาท่องคำเตือนของคิเสะเอาไว้จนขึ้นใจ มันค่อนข้างมีความเป็นไปได้สูงที่อาโอมิเนะจะปรากฏตัวเมื่อมันเกี่ยวข้องกับโมโมอิ  การเผชิญหน้าถูกจัดเตรียมเอาไว้โดยลุล่วงจุดประสงค์ของเขา ไม่มีทางที่โชคดีของเขาจะถูกขโมยโดยพวกเขาทั้งสองคนหลังจากการเผชิญหน้าในวันนี้ มิโดริมะดูไม่มีโชคเอาเสียเลย

 

ตอนนี้ เขาจะจำเอาไว้ว่ามันยากแค่ไหนที่จะรับมือกับสองคนนั้นตามลำพัง

 

 

 

 

- THE END -

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น

  1. #27 aominecchi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 10:54
    งงเบาๆแต่ก้ฟินได้ สงสัยว่าตกลงมิโดรินทิ้งอะไรไว้ แต่ก้ขอบคุณนะคะ
    #27
    0
  2. #24 froridy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 20:13
    มิโดริน...แผนสูงนะนายน่ะ



    #24
    0