KNB : Rhythm of Love [Aomine x Momoi]

ตอนที่ 6 : Aomine's Favor

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    19 เม.ย. 58

 
AOMINE’S FAVOR

[ By : CatsMeow63 , Translate : พลอยใส * ]

 
 




 

 

 

จาก : 802-345-xxxx

ถึง : 802-345-xxxx

 

เฮ้ย ฉันต้องการความช่วยเหลืออย่างจริงจังและแกก็ไม่สามารถปฏิเสธได้

 

 

คางามิจ้องมองโทรศัพท์ด้วยความสับสน ไอ้บ้าที่ไหนล่ะนี่ แล้วมันไปได้เบอร์เขามาได้ยังไง? แน่นอน มันต้องเป็นความเข้าใจผิดแน่ๆ คางามิตัดสินใจที่จะส่งข้อความตอบกลับไปยังผู้ส่งข้อความปริศนาคนนั้น

 

ก่อนที่เขาจะได้ทำ ก็ดันมีข้อความเด้งขึ้นมาในโทรศัพท์ของเขาเสียก่อน

 

 

ถึง : คางามิ

จาก : คุโรโกะ

 

ผมเอาเบอร์ของคุณให้อาโอมิเนะคุงไปนะครับ ดูเหมือนเขาจะต้องการความช่วยเหลือที่ผมไม่สามารถช่วยได้

 

 

หือ? โอเค อย่างน้อยก็ปลอดภัยที่ได้รู้ว่าข้อความลึกลับนั่นถูกส่งมาจากอาโอมิเนะ แต่มันเรื่องบ้าอะไรกันที่ไอ้งั่งนั่นต้องการให้เขาทำ คางามิส่ายหัวกับตัวเองก่อนจะตอบกลับทั้งสองข้อความ ส่งให้คุโรโกะก่อนแล้วตามด้วยอาโอมิเนะ

 

 

ถึง : คุโรโกะ

จาก : บากางามิ

 

อย่าเอาเบอร์ฉันไปให้คนอื่นง่ายๆอย่างนี้สิฟระ! แล้วทำไมฉันต้องทำอะไรให้ไอ้กร๊วกนั่นด้วย?

 

 

คุโรโกะถอนหายใจต่อการตอบกลับของเพื่อนร่วมทีมของเขา ถึงแม้ว่าสิ่งที่คางามิพูดมันจะฟังดูเข้าทีก็เถอะ มันดูไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเลยที่จะเอาเบอร์โทรศัพท์ของคางามิไปให้กับอาโอมิเนะ แต่อาโอมิเนะก็ไม่ใช่คนที่จะร้องขอความช่วยเหลือใครเหมือนกัน มันรบกวนจิตใจของคุโรโกะที่ว่าอาโอมิเนะดูเหมือนต้องการความช่วยเหลือจากคางามิอย่างแน่วแน่ เพราะงั้นเขาเลยคิดว่ามันน่าจะผิดเท่าไหร่

 

 

ถึง : บากางามิ

จาก : คุโรโกะ

 

อาโอมิเนะไม่ใช่คนที่จะขอความช่วยเหลือใครบ่อยๆน่ะครับ เพราะฉะนั้นมันต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ๆ

 

 

คางามิกลอกตา คุโรโกะทำเป็นเพิกเฉยต่อความจริงที่ว่าเขาผิดเหมือนกันที่เอาเบอร์ไปให้กับอาโอมิเนะ แต่เขาก็มีเหตุผลนะ ว่าทำไมคนร้ายๆอย่างอาโอมิเนะถึงต้องจำเพาะเจาะจงเลือกขอความช่วยเหลือจากเฉพาะคางามิล่ะ ทำไมถึงไม่ได้จากทุกคน?

 

ถึง : อาโฮ่มิเนะ

จาก : คางามิ

 

อาโอมิเนะ? ต้องการบ้าอะไรวะ? และฉันก็ปฏิเสธด้วยถ้าแกทำให้ฉันไม่พอใจ

 

 

ถึง : บากางามิ

จาก : อาโอมิเนะ

 

หุบปากเว้ย! ซัทสึกิอยู่แถวๆนั้นและฉันอยากให้แกไปตามหาเธอ เดี๋ยวนี้! ดูเหมือนมีไอ้พวกบ้ากำลังทำให้เธอลำบาก และฉันก็ไม่ได้อยู่แถวนั้นพอที่จะไปหาได้ทันเวลา

 

ตาขอคางามิเบิกกว้างขึ้นเมื่อเขาอ่านข้อความของอาโอมิเนะจบ บ้าเอ้ย! นี่มันเรื่องใหญ่แล้วนะโว้ย ยิ่งโมโมอิยิ่งน่ารักๆแบบนั้นอยู่ด้วย เด็กหนุ่มกระโดดออกจากโซฟาแล้วคว้าเสื้อแจ็กเก็ต เตรียมพร้อมเดินออกจากประตูพร้อมกับที่กดโทรศัพท์โทรหาอาโอมิเนะ

 

“ไอ้งี่เง่าเอ้ย! โทรมาสิฟระถ้ามันเป็นเรื่องสำคัญ! แล้วเธออยู่ที่ไหนล่ะวะ?” เขาตะโกนพูดออกไปทันทีที่อาโอมิเนะกดรับสาย

 

“เงียบหน่อยได้ไหม! ก็ฉันกลัวแกจะไม่รับน่ะสิ แล้วแกก็ควรจะวิ่งด้วย ไอ้บ้า เธอติดอยู่ในร้านขายของเล็กๆใกล้สถานีรถไฟ เธอบอกว่ามีพวกผู้ชายตามเธอมา แล้วก็ไม่ได้ยินด้วยว่าพวกมันพูดว่าอะไร แต่ว่าพวกนั้นมันส่งสายตาลวนลาม แม่งเอ้ย! ทำไมเธอมาพาฉันไปด้วยวะ!?” อาโอมิเนะตอบ น้ำเสียงของเขาฟังดูสั่นเครือ

 

คางามิค่อนข้างแปลกใจกับโทนเสียงของอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของโมโมอิและอาโอมิเนะจะค่อนข้างคลุมเครือในสายตาของเขา แต่มันก็ชัดเจนว่าสองคนนั้นเป็นห่วงและดูแลอีกฝ่ายเสมอ และสำหรับอาโอมิเนะที่กำลังกังวลเกี่ยวกับเพื่อนสาวของเขาแสดงว่ามันต้องเลวร้ายมากแน่ๆ อาโอมิเนะบอกชื่อร้านและที่ตั้งมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะวางสายไป คางามิสัญญากับอีกฝ่ายว่าถ้าเขาหรืออาโอมิเนะเจอโมโมอิก่อนจะโทรบอกกันเมื่อปลอดภัยแล้ว

 

คางามิวิ่งเร็วๆไปตามร้านค้า โชคดีที่ร้านนั้นอยู่บนเส้นทางที่เขาผ่านอยู่บ่อยๆ มันเป็นร้านขายเสื้อผ้าส่งออกที่เขากำลังมองหา แต่เขาไม่เคยเข้าไปเลย บ้าชิบ! ทำไมต้องไปอยู่ที่นั่นด้วยฟระ!?

 

เมื่อร้านมาอยู่ในสายตา เขาก็ค่อยๆชะลอฝีเท้า เขาไม่อยากจะผลุนผลันเข้าไปในร้าน หลังจากนั้นเขาก็สังเกตเห็นกลุ่มคนน่าสงสัยอยู่แถวนั้น เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มีกันอยู่ 4 คน เอ้อระเหยอ้อยอิ่งอยู่ระหว่างหน้าร้านและทางเข้าสถานีรถไฟ คางามิลอบประเมินรูปร่างและขนาดร่างกายของพวกนั้นอย่างระมัดระวัง จากการดูโดยรวมแล้ว ถ้าเกิดการปะทะกันจริง พวกนั้นต้องเข้ามาแบบหมาหมู่แน่นอน

 

ฟันของเขาบดเข้าหากัน ไม่! หาโมโมอิให้เจอก่อน! ต้องดูให้ชัดว่าตอนนี้เธอปลอดภัย ไอ้พวกกร๊วกพวกนี้ยังไม่มีค่าพอให้ต้องนึกถึง เขาตะโกนกู่ร้องในใจตัวเอง ก่อนที่จะหันหน้าเดินเข้าไปในร้าน

 

ภายในร้านมันแจ๋วมาก แสงไฟดูนุ่มนวล การตกแต่งร้านเป็นไปในแนวสีเหลืองรอบๆห้อง คางามิหน้าแดงขึ้นมาเมื่อสังเกตเห็นว่าภายในร้านนั้นทั้งหมดเป็นเสื้อผ้าผู้หญิง (หรือบางทีอาจจะหมายถึงพวกที่มีความเป็นหญิง เห้ย! อย่าเพิ่งตัดสินเขาไปก่อนนะ) และมันก็ทำให้เขากระวนกระวายไม่สบายใจ เชี่ยเอ๊ย! เธอไปทำบ้าอยู่ตรงไหนนะ? เขาเริ่มเดินหาเธออย่างไร้จุดหมาย

 

และเมื่อเขาเดินมาใกล้จะถึงหลังร้าน ก็ได้ยินเสียงหนึ่งเรียกชื่อเขา

 

“คางามิน! คางามิน! ขอบคุณพระเจ้าที่เธออยู่ที่นี่!” ในขณะที่เขากำลังหันไป โมโมอิก็โถมตัวเข้าใส่เขา แขนเล็กๆทั้งสองข้างโอบกอดอยู่รอบลำตัวของเขา และใบหน้าฝังอยู่ที่แผ่นอก

 

“เอ่อ...โอ้ เฮ้! โมโมอิ” เขาพูดขึ้น ลูบหลังเธออย่างประดักประเดิด “เธอโอเคไหม? อาโอมิเนะบอกฉันหมดแล้วนะว่าเกิดอะไรขึ้น”

 

เขาได้ยินเธอสูดจมูกฟุดฟิดแต่ก็พยักหน้า ดังนั้นอย่างน้อยเขาก็รู้สึกว่าตัวเองมาทันเวลา

 

หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเธอก็ดันตัวเองออกพร้อมกับขยี้ตาตัวเอง “ขอบคุณมากนะ คางามิน แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่ต้องทำให้ลำบาก ฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลย อ๋าห์ แต่ว่าอย่ากังวลไปเลยนะ ฉันโอเคจริงๆ ฉันมาโผล่ที่นี่ตั้งแต่ก่อนจะเกิดเรื่องขึ้นแล้วล่ะ แล้วฉันคงแค่ทำตัวเป็นเด็กขี้หวาดระแวงไปเอง ทำเหมือนกับว่าอะไรจะเกิดขึ้นทั้งๆที่จริงแล้วคนพวกนั้นอาจจะแค่บังเอิญผ่านมาแถวนั้นพอดี แล้วก็...แล้วก็...” หยาดน้ำตาเริ่มไหลรินออกมาอีกครั้งพร้อมๆกับที่เธอรีบหันหลังให้กับคางามิ จากนั้นก็เริ่มขยี้ตาตัวเอง อ๋า! มันโง่มาก ฉันไปทำอะไรให้เธอเสียใจอีกล่ะทีนี้?!

 

“เฮ้ย! หยุดเถอะ มานี่ม่ะ” คางามิพูดด้วยน้ำเสียงอ่อน หมุนตัวเธอกลับมาแล้วโอบกอดเธอเอาไว้อีกครั้ง เขาไม่รู้จริงๆว่าควรทำยังไงกับผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ หรือผู้หญิงที่กำลังมีปัญหาแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าเธอกำลังตัวสั่นขึ้นกว่าเดิมอีก ดังนั้นเขาเลยตัดสินใจพูดในสิ่งที่ผลุบขึ้นมาในใจเป็นอย่างแรก “มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลย โอเค้? เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยซักนิด โมโมอิ เธอทำถูกต้องทุกอย่างที่มาเดินช็อปปิ้งคนเดียว หรือทำอะไรต่างๆด้วยตัวเอง เธอไม่ต้องการคนคอยคุ้มกันเพื่อทำให้รู้สึกปลอดภัย พวกผู้ชายพวกนั้น หรือพวกผู้หญิงคนอื่นๆที่ทำให้เธอรู้สึกกลัวมันก็แค่พวกคนโง่ แต่ฉันก็ดีใจนะที่อาโอมิเนะโทรมาแล้วฉันก็สามารถมาที่นี่ได้ก่อนที่อะไรจะเกิด เธอเป็นผู้หญิงฉลาดและไอ้พวกบ้าข้างนอกนั่นไม่มีค่าพอสำหรับน้ำตาของเธอหรอก”

 

เธอพยักหน้าอีกครั้งให้กับเขาและขอให้เขาช่วยอยู่แบบนี้อีกซักพัก

 

“ได้สิ ตามที่เธอต้องการเลย” เขาชำเลืองมองไปรอบๆร้านแต่โชคดีที่ไม่มีใครมองมาทางพวกเขา หลังจากนั้นประมาณหนึ่งนาที โมโมอิก็ถอนตัวออกจากคางามิพร้อมกับจัดเสื้อผ้าของเธอ

 

“เยี่ยมเลย! ขอบคุณมากๆนะคางามิน จริงๆแล้วเธอไม่ต้องทำแบบนี้เพื่อฉันเลยก็ได้” เด็กสาวแย้มรอยยิ้มให้เขา “ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะตอนนี้ เธอช่วยอะไรฉันอีกซักอย่างได้ไหม?” คางามิพยักหน้าแล้วเธอก็พูดต่อ “เธอช่วยเดินไปส่งฉันที่สถานีได้ไหม มันอยู่แค่อีกฝั่งหนึ่งของถนนนี่เอง ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก และมันก็ไม่ได้...”

 

“สบายใจเถอะ โมโมอิ ฉันจะไปส่งเธอเอง ไม่มีปัญหา” คางามิพูดแทรก เธอขอบคุณเขาอีกครั้งและทั้งสองก็พากันเดินออกนอกร้าน

 

เมื่อพวกเขาเดินออกมาข้างนอก คางามิก็มองไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นอีกครั้ง พวกนั้นยังคงยืนอยู่แถวๆที่เดิม คางามิทำหน้านิ่วบึ้งตึงมองไปที่พวกนั้นแล้วก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาโอบแขนตัวเองรอบโมโมอิและดันเธอให้ไปเดินอีกฝั่ง ดังนั้นเขาจึงอยู่ระหว่างเธอและพวกผู้ชายเหล่านั้น ทำตัวเป็นโล่กำบังเรือนร่างน้อยๆของเธอด้วยร่างกายอันใหญ่โตของเขา

 

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นจ้องมองเขาด้วยความใบหน้าแสดงฉงน “อ่า ขอโทษที ฉันแค่ไม่อยากให้พวกผู้ชายพวกนั้นคิดว่าสามารถมองเธอได้น่ะ ฉันเอามือฉันออกได้นะถ้ามันทำให้เธอไม่สบายใจ”

 

“ได้อยู่แล้วสิ คางามิน สำหรับคนบ้าบาสเก็ตบอลอย่างเธอที่คิดเรื่องอื่นได้แบบนี้ ใครจะคิดกันล่ะ?” เธอหัวเราะ พร้อมๆกับที่คางามิสำลักขึ้นมาด้วยความเดือดดาล

 

คางามิยังจำสัญญาที่ให้กับอาโอมิเนะได้ และบอกโมโมอิว่าให้โทรหาอีกฝ่ายด้วยตัวเองเพื่อให้ฝ่ายนั้นรู้ว่าเธอปลอดภัยดี หลังจากการโทรสั้นๆ พวกเขาก็พากันเดินไปที่สถานี คุยกันบ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องบาสเก็ตบอลและเรื่องที่ว่าคางามิชอบใจรองเท้าของอาโอมิเนะมากแค่ไหน และเรื่องอื่นๆอีก เมื่อถึงที่นั่น คางามิก็ตัดสินใจที่จะขึ้นรถไฟไปกับเธอด้วย ไม่ไว้ใจผู้โดยสารคนอื่นๆ (บวกกับที่โมโมอิเริ่มสั่นอีกแล้ว)

 

คางามิและโมโมอิมาหยุดอยู่ที่ป้ายปลายทางของโมโมอิ ด้วยความแปลกใจของคางามิ อาโอมิเนะยืนอยู่ที่นั่น สายตาของเด็กหนุ่มนั้นดูปนเปกันระหว่างความเบื่อและความเครียดในเวลาเดียวกัน เมื่อเขาเห็นโมโมอิก็ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย แล้วก็พาสองขายาวๆนั่นก้าวเดินมาหยุดตรงหน้าพวกเขาสองคน

 

“ไดจัง! ประหลาดใจจริง” โมโมอิพูด ก้าวเข้าไปหาเขา

 

“โย่ว อาโอมิเนะ” คางามิทักทาย

 

“เฮ้ คางามิ” อาโอมิเนะตอบกลับสั้นๆก่อนที่จะเลิกสนใจเจ้าของเรือนผมสีแดง “ซัทสึกิ! เธอคิดบ้าบออะไรอยู่?! แล้วเธอโอเคไหม?”

 

โมโมอิเงยหน้ามองเขา “ฉันโอเคดี ไดจัง พระเจ้า ฉันแค่อยากช็อปปิ้งนี่นา ไม่เห็นมีอะไรให้ต้องกังวลเลย!

 

“ฉันรู้! แต่การที่เธอไปช็อปปิ้งคนเดียวได้ไม่ได้หมายความว่าเธอต้องทำ!

 

คางามิมองดูการต่อสู้ที่กำลังเริ่มขึ้นและคิดว่าไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปยุ่งดีกว่า เท่าที่เขารู้มาจากคุโรโกะ สองคนนั้นทะเลาะกันบ่อยมากแม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลยก็ตาม เด็กหนุ่มเริ่มถอยห่างออกจากคนทั้งสอง เอ่ยคำลาแบบไม่เต็มเสียงโดยหวังว่าพวกนั้นจะไม่สังเกตเห็นว่าเขากำลังจะหนี

 

“อ๋า! เดี๋ยวก่อนสิคางามิน” โมโมอิร้องเรียกก่อนที่เขาจะเดินไป “ขอบคุณมากนะสำหรับวันนี้ ฉันรู้สึกซาบซึ้งมากเลย ถ้าเธอต้องการข้อมูลสถิติหรืออะไรก็ตามของทีมอื่นๆหรือของผู้เล่นคนไหน โทรหาฉันได้เลยนะ ฉันจะบอกทุกอย่างที่เธอควรรู้เลย” คางามิยิ้มและขอบคุณเธอ ถึงแม้เขาจะไม่เคยนึกว่าการเก็บข้อมูลอะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นเลย

 

“อ่ย! ไปกันเถอะ ซัทสึกิ ฉันมารอตั้งนานแล้วแล้วก็หิวมากด้วย” อาโอมิเนะพูดยานคาง ยกแขนขึ้นโอบรอบไหล่ของเธอและดึงเข้าไปใกล้

 

คางามิมองดูคนทั้งคู่เดินจากไป สังเกตว่ามันช่างดูง่ายๆสบายๆเหลือเกินกับการที่พวกเขาเดินไปด้วยกัน ท่อนแขนของอาโอมิเนะที่โอบรอบไหล่ของเด็กสาวและห้อยลงไปด้านหน้า และโมโมอิที่เดินไปเรื่อยๆมากกว่าที่เดินกับคางามิ

 

เด็กหนุ่มส่ายหัวกับตัวเอง เขาไม่เคยรู้เลยว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันเป็นยังไง แล้วก็นั่นแหละ เขาเป็นใครถึงจะไปตัดสินได้ล่ะ?

 

หลังจากที่เขาก้าวเดินเข้าไปในรถไฟ เสียงข้อความโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเตือน

 

ถึง : คางามิ

จาก : อาโฮ่มิเนะ

 

ขอบคุณสำหรับวันนี้ ฉันเป็นหนี้แก

 

คางามิรู้สึกฉุนเฉียวขึ้นมาเมื่อได้อ่านข้อความง่ายๆตรงประเด็นนั่น และตัดสินใจที่จะเก็บความลำบากใจของอาโอมิเนะไว้โดยการไม่ตอบกลับข้อความ

 

 

______________________________________

 

 

 

“นี่ รู้ไหม ไดจัง คางามินทำให้ฉันนึกถึงเธอเยอะเลยแหละ”

 

“หา? อย่าเอาฉันไปเทียบ ซัทสึกิ ไอ้บ้านั่นไม่มีอะไรที่เหมือนฉันซักนิด”

 

เธอยิ้มให้กับตัวเองแล้วถลาตัวเข้าไปใกล้อาโอมิเนะมากกว่าเดิม “หืม ฉันคิดว่าเธอสองคนเหมือนกันกว่าที่เธอจะคิดซะอีกนะรู้ไหม”

 

ก่อนที่อาโอมิเนะจะตอบ เด็กสาวก็ยืนเขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วหอมแก้มเขา

 

“ขอบคุณที่เอาใจใส่ฉันนะ เธอนี่น่ารักจริงๆเลย”

 

แล้วอาโอมิเนะก็หน้าแดง ดึงเธอเข้ามาใกล้เขามากยิ่งขึ้น , ก็นั่นแหละ...มันเป็นความลับเล็กๆของพวกเขาเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

- THE END -




.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น

  1. #85 BueiErh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 21:33

    มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าไม่ใช่เพื่อนกัน กริ๊ดดดดดดดดด

    #85
    0
  2. #35 sayrine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 22:57
    เพื่อนกันแน่หรอ 5555
    #35
    0
  3. #26 Poison_T (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 21:33
    กรี้ดดดดดดดดดดดด 
    อ่านไปเขิลไป ตอนจบ ฟินเวอร์!
    #26
    0
  4. #20 pangz' (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 18:18
    คางามิเหมือนเป็นพ่อสื่อเลย ><
    #20
    0
  5. #19 froridy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 21:30


    อืม...หอมแก้ม 
    นี่ไม่ใช่แค่เพื่อนกันแล้วล่ะค่ะ  ฮ่าๆ
    คางามิคนดีศรีเซย์ริน

    #19
    0
  6. #18 hartner (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 20:42
    เหมือนคางามินจะเป็นพระเอกเลย แต่ก็เอาเถอะ แล้วตอนสุดท้ายหอมกัน หอมกันด้วย แล้วที่ใกล้ขึ้นๆคือไร เกินเพื่อนกันแล้วช้ะ 555 อัพต่ออีกนะ
    #18
    0