KNB : Rhythm of Love [Aomine x Momoi]

ตอนที่ 1 : Oddity Royalty

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    16 เม.ย. 58



ODDITY ROYALTY

[ By : satorausus , Translate : พลอยใส * ]

 
 

 



 

“พวกเขาเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวกันอีกแล้ว”

 

 

คางามิ ไทกะ ค่อนข้างจะคิดว่าเขาไม่ไร้เดียงสาเหมือนเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่จะคิดว่าการเกิดและการสืบพันธุ์เป็นของคู่กัน

 

เขาใช้เกือบทั้งชีวิตอยู่ที่อเมริกา, ดินแดนแห่งเสรีภาพและในขณะเดียวกันเขาก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าเลวร้ายที่จะเห็นมัน เขาคุ้นเคยกับความสลับซับซ้อนของความสัมพันธ์ของคนสองคนที่กำลังคบกัน แต่มีหลายครั้งแล้วล่ะ ที่เขาคิดว่าเขาไร้เดียงสาไม่ต่างจากเด็กเลย แล้วมันก็ทำให้ใบหน้าของเขามุ่นด้วยความงุนงงจนกระทั่งคุโรโกะบอกให้เขาผ่อนคลายลงหน่อย, มันเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่เขาเห็นอาโอมิเนะ ไดกิ และ โมโมอิ ซัทสึกิ

 

เมื่อลองนึกย้อนกลับไป, เขาควรจะคิดให้มากกว่านี้ตอนที่ชวนราชาและราชินีแห่งโทโอมาดูหนังตอนค่ำอย่างกะทันหันกับคุโรโกะ เพราะหลังจากนั้น พวกคนประหลาดสองคนนั้นที่มีความสัมพันธ์แบบคลุมเครือมากเกินกว่าที่คางามิจะคาดเดาได้แล้วก็ไม่อยากจะรู้ด้วย เขาคิดกับตัวเองว่าต่อให้เขาจะเป็นเพื่อน (ขอหัวเราะเยาะให้โลกเห็นหน่อยเถอะ ; อาโอมิเนะ ไดกิ เป็นไอ้คนงี่เง่าและแน่นอนว่าไม่มีทางเป็นเพื่อนกับเขา) กับพวกเขาตอนนี้ มันก็จะต้องมีขอบเขต เช่น การออกไปเที่ยวเรื่อยเปื่อยของแม่สาวผมสีชมพูและไอ้คนผมสีน้ำเงิน อย่างเด็ดขาด

 

มันไม่ใช่อคติหรือการมองในแง่ร้ายในความรู้สึกของคางามิ แต่มันเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์มากกว่า เมื่อเขาเห็นคู่ประหลาดที่มักจะอยู่ด้วยกันเสมอ พวกนั้นเหมือนสินค้าที่ต้องซื้อเป็นแพ็กคู่ ; ถ้าคุณถามหาคนหนึ่งอีกคนหนึ่งก็จะอยู่ที่นั่นเสมอด้วย และมันแปลกสำหรับคางามิคนที่ไม่คิดว่ามันจะมีสายสัมพันธ์อะไรแบบนี้อยู่ด้วย สองคนนั้นพึ่งพาอาศัยกันแบบแปลกๆในแบบที่อยู่ในการยอมรับได้ ไม่ชวนอ้วกเหมือนคู่อื่นๆที่ชอบทำ และมันก็ชัดเจนในตอนที่พวกเขาเดินมาจนถึงประตูอพาร์ทเมนต์ของเขา

 

มันมีอะไรอย่างเช่น : โมโมอิถอดรองเท้าและอาโอมิเนะก็หยิบมันออกไปโดยไม่ต้องให้กระตุ้นบอก วางมันไว้ข้างๆรองเท้าของเขา เธอคลายผ้าพันคอของเขาในขณะที่เขาถอดเสื้อโค้ทของเธอ เขาเอาถุงมันฝรั่งทอดออกไปจากกระเป๋าอันใหญ่โตของเธอ (คางามิมารู้ทีหลังว่าอาโอมิเนะไม่ยอมแบ่งมันฝรั่งนี้กับใคร ตามที่โมโมอิบอก) พร้อมๆกับที่ยกกระเป๋านั้นขึ้นพาดบ่าก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปข้างใน

 

ทั้งหมดนั้นมันดูค่อนข้างแปลกสำหรับคู่นักเรียนอายุ 17 ปีและคางามิก็มีเวลาคิดว่ามันเหมาะสมกับการแสดงละครคอมเมดี้น่ารักๆ หรือไม่ก็คู่แต่งงานที่อยู่กินกันมานาน แม่งเอ๊ย พ่อแม่ของเขาก็ทำแบบนี้เหมือนกัน

 

เมื่อสังเกตการณ์ผู้มาใหม่เพิ่มเติม เขาก็เห็นว่าเสื้อเชิร์ตกันหนาวสีเขียวตัวใหญ่ที่โมโมอิใส่ทับเสื้อสีดำเข้ารูปนั้นดูคุ้นๆอยู่ แล้วก็นั่นแหละ เขาคิดว่าเขาเห็นอาโอมิเนะสวมเสื้อตัวนี้ใส่เล่นตัวต่อตัวกับเขาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนะ

 

แปลกจริงๆ และมันก็ชวนให้คิดตามเสียนี่กระไร

 

เขาถูตาตัวเองบนใบหน้าเมื่อเห็นโมโมอิเอ่ยทักทายด้วยความร่าเริงก่อนที่จะนั่งจ๋อมลงบนพื้นข้างๆกับคุโรโกะ ตามมาด้วยเสียงครางทุ้มต่ำคล้ายคำทักทายจากอาโอมิเนะที่นั่งลงที่อีกข้างหนึ่งของโมโมอิ ไฟถูกปิดลงและมีเพียงแสงสว่างจากหน้าจอพลาสมาและแสงไฟอ่อนๆตามโถงทางเดินเท่านั้น แต่คางามิก็สามารถเห็นท่าทางฉุนเฉียวบนใบหน้าของอาโอมิเนะได้รางๆเมื่อโมโมอิคล้องแขนตัวเองเข้ากับแขนของเท็ตสึคุงของเธอ กอดรัดแขนไว้ระหว่างแขนของเธอและหน้าอกขนาดมโหฬาร

 

คางามิรู้สึกได้ว่าหน้าของตัวเองกำลังขึ้นสีจึงหันไปดูหนังแทน

 

จากที่นั่งที่อยู่สูงของเขาบนโซฟา มันง่ายมากที่ความสนใจของเขาจะเปลี่ยนจากการดูหนังไปสนใจกลุ่มผู้เล่นเก่าของเทย์โควที่อบู่บนพื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คู่หูจากโทโอ และพระเจ้า, พวกเขาแปลกจริงๆ

 

เมื่อเครดิตของหนังตอนเริ่มเรื่องเริ่มฉาย โมโมอิก็บ่นว่าหนาว คางามิคิดว่ามันเป็นอารัมภบทของเธอที่จะอ้อนคุโรโกะที่จะทำให้เธออุ่นขึ้น แต่กลับเป็นแขนของอาโอมิเนะที่โอบรอบไหล่ของเธอ และเด็กสาวก็ดูพึงพอใจกับแบบนี้

 

ในเวลาต่อมา อาโอมิเนะจามและโมโมอิก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าแกว่งๆให้อากาศถ่ายเทให้แก่เขา

 

ห้าสิบนาทีต่อมาในหนัง หัวของอาโอมิเนะก็จบลงอยู่บนตักของโมโมอิ คางามิเพิกเฉยต่อภาพตรงหน้า แต่ห้านาทีต่อมาเมื่อเขาหันกลับมามองอีกครั้ง มือของโมโมอิก็ถอดออกจากการยึดติดแขนของคุโรโกะ และนิ้วของเธอก็กำลังลูบไล้เส้นผมของอาโอมิเนะ

 

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น โมโมอิก็พูดแทรกขึ้นมาในระหว่างที่หนังกำลังเล่น “โอ้ไม่นะ! ฉันลืมโทรบอกคุณแม่เลยว่าจะกลับบ้านดึก” เธอร้องคร่ำครวญ ทำให้เด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนตักเธอส่งเสียงหายใจทางจมูกรุนแรง “แน่นอนอยู่แล้วว่าเธอต้องเป็นแบบนี้ มันเลยทำให้ฉันบอกแม่เธอตอนที่ไปรับเธอมายังไงล่ะ ยัยทึ่ม”

 

ถึงแม้ว่าจะทำหน้ามุ่ยที่ชวนน่ารัก โมโมอิก็ดูพอใจกับความสุขุมมองการณ์ไกลของเขา และกลับมาสนใจหนังต่อ

 

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง อาโอมิเนะก็แกะถุงมันฝรั่งที่เขาเก็บเอาไว้กับตัวเองเพื่อกินคนเดียวอย่างเห็นแก่ตัว แล้วก็อ้าปากกว้างเหมือนเจ้านกน้อยที่รอให้แม่ของมันนำหนอนน้อยมาป้อนให้ มีเพียงเสียงถอนหายใจอย่างอาดูรก่อนที่โมโมอิจะหยิบป๊อปคอร์นจากชามขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างขาของเธอและคุโรโกะมาป้อนอาโอมิเนะ

 

คางามิรู้สึกติดอยู่ในความรู้สึกที่สับสนระหว่างอยากจะหัวเราะ (อาโอมิเนะช่างเหมือนเด็กอะไรอย่างนี้!) หรือการขวยเขินเพราะว่าทั้งหมดนี้มันช่างเป็นเรื่องน่าอายอย่างยิ่งสำหรับการเป็นพยานที่รู้เห็น

 

เขาไม่ชอบตีความหมายอะไรทั้งนั้น บางทีมันอาจเป็นแค่ความสัมพันธ์บ้าบอในอีกระดับหนึ่งที่คนอยู่คนเดียวอย่างเขาไม่สามารถแปลความมันได้ บางทีมันอาจจะเป็นการคบกันโดยที่พวกเขา (โดยค่อนข้างจะคลุมเครือ) ไม่ยอมรับมัน บางทีมันอาจจะแค่เป็นการเรียนรู้ความสัมพันธ์ของใครสักคนเมื่อคุณเริ่มสนิทกับเขามากขึ้น อะไรก็ตามแต่ คางามิก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าควรจะพูดว่ายังไงดี

 

ดังนั้นเขาจึงเพียงแค่เลิกผ้าห่มลายกุหลาบที่คลุมขาและเท้าของเขาออก หลังจากบอกแขกว่าจะเข้าไปในทำอะไรกินทำเป็นของว่าง เขาก็เดินเข้าไปในครัว

 

ขณะที่กำลังทอดปีกไก่ร้อนๆอยู่นั้น คุโรโกะก็เดินเข้ามาในครัว “พวกเขาหลับไปแล้วครับ ผมปิดหนังไปแล้ว” คางามิยักไหล่ก่อนที่จะวางของว่างลงบนจานแล้วเดินกลับไปที่ห้องรับแขกพร้อมกับคุโรโกะ

 

คู่หูจากโทโอยังอยู่ที่นั่น ภายใต้ความมืดมิด โมโมอินั่งอยู่บนพื้นโดยที่หลังของเธอพิงอยู่กับโซฟา และอาโอมิเนะนอนเหยียดอยู่บนพื้นโดยที่หัววางอยู่บนตักของเธอ ตำแหน่งของพวกเขาไม่แตกต่างจากตอนที่คางามิออกไป แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้ดูสนิทสนมลึกซึ้งมากในตอนนี้ นี่เป็นบ้านของเขา เขาบอกตัวเอง แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเป็นคนที่เขามาแทรกแซงเลยล่ะ เขาตัดสินใจที่จะเดินกลับไปพร้อมกับอาหารไปที่บาร์ในห้องครัว

 

“เราปล่อยพวกเขาไว้แบบนั้นได้ใช่ไหม?” คางามิถาม พยักพเยิดไปทางคนสองคนที่กำลังหลับอยู่

 

“พวกเขาเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวกันอีกแล้วครับ แต่ผมว่าก็ดีแล้วล่ะ” คุโรโกะตอบ

 

 

 

 

- THE END -




.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

86 ความคิดเห็น

  1. #86 แพรวปลาทูน่า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 12:25

    เพื่อนน แค่เพื่อนจริงจริ๊งงงง//อยากจะแหมมมไปให้ถึงอวกาศเลยเว้ยเห้ย!

    #86
    0
  2. #80 BueiErh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 21:12

    ขำคางามิ แกเต็มใจบรรยายแน่นะ จ่ะรู้แล้วว่าไม่ใช่เพื่อนอาโฮ่ 5555555 ส่วนอาโอโมโมคือน่ารักมาก อยู่ด้วยกันตลอดจริงๆ

    #80
    0
  3. #73 น้องหนูหมายเลข 1 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 00:22
    น่ารักอ่าาาาา
    #73
    0
  4. #67 31824 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 22:29
    คู่นี้น่ารักที่สุดดดดดดด
    #67
    0
  5. #61 pasation (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 20:43
    two love
    #61
    0
  6. #57 Arreya Kalapan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 08:51
    fdvbejnrkl,ferd เขินง่าาาา เขินแทนคางามิ5555 คู่นี้ก็เป็นคู่ที่ผมชอบที่สุดเหมือนกันฮะ เอร้ยยย>///<
    #57
    0
  7. #48 chrysalis_devil (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 12:17
    คือมันน่ารักไปอ๊กอะเออ
    #48
    0
  8. #33 sayrine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 22:43
    มันเป็นความสัมพันธ์ที่อธิบายไม่ได้สินะ
    #33
    0
  9. #25 Poison_T (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 21:13
    3...2...1....กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    > #25
    0
  10. #13 pangz' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 16:32
    คางามิเป็นพยานรักของทั้งคู่เหรอ 55555
    คู่นี้เหมือนสามี ภรรยา จริงๆนั่นแหล่ะ -//-
    #13
    0
  11. #7 Pknomcake (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 15:52
    น่าร้ากกก ><
    เป็นคู่เดียวเลยน้าที่เค้าจิ้นนอร์มอล :D
    #7
    0
  12. #1 froridy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 17:57


    สงสารคางามิ ฮาๆ เป็นพยานจำยอม
    ความสัมพันธ์ของสองคนนี้นิยามไม่ได้สินะคะ เหมือนจะเลยระดับความรักหนุ่มสาวปกติไปแล้ว
    (ปล.แปลเก่งมากเลยค่ะ ปกติเราอ่านวาย แต่คู่นี้เราก็แอบเห็นว่ามีอะไรพิเศษอยู่)

    #1
    0