[[ไวท์โรด-บารามอส]]

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 20 ผลลัพธ์ ((((ยาวๆๆๆ))))

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ต.ค. 49

บทที่ 20 ผลลัพธ์







คีตาร์มาโผล่ในดินแดนที่เธอไม่รู้จัก เธอวาร์ปตามคลื่นพลังจิตของโนอาร์ และพบว่า ที่ที่เธอยืนอยู่นั้น คงจะเป็นป่าอย่างไม่ต้องสงสัย ก็ต้นไม้ออกจะมากขนาดนี้







แต่ไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อ เสียงดังราวกับระเบิดดังขึ้นข้างหลังเธอ เด็กสาวหันกลับก่อนออกวิ่งไปตามต้นกำเนิดเสียง แล้วก็มาพบกับการต่อสู้ของคนที่เธอกำลังตามหา







“โนอาร์” เด็กสาวพูดเบาๆ ใจหนึ่งก็อยากจะไปช่วย แต่อีกใจก็กลัวว่าจะไปเกะกะเขาเปล่าๆ สุดท้าย เด็กสาวก็ได้แต่เฝ้ามองอย่างเป็นห่วง







“ชีวิตคุณยังอีกยาวไกล ไม่น่ามาฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้เพื่อปกป้องคนที่ไม่เคยทำอะไรให้คุณเลย” ริชาร์ดพูดไปขณะต่อสู้







“ฉันพร้อมจะสละชีวิตเพื่อเพื่อนของฉัน” โนอาร์พูด พร้อมกับสาดคลื่นพลังจิตเข้าใส่ริชาร์ด







“คุณน่าจะรู้ว่าระดับพลังของผมกับคุณแตกต่างกันมาก ไม่น่าจะสู้ให้มันเสียเวลา” ริชาร์ดกล่าว







“เรื่องอย่างนี้มันก็ไม่แน่เหมือนกันไม่ใช่หรอ” โนอาร์พูดตอบ พร้อมกับหลบการโจมตีอย่างเฉียดฉิว







“แล้วถ้าเกิดว่า ผมมีบางอย่างที่จะทำให้คุณแพ้อย่างไม่ต้องสงสัยละ” ริชาร์ดพูดอย่างมีลับลมคมนัย โนอาร์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ







ริชาร์ดหายตัวไป พร้อมกับไปปรากฏตัวอยู่ข้างหลังคีตาร์ที่แทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ โนอาร์หันตามมาอย่างตื่นตระหนก ริชาร์ดแทบไม่ได้แตะต้องตัวเธอ แต่เธอเองก็ไม่โง่พอที่จะหนีไปเหมือนกัน







“อย่าทำอะไรเธอแม้แต่จะคิด” โนอาร์พูดด้วยอดกลั้นอารมณ์เอาไว้ ริชาร์ดหัวเราะในลำคออย่างผู้กำชัยชนะ







“เอ…ผมควรเชื่อคุณดีไหมเนี่ย ผมจะปล่อยเธอ…” ริชาร์ดพูด แล้วเดินถอยหลังจากเธอไปหนึ่งก้าว “หรือเก็บเธอดีละ!”







คีตาร์เบิกตากว้าง โนอาร์วิ่งเข้ามาหมายจะช่วย แต่ริชาร์ดก็จับไหล่ทั้งสองข้างของเด็กสาวเอาไว้แน่นไม่ปล่อยให้เธอไปไหน







“ไม่เอาน่า คุณคงไม่อยากให้เธอเป็นอะไรหรอกใช่ไหม ถ้าไม่อยากให้เพื่อนคุณเป็นอะไรไป อย่าเข้ามาใกล้ดีกว่า”







“แกต้องการอะไรกันแน่ ริชาร์ด” โนอาร์กัดฟันพูด มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนข้อขาว ริชาร์ดหัวเราะเบาๆ ก่อนพูด







“ผมรู้สึกว่าผมบอกไปแล้วไม่ใช่หรอกหรือ ว่าผมต้องการตัวพอล เอลแกน เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องเป็นตัวเจ้าชายฟิลิป วอเลนซ์มากกว่า”







“ปล่อยฉันตายยังจะดีกว่า” คีตาร์พูดออกมา ริชาร์ดหัวเราะน้อยๆ ก่อนเรียกดาบพลังจิตออกมาจากอากาศธาตุ อากาศค่อยๆรวมตัวกันเป็นดาบเล่มยาว โดยที่มีไอสีม่วงแปลกประหลาดเข้าไปผสมกับดาบนั้นอยู่ด้วย







“ช่างไม่รักชีวิตตัวเองเลยนะครับ” เขาพูด ก่อนยกดาบขึ้นมาทาบกับลำคอระหงของเด็กสาว ซึ่งแทบจะไม่มีท่าทีหวาดวิตกเลยแม้แต่น้อย







“คนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว จะกลัวอะไรอีกละ” เด็กสาวพูด ริชาร์ดกดน้ำหนักของดาบลงอีก ทำให้เลือดไหลออกมาซิบๆจากลำคอเด็กสาว







“ฆ่าฉันซะ แล้วปล่อยเธอไป” โนอาร์พูด ริชาร์ดหันมามองโนอาร์ที คีตาร์ที สลับกันไป







“โอ๊ะโอ พลังแห่งความรักนี้ช่างยิ่งใหญ่เสียจริงๆนะครับ…” ริชาร์ดกล่าว “แต่ผมคงทำไม่ได้ แต่ผมอาจจะไว้ชีวิตเธอ หากผมได้ตัวเจ้าชาย”







“ฝันไปเหอะ ไม่มีใครอยากจะมอบชีวิตให้นายนักหรอก ชีวิตใครใครเค้าก็รักทั้งนั้น” คีตาร์สวนกลับมาทันควัน







“แต่ดูเหมือนคุณจะไม่รักชีวิตตัวเองเอาบ้างเลยนะครับ” ริชาร์ดพูด







“ฉันยอมตาย หากมันจะทำให้คนที่ฉันรักมีชีวิตอยู่ต่อไป…” เด็กสาวพูดแล้วหลับตานิ่ง ไม่กล้าพอที่จะหันไปสบดวงตาสีขาวขุ่นคู่นั้น ที่กำลังมองเธออย่างเหลือเชื่อ







“เอาเป็นว่า ตายไปทั้งสองคนเลยนั่นแหละ ง่ายดี” พูดจบ ริชาร์ดก็ผลักเด็กสาวออกไปข้างหน้า โดยมีโนอาร์รับเอาไว้ได้ทันควัน ก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลง







ริชาร์ดหันดาบที่สร้างขึ้นตรงมายังที่พวกเขาอยู่ โนอาร์ส่งร่างของเด็กสาวไปอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนเรียกดาบทมิฬออกมาไว้ในมือ







“ฉันจะไม่ยอมให้แกทำร้ายคนที่ฉันรักเป็นอันขาด!” โนอาร์พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ก่อนการต่อสู้ระหว่างดาบกับดาบจะเริ่มต้นขึ้น







ริชาร์ดฟาดดาบลงไป – โนอาร์กระโดดขึ้นไปหลบบนต้นไม้ แต่ก็โดนคมดาบผ่านไปที่แขนขวาเหมือนกัน – ริชาร์ดส่งตัวทะยานขึ้นไปตาม – โนอาร์หายตัวไปหลบอยู่ข้างหลับริชาร์ด ก่อนฟาดดาบลงไปกลางหลัง แต่ริชาร์ดก็หายไปซะก่อน – ริชาร์ดมาโผล่บนพื้น ก่อนกระโดดถีบตัวไป แล้วเตะโนอาร์จังๆที่ขาซ้าย – โนอาร์เสียการควบคุมตัว หล่นลงมาจากท้องฟ้า แต่แล้วร่างของเขาก็หายไป – ริชาร์ดส่งสายตามองหา แต่ก็ไม่พบแม้กระทั่งคลื่นพลังจิต แล้วโนอาร์ก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้งที่ด้านหลังชายหนุ่ม ก่อนที่จะ…







ฉึก!







โนอาร์แทงดาบทมิฬเข้าไปกลางลำตัวของริชาร์ดจนมิดด้าม ริชาร์ดกระอักเอาเลือดออกมาจากปากเป็นจำนวนมาก ก่อนร่วงลงสู่พื้นที่อยู่ไม่ไกลจากคีตาร์ซักเท่าไหร่นัก







โนอาร์เรียกเก็บดาบทมิฬ แต่แผลยังอยู่ที่ริชาร์ดยังไม่หาย เลือดไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ราวกับกระแสน้ำที่ไหลไม่หยุด และคงอีกไม่นานที่เขาจะหมดลมหายใจ โนอาร์ไม่คิดจะสนใจเด็กหนุ่มด้วยซ้ำ เขาเดินเข้าไปดูอาการของเด็กสาวที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่







“เป็นยังไงบ้าง” โนอาร์ถามอย่างเป็นช่วง แล้วก้มลงดูแผลที่คอของเธอ ซึ่งเลือดยังไม่ยอมหยุดไหลซักที







“ขอโทษนะ ฉันไม่น่าตามมาเลย เกะกะนายเปล่าๆ” คีตาร์กล่าวขอโทษ โนอาร์หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเลือดที่ไหลหยุด







“เลิกโทษตัวเองซักทีเถอะ มันผ่านไปแล้วไม่ใช่หรอ” เขาพูดแล้วยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน เด็กสาวสะอื้นไห้อย่างเก็บกลั้นไม่อยู่ โนอาร์ดึงตัวเด็กสาวมาแนบอกเพื่อปลอบประโลม







“ขอบคุณนะ ที่เป็นห่วงฉัน” โนอาร์พูดแล้วยิ้ม ในขณะที่โนอาร์โอบกอดเธออยู่นั้น นัยน์ตาของเด็กสาวก็พลันไปเห็นริชาร์ดที่นอนอยู่อย่างหมดแรง กำลังใช้พลังจิตบังคับให้ดาบหันมาทางโนอาร์!







“ระวัง!” ว่าแล้ว เด็กสาวก็รีบลุกหมุนตัวเองเข้าไปรับดาบที่ลอยเข้ามาหมายจะปลิดชีพเด็กหนุ่ม แต่ดาบนั้นก็แทงเข้ากลางท้องของเด็กสาวที่เอาตัวเองเข้ามาบัง







โนอาร์แทบไม่อยากเดาเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น กลิ่นคาวเลือดโชยขึ้นแตะจมูก เด็กหนุ่มรีบรับเด็กสาวที่กำลังล้มลงมา ดาบปักคาอยู่กลางท้องโดยแทงทะลุเข้าไปจนมิดด้าม!







“คีตาร์!” เด็กหนุ่มพูดอย่างตกใจ คีตาร์กระอักเลือดออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่  เลือดไหลรินออกมาจากบาดแผลที่ได้รับเป็นจำนวนมาก







“ฉันไม่อยาก…จากไปแค่คนเดียว” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของริชาร์ด ก่อนจะสิ้นลมหายใจไป คีตาร์แสดงสีหน้าเจ็บปวดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน







“คีตาร์ ทนหน่อยนะ ฉันจะช่วยเธอเอง ทนเจ็บหน่อยนะ” เด็กหนุ่มกล่าว ก่อนค่อยๆสลายดาบพลังจิตนั้นออกไป เรียกเสียงร้องจากเด็กสาวอย่างเจ็บปวด













โนอาร์วาร์ปกลับมาที่สเตเดียมอีกครั้ง เฟริสกับแองเจิลกลับมาแล้ว โดยที่สภาพของแองเจิลนั้นแทบไม่มีเค้าของความเป็นมนุษย์อยู่เลย เมื่อน้ำแข็งหนาปกคลุมอยู่รอบตัวเขา







เพื่อนๆต่างกรูกันเข้ามา เมื่อพบว่าคนที่บาดเจ็บนั้นเป็นคีตาร์ คาโลรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ พร้อมกับเรียกหมอเทวดาออกมา ทำให้เพื่อนๆของพอลต่างร้องออกมาด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่คิดจะถามอะไร เพียงแค่รอดูอย่างเดียว







“องค์หญิง…” หมอโอเดลกล่าวแสดงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนๆของพอลต่างขมวดคิ้วเป็นการใหญ่กับสรรพนามที่ได้ยินจากผีตนนี้







‘องค์หญิงงั้นหรอ’







“เกิดอะไรขึ้นหรือ ท่านโนอาร์” หมอเทวดาถาม ก่อนทาบฝ่ามือลงบนแผลนั้น แล้วไอสีขาวบางอย่างก็ไหลเวียนอยู่รอบๆแผลนั้น







“เธอโดนแทง ส่วนราวละเอียดอื่นๆอย่าเพิ่งถามเลย” โนอาร์พูดอย่างร้อนรน ไอสีขาวนั้นค่อยๆประสานแผลเข้าด้วยกัน แต่ก็ช้าเต็มทน







“ดาบนี่ไม่ใช่ธรรมดาเลยนะ บอกหน่อยได้ไหมว่าดาบอะไร” หมอเทวดาถาม







“มันเป็นดาบที่สร้างจากพลังจิตนะ” โนอาร์บอก แล้วหมอเทวดาก็นิ่งซะอย่างนั้น







“พลังจิต…คนใช้มันคงต้องแข็งแกร่งน่าดู โอกาสที่องค์หญิงจะรอดคงยาก” หมอโอเดลตอบ ทำให้ใจของผู้ที่อยู่รายล้อมถึงกับเบาโหวง







คาโลเข้าไปจับข้อมือของเด็กสาว ก่อนตรวจจับชีพจร ที่เต้นไม่คงที่ ราวกับมีบางอย่างไหลเวียนอยู่ไหลกระแสเลือด







“ดาบนั่นอาบยาพิษ” คาโลพูด หมอโอเดลพยักหน้าตอบรับ คาโลเรียกเอากล่องยาพระราชาออกมา ก่อนหยิบสมุนไพรที่ต้องการขึ้นมา







คาโลจับปากของเด็กสาวให้เปิดอ้า ก่อนนำยาสมุนไพรนั้นให้เด็กสาวอมเอาไว้  แล้วเริ่มประสานแผลต่อไป

 

 

 








 


ราชินีจันทราลืมตาขึ้นหลังจากนั่งหลับตามาเป็นเวลานาน ก่อนถอนหายใจอย่างปลงๆ







“อย่าฝืนโชคชะตาเลย คาโล พี่สาวของเธอกำลังจะไปดีแล้ว ปล่อยเขากลับไปเถอะ อย่าฝืนรั้งเขาไว้เลย” ลูน่าพูดเบาๆ แต่นางกำนัลคนสนิทส่ายหน้า







“หม่อมฉันไม่ได้จะลบหลู่ แต่คนที่ผิดอาจจะเป็นพระองค์เองก็ได้นะเพคะ องค์ราชินี” นางกำนัลพูด







“อืมนะ มันก็ไม่แน่เหมือนกัน เรื่องอย่างนี้ใครจะไปรู้ ที่แน่ๆเราคงเป็นได้แค่ผู้ชมที่ดีต่อไป…”

 








 

 


ร่างของเด็กสาวถูกย้ายมาที่ห้องพักที่ใกล้ที่สุด แม้จะได้ห้ามเลือด ทำแผล และแก้พิษไปแล้ว แต่อาการของเด็กสาวดูจะยังไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย







ภายในห้องช่างเงียบงัน ทุกคนต่างนั่งอยู่กับที่อย่างใช้ความคิดและไม่คิดจะไปไหน เงียบขนาดที่ว่ายังได้ยินเสียงนาฬิกาเดินอยู่เลย







ส่วนพอลนั้น ถูกส่งตัวกลับคลอโรเนียอย่างไม่อาจขัดขืน และคาดว่าคงอีกนาน กว่าที่จะได้กลับมาอาร์กาเซียอีกครั้ง







อับดุลนั่งนิ่งอยู่ริมห้องพักอย่างใช้สมาธิ ใจหนึ่งก็อยากบอกน้องสาวของเขาเหลือเกิน ว่าลูกสาวของหล่อนดวงตกซะแล้ว แต่อีกใจก็รอเวลาที่เหมาะสมก่อน จึงจะค่อยบอก







คาโลนั่งเฝ้าอาการของพี่สาวตนไม่ห่าง มือใหญ่ของเขากุมมือของเธอไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่ามือคู่นั้นกำลังจะหายไป ในก็ได้แต่ภาวนาให้วันนี้ผ่านไปเร็วๆ







‘ถ้าองค์หญิงฟื้นภายในวันนี้ ก็รอด แต่ถ้าหากไม่…หม่อมฉันก็เสียใจ’ นี่คือประโยคสุดท้ายที่หมอเทวดาพูด ก่อนจะหายกลับไปในคทา







เพื่อนๆต่างนั่งงงและพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์อย่างสับสน ทั้งงงเรื่องที่มีผีโผล่ออกมา และเรียกเพื่อนของตนว่าเจ้าหญิง เรื่องนี้ชักงงไปกันใหญ่แล้ว







“ทำไมเราไม่ส่งคีตาร์ไปโรงพยาบาลล่ะ หมออาจจะช่วยได้ก็ได้นะ” เจอร์รี่เสนอความคิดเห็น ถึงแม้จะมีบ่อยครั้งที่เธอจะทะเลาะกับคีตาร์ แต่มิตรภาพระหว่างเธอทั้งสองนั้นก็เหนียวแน่นพอๆกัน







“อืม ฉันก็ว่าดีเหมือนกันนะ เอาเป็นว่าเรียกหมอมาดูอาการเหอะ” แชมพูบอก คาโลส่ายหน้าอย่างไม่มีหวังแล้วกล่าว







“มันก็ค่าเท่ากันนั่นแหละ ดาบนั่นมีพิษ พิษที่ร้ายแรงซะด้วย พิษเก่าของท่านพี่ยังไม่ทันหาย ก็มีพิษใหม่เข้ามาเพิ่มในร่างกายอีก เกรงว่าร่างกายจะรักษาสมดุลไม่ได้” คาโลพูด







“จริงอย่างที่คาโลว่า เป็นอย่างนี้ร่างกายคงรักษาสมดุลได้ยาก โอกาสรอดมีน้อยมาก … แทบจะไม่ถึง 10 เปอร์เซ็น” อับดุลกล่าว ทำให้เพื่อนๆต่างเงียบไปกันใหญ่







“แล้วพิษเก่าที่ว่ามันอะไรละ” อเล็กซ์ถามขึ้น







“ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก” คาโลบอก ก่อนที่ทั้งห้องจกลับสู่ความเงียบงัน








 

 

 


นานที่ไม่มีใครพูดอะไร ห้องทั้งห้องก็เงียบ เพื่อนๆต่างก็ทยอยออกไปแล้ว ทำให้ในห้องเหลือเพียงคาโล โนอาร์ เฟริน คิล และอับดุล…







“ชีวิตแลกด้วยชีวิต…” จู่ๆโนอาร์ก็พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้พวกที่เหลือหันมามอง







“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร หากทำอย่างนั้นแล้วท่านพี่คีตาร์ต้องเสียใจ” คาโลกล่าวเบาๆ เรียกความรู้สึกผิดในใจให้กับโนอาร์ได้เหมือนกัน







‘ชีวิตของเธอต้องพบกับความสูญเสียมากมาย และที่ร้ายที่สุด คือการสูญเสียคนที่เธอรักและรักเธอ และเธอเองก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เค้าต้องตาย…’ เคยมีคนกล่าวกับเขาเอาไว้อย่างนั้น และมันก็กำลังกลับมาเล่นงานเขาในไม่ช้านี้







“ถ้าความต้องการในการมีชีวิตอยู่ของคีตาร์มีมากพอ เธอคงจะฟื้น แต่ถ้าไม่…ก็เตรียมเสียใจได้เลย” อับดุลกล่าวเรียบๆ ความห่วงใยหลานสาวของเขายังมีเสมอ แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อเขาเองก็ช่วยอะไรไม่ได้เช่นกัน 







“ไม่มีทางอื่นแล้วหรอฮะ ที่จะช่วยพี่คีตาร์” เฟรินถามขึ้น ทั้งห้องต่างส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง







 

 

 


“เวลาของเธอใกล้จะหมดลงเต็มที” มาลาไจน์พูดเงียบๆ เรียกให้แพชเชอร์ที่อยู่ข้างๆหันมามอง ถึงแม้เธอกับเขาจะไม่ ( ค่อย ) ถูกกัน แต่ยังไงก็เคยร่วมรบกันมา ความผูกพันธ์ย่อมมีเสมอ







“กษัตริย์บาโรคงเสียพระทัย หากต้องเสียพระธิดาที่พระองค์รักมากที่สุดไป” ชายแก่ยังคงพูดต่อ แพชเชอร์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ







“ท่านหมายความว่ายังไง ที่กษัตริย์บาโรต้องเสียใจ ที่ต้องเสียพระธิดาไป” แพชเชอร์ถามขึ้น เมดาโบรันที่ยืนอยู่ด้วยเป็นผู้ตอบคำถามแทน







“คีตาร์ วาเนบลี เจ้าหญิงแห่งคาโนวาล พระราชธิดาในกษัตริย์บาโร แห่งคาโนวาล และราชินีคาเลน จอมภูตแห่งสโนว์แลนด์ น้องสาวแท้ๆของอับดุล” เมดาโบรันตอบอย่างรอบรู้ แพชเชอร์อึ้งกับสิ่งที่ตนได้ยิน







‘ยัยนั่นมียศเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งคาโนวาลเชียวรึ เก่งทีเดียวที่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้’ แพชเชอร์คิด ‘แต่เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่คงจะอยู่ดูโลกใบนี้ได้อีกไม่นาน…’

 








 

 

 


แสงสว่างที่มีอยู่ค่อยๆหายไปเต็มที ความมืดปกคลุมไปทั่วจิตใจของเด็กสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงนุ่ม ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่มีการตอบสนอง แต่สมองของเธอกำลังทำงานอย่างหนัก







‘มีชีวิตอยู่…หรือตายไป มันจะค่าเท่ากันหรือเปล่านะ’ นั่นคือความคิดด้านหนึ่งของคีตาร์ แค่แล้วความคิดอีกด้านก็แย้งขึ้นมา







‘คนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว จะกลัวอะไรเล่าคีตาร์ เธอเหนื่อยมามากแล้ว พักผ่อนซะบ้างจะดีกว่า ถึงแม้ว่านี่จะเป็นการพักผ่อนไป…ตลอดกาล…’ เพียงคิดได้เท่านั้น แสงสว่างก็หายไปหมดจากจิตใจทันที







คาโลเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ มือใหญ่คลำหาชีพจรที่ข้อมือเด็กสาวอย่างร้อนรน โนอาร์ที่เห็นดังนั้นรีบเคลื่อนตัวมาอยู่ข้างๆเตียงทันที







เหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามไรผมสีเงินของคาโล ไม่ว่าพยายามเท่าไหร่ ผลก็ออกมาเหมือนเดิมที่หาชีพจรของเด็กสาวไม่เจอ เฟรินเอาไม้คทาของเฟรินกระทบพื้น 3 ครั้ง หมอเทวดารีบโผล่ออกมาทันทีที่เฟรินเห็นท่าไม่ดี แล้วรีบตรวจอาการ







ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที หมอโอเดลส่ายหน้าอย่างเสียใจ ทั้งหมดในห้องใจหายวูบ หัวใจเบาโหวงราวกับอะไรบางอย่างหายไป น้ำตาคลออยู่ภายในแต่ก็ไม่พอที่จะไหลลงมา…







“องค์หญิงเหนื่อยเต็มที ความต้องการมีชีวิตอยู่ของนางไม่มีเหลือแล้ว นางแค่…ต้องการพักผ่อนไป…ตลอดกาล” เพียงได้ยินคำตอบเพียงเท่านั้น เฟรินที่แทบจะไม่เคยร้องไห้ก็น้ำตาไหลริน แล้วหันไปซบอกคาโลอย่างหวังหาที่พึ่ง







คิลยืนก้มหน้าไว้อาลัยเจ้าหญิงแห่งคาโนวาลเงียบๆ ไม่ต่างจากอับดุลซักเท่าไหร่นัก…







คาโลตัวแข็งทื่ออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเห็นคนตาย แต่คนที่เพิ่งตายไปนั้น เป็นพี่สาวคนเดียวของเขาเอง อยากจะร้องไห้ออกมา แต่มันกลับทำไม่ได้ เขาร้องไห้ไม่ได้ต่างหาก







โนอาร์ก็เป็นเช่นเดียวกับคาโล เขาไม่ขยับตัวไปไหน ยังคงยืนจ้องมองใบหน้าของเพื่อนสาว ที่ต้องมาตายเพราะตน ความสำนึกผิดเข้าจู่โจม ทำให้เขาต้องโทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า







โนอาร์เดินเข้าไปใกล้ร่างนั้น ก่อนก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเด็กสาวอย่างอ่อนโยน เป็นครั้งเดียว…และครั้งสุดท้าย ที่เขาจะทำได้ น้ำตาหยดเดียวไหลออกมาจากนัยน์ตาเด็กหนุ่ม โดยที่ไม่มีผู้ใดได้เห็น และจะไม่มีให้ใครได้อีกต่อไป…

 




 






 





และแล้ว...ใครคนนั้นก็จากไป...

ก็บอกแล้วไง ไม่ถนัดด้านรักหวานแหวว (แต่แบบนี้โหดไปป่ะเนี่ย???)

ตอนหน้าตอนจบแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีคนติดตามมากน้อยเพียงไหน ในเมื่อคนคนนั้นจากไป

เอาเป็นว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง เขาและเธอคงได้พบกันอีกครั้ง




ปล.ตอนหน้า เขาและเธอจะได้พบกันอีกครั้ง แต่ในรูปแบบใด คอยดูกันเอาเอง




ติดตามๆๆๆ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น