[[ไวท์โรด-บารามอส]]

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 17 บทสนทนาระหว่างว่าที่พี่สะใภ้ กับ ว่าที่น้องสะใภ้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 มิ.ย. 49

ตอนที่ 17 บทสนทนาระหว่างว่าที่พี่สะใภ้ กับ ว่าที่น้องสะใภ้




“พี่คีตาร์ฮะ ผมไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเลยนะ” เฟรินพูด ขณะที่นั่งอยู่บนเตียงนอนของคีตาร์




“เอาเสื้อผ้าพี่ไปก่อนก็ได้นะ” คีตาร์พูด แล้วกดปุ่มบนนาฬิกา แล้วซีดีเสื้อผ้าก็โผล่ออกมา




“เอ้านี่ เอาไปใช้ก่อนก็ได้ ซีดีนี้เป็นชุดผู้หญิงตอนพี่ไปคาโนวาล” คีตาร์พูด แล้วยื่นมาให้เฟรินซึ่งทำหน้างง




“นี่มันแผ่นอะไรไม่รู้ ไม่ใช่เสื้อผ้านี่นา” เฟรินพูด แล้วก็รับมา




“เดี๋ยวพี่สอนเอง ว่าต้องทำยังไง” คีตาร์พูด




“แต่ผมไม่ชอบใส่เสื้อผ้าผู้หญิงนะฮะ มันรุงรังมากๆเลย” เฟรินพูด แล้วทำหน้าแหยๆ




“ไม่เอาชุดผู้หญิงก็ได้ เดี๋ยวใช้ชุดพี่เอาก็แล้วกัน” คีตาร์พูดกับเฟรินด้วยความเอ็นดู เพราะเธอและน้องสาวคนนี้มีหลายๆอย่างที่เหมือนกัน คือ เป็นผู้หญิงที่ไม่อยากเป็นผู้หญิง




“ขอบคุณมากฮะ” เฟรินกล่าว







“เหอะๆ นี่มันอะไรกันเนี่ย” คิลพูด ขณะที่เปิดปิดทีวีเล่น แล้วภาพก็โผล่ออกมา ทำให้เขาถึงกับกระโดดขึ้นมานั่งบนโซฟาที่ห่างออกมาเกือบ 3 เมตร




“นั่นโทรทัศน์นะ” โนอาร์พูด แล้วก็หัวเราะไป ขณะที่คาโลเองนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเงียบๆ แต่สายตาก็สอดส่องไปทั่ว




///มีอะไรมากมายที่ในเอเดนไม่มี/// คาโลคิดในใจ แล้วมองไปรอบๆห้อง แล้วก็ไปสะดุดตากับกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะที่วางอยู่ใกล้ๆกับคอมพิวเตอร์




///นั่นมันท่านพี่คีตาร์กับโนอาร์นี่นา/// คาโลคิด




“คาโล พี่สาวท่านติดต่อมานะ” โนอาร์พูด ทำให้คาโลตื่นจากภวังค์




“ติดต่อ?” คาโลทวนคำ แล้วขมวดคิ้ว




“ที่คอมพิวเตอร์นะ เดินไปนั่งที่เก้าอี้สิ” โนอาร์พูด แล้วเดินนำคาโลไปที่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้คของเขาที่วางอยู่ในห้องนอน




“คาโล” คีตาร์เรียก แล้วเจ้าชายแห่งคาโนวาลก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ ส่วนโนอาร์ก็นั่งฟังอยู่ห่างๆที่เตียงนอน




“เป็นไงบ้าง อยู่กินสบายดีไหม” คีตาร์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่คาโลก็ดีใจแล้วที่พี่สาวคนเดียวของเขาถาม




“ก็สบายดีครับ” คาโลตอบ ซึ่งคีตาร์ก็พยักหน้ารับรู้




“แล้วอาการของท่านพี่เป็นยังไงบ้าง” คาโลถามกลับ คีตาร์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ




“ก็ดี ไม่มีอะไรมากนักหรอก ไม่ต้องเป็นห่วง” คำพูดจากพี่สาวที่น้องชายก็ฟังรู้ทันทีเลยว่า ‘โกหก ’




“ท่านพี่ต้องกินยาตามที่ลุงหมอสั่งด้วย” คาโลพูดกำชับ เด็กสาวผู้ฟังดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากจะปฏิบัติตามซักเท่าไหร่ ก็แต่พยักหน้ารู้แล้ว




“แล้วอยากคุยกับเฟรินไหม” คำถามจากพี่สาวที่ทำให้น้องชายคนฟังต้องลอบสบถในใจ ว่าทำไมต้องมาถามเรื่องนี้ด้วย




“คาโล” ยังไม่ทันที่จะตอบกลับไป เสียงใสๆของเจ้าตัวยุ่งก็โผล่ขึ้นมา แล้วมานั่งแทนที่เด็กสาวผู้ที่เคยนั่งอยู่เมื่อครู่




“มีอะไร” คาโลถามเรียบๆ




“ที่นี่สุดยอดเลยแหละ เสื้อผ้าก็ออกมาจากแผ่นกลมๆได้ด้วย” เฟรินพูดไปเกี่ยวกับแผ่นกลมๆที่เค้าเรียกกันว่า ‘ ซีดี ’ ให้คนที่พอจะรู้เรื่องอยู่บ้างได้ฟัง




“อืม แล้วนายกินข้าวหรือยัง” คาโลถามกลับ แม่ตัวยุ่งก็ตอบเสียงแจ้ว




“กินแล้วหละ ข้าวออกมาจากตู้เหล็กสี่เหลี่ยมใหญ่ๆได้ด้วย แถมยังอร่อยเป็นบ้าเลย” เจ้าตัวก็อวดไปสารพัดเรื่องที่เห็นมา ให้กับคนที่รู้มากกว่าในตอนนี้




“อืม ทำตัวดีๆหละ อย่าเป็นภาระให้ท่านพี่” คาโลพาลไปโน่น คีตาร์ที่แอบฟังก็ยิ้มน้อยๆกับคำพูดของน้องชาย ที่นานๆทีถึงจะได้ฟังซักครั้ง




///มันห่วงพี่สาว/// เฟรินคิดในใจ แล้วยิ้มแก้มแทบปริ ที่ได้เห็นคนอย่างคาโล วาเนบลี ห่วงคนอื่นเป็นเหมือนกัน




“ยิ้มอะไร” คาโลถาม แล้วปั้นสีหน้าดุ เฟรินเพียงแต่หัวเราะน้อยๆเท่านั้น ก่อนกล่าวไปอีกเรื่อง




“คาโล ฉันง่วงแล้ว คงต้องไปนอนแล้วนะ บ๊ายบาย ราตรีสวัสดิ์” ว่าแล้ว เจ้าตัวก็หายไปจากรัศมีการมองเห็นของจอคอมพิวเตอร์ทันที




“มันเป็นอะไรของมันนะ เดี๋ยวไปเดี๋ยวมา” คิลที่อยู่นั่งฟังด้วยพูดขึ้น แต่ก็กลับไปสนใจกับตู้เย็นต่อ




“ท่านพี่เองก็ควรจะพักผ่อนได้แล้ว” คาโลพูด เพราะรู้ว่าพี่สาวตนก็กำลังฟังอยู่เหมือนกัน ถึงจะไม่ได้อยู่ในการมองเห็นของคอมก็เถอะ




“อืม เดี๋ยวจะนอนแล้วละ พรุ่งนี้ตื่นเช้าๆนะ จะได้รีบไปดูการแข่งขัน” คีตาร์พูด ก่อนจะปิดสัญญาณไป แล้วจึงหันกลับไปสนใจกับหนังสือในมือต่อ




“พี่คีตาร์น่าจะนอนหลับไปแล้วนะฮะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะได้มีแรงไปดูพี่โนอาร์” เฟรินพูด แล้วคีตาร์ก็หันมายิ้มให้น้อยๆ




“ขอบใจนะ แต่พี่คงต้องอ่านหนังสืออีกหน่อยนะ ใกล้จะจบแล้ว” ว่าแล้ว เด็กสาวก็หันไปสนใจกับหนังสือต่อ




“พี่รู้ตัวบ้างไหมฮะ ว่าคาโลกับพี่นะเหมือนกันมากๆเลย”  เฟรินพูด คีตาร์ละสายตาจากหนังสือ มามองหน้าคนพูด




“เรื่องอะไรละ ที่ว่าเหมือน” คีตาร์ถาม แล้วปิดหนังสือวางไว้ ก่อนหันมานั่งฟังเฟรินพูด




“ก็ มีเยอะนะฮะ อย่างเช่น ที่เห็นชัดๆก็คือ เรื่องอ่านหนังสือนี่แหละ อ่านอยู่ได้ทั้งวันทั้งคืนไม่เบื่อบ้างเลย” เฟรินว่า คีตาร์พยักหน้าเข้าใจ เรื่องที่ 1 จึงผ่านไป




“เรื่องที่สอง ก็คือ พี่กับคาโลนะ นิสัยเหมือนกันมากๆ”




“เหมือนหรอ ตรงไหนละ” คีตาร์ขมวดคิ้ว




“ถึงพี่กับคาโลจะดูเงียบๆ ไม่ค่อยพูดคุยกับใคร แต่จริงๆแล้ว ถ้าได้อยู่ด้วยก็จะรู้ฮะ ว่าอบอุ่นมาก ผมเห็นพี่ครั้งแรกยังกลัวพี่เลย เป็นความรู้สึกคล้ายๆกับที่เจอกับคาโลในตอนแรก ก็คือ หยิ่งเป็นบ้าเลย” ว่าแล้ว เจ้าตัวก็หัวเราะไปโน่น




“แต่พอได้มารู้จัก ได้พูดคุยก็รู้ว่า พี่นะ อบอุ่นเหมือนคาโล ใจดีมากๆเลย” เฟรินพูด แล้วยิ้มให้เด็กสาวตรงหน้า ที่ยิ้มให้ตนเหมือนกัน




“แล้ว…มีอย่างอื่นอีกไหม” คีตาร์ถาม




“ก็ คงเป็นเรื่องสุดท้าย คือ พี่กับคาโลนะ เก่งมากๆเลย เก่งทั้งคู่เลยฮะ” เฟรินว่า




“แล้วเคยเห็นพี่ใช้พลังแล้วหรือไง ถึงรู้ว่าเก่ง” คีตาร์ว่า แล้วหัวเราะน้อยๆ




“ถึงไม่เคย แต่ก็พอรู้มาฮะ เพราะพี่โนอาร์ชอบมาเล่าให้ฟัง ตอนที่พี่นอนสลบสไลไม่ได้สติ”




///โนอาร์ไปพูดกับเฟรินตอนไหนละเนี่ย/// คีตาร์คิดในใจ




“พี่นะ เก่งเทียบคาโลไม่ได้หรอกรู้ไหม เค้านะเก่งกว่าพี่หลายขุม” คีตาร์พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ




“ทำไมละฮะ พี่ออกจะเก่ง” เฟรินถาม




“ก็…เรื่องดาบ พี่เองก็ไม่ได้เรื่องนักหรอก พักหลังๆมานี้แทบไม่ได้แตะเลย” คีตาร์พูด




“โห พี่ฮะ รู้รึป่าวว่าไอ้คาโลนะ ฝีมือดาบไม่ได้เรื่องเลย” เฟรินพูด “มันนะ แทบไม่เคยชนะผมเลยด้วยซ้ำแหละ”




///ไม่เก่ง เพราะไม่กล้าลงดาบกับใคร ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนักดาบ นั่นก็เพราะอ่อนแอเกินไป เลยต้องเอาความเย็นชามาบังหน้าสินะ คาโล/// คีตาร์คิดในใจ แล้วแววตาก็หม่นหมองอยู่ชั่วครู่ ก่อนกลับมาเป็นเหมือนเดิม




“เรื่องเวทมนต์พี่ยิ่งไม่ได้เรื่องใหญ่เลยรู้ไหม ท่านแม่สอนอะไรมาไม่เคยเข้าหัวเลย” คีตาร์พูด




“โห นี่ขนาดไม่เข้าหู ได้เป็นตั้งผู้ใช้เวทย์ระดับ B ตอนอายุ 13 นะฮะ นี่เค้าเรียกว่าไม่เก่งกัน    หรอ  คาโลมันยังเป็นตอนอายุ 16 นะฮะ” เฟรินพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ




///ก็เพราะ เธอเป็นทายาทของจอมภูตแห่งสโนว์แลนด์ ก็เพราะ ของขวัญชิ้นแรกของเธอคือพรสวรรค์ด้านเวทมนต์ ก็เพราะ คทาคือของเล่นชิ้นแรกที่เธอได้จับ บางครั้งเธอยังอิจฉาคาโลเลยด้วยซ้ำ ที่ไม่ต้องมาทนทุกข์เหมือนกับเธอ แต่ตอนนี้ เธอเปลี่ยนใจแล้ว///




“เผลอๆพี่อาจจะเก่งกว่าอาจารย์แม่มดวิงกี้ด้วยซ้ำนะฮะ” เฟรินกล่าว




///เธอไม่เคยได้เข้าโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก เธอไม่เคยต้องแบกรับภาระของประเทศคาโนวาล ขนาดประชาชนบางคนยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ว่ามีเจ้าหญิงแห่งคาโนวาลอีกองค์หนึ่งนามว่า คีตาร์ วาเนบลี///




“ผมว่านะฮะ ถ้าพี่ได้เป็นคิงเนี่ย คงจะสง่าน่าดู”




///ไม่มีโอกาสอีกแล้ว ที่เธอจะได้เป็นคิง นอกเสียจากว่า เธอนั้นจะเป็นรัชทายาทองค์สุดท้ายที่เหลืออยู่ในคาโนวาล///




“เธอควรจะนอนได้แล้วนะเฟริน นี่มันก็ดึกแล้ว” คีตาร์พูดขัดขึ้น เฟรินมองหน้าเธออย่างงงๆ




“เอ่อ ฮะ ผมก็ว่าดึกแล้วเหมือนกัน พี่เองก็ควรจะพักผ่อนให้มากๆ ผมนี่ซื่อบื้อจิงๆเลย” เฟรินพูด ก่อนล้มตัวลงนอนที่เตียงของคีตาร์ ( เงอะๆ นอนด้านซ้ายง่านะ ) แล้วคีตาร์ก็ปิดไฟแล้วมานอนตามคำแนะนำของเฟริน




“พี่ฮะ พี่เลือกที่จะมาที่นี่เองเหรอ” เฟรินที่ยังนอนไม่หลับก็ถามคีตาร์ ซึ่งเธอก็นอนไม่หลับเหมือนกัน




“ใช่ พี่เลือกที่จะมาที่นี่เองแหละ พี่ขอจนท่านแม่ยอมให้มาเลยนะรู้ไหม” คีตาร์พูด แล้วหัวเราะน้อยๆ “แต่นั่นมันก็ 10 กว่าปีมาแล้วละ”




“โห ขนาดนั้นเชียวเหรอฮะ” เฟรินอุทาน “แล้วสาเหตุที่พี่มาที่นี่ละฮะ เพราะอะไร” เฟรินถาม




“สาเหตุหรอ… เพราะ พี่ต้องการตามหาคนที่เคยช่วยพี่เอาไว้ในอดีตนะ” คีตาร์พูดเบาๆ




“จิงหรอฮะ โห เอาขนาดนั้นเชียว แล้วตอนนี้พี่ได้เจอเค้าคนนั้นรึยังฮะ” เฟรินถาม แล้วนอนตะแคงมาคุยกับคีตาร์




“เจอแล้วละ” คีตาร์พูด แล้วยิ้มน้อยๆ




“เค้าคนนั้นคือใครเหรอฮะ” เฟรินถามอย่างตื่นเต้น ลุ้นระทึกไปกับคำตอบ




“อืม … ไม่บอกดีกว่า” คีตาร์กล่าว เล่นเอาเฟรินแทบพลิกตกเตียง




“พี่ง่วงนอนแล้ว เธอคงไม่อยากถูกคาโลลงโทษข้อหาทำให้พี่ทรุดนักอีกนะ” คีตาร์พูด ซึ่งเฟรินก็นอนอย่างสงบนิ่ง




“ฮะ พี่นอนเถอะฮะ ผมก็จะนอนเหมือนกัน” เฟรินพูดตัดบท แล้วนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว      ( สงสัยกลัวการลงโทษของคาโลอ่านะ หุหุ )




“เฮ้อ” คีตาร์ถอนหายใจ แล้วนอนก่ายหน้าผาก ส่วนเฟรินที่นอนหลับไปแล้วก็นอนละเมอออกมา


“คาโล แกอย่าทำตัวเป็นก้อนน้ำแข็งเดินได้ได้รึป่าว เห็นแล้วมันน่ารำคาญนะ” ละเมอออกมาซะจนคีตาร์อยากจะหัวเราะ ถ้าไม่กลัวเจ้าคนที่นอนอยู่จะตื่นขึ้นมาเสียก่อนนะสิ




“แต่ฉันก็รักแกนะ” จบประโยคสุดโรแมนติกของเฟริน แล้วเจ้าตัวก็นิทราสนิทเลย คีตาร์ที่ฟังจบถึงกับยิ้มน้อยๆออกมาอย่างอดไม่ได้




///โชคดีจริงๆนะคาโล ที่ได้เฟรินมาเป็นคนที่จะคอยช่วยน้องให้ออกมาจากความมืดภายในใจได้/// คีตาร์คิด ///แต่สำหรับพี่ จะมีใครไหมที่จะมาช่วยดึงจิตใจของพี่ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมเหมือนในอดีต/// คิดแล้วเธอก็ต้องเจ็บแปลบภายในใจ เพราะไม่มีใครที่จะมาทำให้หัวใจของเธอสว่างไหวได้ นอกจากเค้าคนนั้น ที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า เค้าคิดกับเธอยังไงกันแน่…





นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น