นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

----->>> Sad Love <<<-----

โดย Keetar_Prowis

...รักแล้วเจ็บ... ...แต่มนุษย์ก็ยังดึงดันที่จะมีความรัก... ...เหมือนกับเธอ...

ยอดวิวรวม

1,107

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,107

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


0
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 มี.ค. 52 / 11:22 น.
นิยาย ----->>> Sad Love <<<-----

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 มี.ค. 52 / 11:22


Sad Love

 

"พิม บาสรักพิมนะ"

 

บาสคว้าตัวฉันเข้ามากอดแน่น ฉันแค่นหัวเราะน้อยๆ มองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

 

"บาส...บาสไม่เคยเข้าใจอะไรเลย"

 

ฉันพูดเบาๆ ยิ้มเยาะบางๆให้กับตัวเอง บาสคลายอ้อมกอดฉัน แล้วมองหน้าฉันตรงๆ ใบหน้ายังคงดูงุงงนกับคำพูดของฉันอยู่ไม่น้อย

 

"พิม พิมรักบาสไหม?"

 

บาสถามแล้วจ้องลึกเข้ามาข้างในตาของฉัน ซึ่งฉันก็มองตอบกลับไปอย่างไม่หลบสายตา

 

"บาส...จนป่านนี้แล้ว...บาสก็ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย"

 

 

 

 

10 ปีก่อน...

 

ฉันเข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในชั้น ม.1 ของที่นั่น และฉันก็ได้เจอกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่ดูยังไงก็ดูไม่มีมนุษยสัมพันธ์เอาเสียเลย เขาดูไม่มีเพื่อนมิตรสหายอย่างที่คนอื่นเขามี เขาคนนี้เก็บตัวเงียบ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ที่ทำให้ฉันสนใจในตัวเขานัก

 

บาส...นั่นแหละ คือชื่อของเขา

 

แล้ววันหนึ่ง ฉันก็เดินไปทักเขา เด็กหนุ่มผู้นั้น...ผู้ที่ฉันรู้สึกสนใจในตัวเขา

 

เราสองคนเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น สนิทสนมกันมากขึ้นไปตามเวลา จนฉันเชื่อว่า ฉันคงเป็นคนที่เข้าใจเขาที่สุดภายในห้องแล้ว

 

 

 

 

 ตลอดเวลา 6 ปีที่เรียนอยู่ชั้นมัธยม ฉันและบาสเรียนห้องเดียวกันมาโดยตลอด และเราสองคนก็สนิทสนมกันจนบางคนเอาไปคิดซะว่าเราสองคนเป็นแฟนกันซะอย่างนั้น

 

...แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็คงจะดี

 

ฉันไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้มันก่อตัวขึ้นมาเมื่อไหร่

 

...ความรู้สึกที่เรียกว่า "รัก" ที่ฉันมีให้กับบาส

 

 

 

 

 

4 ปีที่แล้ว...

 

และแล้วความฝันของฉันก็กลายเป็นจริง เมื่อบาสขอฉันคบเป็นแฟน

 

เราสองคนได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพียงแต่คนละคณะเท่านั้น

 

ฉันเองก็ไม่ได้เก่งอะไรนักหนา เพียงแค่เรียนคณะทันตแพทย์ ส่วนบาสเขาเป็นคนที่เก่ง เรียนอยู่คณะแพทย์ แต่นิยมคมในฝัก

 

เรารักกันมาก บาสดีต่อฉันเสมอ อย่างที่ไม่เคยมีให้ใครมาก่อน และฉันก็รักเขามากจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้

 

ฉันรักเขามากจริงๆ

 

 

 

 

และแล้ว เรื่องมันก็เกิดขึ้นจนได้...

 

 

 

 

"พิม วันนี้บาสมีงานที่คณะ คงไปรับไม่ได้นะ" บาสโทรมาบอกฉันอย่างทุกครั้ง เวลาที่เขามีงาน

 

"ไม่เป็นไรหรอก พิมกลับเองได้ บาสไม่ต้องห่วงนะ" ฉันบอกอย่างไม่ว่าอะไร

 

"ครับ งั้นแค่นี้นะ"

 

แล้ววันนี้ ฉันก็เลยต้องกลับคอนโดคนเดียว ในใจก็ไม่คิดอะไรมาก เพราะรู้ว่าเขางานเยอะ ตามปกติของคนเรียนอยู่คณะแพทย์อย่างเขา

 

 

 

แต่แล้ว...ความห่างเหินก็เริ่มเข้ามาในชีวิตของเราสองคน

 

เขาแทบไม่มีเวลาให้ฉันเลย ในหนึ่งอาทิตย์ เราได้เจอหน้ากันเพียงแค่ไม่ถึง 2 ครั้ง หรือบางอาทิตย์ก็ไม่ได้เจอกันเลย

 

 

 

 

สายลมพัดผ่านใบหน้าของฉันไป

 

"พิม"

 

ฉันรู้สึกเหมือนมีคนเรียกฉัน แต่ก็ไม่สามารถที่จะเรียกความคิดของตัวเองให้กลับมาได้

 

"พิม" คราวนี้ฉันรู้สึกถึงแรงเขย่าน้อยๆที่ต้นแขนฉัน ทำให้ฉันหลุดออกจากห้วงความคิดที่เรื่อยเปื่อย นกเพื่อนของฉันกำลังมองหน้าฉันอย่างสงสัย

 

"ฉันเรียกเธอมารอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ไม่ยอมหันมาเลย" เธอพูด ฉันยิ้มน้อยๆอย่างไม่มีข้อแก้ตัว

 

"ช่วงนี้ฉันไม่เห็นเธออยู่กับบาสเลย มีปัญหาอะไรกันรึเปล่า?" เพื่อนสาวของฉันถาม นกเป็นคนที่ค่อนข้างมีคนรู้จักมาก อาจจะเป็นเพราะการที่เธอเป็นนางแบบชื่อดังคนหนึ่งกระมัง

 

"เค้างานยุ่งนะ เธอก็รู้" ฉันแก้ต่างแทนเขา

 

"จริงหรอ?? ไม่ใช่ว่าแฟนเธอแอบไปมีกิ๊กหรอกนะ" นกถาม ถึงแม้ฉันจะรู้ว่าเพื่อนสาวคนนี้ไม่ได้ต้องการจะทำร้ายจิตใจ เป็นเพียงแค่การหยอกล้อเล่น แต่ไม่รู้ทำไมใจมันโหวงๆพิกล

 

เมื่อเห็นฉันเงียบๆไป นกก็คงจะรู้ตัวว่าพูดอะไรไม่เข้าท่าไป จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

 

แต่ทำไมกันนะ...ฉันถึงรู้สึกใจไม่ดีเลย

 

คงเป็นเพราะช่วงนี้เรียนหนักเกินไป

 

 

 

 

 

ฉันไม่เจอเขามา 2 อาทิตย์แล้ว...

 

"พิม อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ เมื่อวานฉันกับไอ้กอล์ฟไปเดินที่มอลล์มา เห็นแฟนเธอเดินอยู่กับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้"

 

แบงค์ เพื่อนร่วมคณะของฉันพูด มิน่าละ ฉันเห็นแบงค์แอบมองฉันแล้วทำสีหน้าหนักใจอยู่หลายครั้ง คงจะเป็นเพราะเรื่องนี้ละมั้ง

 

"อาจจะเป็นน้องสาวเค้าก็ได้นะแบงค์ อย่าคิดมากเลย" ฉันพูดแล้วยิ้มน้อยๆอย่างไม่คิดอะไร แบงค์มุ่นคิ้วแล้วพูดต่อ

 

"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะพิม อาทิตย์ก่อนฉันก็เห็นเค้าเดินกับผู้หญิงคนนี้นี่แหละ เธอไม่สงสัยบ้างหรอ ว่าทำไมเดี๋ยวนี้เค้าถึงหายหน้าหายตาไป" แบงค์บอก

 

"เค้างานยุ่งนะแบงค์ ช่างมันเถอะ อย่าพูดอีกเลย"

 

แม้ปากจะว่าไปอย่างนั้น แต่ในใจของฉันมันกลับตรงกันข้าม มันว้าวุ่นอย่างประหลาด

 

เพราะอะไรนะ...เพราะอะไรกัน...

 

 

 

 

เราห่างเหินกันมา 1 เดือนแล้ว...

 

ฉันไม่ได้เจอกับเขาเลย มีเพียงการโทรศัพท์ และข้อความที่บอกเพียงว่า งานยุ่ง ไม่ว่าง และข้อความต่างๆนาๆที่ซ้ำไปซ้ำมา

 

แบงค์และกอล์ฟ สองเพื่อนชายของฉันพยายามทำตัวเป็นนักสืบคอยดูพฤติกรรมบาสแล้วมารายงานต่อฉัน ซึ่งฉันไม่เห็นด้วยเลย

 

จนวันหนึ่ง สองเพื่อนชายก็นำรูปถ่ายปึกหนึ่งมายื่นให้ฉัน ซึ่งรับมาด้วยความสงสัย

 

"อะไรเหรอ" ฉันถามด้วยความสงสัย

 

"ดูเองแล้วกัน แต่บอกก่อนนะ อย่าว่าพวกฉันเชียว พวกฉันทำไปเพราะเป็นห่วงเธอ" กอล์ฟพูด ฉันก้มลงมองรูปถ่ายที่เพื่อนยื่นให้ โดยมีนกที่มาดูอยู่ข้างหลังด้วย

 

กว่า 10 ภาพที่สองศรีเพื่อนซี้ร่วมคณะนำมาให้นั้น ต่างเป็นรูปของชายหนุ่มคุ้นหน้า ที่กำลังพลอดรักบ้าง เดินซื้อของบ้าง ไปเที่ยวบ้าง...กับผู้หญิงคนหนึ่ง

 

และชายคนนั้นก็ไม่ใช่ใคร

 

"บาส?"

 

นกร้องเสียงหลง แต่ฉันยังคงนิ่งเงียบและดูรูปต่อไปเรื่อยๆ จนครบทุกรูป

 

เพื่อนสาวนำมือมาจับที่ไหล่ของฉันแล้วบีบเบาๆ ฉันยิ้มบางๆแล้วส่งรูปคืนให้กอล์ฟ

 

"ขอบใจนะ"

 

 

 

 

 

วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ฉันค่อยๆเงียบลงจนเพื่อนๆต่างพากันกลุ้มใจ ทุกคนรู้สาเหตุ แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

 

สายตาของฉันมองออกไปนอกหน้าต่างห้องเรียนอย่างไร้จุดหมาย เสียงอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่หน้าชั้นแทบจะไม่มีความหมายสำหรับฉันเลย...

 

ทำไมนะ...ทำไม

 

 

 

"พิม ไปเดินเล่นกันที่หน้ามอนะ"

 

นกและเพื่อนสาวอีกหลายๆคนชวน ฉันเห็นว่าไหนๆก็ว่างอยู่แล้ว ก็เลยตามไป

 

แล้วสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดก็เกิดขึ้น

 

ฉันเห็นแฟนหนุ่มของฉัน กำลังเดินสวนทางกับฉัน โดยที่ข้างกายของเขา มีหญิงสาวคนหนึ่ง...คนเดียวกับในรูปที่แบงค์และกอล์ฟเคยให้ดู

 

บาสไม่เห็นฉัน เพราะกำลังหยอกล้อกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ ดูยังไงก็เหมือนคนรักกันมาก สมองฉันแทบจะหยุดทำงาน เพียงเพราะคำๆหนึ่งที่หลุดออกมาจากปากของผู้หญิงคนนั้น

 

"ก็เราเป็นแฟนกันนิ จริงไหมบาส?"

 

โลกทั้งโลกแทบจะดับลง นกหันมามองเมื่อเห็นว่าฉันหยุดเดินกระทันหัน และมองตามสายตาของฉันไป จนพบกับต้นเหตุแห่งปัญหา

 

"พิม เธอไม่เป็นไรนะ" นกรีบเข้ามาดูฉันอย่างเป็นกังวล รวมทั้งเพื่อนๆที่มาด้วยกัน

 

"เปล่า ไม่เป็นอะไรเลย" ฉันบอกแล้วฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก นกมองฉันอย่างเวทนาและสงสาร ก่อนจะจับมือฉันแล้วเดินต่อไป

 

 

 

 

 

น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจฝืนทนต่อไป ภายในห้องมืดที่มีเพียงโคมไฟอันเดียวที่ยังเปล่งแสงอยู่ที่หัวเตียง ฉันนั่งร้องไห้อยู่เงียบๆ แต่กินเวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว

 

"บาส...พิมผิดอะไร...พิมผิดอะไร"

 

 

 

 

 

"พิม ไปกินข้าวกันนะ วันนี้ไอ้แบงค์มันเป็นเจ้ามือ"

 

กอล์ฟชวนฉันและพวกเพื่อนสาว ฉันรู้ดีว่าเพื่อนๆอยากจะพาฉันไปเปิดหูเปิดตา และฉันเองก็ไม่อยากทำลายน้ำใจเพื่อนนักหรอก

 

แต่เมื่อไปถึงร้านอาหารเนี่ยสิ

 

"ไม่ต้องบอกแล้วว่าเธอรักฉัน เข้าใจไหม มันไม่ได้ซึ้งอะไรอย่างนั้น อีกต่อไป..." หนึ่งเพลงผ่านไป ฉันนั่งนิ่งเงียบ ทำให้เพื่อนๆต่างพากันเงียบบ้าง

 

"เธออาจมีร้อยเหตุผลที่เธอจะไป แต่ฉันมีเพียงเหตุผลเดียวจะให้เธออยู่..." อาหารที่วางอยู่ในจานยังไม่มีใครแตะ

 

"เธอไม่รักฉันแล้ว หรือเธอไม่เคยรักเลย ฉันไม่มีค่าแล้ว หรือฉันไม่เคยมีค่าใดๆ..." ฉันก้มหน้าต่ำลง เพื่อนๆมองหน้ากันอย่างกลุ้มใจ

 

"นั่นคือความรู้สึกของคนที่หมดใจ บอกเหตุผลดีดีมากมาย แต่ว่าไกลออกไป..." น้ำตาของฉันเริ่มคลอข้างในตา

 

และเพลงอีกหลายเพลงที่เป็นเพลงสำหรับคนอกหักก็ถูกเปิดขึ้นในร้านอาหาร โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือฟ้าจงใจ

 

"พอเถอะ กลับกัน" แบงค์พูดทำลายความเงียบ ทั้งๆที่กับข้าวที่วางอยู่ยังไม่มีใครแตะเลยแม้แต่น้อย

 

"อืม..."

 

 

 

 

 

วันนี้เพื่อนๆในคณะนัดติวหนังสือกันที่สวนด้านหลังอาคารเรียนหลังหนึ่ง ฉันนั่งจ้องมองหน้าหนังสืออยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง โดยที่ไม่ได้อ่านมันเลยแม้แต่น้อย ร่างกายผอมซูบเหมือนคนเป็นโรค ใต้ตาดำคล้ำเล็กน้อยเหมือนคนี่ไม่ได้นอน และความเงียบที่ก่อตัว

 

ตื๊ด ตื๊ด

 

เสียงข้อความเข้าในมือถือ ฉันหยิบมันขึ้นมาดู และได้รู้ว่าผู้ที่ส่งมาคือบาส

 

...มันคือข้อความฉบับหนึ่ง ที่ยาวเหลือเกิน...

 

ฉันตั้งใจอ่านมัน

 

 

 

ฉันแอบมองเธอ...

 

ฉันมองเธอ...

 

ฉันรู้จักเธอ...

 

ฉันได้คุยกับเธอ...

 

ฉันเป็นเพื่อนเธอ...

 

ฉันสนิทกับเธอ...

 

ฉันคิดว่าฉันชอบเธอ...

 

ฉันชอบเธอ...

 

ฉันชอบเธอมาก...

 

ฉันชอบเธอมากกว่าใคร...

 

ฉันชอบเธอมากที่สุด...

 

ฉันคิดว่าฉันรักเธอ...

 

ฉันรักเธอ...

 

ฉันรักเธอมาก...

 

ฉันรักเธอมากที่สุด...

 

ฉันรักเธอมากจนคิดว่าจะไม่เหลือใจให้ใคร...

 

ฉันเคยรักเธอมากจนคิดว่าจะไม่เหลือใจให้ใคร...

 

ฉันเคยรักเธอมากที่สุด...

 

ฉันเคยรักเธอมาก...

 

ฉันเคยรักเธอ..

 

ฉันเคยคิดว่าฉันรักเธอ...

 

ฉันเคยคิดว่าฉันชอบเธอมากที่สุด...

 

ฉันเคยคิดว่าชอบเธอมากกว่าใคร...

 

ฉันเคยคิดว่าชอบเธอมาก...

 

ฉันเคยคิดว่าฉันชอบเธอ...

 

ฉันเคยสนิทกับเธอ...

 

ฉันเคยเป็นเพื่อนเธอ...

 

ฉันเคยได้คุยกับเธอ...

 

ฉันเคยรู้จักเธอ...

 

ฉันเคยมองเธอ...

 

ฉันเคยแอบมองเธอ...

 

 

ตอนนี้....ฉันไม่ได้รักเธอ...

 

พิม...เราเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะ...

 

 

บาส...

 

 

 

แล้วหัวใจดวงน้อยๆของฉันก็แตกสลาย พร้อมกับโลกทั้งโลกที่ดับมืดลง...

 

 

 

 

 

 

ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้งในที่ที่ไม่คุ้นตา ฉันลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยมากเกินไป...

 

เฮ้ยๆ พิมตื่นแล้ว ฉันจำได้ นั่นคือเสียงของแบงค์

 

ฉันอยู่ที่ไหนนะ ฉันถาม แล้วพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่เพื่อนๆดันให้นอนลงเหมือนเดิม

 

โรงพยาบาลนะสิ เธอนอนไป 3 วันเต็มๆเลยนะรู้ไหม สงสัยไม่ได้พักผ่อนมานาน กอล์ฟบอก ใบหน้าดูดีใจที่ฉันฟื้นเสียที

 

สมองของฉันค่อยๆลำดับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แล้วจู่ๆน้ำตาก็พลันไหลออกมาอย่างไม่อาจอัดอั้น นกคว้าตัวฉันเข้ามากอดแน่นพลางร้องไห้ตามไปด้วย เธอคงจะเสียใจไม่แพ้ฉันเหมือนกัน

 

พิม ลืมมันไปซะ ลืมไปให้หมด เธอควรจะเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที แบงค์บอก เท่านั้นแหละ ฉันก็ร้องไห้โฮเลยทีเดียว

 

ฉันคงจะทำบุญมาน้อยเกินไป...

 

 

 

 

ขอฉันอยู่คนเดียวหน่อยได้ไหม ฉันถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาๆ ทุกคนพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องพักไป ปล่อยให้ฉันนั่งอยู่บนเตียงคนไข้คนเดียว

 

จู่ๆน้ำตาก็ไหลมาอีกรอบ ฉันหัวเราะน้อยๆยิ้มเยาะความโง่เง่าของตัวเอง ที่บูชาความรักจอมปลอมที่ไม่เคยมีอยู่จริง...

 

มีดปลอกผลไม้ที่วางอยู่ข้างเตียงถูกยกขึ้นมาด้วยมือขวา กรีดซ้ำๆเบาๆไปบนข้อมือขาวๆของฉัน ถึงแม้ว่าน้ำหนักมือจะไม่แรง แต่เมื่อทำไปนานๆก็เรียกเลือดซึมออกมา จนไหลลงมาเปนทาง เปรอะลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด

 

เสียงประตูห้องพักถูกเปิดขึ้น พร้อมกับร่างของนก แบงค์ และกอล์ฟที่มีสีหน้าตื่นตะลึง ก่อนที่แบงค์จะรีบวิ่งเข้ามาและปัดมีดออกจากมือของฉันจนไปตกอยู่ที่พื้นข้างเตียง

 

ฉันก้มหน้านิ่งร้องไห้เงียบๆ เพื่อนทั้งสามมองฉันอย่างเวทนา แบงค์หาผ้าขาวมาแล้วปฐมพยาบาลฉันอย่างแผ่วเบา ก่อนจะสวมกอดฉันอย่างอ่อนโยน

 

ทีหลังอย่าทำอะไรอย่างนี้อีกนะ พวกเราเป็นห่วงเธอ พวกเรารักเธอมากนะพิม แล้วกอล์ฟกับนกก็เข้ามากอดฉันด้วย เราสี่คนร้องไห้กันอย่างไม่อาย เพื่อให้ความเจ็บปวดจางหายไปกับรอยน้ำตา...

 

 

 

 

เรื่องมันก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว...

 

ฉันเข้าทำงานเป็นทันตแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง แบงค์เองก็ได้อยู่โรงพยาบาลเดียวกับฉันเช่นเดียวกัน เราสองคนคบกันเป็นแฟน เขาดีต่อฉันมาก มากเสียจนฉันนึกละอายใจที่ไม่ลืมผู้ชายคนนั้นหมดไปจากใจเสียที

 

บาสกำลังจะแต่งงาน...

 

การ์ดเชิญถูกส่งมาหาฉัน ฉันอ่านมันด้วยสายตาว่างเปล่า รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องอย่างนี้จะต้องเกิดขึ้น

 

พิมจะไปไหม แบงค์ถามขึ้น เขาโผล่มาตอนไหนไม่ทราบ แต่ฉันสะดุ้งเลยทีเดียว

 

อ่ะ...เอ่อ...ถ้าแบงค์ไปพิมก็ไป ฉันบอกแล้วส่งรอยยิ้มให้เขา แบงค์ยิ้มบางๆแล้วพูด

 

งั้นก็ไป

 

 

 

แต่แล้ว...

 

สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดมันก็เกิด...

 

บาสรถคว่ำก่อนงานแต่งของตัวเองเพียง 1 วัน แฟนสาวของเขาเสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ ส่วนบาสบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก็ต้องเข้าโรงพยาบาล

 

ฉันนอนเฝ้าไข้เขาโดยไม่ได้กินไม่ได้นอนมา 3 วันแล้ว...

 

แต่ก็เผลอหลับไปจนได้

 

แล้วฉันก็ต้องตื่นมาเพราะได้ยินเสียงสะอื้นไห้เบาๆของอดีตแฟนหนุ่ม ฉันลืมตาขึ้นก็เห็นเขากำลังนั่งร้องไห้แล้วมองหน้าฉันอย่างเจ็บปวด

 

ฉันสวมกอดเขาอย่างอ่อนโยน แล้วปลอบประโลมเขา

 

อย่าร้องไห้ไปเลยบาส...เรื่องทั้งหมดมันผ่านไปแล้ว... ฉันพูดเสียงเบา เขากอดฉันแน่นจนทำให้ฉันหวนคิดไปถึงวันเก่า วันที่ฉันกับเขายังเป็นคนรักกัน...

 

พิม บาสขอโทษ บาสขอโทษกับสิ่งที่ทำกับพิมนะ บาสขอโทษ เขาเอาแต่พร่ำเพ้อพูดซ้ำไปซ้ำมา น้ำตาฉันไหลเงียบๆ ฝืนยิ้มแล้วบอกเขา

 

อย่าร้องไห้เลยบาส เข้มแข็งเข้าไว้นะ

 

ฉันเจ็บปวดใจเหลือเกิน...

 

แต่คนที่เจ็บมากกว่าฉัน คงเป็นใครคนหนึ่งที่แอบมองอยู่ที่ข้างกำแพง แบงค์เงยหน้าขึ้นมองเพดานก่อนจะหลับตาลงแล้วพึมพำเบาๆ พิม....

 

 

 

 

พิม บาสโทรมากวนหรือเปล่า?

 

บาสโทรมาหาฉันหลังจากออกจากโรงพยาบาลได้ 3 วัน ฉันมองงานที่กองอยู่ตรงหน้า ที่กองใหญ่เสียจนจะเป็นภูเขา

 

ไม่หรอก ไม่กวนเลย มีอะไรรึเปล่า?

 

ออกมาเจอบาสหน่อยได้ไหม บาสมีเรื่องอยากจะพูดด้วย เขาพูดผ่านโทรศัพท์

 

ก็...ได้สิ ที่ไหนละ...? ฉันถาม

 

ที่เดิมที่เราเคยไปเจอกันบ่อยๆไง

 

 

 

 

ที่เดิม....

 

สวนสาธารณะหลังโรงเรียนมัธยมของพวกเรา ที่ยังคงมันก็ยังคงเหมือนเดิม

 

ฉันเดินคุยกับเขานานเกือบชั่วโมง รู้สึกเจ็บแปลบๆในใจอยู่เสมอ จนเมื่อบาสเริ่มเข้าประเด็นที่แท้จริงของเขา

 

พิม ที่ผ่านมาบาสขอโทษนะ บาสรู้ว่าบาสทำผิดต่อพิมไว้มาก เขาพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

 

ช่างมันเถอะบาส เรื่องมันผ่านมานานแล้ว ฉันพูดแล้วมองเหม่อไปข้างหน้า

 

เขาหันมาประจันหน้ากับฉัน

 

"พิม บาสรักพิมนะ"

 

บาสคว้าตัวฉันเข้ามากอดแน่น ฉันแค่นหัวเราะน้อยๆ มองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

 

"บาส...บาสไม่เคยเข้าใจอะไรเลย"

 

ฉันพูดเบาๆ ยิ้มเยาะบางๆให้กับตัวเอง บาสคลายอ้อมกอดฉัน แล้วมองหน้าฉันตรงๆ ใบหน้ายังคงดูงุงงนกับคำพูดของฉันอยู่ไม่น้อย

 

"พิม พิมรักบาสไหม?"

 

บาสถามแล้วจ้องลึกเข้ามาข้างในตาของฉัน ซึ่งฉันก็มองตอบกลับไปอย่างไม่หลบสายตา

 

"บาส...จนป่านนี้แล้ว...บาสก็ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย"

 

 

 

 

 

วันนี้...เป็นวันแต่งงานของฉันกับแบงค์

 

แบงค์ดูมีความสุขมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ส่วนฉันเองก็มีความสุข แต่อีกใจหนึ่งกลับมีบางอย่างประท้วงอย่างประหลาด ว่าฉันแน่ใจแล้วหรือ

 

งานนี้เชิญเฉพาะคนสนิทจริงๆเท่านั้น และบาสเองก็เป็นหนึ่งในนั้น...

 

ต่อไปขอเชิญเพื่อนสนิทของเจ้าสาวมากล่าวอะไรเล็กๆน้อยๆครับ โฆษกประจำงานพูด บาสลุกขึ้นจากโต๊ะที่นั่งอยู่แล้วเดินไปที่แท่นโพเดี่ยม

 

สวัสดีครับแขกทุกท่าน ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ขึ้นมากล่าวบนนี้ ก่อนอื่นผมต้องบอกเลยว่า ผมรู้จักกับพิมมานานกว่า 14 ปีแล้ว เราเจอกันครั้งแรกที่โรงเรียนมัธยม บอกตามตรงตอนนั้นผมไม่มีเพื่อนเลย ก็คงมีแต่พิมคนเดียวเท่านั้นที่เข้ามาคุยกับผม พูดถึงตรงนี้ บาสก็หันมามองหน้าฉันแล้วยิ้ม ส่วนฉันก็ยิ้มทั้งๆที่น้ำตาก็คลอเบ้าอยู่

 

เราสองคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาก แต่แล้วผมก็ทำสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยกับเธอ ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าเธอจะโกรธผมอยู่ บาสพูดแล้วฝืนยิ้ม

 

แต่ที่ผมอยากบอกมากที่สุด คือ ผมรักพิมมาก และจะไม่ให้อภัยเลยถ้าพิมไม่มีความสุข เพราะฉะนั้น พิมต้องมีความสุขนะรู้ไหม พูดจบ บาสก็รีบเดินลงจากเวทีไป แล้วเดินออกจากงาน ฉันหันหน้าเข้าหากำแพงแล้วเช็ดน้ำตาที่ไหลมาไม่ให้ใครเห็น แต่มีหรือ ที่จะรอดพ้นสายตาของแบงค์

 

พิม แบงค์ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ

 

แบงค์พูด แล้วจับมือฉันมาที่ลานว่างแห่งหนึ่งด้านนอกห้องจัดงานเลี้ยง ฉันทั้งสงสัยทั้งงุนงงในการกระทำของเขาเป็นอย่างมาก

 

พิม แบงค์อยากขอร้องอะไรพิมซักอย่าง เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

ได้สิ ฉันตอบ แล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ยิ้มแย้มให้มากที่สุด

 

แบงค์คว้าเหรียญบาทออกมาจากกระเป๋า 1 เหรียญ แล้วชูให้ฉันดู

 

พิม ถ้าพิมทายถูกว่าเหรียญอยู่ในมือข้างไหนของแบงค์ พิมต้องลงไปเคลียร์ปัญหาหัวใจกับบาส ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง แบงค์ก็จะยอมรับ แบงค์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฉันเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ และกำลังจะออกปากเถียง แต่แบงค์ก็พูดตัดขึ้นมาก่อน

 

แต่ถ้ามือข้างที่พิมเลือกไม่มีเหรียญละก็ พิมก็กลับเข้าไปในงาน แล้วกลับไปรับแขกเหมือนเดิม แบงค์พูด แล้วยื่นมือที่กำไว้สองข้างมาทางฉัน ซึ่งทำสีหน้าบอกไม่ถูก

 

ฉันเอื้อมมือไปจับมือข้างขวาของแบงค์อย่างเบามือ

 

...เหรียญปรากฏอยู่ในมือของเขา...

 

แบงค์ยิ้มบางๆให้ฉัน เลือกเก่งดี แล้วฉันก็ทำสีหน้ากลุ้มใจ รีบไปสิ เดี๋ยวก็ตามไม่ทันหรอก แบงค์พูดแล้วพยักหน้าให้ฉัน ฉันมองหน้าเขาอย่างชั่งใจ ก่อนจะรีบจับชายกระโปรงยาวของชุดแต่งงานขึ้นสูง ออกวิ่งไปจากงาน...

 

โดยที่ไม่รู้เลยว่า...

 

แบงค์เอนหลังพิงกำแพง แล้วแบมือข้างซ้ายของตัวเองออก เพื่อที่จะพบเหรียญอีกเหรียญหนึ่งที่อยู่ในมือเช่นเดียวกัน ... น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างไม่อาจฝืน พร้อมประโยคเดียวที่หลุดออกมา

 

แบงค์รักพิมนะ.....

 

 

 

 

ฉันรีบวิ่งลงไปที่ชั้นล่าง วิ่งจนไปถึงหน้าโรงแรม และเห็นรถแท็กซี่ออกไปจากโรงแรมเมื่อไม่นาน

 

ฉันทรุดตัวลงนั่งแล้วร้องไห้ หากมาให้เร็วกว่านี้คงจะตามมาทัน มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมา

 

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังมาให้ได้ยิน แต่ฉันไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ร้องไห้อย่างไม่สนใจอะไร

 

จนเมื่อมือข้างหนึ่งวางบนไหล่เปลือยเปล่าของฉัน แล้วน้ำเสียงคุ้นหูก็ถามขึ้น

 

มานั่งร้องไห้อะไรตรงนี้ละพิม?

 

ฉันค่อยๆลดมือออกจากใบหน้า แล้วหันหลังกลับไปมอง จนได้เห็นคนที่ฉันอยากจะเจอมากที่สุด

 

บาส!”

 

แล้วฉันก็กระโดดขึ้นกอดคอเขาอย่างดีใจ บาสยิ้มกว้างให้ฉัน

 

พิมยังไม่ตอบบาสเลย ว่าออกมาทำอะไรข้างนอกนี่ ทำไมไม่อยู่ในงานละ? บาสถาม ทั้งๆที่ยังกอดฉันอยู่

 

พิมมาตอบคำถามของบาส... ฉันยิ้มทั้งน้ำตา พิมรัก....รักบาสค่ะ

 

บาสกอดฉันแน่นกว่าเดิม แล้วจุมพิตหน้าผากของฉันเบาๆ

 

บาสก็รักพิมครับ

 

 

 

ชายหนุ่มในชุดแต่งงานนั่งร่ำไห้อยู่ที่เดิม แต่ใครจะรู้ ว่าน้ำตาที่ไหลลงมานั้น กลับมีอยู่คู่กับรอยยิ้มบางๆ

 

ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะเสียสละเพื่อความรัก...เพื่อให้คนที่ตัวเองรัก...มีความสุข

 

ชายที่รักผู้หญิงคนหนึ่งด้วยความรักที่เกินคำบรรยาย...

 

 

 

 

ส่วนชายอีกคน...ที่ตัดสินใจเลือกรักครั้งแรก ที่รักเขายิ่งกว่าใคร

 

ความรักของเธอทำให้เขาได้รู้ว่า ไม่มีใครอีกแล้ว ที่จะรักเขาได้มากเท่านี้

 

ยอมเจ็บแม้จะเกิดจากแผลที่เขาเป็นคนก่อ

 

ต่อไป...เขาจะซื้อสัตย์กับเธอ ให้สมกับที่เธอรักเขา

 

 

 

และฉัน...ถึงแม้ว่าจะต้องเจ็บกับรักครั้งนี้มากี่หน

 

แต่ก็ไม่เคยเสียใจเลย...ที่ได้รักคนอย่างเขา...

 

ขอบคุณมาก...ที่ทำให้ฉันได้รักเธอ...

 

 

 

 

ปิดตำนาน Sad Love

ผลงานอื่นๆ ของ Keetar_Prowis

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 01:19
    เสียใจแทนแบงค์อะ

    ตอนที่อ่านว่าเจ้าสาวตายคาที่อะ

    แอบสะใจอะ

    แต่คิดไปคิดมา บาสน่าจะตายเพราะมันเป็นคนเริ่มทุกอย่าง

    เฮ้อ...แต่ช่างเถอะ เรื่องของหัวใจ พูดยากอะ

    คนดีๆอย่างแบงค์ต้องเจอคนดีๆแน่นอน
    #4
    0
  2. #3 พิมพ์
    วันที่ 12 มีนาคม 2552 / 12:41
    เศร้าจัยแง้T^T



    สงสารแบงค์อ่า



    ฮือๆๆๆๆๆ
    #3
    0
  3. #2 นิรดา
    วันที่ 12 เมษายน 2551 / 15:59
    หนุกมากค่ะ สุดท้ายก็มาดีกันแล้วพิมแต่งงานกับแบงค์แล้วไม่ใช่หรองง!?!
    #2
    0
  4. วันที่ 3 เมษายน 2551 / 20:33
    ง่า....สุดท้ายก็กลับไปคบกับคนที่ทิ้งไปงั้นเหรอ....
    เศร้านะเนี่ย เรื่องรวบรัดมากเลยแต่ก็ไม่น่าเกลียดเกินไป

    เฮียแบงค์คนดีที่โลกรออย่างนี้ มาเป็นสามีป้าแทนดีกว่า (คนแต่งถีบกระเด็น)
    #1
    0