ตอนที่ 2 : AA2]•~• ครับ ไอซ์หวง... ไอซ์หวงพี่อิงค์ได้ไหมครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 พ.ค. 62

ช่วงบ่ายแก่ 

Part >>นี่อิงค์ไง<<

     กิจกรรมนิเทศน์น้องเสร็จสักทีนะ ง่วงจะตายอยู่แล้ว ฮ้าววว~ นี่ฉันทนง่วงมาทั้งวันได้ไงกันล่ะเนี่ย
     "ไปไหนต่อดีพวกแก ช้อปปิ้งปะ? อยากไปทำเล็บสีใหม่พอดีเลย สีนี้เชยแล้ว" ยัยเจนเอ่ยชวนพร้อมยกมือโชว์เล็บสีม่วงสุดจี๊ดขึ้นมาให้ดู
     "เออ ฉันก็อยากเปลี่ยนเหมือนกัน เบื่อสี้นี้ อยู่กับฉันมาสองเดือนแล้วเนี่ย"ยัยมิวอีกคน
     "ง่วงอ่ะ อยากกลับบ้าน ไว้พรุ่งนี้นะ นะ"
     "แหมมม โรคง่วงกำเริบทุกที เออๆพรุ่งนี้ก็ได้ ถ้าเบี้ยวจะโดนดี"ยัยเจนชี้หน้าข่มขู่
     "ไม่เบี้ยวหรอกน่า งั้น..."
     "อิงค์" ไม่ทันพูดอะไร  ฉันก็ต้องหันไปมองเสียงเรียกที่ค่อนข้างคุ้นเคยซะก่อน
     "แวน... มีอะไรเหรอ" เขาส่งยิ้มบางๆมาให้ เช่นเดียวกับฉัน
     "แวนมีเรื่องจะคุยกับเธอ พอจะว่างไหม" รู้เรื่อง  จริงๆฉันก็ว่างไง แต่เพราะรู้ว่าแวนดี้ต้องการจะคุยเรื่องอะไร เลยเกิดอยากชิ่งขึ้นมา
     "คือ... พอดีว่าเรากำลังจะ..."
     "แวนขอคุยแปปเดียว" สายตาอ้อนวอนถูกส่งมาเหมือนรู้ว่าฉันจะปฎิเสธ
     "อิงค์ ไปเหอะแก จะได้เคลียให้จบ น่าสงสารออก ดูหน้าดิ" ยัยเจนกระซิบเบาๆ
     "จริงด้วยแก ไปคุยเหอะ เขาคงแค่อยากถามสารทุกข์สุขดิบแหละน่า อย่าหนีอีกเลยแก" ยัยมิวพยักหน้าเบาๆ ฉันถอนหายใจก่อนจะหันไปหาแวนดี้ ฉันไม่เคยหนี แค่รู้สึกว่ามันจบไปแล้วก็อยากให้จบไปก็เท่านั้น
     "ได้ แต่แปปเดียวนะ อิงค์รีบกลับบ้าน" เขาพยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินนำ ยัยสองคนพยักหน้าหงึกๆอีกครั้ง ฉันล่ะเบื่อยัยสองคนนี้จริงๆ... - -"
.
.
     แวนดี้พาฉันเดินมาริมสระน้ำข้างตึกคณะ มุมนี้ร่มรื่นและค่อนข้างสงบ  ตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีคนแล้วด้วย ฉันฟุ่บนั่งบนโต๊ะไม้พร้อมวางกระเป๋าไว้ข้างตัว
     "แวนมีอะไรจะคุยกับอิงค์เหรอ" คำถามของฉันทำให้แวนดี้กลั่นยิ้มฝืดๆออกมา
     "แวนคิดถึงเธอ..." เขาพูดเสียงแผ่ว สายตาที่ส่งมาดูหม่นหมองเห็นได้ชัด "สองเดือนมานี้ที่แวนตามง้อเธอ เพราะแวนขาดเธอไปไม่ได้จริงๆนะ แวนขอโทษในสิ่งที่แวนทำลงไป  ตอนนี้แวนรู้สึกผิดแล้วจริงๆนะเธอ" ใบหน้าหล่อเหลาว่าที่เดือนมหาวิทยาลัยที่สาวๆต่างหมายปอง บัดนี้กำลังไร้สีสัน มีเพียงความเศร้าที่กำลังประทุออกมา
     "แวน... แต่เรื่องของเรามันจบไปแล้ว แวนไม่ต้องโทษตัวเอง และเลิกขอโทษอิงค์  เพราะอิงค์หายโกรธแวนนานแล้ว" ฉันพยายามพูดกับแวนดี้อย่างนุ่มนวล ฉันพูดจริงๆที่หายโกรธเขาแล้ว ในตอนนี้ความรู้สึกที่มีต่อเขาไม่มีความโกรธเกลียดอะไรเลย
     "หายโกรธ? แต่บล็อคเบอร์บล็อคไลน์แวน หลบหน้าแวน ไดเรกไปก็ไม่ตอบ คืออะไรอ่ะเธอ?" เดี๋ยวนะ? หลบหน้านี่พอจะให้คำตอบได้ แต่บล็อคเบอร์บล็อคไลน์? ไดเรกมาไม่ตอบ? ทำไมฉันไม่รู้เรื่องวะ
     "อิงค์ไม่ได้หลบหน้า แต่เจอหน้ากันทีไรแวนก็เอาแต่พูดเรื่องเดิม อิงค์อยากให้มันจบจริงๆสักที และอิงค์ก็พร้อมที่จะเป็นเพื่อนกับแวนนะ" ฉันพูดจริงๆจากใจ แต่ดูเหมือนแวนดี้ก็ยังไม่เข้าใจ เป็นไงล่ะถามสารทุกข์สุขดิบ!
     "เธอเป็นเพื่อนกับแวนได้จริงเหรอ"
     "จริงซิ  บางทีมันอาจจะดีกว่าตอนที่เราคบกันก็ได้" ฉันยิ้มบางๆ
     "ดีกว่าเหรอ? แวนไม่ได้รักเธอแบบเพื่อน แวนไม่ได้อยากเป็นเพื่อนเธอ แล้วมันจะดีกว่าได้ยังไง ทำไมอ่ะ แวนทำผิดครั้งเดียวเธอจะให้โอกาสแวนไม่ได้เลยเหรอ" ฉันกำลังต้องใช้ความคิดอย่างหนักในการกลั่นคำพูดที่ดีที่สุดออกมา
     "ถ้าอิงค์ไม่ให้โอกาส แวนไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้หรอกนะ ความผิดของแวนมันแค่ครั้งเดียว แต่เป็นครั้งเดียวที่มันมากเกินพอสำหรับอิงค์ บางทีถ้าอิงค์ยอมกลับไปคบกับแวนตั้งแต่ตอนนั้น แล้วสมมุติว่าวันนี้แวนทำแบบนั้นอีก อิงค์อาจจะเกลียดแวนไปเลยก็ได้" ทำไมฉันต้องมานั่งรื้อฟื้นความทรงจำแย่ๆแบบนี้อีกครั้งกันวะเนี่ย มันไม่ได้เจ็บปวดเท่าเดิม แต่มันแค่รู้สึกแย่ วันนั้นที่แวนดี้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพื่อนสนิทของเขาเอง และฉันไปเห็นมันกับตา ฉันไม่เคยลืมเหตุการณ์วันนั้นเลย แต่ฉัน...ลืมความรู้สึกในวันไปหมดสิ้นแล้ว
     "แวนขอโทษ ขอโทษที่เอาความเหงามาเป็นข้ออ้างในตอนนั้น  จะให้แวนขอโทษเธออีกกี่ล้านครั้งก็ได้  แวนทำได้ ขอแค่เธอให้โอกาสแวน แล้วแวนก็สัญญาว่าจะไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้อีก ขอร้องนะ กลับมาคบกันได้ไหม" แวนดี้เอื้อมมาจับมือฉันที่ประสานอยู่บนโต๊ะแน่น ดวงตาคมสั่นระริกอ้อนวอนขอร้อง ฉันรู้สึกได้แต่...
     "แวน..." ฉันกุมมือเขาบ้าง "แวนฟังอิงค์นะ แวนไม่ต้องขอโทษอิงค์แล้ว มันไม่มีประโยชน์เพราะอิงค์ไม่มีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่เลย และ...แวนควรรักตัวเองให้มาก แวนเลิกพยายามเลิกทำทุกอย่างเพื่อง้ออิงค์ได้แล้ว  อิงค์เห็นความพยายามของแวน แต่...อิงค์กลับไปคบกับแวนไม่ได้ เพราะอิงค์ไม่ได้รู้สึกกับแวนเหมือนเดิมแล้ว" ฉันพูดออกไปตรงๆ แวนก้มหน้าลงอย่างคนหมดหนทางมือเย็นชืดที่บีบมือฉันค่อยๆผ่อนลง "แวนพร้อมเมื่อไหร่  เมื่อนั้นเราคือเพื่อนที่ดีต่อกัน อิงค์สัญญา" 

     "ทำไมวะเธอ แวนรักเธอมากรู้ไหม เธอลืมแวนง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ แวนเจ็บ โคตรเจ็บเลยว่ะ" แวนดี้เงยหน้าขึ้นมาพร้อมพูดเสียงแผ่ว อึดอัดคือความรู้สึกของฉันในตอนนี้ ฉันไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้ มันไม่ใช่ครั้งแรกตั้งแต่เลิกกันมาที่ฉันต้องมานั่งฟังที่เขาพูด "แวนเป็นเพื่อนกับเธอไม่ได้  เข้าใจไหม"
     "แล้วแวนจะให้อิงค์ทำยังไง  อิงค์เห็นใจแวนแต่อิงค์กลับไปไม่ได้จริงๆ  หรือแวนจะให้อิงค์กลับไปคบเพราะความสงสาร"
     "ถ้าเธอทำได้เเวนก็ยอม"
     "แวน? อิงค์ว่าแวนจมปรักเกินไป แวนควรเข้มแข็ง และลุกขึ้นยืนเพื่อตัวเอง ในชีวิตแวนมีอะไรอีกตั้งเยอะแยะนะ ไม่ได้มีแค่อิงค์" เขาเงียบแล้วเสมองไปทางอื่น เขาดูเหนื่อย แต่ทำไมถึงไม่หยุดล่ะ
     "แวนขอกอดได้ไหม" จู่ๆแวนดี้ก็พูดขึ้น "แวนขอแค่กอดเธออีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่รู้สึกอะไรกับแวนแล้วจริงๆ" มันใช้พิสูจน์ได้ด้วยเหรอ แต่เอาเหอะ ถ้ามันจะทำให้แวนดี้เลิกคิดเรื่องนี้ได้สักที
     "ได้ซิ" ฉันลุกขึ้นยืนก้าวออกมาจากเก้าอี้ แวนค่อยๆก้าวเข้ามา เขาจับจ้องฉันตลอดเวลา ก่อนจะสวมกอดฉันช้าๆ และแน่นราวกับว่ากลัวฉันจะหายไปไหน
     "แวนคิดถึงเธอ คิดถึงกลิ่นหอมนี้ คิดถึงทุกอย่างที่เป็นเธอ ถ้าย้อนกลับไปได้แวนจะไม่มีทางทำแบบนั้น แวนจะไม่มีทางทำให้เธอเสียใจ แวนรักเธอนะอิงค์" ฉันได้แต่ลูบหลังแวนดี้ ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ฉันพูดไปหมดแล้ว ก็ปล่อยให้เขาพูดไป เผื่อได้พูดแล้วจะดีขึ้น~

เพจคิวท์คิวท์ GOD


   >< หล่อตี๋คิ้วเข้มหุ่นดี๊ดี  แถมความสามารถเหลือล้นแบบนี้ ตัวจริงเฟรนลี่มว้ากนะจ๊ะขอบอก เจอที่ไหนก็ทักได้ ไม่ต้องกลัวนกแต่อย่างใด #แวนดี้ เดือนคณะอักษรศาสตร์ปี 4 คืออีกหนึ่งสมบัติอันล้ำค่าของมอ จุ๊ๆ~ โสดไหมไม่รู้ ป้าแอ้ชชชไม่อยากเผือก จริงจริ๊งงง

ปล.หลังไมด์ได้นะ อิอิ


      ฉันเดินกลับเข้ามาใต้ตึกคนเดียว ปล่อยให้แวนดี้ได้นั่งคิดอะไร และฉันคิดว่าตอนนี้เขาก็แค่อ่อนแอเท่านั้นแหละ โอ๊ะ! นั่นไอซ์นี่น่า เขานั่งจ้องมาที่ฉันอยู่ก่อนแล้วด้วย
     "ไอซ์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่" เจ้าของร่างสูงนั่งรออยู่บนโต๊ะประจำของพวกฉัน
     "ตั้งแต่พี่อิงค์ยังไม่เลิกกิจกรรมครับ" ยังไม่เลิกกิจกรรมงั้นเหรอ ตาย จริง! เกือบชั่วโมงได้แล้วมั้ง ฉันรีบเดินไปใกล้เจ้าเด็กน้อยที่หน้าไม่บ่งบอกอารมณ์
     "แล้วทำไมไม่โทรหาพี่อิงค์เล่า แล้วนี่มานั่งรอตรงนี้รู้ได้ยังไงว่าพี่อิงค์จะมา ถ้าเกิดพี่อิงค์กลับไปก่อน ไม่ต้องนั่งรอเก้อหรือไง เจ้าเด็กบื้อนี่" ฉันเอื้อมมือไปยีหัวไอซ์อย่างที่ทำเป็นประจำ
    "ไอซ์รอได้ครับ รอนานกว่านี้ไอซ์ก็จะรอ"ฉันขมวดคิ้วกับคำพูดของเขา มันแปลกตรงสายตาที่จ้องมองมา  แต่เอาเถอะพูดด้วยแบบนี้แสดงว่าหายงอนเรื่องเมื่อเช้าแล้วหล่ะ
     "คำพูดคำจานี่นะ ยัยสองคนนั้นบอกล่ะซิว่าให้รออยู่นี่ ทีหลังโทรหาเข้าใจไหม  จะได้ไม่ต้องมานั่งรอเหมือนเด็กนั่งรอแม่แบบนี้ จริงๆเลยนะ งั้นไปกันเถอะ  พี่อิงค์อยากกลับแล้ว"ฉันดึงแขนไอซ์ให้ลุกขึ้น แล้วจูงมือไปที่ลาดจอดรถ สงสารจริงๆเลย ต้องมานั่งรอแทบทุกวัน แต่ไอซ์ก็เป็นคนแบบนี้แหละ นิ่งๆขรึมๆ แต่ดูแลเก่งมาก ทุกวันนี้แทบจะรู้ใจฉันทุกอย่าง  ยิ่งกว่าแม่ฉันซะอีก รายนั้นน่ะบ่นเก่งเกิ้น คิคิ ป่านนี้แม่นั่งจามแล้วมั้ง

     ตอนนี้เราอยู่บนรถไอซ์แล้วเรียบร้อย ฉันปรับเบาะเพื่อนอนยาวๆ ถึงบ้านจะใกล้ แต่ช่วงเย็นแบบนี้รถกำลังติดเลยจ้า
     "ถึงบ้านปลุกพี่อิงค์นะจ๊ะเด็กดี" ฉันหันไปหยิกแก้มนุ่มๆอย่างนึกเอ็นดูก่อนจะเตรียมเอนตัวลงนอน
     "ที่พี่อิงค์บอกให้ไอซ์โทรหา ถ้าไอซ์โทรหา พี่อิงค์จะรีบวิ่งมาหาไอซ์ไหมครับ" แต่ฉันก็ต้องหันกลับไปหาเขาอีก "ไอซ์เหมือนเด็กมากเลยเหรอครับ" อะไรอี๊กกก! ไอ้เด็กขี้งอน ฉันปรับเบาะกลับมาปกติเพื่อหันมาเจรจา
     "เหมือนซิ คนที่โตแล้วเขาไม่ขี้งอนง่ายแบบนี้หรอก มีแต่เด็กเท่านั้นที่งอนเก่งแบบไอซ์เนี่ย ว้ายยย ไอซ์" ฟรึ่บ! จู่ๆไอซ์ก็หันมาอุ้มฉันไปนั่งบนตักเขา
     "อะ ไอซ์ จะ จะทำอะไร" แขนตวัดรัดรอบเอวไว้แน่นกักฉันเอาไว้ และเพราะความใกล้ทำให้ฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆที่ฉันซื้อให้เขาเพราะฉันเองชอบกลิ่นมัน เมาแล้ว พี่อิงค์เมา~
     "ไอซ์แค่เป็นห่วงไม่อยากให้พี่อิงค์ไปเที่ยวดึกๆดื่นๆ ไอซ์ไม่ชอบให้พี่อิงค์ใส่กระโปรงสั้นเพราะผู้ชายมันชอบใช้สายตาเจ้าเล่ห์มอง ไอซ์เหมือนเด็กมากเหรอครับ" พูดยาวเชียว ปกติพูดน้อยจะตาย แต่คือพูดดีๆก็ได้จะอุ้มมานั่งตักทำไม ใจฉันสั่นเพราะไอ้เด็กนี่อีกจนได้
     "หืมมม หะ หวงพี่อิงค์?" ฉันลองแหย่เล่น
     "ครับ ไอซ์หวง...ไอซ์หวงพี่อิงค์ได้ไหมครับ" ไอซ์ตอบด้วยท่าทางจริงจังพร้อมโยนคำถามกลับมา ใจฉันเต้นแรงอัตโนมัติ แต่มันยิ่งแรงไปอีกเพราะจมูกโด่งๆนั่นแทบจะสัมผัสกับแก้มฉันอยู่แล้วไง ตึกตักๆ ไม่น่าแหย่เล้ย!
     "ก็...อือ ปล่อยพี่อิงค์ลงก่อน เดี๋ยวมีคนมาเห็นหรอก" ฉันพยายามจะลงจากตัก
     "พี่อิงค์ตอบมาก่อนซิครับ ว่าถ้าไอซ์โทรหาพี่อิงค์จะวิ่งมาหาไอซ์ทันทีหรือเปล่า" ทวงคำตอบเก่ง แต่จะว่าไปตอนนั้นฉันเคลียกับแวนดี้อยู่นี่เนอะ จะวิ่งมาหาเลยงั้นเหรอ? "พี่อิงค์จะวิ่งมายังไงในเมื่อมีคนกอดพี่อิงค์ไว้อยู่" เอ๋!!! ไอซ์เห็นงั้นเหรอ
     "ไอซ์เห็นเหรอ"
     "พี่อิงค์กลับไปคบกับเขาเหรอครับ" ตอบคำถามด้วยคำถามก็เก่ง ก็น่าจะเห็นอ่ะ ไม่งั้นไม่จ้องฉันด้วยสายตาพิฆาตแบบนี้หรอก
     "ไม่ ไม่ได้กลับไปคบ แวนดี้แค่อยากพิสูจน์ว่าพี่อิงค์ไม่ได้คิดอะไรด้วยแล้วจริงๆ ก็แค่นั้น"
     "พิสูจน์โดยการกอด?"
     "ใช่"
     "แล้วพี่อิงค์รู้สึกยังไงครับ"
     "ก็ปกตินี่ ไม่รู้สึกอะไร" ฉันก็บอกไปตามตรง  ปกติฉันไม่ค่อยมีเรื่องปิดบังไอซ์หรอก ยิ่งกว่ามิตรสหายทั้งปวงก็ไอซ์เนี่ยแหละ "ทีนี้ก็ปล่อยพี่อิงค์ลงได้แล้ว" คราวนี้ไอซ์ยอมอุ้มฉันไปนั่งที่เดิมก่อนจะคาดเข็มขัดนิรภัยให้เสร็จสรรพ เปลี่ยนอารมณ์ก็เก่ง ฟอดดด~ กรี๊ดดด! เจ้าเด็กบ้ากดจมูกลงมาหอมแก้มฉัน
     "อะ ไอซ์หอมแก้มพี่อิงค์ทำไม" ไอซ์อมยิ้มนิดหน่อยก่อนจะหันกลับไปสตาร์ทเครื่อง อั๊ยยะ! เด็กบ้านี่
     "ตอนเด็กๆไอซ์ก็ชอบทำ พี่อิงค์ไม่เห็นเขินแบบนี้เลยครับ" ใคร! ใคร้? ใครเขิน? ฉันก็แค่รู้สึกร้อนผ่าวใบหน้า ขนลุกขนชันนิดหน่อยก็เท่านั้นเอ๊ง -,-
     "ตอนนี้ก็ไม่เห็นจะโตเลย ในสายตาพี่อิงค์ไอซ์ก็ยังเป็นน้องไอซ์เสมอแหละ" ฉันตั้งใจกวนประสาทเขา จริงๆแล้วไอซ์มักจะแสดงความไม่พอใจออกมาเสมอเวลาฉันว่าเขาเด็ก เช่นเดียวกับตอนนี้ ไม่ตอบโต้ เงียบ นิ่งสงบ "ไอซ์... ไอซ์... งอนอีกแล้ว โอเคๆ พี่อิงค์ไม่แหย่แล้ว..." ก็ยังเอาแต่ขับรถอยู่ดี "แน่ะ! เมินอีก..." ต้องทำไรสักอย่างแล้วหล่ะ "งั้น...พี่อิงค์พาไปเลี้ยงติม" ไอซ์ถอนหายใจ เอ่อ... เลี้ยงติมมันคงเป็นการตอกย้ำว่าเหมือนเด็กไปอ่ะเนาะ "งั้น...ไปเดินห้างกัน อยากทำอะไรพี่อิงค์ตามใจหมดเลย นะ นะไอซ์" ถอนหายใจยาวใส่อีกที ทำไงดีล่ะทีนี้ หยอกไม่ได้เลยเหรอเจ้าแสบเอ้ย><



**credit ภาพ > Risa.k(Pinterest)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

5 ความคิดเห็น