NCT (OS) The Arts Series / DOTEN : UNDER THE WARM RAIN

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 455 Views

  • 6 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    455

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

เรื่องราวของนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปะชื่อดังในวันฝนตก


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
[ The Arts Series ]
UNDER THE WARM RAIN

NCT ( OS ) fanfiction (
Doyoung x Ten )
by Katamari (@TentasticBoy )


เรื่องราวของนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปะชื่อดังในวันฝนตก


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 3 มี.ค. 61 / 09:32

บันทึกเป็น Favorite


[ The Arts Series ]
UNDER THE WARM RAIN

NCT ( OS ) fanfiction ( Doyoung x Ten )
by Katamari (@TentasticBoy )
#ARTTEN






            ก็อกๆๆ
            ............................
            ก็อกๆๆๆๆๆๆ


       เจ้าของมือที่มาต้นเสียง เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกำปั้นที่ระรัวทุบลงไปบนประตูบานนั้นไร้วี่แววการตอบรับจากคนในห้อง นาฬิกาบนข้อมืออีกข้างบอกเวลาเริ่มวันใหม่ที่มีคาบเรียนรออยู่ แต่ดูเหมือนคนในห้องคงจะไม่เห็นด้วยอย่างเคย  ความอดทนหมดลง เมื่อข้อนิ้วบนมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน เริ่มจะแดงขึ้น จากการที่มันถูกกระหน่ำเข้ากับบานประตูอยู่นานสองนาน 
                แกร๊ก...  
 
     เด็กหนุ่ม ร่างสูงโปร่ง ทดลองเปิดประตูเจ้าปัญหา ก่อนจะพบว่ามันมีหน้าที่แค่วางกั้นขวางเขากับคนในห้องไว้เฉยๆ
                “เอ้า  เจ้าบ้าเอ๊ย  นอน ประตูก็ไม่ได้ล็อค
!
       ดวงตาเรียวรี สอดส่ายกวาดสายตาไปทั่วห้องที่ยังคงไม่สว่างมากนัก แม้จะเข้าวันใหม่มาแล้ว แต่ฟ้าก็ยังคงอึมครึม ขมุกขมัวไปด้วยก้อนเมฆหนา
 สายตาของเขาหยุดลงที่เตียงนุ่ม และถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียงที่เจ้าของห้องยังคงนอนหลับตาพริ้ม จมอยู่กับฝันหวานของตัวเอง อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว 
                “เตนล์”
                “เตนล์.. ตื่น”
       ร่างเล็กที่จมอยู่ในกองผ้าห่มบนเตียงยิ่งขดตัวลงใต้ผืนผ้าห่มพร้อมซุกหน้าลงบนหมอนอย่างเกียจคร้าน
                “เฮ่ออ”  ชายหนุ่มถอนใจ ก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปแตะไหล่เล็กๆที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มออกมาแล้วบีบเบาๆ
                “อือออออออออออออ”
                “ตื่นได้แล้ว เตนล์  ตื่นไปมหาลัยได้แล้ว”
                “อืออ โดยองเหรอ.... กี่โมงแล้วอะ
?
                “หกโมงครึ่ง”
                “โอยยยย  ยังเช้าอยู่เลย จะรีบไปทำไมเนี่ย”
                “นาย ต้องไปกินข้าวเช้าที่โรงอาหารเป็นเพื่อนฉัน”
                “ฉันอยากนอนมากกว่าอ่ะ”  เสียงอู้อี้ตอบกลับออกมาผ่านหมอนใบยักษ์
                “ก็ซื้อเซ็ตใหญ่
2คนมันคุ้มกว่านี่  นายต้องไปกินกับฉัน”  ผู้บุกรุกยังคงยืนกรานคำเดิม
                “เฮ่อออ ก็ได้”   เสียงถอนหายใจถูกลากยาวแสดงอาการเหนื่อยใจ  แต่มันก็เป็นอีกครั้งที่เตนล์ใจอ่อน

       เสียงน้ำฝักบัวตกกระทบพื้นดังแว่วออกมาจากห้องอาบน้ำ ระหว่างที่โดยองเก็บเตียงรอเตนล์ไปพลางๆ  นิ้วมือเรียวยาว หยิบนู่นจับนี่ เก็บเข้าที่เข้าทางของมัน  ถ้าถามว่าโดยองเป็นคนเรียบร้อยไหม ที่จริงเขาไม่ใช่คนเจ้าระเบียบขนาดนั้น แต่เหตุผลที่เขาชอบมาวุ่นวายกับข้าวของต่างๆ หรือแม้แต่ตัวเตนล์เอง มันมีสาเหตุมาจากอย่างอื่นมากกว่า...
                “ตุ๊กตาแมวผูกโบว์ตัวเล็กๆนี่มาจากไหนอะ” 
     เตนล์ถูกถามทันทีเมื่อก้าวขาเดินออกมาจากห้องแต่งตัวที่อยู่ติดกับห้องน้ำ     
                “อ๋อ  น้องรหัสให้มาน่ะ เมื่อวานมีเลี้ยงสายรหัส”   คนตัวเล็กตอบแบบไม่ใส่ใจมากนักพลางใส่จิวอันใหม่ที่หูไปด้วย
                “เหรอ สายรหัสไปกินข้าวด้วยกันบ่อยเหรอ
?
                “ก็ไม่นะ ทุกคนอยู่คนละสาขากันหมดเลย นานๆทีน่ะ น้องเค้าซื้อมาให้พี่รหัสทุกคนเลย” 
       เด็กหนุ่มตัวสูงพยักหน้าพยักตาเออออไป  และคงจะไม่มีใครได้ยินเสียงลอบถอนใจด้วยความโล่งอกของเขา...

     คนตัวเล็กแบกเป้สะพายหลังเดินตามคนตัวสูงต้อยๆ ตาปรือๆ นั่นมีน้ำตาเล็ดออกมาทุกครั้งที่อ้าปากหาว   อาหารเซ็ตสำหรับสองคนถูกสั่งมาตั้งตรงหน้า เตนล์ไม่พร้อมสำหรับมื้ออาหาร ไม่ว่ามันจะอร่อยแค่ไหน ตราบใดที่เขายังง่วงมากกว่า  อาหารเข้าปากไปแค่ไม่กี่คำ ก่อนจะหยิบเอาแมคบุ๊คคู่บุญออกมาจากเป้ กางออกมาทำงานระหว่างที่โดยองยังจัดการกับอาหารอยู่รวมถึงส่วนของเขาด้วย อันที่จริงมากินข้าวเช้าๆที่โรงอาหารก็ดี จะได้ไม่เป็นเป้าสายตามากนัก  เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่าตัวเองถูกโหวตให้เป็นหนุ่มฮอตประจำคณะ หลายๆเสียงมาจากการที่เขาเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวพ่อ และมักจะถูกยืมตัวไปเป็นแบบถ่ายงานให้เพื่อนที่อยู่สาขาออกแบบเครื่องประดับอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะหูที่มีจิวเรียงกันเป็นตับ   โชคดืที่เตนล์อยู่สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ ชีวิตส่วนใหญ่ก็อยู่แต่หน้าคอม ไม่มีเวลาเอาตาไปสนใจอะไรรอบตัวมากนัก และทำให้เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า  โรงอาหารในเช้าอันชมุกชมัวนี้ ก็ยังมีสาวๆที่นั่งถัดไปสองโต๊ะแอบมองอยู่ห่างๆ
                “แก  พี่เตนล์โคตรน่ารักเลยอ่ะ
!
      หญิงสาวคนแรกเอ่ยกับเพื่อนของเธอที่ลงทุนมานั่งฝั่งเดียวกันเพื่อมองเป้าหมายได้ถนัดถนี่
                “ขนาดหน้าง่วงๆยังดูดีเลย
!
                “ฉันอยากได้ไลน์พี่เขา ทำไงดีอะ แกไปเป็นเพื่อนหน่อยดิ”
     ต่อให้เตนล์จะไม่ได้ยิน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าร่างสูงที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างๆนั่นจะไม่ได้ยินด้วย  ดวงตาเรียวหรี่เล็กลง  คิ้วขมวดตึง มุมปากสองข้างถูกกดลง ก่อนสายตาคมนั่นจะปรายไปที่สองสาวนั่น  แค่สีหน้าเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอจะทำให้เด็กสาวรุ่นน้องต่างคณะสะดุ้งโหยงก่อนจะรีบยกถาดอาหารไปเก็บพัลวัน 
                “อ้าว เป็นไรอะ ทำไมทำหน้างั้น ไม่อร่อยเหรอ
?  เตนล์ซึ่งเงยหน้ามาเจอหน้าโดยองพอดี เอ่ยถาม
                “อ๋อ เปล่า แค่อิ่มน่ะ เพราะนายแหละ ไม่ยอมกิน  ฉันเลยต้องมากินส่วนของนายด้วย”  คนตัวสูงบ่นกลบเกลื่อน
                “ก็ฉันกินไม่ลงนี่  ตื่นเช้าขนาดนี้มันยังไม่ค่อยหิวน่ะ นายบังคับฉันมาเองนะ”
                “ต่อให้นายยังหลับอยู่ ฉันก็จะลากมา” 
                “นายกินเสร็จแล้วใช่ไหม เดี๋ยวฉันไปเรียนแล้วไปปรึกษางานโปรเจ็คท์กับอาจารย์ต่อเลย  ไว้ค่อยเจอกันนะ” เตนล์ปิดแม็คบุ๊กใส่ลงเป้
                “เอ้า นี่”  แซนด์วิชขนาดพอเหมาะถูกยื่นให้คนตัวเล็กที่ทำท่าจะลุกออกจากโต๊ะ
                “รับไปสิ  กินไปนิดเดียว เดี๋ยวสายๆนายก็หิวอีก”  โดยองเอ่ยน้ำเสียงติดรำคาญ
                “นี่นายตั้งใจซื้อมาให้ฉันเหรอ  ใจดีจัง” รอยยิ้มกว้างเผยซี่ฟันขาวเรียงกันเป็นระเบียบ
                “เปล่าสักหน่อย ป้าที่ร้านเขาทำมาเยอะ กลัวเขาขายไม่หมด ฉันเลยช่วยซื้อมาเท่านั้นแหละ”  คนตัวสูงโวยวาย
                “ขอบคุณนะ” เตนล์ยิ้มให้ ก่อนจะเดินนำลิ่วไปก่อน  ทิ้งให้คนเจ้าอารมณ์เมื่อครู่อยู่กับหน้าร้อนๆหูแดงๆของตัวเอง
 
     ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เขามักจะเผลอมองใบหน้าแสนน่ารักนั้นบ่อยๆ    ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เขามักจะคิดถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆของคนตัวเล็กเสมอ  ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เมื่อรู้ตัวอีกที เจ้าของรอยยิ้มกว้างนั่นก็เข้ามานั่งอยู่ในใจของเขาเสียแล้ว  ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะได้อยู่ใกล้ๆ เนื่องจากรหัสนักศึกษาอยู่ใกล้กัน เลยได้เรียนวิชาหลักตอนปี
1ด้วยกันมาตลอด  และด้วยความที่คนตัวเล็กป้ำๆเป๋อๆ การมีโดยองคอยเจ้ากี้เจ้าการเรื่องต่างๆให้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการมีบันทึกช่วยจำส่วนตัวที่คอยดูแลเรื่องต่างๆให้ไม่เคยขาด เพราะฉะนั้นถึงสาขาวิชาจะต่างกันไปบ้าง นั่นก็ไม่ทำให้ความสนิทสนมลดน้อยลงเลย  แต่ต่อให้สนิทกันมากเท่าไหร่ ก็มีเรื่องหนึ่งที่โดยองไม่เคยกล้าที่จะพูดออกไป อย่าว่าแต่พูดออกไปเลย  แค่ยอมรับกับตัวเองยังเป็นเรื่องยาก แค่จินตนาการว่าได้พูดอะไรออกไปต่อหน้าคนตัวเล็ก ใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นมาเสียแล้ว

                คลาสเรียนของโดยองวันนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการจดเลคเชอร์พร้อมมีภาพเพื่อนตัวเล็กลอยเข้าหัวมาเป็นระยะ
                “เบื่อว่ะ”   เสียงเพื่อนตัวสูงชาวจีน พูดแทนสิ่งที่อยู่ในใจเขาออกมา
                “ไถมือถืออยู่นั่น  ไม่บอกก็รู้ว่าเบื่อ” โดยองละสายตาจากแผ่นชีท
                “เฮ้ย ดูนี่ดิ  อาจารย์หื่นคณะเรา เป็นข่าวแล้วว่ะ” 
                “อาจารย์หื่นไหนวะ ไอ้วิน”
                “ก็คนนั้นไง ที่ชอบเรียกนักศึกษาไปเป็นแบบ แล้วบังคับให้ถอดเสื้อลวนลามนักศึกษาอ่ะ”
                “หน้าตาเป็นไงวะ นึกไม่ออก”
                “อธิบายไงดีวะ เออ
!  อาจารย์ที่ปรึกษางานโปรเจคท์ไอ้เตนล์ไง”

      บทสนทนาข่าวฉาวคงจะเป็นแค่เรื่องสัพเพเหระที่เอาไว้คุยฆ่าเวลาและจบไปแบบไม่มีใครคิดจะสนใจว่าจะเป็นยังไงต่อ หากแต่ไม่มีชื่อของคนตัวเล็กหลุดเข้ามาอยู่ในบทสนทนานั้นด้วย  ใจของโดยองเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เมื่อจดจำบทสนทนาเมื่อเช้าได้ว่าเตนล์จะไปปรึกษาโปรเจคท์กับอาจารย์ต่อ  ความรู้สึกนี้มันไม่เหมือนกับทุกครั้งที่เขารู้สึกกับคนที่มาเข้าใกล้กับเตนล์  ไม่เหมือนเวลารุ่นน้องรุ่นพี่หรือใครๆ อยากจะมาคุย อยากจะเข้ามาทำความรู้จักกับเตนล์เพื่อสานสัมพันธ์  รูปแบบทั่วๆไปในแบบที่เขาพอจะรู้วิธีกันคนเหล่านั้นออกไปอย่างไร อย่างน้อยก็เนียนพอให้เตนล์ไม่รู้ว่าเขาไม่อยากให้ใครมารู้จักเตนล์มากไปกว่าเขา อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะกล้าพูดออกไปว่ารู้สึกอย่างไร   แต่ในกรณีอาจารย์ผู้เป็นเจ้าของหัวข้อสนทนาร้อนตอนนี้ เขากลับร้อนใจจนนั่งไม่ติดที่ มันไม่ใช่อารมณ์หึงหวง แต่มันเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ความกังวลในความปลอดภัยของคนตัวเล็กที่ไม่รู้จะถูกอาจารย์บ้านั่น ล่อลวงหรือ ทำอะไรเพื่อหาเศษหาเลยกับนักศึกษาแบบที่เขามักจะทำประจำจนชื่อเสียงคาวๆกระฉ่อนไปทั่วมหาวิทยาลัยหรือเปล่า  นี่ยังไม่พูดถึงกรณีเลวร้ายถ้าเกิดอาจารย์หื่นนั่นมันหน้ามืดคิดจาบจ้วงเตนล์ขึ้นมา... คิดแล้วก็ยิ่งกังวลจนแทบบ้า   ร่างกายไปเร็วพอๆกับความคิด เสียงออดดังขึ้นพอดีกับที่ความกังวลมาถึงขีดสุด ขายาวก้าวออกจากห้องเลคเชอร์ด้วยความรวดเร็ว
                “เฮ้ย ไอ้โดจะไปไหน
!?”
                “ไอ้วินเก็บของให้ด้วย ว่ากัน !!
     เจ้าของคำสั่งวิ่งออกมาจากห้อง โดยไม่ได้สนใจว่าเพื่อนจะโวยวายตามหลังมาว่ายังไง ระยะทางจากตึกที่เขาเรียน กับตึกที่ตั้งของห้องอาจารย์คนนั้นไม่ได้ห่างกันมากเท่าไรนัก แต่ในใจของเขาตอนนี้กลับรู้สึกราวกับระยะทางครึ่งค่อนโลกเมื่อเทียบกับใจของเขาที่อยากจะเหาะไปซะเดี๋ยวนี้  อุปกรณ์สื่อสารดูเหมือนเป็นสิ่งไร้ค่า เมื่อเสียงสัญญาณยาวๆดังติดต่อกันโดยไม่มีคนรับ
               
“โธ่เว้ย ทำไมไม่รับวะ!!
     สายแล้วสายเล่า แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีคนรับสาย  ขายาวๆของเขาพาเขามาจนถึงห้องเลคเชอร์วิชาที่เตนล์เรียนเมื่อเช้า แต่ทั้งห้องกลับว่างเปล่า มีเพียงนาฬิกาที่ชี้บอกเวลาเที่ยงสิบห้านาที นักศึกษา อาจารย์ ต่างพากันไปพักกลางวันกันหมดแล้ว เขาไม่เสียเวลากับห้องเปล่าไร้ประโยชน์  ห้องพักอาจารย์ที่ปรึกษาคือจุดหมายถัดไป  และดูเหมือนอะไรๆก็น่าขัดใจไปเสียหมด เมื่อห้องพักอาจารย์ก็ว่างเปล่า และมีเพียงแสงจากหน้าจอที่เป็นรูปพักหน้าจอฉายอยู่
บนคอมในห้องเท่านั้น   โดยองจำใจลงมาจากตึกด้วยความหงุดหงิดที่ทวีขึ้นตลอดเวลาเพราะไม่รู้จะไปตามหาคนตัวเล็กได้ที่ไหน ปุ่มโทรออกถูกกดลงอีกครั้งเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็เกินจะนับ
 ท้องฟ้ามืดครึ้ม อากาศอบอ้าวอุดอู้ชวนน่ารำคาญพอๆกับความรู้สึกของเขาตอนนี้  เสียงรอสายยาวๆมีแต่จะสร้างความหงุดหงิด สายสุดท้ายก่อนเขาจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งยอมจำนนต่อความดันทุรังของเขา  เสียงของเจ้าของความกังวลทั้งหมดตอบกลับมาตามสาย

                “อือ โดยองเหรอ... ว่าไง?
                “เตนล์
!! บ้าเอ๊ย !! หายไปไหนมา ทำไมไม่รับสาย!?
                “ฉันรออาจารย์จนเผลอหลับไปน่ะ....
?
            “เห็นเธอหลับอยู่ ครูเลยไม่อยากปลุกน่ะ แต่โทรศัพท์นั่นขึ้นหน้าจอคนโทรเข้าตลอดเลย”
     เสียงใครอีกคนแว่วเข้ามาในสาย
                “เตนล์
!! ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันรออยู่ที่ศาลาข้างสวนหย่อม เดี่ยวนี้เลย!
                “อ่ะ ได้ๆ ขอส่งงานแปบ ไปเดี๋ยวนี้แหละๆ โมโหทำไมเนี่ย”
                “ส่งงานอย่างเดียวนะ ไม่ต้องคุยแล้ว
! ถ้านายไม่ลงมาภายใน5นาที ฉันจะขึ้นไปตาม!

     ทันทีที่พ้นบันไดขั้นสุดท้ายของตึก ฝนเม็ดแรกก็ตกลงมา ใบไม้ในสวนหย่อมโดนน้ำฝนตกกระทบเสียงดังเปาะแปะ 
ขาเล็กๆพาเขาวิ่งเข้ามาในชายคาศาลาเล็กได้ทันก่อนที่ฝนจะเริ่มตกหนัก
ยังไม่ทันหายใจได้ทั่วท้อง เสียงคนคุ้นเคยที่ดังขึ้นมาพร้อมความเกรี้ยวกราดก็สาดมาที่เขาเต็มๆ
                “เตนล์
!! นายหายไปไหนมา !! ติดต่อก็ไม่ได้ !! ฉันแทบเป็นบ้าแล้วเนี่ย”
     ไม่โวยวายเปล่า มือแกร่งจับคนตัวเล็กหมุนไปมา สำรวจเสื้อผ้า
 
               
นายไม่โดนทำอะไรใช่เปล่า !? โทรไปตั้งหลายสาย ทำไมไม่รับ !?” คำถามถูกรัวใส่เขาไม่ยั้ง
                “ขอโทษ ฉันแค่ปิดเสียงโทรศัพท์ตอนพรีเซ้นท์งานเมื่อเช้าแล้วลืมเปิดน่ะ...”
                “ฉันไปหานายที่ห้องเลคเชอร์กับห้องพักอาจารย์ก็ไม่เจอ
!?
                “เอ๊ะ
? นายมาหาฉันเหรอ? สวนกันมั้ง ฉันไปซื้อCDขึ้นมา กะว่าถ้าให้อาจารย์ดูแล้วไม่มีที่ต้องแก้ก็จะไรท์ส่งเลย แต่อาจารย์ไม่อยู่ เลยรอเค้าจนเผลอหลับไปอ่ะ”
                “ห้ามอยู่บนตึกนั้นคนเดียวอีกรู้ไหม ยิ่งอยู่กับอาจารย์นั่นสองคนแล้วด้วยเกิดโดนทำอะไรขึ้นมาจะทำไง
!!
                “ไปได้ยินข่าวมาล่ะสิ ถึงจะมีข่าวลวนลามนักศึกษา แต่ฉันไม่เคยได้ยินว่าเขาจะลวนลามนักศึกษาชายนะ โดยอง  นี่นมก็ไม่มี ฮ่าๆ”
                “ไม่ตลก
!  เกิดมันทำอะไรนายขึ้นมาจะทำยังไง??
     สายตาจริงจังคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาหวาน พร้อมกับแรงกระชับจากมือแกร่งที่บีบเข้ากับต้นแขนทั้งสองของคนตัวเล็ก...

                “...โดยองเป็นห่วงเราเหรอ
?
     ดวงตากลมโตช้อนขึ้นถามคนตรงหน้า
                “ค...ใครห่วงนายกัน
!” ร่างสูงรีบผละออก ทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งพรางบุ้ยปากไปทางอื่น
                “อ๋อเหรอ ไม่มีเหรอ โอเค๊ ไม่มีก็ไม่มี”
     ร่างเล็กชายตามอง อมยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆโดยที่อีกฝ่ายยังคงทำหน้าบึ้งตึงแต่ไม่ขยับหนี
                “ขอบคุณที่อยู่ข้างๆกันเสมอนะ” นัยน์ตาหวานฉายสิ่งเดียวกันกับสิ่งที่พูด
                “ใครอยากอยู่ข้างนายกัน  ไปไหนไปเลย”
                “ไม่เอาอะ ไม่ไป” รอยยิ้มยียวนถูกส่งกลับมา พร้อมกระเถิบตัวให้ชิดเข้าไปอีก
     ไม่มีเสียงตอบรับหรือทีท่าว่าจะเขยิบหนีจากร่างสูง  ยกเว้นก็แต่หน้ากระเง้ากระงอดนั่นที่ตอบรับการระทำของคนตัวเล็ก
ไม่มีใครลุกออกจากที่ตรงนั้น  ทั้งสองต่างปล่อยให้เวลาไหลล่วงเลยไปช้าๆโดยปราศจากคำพูด  
บางทีการเอ่ยอะไรออกไปก็ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร ในเมื่อใจความสำคัญมันชัดเจนอยู่ในทุกๆการกระทำอยู่แล้ว...
สายฝนยังตกลงมาไม่ขาดสาย... น้ำฝน
ฉ่ำเย็นกระทบลงกระเบื้องว่าวสีนวลตาวิ่งไหลเรียงรายไล่มาตามเชิงชายก่อนจะกระจายตัวพราวพร่างลงบนพื้น  นักศึกษาหาที่หลบฝนวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น บ้างเรียกรถกลับบ้าน บ้างวิ่งเข้าไปในตึก
มีแค่สองคนเท่านั้นที่รู้กันอยู่ในใจว่า คงไม่มีที่ไหนต้องเร่งร้อนรีบไป ในเมื่อที่ที่อยากอยู่ที่สุดอยู่ข้างๆกันตรงนี้แล้ว...



¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯
 
[ THE ARTS SERIES ]
UNDER THE WARM RAIN / DOYOUNG x TEN / END
by KATAMARI  (
@Tentasticboy )
#ARTTEN


::: TALK :::

      สวัสดีค่ะ เป็น The Art Serie ( All x Ten ) อีกเรื่องนะคะ คิดว่าซีรี่ย์นี้จะไม่อัพแล้วใช่ไหม
555+  จริงๆเรื่องนี้ตั้งใจจะปล่อยเป็นอันดับที่ 3 แต่อันดับที่ 2 ดันแต่งไม่จบเสียที  ก็เลยขอเอาอันนี้มาลงก่อนแล้วกันเนอะ  เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นฉากที่ไทยกันบ้างนะคะ  ถ้าใครติดตามข่าวคงพอรู้ว่าตัวละครอยู่คณะอะไร 555+และคณะนี่คือ link เดียวที่มีความ Art ของเรื่องนี้ค่ะ เล่นมันทื่อๆอย่างนี้ล่ะ 555+   เซ็ตฉากหน้าฝน  จริงๆเรามองคุณโดเหมือนฝนนะคะ อากาศก่อนฝนตกก็อึมครึม อบอ้าว ฟ้าร้อง เกรี้ยวกราด แต่จริงๆเขาเป็นเหมือนฝนที่เย็นฉ่ำนะคะ อิอิ และทุกเรื่องในซีรีย์นี้เราเซ็ตฤดู และสถานที่ต่างกันหมดเลยค่ะ  อยากให้ติดตามแบบชิลๆ เพราะแต่งตามอารมณ์ค่ะ เดี๋ยวจะมาก็มาเองค่ะ 555+   สปอล์ยว่ามีอีกสองคู่แน่ๆ ถ้าใครตามทวิตเตอร์เราน่าจะรู้ว่าเดี๋ยวจะเป็นคู่ไหน แหะๆ   ยังไง เรื่องนี้ถ้าชอบไม่ชอบก็บอกกันได้นะคะ  เยิ้ฟๆ <3 


KATAMARI  ( @Tentasticboy )

               
               


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Katamari จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Gexus The ripper (@puritarn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 13:57
    โดยองนังคนปากแข็ง
    #6
    0
  2. วันที่ 8 กันยายน 2560 / 14:27
    หลงรักคนซึนนน เป็นสายฝนที่อบอุ่นเหลือเกินค่ะ
    เห็นความเป็นห่วงที่คุณโดแสดงออกมาแล้วชุ่มฉ่ำหัวใจ เขิลลล
    ตัวจริงคุณเขาก็เป็นแบบนี้นี่เนอะ
    #5
    0
  3. วันที่ 4 กันยายน 2560 / 20:16
    ฮือออออ ชอบมากๆ เลยค่ะ น่ารักกกกกก
    เขินนนนน เป็นความสัมพันธ์แบบที่ละมุนละไม 
    ชุ่มเย็นเหมือนฝนที่ตกโปรยปราย 
    โรแมนติกมากกกก โดยเฉพาะฉากนั่งอยู่ศาลาด้วยกันท่ามกลางฝนตก
    ชอบๆๆๆๆๆๆ  ชอบคุณโดคนซึนขี้หวง กับน้องเตนล์หนุ่มฮอต
    ถ้าคุณโดเป็นสายฝน นี่ก็จะนั่งตากฝนอยู่อย่างงั้น 55555555

    #4
    0
  4. #3 Ooo
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 19:53
    คุณโดดดดดดดดดดดดดดดดอบอุ่นค่อดดดดดดดดดด สายฝนที่ทำให้ใครบางคนหนาวสั่นถึงกับเป็นไข้ได้ แต่ก็ไม่ใช่กับเตนล์เนอะ เพราะฝนสายนี้มันอบอุ่นจนแทบหลอมละลาย
    #3
    0
  5. วันที่ 4 กันยายน 2560 / 18:17
    ชอบที่เปรียบคุณโดเหมือนสายฝนค่ะ รุนแรงชวนให้สะดุ้งและชุ่มฉ่ำใจในคราวเดียว ชอบมากนะคะ อยากให้ยาวกว่านี้อีก อยากรู้ว่ากลับห้องแล้วจะคุยอะไรกันต่อน้า อิอิ 

    ขอบคุณสำหรับฟิคบรรยากาศดีๆค่ะ
    #2
    0
  6. #1 Tennieเตนล์เตนล์
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 18:06
    คุณโดคนซึนคนเดิมครับ ><~

    ปกติเราไม่ชอบหน้าฝนนะ แต่ต้องยอมรับจริงๆว่า

    เวลาเดินทางอยู่ในรถเปิดเพลง มองสายฝนที่โปรยลงมามันรู้สึกดีมากๆ

    บางทีนั่งอยู่บนเตียง สวมหูฟัง ฟังเพลงสบายในวันฝนตก มันรู้สึกดีมากจริงๆ

    ฟิคคุณฝนนี่ทำให้เรานึกถึงวันพวกนั้น :)

    เตนล์กับคุณโดนี่น่ารักเหมือนในเรื่องจริงเลย ไม่แสดงออกตรงๆใช่ว่าจะไม่เป็นห่วง ไม่รัก

    การกระทำสำคัญกว่าคำพูดจริงๆ บางทีการกระทำก็ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาหมดแล้ว

    แอบลุ้นว่าเขาจะกุมมือกันไหม แต่แค่นั่งข้างๆกันก็ละมุนมากแล้ว

    ดูแลกันไปอย่างนี้นะคุณโด น้องเตนล์ยิ่งแก่นดื้ออยู่
    #1
    0