NCT (OS) The Arts Series / JOHNTEN : INTO THE CLOUD

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 317 Views

  • 4 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    317

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ท่ามกลางความวุ่นวายของชิคาโก และเขาที่เกิดและโตที่นี่ กลับได้พบความงามของเมืองนี้ จาก เด็กหนุ่มรอยยิ้มสดใสที่มาจากประเทศแสนไกล


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




::: TALK :::


      สวัสดีค่า ถ้าใครได้อ่าน
OS / SF เรื่อง PORTRAIT  ซึ่งเป็นเรื่องแรกในเซ็ตนี้ของเรามาแล้ว อยากบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ตอนต่อของ PORTRAIT นะคะ  แต่เป็น OS / SF เรื่องใหม่อีกเรื่อง  เราตั้งใจเขียน ให้ทุกตอนใน series นี้แยกกัน ภายใต้ชื่อ the Art Series ค่ะ  ซึ่ง OS / SF แต่ละตอนจะไม่ใช่คู่เดียวกันเลย  สมกับที่เป็น ALLxTEN จริงๆ 555+  ( มี PORTRAIT  เท่านั้นที่ไม่เปิดเผยพระเอก และปล่อยให้รีดเดอร์จินตนาการกันได้ตามสบายค่ะ ) แต่ทุกเรื่องในซีรี่ย์นี้จะมีจุดเชื่อมเดียวกันคือ ศิลปะ ค่ะ  สำหรับตอนนี้ เป็น JOHN x TEN เราบุกกันไปถึงบ้านเกิดพี่จยาที่ชิคาโกเลยค่ะ  สถานที่อิงตามของจริงทั้งหมด สนใจก็ไปตามรอยกันได้เลย  หวังว่าจะชอบกันนะคะ :)
ติชม เม้ามอยท์กันได้ตาม tweet ด้านล่าง หรือแทค
#ArtTen ก็ได้ค่ะ

Katamari  @TentasticBoy

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 3 มี.ค. 61 / 09:31

บันทึกเป็น Favorite


[ The Arts Series ]
IN TO THE CLOUD

NCT ( OS/ SF ) fanfiction ( Johnny x
Ten )
by Katamari (@TentasticBoy )

#ARTTEN



เช้าวันใหม่ มาพร้อมกับการเดินทางมาถึงของแสงสีทองผ่านพ้นขอบเมฆก้อนโตที่ทอดอยู่หลังตึกสูง
ชีวิตผู้คนเมืองใหญ่ริมฝั่งทะเลสาบมิชิแกนแห่งนี้ หลับใหลได้ไม่นานก็ต้องกลับมาวุ่นวายกับวันใหม่อีกครั้ง
ชิคาโก... เมืองศูนย์กลางธุรกิจใหญ่ คลาคล่ำไปด้วยผู้คน กับตึกสูงระฟ้าที่พากันยื้อแย่งเนื้อที่ เบียดเสียดกันอยู่สองข้างถนน  แต่ต่อให้มีตึกเนืองแน่นแค่ไหน
 ผมกลับรู้จักทุกซอกทุกมุมนั่นเป็นอย่างดี เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะผมเกิดและโตขึ้นที่เมืองนี้ยังไงล่ะ

                พ่อแม่ของผมย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ และมีผมเกิดขึ้นมา ผมโตขึ้นมาแบบเด็กอเมริกันทั่วไป นอกจากการเรียนในมหาวิทยาลัย กับงานพิเศษ
 สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยละทิ้งเลยคือการเต้น  ที่โรงเรียนสอนเต้น นอกจากจะได้สนุกกับกิจกรรมที่ชอบ มันยังเป็นที่ที่ทำให้ได้รู้จักผู้คนหลากหลาย เพื่อนใหม่ รวมไปถึงการได้มารู้จักกับ “เขา”

                เมื่อหลายเดือนก่อน ในคลาส
temporary dance คุณครูสอนเต้นได้แนะนำสมาชิกคนใหม่ที่มาจากประเทศไทย นอกจากใบหน้าอันงดงามในแบบเอเชียแล้ว ความสามารถของเขาเรียกเสียงฮือฮาให้กับคนในคลาสได้เสมอ  รวมถึงผม  ผมกับเขาได้ซ้อมด้วยกันบ่อยๆ จากการที่เราต้องฟอร์มทีมออกไปโชว์ตามงานต่างๆตามที่โรงเรียนเข้าร่วม 

               ผ่านระยะเวลาหลายเดือน เราได้รู้จักกันมากขึ้นผ่านเรื่องต่างๆ  ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราเริ่มเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกัน  ได้สู้ไปข้างหน้าด้วยกัน  ได้ดูแลซึ่งกันและกัน  โดยไม่ทันรู้ตัวว่ามีความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นอยู่ภายใน  ผมได้ลองพยายามค้นหาคำตอบ ได้ผ่านช่วงเวลาสับสน  วิ่งหนี และยอมรับ ในที่สุดผมก็รวบรวมความกล้าสำเร็จในการที่จะขอพูดกับเขาตรงๆถึงความรู้สึกที่เก็บงำเอาไว้  และคุณรู้ไหม มันเหมือนคุณถูกรางวัลล็อตโต้  เมื่อเขาเองก็สับสน และพยายามตีความความรู้สึกที่เขามีต่อตัวผม  เพื่อจะพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา และที่ผมเป็นอยู่นั้น มันไม่ต่างกัน 

               เราตัดสินใจคบกัน และวันนี้เป็นวันแรกที่เราจะยังคงออกมาเจอกันเหมือนเดิม แต่เริ่มเรียกสิ่งนี้ว่า “เดท”
ท้องฟ้าใส อากาศอบอุ่น ลมพัดอ่อนๆ สัญลักษณ์ของการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ดูช่างเป็นใจกับนัดของเรา


     

ผมมาหยุดยืนอยู่หน้า
Cloud Gate ประติมากรรมชิ้นใหญ่ยักษ์รูปทรงโค้งคล้ายเมล็ดถั่วคว่ำที่สะท้อนท้องฟ้าสีสดใสราวกับกระจกบานใหญ่ที่ถูกตั้งไว้กลางลานกว้างใจกลางมิลเลนเนี่ยม ปาร์ค   นักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนมาไม่ขาดสาย ผู้คนที่มาที่นี่ต่างชื่นชอบที่จะถ่ายรูปหน้าตัวเองที่สะท้อนเป็นทรงบิดเบี้ยวบนเจ้าถั่วยักษ์นั่น ผมไม่ได้ใคร่สนใจนักท่องเที่ยวอะไรมากนัก  หากแต่ในเงาสะท้อนโค้งๆบนกระจกนั่นปรากฏร่างของใครคนหนึ่งที่ผมรออยู่....

               ....เท็น  แน่นอนว่าเขาดูไม่เหมือนคนที่จะมาที่ปาร์คเพื่อจะมาชื่นชมเจ้าถั่วนี่  เพราะมันเป็นแค่จุดนัดพบของเราเท่านั้น  ท่าทางของเขาค่อนไปทางเหมือนเด็กหลงทาง หันซ้ายแลขวาเหมือนกำลังเดินในเขาวงกต  ดวงหน้าหวานๆกับท่าทางน่ารักๆของเขามักดึงดูดให้ผู้คนมองตามเสมอ และปล่อยไว้คงจะไม่ดีนักถ้าผมไม่รีบออกไปแสดงตัว  เขามัวแต่มองหาผมอยู่จนเกือบจะชนกับนักท่องเที่ยวที่ดูเหมือนจะตั้งใจยืนดักทางไว้  เขาคงชนไปแล้วถ้าไม่ได้ผมที่รีบเข้าไปดึงตัวเขาเข้าซะก่อน
          

    
" เท็น ! "  ผมคว้าแขนเขา จนเขาเซมาชนตัวผมแทนที่จะไปชนนักท่องเที่ยวที่เดินอยู่  
    
" อ๊ะ ...จอห์นนี่ ? "
     " มองอะไรอยู่ เกือบชนคนแล้วนะ " ผมโอบเขาไว้ในอ้อมกอดจนแทบจมอก
     จากนั้นผมจึงหันไปขอโทษนักท่องเที่ยวคนนั้น 
    
" ขอโทษนะครับ คุณเจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ ?
นักท่องเที่ยวคนนั้น ปรายตามองภาพที่ผมกอดเท็นไว้แนบอก ก่อนจะบอกว่าไม่เป็นไรและขอตัวเดินออกไป
    
" จอห์นนี่ ปล่อยยยย อายเค้าน่า " ประโยคหลังเบาเหมือนกระซิบลอดออกมา
    
" ชอบทำตัวให้เป็นห่วงอยู่เรื่อย " ผมเอ็ด
    
" ก็ไม่เห็นต้องกอดขนาดนี้เลยนี่  ไม่ได้ชนสักหน่อย ปล่อยได้แล้ววว " คนตัวเล็กโอดครวญ
    
" เขาตั้งใจรอให้นายไปชน รู้บ้างมั้ยเนี่ย " ผมปล่อยให้เค้าเป็นอิสระ
    
" ฉันดูแลตัวเองได้น่า " เขายู่ปาก
    
" ก็อย่ามาร้องให้ช่วยละกัน ว่าแต่วันนี้จะไปไหน ตัวแสบ " ผมถาม
    
" วันนี้ไปเสพศิลป์กัน  :) " เท็นส่งสายตาเป็นประกายทันทีเมื่อเปลี่ยนเรื่องกลับมาที่เดทของเรา
เท็นค่อนข้างทึ่งเมื่อรู้ว่าผมเกิดและโตที่ชิคาโก แต่ไม่เคยไปสถาบันศิลปะของที่นี่เลย

               ผมกับเท็น ใช้เวลาเดินผ่านปาร์คไม่นานก็ถึง สถาบันศิลปะชิคาโก... และรู้ตัวอีกที ผมก็เข้ามายืนอยู่ข้างหน้ารูปใหญ่ที่จัดแสดงอยู่ด้านในหอศิลป์แห่งนี้เสียแล้ว...
      " นายชอบดูพวกภาพวาดเหรอ? "
     "  อื้ม รู้มั้ย เสน่ห์ของงานศิลป์น่ะ มันไม่ใช่แค่ ความสวยงามด้านองค์ประกอบ เทคนิค หรือสไตล์อย่างเดียวนะ "
     " อ่าฮะ "
    
" ภาพวาดน่ะ  ถึงจะถูกวาดโดยที่มีแบบจริงๆตั้งอยู่ตามที่ตาเห็น แต่เสน่ห์ของมันอยู่ที่ มันได้ถูกวาดขึ้นโดยได้รวมเอาอารมณ์ ความรู้สึกของศิลปินอยู่ในนั้นด้วยยังไงล่ะ เพราะฉะนั้น ผู้ชมไม่ได้เสพแต่รูปลักษณ์  แต่ได้ซึมซับเอาอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆที่ศิลปินต้องการจะสื่อเข้าไปด้วย..."
ผมพยักหน้า ทำความเข้าใจตามสิ่งที่เขาพูด 
               เราเดินเข้าออก ห้องแสดงภาพต่างๆ ในสถาบันศิลปะอย่างไม่เร่งรีบ
คนตัวเล็กสนุกอยู่กับการเล่าเรื่องราวเบื้องหลังภาพต่างๆ โดยเฉพาะส่วนจัดแสดงภาพสไตล์ อิมเพรสชั่นนิสต์ ที่มีชื่อเสียงของที่นี่   นอกจากเบื้องหลังแต่ละภาพที่มีเรื่องราวแตกต่างกันออกไป  ท่าทางสนุกในการเล่าเรื่องต่างๆของเขาก็เพลินตา ภาพทุกภาพที่สวยงามมีเรื่องราวของมัน  แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่มีเขายืนอยู่ตรงนั้น ด้วยกันกับผม...   ตอนนี้ ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความสวยงามคืออะไร  หากความสวยงามจากสีสันและเส้นสายบนผืนผ้าใบนั้นคือรักแรกพบ  มันคงไม่ต่างอะไรจาก รอยยิ้มและดวงตาเป็นประกายของเขา ที่พาให้ผู้คนต่างพลอยหลงใหลยามเมื่อแรกเจอ...  หากแต่หัวใจที่บริสุทธิ์และทัศนคติอันงดงามเหล่านั้นต่างหากที่เปรียบเสมือน ที่มา แรงบันดาลใจ ของจิตรกรที่ขับเคลื่อนให้ภาพสื่อความหมายออกมา...

               ผ่านไปหลายชั่วโมง เราพากันเดินออกมาจากสถาบันศิลปะ ภาพพูดคุยกับเราผ่านความเงียบ แต่เรากลับได้รับความรู้สึกอะไรหลายๆอย่าง ทั้งความเศร้าใจ  ดีใจ  และแรงบันดาลใจ ที่ให้ความรู้สึกที่ดีต่อหัวใจ เหมือนได้รู้จักคนใหม่ๆ ได้เรียนรู้อะไรในตัวเขา ได้แชร์ประสบการณ์  และได้เรียนรู้ใจตัวเอง...

               อากาศภายนอกอาคารเริ่มเย็นลง หลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า  แสงสุดท้ายยังคงลอดรำไรแทรกตัวอยู่ในช่องระหว่างตึกสูง
ผมชวนเขาไปหาอะไรทาน ในเมืองโดยเดินผ่านปาร์ค ทางเดียวกับที่เราเดินมาทีแรก
  


ในที่สุด เราก็กลับมาที่ลานกว้าง   ตั้งโดดเด่นอยู่กลางลานใหญ่ 
Cloud gate ในเวลานี้ ผู้คนบางตาลงไปมาก บนพื้นผิวโค้งมันวาวไม่มีท้องฟ้าสีสด และก้อนเมฆขาวปุยปรากฏอยู่อีกต่อไป แต่ถูกแทนที่ด้วยแสงสีทองระยิบระยับของเมืองใหญ่ พร่างพราวราวกับแชนเดอเลียร์อันใหญ่ยักษ์ที่แขวนกลางโถงปราสาทในเทพนิยาย

    
" ว้าวว สวยชะมัด  เหมือนอยู่ในงานฉลองเลย "
เท็นวิ่งไปข้างใต้เจ้าถั่วเม็ดโตที่ตอนนี้ถูกสมมติให้เป็นโคมระย้าเสียแล้ว
    
" ดินเนอร์ ปาร์ตี้  เหรอ ? แทบไม่มีคนเลย " ผมแย้ง
    
" นายนี่ไม่โรแมนติกเลย ชวนฝันกว่านั้นหน่อยสิ... เอาเป็นว่าอย่างเช่น.... ดินเนอร์สองคน...แบบใน บิวตี้แอนด์เดอะบีสท์ ? "
     " โอเค ฉันยอมเป็นเดอะบีสท์ให้ก็ได้ เพราะยังไงก็คือเจ้าชายสุดหล่อ แต่บิวตี้นี่สิ"
ผมเลิกคิ้ว ยกมุมปาก มองไปที่คนตัวเล็กอย่างชั่งใจพร้อมทำหน้ายียวน
คนถูกมองแก้มป่องทันที
" ทำมายยยย จะแขวะอะไรฉัน หืมมม "  
    
" ก็นายไม่เหมือนบิวตี้ไง... เหมือน ชิปมั้งค์มากกว่า " ผมหัวเราะร่า เมื่อโดนคนตัวเล็กโวยวายใส่ ทันทีที่จบคำ
ผมหัวเราะจนตัวงอ  ยืนค้อมตัวเอาสองมือยันไว้ที่เข่า  ชอบใจที่แกล้งเขาสำเร็จ  เขาไม่รู้หรอกว่า หน้าตางอนๆนั่นน่ารักมากแค่ไหน และนั่นยิ่งทำให้ผมอยากแหย่ อยากแกล้งเขาทุกทีที่อยู่ด้วยกัน

     
" Ok Ok, My Beauty "
ผมยืดตัวเต็มความสูง  มองเข้าไปในตาของเขา ผมยังอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มให้กับคิ้วที่ขมวดเป็นปม กับแก้มป่องๆ ของเขาที่เหมือนจะคาดเดาว่าผมจะมาไม้ไหนอีก
     
" Welcome to my castle "
ผมค้อมตัว พร้อมผายมือออกข้างหนึ่ง ติ๊ต่างให้ลานกว้างนี้เป็นบอลรูมของเรา  
ถึงฉากนี้ ในฐานะ บีสท์  คงเป็นเรื่องเสียมารยาท ถ้า บีสท์ จะไม่เชิญ ให้ เบล เต้นรำกับเขา    
   
    
" I’ve been practicing my moves for weeks. Care to help me test them out? "
เขาช้อนตาขึ้นมองผม พร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้างดงามนั่น  
    
" Sure "
เสียงหวานๆตอบอย่าไม่ลังเล พร้อมก้าวเท้าเข้ามาใกล้
ผมอ้อมไปยืนซ้อนหลังเขา จับไหล่บางไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะกระซิบข้างหู
    
" Let’s move with what we practiced yesterday " ผมแนะนำ
เพราะเบลของผมน่าจะเหมาะกับ 
contemporary dance มากกว่า

      เขาสูดลมหายใจ หลับตาลง ฮัมทำนองออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเริ่มวาดท่วงท่าต่างๆ และมันช่างเข้ากันได้ดีกับการเคลื่อนไหวของผมที่ล้อรับกันไปมา  ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกอิริยาบถของเขายังคงงดงามไม่ต่างจากวันแรกที่ได้พบกับเขา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมอยากรู้จักนักเรียนในคลาสคนใหม่คนนี้ ก่อนที่อะไรๆจะนำพาให้เราได้มาเดินเคียงข้างกัน อย่างในตอนนี้

               สายตา สีหน้า ทุกอย่างที่เขาแสดงออก เวลานี้ มันไม่ได้มีเพื่อผู้ชมดารดาษหน้าสเตจ แต่มันมีเพื่อผมเท่านั้น... บางครั้ง ผมก็ไม่อยากเชื่อว่าผมจะเป็นผู้ชายที่โชคดีคนนั้น  ที่ได้เป็นคนที่เขาให้อยู่เคียงข้าง

               บทเพลงของเราจบลงที่โน้ตตัวสุดท้าย และเป็นเสียงลมหายใจที่เข้ามาแทนที่  พร้อมอกที่ไหวกระเพื่อมขึ้นลงจากการที่ร่างกายพยายามกอบโกยเอาอากาศเข้าไปในปอด   เท็นช่วยผมจัดเสื้อให้เข้าที่เข้าทางและปล่อยให้ผมช่วยเกลี่ยผมที่ปรกหน้าเค้าอยู่ออกให้

    
" เบลของผม ตัวอ่อนแล้วก็กระโดดได้สูงมากๆเลย "
ผมยิ้มแป้น ชื่นชมแกมหยอก เจ้าของร่างที่ใส่ยีนส์สีดำรัดรูปแทนที่จะเป็นกระโปรงสีเหลืองฟูฟ่อง
เขายิ้มให้ 
" แล้วนี่บีสท์เมื่อไหร่จะแปลงร่างเป็นเจ้าชายหล่อๆซะทีอ่ะ " เขาเอาคืนบ้าง
   
" ให้หล่อกว่านี้ ระวังจะตามหึงไม่ทันนะ เด็กดื้อ " ผมบีบจมูกรั้นๆนั่นอย่างหมั่นเขี้ยว
เขาหัวเราะเสียงสดใส ก่อนที่ผมจะกอดเขาไว้หลวมๆ ชมแสงไฟระยิบระยับที่สะท้อนอยู่บนวัตถุทรงโค้งเหนือหัวเราขึ้นไป

    
" นี่  วันนี้สนุกมั้ย  ไปเดินสถาบันศิลปะ ไม่เบื่อใช่เปล่า ? " เขาถาม
    
" สนุกสิ ไม่เห็นจะเบื่อเลย มีไกด์ส่วนตัวอธิบายให้ฟังตั้งเยอะตั้งแยะ "    
    
" งั้นบอกซิ ชอบงานชิ้นไหนมากสุด "
    
" อืมมมม ก็มีชอบมากๆอยู่ชิ้นนึงนะ "
เขาทำตาโต ทำหน้าตั้งอกตั้งใจฟัง
    
" แต่ตอนนี้ ไม่ได้จัดแสดงอยู่ข้างในแล้วอ่ะ "
    
" หืมมม ??? "
     " ก็งานชิ้นนั้นก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้วไง :) " ผมยีผมนุ่มๆของเขาเบาๆ

               จริงๆ แล้ว เขาคงไม่รู้ตัวว่า ตัวเขาคือ ผลงานศิลปะชิ้นเอก  ที่สวยงามเกินกว่าจิตรกรคนไหนจะสรรค์สร้างออกมาให้เสมอเหมือน... ไม่ว่าจะพิจารณาจากรูปลักษณ์ที่ปรากฏ หรือความหมายที่ซ่อนอยู่ในนั้น

เจ้าตัวยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเม้มปากกลั้นมันไว้ พร้อมกับขมวดคิ้วทำหน้าตลกๆ
    
" น้ำเน่าชะมัด " เขาเสมองไปทางอื่นทั้งๆที่เรายังยืนเบียดกันอยู่ใต้ Cloud Gate ยามค่ำคืน

               แสงไฟสะท้อนวูบไหว...  เงาสะท้อนจากพื้นผิวเงาวับของประติมากรรมด้านบนที่คร่อมเราทั้งสองอยู่ ส่งให้ใบหน้านวลยิ่งดูเหมือนภาพฝัน  ดวงตาเรียวรีล้อมด้วยแพขนตายาว ปากกระจับน้อยๆนั่นอมยิ้มส่งให้เกิดรอยบุ๋มเล็กๆตรงมุมแก้ม บ่งบอกว่าเจ้าตัวก็คงพึงใจไม่น้อยกับช่วงเวลานี้  ผมค่อยๆโน้มตัวลง ใช้จมูกเกลี่ยผมบนหน้าผากเขา แล้วเลื่อนมาประทับจูบแผ่วเบาที่เปลือกตาบางนั่น  ค่อยๆไล่เลื่อนใบหน้าของผมลงมาตามสันจมูกรั้นโดยไม่ยอมให้เกิดระยะห่างจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนของกันและกัน  ผมเว้นช่วง เพื่อมองหน้าเขาแวบหนึ่ง ดวงตาคู่สวยปรือลง แพขนตาไหวระริกอยู่บนแก้มสีแดงระเรื่อ.. และนั่นคงแทนคำอนุญาต... ผมใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวบางเพื่อช่วยซัพพอร์ตให้ช่วงตัวเขายกขึ้นเล็กน้อย  และใช้มืออีกข้างประคองใบหน้าเรียวที่ขึ้นสีฝาด ก่อนจะค่อยๆประทับริมฝีปากร้อนลงบนริมฝีปากบางนุ่มนิ่มนั่น  ผมวนเวียน หยอกล้อกับเรียวปากสีหวาน จนเท็นยอมกดเม้มตอบกลับมาพร้อมดูดดึงเบาๆที่ริมฝีปากบนของผม  ผมรู้ว่าเขาค่อนข้างขี้อายกับเรื่องแบบนี้ และปฏิกิริยาเล็กๆจากเขาเพียงเท่านั้นก็เพียงพอจะทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ...ผมพยายามสกัดกั้นอารมณ์ที่โหมกระพือ อดไม่ได้ที่จะคลอเคลียอยู่กับแก้มนิ่ม ก่อนที่จะค่อยๆถอนใบหน้าออกมาแล้วแนบหัวเล็กๆนั่นไว้กับอก

   
" ร้ายนะเราอะ " 
   
" หืมมมม  ใครร้ายกันแน่  ตัวเองเป็นคนเริ่มก่อนชัดๆ " คนตัวเล็กยิ่งซุกหน้าแน่น ท้วงเสียงอู้อี้ลอดมาจากแผ่นอกของผม
ผมเชยหน้าเขาขึ้นให้ตาของเราได้ประสานกัน  ปากน้อยๆแดงฉ่ำ แก้มบางออกสีระเรื่อ
    
" ก็ร้ายตรงที่เร่าร้อนจน เกือบหยุดไม่ได้..." ผมยิ้มกริ่ม
    
" นี่บีสท์ หรือ เฒ่าลามกเนี่ย " มือเล็กทุบเบาๆที่อกพร้อมๆกับที่เลือดฝาดสีชมพูสดเริ่มลามไปถึงปลายหู
ผมยิ้มให้กับภาพสวยงามเบื้องหน้า
    
" หิวแล้ว ไปหาอะไรทานกัน :) " ผมชวน

               เอื้อมไปโอบไหล่เล็กกระชับเข้ากับแผ่นอก  เดินทอดน่องให้พอดีกับที่ก้าวเล็กๆนั่นจะเดินทันกับก้าวของผม  เราออกจากมิลเลนเนี่ยมปาร์ค ไปตามแนวถนนยาวสว่างไสวของชิคาโกยามค่ำคืน


               หากงานศิลปะดีๆชิ้นหนึ่งจะถูกประมูลด้วยราคาสูงลิบลิ่ว  ผมคงไม่รู้จะเปรียบเทียบความโชคดีของผมอย่างไรที่ได้ครอบครองงานมาสเตอร์พีซชิ้นนี้  และต้องขอบคุณเท็นที่ได้อนุญาตให้ผมได้เข้าไปอยู่ในชีวิตของเขา สิ่งล้ำค่าที่ชื่อว่าเท็นคงมีเรื่องราวอีกหลายอย่างให้ผมได้เรียนรู้ ทุกแต้มสี ลายพู่กันที่ประกอบขึ้นมาเป็นเขาล้วนน่าค้นหา และมีความหมายใหม่ๆเพิ่มขึ้นทุกวัน  และมันคงจะดีไม่น้อย  ถ้าวันเวลาต่อจากนี้   จะมีเขากับผมช่วยกันสร้างความหมาย  แต่งแต้มสีสันในแง่มุมต่างๆในชีวิตให้กันและกัน...

 
¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯¯ 
[ The Arts Series ]
INTO THE CLOUD / JOHNNY  x TEN / END
by KATAMARI  (
@Tentasticboy )
#ArtTen





::: TALK :::
     

             เป็นยังไงบ้างคะ หวังว่าจะไม่เหม็นความรักกันนะคะ อิอิ ยังไงก็ฝากติดตามน้องเตนล์และพระเอกแต่ละคนในตอนถัดๆไปด้วยนะคะ  ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ถ้าชอบก็อย่าลืมคอมเม้นท์นะตัวเองงง  รับทุกคำติชมค่ะ หรือจะเข้าไปพูดคุยกันในแทค
#ArtTen ก็ได้ค่ะ   ขอบคุณค่ะ    / ทุกคอมเม้นท์คือกำลังใจ   <3  ขอเม้นท์ให้ชื่นใจหน่อยนะๆๆ

ปล. เราชอบลักยิ้มน้องเตนล์มากเลย อยู่ตรงมุมแก้ม เอ๊ะ หรือ ร่องแก้ม
? ตำแหน่งไม่เหมือนใครเลย แต่น่าร้าก เลยเอามาเขียนถึงด้วยค่ะ



Location Reference : 
- Cloud Gate by Anish Kapoor at Millennium Park
- The Art Institute of Chicago

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Katamari จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 Gexus The ripper (@puritarn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 14:18
    หว๊าน หวาน หวานทะลุหน้าจอกันเลยทีเดียว -..-
    #4
    0
  2. วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 08:35
    ฮือ น่ารักมาก ฟีลดีมากค่ะ อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจ จะรอเรื่องต่อๆไปนะคะ *^^
    #3
    0
  3. วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 10:16
    ดีจังเลยยยย ชอบมากเลยค่ะ แต่งอีกน๊าา ติดตามค่าา
    #2
    1
    • 17 มิถุนายน 2560 / 15:26
      ขอบคุณนะคะ แง เม้นท์ให้ทั้ง 2 ตอนเลย ดีใจ T^T<3 มีอีกแน่นอนค่ะ แต่เราจะวนไปหลายเรือเลยค่ะ แบบว่าชอบหมดเลย 555+
      #2-1
  4. #1 แพรว
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 21:40
    แต่งดีมากเลย ใช้ภาษาได้ดีค่ะ ชอบมากเลย อ่านแล้วเขิน ชอบฟีลแบบนี้จัง ขอบคุณมากนะคะ ฮือออออ &#10084;
    #1
    1
    • 15 มิถุนายน 2560 / 01:46
      ดีใจที่ชอบนะคะ >.,< อารมณ์ตอนแต่งเหมือนแอบตามไปดูเค้าเดทกันค่ะ 555+ ขอบคุณที่แวะมาอ่านและคอมเม้นท์นะคะ จะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นในงานถัดๆไปค่ะ ^^ v
      #1-1