[fanfic Kimetsu no Yaiba x oc] ผู้สืบทอดปราณตะวันที่แท้จริง

ตอนที่ 7 : บทที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    3 ก.พ. 64

*เนื้อหาอาจจะมีการสปอย

------------------------------------------------

“ที่นี่หรอ ที่ฉันต้องมาฝึกน่ะ นี่มันคฤหาสน์ชัดๆ" ฉันถามคาคุชิที่พาฉันมา

“ใช่แล้วครับ”

“แล้วนี่อะไรน่ะ คาราสุ(อีกา)? ทำไมมันมาเกาะไหล่ฉันล่ะ”

“อีกาตัวนี้จะเป็นอีกาประจำตัวของท่าน ไว้คอยส่งข่าวหรือบอกข่าวกับคนอื่นๆครับ”คาคุชิคนนั้นตอบ

“มันมีชื่อมั้ย”

“ถามมันเองสิครับ” คาคุชิคนนี้มันกวนฉันรึเปล่า อีกาที่ไหนจะพูดได้กัน!

“นายบ้ารึเปล่…"

“โคฮากุ!!!โคฮากุ!!” อยู่ดีๆอีกาก็พูดขึ้น

“เฮ้ย!!!นาย นายเห็นมันพูดมั้ย มันพูดได้หรอ"

“ก็มันเป็นอีกาส่งสารนี่ครับ” คาคุชิตอบ

“สรุปเจ้าชื่อโคฮากุหรอ..”ฉันถามแบบกล้าๆกลัวๆ

“ชื่อ โคฮากุ!!!”

“รับทราบๆรู้แล้ว โอเค โคฮากุ” ถึงฉันจะยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ แต่ก็ต้องเออ ออไปก่อนแหละ

“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อน” คาคุชิพูดขึ้น

“เฮ้! เดี๋ยวก่อน แล้วนายชื่ออะไร”

“กระผมไม่สามารถบอกชื่อกับท่านได้ครับ” คาคุชิคนนั้นตอบ

“แล้วที่นายท่านบอกว่านายรู้เรื่องนามสกุลของฉัน แสดงว่านายน่าจะรู้จักครอบครัวของฉันมาก่อนน่ะสิ”

“ครับ ผมเป็นคาคุชิที่ทำภารกิจให้กับสองตระกูลครับ”

“งั้นนายช่วยเล่าอะไรเกี่ยวกับครอบครัวของฉันหน่อยได้มั้ย”

“อันนั้นเอาไว้วันหลังเถอะครับ คุณควรที่จะเข้าไปข้างในก่อน” คาคุชิพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นที่เหมือนจะพยายามปกปิดความตื่นเต้นนั้นแต่ปิดไม่มิด

“แล้วนายไม่เข้าไปด้วยกันหรอ”

“ผมก็อยากเข้าไปด้วยครับ แต่นายท่านให้ผมไปทำภารกิจต่อ ท่านรีบเข้าไปเถอะครับ!”

“อ่า….อือๆ เดินทางปลอดภัยนะ” ทำไมเขาดูแปลกๆ ทำไมอยากให้ฉันเข้าไปขนาดนั้น

“ครับ” แล้วคาคุชิคนนั้นก็วิ่งจากไป

“เป็นคฤหาสน์ที่แปลกเสียจริง มันควรจะมีชื่อตระกูลแปะอยู่ข้างหน้าบ้านสิ สถานที่ก็ช่างลึกลับเสียจริง”

.

.

“คุณคะ อีกาส่งสารของนายท่านอุบุยาชิกิ นำจดหมายมาให้ค่ะ” นายหญิงแห่งตระกูลสึกิคุนิ พูดขึ้นพร้อมกับนำจดหมายไปให้สามีของตัวเอง

“อืม…. อะไรของนายท่านกัน ทำไมถึงไม่ละความพยายามขนาดนี้นะ” อดีตหน่วยพิเศษแห่งตระกูลสึกิคุนิ พูดขึ้น

“นายท่านว่ายังไงหรอคะ” ภรรยาของเขาถามขึ้น

“นายท่านจะส่งคนมาให้ฝึกอีกแล้วน่ะสิ…ข้าเคยบอกแล้วแท้ๆตลอดเวลา3ปีที่ผ่านมานี้ ไม่มีใครที่ทนการฝึกปราณตะวันได้เลย คนนี้ก็คงจะเป็นเช่นเดิม…"

ครืดดดดดด

“เสียงเปิดประตูนี่ สงสัยจะมาแล้วแหละค่ะ” 

“…”ทั้งสองหันไปมองคนที่กำลังจะเปิดประตูเข้ามา

“…สวัสดีค่ะ มีใครอยู่มั้ยคะ ข้าเป็นนักดาบที่นายท่านอุบุยาชิกิส่งมาค่ะ” สองสามีภรรยาแห่งตระกูลสึกิคุนิ มองไปยังบุคคลที่มาใหม่อย่างตกใจ

“ปานนั่น..…ยู…ยูคาริ!!!!!!ลูกจริงๆหรอ!!!! ยูคาริลูกแม่!!” คนเป็นแม่พุ่งเข้าไปกอดลูกอย่างห้ามไม่อยู่

“มะ…แม่!! แม่งั้นหรอ!!” ยูคาริได้แต่ยืนให้ผู้เป็นแม่กอด ก่อนจะมองหน้าแม่ชัดๆจึงได้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือแม่ของเธอจริงๆ

“ยูคาริ..” ผู้เป็นพ่อทรุดลงอยู่กับพื้นราวกับไม่เชื่อว่านี่คือเรื่องจริง

“พ่อ!!!!” ยูคาริวิ่งปรี่มาหาผู้เป็นพ่อ

“ลูกพ่อ…พ่อนึกว่าลูกจะตายไปแล้ว" ผู้เป็นพ่อได้แต่จับไหล่และมองหน้าลูกสาวที่ไม่เจอกันมา4ปี

“ฮึก หนู..หนูก็นึกว่าพ่อกับแม่จะตายไปแล้วเหมือนกัน…" ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็ได้กอดกันแน่นเหมือนกับว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้กอดกันอีก

.

.

“สรุปก็คือ ลูกโดนอสูรที่ชื่อมุซันหลอกสินะ" ฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อกับแม่ฟัง ฉันไม่คิดว่าจะมีวันนี้อยู่จริงๆ ฉันดีใจจริงๆที่รู้ว่าพวกท่านทั้งสองปลอดภัย

“นึกไม่ถึงเลยว่านักดาบฝีมือดีที่นายท่านส่งมาจะเป็นลูก เดาว่านายท่านน่าจะรู้อยู่แล้วแต่รอให้พ่อกับแม่รู้เองแน่ๆ”

“หนูก็ไม่คิดว่าจะเป็นพ่อกับแม่เหมือนกันค่ะ ฮึก..คิดว่าจะไม่เจอกันอีกแล้ว”

“อืม วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดของพ่อและแม่เลยนะลูก” แม่ได้พูดกับฉัน

“แล้วเป็นไงมาไง ลูกถึงได้กลายมาเป็นนักดาบได้ละ แสดงว่าลูกคงรู้เรื่องตำแหน่งของพ่อ รวมถึงเหตุผลของการมีปราณตะวันแล้วใช่ไหม"

“ค่ะพ่อ หนูทราบทุกอย่างแล้วและที่หนูได้มาเป็นนักดาบ เพราะว่าตอนที่หนูหนีมุซันมานั้น หนูได้เจอกับอาจารย์อุโรโกะดากิ แล้วเขาก็เลี้ยงดูหนูและยังมีเด็กที่อายุเท่ากันอยู่ด้วยค่ะ และหนูก็ตั้งใจว่าจะฆ่ามุซันด้วยตัวเอง”

“อุโรโกะดากิ…อดีตเสาหลักวารีสินะ…จริงๆลูกกลับมาแล้ว ลูกไม่จำเป็นต้องทำงานในหน่วยพิฆาตอสูรก็ได้นะ เดี๋ยวพ่อจะไปคุยกับนายท่านเองว่าจะกลับมาทำตำแหน่งเดิม”

“ไม่เป็นค่ะ คุณพ่ออายุก็เพิ่มขึ้นแล้ว หนูไม่อยากให้คุณพ่อเป็นอะไรไปอีก หนูจะสืบทอดตำแหน่งของคุณพ่อเอง”

“ถ้าลูกว่าอย่างนั้น พ่อกับแม่ก็จะไม่ห้ามลูกจ้ะ” แม่พูดขึ้น

   จริงๆฉันมีเรื่องนึงที่ไม่ได้บอกพ่อกับแม่ คือเรื่องที่ตอนนี้ฉันได้กลายเป็นลูกครึ่งอสูรนี่สิ..ฉันควรบอกพวกท่านมั้ยนะ

“แต่ว่านะยูคาริ…ช่วง1ปีที่ลูกไปอยู่กับมุซันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ถ้าให้พูดตรงๆ พ่อได้กลิ่นอายอสูรออกมาจากตัวลูก” พ่อของฉันพูดพร้อมกับจ้องฉันนิ่งๆ

“คุณ!!!พูดบ้าอะไร นี่ลูกของเรานะ!”แม่หันไปบ่นกับพ่อ

“….”ฉันว่าฉันควรบอกไว้ก่อนสินะ

“แม่คะ พ่อคะ มีอีกเรื่องที่หนูยังไม่ได้บอกท่านทั้งสองคนค่ะ” ฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้นและเดินไปที่ลานฝึก ที่มีหุ่นไม้ไว้ให้ซ้อมมากมาย

“หลังจากนี้ ถ้าพ่อกับแม่ไม่อยากรับหนูเป็นลูก หนูจะไม่ว่าอะไรเลยค่ะ เพราะนั่นไม่ใช่ความผิดของพ่อกับแม่เลย” ฉันหันไปมองพ่อกับแม่

“ลูกพูดอะไรน่ะ ยูคาริ..”พ่อพูดขึ้น

“พ่อกับแม่ ดูให้ดีนะคะ” ฉันพูดพร้อมกับง้างดาบเตรียมออกกระบวนท่า

“…”พ่อแม่ฉันไม่พูดอะไรแต่กำลังตั้งใจดูว่าฉันพยายามจะทำอะไร

“ปราณจันทรา…กระบวนท่าที่ 1 จันทร์แรมคืนเทพสถิต!!” ฉันออกกระบวนท่าปราณจันทราฟันหุ่นไม้พวกนั้นขาดเป็นสองท่อน

“…ยูคาริ..สีผมกับสีตาของลูกมัน!!” แม่ได้แต่ยืนพร้อมกับมีสีหน้าตกใจสุดขีดและพ่อที่ยืนเงียบโดยที่ไม่พูดอะไรแต่ฉันเดาสีหน้าของพ่อไม่ได้ไม่รู้เลยว่าคิดอะไรอยู่

“ค่ะแม่ เป็นไปตามที่เห็นค่ะ ร่างกายของหนูเปลี่ยนไปนิดหน่อย หลังจากใช้มนต์อสูรโลหิต…."

“มนต์อสูรโลหิต!!” แม่พูดแทรกฉัน

“ค่ะ ปราณจันทราที่พ่อกับแม่เห็นเมื่อกี้ คือปราณที่ต้องใช้มนต์อสูรโลหิตค่ะ”

“ลูกจะบอกว่า…”

“ตอนนี้หนูมีเลือดอสูรอยู่ในตัวค่ะ แต่อย่างที่พ่อกับแม่เห็นหนูสามารถโดนแสงอาทิตย์ได้ตามปกติ แต่ถ้าหนูเป็นแผล แผลของหนูก็จะหายทันทีเหมือนอสูรค่ะ นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้หนูใช้ปราณตะวันตอนนี้ไม่ได้”

“ยูคาริ!!” พ่อตะโกนขึ้น

“ค่ะพ่อ…”สีหน้าของพ่อเรียบเฉย และกำลังเดินตรงมาหาฉัน

“ทรมาณมากมั้ยลูก….”พ่อเดินเข้ามากอดฉันและลูบหัวของฉันเหมือนกับตอนเด็กๆ มันคือสัมผัสที่ฉันชอบมากที่สุด…

“…ฮึก…พ่อคะ…หนูเหนื่อยมากเลย ฮึก…ก่อนหน้านี้มันเจ็บ ทรมาณไปหมดเลยค่ะ..ฮึก หนูกลัวว่าพ่อกับแม่จะรับที่หนูเป็นแบบนี้ไม่ได้ ฮึก..ทั้งๆที่หนูรู้ว่าจริงๆมันไม่ใช่ความผิดของหนู…แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของพ่อกับแม่เหมือนกันที่ต้องลูกที่ได้เจออีกครั้งดันกลายเป็นลูกครึ่งอสูร ฮึก..”

“พูดอะไรน่ะลูก ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร ลูกก็ยังเป็นลูกสาวคนสวยของพ่อเสมอ ไหนดูสิ้…นี่ไง สีผมกับสีตาของลูกกลับมาแล้ว แววตาของลูกไม่เคยโกหก ยังไงลูกก็คือยูคาริของพ่อ" พ่อลูบหัวฉันเบาๆ

“ไม่ว่ายังไง พ่อกับแม่ก็ไม่มีวันทิ้งลูกหรอกจ้ะ ถึงแม้เมื่อกี้แม่จะตกใจนิดหน่อย แต่แม่เชื่อว่ามันต้องมีทางออกของเรื่องนี้อย่างแน่นอน” 

“…ฮึก หนูรักพ่อกับแม่มากๆเลยนะคะ”

“พ่อกับแม่ก็รักลูกนะยูคาริ…ว่าแต่ก่อนหน้านี้ลูกพูดถึงเด็กสองคนที่อยู่ด้วยกันใช่มั้ย” พ่อของฉันพูดถึงเรื่องที่ฉันพูดไปก่อนหน้า

“ค่ะ พวกเขาชื่อ กิยู กับ ซาบิโตะ ค่ะ”

“แล้วพวกเขาอยู่ไหนล่ะ” แม่ของฉันถามขึ้น

“หลังจากที่เราไปคัดเลือกรอบสุดท้าย กิยูน่าจะรักษาตัวอยู่ค่ะ หนูมาที่นี่โดยที่ยังไม่ทันได้ลาเขาเลย…ส่วน ซาบิโตะ…”

“หืม ”

“ซาบิโตะ ตายไปแล้วค่ะ โดนกินต่อหน้าต่อตาของหนู…หนูมันอ่อนแอ จริงๆหนูไม่ควรเกิดมาในตระกูลสึกิคุนิด้วยซ้ำ เขา..เขาอยู่ข้างหน้าแท้ๆ แต่หนูกับช่วยเขาไว้ไม่ได้ ฮึก..” ฉันนึกถึงเรื่องของซาบิโตะทีไรก็อดที่จะร้องไห้ไม่ได้ทุกที มันคงจะเป็นปมในใจของฉันตลอดกาล 

“ลูกพ่อ… พ่อเสียใจกับเรื่องซาบิโตะด้วย แต่ลูกจงจำไว้ ลูกไม่ได้อ่อนแอ ในวันนั้นมันอาจจะมีอะไรผิดพลาดไป แต่พ่อเชื่อว่าลูกได้ทำเต็มที่อย่างสุดความสามารถของลูก และพ่อเชื่อว่าซาบิโตะไม่ต้องการให้ลูกมานั่งโทษตัวเองแบบนี้แน่นอน” 

“แต่..พ่อคะ”

“เชื่อพ่อสิ เก็บความเสียใจ มาเป็นแรงผลักดันให้ลูกเพื่อที่จะหาวิธีกำจัดมุซันได้ดีไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นซาบิโตะจะต้องดีใจมากแน่ๆ" 

“..ฮึก…ค่ะพ่อ…” 

   ซาบิโตะ ฉันคิดถึงนาย คิดถึงมากๆเลย สักวันฉันจะต้องฆ่ามุซันต้นเหตุของอสูรทั้งหมดให้ได้ และตอนนี้ฉันขอฝากกิยูไว้กับนายก่อนได้มั้ย ไม่ว่าจะยังไงได้โปรดปกป้องเขาด้วย เขาคือคนที่สำคัญที่สุดของฉัน แต่ฉันเชื่อว่า ต่อให้ฉันไม่ขอนายก็คงทำอยู่แล้วใช่มั้ยละ…

.

.

.

8 ปีผ่านไป

“ปราณตะวัน กระบวนท่าที่1 ร่ายรำ!”

“อืม…ดีขึ้นเยอะเลยนะ ยูคาริ แต่ทำยังไงให้มันสมบูรณ์ดีนะ"

“นั่นสิพ่อ… ซ้อมมา8ปี ใช้ปราณตะวันได้ทุกท่า แต่มันไม่ทรงพลังเหมือนของพ่อเลย” 

ฉันที่ตอนนี้ในวัย21ปีได้กลับมาฝึกซ้อมปราณตะวันที่เคยฝึกล่าสุดตอน9ขวบ ฝึกมา8ปี ถือว่าดีขึ้นมาก ฉันสามารถใช้ได้ทุกท่า แต่ถ้าให้พูดกันตามตรง ปราณจันทราของฉันทรงพลังมากกว่าอีก

“พ่อยอมรับเลย ว่าปราณจันทราของลูกทรงพลังมาก แต่พ่อไม่ค่อยอยากให้ใช้เลย พ่อกลัวมันจะส่งผลข้างเคียงกับลูกเพราะลูกก็ยังมีเลือดอสูรอยู่” ถึงอย่างนั้นที่ผ่านมาเขาก็ยอมให้ฉันฝึกซ้อมการใช้ปราณจันทราควบคู่ไปด้วยก็เถอะ

“ฉันสัญญา ฉันจะใช้มันแค่ตอนจำเป็นจริงๆ อีกอย่างฉันใช้ปราณวารีได้ด้วยนะ เพราะฉะนั้นพ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันไม่ได้ใช้มันบ่อยๆ”

“เอาเถอะ ยังไงเราก็ต้องรีบหาทางทำให้ลูกใช้ปราณตะวันแบบเต็มรูปแบบให้ได้ ตอนนี้นายท่านป่วยมาก ตาก็มองไม่เห็นแล้ว ถ้าเราไม่รีบกำจัดมุซัน ทุกอย่างต้องแย่ลงอีกแน่ๆ”

“อื้อ…” ฉันจะไม่ยอมแพ้แค่นี้ ยังไงฉันก็ต้องหาวิธีใช้ปราณตะวันแบบเต็มรูปแบบให้ได้ จริงๆแล้วปราณตะวันกับปราณจันทรามีอนุภาพที่ทรงพลังพอๆกัน แต่ถ้าเป็นผู้สืบสายเลือดปราณตะวันใช้ปราณตะวันได้แบบเต็มรูปแบบก็จะทรงพลังมากกว่า

“ว่าแต่..พ่อคะ ผ่านมาตั้งนาน ฝึกซ้อมขนาดนี้ ทำไมดาบของฉันยังกลายเป็นสีดำอยู่หรอคะ ทั้งๆที่ดาบของพ่อเป็นสีส้มๆตั้งแต่แรก"

“อืม..พ่อก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ดาบของลูกน่ะ มีสีดำเหมือนกับปู่ทวดของลูกเลยนะ เพราะลูกน่ะเป็นอัจฉริยะเหมือนปู่ทวดโยริอิจิยังไงละ"

“พ่อคะ!หยุดบอกว่าหนูเป็นอัจฉริยะเหมือนปู่ทวดได้มั้ยคะ ถ้าหนูเป็นจริงๆหนูควรใช้ปราณตะวันแบบเต็มรูปแบบได้แล้วแท้ๆ อะไรเป็นสิ่งที่พ่อคิดว่าหนูเหมือนปู่ทวดกันล่ะคะ!?” ฉันหมดความอดทนในสิ่งที่พ่อพยายามพูดกับฉันเป็นล้านครั้ง ว่าฉันเป็นอัจฉริยะ ถ้าฉันเป็นจริง ฉันคงไม่ต้องมานั่งฝึกอย่างนี้หรอก!!

“เพราะลูกมีปานบนหน้าผากเหมือนเขาไงละ…” พ่อของฉันตอบ

“แต่พ่อก็มีนี่คะ”

“ของพ่อกับปู่ของลูกน่ะ ไม่ได้มีตั้งแต่เกิด ปานพวกนี้เกิดขึ้นตอนหลังจากที่พ่อกับปู่ฝึกวิชาจนชำนาญ แต่ของลูกกับปู่ทวดของลูกมีตั้งแต่เกิดยังไงละ"

“กะอีแค่ปาน มันไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าฉันเก่งหรือไม่เก่งหรอกนะคะ!!”

“เอาเถอะ ถึงเวลาลูกจะสัมผัสมันได้เอง ว่าแต่วันนี้ลูกมีภารกิจที่ต้องออกไปทำไหม?”

“มีค่ะ วันนี้ต้องออกไปตามดูภารกิจของเสาหลักวารีค่ะ” 

“เหนื่อยหน่อยนะลูก พอหลังๆเสาหลักโดนฆ่าบ่อยขึ้น ลูกต้องออกแอบตามพวกเสาหลักตอนทำภารกิจบ่อยขึ้นอีก”

“แค่นีไม่เป็นไรค่ะพ่อ เสาหลักรุ่นหลังๆเก่งขึ้นจนฉันแทบไม่ต้องทำอะไรเลย”

“แล้วเสาหลักวารีคนนี้…ใช่ กิยูที่ลูกเคยเล่ามั้ย”

“ใช่ค่ะ…ฉันอยากคุยกับเขาใจจะขาด ได้แต่มองอยู่ไกลๆแต่เห็นเขามาได้ไกลขนาดนี้จนเป็นเสาหลักได้ฉันก็สบายใจแล้วค่ะ ถึงแม้จะเห็นมาบ้างว่าไม่ค่อยมีค่อยชอบเขาเท่าไหร่ก็ตาม…" ที่ฉันสงสัยคือทำไมกิยูถึงไม่ค่อยมีคนชอบกันนะ ทั้งๆที่ตอนเด็กเป็นคนที่น่ารักเข้าถึงง่ายขนาดนั้นแท้ๆ

.

.

-------------------------------------------------------

talktalk : ย้อนอดีตจนมาถึงpart ปัจจุบันแล้วนะคะ!!ยังไงก็ฝากเอ็นดูน้อนยูคาริกันเยอะๆนะคะ น้อนเก่งขึ้นมากเลย!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #11 นิยาย ขออ่านที (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:47
    กิยูซามะ~~❤️
    #11
    0
  2. #8 jane4117 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:19
    อืม... ไม่ควรเอาน้องไปเปรียบเทียบกับเทพโยเลยนะคะคุณพ่อ เพราะเทพโยเป็นสิ่งที่วัดค่าพลังไม่ได้ วัยเด็กจับดาบครั้งแรกชนะปรมาจารย์ดาบได้ง่ายๆ... คิดดู
    #8
    0