[fanfic Kimetsu no Yaiba x oc] ผู้สืบทอดปราณตะวันที่แท้จริง

ตอนที่ 6 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    3 ก.พ. 64

*เนื้อหาอาจจะมีการสปอย

------------------------------------------------

“…อ่า นี่มันหมายความว่าอะไรกัน" ฉันลองเอาดาบกรีดแขนของตัวเอง เพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่ฉันคิด..

     ที่ฉันเห็นคือผิวที่ฉันกรีดจนเกิดแผลนั้นกำลังสมานกันอย่างรวดเร็วและแผลก็หายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

[ยูคาริ……หลานเป็นสายเลือดผู้สืบทอดปราณตะวันเพราะฉะนั้น…] อ้ะ ทำไมมันคุ้น อยู่ดีๆเสียงของปู่ตอนที่ฉันยังอายุแค่2ขวบ ที่พูดขึ้นก่อนปู่จะตาย แต่ฉันเด็กเกินกว่าจะจำความได้ อ๋าให้ตายสิ ทำไมแว๊บเข้ามาแค่นี้นะ นึกยังไงก็นึกไม่ออก

“แล้วทำไมตรงนี้ถึงมีแค่ฉันกับกิยูละเนี่ย” ฉันมองไปรอบๆแต่ไม่พบกับผู้ผ่านการคัดเลือกคนอื่นๆเลย

“ท่านสึกิคุนิ ยูคาริเจ้าคะ" 

“คะ…” เอ้ะ เด็กสาวสองคนนี้ตอนก่อนเริ่มการคัดเลือกนี่

“ยินดีสำหรับการผ่านการคัดเลือกเจ้าคะ นายท่านให้ท่านสึกิคุนิ ยูคาริ ไปพบที่คฤหาสน์อุบาชิกิเจ้าค่ะ" เด็กสาวพูดขึ้น

“ฉันหรอคะ..แล้วท่านรู้นามสกุลของฉันได้ยังไงคะ” ครอบครัวของฉันไม่เคยบอกนามสกุลนี้กับใครเลยนะ

“เรื่องนี้เดี๋ยวนายท่านจะอธิบายให้ฟังเจ้าค่ะ"

“แล้วคนอื่นๆที่ผ่านการคัดเลือกล่ะคะ"

“ตอนนี้มีแค่ท่านทั้ง2ที่ผ่านการคัดเลือกเพราะเป็นเพียงเช้ามืด คาดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงคนที่ผ่านคนอื่นๆก็น่าจะทยอยออกมากันเจ้าค่ะ”

“แล้วถ้าฉันต้องไปพบนายท่าน แล้วกิยูละคะ”

“คนที่นายท่านเรียกไปพบมีเพียงแค่ท่านยูคาริเจ้าค่ะ เพราะฉะนั้นท่านโทมิโอกะ จะไม่ได้ไปกับท่านเจ้าค่ะ” 

“ได้ยังไง ฉันไม่ยอมหรอกนะ ถ้าฉันไปก็ต้องพากิยูไปด้วย!ฉันจะทิ้งเขาไว้คนเดียวได้ยังไง”

“เป็นความประสงค์ของนายท่านที่ไม่อนุญาติให้พาคนอื่นไปนอกจากท่านยูคาริเจ้าค่ะ”

“แล้วจะรับประกันได้ยังไงว่าเขาจะปลอดภัย ฉันไม่เหลือใครแล้วนะ เขาเป็นครอบครัวที่ฉันเหลืออยู่แค่ไม่กี่คนแล้วนะคะ"

“ผ่านมาถึงตรงนี้ ก็เท่ากับว่าผ่านกันคัดเลือก แล้วบริเวณนี้จะไม่มีอสูรแล้วเจ้าค่ะ ทางเราจะรักษาเขาเองเจ้าค่ะ”

“อึก…”ฉันควรทำยังไงดี ถ้ากิยูตื่นมาไม่เจอฉัน แล้วมารู้ว่าซาบิโตะตายอีก เขาจะรู้สึกยังไงกัน ฉันไม่อยากทิ้งเขาไปเลย

“ต้องรีบแล้วเจ้าค่ะ"

“ค่ะ ยังไงก็ฝากดูแลเขาด้วยนะคะ” ยังไงฉันก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้วสินะ

“เจ้าค่ะ เดี๋ยวจะให้คาคุชินำทางไปที่คฤหาสน์นะเจ้าคะ”

.

.

ณ คฤหาสน์ตระกูลอุบุยาชิกิ

“มาถึงแล้วหรอ สึกิคุนิ ยูคาริ”

“ค่ะ ท่านคงจะเป็นนายท่านอุบุยาชิกิ ใช่มั้ยคะ” ดูเป็นคนที่เป็นโรคร้ายแรง น่าจะอายุไม่ยืนแน่ๆเลย 

“อืม ข้าเอง ยินดีด้วยที่ผ่านกันคัดเลือกรอดสุดท้ายมาได้ โชคดีที่ข้าได้เจอเจ้าตอนที่ข้ายังมองเห็นอยู่ เจ้านี่เหมือนพ่อของเจ้าเสียจริง”

“อะไรนะคะ นายท่านรู้จักพ่อของฉันหรอคะ นายท่านรู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวฉันบ้างมั้ยคะ แล้วทำไมนายท่านถึงรู้นามสกุลของฉันละคะ” แสดงว่าเขาต้องรู้เรื่องของครอบครัวฉันแน่ๆ! ฉันขอถามสิ่งที่ฉันอยากรู้ที่สุดก่อนแล้วกัน

“ตระกูลอุบุยาชิกิ และ ตระกูลสึกิคุนิ เกี่ยวดองกันมาได้2-3รุ่นคนแล้วแหละ ข้าถึงรู้จักพ่อและแม่ของเจ้า คนที่รู้การมีตัวตนของเจ้ามีเพียงแค่ตระกูลอุบุยาชิกิ ตระกูลของเจ้า และคาคุชิที่นำทางเจ้ามาเท่านั้น”

“ทำไมคุณพ่อไม่เห็นพูดถึงเลย…”ฉันไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลอุบุยาชิกิมาก่อนจนกระทั่งฉันได้รู้จักหน่วยพิฆาษอสูร

“ที่ผ่านมา เจ้าคงลำบากมามากสินะ ยูคาริ”

“คะ…” นายท่านมองฉันด้วยอันอบอุ่นและสีหน้าที่บ่งบอกว่าเข้าใจทุกอย่าง

“เจ้าพอจะอธิบายเรื่องที่สีผมและสีตาของเจ้าที่เปลี่ยนไปจนมีลักษณะคล้ายอสูรได้ไหม”

“นะ..นายท่านเห็นหรอคะ”

“ลูกสาวของข้าที่เป็นคนไปพบเจ้า เห็นน่ะ ชั่วครูสีผมและสีตาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมใช่ไหม”

“…ถ้าจะให้พูดตามตรง มุซันหลอกข้าให้ไปอยู่ที่คฤหาสน์ของมัน และมันก็เหมือนจะพยายามเปลี่ยนฉันให้กลายเป็นอสูรโดยให้ฉันกินเลือดของมันเป็นเวลาอยู่1ปีและหลังจากนั้นฉันก็หนีออกมาค่ะ”

“แต่จริงๆมุซัน มีความสามารถที่จะเปลี่ยนคนให้เป็นอสูรในทันที ทำไมถึงไม่ยอมทำกับเจ้าหรือกินเจ้าเข้าไปนะ"นายท่านถามขึ้น

“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ แต่จากที่ฉันคาดเดา น่าจะเป็นเรื่องที่ฉันเป็นสายเลือดผู้สืบทอดปราณตะวันที่คุณปู่เคยพูดถึงก่อนตาย ตอนที่ฉันยังเด็กมากๆแต่มันค่อนข้างเลือนลาง และฉันจำความได้ว่า เหมือนมุซันจะรู้เงื่อนไขนี้เลยพยายามค่อยเปลี่ยนฉันมากกว่าจะเปลี่ยนทีเดียว แต่ฉันก้ไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลของมันสักเท่าไหร่ค่ะ”

“แต่ดูท่าจะยังไม่ได้ผล100%สินะ”

“ค่ะ ถ้าให้บอกตามตรงคือ ตอนนี้ฉันมีเลือดอสูรอยู่ในตัวประมาณครึ่งนึง เพราะฉันสามารถรักษาแผลของตัวเองได้ทันที แต่ถ้าโดนถึงขั้นตัดแขนตัดขา ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะฟื้นฟูสภาพตัวเองได้เหมือนอสูรได้มั้ย"

“และเจ้าสามารถเดินตอนกลางวันได้ปกติใช่ไหม"

“ค่ะ ฉันสามารถโดนแสงแดดได้ปกติ อีกเรื่องคือ ฉันสามารถใช้มนต์อสูรโลหิตได้ ฉันได้ยินอสูรที่ฉันสู้ด้วยเมื่อคืน บอกว่าปราณจันทราที่ฉันได้ฝึกตอนอยู่กับมุซัน เป็นปราณที่ต้องใช้กับมนต์อสูรโลหิต พูดง่ายๆคือถ้าไม่เป็นอสูรก็จะใช้ปราณนี้ไม่ได้ค่ะ”

“ซึ่งเจ้าสามารถใช้ได้สินะ แล้วมีผลข้างเคียงอะไรไหม"

“ก่อนหน้านี้ฉันไม่สามารถใช้ได้แบบเต็มรูปแบบเพราะร่างกายของฉันค่อนข้างต่อต้าน แต่เหตุการณ์เมื่อคืน ฉันได้ลองฝืนใช้ปราณตะวันที่พ่อของฉันเคยสอนตอนยังเด็ก แต่ฉันไม่สามารถใช้ได้เหมือนก่อนที่ฉันจะได้รับเลือดของมุซัน แต่พอฉันลองใช้ปราณจันทราครั้งนี้ฉันสามารถใช้ได้เต็มรูปแบบ แต่สีผมและสีตาจะเปลี่ยนไปชั่วขณะค่ะ”

“ข้าคิดว่าการที่เจ้าใช้ปราณตะวันตอนนี้ไม่ได้จะเกี่ยวกับที่เจ้ามีเลือดอสูรอยู่ในตัวหรือเปล่านะ”

“ก็เป็นไปได้ค่ะ ฉันก็คิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน หรืออาจจะเป็นเพราะฉันไม่ได้ฝึกต่อเนื่องก็เป็นได้ เพราะช่วงที่ฉันกำลังจะใช้ได้ ฉันก็โดนมุซันหลอกไปก่อน”

"เป็นไปได้ทั้งคู่เลยนะ เอาเถอะ ยังไงเจ้าก็มาอยู่ตรงหน้าข้าแล้ว ข้าจะบอกว่าข้านับถือพ่อของเจ้า พ่อของเจ้าเป็นนักดาบที่เก่งกาจไม่มีใครที่จะเทียบเท่าได้ แถมยังเป็นนักล่าอสูรที่ซื่อสัตย์เป็นอย่างมาก

"นายท่านต้องการจะบอกอะไรกับฉันคะ"

“พ่อของเจ้าเคยเป็นหน่วยพิฆาตเฉพาะกิจ คือทุกรุ่นคนครอบครัวของเจ้าจะส่งคนในครอบครัวมาเป็นหน่วยพิเศษ1คน แลกกับการคุ้มครองและสนับสนุนทุกอย่างจากตระกูลอุบุยาชิกิ เหตุผลที่พ่อของเจ้าต้องใส่หน้ากากทุกครั้งเวลาไปไหนมาไหนเพื่อเป็นการลบตัวตน เราจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่ายังมีตระกูลสึกิคุนิอยู่ ไม่งั้นครอบครัวของเจ้าจะตกอยู่ในอันตรายจากมุซันเป็นแน่" นี่คือเหตุผลที่พ่อของฉันใส่หน้ากากตลอดเวลาสินะ…

“ที่นายท่านจะบอกฉันคือ…”

“เจ้าจะต้องสืบทอดตำแหน่งนี้ต่อจากพ่อของเจ้า และหลังจากนี้ตัวตนของเจ้าจะถูกลบจากทั่วทุกหนแห่ง จะไม่มี สึกิคุนิ ยูคาริ อีกต่อไป ภารกิจในการเป็นนักล่าอสูรของเจ้าคือ การช่วยเสาหลักทำภารกิจที่เกินกำลังหรือจนตรอกจริงๆ รวมถึงการสืบเรื่องมุซันที่ต้องเสี่ยงชีวิตเป็นอย่างมาก และจะให้ใครรู้ตัวตนของเจ้าไม่ได้แม้แต่นักดาบด้วยกันเอง” 

“แต่นายท่าน ตอนนี้ฉันยังใช้ปราณตะวันไม่ได้ ฉันยังไม่เก่งพอที่จะอยู่ตำแหน่งนั้นหรอกค่ะ”

“ข้าจะส่งเจ้าไปฝึก” ฝึกหรอ จะส่งฉันไปฝึกกับใครกัน

“ฝึกกับใครหรอคะ เท่าที่รู้คนที่น่าจะใช้ปราณตะวันได้ตอนนี้มีแค่ฉันแล้วนี่คะ”

“เดี๋ยวเธอก็รู้” ว่าจบนายท่านก็ยิ้มให้ฉัน

“อย่างน้อยให้ฉันได้ไปพบกิยูก่อนได้มั้ยคะ"จะให้ฉันไปแบบนี้ได้ยังไงกัน…

“ไม่อยากพูดประโยคนี้กับเจ้าเลย แต่ข้าต้องขอบอกว่า เจ้าไปพบกับกิยูตอนนี้ไม่ได้ ตอนนี้เจ้าถูกมุซันหมายหัวอยู่ การที่เจ้ารอดมาได้ถึง3ปีนั้นก็เป็นปาฏิหารย์แล้ว และเจ้ายังใช้ปราณจันทราแบบเต็มรูปแบบ ข้าว่ามุซันน่าจะรู้สึกถึงอะไรในตัวเจ้าบ้างแล้วแหละ”

“….” กิยู…ฉันขอโทษ ฉันขอโทษที่ทิ้งนายไว้คนเดียว ฉันจะทำยังไงกับความรู้สึกผิดนี้ดี….

.

.

.

“เฮือก!!” กิยูฟื้นจากที่สลบมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง

"ที่นี่ที่ไหน…ดอกฟูจิ นี่ข้ารอดหรอ ผ่านการคัดเลือกแล้วหรอ? แล้วยูคาริละ…ยูคาริ!!!!ซาบิโตะ!!!พวกนายอยู่ไหน" 

“เจ้า!! เจ้าเห็นนักดาบผู้หญิงกับผู้ชายที่มาด้วยกันกับข้ามั้ย” กิยูเดินไปถามนักดาบคนที่อยู่ใกล้ๆ

“พอข้ามาถึง ข้าก็เห็นเจ้านอนอยู่คนเดียวนะ” นักดาบคนนั้นตอบ

“ว่าไงนะ!!ไม่จริง…"กิยูพยายามนึกย้อนกลับไปก่อนที่ตัวเองจะสลบ

"เจ้าพูดถึง ผู้หญิงผมสีแดง และผู้ชายผมสีส้ม ที่สวมหน้ากากจิ้งจอกแบบเดียวกับเจ้าหรือเปล่า” นักดาบอีกคนพูดแทรกขึ้นมา

“ใช่!!ใช่แล้ว เจ้าเห็นพวกเขามั้ย เอ้ะ เจ้าใช่นักดาบที่พวกข้าไปช่วยไว้มั้ย" กิยูรู้สึกว่ามีหวังขึ้นมาบ้าง

“ใช่ข้าเอง แปลกมากที่เจ้ารอดออกมาได้ ตอนนั้นข้าบอกให้นักดาบหญิงคนนั้นหนีไปกับข้า แต่นางไม่ยอม ข้าก็รู้สึกผิดนิดหน่อยที่ดูถูกพวกเจ้าไว้ เลยคิดว่าถ้าเจออีกรอบจะขอโทษน่ะ แต่ข้าออกมาก็เจอแค่เจ้านอนสลบอยู่คนเดียวแล้ว…”

“….ไม่จริง เจ้า!!!บอกข้ามาเถิด ซาบิโตะกับยูคาริ สองคนนี้ก็รอดใช่มั้ย!!!" กิยูเดินไปถามกับเด็กสาวสองคนที่เจอก่อนจะเริ่มการคัดเลือก

“ไม่มีรายชื่อของ ท่านซาบิโตะ และ ท่านยูคาริ ที่ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้เจ้าคะ” เด็กสาวหนึ่งในสองคนตอบ

“ไม่จริง!!!! ได้โปรด บอกความจริงกับข้าเถิด ข้ารู้ว่าพวกเจ้าโกหกข้า ได้โปรด”

“เป็นความจริงเจ้าค่ะ หลังจากนี้จะให้ผู้ผ่านการคัดเลือก จะต้องเลือกหินไว้สำหรับทำดาบนิจิริน รบกวนผู้ผ่านการคัดเลือกทุกท่านมาทางนี้ด้วยเจ้าค่ะ”

“….ฮึก ยูคาริ…ซาบิโตะ..ข้าขอโทษ ข้าขอโทษที่ทำตามสัญญาไม่ได้ ข้าผิดเองที่สลบไป ข้ามันอ่อนแอเอง.." กิยูได้แต่ร้องไห้และคร่ำครวญกับตัวเอง

.

.

----------------------------------------------------------------------------------

talktalk : บอกตามตรงว่าไรท์เป็นเมนกิยู พอมาเขียนแบบนี้แล้วปวดใจมากๆเลยค่ะ ;^;

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #7 อยากมีสามี2D (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:07

    สงสารน้องอะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-03.png

    #7
    0
  2. #6 นิยาย ขออ่านที (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:08
    ส่วนเราเมนซาบิโตะㅠㅠㅠㅠ
    #6
    0