[fanfic Kimetsu no Yaiba x oc] ผู้สืบทอดปราณตะวันที่แท้จริง

ตอนที่ 5 : บทที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 644
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    6 ก.พ. 64

*เนื้อหาอาจจะมีการสปอย

------------------------------------------------

3 ปีผ่านไป

.

“ปราณวารี กระบวนท่าที่1 ดาบผ่าวารี!!..อ๋า ฉันผ่าหินก้อนนี้ไม่ได้สักทีทำไมมันแข็งได้ขนาดนี้" ซาบิโตะตัดพ้อกับตัวเอง

“นายยังเก่งไม่พอยังไงละ” กิยูหยอกล้อซาบิโตะ

“หุบปากไปเลย นายก็ยังผ่าไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ!”

“ปราณวารี กระบวนท่าที่3 กระแสน้ำร่ายรำ!!” ฉันที่ขี้เกียจฟัง2คนนั้นบ่น เลยลองฝึกใช้ท่าด้วยตัวเองต่อเพื่อที่จะผ่าหินก้อนใหญ่ตรงหน้า และในที่สุด…

“เห้ยยย ยูคาริ! เธอผ่าหินได้!เธอมันแข็งแกร่งเกินไปแล้วนะ” ซาบิโตะ ทำหน้าตกใจสุดขีด

“ฉะ…ฉันทำได้แล้ว!! แต่บอกตามตรงฉันรู้สึกว่าปราณวารีไม่ค่อยเข้ากับฉันเท่าไหร่เลย” ฉันพูดกับทั้ง2คน ถึงแม้จะผ่ากินก้อนนี้ได้ แต่ก็ยังมีหินก้อนที่ใหญ่ที่สุดที่ไม่มีใครเคยผ่าได้ ซึ่งฉันก็ยังทำไม่ได้

“แต่เธอใช้ปราณวารีได้10กระบวนท่า แถมดูสมบูรณ์แบบมากด้วยนะ" กิยูพูดขึ้น

“ฉันก็รู้สึกว่าฉันใช้ได้ แต่ไม่ค่อยเข้ามือแค่นั้นเอง จริงๆมันมีทริกในการผ่าหินนี่อยู่นะ พวกนายลองหายใจเพ่งสมาธิขั้นสูงดูสิ ตั้งสมาธิไว้แค่จุดเดียว กำหนดลมหายใจของตัวเอง แล้วปราณวารีก็จะแข็งแกร่งขึ้นแหละ ถ้าเป็นไปได้พวกนายควรหายใจเพ่งสมาธิให้ได้ตลอดเวลานะ”

“เห๋ ตลอดเวลางั้นหรอ!!ฉันตายพอดี แต่ฉันจะลองทำตามที่เธอบอกดูก่อนละกัน.." พวกเขาจับดาบเตรียมออกกระบวนท่า

"งั้น…..ฮึบ! ปราณวารี กระบวนท่าที่1 ดาบผ่าวารี!! // กระบวนท่าที่2 กังหันน้ำ!! "

“…” ฉันมั่นใจว่าพวกเขาทำได้แน่ ถ้าพูดถึงความแม่นยำของท่าต่างๆ 2คนนี้เก่งกว่าฉันมาก แต่พอไม่เคยฝึกรวมปราณเลยทำให้ใช้พลังได้ไม่เต็มที่อย่างฉัน

“เยส!ทำได้แล้ว//เป็นไงละ ยูคาริ!!” ทั้ง2คนตะโกนขึ้นพร้อมกัน

“โอ้ยย ใจเย็นๆฉันฟังไม่รู้เรื่อง แต่ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าพวกนายจะต้องทำได้”

“ว่าแต่ เธอไปรู้วิธีเพ่งกระแสจิตรวมปราณ นี้มาได้ยังไงอะ”กิยูถามขึ้น

“เอ่อ…”จะให้บอกว่าพ่อของฉันเคยสอนตอนเด็กก็คงไม่ได้

“ฉันเคยเห็นในตำราของบรรพบุรุษน่ะ!!”ฉันโกหกไป

“เอ๋ แสดงว่าครอบครัวเธอก็เป็นนักดาบน่ะสิ”

“เอ่อ คงงั้นมั้ง”

“เอาเถอะ พรุ่งนี้คือวันคัดเลือกรอบสุดท้ายแล้ว และในที่สุดเราก็ผ่าหินนี่ได้ก่อนวันคัดเลือกจริงๆ!" ซาบิโตะพูดขึ้น

“อืม กลับไปหาอาจารย์กันเถอะ” กิยูพูดต่อ

“เอ่อออ..พวกนาย!” ฉันเรียกสองคนนั้น

“…”พวกเขาหันมามองฉันแบบงงๆ

“กิยู ซาบิโตะ สัญญานะว่าเราจะผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้ายไปด้วยกัน!” ฉันพูดขึ้น ผ่านมา3ปีฉันรู้สึกผูกพันธ์กับ2คนนี้ด้วย รวมถึงอาจารย์อุโรโกะดากิที่คอยดูแลให้ที่อยู่ ฝึกวิชาต่างๆให้อีก พวกเขาเป็นเหมือนครอบครัวใหม่ของฉัน ฉันไม่อยากเสียพวกเขาไปอีก

“มันแน่อยู่แล้วละ เราจะต้องเป็นนักล่าอสูรด้วยกัน!” ซาบิโตะพูดพร้อมเดินมาคล้องคอฉัน

“ซาบิโตะ…”

“ยูคาริ..ฉันสัญญา พวกเราจะไม่มีวันทิ้งเธอ” กิยูพูดพร้อมกับจับมือฉันและส่งยิ้มมาให้

“…ฮึก…ฉันรักพวกนายที่สุดเลย” และฉันก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ โดยมีพวกเขาขนาบข้าง

.

.

“นี่เป็นหน้ากากนำโชค ฉันได้ร่ายคาถาคุ้มครองเอาไว้แล้ว พกติดตัวไปด้วยนะ” อาจารย์มอบหน้ากากจิ้งจอกให้พวกเรา

“…” คล้ายๆหน้ากากของคุณพ่อฉันเลย แต่มันต่างกันนิดหน่อย

“อาจารย์…”ซาบิโตะเริ่มน้ำตาคลอ

“พวกเธอ ต้องกลับมาให้ได้นะ” อาจารย์ดึงพวกเราสามคนไปกอด

“พวกเราจะต้องกลับมาให้ได้ค่ะ” ฉันทิ้งท้ายไว้เท่านั้น และเรา3คนก็ได้เดินทางมายังสถานที่คัดเลือก

.

.

และแล้วๆพวกเราเด็กอายุ13 ที่ร่วมทางด้วยกันมา3ปี ก็ได้เข้าร่วมการคัดเลือกรอดสุดท้ายพร้อมกัน

“ว้าว ดอกฟูจิเต็มไปหมดเลย!”ฉันพูดขึ้น

“โอ้ะ นั่น..” กิยูชี้ไปที่เด็กสาว2คน ถือโคมไฟ ที่อยู่ตรงหน้าของพวกเราและคนที่มาคัดเลือกอีกมากมาย

“ขอบคุณที่มาเข้าร่วมการคัดเลือกรอบสุดท้ายเจ้าค่ะ ที่ภูเขาฟูจิคาซาเนะแห่งนี้ มีอสูรที่นักล่าอสูรจับตัวมาขังอยู่มากกมาย พวกมันไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้เจ้าค่ะ เนื่องจากมีดอกฟูจิที่พวกอสูรเกลียดและกลัวที่สุดบานอยู่ตั้งแต่บนเนินเขาจนถึงตีนเขาตลอดทั้งปีเจ้าค่ะ แต่จากจุดนี้ไปจะไม่มีดอกฟูจิแล้ว อสูรจะปรากฎตัวออกมา หากเอาชีวิตรอดภายในนี้ได้ถึงเจ็ดวันก็จะผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้ายเจ้าค่ะ เช่นนั้น ขอให้โชคดีเจ้าค่ะ"

“บรรยากาศน่าขนลุกชะมัด” ฉันพูดขึ้น ร่างกายของฉันเริ่มสั่นๆ ถึงแม้จะไม่น่าขนลุกเท่าตอนอยู่กับมุซันก็เถอะนะ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ต่อสู้กับอสูร ที่ผ่านมาฉันก็ฝึกอยู่กับ2คนนั้น แต่ไม่เคยได้ต่อสู้กับอสูรตัวเป็นๆสักครั้ง

“ไปด้วยกันเถอะ ยังไงเราก็สัญญากันไว้นี่! ไม่ต้องเป็นห่วงนะ” กิยูพูดพร้อมกับบีบมือเบาๆ

“…ขอบคุณนะ กิยู” ฉันหันไปยิ้มให้กิยู

“นี่ พวกนาย! ไปกันเถอะ” ซาบิโตะพูดพร้อมเดินนำเราไป

.

.

“ปราณวารี กระบวนท่าที่3 กระแสน้ำร่ายรำ!” ฉันออกกระบวนท่าเพื่อจะฟันคออสูร มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด อสูรพวกนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าแข็งแกร่งเลย

“กิยู ซาบิโตะ ข้างหลังเป็นยังไงบ้าง” เนื่องจากมีอสูรที่จอมตีมาหาเราพร้อมกับถึง3ตัว ทำให้ต้องแยกกันต่อสู้ แต่พอฉันหันกลับไปก็พบแต่ความว่างเปล่า

“ไม่นะ…เฮือก!!" ฉันทรุดตัวลงกับพื้นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ภาพจำของฉันซ้อนทับกับตอนที่พ่อกับแม่หายไป ฉัน..ฉันควรทำยังไง ไม่นะ

“ยูคาริ!!! เป็นอะไรไป" กิยูคุกเข่าลงตรงหน้าและเขย่าตัวฉัน

“กิ..กิยู ฉันนึกว่าจะเสียพวกนายไปแล้ว"

“อะห้าา นี่มันอะไรกัน อยู่ดีๆก็มีของน่าอร่อย คิคิคิ" อยู่ดีๆก็มีอสูรกระโดดเข้ามาจากข้างหลังเรา และมันกำลังจะถึงกิยูที่บังฉันไว้อยู่ ฉันต้องรีบออกกระบวนท่าเดี๋ยวนี้!

“ปราณวารี กระบวนท่าที่4 คลื่นน้ำ!!”

“อ้ากกก แก แกโผล่มาจากไหน!!…"และอสูรตนนั้นก็สลายไป

“ซาบิโตะ!!!”

“พวกเธอเป็นอะไรรึเปล่า” เป็นซาบิโตะที่มาช่วยพวกเราได้ทัน

“ไม่เป็นอะไรแล้วแหละ ไปกันต่อเถอะ” ฉันพูดขึ้น

“แน่ใจนะ ยูคาริ” กิยูถามฉันด้วยความเป็นห่วง

“อื้ม! แค่มีพวกนายฉันก็ไม่กลัวอะไรแล้วละ” ฉันพูดขึ้น

.

.

ผ่านมาแล้วน่าจะ5คืน ทนอีกแค่1คืน พวกเราก็จะได้เป็นนักล่าอสูรแล้ว

“ร่างกายเธอเป็นยังไงบ้าง” ซาบิโตะถามฉัน จากที่พวกเรานั่งพักกันอยู่ใต้ต้นไม้

“ฉันสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรเลย นายละ”

“สบายมาก!” 

“ฟ้ากำลังจะมืดแล้ว เตรียมตัวเถอะ” กิยูพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน

.

“อ้ากกกกกกกกกกก พวกนาย3คนอย่าไปทางนั้น!!!" อยู่ดีๆก็มีนักดาบวิ่งมาทางเรา ท่าทางเหมือนหนีอะไรมาสักอย่าง

“ทำไมละ เกิดอะไรขึ้น” ซาบิโตะถามขึ้น

“ตรงนั้น มีอสูรที่แข็งแกร่งมากๆอยู่ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะนะ ฉันอยู่ไม่ได้แล้ว!!"หลังจากนั้นก็วิ่งหนีไป

“อั๊ก!!” มีเสียงกระแทกและคนเจ็บจากทางที่นักดาบคนนั้นวิ่งมา

“เห้ย..นั่น มันกำลังจะกินคนนั้นเข้าไปแล้ว เราต้องไปช่วยเขาเดียวนี้!” ซาบิโตะพูดขึ้นพร้อมวิ่งตรงไปยังอสูรตนนั้น

“ปราณวารี กระบวนท่าที่2 กังหันน้ำ!!” 

“อ้ากกก” แขนของอสูรตนนั้นขาดเป็นสองท่อน คนที่โดนจับอยู่ก็ออกมาได้ทันเวลาก่อนมันจะเอาเข้าปากพอดี มันคืออสูรมือ! ตัวใหญ่และมีมือเยอะแยะไปหมด น่าสยดสยองอะไรขนาดนี้

“นายเป็นอะไรไหม" ฉันถามนักดาบคนนั้น

“มะ.มะไม่เป็นอะไร แต่ข้างหลังเธอ!!” อสูรตนนั้นกำลังจะโจมตีเข้าที่ฉัน

“ปราณวารี กระบวนท่าที่10 สายน้ำไร้จุดจบ!..ยูคาริ! เธอพานักดาบคนนั้นหนีไปก่อน" กิยูพูดขึ้น

“อื้อ! ก่อนที่ฉันกลับมา พวกนายอย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะ!!”

“เข้าใจแล้ว!!" สองคนนั้นพูดขึ้น

.

“ตรงนี้น่าจะไกลพอที่นายหนีได้แล้วแหละ ฉันต้องขอตัวกลับไปก่อน” ฉันพูดพร้อมกับกำลังจะวิ่งกลับไป

“เธอ!ฉันว่าเธออย่ากลับไปเลย หนีไปกับฉันเถอะ อสูรตนนั้นมันอันตรายเกินไป ไม่มีใครรอดมาได้หรอก เผลอๆสองคนนั้นน่าจะโดนกินไปแล้ว”

“…นายอย่าดูถูกเพื่อนของฉัน และต่อให้พวกเขาโดนกิน ไม่ว่าจะยังไง ฉันก็ไม่มีวันทิ้งเพื่อนของฉัน!!” ฉันวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว

“ขอร้องเถอะ อย่าพึ่งเป็นอะไรกันนะ.."ฉันได้แค่ขอร้องอยู่ในใจและรีบวิ่งไปหาพวกเขาสุดชีวิตเท่าที่ฉันจะทำได้

“ฮ่าๆๆๆ ยังไงพวกนายก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

“ซาบิโตะ!!! กิยู!!!” ที่ฉันเห็นตอนนี้คือ กิยูสลบอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ไกลนัก ดูแล้วหัวน่าจะกระแทกอย่างแรงจนสลบไป ส่วนซาบิโตะอยู่ในปากของอสูรตนนั้นเหลือแค่หัวที่ยังให้เห็น

“ยูคาริ!!”ซาบิโตะตะโกนขึ้น ด้วยเสียงที่แทบจะไม่มีและกำลังจะหมดลมหายใจ

“หยุด กินเพื่อนฉันนะ!!ปล่อยเพื่อนฉันออกมาเดี๋ยวนี้! ปราณวารี กระบวนท่าที่9 ละอองกระแสน้ำคลั่ง!!" บ้าจริง ฟันไม่เข้า ซาบิโตะกำลังจะถูกกิน จะไม่ทันแล้ว!

“ยูคาริ..พากิยูหนีไป ยังไงพวกเธอ2คนจะต้องรอด และได้โปรดอย่าโทษตัวเอง นี่ไม่ใช่ความผิดของพวกเธอ นั่นคือคำขอสุดท้ายของฉัน!!” 

“ไม่ ซาบิโตะ..ไม่!! ‘ปราณตะวัน’ กระบวนท่าที2 ฟ้าใสสีคราม!!” ฉันออกกระบวนท่าปราณตะวันโดยที่ไม่สนว่าตอนนี้ร่างกายของฉันไม่พร้อมจะใช้มัน ไม่นะ..มันไม่สมบูรณ์ ฉันใช้ปราณตะวันไม่ได้!

“แค่ก…แฮ่กๆ” เลือดของฉันออกจากปาก และร่างกายของฉันหมดเรี้ยวแรง นี่คือผลกระทบของการใช้ปราณตะวันทั้งที่ยังไม่พร้อมแน่ๆ

“ฮ่าๆๆๆ รสชาติของเพื่อนเธอนี่มันถูกใจข้าจริงๆ แต่ข้าว่ารสชาติของเธอน่าจะอร่อยไม่แพ้กัน” อสูรตนนั้นหันมาพูดเยาะเย้ยและกำลังเล็งเป้าหมายมาทางนั้น

“…”ฉันที่ไม่มีแม้แต่แรงจะด่ามันได้แต่จ้องหน้ามันนิ่งๆ

“แต่เธอมีกลิ่นอ่อนๆที่คล้ายกับท่านผู้นั้นเลยนะ เธอไปทำอะไรมาหรือเปล่า หืม?”

“หุบปากไปสะ! ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามกับแก!”

“อะฮ่าา ปากจัดสะด้วย แต่ยังไงเธอก็ดูน่าอร่อยที่สุด ฉันจะเก็บไว้กินทีหลังแล้วกัน ตอนนี้ขอกินหนุ่มผมดำตรงนั้นก่อนแล้วกัน" ว่าจบมันก็ยืดแขนออกไปจะไปจับกิยู

“อึก..ไม่นะ!!” ทำไมกัน ทำไมฉันทำอะไรไม่ได้เลย ทำไมฉันถึงไร้ค่าได้ขนาดนี้ ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง ฉันต้องปกป้องกิยูตามคำขอสุดท้ายของซาบิโตะ ฉันจะไม่ยอมให้การตายของซาบิโตะไร้ค่า!! จากสภาพฉันตอนนี้ปราณที่ฉันช่ำชองในระดับนึงและสามารถลดความเสี่ยงที่สุดคงจะเป็น ปราณจันทรา!!

“ปราณจันทรา กระบวนท่าที่1 จันทร์แรมคืนเทพสถิต!!!” 

“อ้ากกกก” แขนทั้งสองข้างของมันขาดลงก่อนจะไปถึงหน้ากิยู

“แก!!!นี่มันมนต์อสูรโลหิตนี่! ทำไมแกถึงใช้มันได้”

“หุบปากเน่าๆของแกไปสะ..อึก” ฉันวิ่งไปที่หน้ากิยูเพื่อที่จะบังเขาจากอสูรตนนั้น และฉันก็รู้สึกว่าร่างกายของฉันกำลังจะเปลี่ยนไปอีกแล้ว! ทุกครั้งที่ฉันลองใช้ปราณจันทราจะต้องเป็นอย่างนี้ทุกที และครั้งนี้ฉันลองใช้แบบเต็มรูปแบบ มันรู้สึกได้ชัดกว่าปกติอีก

“แสดงว่าแกมีเลือดอสูรอยู่ในตัวสินะ ถึงว่าทำไมฉันถึงได้กลิ่นท่านผู้นั้นลางๆจากเธอ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากรู้แล้ว"อสูรตนนั้นกำลังเดินมาทางเรา

“อ้ากกก" ฉันรู้สึกว่าเลือดของฉันมันวนในร่างกายเร็วไปหมด อุณหูภูมิของฉันสูงขึ้นสุดขีด เลือดออกทางตาทางปากไม่หยุด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน!! และผ่านไปชั่วครู่อาการทุกอย่างที่เป็นก็หายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

“ฮ่าๆ เป็นอะไรไปสะละ อย่าพึ่งตาย แกต้องให้ฉันกินก่อนสิ!” มันจะมาถึงตัวเราแล้ว!!ฉันต้องรีบทำอะไรสักอย่าง

"ปราณจันทรากระบวนท่าที่5 พิบัติเทพจันทรา!!” ฉันฟันลำตัวของอสูรออกเป็นสองท่อน ตัวฉันเบาหวิว และความเร็วของฉันก็เพิ่มขึ้นจากเดิม อย่างน้อยก็ยืดเวลาไว้ได้สักแปปนึง อสูรตนนี้ไม่ได้ฟื้นตัวเร็วเท่าไหร่ ฉันควรตัดคอมันให้ตายสะ 

    ฉันง้างดาบเตรียมออกกระบวนท่า

“แกคิดว่าฟันตัวฉันแล้วฉันจะตายหรือไง!!" แย่แล้วถึงตัวจะโดนฟันขาดแต่มือของมันยังออกมาไม่หยุด แถมยังออกมาจากพื้นดินได้ด้วย ไม่ได้การแล้ว กิยูอยู่ในอันตรายเกินไป ฉันรับมือกับมือพวกนี้ไม่ไหวแน่ ฉันฟันแขนที่กำลังจะมาถึงตัวของเรา

"อั้ก! แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับแก ทำไมสีตากับสีผมของแกถึงเปลี่ยนเป็นเหมือนของท่านผู้นั่น!!”

“อึก ” ฉันจับใจความในสิ่งที่อสูรตนนั้นพูดไม่ได้ ได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองและแบกกิยูวิ่งออกมาให้ห่างจากอสูรตนนั้นให้เร็วที่สุด ในตอนนี้ที่มีกิยูอยู่ยังไม่สามารถฆ่ามันได้ มันมีแขนที่ยาวเกินไปทำให้ไปไม่ถึงคอของมันสักที

“ซาบิโตะ ช่วยนำทางเราด้วย ฮึก ฉันขอโทษจริงๆที่ปกป้องนายไม่ได้” ฉันวิ่งไปร้องไห้ไป ฉันทำใจที่ซาบิโตะตายต่อหน้าต่อตาของฉันไม่ได้จริงๆ มันจุกอกไปหมด

ฉันเดินไปตามสัญชาติญาณของตัวเองจนพบกัน

“ดอกฟูจิ!!” ฉันแบกกิยูที่ยังสลบอยู่วิ่งมาถึงตรงที่เป็นดอกฟูจิ แสดงว่า เรารอดแล้วสินะ แต่ว่า..

“ในที่สุด…เห้ย!” ฉันเหลือบไปเห็นแผ่นเหล็กที่แปะอยู่และสะท้อนเห็นตัวฉัน

“น่ะ..นี่มันอะไรกัน” สีตาและสีผมของฉันเปลี่ยนไป สีตาของฉันจากที่เป็นสีแดงเลือดหมู ก็กลายเป็นสีแดงสดเหมือนมุซัน และสีผมจากที่เป็นสีแดงก็หลายเป็นสีดำ!นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกับฉันกัน!? 

 ฉันจ้องกระจกอยู่สักพักนึง สีผมกับสีตาของฉันก็เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิม หรือนี่มันเป็นเพราะว่าฉันได้ใช้ปราณจันทราแบบเต็มรูปแบบกันนะ 

“แต่ฉันก็ยังโดนแสงอาทิตย์ได้อยู่นี่นา” ฉันเหลือบเห็นแสงอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นขอบฟ้า แต่ยอมรับเลยพอหายจากอาการเจ็บปวดภายในร่างกาย แล้วใช้ปราณจันทราเมื่อกี้มันรู้สึกดีชะมัด รู้สึกว่าเป็นปราณที่เข้ามือที่สุด ความเร็วและความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นยั่นอีก แต่นี่มันหมายความว่าฉันกลายเป็นอสูรแล้วหรอ!?

“…อ่า นี่มันหมายความว่าอะไรกัน" ฉันลองเอาดาบกรีดแขนของตัวเอง เพื่อพิสูจน์ในสิ่งที่ฉันคิด...

-----------------------------------------------------

talktalk : ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ แต่บอกเลยว่าช่วงนี้ไรท์ฟิตมาก! 

     น้องกำลังจะกลายเป็นอสูรหรือเปล่าน้า แต่ไรท์แซดที่ซาบิโตะตายจัง ฮือออ ;_; มาคอมเม้นพูดคุยกันได้นะคะ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

49 ความคิดเห็น

  1. #5 นิยาย ขออ่านที (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 04:32
    ซาบิโตะ ม่ายน้าาาาㅠㅠㅠㅠ
    #5
    0