[fanfic Kimetsu no Yaiba x oc] ผู้สืบทอดปราณตะวันที่แท้จริง

ตอนที่ 19 : ss2 บทที่ 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    14 ก.พ. 64

*เนื้อเรื่องมีการสปอย!!!

---------------------------------------

“เป็นเด็กที่ฉลาดจริงๆนะคะ แต่น่าเสียดายที่ป่วยเป็นโรคผิวหนังทำให้ไปไหนมาไหนตอนกลางวันไม่ได้"

“แหม..น่าสงสารจังเลยนะคะ” 

  เสียงพูดคุยของเจ้าของบ้านและแขกดังขึ้นภายในห้องรับแขก ซึ่งเป็นพ่อและแม่บุญธรรมของเด็กที่พูดถึงอยู่ แต่หารู้ไม่ว่าเด็กคนที่พวกเขากำลังพูดถึงอยูนั้น เป็นอสูรที่น่ากลัวที่สุด…คิบุตสึจิ มุซัน!

“…” มุซันในร่างของเด็กนั้น กำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องหนังสือ

“ข้ามารายงานครับ…ท่านมุซัน” เสียงของอาคาสะดังขึ้นจากทางระเบียงที่เปิดอยู่

“เจอของที่ว่าหรือยัง…” มุซันถามขึ้น

“เท่าที่รวบรวมข้อมูลยังไม่พบข่าวสารที่แน่ชัด ไม่อาจบ่งบอกได้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่…ข้ายังไม่พบ ดอกฮิกังสีน้ำเงิน ครับ” อาคาสะตอบ

“แล้วยังไง?” 

“ข้าพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อนตอบสนองความคาดหวังของท่านมุซัน ข้าได้ทำตามคำสั่ง…ข้าเกือบฆ่าเสาหลักได้คนนึงแต่มีคนมาขัดก่อนครับ”

แควก! 

“อาคาสะ…กะอีแค่เสาหลักยังฆ่าไม่ได้ แล้วเจ้าจะทำอะไรได้…” มุซันพูดพร้อมกับฉีกหนังสือที่ทำท่าทีอ่านอยู่ด้วยความโกรธ

“แต่ว่า..ท่านมุซัน คนที่มาขัดขวางนั้นคือ…คุณหนูยูคาริครับ”

“ว่าไงนะ” มุซันเบิกตาขึ้น

“ข้าได้ต่อสู้กับคุณหนูยูคาริ แต่ว่าดวงตะวันขึ้นสะก่อน ทำให้ข้าไม่สามารถทำอะไรต่อได้ครับ”

“อาคาสะ….เจ้ารายงานว่าเกือบฆ่าเสาหลักได้…และที่นั่นยังมีนักล่าอสูรอีก3คนไม่ใช่รึ ทำไมถึงไม่ฆ่าพวกมันด้วย อุตส่าห์ได้อยู่ใกล้พวกมันแท้ๆ….แถมยังรายงานอย่างภาคภูมิว่าได้ต่อสู้กับไอเด็กยูคารินั่น ทำไมถึงไม่พานางมาด้วย!!!" มุซันพูดด้วยความโกรธที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม

“อึก…” เลือดของอาคาสะออกมาจากตาและปากและดูมีท่าทีว่าจะไม่หยุดง่ายๆจากพลังของมุซัน

“ข้าผิดหวังในตัวเจ้า…อสูรข้างขึ้นที่3เองก็ด้อยลงซะแล้ว…ไปซะ" มุซันพูดขึ้น

.

“คุณหนูยูคาริ….เจอกันครั้งหน้าอย่าคิดว่าข้าจะปล่อยคุณหนูไปนะครับ…คนที่จะฆ่าท่านคงต้องเป็นข้าเท่านั้น!!!”

.

.

{คฤหาสน์ผีเสื้อ}

[Yukari part]

“ยู….เธอ! ข้าตรวจเสร็จแล้ว” คุณเคียวจูโร่เรียกฉัน เหมือนว่าเขาเกือบจะหลุดเรียกชื่อฉันสะแล้วนะ

“คุณเคียวจูโร่..เป็นอย่างไรบ้างคะ” ฉันถามหลังจากที่เขาเข้าไปตรวจร่างกายครั้งสุดท้ายกับชิโนบุ 

“สภาพภายในกลับมาปกติแล้วล่ะ! เดินได้ปกติแล้วด้วย แต่ตาซ้ายบอดสนิทเลยลืมตายังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ…”

“ฉัน..ขอโทษนะคะ… ถ้าฉันไปเร็วกว่านี้สักหน่อยละก็…” ฉันก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด

“มันไม่ใช่ความคิดของเธอเลยแม้แต่น้อย อย่าคิดมากสิ!” ว่าจบเขาก็ยิ้มให้ฉัน

….ยิ่งเขาเป็นแบบนี้ฉันก็ยิ่งรู้สึกผิดน่ะสิ

“ขอบคุณค่ะ…งั้นเราไปเยี่ยมเด็กพวกนั้นกันดีมั้ยคะ” ฉันถามออกไป

“อื้ม! ไปสิ!”

.

“ทันจิโร่!/เจ้าหนุ่มคามาโดะ!" ฉันกับคุณเคียวจูโร่เรียกทันจิโร่พร้อมกันทันทีที่เห็นเขาเดินออกมาจากห้องพัก

“ครับ!!” เขารีบวิ่งมาหาฉัน

“เซ็นอิทสึกับอิโนะสุเกะล่ะ” ฉันถามออกไป เพราะปกติพวกเขาควรอยู่ด้วยกันนี่นา

“ทำกายภาพอยู่ครับ ผมทำเสร็จแล้วเลยออกมาก่อน” ทันจิโร่ตอบ

“อื้ม แล้วนายเป็นอย่างไรบ้างละ” ฉันถามไป

“ตอนนี้แข็งแรงดีแล้วครับ..คุณเร็นโกคุ..ตาของคุณ…” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหม่นหมองนิดหน่อยที่เห็นผ้าปิดตาของคุณเคียวจูโร่

“งั้นก็ดีแล้วล่ะนะ…เจ้าหนุ่มคามาโดะ…ข้ามีเรื่องอยากจะบอกนาย” คุณเคียวจูโร่พูดขึ้น

“เรื่องอะไรหรอครับ”

“จากเหตุการณ์วันนั้น ข้าน่ะเชื่อในตัวน้องสาวของนาย..และยอมรับเธอเป็นหนึ่งในหน่วยพิฆาตอสูร..” 

“….”ฉันได้แต่ยืนเงียบ ปล่อยให้เขาพูดต่อไป

“ในรถไฟข้าเห็นเธอปกป้องมนุษย์แม้ตนเองจะได้รับบาดเจ็บ..เธอเป็นผู้ที่เสี่ยงชีวิตต่อสู้กับอสูรเพื่อปกป้องมนุษย์ต่อให้ใครจะพูดอย่างไรก็ตาม เธอคือหนึ่งในหน่วยพิฆาตอสูร” 

“..คุณเร็นโกคุ” ทันจิโร่ได่แต่น้ำตาซึม

“แล้วก็อีกอย่างเจ้าหนุ่มคามาโดะ ตาข้างนี้ของข้าที่บอด…จงจำไว้ว่านี่มันไม่ใช่ความผิดของพวกนาย.."เขาพูดพร้อมกับชี้ไปที่ตาของเขา

“…”

“หากเป็นเสาหลักย่อมต้องปกป้องและเป็นโล่กำบังให้กับรุ่นน้อง หากเป็นเสาหลัก…ไม่ว่าใครก็ต้องทำแบบเดียวกันไม่ยอมให้ต้นกล้ารุ่นใหม่ตายหรอกนะ เจ็บตัวแค่นี้ถือว่าคุ้มค่าแล้วล่ะ…และข้าคิดว่าคงถึงเวลาที่ข้าจะเกษียรตัวเองจากการเป็นนักล่าอสูรแล้วแหละ”

“!!!” คุณเคียวจูโร่…นี่คุณจะลาออกงั้นหรอ

“อะไรนะครับ!!" ทันจิโร่ตกตะลึง

“ก็ตามนั้นแหละนะ! ข้าตาบอดด้วยถึงแม้จะข้างเดียว แต่ข้าก็ไม่ได้มีศักยภาพเหมือนก่อนหน้านี้แล้วละนะ อีกอย่างข้าก็ขาดคุณสมบัติด้วย”

“ขาดคุณสมบัติเพราะว่าตาบอดหรอคะ!?” ฉันถามย้ำกลับไป…ฉันไม่เคยคิดว่าเขาจะมีความคิดที่จะเกษียรตัวเองเลยนะ..ถ้าเขาไม่อยู่ แล้วฉันจะสามารถพูดคุยกับใครได้อีกละ

“อื้ม! ข้าเกษียรตัวเองก็จริง แต่ข้าไม่ได้ลาออก ข้าแค่จะคอยฝึกเด็กรุ่นใหม่ๆให้เก่งขึ้น!ข้าบอกพวกนายแล้วไง ว่าให้มาเป็นผู้สืบทอดของข้าน่ะ ฮ่าๆๆ” คุณเร็นโกคุพูดขึ้น

“…” ฉันมองหน้าเขานิ่ง..

“อีกอย่างนะเจ้าหนุ่มคามาโดะ…ฝากบอก เจ้าหนุ่มหัวหมูป่า…เจ้าหนุ่มหัวเหลือง..ด้วยนะ พวกนายจงเติบโตยิ่งๆขึ้น คราวนี้พวกนายจะต้องกลายเป็นเสาหลักผู้ค้ำจุนหน่วยพิฆาตอสูร…ข้าเชื่ออย่างนั้น ข้าเชื่อในตัวพวกนาย” คุณเคียวจูโร่พูดพร้อมยิ้มให้กับทันจิโร่

“คุณเร็นโกคุ…ฮึก…ขอบคุณมากครับ!!” ทันจิโร่พูดไปน้ำตาซึมไป..คงจะซึ้งแหละนะ ได้รับการยอมรับจากเสาหลักเพลิงเชียวนะ

“เธอ…ไปกันเถอะ ไปหานายท่านกัน” คุณเคียวจูโร่พูดกับฉัน

“ค่ะ…” 

.

.

[คฤหาสน์ตระกูลอุบุยาชิกิ]

“เท่ากับว่า เคียวจูโร่ กับพวกเด็กๆคามาโดะ ได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าแล้วสินะยูคาริ…” นายท่านพูดกับฉันหลังจากที่ฉันได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง

“ก็ประมาณนั้นค่ะ…จริงๆมันก็เป็นเรื่องสุดวิสัย แต่ฉันจะยอมรับผิดทุกอย่างเองค่ะ”ฉันตอบไป

“เดี๋ยวสิ!!! ถ้าเธอโดนลงโทษ ก็ให้ผมโดนด้วยเถอะครับ” คุณเคียวจูโร่พูดขึ้น

“คุณเคียวจูโร่!เรื่องนี้คุณไม่เกี่ยวด้วยเลยนะคะ!”ฉันตอบกลับไป ก็มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องให้เขามารับผิดชอบด้วยนี่นา!!

“เอาล่ะ..เด็กๆของข้า…ข้าไม่ได้คิดจะลงโทษพวกเจ้าเลย ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องลงโทษทั้งนั้นนี่” นายท่านพูดและส่งยิ้มอันแสนอ่อนโยนกลับมาให้

“นายท่าน…”ฉันอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความเป็นผู้ใหญ่ของนายท่าน ทั้งๆที่เราก็อายุห่างกันเพียงไม่กี่ปี

“แต่..เคียวจูโร่ เพราะตาของเจ้า เจ้ารู้ตัวใช่มั้ย..ว่าเจ้าควรจะต้องเกษียรตัวเอง” นายท่านพูดต่อ

“ผมทราบดี และตั้งใจจะทำเช่นนั้นอยู่แล้วครับ” คุณเคียวจูโร่ตอบกลับ

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี พวกอสูรมันเก่งกาจขึ้น ถ้าเราไม่รีบทำอะไรสักอย่างคง…แค่กๆๆ…หาทาง…ยาก…แค่กๆๆ” นายท่านพูดพร้อมกับไอไม่หยุด สภาพร่างกายของนายท่านตอนนี้แย่ลงกว่าแต่ก่อนมาก

“ถึงเวลาพักของนายท่านแล้ว ขอให้การพูดคุยในวันนี้จบลงเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ” ลูกสาวของนายท่านเดินออกมาพูดกับพวกเราและพานายท่านกลับเข้าไปในคฤหาสน์

.

.

“เอ่อ หลังจากนี้มีเวลาว่างหรือเปล่า…เธอช่วยไปที่บ้านของข้าสักครู่จะได้มั้ย” คุณเคียวจูโร่ถามฉันขึ้น หลังจากที่เราเข้าพบนายท่านเสร็จ

“อืม…ก็ว่างอยู่นะคะ แต่จะให้ฉันไปที่บ้านของคุณเคียวจูโร่ทำไมหรอคะ…”

“งั้นเดินไปคุยไปนะ…จริงๆข้าแค่อยากให้เธอเจอน้องชายของข้าน่ะ!” ฉันกับคุณเคียวจูโร่ตกลงที่จะเดินไปคุยไปเพราะเราก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร

“คุณมีน้องชายด้วยหรอคะ!?”

“อื้ม!!" คุณเคียวจูโร่ตอบฉันและผ่านไปไม่ถึงเสี้ยววินาที…

“คุณนักดาบ!!คุณเร็นโกคุ!!!” เจ้าเด็กทันจิโร่วิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้

“ทันจิโร่!!/เจ้าหนุ่มคามาโดะ!!” 

“จะไปไหนกันหรอครับ!!”ทันจิโร่ถามพวกเรา

“ไปบ้านของข้า!แต่นายทำไมออกมาแบบนี้ เครื่องแบบนั่นอีก นายยังไม่หายดีเลยนะ!!” เคียวจูโร่พูดดุ ทันจิโร่

“…ผมแอบออกมาข้างนอกน่ะครับ ผมอยากฝึกกับคุณเร็นโกคุครับ!” ทันจิโร่ตอบกลับ

“เจ้าหนุ่มคามาโดะ เจ้ายังฝึกอะไรไม่ได้หรอกนะ ถ้าร่างกายของนายยังไม่แข็งแรง…แต่ไหนๆก็ออกมาแล้ว วันนี้ไปบ้านของข้าก่อนมั้ย”

“ได้หรอครับ!!!”

“อื้ม! แต่หลังจากนั้นนายต้องกลับไปคฤหาสน์ผีเสื้อนะ”

“รับทราบครับ!ขอบคุณครับ!"

“คุณเคียวจูโร่นี่..ใจดีจังเลยนะคะ” ฉันพูดขึ้น

“ฮ่าๆๆข้าเข้าใจพวกเขาดีน่ะ! อืม..อีกอย่างเธอไม่ต้องเรียกข้าว่าคุณหรอกนะ คุยกันแบบสบายๆเถอะ!" 

“แบบนั้นจะดีหรอคะ…แต่ ถ้าให้พูดตามตรง คุณเคียวจูโร่น่ะ อายุน้อยกว่าฉัน1ปีเลยนะคะ”

“เอ๋!จริงหรอ ถ้าอย่างข้าควรก็คนจะพูดอย่างเป็นทางการกับเธอหรือเปล่า ข้าไม่รู้จริงๆ ข้านึกว่าเธอจะเด็กกว่าข้าเสียอีก”

“มาขนาดนี้คงไม่ต้องแล้วแหละค่ะ คุยตามปกติเถอะ……เคียวจูโร่” ฉันพูดกลับไป …แอบเขินเหมือนกันนะ ไม่เคยลำบากในการพูดชื่อใครแบบห้วนๆมาตั้งนานแล้ว!

“อะ…อื้ม! ข้าก็อยากเรียกชื่อเธอกลับนะ แต่เสียดายจริงๆที่เรียกไม่ได้"

“ไม่เป็นหรอก..สักวัน นายก็คงมีโอกาสได้เรียกละนะ” ฉันพูดกับเขา

“นั่นไง!!บ้านของข้า…นั่น!เซนจูโร่!!” เคียวจูโร่ชี้ไปที่บ้านของเขาและฉันก็เห็นคนที่เหมือนกับเขามากกำลังกวาดใบไม้หน้าบ้านอยู่ นั่นมัน…เคียวจูโร่ในแบบที่ตัวเล็กกว่า!!น้องชายเคียวจูโร่เหมือนกับเคียวจูโร่เปี๊ยบเลยนี่!!

“พี่ชาย!!!!” น้องชายของเคียวจูโร่ที่ชื่อเซนจูโร่วิ่งมากอดพี่ชายของเขา

“ฮ่าๆๆๆคิดถึงข้ามั้ย” 

“…”ฉันกับทันจิโร่ที่มองดูสองพี่น้องกอดกันกลม ได้แต่ลอบยิ้มน้อยๆ 

“พี่ชาย..ตาของพี่มัน…”เซนจูโร่ มองอย่างอึ้งๆไปที่ผ้าปิดตา

“อื้ม!ข้าตาบอกจากศึกที่ผ่านมาน่ะแต่อย่างอื่นก็ไม่ได้เป็นอะไรหรอกนะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก!" เคียวจูโร่ลูบหัวน้องชายของเขาเบาๆ

“เพราะเป็นนักดาบที่ไม่มีพรสวรรค์ ถึงได้ตาบอดยังไงล่ะ!!!!” อยู่ดีๆก็มีคนตะโกนและเดินออกมาจากในบ้าน

อุก! ฉันทำสีหน้าเหยเกเมื่อพบว่าคนที่เดินมาใหม่นั้นมีกลิ่นเหล้าหึ่งมาก และยังมาพูดจาแบบนั้นอีก ฉันตั้งใจจะสวนกลับไปแล้ว ไม่ติดที่ว่า เขาเหมือนเคียวจูโร่มาก เป็นเคียวจูโร่ในแบบที่เป็นผู้ใหญ่ คนนี้คงเป็นพ่อของเขาสินะ

“พ่อ!!”เคียวจูโร่หันไปเรียกผู้มาใหม่

“พรสวรรค์ของมนุษย์มันเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ผู้ที่มีพรสวรรค์มีเพียงแค่หยิบมือ ที่เหลือก็แค่ชาวบ้านที่มีอยู่ดาษดื่น เป็นแค่ขยะไม่มีคุณค่าอะไร!!!” คุณพ่อของเคียวจูโร่เมื่อเห็นเขาก็เริ่มที่จะพูดต่อ

“…”

“แกเองก็เช่นกัน ไม่มีพรสวรรค์อะไร ไม่ตายก็ต้องพิการอยู่แล้ว!!” เดี๋ยวนะ..นี่มันทำพูดของคนเป็นพ่อหรือยังไง นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ

“พอสักที!!พูดจาหยาบคายเกินไปแล้วนะคะ ต่อหน้าลูกของคุณแท้ๆ!!” ฉันพูดกลับไป

“แกเป็นใคร!ออกไปได้แล้วเกะกะหน้าบ้านข้า….!!!!!!" คุณพ่อของเคียวจูโร่มองฉันอย่างตกตะลึงหลังจากที่พึ่งจะสังเกต

“เลิกพูดแบบนั้นเถอะครับ!!!!” ทันจิโร่พูดต่อ

 

เพล้ง!!! ขวดเหล้าที่เขาถืออยู่หลุดมือและตกแตก

“แก….แกเป็นผู้ใช้ ปราณตะวัน สินะ!!!!ใช่มั้ย!!!” คุณพ่อของเคียวจูโร่เดินเข้าไปไปหาทันจิโร่

“!!!!”ฉันมองหน้าเขาอย่างตกตะลึง ทันจิโร่เกี่ยวกับไรกับปราณตะวัน คุณพ่อของเคียวจูโร่ต้องรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่!!

“ปราณตะวัน!?คืออะไรครับ…”ทันจิโร่ดูอึ้งๆและยังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“ข้ารู้เรื่องเครื่องประดับที่หูนั่น มันเขียนไว้!!"

“เอ้ะ..หรือว่า ฮิโนคามิคางูระ?” ทันจิโร่พึงพำกับตัวเอง

-----------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #44 rotazx9077 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:38

    รู้สึกอยากเตะพ่อของคุณเร็นโกคุจังค่ะ
    #44
    0