[fanfic Kimetsu no Yaiba x oc] ผู้สืบทอดปราณตะวันที่แท้จริง

ตอนที่ 17 : บทที่ 15 (ss1-end)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    11 ก.พ. 64

*เนื้อเรื่องมีการสปอย!!!

---------------------------------------

“คุณเร็นโกคุ!!!!!!!!!!!!!!!” ไม่นะ…อสูรตนนั้นดูเหมือนว่ามัน!!!

.

ชัวะ!!!!!! ดาบของผู้มาใหม่ได้ฟันเข้าที่แขนของอาคาสะก่อนที่มันจะถึงตัวของเร็นโกคุ

 

“…อั้ก!!อะไรเนี่ย” อาคาสะที่โดนฟันเข้าที่แขนจนแขนขาดได้มองผู้มาใหม่

“….พอสักที อาคาสะ” นั่นมัน……!!!

 

[Yukari part]

“….พอสักที อาคาสะ” ฉันพูดกับอาคาสะ

“ธะ..เธอ..หน่วยพิเศษ" คุณเร็นโกคุพูดขึ้นหลังจากที่เห็นฉัน

“คุณเคียวจูโร่ ออกไปจากตรงนี้ก่อน ฉันขอโทษด้วยถ้าคุณคิดว่าฉันมายุ่งในศึกของคุณ แต่หลังจากนี้ได้โปรดให้ฉันจัดการเถอะค่ะ” ฉันหันไปบอกกับคุณเร็นโกคุ

“เจ้า….เจ้าเป็นใคร บังอาจมาขัดขวางการต่อสู้ของข้ากับเคียวจูโร่!!” อาคาสะโวยวายขึ้น

“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบแก…ปราณจันทรา กระบวนท่าที่3 จันทราแห่งความเกลียดชังแผ่ขยาย!” ฉันพุ่งไปหาอาคาสะและออกกระบวนท่าอย่างรวดเร็ว

“อะไรกัน!!ปราณนี่มัน!!” 

"..."ชิ..เขาหลบทันแบบเฉียดฉิว สมกับเป็นอสูรข้างขึ้นจริงๆนะ

“ปราณจันทรา..โคคุชิโบ!? ไม่สิ หรือว่าเจ้า…” อาคาสะพูดขึ้น

“….”ฉันไม่ตอบอะไรและจับดาบเตรียมตั้งท่าอีกครั้ง

"ฮ่าๆๆ อย่างนี้นี่เอง…สวัสดีอย่างเป็นทางการครับ….คุณหนูคิบุตสึจิ ยูคาริ" อาคาสะพูดพร้อมโค้งลงให้ฉัน

“…อย่าเอานามสกุลสวะแบบนั้นมาใช้กับฉัน อาคาสะ” หลังจากนี้คงจะต้องอธิบายเรื่องนี้ให้คุณเร็นโกคุ และพวกทันจิโร่ฟังอีกยาวเลยสินะ…

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต่อสู้กับคุณหนูแบบนี้ ข้าขอพักรบกับเคียวจูโร่ไปก่อนแล้วกัน ข้าว่า…คุณหนูกลับไปกับข้าเถอะ!!” อาคาระพูดขึ้น

“ฉันไม่มีวันกลับไป และไม่มีความคิดที่จะกลับไปด้วย” 

“คุณหนู…อย่าเป็นอสูรครึ่งๆกลางๆแบบนี้เลย  มาเป็นอสูรเต็มตัวเหมือนข้าเถอะหน่า!! ฝีมือแบบคุณหนูไปไกลกว่านี้แน่นอน!!"

“หุบปากไปสะอาคาสะ! ปราณจันทรา กระบวนท่าที่1 จันทร์แรมคืนเทพสถิต!” ฉันพุ่งเข้าไปเพื่อที่จะหวังฟันคอของมันแต่กลับโดนเข้าที่ลำตัวแทน

“ขยายวงจรเวทย์..ท่าสังหารเข็มทิศ!..ท่าสังหารรูปแบบสุดยอด!!!” ท่านั้นมันอะไรกัน ความเร็วและความแรงนี่มัน ถ้าฉันหลบพลาดไปแม้แต่นิดเดียวมีหวังได้เจ็บตัวแน่นอน ถึงฉันจะฟื้นฟูแผลได้ทันที แต่ฉันต้องเสียจังหวะแน่ๆ!

“เฮือก!” ฉันหลบพลาดไปเสี้ยววินาที

 

โพละ!!!! เสียงหน้ากากของฉันแตก

 

“อึก…” ดีที่ไม่ได้โดนร่างกาย มีเพียงหน้ากากของฉันที่แตก ซึ่งมันเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของฉันครึ่งหนึ่ง

“ฮ่าๆๆ สีตาและสีผมของคุณหนูเนี่ย ช่างเหมือนท่านผู้นั้นเสียจริง…ข้าไม่คิดเลยว่าคุณหนูจะฝีมือดีได้ขนาดนี้…ข้าก็อยากจะสู้ต่อนะ แต่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น..ข้ากำลังสนุกเลยเชียว"อาคาสะพูดทิ้งท้ายและกำลังจะวิ่งหนีเข้าป่าไป

“อย่าหนีนะเว้ย!!! ปราณจันทรา กระบวนท่าที่ 16 จันทร์ทรงกลดเศษเสี้ยวจันทรา!!”ฉันออกกระบวนท่าสุดท้ายเพราะจะขัดขวางไม่ให้มันหนีไปได้ และมัน…

 

ชัวะ!!!!! ดาบของฉันฟันเข้าที่คอของอาคาสะ

 

“อ๊ากกก!!” มันได้ผล! คอของมันขาดลงในที่สุด

“มันจบแล้วล่ะ อาคาสะ”ฉันพูดทิ้งท้ายและวิ่งกลับไปหาคุณเร็นโกคุ

“คุณนักดาบ!!!!!มันยังไม่ตาย!!!” ทันจิโร่ตะโกนขึ้นพร้อมกับชี้ไปข้างหลัง

“เอ้ะ..ไม่ตาย?” ฉันหันกลับไปมองอีกครั้ง

“!!!” มันนำหัวของมันมาต่อเข้าอีกครั้ง…นี่มันอะไรกัน ความเร็วการฟื้นฟูนั่นมันอะไร ฉันตัดหัวแกไปแล้วนะ! 

“อาคาสะ!!!!!อย่าหนีนะ ไออสูรขี้ขลาด!!!” ไม่รอช้าฉันรีบวิ่งกลับไปเพื่อที่จะฟันคอมันอีกครั้ง แต่มันก็สายไปเสียแล้ว อาคาสะได้วิ่งนำเข้าไปในป่าจนลับตาไป และผ่านไปเพียงเสี้ยวนาทีตะวันก็ขึ้นเต็มดวง

“…อึก”ฉันทรุดลงกับพื้น ครั้งนี้ฉันพลาดเอง...ฉันประมาทไปที่คิดว่ามันน่าจะตายแล้ว จริงๆถ้าฉันสามารถยื้อมันไว้อีกสักนิดล่ะก็...ฉัน..ฉันมันไม่เหมาะจะเป็นหน่วยพิเศษด้วยซ้ำ…

“เธอ…” คุณเคียวจูโร่เดินเข้ามาหาฉัน

“คุณเคียวจูโร่ ค่อยๆเดินนะคะ..."ฉันวิ่งไปหาคุณเคียวจูโร่ที่กำลังเดินอย่างทุลักเลมาหาฉัน

"คุณ...เป็นอย่างไรบ้างคะ ดูจากสภาพแล้ว สภาพภายในร่างกายของคุณคงจะต้องรับการรักษาด่วน....ส่วนตาข้างนี้ คุณลืมตาขึ้นมั้ยคะ" ฉันนำมือไปลูบบนหน้าของคุณเคียวจูโร่เบาๆ สภาพของเขาพอเดินได้ก็จริง แต่ก็คงจะเจ็บน่าดู

“ฉันขอยอมรับเลยแล้วกันว่ามันเจ็บมากแต่ฉันยังยืนไหวอยู่ ส่วนตาข้างนี้ดูท่าแล้ว...น่าจะใช้การไม่ได้อีกแล้วล่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ"คุณเคียวจูโร่ยิ้มให้ฉัน พร้อมกับนำมือมาทาบมือของฉันที่สัมผัสหน้าเขาอยู่

"คุณเคียวจูโร่….ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดของฉันเอง.. ฉันประมาทเองค่ะ ฉันจะรับโทษทุกอย่างเอง ฉันไม่ควรปล่อยให้มันหนีไปได้…” ฉันพูดขึ้น

“มันไม่ใช่ความผิดของเธอ ฉัน...ขอขอบคุณเธอมากนะ ฉันคิดว่าถ้าเธอมาช้ากว่านี้ ฉันอาจจะตายไปแล้วก็ได้ ฉันขอขอบคุณจากใจจริง!” คุณเร็นโกคุพูดพร้อมโค้งตัวลงเป็นการขอบคุณ และเขาก็ยังจับมือของฉันไม่ปล่อย เขาลูบหลังมือของฉันเบาๆเหมือนจะว่าปลอบโยน

"..."ฉันสบตากับเขานิ่ง เขาดูไม่มีท่าทีตกใจกลัว หรือมีท่าทีต่อต้าน ที่สภาพภายนอกของฉันเป็นอสูรแบบนี้

“คุณนักดาบ!!คุณเร็นโกคุ!!” ทันจิโร่ อิโนะซุเกะ และ เซ็นอิทสึที่แบกกล่องของเนซึโกะอยู่ด้วย วิ่งมาหาฉัน 

“…”พวกเขาตะลึงที่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของฉันถึงแม้จะเห็นแค่ครึ่งเดียว แต่สีตาของฉันเป็นสีแดงสดที่ใครเห็นก็รู้ว่าเป็นอสูร 

“คือ…คุณเร็นโกคุครับ… พวกผมขออภัยด้วยจริงๆครับที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณเจ็บหนักขนาดนี้…ฮึก..ถ้าพวกผมมีศักยภาพมากกว่านี้ล่ะก็..ตาของคุณก็คง…”ตะลึงได้แปปเดียว ทันจิโร่ก็หันไปคุยกับคุณเคียวจูโร่พร้อมกับน้ำเสียงรู้สึกผิดขึ้นสุด

“เจ้าหนุ่มคามาโดะ นี่มันไม่ใช่ความผิดของพวกนาย.."

“ตะ..แต่ว่า”

“ไม่มีแต่ทั้งนั้น เรื่องนั้นไม่สำคัญเลย ที่สำคัญกว่า เธอ…เป็นอสูรสินะ” คุณเคียวจูโร่หันมาถามฉัน

“คุณเคียวจูโร่…ทันจิโร่..พวกคุณคงได้ยินในสิ่งที่อาคาสะพูดกับฉันก่อนหน้านี้แล้วใช่มั้ยคะ" ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะเล่าความจริงทุกอย่างให้พวกเขาฟัง

“อืม..เราได้ยิน” คุณเคียวจูโร่พูดขึ้น

 

กึกก…... ฉันถอดหน้ากากออก เพื่อให้พวกเขาเห็นใบหน้าเต็มๆของฉัน

 

“อย่างที่คุณได้ยิน ตอนนี้สภาพภายนอกของฉันนั้นเป็นอสูรก็จริง แต่ฉันไม่ได้ใช้นามสกุลคิบุตสึจิหรอกนะคะ ชื่อจริงๆของฉันคือ สึกิคุนิ ยูคาริค่ะ”

“สึกิคุนิ?” คุณเคียวจูโร่เหมือนกำลังนึกอะไรสักอย่าง

“เอ้ะ..ยูคาริ…หรือว่า..”ทันจิโร่พูดขึ้น

“มีอะไรหรอทันจิโร่” ฉันถามไป เพราะเหมือนว่าเขาจะนึกอะไรบางอย่างออก

“มะ..ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณยูคาริพูดต่อเลยครับ”

“อืม..ฉันจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง คือ..เรื่องมันมีอยู่ว่า….”

.

.

.

“อื้ม!ฉันเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้วล่ะ!” คุณเคียวจูโร่พูดขึ้น

“…”ฉันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับฉัน เกือบ ทั้งหมด สิ่งที่ฉันยังไม่ได้เล่าคือฉันเป็นผู้ที่สืบสายเลือดผู้ใช้ปราณตะวัน และฉันก็ยังไม่ได้บอกกับพวกเขาเรื่องนี้ว่าฉันสามารถใช้ปราณตะวันได้

“ปราณที่เธอใช้คือปราณจันทรา เป็นปราณที่ต้องใช้มนต์อสูรโลหิตสินะ ช่างเป็นปราณที่ทรงพลังและน่าขนลุกจริงๆ”คุณเคียวจูโร่พูดหลังจากที่ทำความเข้าใจแล้ว

“ใช่ค่ะ ฉันพยายามจะเปลี่ยนมาใช้ปราณวารีแล้ว แต่มันยังไม่ทรงพลังพอที่จะสู้กับอสูรที่แข็งแกร่งได้ค่ะ...” 

“เท่ากับว่า เธอคงสภาพภายนอกที่เป็นอสูรตั้งแต่ที่ศูนย์บัญชาการใหญ่วันนั้นเลยสินะ ผ่านมานานแล้วนี่ ทำไมถึงไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมล่ะ!”คุณเคียวจูโร่ถาม

“..บอกตามตรง ฉันไม่ทราบค่ะ ฉันก็เป็นกังวลนิดหน่อย แต่ร่างกายของฉันก็ไม่ได้ผิดปกติอะไร ยังโดนแสงแดดได้ปกติอีกด้วย”

“อืม…แต่ข้าว่าปล่อยทิ้งไว้แบบนี้นานๆไม่ดีหรอกนะ!”

"..."

“แสดงว่าที่คุณปกป้องเนซึโกะตอนนั้น…”ทันจิโร่พูดขึ้น

“อื้อ ฉันคิดว่าน้องสาวของนายมีความคล้ายกับฉันบางส่วนน่ะ และก็กำลังหาวิธีรักษาอยู่ด้วย ถ้าสามารถรักษาฉันได้ ก็น่าจะรักษาน้องสาวของนายได้เช่นกัน” ฉันหันไปยิ้มให้กับทันจิโร่

“ขะ..ขอบคุณมากครับ ผม..ดีใจมากจริงๆครับ” ทันจิโร่พูดขึ้น

“อือ…มีเรื่องนึงค่ะ คุณเคียวจูโร่ ทันจิโร่ เซ็นอิทสึ อิโนะสุเกะ..พวกนายรู้ใช่มั้ยที่ฉันไม่ยอมบอกชื่อของฉันกับใคร และที่ฉันใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลาเป็นเพราะอะไร"

“เพราะแกเป็นอสูรอยู่ไงล่ะ!!”อิโนะสุเกะพูดขึ้น

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง จริงๆมันเป็นคำสั่งของนายท่าน คนที่ทำหน้าที่หน่วยพิเศษจะต้องทำการลบตัวตน และตระกูลของฉันก็โดนลบตัวตนเช่นกัน เพราะฉะนั้นฉันจะให้ใครเห็นหน้าตาที่แท้จริง หรือรู้ชื่อจริงๆของฉันไม่ได้เด็ดขาดแม้แต่นักดาบด้วยกันเอง รวมถึงเพื่อเป็นการปกป้องฉันจากมุซันด้วย นี่จะเป็นเรื่องเดียวที่ฉันจะขอร้องพวกนาย ได้โปรดอย่าบอกใครเรื่องของฉัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉัน หรือแม้กระทั่งชื่อจริงของฉัน หลังจากนี้โปรดเรียกฉันเหมือนที่เคยเรียก อย่าเรียกชื่อจริงของฉันเด็ดขาด”

“แต่เรื่องนี้ก็ควรบอกเสาหลักคนอื่นๆนะ จะได้ช่วยเหลื…”คุณเคียวจูโร่พูดขึ้น

“ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ!!! ...คุณเคียวจูโร่..ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมัน ที่ฉันจำเป็นต้องปิดบังกับทุกคนแบบนี้ก็เป็นเพราะคำสั่งของนายท่าน ทั้งฉันและนายท่านก็มีเหตุผลเหมือนกัน ที่สำคัญเรื่องแบบนี้ถ้าไม่เห็นกับตาก็คงไม่มีใครเชื่อหรอกค่ะ” ฉันตอบไป ที่จริงแล้วอีกอย่างที่ฉันยังไม่อยากบอกพวกเสาหลักคือ..ฉันยังไม่อยากให้กิยูเห็นฉันในสภาพนี้ด้วย...

“…”คุณเคียวจูโร่มองหน้าฉันนิ่งๆ

“ถ้าพวกคุณทุกคนไม่อยากเก็บเป็นความลับให้ฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันขอยื่นคำขาดว่านี่เป็นคำสั่งของฉัน ที่มียศเป็นหน่วยพิฆาตเฉพาะกิจที่มีตำแหน่งสูงกว่าพวกคุณทุกคนค่ะ” ฉันพูดออกไป

“เข้าใจแล้วครับ" คุณเคียวจูโร่ขานตอบ

“ได้โปรดทำตามที่ฉันขอด้วยนะคะ ตอนนี้มีแค่พวกคุณที่รู้ความลับของฉัน ที่ผ่านมาฉันอึกอัดมากเพราะไม่มีใครที่ฉันสามารถคุยเป็นเพื่อนได้ หลังจากนี้ฉันก็หวังว่าพวกคุณจะยอมรับฟังฉันนะคะ”

“แน่นอน!/แน่นอนครับ!” คุณเร็นโกคุและทันจิโร่พูดขึ้น

“แต่ฉันก็ไม่รู้ว่า..ที่ฉันทำไปวันนี้ และการที่ฉันเล่าเรื่องของฉันให้พวกคุณฟังนั้น ฉันไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า ซึ่งนั่นจะทำให้ฉันโดนปลดไหม...ก็ไม่รู้นะคะ.. แต่ยังไงฉันก็คงต้องรายงานเรื่องทั้งหมดให้นายท่านฟังก่อนล่ะนะ”

“ถ้าอย่างนั้น…ฉันจะไปกับเธอด้วย”

"คุณเคียวจูโร่..."

 

-END- [SEASON 1]

------------------------------------------------------------

talktalk : ขอสารภาพบาปเลยค่ะ ไรท์ไม่สามารถเขียนให้เร็นซังตายได้จริงๆ ไรท์ทำใจไม่ได้!!! ไรท์ขอฉีกจากเนื้อเรื่องหลักสักหน่อยนะคะ แหะๆ หวังว่าจะมีคนดีใจ ที่เห็นเร็นซังรอดจากศึกครั้งนี้นะคะ และถ้ารีดเดอร์อ่านดีๆจะสังเกตอะไรบางอย่าง ไรท์อดไม่ได้จริงๆเลยเแอบเพิ่มโมเม้นน้องยูคาริกับเร็นซังนิดหน่อยแหละค่ะ >< จริงๆไรท์ก็เมนกิยูแหละ แต่หลังจากดู the movie มาหลายรอบ ไรท์ตกหลุมรักเรนซังมากๆเลยล่ะค่ะ ;^;  และไรท์ก็ชอบการขายตรงของอาคาสะด้วยค่ะ555555

 

+Gift : ไรท์คันมือจนอดไม่ได้จริงๆกับโมเม้นเร็นซังและน้องยูคาริ ไรท์จึงsketch ออกมาเป็นรูปนี้ค่ะ!!

หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

49 ความคิดเห็น

  1. #42 เจ้าก้อนแป้งน้อย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:48
    ดีงามมมม เคียวจังยังไม่ตายยย //โดดลงเรือ
    #42
    0
  2. #41 เทพเหมันต์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:59

    ดีแล้วค่ะ รีดไม่อยากเห็นเร็นคุงตาย
    #41
    0