ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 9 : ศูนย์เก้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 930 ครั้ง
    14 มิ.ย. 62

          นิ้วชี้เรียวแตะลงบนช่วงศอกของตัวเองเล่นเป็นจังหวะ เบลกอดอกมองคุณสถาปนิกพูดอธิบายรายละเอียดที่ยังค้างจากครั้งก่อนรวมถึงเรื่องช่างเขียนแบบว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่

 

          ...ใต้ตาคล้ำเหมือนวันนั้นอีกแล้ว

 

          เจอร์ก็ยังเป็นคนที่ทำงานคล่องและคุยรู้เรื่องเหมือนเดิม แต่วันนี้ที่ต่างออกไปคงเป็นความรู้สึกที่ได้รับเวลาสบตา

 

          มันเป็นส่วนที่โกหกไม่ได้ และเบลเห็นประกายหม่นๆฉายอยู่บนนั้น

 

          ไม่รู้หรอกว่าไปเจออะไรมา เกี่ยวกับคนที่ทำให้เจอร์ เจ็บคอ รึเปล่า

 

          แต่ให้ตายสิ ไอ้ความรู้สึกอยากช่วยแต่ไม่รู้ต้องทำยังไงมันน่าหงุดหงิดชะมัด

 

          “มัคคิอาโตหน่อยมั้ย?” เขาถามขึ้นตอนที่คุณสถาปนิกแพนด้าถอนหายใจคลายเหนื่อยเหมือนทุกครั้งที่เสร็จงาน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววงุนงงนิดหน่อย

          “อ๋อ พกมาเองแล้วนี่” ยกนิ้วขึ้นจิ้มๆใต้ตาตัวเองทั้งสองข้างเพื่อบอกตำแน่งถุงกาแฟของเจอร์ เจ้าตัวหลุดยิ้มพร้อมกับส่ายหัว ทิ้งตัวพิงลงกับเก้าอี้อย่างหมดแรงเหมือนเด็ก

          “ผมเบื่อร้านตรงนี้แล้ว มันจืด” เบลเท้าคางฟัง ชวนกินกาแฟตอนห้าโมงกว่าไม่ใช่ปัญหาของคุณเขา ประเด็นคือความอร่อยไว้ก่อน

 

          ถึงได้บอกไงว่าเป็นคนตลก

         

          “ร้านที่คุณเคยเล่าให้ฟังอยู่ไกลมั้ย? ที่เป็นเรือนกระจก”

          “ก็ไม่เท่าไหร่นะ คุณอยากไปเหรอ?” เจอร์เลิกคิ้วถามซื่อๆ เล่นเอาซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของตัวเองแทบไม่ทัน

          “อืม”

          “งั้นรอแป๊ปนึงครับ ผมแชร์โลเคชันให้” เขาเอียงคอมองคนที่ตั้งท่าหยิบโทรศัพท์แล้วอยากจะหัวเราะออกมาให้รู้แล้วรู้รอด เฮ้อ...ทำเฉยเก่งจังเลย ขนาดบอกชัดตั้งแต่ตอนโน้นว่าจะจีบ

 

          เขินให้ดูสักนิดก็ไม่มี

 

          “ขับรถนำง่ายกว่าอีก” คุณสถาปนิกที่เพิ่งจะใส่รหัสของแอปพลิเคชันแชทเสร็จเงยหน้ามาขมวดคิ้วให้ตรรกะประหลาดของเขา ความจริงทางเลือกที่พูดไปก็ไม่ง่ายกว่าหรอก แต่มันอยากให้ไปด้วยกันนี่จะให้เอาอะไรมาอ้าง

          “คุณเบล?” เรียกชื่อพร้อมกับหรี่ตามองเหมือนกับเวลาเค้นว่าเขากำลังกวนประสาทรึเปล่า เบลเปลี่ยนเป็นนั่งยืดตัวตรง เท้าแขนลงกับโต๊ะกระจกรอการสอบสวน

          “ถ้าเพื่อนคุณอยู่ผมจะได้ส่วนลดป่ะ?”

 

          สารภาพแล้วว่าที่แท้ก็อยากไปเจอเพื่อนเขา, เจอร์โคลงหัวให้ความเนียนของอีกฝ่าย

 

          ตอนนั้นโดนถามว่าเคยออกแบบงานประเภทไหนมาบ้าง เลยหวังดีไทอินร้านเมษาไปด้วยเผื่อเพื่อนจะได้ลูกค้าเพิ่ม ไม่คิดว่าคุณลูกค้าจะโฟกัสตรงคำว่าเพื่อนเขามากกว่ากาแฟ

 

          เห็นพึมพำเหมือนกันว่าอยากรู้จักคนรอบตัวเขา พูดมาหน้ามึนๆว่าเหมือนเป็นการเข้าไปรู้จักโลกของเขาอีกนิด เพราะปกติเจอกันแค่ที่ทำงาน

 

          คนฟังตกใจกับความจริงจังนั้นได้ไม่ถึงนาทีก็กลับมางงเหมือนเก่ากับสีหน้าปกติของคุณเบล

 

          ก็คือรู้บ้างไหมว่าพูดออกมาแต่ละคำมันมีน้ำหนักแค่ไหน? -_-

 

          “ไม่หรอก เพื่อนผมงก” จินเจอร์หลุดยิ้มให้อีกฝ่ายที่ทำหน้าคิดหาทางชวนเขาไปด้วยต่อ ไม่คิดจะเก็บอาการหน่อยเลยว่ากำลังหาข้ออ้าง

          “งั้นไปแนะนำว่าควรดื่มอะไร?”

          “พนักงานหน้าเคาน์เตอร์เขารู้ดีกว่าผมอีกมั้ง”

          “เจอร์ครับ”

 

          เขาเลิกคิ้วมองคนเรียกยิ้มๆ

 

          “ไปเป็นเพื่อนกันหน่อยนะ”

          “ถ้าเป็นไปเป็นเพื่อนก็โอเคครับ” เขาเน้นย้ำคำตรงกลางประโยคจนคุณเบลมุ่ยหน้าที่พลาดท่าให้กันซะแล้ว

          “ลุกเร็วคุณ ถ้าช้าคนเยอะนะ” เจอร์เดินนำออกนอกห้องพร้อมรอยยิ้มจางบนริมฝีปาก ถ้าชวนตรงๆแบบนี้ตั้งแต่แรกก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธเลย คุณลูกค้าเขาคุยเพลินดีเหมือนกัน หายฟุ้งซ่านไปได้เยอะ

 

          ก็นะ ช่วงนี้ในหัวมันกำลังวุ่นวาย วิธีนี้พอช่วยได้ที่สุดแล้ว

          .

          .

          .

 

          เจอร์เหลือบมองคนข้างตัวที่ปกติไม่ได้แสดงออกทางสีหน้ามากมายแต่ตอนนี้ดูตื่นเต้นจนสังเกตได้แล้วนึกขำ รองเท้าหุ้มส้นสีขาวสะอาดแกล้งลดระยะฝีก้าวทีละนิด คำนวณเล่นๆในหัวว่าอีกกี่เมตรจะถึงร้านเมษาก็อยากกวนคุณลูกค้าสักหน่อย

 

          “อยู่ชั้นนี้เหรอ?”

          “ครับ ข้างหน้า” เขาลอบยิ้มให้คนที่อยากรู้แต่ไม่อยากถาม เดินลากเท้าเอื่อยๆจนในที่สุดก็มาถึงร้านกาแฟร้านโปรดบรรยากาศสบายตาเหมือนเคย และวันนี้สาวทั้งสองคนก็อยู่กันครบ

 

          จังหวะดีจริงๆ

 

          “อ้าวมึง? จะเข้ามาไม่บอกก่อน?” เมษาเลิกคิ้วถามก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นว่ามีคนไม่คุ้นตายืนอยู่ด้านหลัง

          “หวัดดีครับเจ้ ทีแรกไม่คิดว่าจะมาแต่—” เจอร์ยกมือไหว้รุ่นพี่ตามหลังด้วยการอธิบายที่ขาดหายเพราะไม่รู้จะแนะนำคุณเบลกับเพื่อนตัวเองยังไง

 

          นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหันสบคุณลูกค้าครู่หนึ่งและเบนหน้ากลับมาทางเก่า

 

          “— แต่เคยเล่าให้คุณเบลฟังเขาเลยสนใจ” แม้จะพยายามปัดการบอกความสัมพันธ์แบบเนียนๆแต่คนที่รู้จักเขาดีอย่างเมษาก็ไม่ปล่อยผ่าน เธอยกยิ้มให้คนมาใหม่ตามมารยาทพลางส่งสายตากดดันใส่เขา

          “นี่เมษาครับ เพื่อนผม ส่วนนี่เจ้เจิง เป็นรุ่นพี่ที่สนิทกัน” จินเจอร์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพื่อเอาตัวรอด จะเดินเข้าไปด้านในที่เป็นมุมประจำก็มีลูกค้าคนอื่นอยู่ก่อนแล้ว คุณสถาปนิกเลยจำต้องนั่งโต๊ะแถวเคาน์เตอร์ สะดวกต่อการ ใส่ใจ ของทั้งเพื่อนทั้งพี่ไปอีก

          “คุณเบลรับอะไรดีคะ?” เพื่อนสาวเท้าแขนลงกับท็อปไม้สีอ่อนถามเสียงนุ่ม เจอร์อยากจะกลอกตาใส่ให้มันผลุบไปหลังกะโหลก

 

          แคร์เพื่อนไม่เท่าแคร์เรื่องของเพื่อนคือโคตรจริง

 

          “มัคคิอาโตกับชามะลิครับ” ถึงไม่มีจังหวะซิตคอมแบบที่หน้าเมษลื่นพรืดจากมือที่เท้าคางอยู่แต่ไอ้การร้องฮะแบบงงเหลือเกินแล้วหันมามองหน้าเขามันก็ชัดเจนจนต้องถอนหายใจขำๆ

          “อะไร?” เขาเลิกคิ้วถาม สาวเจ้ายืนอ้าสลับหุบปากอยู่สักพักก็แยกเขี้ยวคาดโทษไว้ก่อน สงสัยจะรำคาญใจที่หมดหนทางถามอย่างไม่โจ่งแจ้งเกินไปต่อหน้าคุณเบล

 

          เช่น รู้ได้ยังไงว่านอกจากน้ำเปล่าและของมึนเมา ไอ้ขิงมันดื่มแต่มัคคิอาโตแค่อย่างเดียว

         

          “ผมพูดอะไรผิดเหรอคุณ?” หันกลับมาก็เจอคนนั่งขมวดคิ้วน้อยๆเหมือนกังวลกับท่าทางน่าขันที่เมษทำออกมา

          “เปล่าครับ เมษมันเป็นบ้า”

          “คายออกมาให้หมด” เขาสะดุ้งเมื่อคนที่กำลังถูกว่าร้ายโผล่จากไหนไม่รู้มายืนแบมือรองใต้คาง งงกันไปเป็นแถบพอเห็นเจ้าของร้านทำหน้านิ่ง

          “?” เลิกคิ้วถามเป็นเชิงว่าไม่เข้าใจ

          “หมาในปากมึงน่ะ”

 

          คุณเบลแอบเบือนหน้าหนีไปขำอีกทางระหว่างที่เจ้าของร้านตัวแสบเลื่อนเก้าอี้และทิ้งตัวลงฝั่งเดียวกับเขา เหลือบมองงานการที่เมษาควรจะต้องรับผิดชอบก็เห็นมีพนักงานรุ่นน้องคนเดิมทำแทนเรียบร้อย

 

          คือพร้อมมีส่วนร่วมสุดๆไปเลย

 

          “ถ้าเจอร์ดิสเครดิตร้านเมษคุณเบลอย่าไปฟังนะคะ ตอนจ้างออกแบบมันหาว่ากดราคาเลยแค้น” เอาเข้าไป ย้อนกันได้เป็นตุเป็นตะเพราะดันเผลอนินทาไม่ถึงสามคำ แล้วคุณเบลนี่ก็หัวเราะชอบใจอยู่นั่นที่เห็นชาวบ้านเขาแตกแยก

          “ผมก็ว่า...” สองซี้หันขวับเมื่อคนมาใหม่ลากเสียงพร้อมกับทำหน้าคล้ายเห็นด้วย เมษาที่พูดเล่นตอนแรกก็คือเตรียมมือไว้โบกหัวเพื่อนแล้ว บังอาจมาใส่ร้ายกันมันยอมไม่ได้!

          “ถึงขนาดต้องเอาฝาชีมาเป็นโคมไฟ”

          “มันเป็นสไตล์เหอะคุณ!” หญิงสาวกระพริบตาปริบมองไอ้ขิงแหวอย่างฉุนๆก่อนจะหลุดขำจนตัวงอ ก็ไอ้โคมไฟแบบห้อยหน้าตาคล้ายที่ครอบอาหารของคุณยายน่ะโดนล้อตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ใครเห็นก็ทักทั้งนั้นว่าต้องใช่แน่ๆ

 

          คุณเบลนี่ตาถึง

 

          “ดูคนเป็นเพื่อนเขาทำกัน คุณเบลดู” เมษาเล่นมุกตีหน้าเศร้าจนเจอร์อยากงับหัวไปสักทีสองที แท็กทีมรุมเลยนะพอมีโอกาส น่าหมั่นไส้ชะมัด

          “ตรงแพนทรีผมทำแบบนี้ดีมั้ย? ม้าน่าจะชอบ”

          “คุณเลือกดาวน์ไลต์เพราะกลัวฝุ่นจับ” หญิงสาวคนเดียวมองหน้าเพื่อนสลับกับหนุ่มหล่อคลีนตรงข้าม จดไว้ในใจว่าถ้ามาอีหรอบนี้น่าจะเป็นลูกค้าของเจอร์อีกคน ไม่ได้แปลกอยู่แล้วเพราะบางทีเจ้าตัวก็ชอบพารายอื่นมาคุยงานร้านเธออยู่บ่อย

          “ว้า ลืมไปเลย” แต่เคมีกวนประสาทกับความสนิทมันยังไงๆอยู่ เมษามองเพื่อนที่ตีหน้าเหม็นเบื่อใส่คุณเบลอย่างไม่ปิดบังแล้วชักห่วงว่ามันจะเสียลูกค้า เธอเลยหยิบถุงผ้าขนาดน่ารักที่หยิบติดมือมาตั้งแต่แรกยื่นให้เพื่อเปลี่ยนอารมณ์

          “น้องมึงฝากมาให้ เห็นบอกว่าลืมแยกถุงเลยปนกับของกูมั้ง” จากคนที่ทำหน้าเบื่อโลกอยู่แล้วยิ่งยู่ลงกว่าเดิมเพราะพอชะเง้อดูของด้านในก็เจอแต่ที่มาส์กหน้ากล่องใหญ่และเซ็ตเครื่องประทินผิวแบบจัดเต็ม

          “คงกลัวพี่ชายไม่หล่อ” เมษหัวเราะคิกให้คนที่ลงดีเทลกับเรื่องงานเป็นอย่างเดียว ส่วนการดูแลตัวเองแบบยุบยิบอย่างนี้เจอร์ขอบาย

          “คุณเจอร์มีน้องด้วยเหรอครับ?”

          “ครับ น้องสาว ตอนนี้ทำงานอยู่อังกฤษ” เบลเห็นประกายภูมิใจระคนสดใสของคนพูดก็เผลอยิ้มตามออกมา

          “เหมือนกันเลย แต่ของผมเป็นลูกหลง กำลังขึ้นม.ห้า” ความบังเอิญครั้งที่สองทำให้เจอร์ชักสนใจ รอบแรกเป็นเรื่องรถมินิที่ใช้ใกล้เคียงกัน ส่วนรอบล่าสุดคือเรื่องที่คุณเบลเองก็มีน้องสาว

         

          ถ้าเมษรู้ต้องแซ็วว่าเนื้อคู่แน่ๆ

 

“วัยกำลังแสบ” เขานึกกลับไปถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพิ้ง รายนั้นน่ะไปสุดจนหยุดไม่อยู่ซะทุกทาง เที่ยวก็เก่งเรียนก็หนัก บางทีก็แอบลองอะไรประหลาดๆจนเขาต้องกลายร่างเป็นตาแก่ขี้บ่น

“มีเทคนิคอะไรที่ผมควรรู้มั้ยคุณเจอร์?” คุณเบลทำท่าจริงจังจนน่าตลก เหมือนกับเขากำลังจะคายตะขาบถ่ายทอดวิชาเหนือมนุษย์ให้อย่างนั้นแหละ

“น้องคุณเบลดื้อเหรอครับ?”

“ก็ไม่เชิงนะ แค่เวลาปักใจกับอะไรแล้วก็จะทุ่มสุดตัว ไม่สนคนรอบข้างเลยไม่ว่าใครจะพูดยังไง”

“ฟังดูเท่มากกว่าดื้อนะผมว่า”

“กับบางเรื่อง”

 

          พนักงานเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟที่โต๊ะและแอบกระซิบกับเมษาว่าคนเริ่มเยอะ เงยหน้ามองนาฬิกาก็เข้าช่วงเลิกงานแล้ว เธอเลยขอตัวปล่อยให้สองหนุ่มที่เข้าโหมดพี่ชายคุยกันไปตามสบาย

 

          “เริ่มโตก็แบบนี้แหะครับ บางอย่างต้องปล่อยให้เขาเจอเองเพราะมันสอนกันด้วยคำพูดไม่ได้” เจอร์เชื่อและเลี้ยงพิ้งมาแบบนั้น อาจเพราะช่วงวัยไม่ต่างกันมากเลยเข้าใจว่าการให้พื้นที่และเคารพการตัดสินใจมีความสำคัญแค่ไหน

 

ไม่รู้หรอกว่าผิดหรือถูก แค่ตอนนี้น้องเขากำลังก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างแข็งแรงก็ภูมิใจมากแล้ว

 

          “แค่บางทีห่วงใจเขา สุดโต่งเหลือเกิน” คนฟังหัวเราะเมื่อเห็นคุณเบลในมุมนี้เป็นครั้งแรก คุณเบลที่กังวลแต่ก็พยายามจะยอมรับ เขาเองผ่านจุดนั้นมาก่อนและรู้ถึงส่วนที่ยากที่สุด

          “ต้องพิ้งขึ้นประถมเขามาขอให้ฝึกขี่จักรยาน”

 

เจอร์เรียบเรียงคำพูดที่สื่อความหมายอย่างนามธรรมไม่เก่ง เขาเลยเลือกจะเล่าประสบการณ์และให้อีกฝ่ายหยิบมุมที่คิดว่าใช้กับตัวเองได้กลับไปแทน

         

“ผมพยายามสอน แต่น้องรั้นมากเพราะอยากทรงตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องมีคนจับให้” เบลเท้าคางฟัง มองสายตาเอ็นดูที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อนจากเจอร์

          “ช่วงแรกก็ไม่สนหรอก กลัวน้องล้มจนเจ็บเป็นแผล แต่สุดท้ายประคองสักพักก็ต้องปล่อยพอเขาเริ่มจะปั่นได้” หลังมือสีน้ำผึ้งไล้กับแก้วกาแฟกระดาษในมือเล่น ยิ้มออกมาน้อยๆ

          “แล้วก็อย่างที่คิด ไม่มีใครที่ไม่เคยล้มจากการปั่นจักรยานครั้งแรกด้วยตัวเอง วันนั้นน้องร้องไห้จ้า ส่วนผมก็ได้เรียนรู้ความจริงอีกข้อ...”

 

          “ว่าถ้ามันแลกกับการได้ลงมือทำในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ ถึงจะเจ็บก็ไม่เป็นไรเลย”

 

        เพราะสุดท้ายแผลของพิ้งก็หายและเขาก็ได้น้องสาวที่รู้ว่ามุมที่จักรยานสองล้อมันเอียงได้โดยไม่ล้มคือเท่าไหร่บ้าง, เจอร์อมยิ้ม

 

          บทสนทนาในหัวข้อเดิมดำเนินต่อไป ความเป็นพี่ชายกับประสบการณ์คล้ายกันขับเคลื่อนทุกอย่างจนเพลินและลืมเวลา รู้ตัวอีกทีก็เป็นตอนที่โทรศัพท์คุณเบลดังขึ้นและเขามีโอกาสได้เช็กมือถือของตัวเองบ้าง

 

          อ่า...จะทุ่มนึงแล้วเหรอเนี่ย?

 

          “บอกม้ารึยัง? วันนี้เฮียมาคุยเรื่องทำบ้าน ไม่ได้เข้าไปกับป๊า” เขาเงยหน้ามองคุณเบลที่แทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ อีกคนกำลังทำหน้านิ่งเรียบเหมือนรอฟังปลายสาย

          “แล้วหนูจะกลับกับใคร? มันมืดแล้วนะ” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มละมองบรรยากาศรอบข้างเพื่อไม่ให้ดูตั้งใจฟังจนเสียมารยาท แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถึงเขาจะเอ็นดูน้องขนาดไหนก็ไม่เคยถึงขั้นเรียกกันว่า หนู เลยสักครั้ง

 

          คุณเบลมีมุมหวานๆกับเขาเหมือนกันแฮะ

 

          “เดี๋ยว— เมื่อกี้บอกว่าอยู่ไหนนะ? อ้าว...เฮียอยู่ชั้นสองเนี่ย หนูเดินขึ้นมาเลย ร้านกาแฟ...” เขาอมยิ้มฟังคนที่บอกชื่อร้านเมษาอย่างคล่องเหมือนฝึกจำมาหลายวัน คุณเบลวางสายไปแล้ว นั่งนิ่งเหมือนคิดอะไรอยู่ในหัวก็เงยหน้ามองเขา

          “รบกวนคุณเจอร์รึเปล่า?”

          “หืม? เรื่องที่น้องคุณเบลจะมาเหรอครับ? ไม่เลย ผมอยากรู้เหมือนกันว่าพี่ชายแบบนี้จะมีน้องสาวแบบไหน”

          “พี่ชายแบบนี้แปลว่าอะไรก่อน?” เจอร์ยักไหล่กวนประสาท นั่งสักพักก็เห็นเด็กหญิงในชุดนักเรียนที่มีคอซองแบบไขว้เหมือนที่เคยเห็นตามโรงเรียนสาธิต ผมที่ถ้าปล่อยน่าจะยาวจนถึงกลางหลังถูกมัดรวบแบบหลวมๆจนมีปอยผมที่ยาวไม่พอจะรวบไปด้วยกันระอยู่ข้างแก้ม

 

          แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สะดุดตาจินเจอร์ที่สุดหรอก

 

          “...” น้องไม่พูดอะไร ทำแค่ยกมือไหว้คุณเบลกับเขา ตอนที่อีกฝ่ายเห็นหน้ากันชัดๆเหมือนจะอมยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยและทรุดตัวนั่งลงข้างพี่ชาย

        “เราเรียนวาดรูปเหรอครับ?” เขาพยักเพยิดไปยังกระดานรองวาดที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าสีเหลี่ยมใบโตที่น้องวางอยู่บนเก้าอี้อย่างระมัดระวังจนสังเกตได้

          “ช่วงนี้ทั้งวาดทั้งทำพอร์ต หนู— ด้าจะเข้ารอบแรกเลยต้องรีบเตรียมตัว”

          “ไอด้า”

        “...ค่ะ” เขายิ้มขำให้น้องที่ยอมลงท้ายหางเสียงหลังโดนพี่ชายเรียกด้วยสีหน้าเซ็งๆ ไอด้าสบตากับเขาเหมือนจะฟ้องความเยอะอย่างของคุณเบลและถอนหายใจ

          “พี่ถามได้มั้ยว่าไอด้าอยากเรียนด้านไหน?” เจอร์ชวนคุยต่อพลางยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟมารับเมนู ตอนแรกน้องทำท่าจะปฏิเสธแต่คงอยากคุยกับเขามากกว่าเลยตอบไปให้จบเรื่อง

 

          และน้องสั่งดอปปิโอซึ่งเอาดีๆก็คือกาแฟแบบโคตรเข้มเลยให้ตายสิ

 

          “จะไม่นอน?” ขนาดคุณเบลยังต้องถามด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ นี่มันทุ่มกว่าแล้ว ขืนดื่มไปคงได้โต้รุ่งแน่

          “อือ มีงาน” เขาเริ่มเห็นเลือนรางว่าเชื้อความมึนของคุณเบลน่าจะติดต่อไปถึงน้องด้วย เพราะจากที่ไม่คาดคิดว่าจะตอบคำถามกึ่งประชดนั่นด้วยการยอมรับ ไอด้ากลับพยักหน้าราบเรียบเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่

          “เตรียมพอร์ตเหรอครับ?” เจอร์เริ่มจะเทความสนใจทั้งหมดไปยังคนเป็นน้อง ท่าทางติสท์หน่อยๆเหมือนเจอคนพวกเดียวกันทำให้เขาอยากคุยด้วย

          “ค่ะ คอมดี— หมายถึงออกแบบสื่อสารเขาซีเรียสตรงนี้ เลยต้องให้เวลามันเยอะๆ”

          “เฮ้ย งี้เราก็เป็นรุ่นน้องพี่ดิ พี่จบอินเตอร์เหมือนกันแต่เป็นอีกสายนึง” แน่นอนว่าชื่อย่อแบบนั้นมันชัดเจนอยู่แล้วว่าน้องหมายถึงคณะไหน ม.อะไร เจอร์เห็นเด็กผู้หญิงตรงหน้าตาเป็นประกายขึ้นมาหน่อยเหมือนอยากฟังประสบการณ์จากคนแก่ เขาเลยชวนน้องคุยจนคนพี่ทำได้แค่นั่งฟัง

 

          “...แล้วช่วงปีสามนะ เพื่อนพี่มันเล่าให้ฟังว่าสูบพลังชีวิตมาก นอกจากเรียนอึดแล้วยังต้องเตรียมยื่นฝึกงานด้วย แต่เอาจริงๆมันก็ดูเอนจอยนะ ที่บ่นเหนื่อยเช้ามามันก็หายพร้อมลุยต่อ”

          “โห หนูจะรอดกับเขียนโปรแกรมมั้ยเนี่ย” เจอร์ยิ้ม มองน้องที่เริ่มสนิทใจจะใช้สรรพนามนั้นกับเขาบ่นงุบงิบแต่ก็จ้องตาแป๋วเหมือนอยากจำทุกคำพูดเอาไว้ในเมมโมรี

          “ไม่ต้องกลัวหรอก ไม่รอดก็ต้องรอด” คนแก่กว่าหัวเราะเมื่อไอด้าถอนหายใจใส่เหมือนบอกว่าไม่ได้ช่วยให้มีกำลังใจขึ้นมาสักนิด

          “พอพี่เจอร์ทำงานแล้ว ชอบมันน้อยลงมั้ย?” ที่อีกฝ่ายถามถึงคงเป็นความรู้สึกที่เขามีให้งานออกแบบและสิ่งที่เรียนมา เคยได้ยินเหมือนกันที่บางคนบอกว่าถ้าเราเอาสิ่งที่รักมาทำเป็นอาชีพและหาเงินจากมัน ความรู้สึกจะไม่เหมือนเดิม แต่สำหรับเขาแล้ว

          “ไม่เลย พี่ยังชอบทุกอย่างที่เคยชอบเหมือนเดิม อาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ”

 

          ไอด้าเท้าคางฟัง พยักหน้าผ่านๆให้พี่ชายที่บอกว่าจะยกของไปเก็บที่รถให้ก่อนแล้วจะกลับมารับ

 

          “แต่ก็ต้องยอมรับว่าในความเป็นจริงมันมีบางอย่างที่เราไม่อยากเจอปนเข้ามาด้วย อย่างเช่นลูกค้างี่เง่า”

          “หนูคิดถูกละที่ไล่เฮียออกไปก่อน”

 

          เขาสองคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

          แต่พี่ว่าถ้าเราชอบอะไรสักอย่างมากๆ มากพอที่จะรับเอาด้านที่เราไม่โอเคของมันไว้ด้วยก็คงไม่ต้องกังวลหรอก”

          “...”

          “ไอด้าชอบมันขนาดนั้นมั้ยล่ะ?” เขาถามน้องที่เงียบไปราวกับต้องใช้ความคิดสักพัก เจอร์ดูดมัคคิอาโตของตัวเองรอ ในขณะที่แก้วของน้องเกลี้ยงไปพักใหญ่แล้ว

 

          “คิดว่ารักนะ”

 

        คำนั้นเหมือนกับสะท้อนบทสนทนาทั้งหมดและมัดรวมกันไว้ในใจของคนฟัง จินเจอร์เห็นภาพใครอีกคนซ้อนทับห้วงความคิด แล้วจู่ๆทุกอย่างก็ดูเกี่ยวข้องกันอย่างไร้เหตุผล

 

          “หนูขอไลน์พี่เจอร์ได้มั้ย?” เขาเลิกคิ้วนิดหน่อยก่อนจะระบายยิ้มออกมาแล้วตอบว่าไม่มีปัญหา

 

          ได้คุยกับน้องแล้วเหมือนเห็นตัวเองเมื่อหลายปีที่แล้วเลยจริงๆ

 

          น้องลุกขยับมานั่งฝั่งเขาก่อนจะกดเปิดหน้าจอมือถือเพื่อจะแลกช่องทางติดต่อกัน แต่ถูกขัดจังหวะด้วยพนักงานที่มาเก็บแก้วเปล่าฝั่งตรงข้ามเสียก่อน ไอด้าเลยหันไปขอบคุณ

 

          นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มชะงักค้างอยู่กับล็อกสกรีนที่มีตัวหนังสือเรียงกันเป็นประโยคสองประโยคที่เชื่อมกันด้วยคอมมา

 

        You broke my heart, but I still love you with all the pieces.ไอด้าอ่านออกเสียงเมื่อเห็นพี่ชายคนใหม่มองมันอยู่นานจนหน้าจอมืดไปอีกครั้ง ครู่เดียวที่จินเจอร์เงยหน้าขึ้นมาสบตากันเธอก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง

          “เห็นตอนเล่นพินก็เลยเซฟมา” เด็กสาวยิ้มบางๆ ก้มลงกดมือถือเพื่อเข้าแอปพลิเคชันที่ตั้งใจไว้เสียที

          “ไม่ได้มีประสบการณ์ตรงอะไรหรอกพี่เจอร์ หนูก็ตั้งไว้เผื่อว่าวันนึงจะเข้าใจ” เธอเปิดบาร์โค้ด รอคนที่นั่งนิ่งเหมือนมีเป็นพันความคิดวิ่งอยู่ในหัวอย่างใจเย็น

 

          “ว่าเราจะรักคนคนนึงได้มากมายขนาดนั้นจริงๆมั้ยนะ?”

 

          จินเจอร์กดโทรศัพท์ตัวเอง เพิ่มน้องเป็นเพื่อนใหม่เรียบร้อยพร้อมกับคำถามที่ทำให้อกวูบโหวง

 

          “เอาจริงก็ไม่ค่อยอิน เพราะเท่าที่รู้ตอนนี้คือไม่มีใครที่ทำร้ายความรู้สึกเราได้หรอก...” ไอด้าเก็บมือถือบางเฉียบแนบกับกระเป๋าสตางค์สีพื้นในมือ หยิบวางธนบัตรสีม่วงไว้บนโต๊ะพร้อมเอาแก้วของเขาทับไว้

          “...นอกจากตัวเราเองจะยอมให้เขาเข้ามาทำร้าย และการยอมลดคุณค่าของตัวเองลงขนาดนั้นเพื่อใครสักคน...”

 

คงจะไม่ใช่ความรักที่ดีสักเท่าไหร่



_________________________________________________________________

ทำไมเรามาเลตทุกครั้งที่เป็นพวกบทศูนย์ แง้ TT

เอาน้องมาทำให้นายขิงของเรานึกถึงตัวเองในวันเก่าๆหน่อย

วันที่ยังรักตัวเองได้มากกว่านี้อีกนิดนึง

#เหลือศูนย์



T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 930 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #775 MeNe (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 03:27
    น้องด้าไลฟ์โค้ช
    #775
    0
  2. #752 softless (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 01:42
    พระเอกคือคุณเบลนั้นเองงงงง เชียร์นะเอาดี
    #752
    0
  3. #744 thepankk_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 16:38
    เอาละ ชอบคนพี่ไม่พอ มาชอบคนน้องอีก5555555
    #744
    0
  4. #718 PeEarn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 12:58
    ทีมคุณเบลแล้วววว พระเอกคืออะไร ไม่รู้จักก
    #718
    0
  5. #716 YFTD_pk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 10:12
    เชียคุณเบลอะแง พระเอกใจร้าน !!!
    #716
    0
  6. #689 canookss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 15:32
    ไอด้าาาา หนูลูกกกกก
    #689
    0
  7. #684 Siri_koh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 09:57
    น้องด้าโคตรเท่ เรือเบลขิงได้มั้ยคะ
    #684
    0
  8. #659 sukanyarak (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 12:19
    น้องด้าสุดปัง
    #659
    0
  9. #652 CallistoJpt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 20:59
    คำพูดน้องไอด้าตอนท้ายน่าจะแทงใจพี่ขิงไปเต็มๆเลยค่ะ
    #652
    0
  10. #615 Kibibiza (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 11:26
    ตาสว่างสักทีขิง ออกมาเหอะ ตัดๆๆๆหักดิบไปเลย
    #615
    0
  11. #613 pang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 00:52

    ก็ยังคงเชียร์ให้พี่เจอร์เลือกคุณเบลอยู่ดี555555//น้องด้าทอร์ปฟอร์มมากลูก

    #613
    0
  12. #562 llllovellll (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 01:35
    เหมือนโดนน้องด้าตอกย้ำเรยแง้ ไม่ได้หมายถึงพี่เจอร์ หมายถึงคนอ่าน555555
    #562
    0
  13. #560 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 01:16
    ทำไมน้องด้าโซหลัว?
    #560
    0
  14. #452 tang_thai°°° (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 20:59
    ไอด้าคือ พูดดือมากเลยนะ
    #452
    0
  15. #427 Thatsawan To Love (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:47
    อห ไอด้า ท็อปฟอร์มมากรู้ตัวป่าว ผมนี้ร้องอหเลยยยย
    #427
    0
  16. #417 Tnchrx000 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 13:22
    ผันตัวเป็นเอฟซีน้องไอด้าเลยค่ะ ความคิดความอ่านได้มากกกกก
    #417
    0
  17. #399 Ayyyye (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 03:44

    น้องไอด้ามีความผัวสูงมาก สูงกว่านันท์ซะอีก 5555555555 น้องเท่ห์เกิ๊น มอห้ายังขนาดนี้ โตกว่านี้จะเท่ห์ขนาดไหน

    #399
    0
  18. #395 YYEE (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 02:25
    โหหห ไอด้าาาา เริ่ด
    #395
    0
  19. #388 Noey5649 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 00:42
    คือเรื่องนี้ดีมากๆๆๆๆทำเพิ่งเจออะแงงง
    #388
    0
  20. #371 kmmmmmm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 11:00
    แทงใจสุดๆไปเลยยย
    #371
    0
  21. #352 kittybeanz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 18:38
    เฉียบมากก!!
    #352
    0
  22. #342 __b.bam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 14:24
    อะ ต้องให้เด็กมาสอนนน
    #342
    0
  23. #314 beme. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:45
    โหหหหห ไอด้า แทงใจดำมาก
    #314
    0
  24. #257 Angzaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 19:02
    ไอด้าเฉียบมากค่ะ
    #257
    0
  25. #223 xqaantqx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 21:57
    ไอด้าลูกก เฉียบมาก สุดปัง
    #223
    0