ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 6 : ลบหก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,000 ครั้ง
    7 มิ.ย. 62

          เขาสมควรแก่การขึ้นเงินเดือน

         

          เจอร์ย้ำความคิดนั้นในหัวพลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน หมดพลังจนแทบจะคลานเข่ากลับบ้านก็ยังต้องลากสังขารมาเจอลูกค้าทั้งที่มันเป็นเวลาเลิกงานอีก

 

          พี่มุกต้องให้โล่พนักงานดีเด่นกับเขาด้วย

 

          สยามพารากอนในเย็นวันพฤหัสไม่ใช่เรื่องตลก ได้ยินแว่วๆว่ามีใครมาจัดอีเวนต์บนพารากอนฮอลล์ไม่รู้ รู้แต่ว่าคนเต็มไปหมดจนเขาที่ต้องเดินไปร้านหนังสือตรงชั้นทางผ่านชักปวดหัว เจอร์ก้มมองนาฬิกา อีกนิดเดียวจะต้องโดนคุณเบลแซะว่ามาช้าอีกแล้วแน่ๆ

 

          ใช่ คนที่ทำให้เขาบ่นฟ้าบ่นดินในใจก็คือเจ้าของรอยยิ้มกวนประสาทคนนั้นแหละ

 

          หลังจากคุยงานกันไปเมื่อวันจันทร์และบ่ายของวันนี้อีกฝ่ายก็ปิ๊งไอเดียว่าอยากมาหาแบบบ้านเพิ่มเติม รวมถึงพวกร้านสั่งทำเฟอร์นิเจอร์ที่น่าจะตอบโจทย์ แน่นอนว่าคนที่ต้องจัดวางและออกแบบทุกอย่างให้ลงตัวอย่างเขาก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย

 

          ความจริงแชทกันก็ได้รึเปล่า?, คิดแบบนั้นตอนบันไดเลื่อนพาถึงชั้นที่ต้องการพอดี

 

          เจอร์ถอนหายใจโล่งอกเมื่อไม่เห็นคุณเบลยืนรอหน้าร้านหนังสือ ในใจร้องเยสไปเรียบร้อยที่มาก่อนได้อย่างฉิวเฉียด สงสัยจะเป็นคนตรงเวลาเป๊ะสินะ สู้เขาที่มาล่วงหน้าตามมารยาทตั้งสามนาทีก็ไม่ได้

 

          “คุณช่วยกินหน่อย ผมเช็ดมือแล้ว” ออริจินอลสติ๊กร้านป้าแอนถูกยื่นมาพร้อมน้ำมะนาวในแก้วสีน้ำเงิน คุณเบลพูดเหมือนอยากให้เขากินจะได้จบๆ แต่ถ้าจำจำนวนชิ้นขนมได้ก็จะรู้ว่ามันยังอยู่ครบเหมือนเพิ่งซื้อ

 

          แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น

 

          “ถึงนานแล้วเหรอครับ?” ก็ร้านขายขนมที่ว่ามันไม่ได้ใกล้ๆน่ะสิ ถึงจะอยู่ชั้นเดียวกันแต่มันคืออีกปีกนึงเลยไม่ใช่หรือไง

          “วันนี้ตรงเวลาแฮะ” คุณเบลไม่ตอบแต่ทำเป็นก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง เขาที่เริ่มจะชินกับการกวนหน้าตายของอีกฝ่ายจึงตีความได้ว่ากำลังโดนแซ็ว

         

          เจอร์หยิบเจ้าขนมปังแท่งมากัดแก้หงุดหงิด ปล่อยให้คนยิ้มสวยยืนดูดน้ำผลไม้อีกแก้วในมือพร้อมกับมองเขาไปเรื่อยๆ หมดแท่งที่สองและอารมณ์ดีขึ้นหน่อยถึงได้หยิบทิชชู่มาเช็ดปลายนิ้ว เก็บน้ำกับขนมลงถุงและพยักหน้าเป็นเชิงว่าพร้อมลุย

         

          “คุณพอจะมีแบบที่อยากได้ในใจมั้ย?”

          “คร่าวๆครับ แต่อยากลองดูพวกนี้ก่อน” คุณเบลหยิบหนังสือเกี่ยวกับดีไซน์บ้านขึ้นมาให้เขาดู เจอร์มองตามและพลิกอ่านชื่อปก

          “อืม...งานของคนนี้ก็เข้ากับที่คุณบรีฟไว้อยู่นะ ไม่กลืนจนดูน่าเบื่อ” เขาไล่สายตากับชั้นวาก่อนจะหยิบอีกเล่มนึงออกมา เป็นนักออกแบบคนไทยที่เคยได้ยินชื่อมาบ้าง ดูแล้วก็เหมาะกับโปรเจคนี้ดี

 

          ลูกค้าที่เริ่มจะสนิทกันหันมองภาพบนหน้ากระดาษของเขาอย่างสนใจ ถึงจะเพลียนิดหน่อยแต่พอได้พูดถึงเรื่องที่ชอบเจอร์ก็สดใสขึ้นมาบ้าง เขาให้คำปรึกษาและรับฟังภาพในหัวที่อีกคนพยายามเล่า ดึงหนังสือเล่มใหม่ออกมาจากชั้นวางเมื่อมีไอเดียใหม่ๆที่พอจะไปด้วยกันได้

 

          ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนคุยงานกับลูกค้าคนอื่นสนุกขนาดนี้รึเปล่า

 

          “งั้นรอบหน้าผมเอาอันนี้ไปเป็นเรฟนะ”

          “ครับ ตรงคอร์ทยาร์ดชั้นสองต้องเท่มากแน่ๆ” เจอร์ยิ้มรับหนังสือที่ผ่านเข้าถึงรอบสุดท้ายสองเล่มในมือของเบล แค่คิดว่ารอบหน้าจะเพิ่มหรือปรับแก้ตรงไหนบ้างก็ชักจะน่าสนใจแล้ว

 

          คนตัวสูงไล่เลี่ยกันมองแววตาวาววับเหมือนเด็กเจอของเล่นถูกใจก็หลุดยิ้ม รู้สึกดีไปด้วยเวลาที่ได้เจอคนทำตามแพชชันของตัวเองอย่างทุ่มเทแบบนี้

 

          “คุณดูหนังสืออะไรเพิ่มมั้ย? ของผมน่าจะได้ละ” เบลหมายถึงหนังสือเล่มหนาที่ตัวเองกำลังถืออยู่ สังเกตอีกคนที่มีสีหน้าลังเลขึ้นมาแวบนึงแล้วทำเหมือนจะปฏิเสธก็รีบดักทาง

          “คุณอ่านแนวไหน? หรือว่าดูแต่ตึกกับบ้านแบบนี้?” เจอร์ส่ายหัวหน่อยๆที่โดนรู้ทัน แต่ก็ยอมไหลตามน้ำเพราะพอจะมีเรื่องที่อยากได้อยู่จริงนั่นแหละ

          “ให้ผมพักบ้างเถอะคุณ พวกนิยายขายดีที่เขาเอาไปทำหนังผมก็อ่าน” เขาเดินนำมายังชั้นที่สะดุดตาตั้งแต่ตอนเดินเข้า มีหนังสือติดอันดับน่าสนใจอยู่หลายเล่ม เหมือนคุณเบลอยากรู้ว่าเขาคงต้องใช้เวลาร่ำไรพอสมควรเลยเอ่ยปาก

          “เลือกไปนะไม่ต้องรีบ ผมอยู่แถวนี้แหละ”

          “สักสองชั่วโมงก็ได้เนอะ” พอมีจังหวะก็ขอแกล้งคืนบ้าง เจอร์ยกยิ้มยียวนมองคนใจดีที่แลบลิ้นเลียปากเหมือนกำลังหาทางโต้กลับ

          “ได้ แต่เลี้ยงข้าวเย็นผมด้วย ตอนนั้นน่าจะหิว” คุณเบลยักคิ้ว รอฟังว่าเขาจะตอบอะไรกลับไป และในหัวมันไม่มีคำอื่นเลยนอกจาก—

 

          “รู้สึกเหมือนโดนจีบอยู่เลย” เจอร์ยักคิ้วจึ้กๆเอาคำพูดอีกคนมายอกย้อน รู้อยู่ว่าบทสนทนามันไม่ค่อยจะส่งเท่าไหร่แต่ตอนนั้นคุณเบลก็ทำแบบนี้ เขาไม่ทันคิดอะไรเลยด้วยซ้ำก็มาโมเมเฉย

          “แล้วจีบได้มั้ยล่ะ?”

 

          และเป็นเขาที่หุบปากฉับ อยากจะเถียงกลับแต่ดันคิดไม่ทันจนทำท่าจะแพ้อีกแล้ว

 

          workplace romance ไม่ใช่แนวผมเท่าไหร่” เขาแกล้งทำเป็นต่อปากต่อคำ ทว่าสายตาจริงจังที่มองมาทำให้ปั้นหน้าไม่ค่อยจะถูก

 

          คุณเบลนะคุณเบล ขอชนะสักยกไม่ได้หรือไง

                                                                     

          “ถ้างั้นโปรเจคจบจีบได้?” ในที่สุดคนเก๋าไม่จริงก็ยกมือยอมแพ้ ลูกค้าของเขาชักจะรุกเก่งเกินไปแล้ว ยิ่งทำหน้าตาแบบนั้นจะให้พูดยังไงต่อได้เล่า

          “ยอมแล้ว ไม่เล่นก็ได้ คุณเถียงเก่งชะมัด”

          “คุณคิดว่าผมเล่นเหรอ?” คราวนี้เรียกได้ว่าไฟฟ้าช็อตใครกระดุกกระดิกเป็นกันไปเลย เจอร์ยืนทื่อ ในใจรอฟังคำว่า ล้อเล่น เพื่อจะได้หัวเราะกลบเกลื่อนไปตามน้ำ แต่ผ่านไปเกือบนาทีคุณเบลก็ยังเลิกคิ้วมองหน้าเขานิ่งๆเหมือนเดิม

          “เลิกแกล้งกันสักทีน่า” โบกมือพัลวันพลางหยิบหนังสือมั่วๆเตรียมเดินไปจ่ายเงิน และต้องสะดุดกึกอีกรอบเพราะอีกฝ่ายเข้ามาขวาง

          “ผมจริงจังอยู่คุณเจอร์” ชื่อที่ถูกเรียกด้วยน้ำเสียงกดต่ำทำเอาคนฟังใจเต้กตึก เขาก็มีเนื้อหนังเหมือนมนุษย์คนอื่นนะ โดนหยอดติดกันขนาดนี้มันก็ต้องมีเป๋บ้างดิ

          “พูดว่าล้อเล่นตอนนี้ผมก็โกรธแล้วครับ”

 

          กว่าจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็เป็นตอนที่ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของใครบางคน

 

          บ้าเอ๊ย...พูดแบบนี้ก็แปลว่าอยากโดนจีบน่ะสิ ไอ้ขิงงงงง~

 

          “หมะ หมายถึงผมจะโกรธที่คุณเล่นกับความรู้สึกคนอื่นไงครับ ขำอะไร?”

 

          เหมือนว่าคุณสถาปนิกจะไม่เคยเห็นว่าหน้าหาเรื่องแบบแก้เก้อที่ทำอยู่มันน่าหยิกขนาดไหน

 

          “หิวข้าวจัง” เจอร์อยากเข้าไปหักเขี้ยวทะเล้นของคนที่ขยันกวนกันอยู่ได้ คุณเบลยักไหล่ก่อนจะเอื้อมมือมาดันหลังไล่ให้เขาไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ บ่นงุบงิบว่าหิวงั้นงี้ จะสั่งเต็มที่เลยเพราะมีคนเลี้ยงข้าวแล้ว

          “ยังไม่ถึงสองชั่วโมงสักหน่อย” เขาเถียงข้างๆคูๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องยึดบทสนทนาก๊องแก๊งมาเป็นเรื่องราว

          “งั้นผมเลี้ยงเอง”

          “หารครับ”

          “แปลว่ายอมไปกินด้วยกันแล้ว?”

 

          โอเค ต่อไปนี้จะเงียบ จะไม่เถียงกลับให้ตัวเองแพ้อย่างอับอายแบบนี้อีกแล้วโว้ย!

          .

          .

          .

 

          แหลมเจริญซีฟู้ด..?

 

          เขามองคุณลูกค้าที่ทำหน้าฟินกับหมึกผัดไข่เค็มเหมือนจะขึ้นสวรรค์อยู่รอมร่อแล้วชักสับสน คือโอเคว่าคนเราสามารถเดทกันที่ร้านอาหารทะเลได้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่บอกจะจีบแล้วมื้อแรกพามานั่งแกะปูเลยมันก็เรียลกว่าที่คิดไว้นิดหน่อย เอาจริงก็ไม่ค่อยหน่อยหรอก

 

          หรือคุณเบลจะแค่กวนประสาทเขาเล่น?

 

          งงกว่าความคิดคนตรงหน้าก็คือความคิดของเขาเองนี่แหละ เพิ่งได้สติว่าตัวเองจริงจังกับสิ่งที่ได้ยินจนเก็บมาคิดวนเหมือนเด็กสิบแปด ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีอะไรแบบนี้เข้ามาในชีวิต แต่ไอ้โดนคนหน้ามึนมาหยอดๆแกล้งๆแบบนี้น่ะครั้งแรก

 

          “ปูนิ่มอร่อย” การชวนกินที่แสนสั้นของคุณเบลกับช้อนกลางที่ตักเมนูที่ว่ามาให้ทำเขาหลุดขำ

          “เชื่อแล้วว่าหิวจริง” ฝ่ายที่ตักข้าวใส่ปากจนแก้มป่องเงยหน้าขึ้นมามอง พยักหน้ายืนยันไปสองรอบและยักคิ้วให้เขาลองชิมเจ้าปูที่ลอกคราบเสร็จได้ไม่เท่าไหร่ก็โดนจับมาทอด ร้านนี้ก็ทำซะอร่อยจนหายสงสารปูเลย

          “ที่บอกว่าจะจีบก็จริงเหมือนกันนะ”

          “แค่กๆๆ!

         

          คนขี้แกล้งยื่นน้ำกับทิชชู่ให้หน้าตาเฉย แถมยังมองเหมือนจะติว่าทำไมไม่กินให้เรียบร้อย เจอร์เลยทำได้แค่สูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นมาหน่อยก่อนจะบอกตัวเองว่าทำไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปไม่ได้แล้ว

 

          “คุณเบล”

          “หืม?” เจอร์มองคะน้าฮ่องกงที่ถูกตักมาใส่จานตัวเองแล้วปวดหัวตุบ คุณเบลไม่มีเซนส์เลยหรือไง ไหนบอกว่าเขาอ่านง่ายนักหนา

 

          หรือว่านี่ก็กวนตีนอีก?

 

          “คุณเบล”

          “ครับคุณเจอร์?”

 

          เออ กวนตีนจริงๆนั่นแหละ

 

          “สรุปชอบจริงเหรอ?” เจอร์มองอีกฝ่ายไม่วางตาจนทันเห็นว่าเจ้าตัวกระตุกยิ้มมุมปาก เอื้อมตักไข่เจียวปูมายั่วโมโหกันอีกคำก่อนจะเงยหน้ามาเท้าคางมอง

          “ก็ชอบนะ”

 

          ยอมรับก็ได้ว่าใจเต้นผิดจังหวะไปนิดนึง

 

          “ตลกดี” และอารมณ์กุ๊งกิ๊งก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว จินเจอร์กลอกตา ไม่หวังจะหาความโรแมนติกใดใดจากคุณเบลแล้วหลังจากนี้

“ชอบคนตลกไม่ไปจีบแจ๊ส ชวนชื่นล่ะคุณ”

“เขาแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ?” เขาปาทิชชู่ของตัวเองที่ยังไม่ได้ใช้ใส่คนกวนประสาทอย่างหมดความอดทน เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มตาหยีที่ใครบางคนเก๊กมาตั้งนานได้ชัดเจน

 

“ลองคุยกันดูนะคุณเจอร์” เบลระบายยิ้มพร้อมสายตาที่เจอร์ไม่เคยเห็นมาก่อน คราวนี้เขาชะงักไปของจริง รอยปวดหนึบบนต้นคอเหมือนจะเจ็บขึ้นมาอีกรอบจนต้องขมวดคิ้ว

“ถ้าปฏิเสธจะโดนเลิกจ้างมั้ยครับ?” เขาแกล้งพูดติดตลกเพื่อบ่ายเบี่ยง ความรู้สึกเย็นวาบบนแถบสันหลังทำให้เขาตื้อในท้องจนอยากวางช้อนลง พยายามยิ้มเจื่อนให้บรรยากาศไม่ซีเรียส

“ไม่บังคับขนาดนั้นหรอก” เบลยิ้มปลอบ พอจะมองออกว่าคนตรงหน้าดูกังวลจนเห็นได้ชัด

“แต่ก็ไม่แน่นะ”

 

เจอร์หัวเราะออกมาและลงมือทานอาหารต่อเป็นการตัดบทสนทนา นึกขอบคุณที่อีกฝ่ายไม่ได้จี้จนทำให้รู้สึกอึดอัด ท่ามกลางความสับสนทั้งหมดเขาก็ยังรู้จักตัวเองดีพอว่าไม่พร้อมจะรับใครใหม่เข้ามาตอนนี้ ตอนที่ตัวเองยังเหวอะหวะ มีแผลเต็มไปหมด

 

คงเห็นแก่ตัวเกินไปที่จะรับคำขอ

 

 

_____________

 

 

          เขาบอกลาคุณเบลที่ยังชวนคุยปกติจนบรรยากาศกระอักกระอ่วนค่อยๆจางลงไป ระหว่างเดินกลับมาที่ลานจอดรถชั้นตัวเองก็อดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายวางตัวได้ดีชะมัด เหมือนรู้ทุกอย่างว่าจังหวะนี้ควรเว้นช่องว่าง ทิ้งช่วงนิดหน่อยแล้วค่อยรุกต่อ

 

          ครับ เจ้าตัวเขาก็ยังรุกแบบมึนๆอึนๆตามสไตล์นั่นแหละ

 

          คุณหนูจอดรอเขาอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ที่เดิม เจอร์ยกยิ้มบางเมื่อรับรู้ว่าตัวเองจะได้กลับบ้านพักผ่อนเสียที เป็นวันที่สนุกแต่ก็เหนื่อยมากๆอีกวั—

 

          “มึงเคยนับบ้างมั้ย...”

 

          เสียงที่คุ้นหูและดังก้องอยู่ในโสตประสาทเขาเกือบทุกคืนทำให้มือที่กำลังจะเปิดประตูรถฝั่งคนขับชะงักนิ่ง ลืมไปเสียสนิทว่าห้างนี้มันอยู่ใกล้กับมหาฯลัยที่ใครบางคนทำงานอยู่

 

          “ว่าต้องมีกี่คนถึงจะพอ?” เขาตัดสินใจทำหูทวนลมและโยนกระเป๋าหนังของตัวเองไว้บนเบาะที่ว่าง ปรับสีหน้าราบเรียบเป็นปกติก่อนจะกลับมายืนตรง เสียงประตูที่ถูกผลักปิดอย่างแรงทำให้เขานึกขอโทษคุณหนูในใจ

 

          อารมณ์มันแกว่งๆ เลยกะแรงผิดไปหน่อย

 

          นันท์เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า สายตาคมเฉี่ยวคู่เดิมว่างเปล่าทว่ากัดลึกลงในความรู้สึกคนมอง ถ้าเรื่องที่มนุษย์เราอาศัยอยู่ใน simulation เป็นความจริง ตอนนี้เจอร์ก็กำลังก่นด่าใครสักคนที่ทำหน้าที่ควบคุมเขา

 

          สนุกมากมั้ยที่ทรมานความรู้สึกกันแทบทุกวันแบบนี้?

 

          “ผิดประเด็นแล้วมั้ง”

 

          ถ้าสนุกนักก็จะทำให้ดูว่าคนอย่างเขามันพังยับเยินได้มากกว่าที่คิด

 

          “ประเด็นไม่ได้อยู่ที่กูจะคบกี่คน มันอยู่ที่มึงต่างหาก...มายุ่งอะไรด้วย” เขาพิงเอวกับผิวเหล็กสีส้มมันวาว กอดอกมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบ เขากำลังไม่เข้าใจการกระทำของนันท์ และไม่คิดว่าควรต้องทำความเข้าใจอะไรในตอนนี้

 

          “เพื่อนก็ไม่ใช่ป้ะ?” เขาแค่นยิ้มเมื่อเห็นความโกรธวาบขึ้นมาในแววตาดุดัน ทั้งที่มันควรจะชัดเจนไปตั้งแต่เซ็กส์รอบที่แล้วว่ามิตรภาพและความสัมพันธ์ทั้งหมดมันฉีกขาดจนต่อยังไงคงไม่ติด นันท์ก็ยังทำท่าโมโหเหมือนคนรับความจริงไม่ได้

 

          ความคิดนั้นเหมือนจะทำให้เจอร์หัวใจหยุดเต้นไปเสี้ยววินาทีที่นึกได้ว่าอีกฝ่ายเคยให้ค่ากับตัวเขาแค่ไหน

 

          แต่ก้อนอารมณ์ขุ่นมัวก็กระซิบบอกเขาว่าอย่าเสียดาย นั่นไม่ใช่สิ่งที่นึกอยากได้สักนิด

 

          “ก็เพราะว่าไม่ใช่เพื่อนไงเลยต้องพูด” นันท์จ้องเขาพร้อมกับสันกรามที่ถูกขบจนเห็นเป็นรอย เจอร์รู้ว่าตัวเองปากดี ยิ่งเรื่องยั่วโมโหเขาถนัดยิ่งกว่าใคร

 

          “หัดตรวจสุขภาพบ้าง กูซีเรียสเรื่องนี้เหมือนกันนะ”

 

          แต่ถ้าให้วัดแรงกระทบของความรู้สึกคนฟัง ก็ต้องยอมรับว่าเขาคงพ่ายแพ้คนตรงหน้าชนิดที่เทียบไม่ติด

 

          เสียงกำปั้นกระทบเนื้ออย่างแรงและความร้อนบริเวณสันหมัดยืนยันกับเจอร์ว่าคำดูถูกนั่นทำให้เดือดดาลแค่ไหน แววตาที่เคยนิ่งเรียบกลายเป็นสั่นระริก ทุกครั้งที่คิดว่านันท์ทำลายความรู้สึกดีที่มีให้จนไม่เหลืออีกแล้ว เจ้าตัวก็มักจะพิสูจน์ให้เห็นว่ายังมีส่วนที่สามารถเหยียบซ้ำได้อีก

 

        “มึงไม่มีสิทธิ์ดูถูกกูขนาดนี้” ไม่รู้ว่าพูดออกไปเพื่อหวังจะให้นันท์คิดได้ หรือต้องการย้ำกับตัวเองว่าอย่าสูญเสียตัวตนและยอมลดค่าด้วยการเชื่อประโยคนั้น, ประโยคของคนที่รักจนเกือบจะมากกว่าตัวเองไปแล้ว

 

          นันท์ชะงักกับสายตาตัดพ้อที่ชัดเจนไม่แพ้เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่าน ความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่มุมปากเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างไร้เหตุผล

 

          “มึงไม่เคยสงสัย ไม่เคยคิดจะถามกูว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง มึงเชื่อว่ากูทำตัวแย่ตั้งแต่แรก” ข้อเท็จจริงที่คนผิวสีน้ำผึ้งพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบกลับฟังดูหนักแน่นจนนันท์เถียงไม่ออก

          “แต่ก็เหมือนที่กูพูด เราไม่ได้รู้จักกันดีมากมาย...เพราะงั้นกูควรเลิกแคร์ได้แล้วว่ามึงจะมองกูยังไง

          “กูขอโทษที่พูดแรง แต่ที่ว่ามึงก็เพราะเป็นห่วง” ประโยคเย็นชากับรอยยิ้มมุมปากทำเอานันท์ใจหายวาบ พยายามจะอธิบายเหตุผลของความปากพล่อยที่เกิดขึ้นด้วยเสียงอ่อนลง แต่เจอร์กลับเบือนหน้าหนีและหัวเราะราวกับได้ยินเรื่องตลก

          “ห่วง? กลัวว่ากูจะมั่วจนป่วยตายน่ะเหรอ?”

          “จินเจอร์!” คนตาดุอยากจะเข้าไปกระชากคอเสื้อฝ่ายที่พูดจายียวน หากสามัญสำนึกเริ่มเตือนเขาว่าสิ่งที่ตัวเองพูดก่อนหน้าก็ไม่ได้เบากว่ากันเท่าไหร่ นันท์เลยทำได้แค่กำมือแน่น บอกตัวเองว่าต้องเย็นกว่านี้

 

          เจอร์มองท่าทางนั้นและรีบหลบสายตา นึกเจ็บที่อีกฝ่ายต้องใช้ความอดทนมากมายในการยืนคุยกับเขาแล้วพูดดีๆ

 

“บ้างทีกูก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน...”

 

ว่าทนรักมึงมาขนาดนี้ได้ยังไง

 

          “...ว่าที่ผ่านมาคบกับมึงมาได้ไงตั้งนาน”

 

แน่นอนว่าบางอย่างที่อยู่ในใจก็ควรจะปล่อยทิ้งไว้แค่ตรงนั้น

         

          เจอร์เปิดประตูรถสีส้มของตัวเอง ไม่สนใจอีกคนที่ทำแค่ยืนนิ่งและมองมา เขาไม่รู้หรอกว่านันท์หมายความอย่างที่พูดแค่ไหน ไอ้ที่บอกเป็นห่วงมันจริงหรือแค่ข้ออ้างในการหาเรื่องกันแน่

 

          เพราะเข้าใจดี คนเราไม่ได้ซื่อสัตย์จนพูดทุกอย่างตามความคิดหรอก

 

          เขาเกลียดความรู้สึกขัดแย้งที่เกิดขึ้นตอนเห็นแผ่นหลังของอีกคนที่กำลังเดินจากไป เสียงหนึ่งเยาะเย้ยท่ามกลางความเงียบว่าเขากำลังหวังอะไรอยู่ อยากจะให้นันท์มายืนขวางรถแบบพระเอกหนังแล้วคุยกันให้รู้เรื่องน่ะเหรอ?

 

          นิ้วยาวกดปุ่มสตาร์ทใกล้กับเกียร์ด้านซ้ายมือ ไม่รู้ว่าเพราะแสงจากจอสัมผัสหน้ารถมันแรงไปรึเปล่า คนขับถึงต้องนั่งหลับตาแน่นอยู่เกือบห้านาทีถึงจะได้ออกตัว

 

          หรือถ้าไม่ใช่เพราะแสงไฟ ขอบตาแดงๆนั่นก็คงเป็นเพราะใครบางคนกำลังพยายามกลั้นน้ำตาล่ะมั้ง...



_________________________________________________________________

ตอนเขียนแชปนี้รู้สึกเหมือนโดนนายขิงด่า555555

เรารุนแรงกับเธอเกินไปใช่ม้าย~ (ก็คือไม่สำนึกนะ)

ปล. เอาจริงทุกคนออกเสียง 'เจอร์' ว่ายังไงกัน?

กด1- เจอ

กด2- เจ้อ

เราสงสัยมากจริง ฮ่าๆ #เหลือศูนย์

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #773 MeNe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 15:20
    น้องเจ้ออ
    #773
    0
  2. #742 thepankk_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 03:34
    อ่านว่าเจ้อค่ะ ใดๆก็คือชอบคุณเบลนะ
    #742
    0
  3. #740 imewatertime (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 14:01
    อ่าน เจ้อ ค้าบบบ แต่ใดๆก็ตามคุณเบลน่ารักทะลุโลกไปเล้ยยย จีบเก่งมาก ฮืออออ อยากได้ค่ะ
    #740
    0
  4. #733 PraeChayanin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 17:52
    อะไรของเจอร์วะ งง
    #733
    0
  5. #726 lloollii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 21:12
    เราอ่านเจ้ออะไรด์5555
    #726
    0
  6. #713 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 18:41
    เจ็บมั้ยเจอร์ ทนมาได้ตั้งนานขนาดนี้
    #713
    0
  7. #677 Brownsugar1980 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 19:22
    เราอ่านว่าเจ้อร์ จากGinger อ่ะค่ะ
    #677
    0
  8. #647 CallistoJpt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 19:46
    คนหนึ่งก็ประชดประชัน ส่วนอีกคนก็สาดคำพูดแรงๆใส่ เจ็บปวดกันไป
    #647
    0
  9. #623 9397♡ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 23:54
    กด1ค้าบ
    #623
    0
  10. #621 Poompong-62442 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 05:40
    คือเลือกไม่ถูกเลยชอบทั้งพี่เบลทั้งนันท์//กด2อ่านว่าเจ้อค่ะ
    #621
    0
  11. #612 pang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 23:54

    ชอบนะคะผัวพี่เบล 555555เจอร์มาเลือกพี่เบลเหอะ //กด2ค้าบ

    #612
    0
  12. #599 KHUNCHAN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 05:14
    อะชั้นแพ้ทางคนแบบพี่เบล ตอนแรกนึกว่าจะเก๊กจัด ไม่จริ๊งเค้าคือผัวพี่เบล ชื่อเบลนี่สื่อถึงกระดิ่งเรียกเมียปะคะ เขินม้วนเป็นก้อนยิ่งกว่าไข่ปลาหมึก /โป้งชี้ก้อย ส่วนนันท์ /มองขึ้นลงสิบทีติด เหอะ เป็นถึงอาจารย์แต่วุฒิภาวะต่ำเกินคาด ชั้นจะแจ้ง มีใบมั้ย เป็นอาจารย์อะมีใบมั้ย!!!! ขิงทิ้งเขาซะทิ้งเขาซะ นะ รู้ก
    #599
    0
  13. #558 llllovellll (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 00:59
    พี่นันท์ไปเคลียร์กับตัวเองก่อนเด้อ หาเรื่องเก่งง
    #558
    0
  14. #522 nlull (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 11:06
    อ่าน เจอ เจ้อ สลับกันไปงงๆค่ะ5555
    #522
    0
  15. #508 winterzauber (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 21:31
    เจอ ค่ะ
    #508
    0
  16. #500 ๋J__N__T___ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 17:16
    กด 1 ค่ะ เราอ่าน เจอ ธรรมดา
    #500
    0
  17. #485 punxherra (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 18:38
    กดสองง รักคุณเบลจังเลย ;_; เราชอบคนแบบนี้มากๆ ;;;_;;;
    #485
    0
  18. #483 blueeyes111 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 12:38
    เราอ่าน เจ้อ
    #483
    0
  19. #474 ブーム (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 18:42
    คุณเบลดีมากค่ะ ดีจนสงสาร555555555 เราว่านันท์กับขิงคือเหมาะกันแล้ว จริงๆไม่รู้เลยว่าถ้าวันนั้นขิงไม่ปากร้ายๆจะเป็นไง แต่ว่าคิดว่ามันข้ามเส้นไปแล้วก็คงกลับไปไม่ได้จริงๆ สู้ลากกันไปให้สุดทาง?? เอ่อ ไม่รู้เหมือนกัน แบบว่าเจ็บปวดแทนทั้งสองคนเลย ที่ต้องเป็นแบบนี้ค่ะ แต่ก็สมเหตุสมผลดีแล้วค่ะ ปวดใจจัง
    #474
    0
  20. #451 sikannim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 17:42
    เจ้อ;-; ป่ดหนุบหนับหัวใจจ คุณเบลน่ะขอได้แมะ
    #451
    0
  21. #441 tang_thai°°° (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 13:41
    ออ่านว่า เต้อ อะ อยากให้เจอร์ตัดใจแล้วไปหาเบล
    #441
    0
  22. #435 orio0024th (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 11:06
    กด2งับ
    #435
    0
  23. #434 Si-Siri (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 10:48
    เราอ่านว่าเจออ่ะ
    #434
    0
  24. #431 exolbenben (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 03:19
    หน่วงมากแงงงง
    #431
    0
  25. #421 Yongyie HH520 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 15:33
    กด 1 เราอ่านเจอ อ่านเจ้อมันเเปลกๆ55555
    #421
    0