ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 32 : That was how I fell for him - Part III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

“หืม? สมุดพี่เจอร์หมดอีกแล้วเหรอคะ?”

 

นิ้วเรียวเปื้อนรอยดินสอกับเศษผงแกรไฟต์ที่กระจัดกระจายเต็มกระดาษเป็นภาพที่ไม่แปลกตาเท่าไหร่ เรื่องที่น่าสนใจคือสภาพห้องไม่ค่อยเป็นระเบียบและเจ้าของห้องที่นั่งอยู่ตรงนั้นต่างหาก

 

พิ้งวางแก้วน้ำอุ่นลงบนโต๊ะ ก้าวขยับเข้าไปหาพี่ชายที่ทิ้งตัวลงบนพนัก อีกฝ่ายยังคงไม่พูดอะไรตอบกลับมา ต่างจากทุกทีที่ไม่ว่าเธอพูดอะไรจินเจอร์ก็จะตั้งใจฟัง

 

“พี่เจอร์คะ?”

“ครับ? เราว่าอะไรนะ?” ท่าทางคล้ายคนเพิ่งถูกดึงกลับมาอยู่กับปัจจุบันทำให้น้องสาวคนเก่งเริ่มเอะใจ เธอเดินไปใกล้อีกนิด ลอบสังเกตหลักฐานซึ่งก็คือความเหนื่อยบนสีหน้าและร่องรอยอ่อนล้าในแววตาคู่เก่า

“นอนพักสักงีบดีกว่า มานี่ค่ะ”

 

พูดแบบนั้นแต่คนตัวเล็กในชุดนอนลายลีโล่แอนด์สติทซ์กลับเป็นฝ่ายถูกรวบเอวกอดจนเซ แทนที่เธอจะได้ลากพี่ชายไปนอนบนเตียงกลับกลายเป็นต้องยืนเฉย โดนซุกพุงแห้งๆ ด้วยสีหน้างุนงง พอจะเหลือบมองสมุดวาดภาพบนโต๊ะใครบางคนก็ปัดมันจากสายตา ปิดหน้ากระดาษแล้วคว่ำลงซ้ำอีกที

 

“พรุ่งนี้มีเรียนพิเศษใช้มั้ย?”

“ถึงทุ่มกว่าค่ะ”

“เดี๋ยวไปรับครับ”

“ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่ แต่พี่เจอร์เถอะ เงยหน้าหน่อยเร็ว”

“...”

“พี่ขิง”

 

เสียงถอนหายใจหนักๆ ตามมาด้วยใบหน้าของบางคนที่ทำยังไงก็เลิกตามใจน้องสาวไม่ได้สักที พิ้งพยายามไม่สนใจความจั๊กจี้จากปลายคางที่วางอยู่บนหน้าท้อง เปลี่ยนมาตั้งใจมองสำรวจคนปากหนักที่กว่าจะพูดสักอย่างเป็นเรื่องยากเกินความจำเป็น

 

“ทำไมสมุดวาดภาพถึงหมดไวจังคะ?”

 

ตอนแรกก็จะถามว่าช่วงนี้มีเรื่องหนักใจอะไร แต่คิดให้ดีแล้วคำถามที่บอกไปก็ไม่ต่างกัน พี่เจอร์เป็นคนที่ถ้ามองให้ดีก็ไม่ได้เข้าใจยากขนาดนั้น หรืออาจจะเป็นเพราะเราสองคนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กก็ไม่รู้

 

“อ่า...ไปชอบใครเข้าล่ะเนี่ยพี่เรา”

 

เธอถึงเดาได้ว่ามันคงเกี่ยวกับเรื่องหัวใจ แล้วทิศทางก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตาคู่สวยที่มองกันอย่างอ่อนโยนเสมอถึงดูหม่นลงชัดเจน

 

ไหนจะการที่มานั่งวาดรูปจนเต็มสมุดค่อนคืนแบบนี้อีก

 

“เก่งเกินไปแล้วพิ้ง”

“นี่ใคร? นี่พิ้งเด็กพี่เจอร์ไงเล่า”

“น่ามันเขี้ยวจริงๆ” แล้วเธอก็ถูกยืดแก้มจนย้วยไปหมดข้อหารู้ดีเกินไป พิ้งร้องโอดโอยพอเป็นพิธีก่อนจะทำท่าหิ้วปีกพี่ชายตัวเองจากโต๊ะทำงาน ที่บอกว่าทำท่าเพราะหากพี่เจอร์ไม่ช่วยเธอก็คงแบกคนที่สูงกว่าตั้งขนาดนั้นขึ้นมาไม่ไหว ระหว่างทางได้ยินเสียงหัวเราะผะแผ่วเหมือนจนใจกับน้องสาวช่างยุ่งอย่างเธอ

 

ก็ช่วยไม่ได้ ชอบตามใจกันดีนัก

 

เสียงตุบเพราะคนตัวผอมถูกโยนลงบนเตียงแล้วก็ถูกเธอกระโดดทับช่วงตัวอีกทีดังขึ้นในห้องนอน พิ้งขมวดคิ้ว ปั้นสีหน้าจริงจังเป็นการปูทางว่าจะสอบสวนถึงบุคคลที่สามคนนั้น

 

คนที่ทำจินเจอร์เป๋ไปจากปกติแบบนี้

 

“ใครคะ?”

“หนักจัง”

“ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องค่ะพี่เจอร์”

“ง่วงแล้วครับ นอนกัน” ไอ้การพลิกหน้าหนีไปทางอื่นแล้วหลับตาพริ้มแบบนี้มันกวนโอ๊ยจนอยากจะจับมาบิดให้เขียว พิ้งแยกเขี้ยวอย่างขัดใจ ถึงจะบอกว่าตัวเองเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถง้างเอารายละเอียดจากปากพี่ชายได้หรอก

 

ถ้าไม่ยอมบอกก็คือไม่ได้รู้แน่

 

“พี่ขิง~”

“เรามีเรียนเช้าด้วย นอนได้แล้ว”

“จะไม่ยอมบอกกันจริงเหรอ?” กะพริบตาปริบๆ พลางวางแผนร้ายกาจในหัว ถ้าแอบเปิดแกลอรี่ในมือถือจะเจอรูปไหม? แต่พี่เจอร์ก็ไม่ใช่สายถ่ายภาพใครอยู่แล้วนี่นะ

“เลิกคิดเลย ไม่มีอะไรครับ” แล้วก็โดนนิ้วยาวจิ้มหน้าผากสองสามทีก่อนจะถูกอีกคนจับพลิกตัวลงนอน ลุกออกไปห่มผ้าให้จนถึงคออย่างเรียบร้อยแล้วกระซิบว่าปิดไฟดีกว่า

“ได้เลยพี่ขิง จำไว้เลย” คนโดนรู้ทันยู่หน้าในความมืด อดเป็นห่วงคนที่คงเดินกลับไปนั่งจมในห้องทำงานอีกรอบไม่ไหว

 

จะโอเคไหมนะ...ถ้าปล่อยให้ไปใช้เวลากับตัวเองเยอะๆ แบบนั้น?

 

ไม่บ่อยนักที่การกระทำของจินเจอร์จะผิดไปจากการคาดเดาของน้องสาว และคืนนี้ก็ไม่ต่างกัน มือขวาที่พักหลังมาเปื้อนแต่เศษไส้ดินสอหยิบน้ำอุ่นของน้องขึ้นจิบ นึกขอบคุณในความใส่ใจที่พิ้งมีให้กันเสมอ แต่ขณะเดียวกันก็กลับมาสำรวจตัวเอง รู้แหละว่าเด็กน่ารักคนนั้นเขาพร้อมรับฟังแต่ก็ไม่อยากเอาเรื่องวุ่นวายไปกวนเจ้าตัวเลย

 

ช่วงนี้ใกล้สอบเข้ามหาฯลัย ไม่อยากให้พิ้งฟุ้งซ่าน

 

สมุดปกอ่อนที่สีไม่ค่อยตรงกับความชอบนักถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง จินเจอร์ไล้ปลายนิ้วกับเส้นสีดำบนกระดาษที่ประกอบเป็นหลายอย่างต่างกัน ทว่าไม่มีภาพไหนแสดงให้เห็นเลยว่าเขาคิดถึงพัทธนันท์ตอนที่วาดของทุกชิ้น

 

อืม...ในนั้นมีแต่สิ่งของ มองผ่านตาคงดูไม่ออกว่ามันเกี่ยวกับความรักของเขา

 

จินเจอร์คิดว่าคำนั้นฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ก็คงไม่มากเกินไปถ้าจะใช้บรรยายสิ่งที่ไหลวนภายใต้แผ่นอกตอนนี้

 

จากดินสอถูกเปลี่ยนเป็นกรรไกร จินเจอร์ลงมือตัดกระดาษพลางคิดว่าเขาไม่ร้อนรนเท่าก่อนหน้านี้อีกแล้ว ความสับสนสงบลงเมื่อเรายอมรับข้อเท็จจริง เหลือเพียงความรู้สึกปวดหนึบอ้อยอิ่งที่เขาไม่ได้อยากให้มันหายไป คล้ายจะยอมรับได้กับความรู้สึกที่ตัดขาดความคาดหวังให้ถูกตอบรับ

 

ไม่ง่ายหรอก ลองคิดภาพนันท์ยิ้มให้เขาพร้อมกับเพลงใหม่ของเราในเพลย์ลิสต์นั้นสิ

 

การถูกรักตอบมันดีกว่าอยู่แล้ว ใครๆ ก็รู้

 

พอนึกถึงเพลงที่เคยฟังจินเจอร์ก็ละมือจากภาพลูกบาศก์น้ำตาลที่กำลังตัด เอื้อมหยิบมือถือพร้อมกับปลดล็อกเข้าแอปพลิเคชันคุ้นเคย มันเป็นที่เก็บแทร็คที่เกิดขึ้นมาง่ายๆ โดยมีชื่อเพลงแรกที่ถูกเพิ่มเข้าไปเป็นชื่อเพลย์ลิสต์

 

YOU TOO. - Chase Atlantic

 

มันเป็นของนันท์ เขาจำภาพปกสีแดงเข้มนั่นได้ดี เป็นปกเพลงที่แทบไม่มีอะไรนอกจากชื่ออัลบัมสั้นๆ กับป้าย ‘parental advisory’ อยู่ตรงมุมล่างซ้าย จินเจอร์กดสตรีมเพื่อพบว่าเขาฟังเพลงนี้บ่อยจนจำได้แล้วว่าประโยคแรกจะขึ้นตอนไหน แต่มันไม่ใช่ส่วนที่ตรึงใจหรอก

 

เสียงตัดกระดาษดังแผ่วเป็นระยะพร้อมกับชิ้นส่วนรูปภาพที่กระจัดกระจาย คืนนี้เขาตั้งใจจะทำสมุดทำมือสักเล่มเพราะไม่รู้สึกง่วงเลย ที่สำคัญคือยิ่งมองก็ยิ่งไม่ชอบสีปกสมุดวาดภาพ ในเมื่อจะเก็บอะไรที่มีความสำคัญก็เลยอยากทำให้ดี

 

แล้วในตอนนั้นโน้ตบางตัวก็ถูกเล่นออกมา รวมเข้ากับเสียงแซกโซโฟนที่สะท้อนอยู่ในพื้นหลังทำให้ใครบางคนชะงักไป

 

You too, you too, no

It's hard for me to end a conversation

With 'I love you' when I know it's not true, no

 

คงเป็นท่อนนี้มั้งที่ตรึงใจ

 

จินเจอร์ระบายยิ้มจาง ชอบความซื่อตรงที่เขาเคยพูดกับนันท์ว่ามันก็ใจร้ายดี

 

I'm terrified by thoughts of getting close to you

Justify my terror when we talk it through

 

ที่ปฏิเสธกันเรียบง่าย ไม่ลังเลกับความรู้สึกตัวเองเลยสักนิด

 

ฉึก…

 

คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อรับรู้ถึงความเจ็บตรงปลายนิ้ว พอสติกลับมาแล้วเห็นว่าคมกรรไกรเล่นงานกันเสียแล้วจินเจอร์ก็รีบละมือออก ถ้าเมษาอยู่ตรงนี้แล้วเห็นสิ่งแรกที่เพื่อนตัวเองทำคงด่าเละเทะแบบไม่สนใจแผลที่เพิ่งเกิด

 

“...บ้าชิบ”

 

ก็จินเจอร์ดันรวบกระดาษทั้งหมดไปไว้อีกฝั่ง ไล่สายตาตรวจจนมั่นใจว่าไม่มีแผ่นไหนเลอะรอยจุดสีแดงถึงค่อยคลายความกังวล กว่าจะหันมามองมือตัวเองก็เป็นตอนที่เลือดไหลเปรอะไปเกือบถึงข้อมือแล้ว

 

โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองจะเป็นแบบนั้น ให้ความสำคัญกับใครบางคนเหนือความเจ็บปวดของตนตลอดมา

 

 

__________

 

 

แสงอาทิตย์ในตอนเก้าโมงเช้าร้อนแรงเสียจนไม่อยากนึกว่าถ้าเป็นตอนเที่ยงขึ้นมาจะขนาดไหน จินเจอร์ถอนหายใจ การดึงสมาธิตอนเรียนบรรยายเคยเป็นเรื่องง่ายเพียงแต่ตอนนี้เขาไม่อยากทำ ปากกาหัวบางเฉียบยังคงอยู่ในปลอกอย่างดี ประโยชน์ของมันตอนนี้คือเคาะหน้าโต๊ะไปเรื่อยๆ อย่างน่ารำคาญ

 

“มือไปโดนอะไรมา?”

 

เสียงทุ้มเอื่อยดังขึ้นตอนที่อาจารย์พลิกหน้ากระดาษ ภาพบนพื้นฉายคือเกณฑ์ประเมินสักอย่างที่คงต้องถามเนทีหลัง

 

“กรรไกรบาด”

“มีงานไหนต้องใช้กรรไกรด้วยเหรอ?” ทว่าปัจจุบันคือเพื่อนผมดำที่ยิงคำถามใส่กันไม่หยุด จินเจอร์เลียริมฝีปากตอนกำลังหาคำตอบที่ฟังแล้วไม่แปลกเกินไป

“กูอยากลองทำซีน*ดู”

“ว่างเนอะ”

“ขอ’จารย์ออกไปต่อยกับกูมั้ยเน หาเรื่องไม่หยุด”

“ก็เลิกโกหกดิ”

 

กลายเป็นเขาที่ชะงักไป ไม่ว่าเทคนิคไหนก็ใช้กับเพื่อนคนนี้ไม่ได้ทั้งนั้น จะติดตลกหรือทำเมินกลบเกลื่อนก็โดนรู้ทัน และที่น่าเจ็บใจคือเนไม่ได้บังคับต้อนด้วยซ้ำ แค่ถามเหมือนไม่ได้ให้ความสำคัญแต่พอได้พูดแล้วมันก็อยากเล่าไง

 

“...ก็มันคือหนังสือทำมือจริงๆ นี่หว่า” เหมือนท้ายประโยคจะได้ยินเสียงหัวเราะหึจากไอ้คนข้างตัว จินเจอร์ใช้นิ้วโป้งดันปลอกปากกาออก เริ่มต้นขีดเส้นวาดรูปแก้เก้อเพราะเมื่อกี้เสียงอ่อยเหมือนเด็กกำลังสารภาพผิดชะมัดเลย

“ทำให้มัน?”

“ไม่ให้” เอาตามตรงทุกวันนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าเนมองเห็นอะไร ถึงได้มั่นใจว่าเขาชอบ— หรืออาจจะมากกว่านั้น ความรู้สึกที่มีให้นันท์น่ะ

 

แล้วมันดันถูกด้วยไง :(

 

“เก็บไว้ดู? โรแมนติกว่ะจินเจอร์”

“สนุกมาก สนุกบนความทุกข์ของกูเนี่ย” เขาได้แต่อ้อมแอ้มบ่น อีกคนดูเหมือนง่วงแต่ก็จดตามอาจารย์และไม่เคยเห็นว่าจะหลับจริงๆ สักที เนเป็นคนน่าหมั่นไส้ในทุกทาง รู้ดีไปหมดทุกเรื่องจนน่ารำคาญเพราะไม่เคยซ่อนอะไรได้เลย

“ไม่ลองบอกดูอ่ะ”

“นี่มุกหรือพูดจริง?”

“ทำไมวะ? มันก็ดูสนิทกับมึงดี”

“ถ้ามึงใช้ตรรกะนั้นกูไม่เป็นแฟนเมษไปแล้วหรือไง?”

“...”

“สนิทก็ไม่ได้แปลว่าต้องรักกันสักหน่อย”

 

ความสัมพันธ์บนโลกมีตั้งกี่แบบ แล้วความรู้สึกดีแบบเพื่อนที่มีอะไรน่าสนใจมันน่าเอาไปเสี่ยงตรงไหนกับการเป็นคนรัก ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยสับสน แต่พอลองถามจากปากของอีกคนตอนอยู่บนดาดฟ้าครั้งนั้นมันก็ชัดเจนจนไม่รู้จะหลอกตัวเองไปทำไม เขาไม่อยากเสียนันท์ไป และนั่นก็เป็นเหตุผลเดียวที่มีน้ำหนักพอจะหยุดทุกอย่างเอาไว้เท่านี้

 

ตรงที่ยังมีนันท์

 

เสียงรอบข้างดังจอแจขึ้นมาเมื่ออาจารย์ประกาศว่าคลาสเรียนของวันนี้จบลงแล้ว เนเก็บอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นบนโต๊ะลงในโท้ทผ้า ส่วนจินเจอร์นั่งเขย่าแขนเมษาเพราะไอ้ตัวดีดันหลับตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งเลคเชอร์เลยด้วยซ้ำ

 

“หือ? เสร็จแล้ว?”

“ไปอดนอนจากไหนมา?” จินเจอร์ถามพลางจัดผมเผ้าของคนตรงหน้าให้เรียบร้อย เมษายังดูสะลึมสะลือแต่ก็ยอมรับน้ำเย็นที่เขายื่นให้ไปดื่ม เนเท้าคางมองภาพนั้นแล้วได้แต่ส่ายหัว ก็เพราะแบบนี้ไงถึงไม่มีคนเข้ามาจีบสักที ทั้งคู่เลย

“กูอ่ะ จะนอนสี่ทุ่มแล้วเว้ย”

“อ่าฮะ”

 

พอหญิงสาวเริ่มตื่นทั้งสามคนก็เดินลากเท้าออกมาจากห้องบรรยาย เป็นพวกกลุ่มท้ายๆ เหมือนทุกวันเพราะกว่าจะขยับตัวกันได้สักเมตรอืดอาดเหลือเกิน

 

“ทีนี้ทุ่มครึ่งกูเริ่มทำงานเลย เสร็จแน่ ต้องได้นอนไว” เนบิดฝาขวดน้ำที่ถูดเปิดไปตั้งแต่ตอนต้นชั่วโมงก่อน ปล่อยให้บทสนทนาข้างเดียวของเมษาไหลผ่านเข้าหู รู้ดีว่าจินเจอร์กำลังตั้งใจฟังแล้วไอ้คนใจดีนั่นก็ไม่ได้เสแสร้งเลยสักนิด

 

มันเป็นผู้ฟังที่มีบรรยากาศรอบตัวทำให้คนพูดรู้สึกสบายใจ เป็นแบบนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

ก็ไม่น่าแปลกใจ...ที่เข้ากับนันท์ได้โดยไม่ต้องพยายามอะไรมากเลย

 

“ทีนี้กูก็เปิด vlog คาเฟ่เกาหลีอ่ะ สร้างบรรยากาศ”

 

ดูสิ ขนาดเดาได้ว่าเรื่องราวจะต้องจบลงแบบไหน จินเจอร์ยังไม่ตัดบทหรือเลิกมองคนพูดอย่างใส่ใจเลยด้วยซ้ำ กลับกันคือมันแย่งกระเป๋าเมษามาถืออีกแล้ว และยางผ้าบนข้อมือขวาก็ทำให้สาวๆ ในคณะคิดกันไปไกลว่าเป็นแฟนกันแน่ๆ

 

ทุกวันนี้จินเจอร์เคยรู้ตัวไหมว่าถูกคนเป็นสิบแอบชอบ เนเองก็สงสัยเหมือนกัน

 

“กลายเป็นว่ากูดูเขาชงกาแฟเพลินอ่ะเจอร์ งานไปสิบ กูอยากกินเค้กไปแล้วร้อย”

“ไอ้อ้วนเอ๊ย”

“ไปกินเค้กกัน ไอ้เนนำหน่อย” เขาโคลงหัว มองจินเจอร์ที่โยกหัวเมษาไปมาเหมือนเอ็นดูนักหนาแล้วได้แต่ปลงกับตัวเอง ไม่รู้แล้วว่านี่คือดีไหม

 

ไอ้การปักใจกับอะไรแล้วก็ไม่สนคนรอบข้างหรืออย่างอื่นเลยของจินเจอร์

.

.

.

 

แล้วสุดท้ายพวกเขาสามคนก็มาจบวันที่คาเฟ่ร้านนึงในลิสต์ของเน อาจจะเป็นเพราะชอบลองกาแฟไปเรื่อยๆ แล้วก็ขี้เบื่อเป็นชีวิตจิตใจ เวลาอยากกินขนมร้านไหนคนหน้าง่วงเขาเลยอธิบายได้เป็นฉากว่าอะไรดีไม่ดี

 

“มึงเคยชอบใครมั้ยวะเน?” ชื่อตัวเองที่ห้อยท้ายคำถามทำให้ต้องหันไปมอง มันเป็นตอนที่เมษาถือไอ้แผ่นกลมๆ แบนๆ ที่สั่นอย่างน่ารำคาญไปรับของที่เคาน์เตอร์ เขาหยักยิ้ม มองตาคนที่ดูมีเรื่องในใจก่อนตอบตามตรง

“ไม่เคย”

“ถามจริง?”

“กูไม่ใช่มึง จะโกหกทำไม”

“กัดไม่เลิกว่ะ”

“ไม่เคยจริงๆ” เขาหัวเราะ มองเมษาที่ถือถาดที่มีอะไรไม่รู้เต็มไปหมดกลับมา เป็นแบบนั้นตลอดแหละกับเรื่องขนมน่ะ ต้องได้จับได้ดูด้วยตัวเอง ใครอาสาไปยกให้ก็ไม่เอา

“เจอร์ทำไมทำหน้างั้น?”

“ไอ้เนบอกว่าไม่เคยชอบใครเลย” คนที่ตกเป็นประเด็นสบตากับเมษาที่ดูไม่แปลกใจ แน่สิ...เขาสองคนมีบ้านอยู่ใกล้แถมเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่ประถม

 

ไม่ค่อยมีคนรู้หรอก ไม่มีใครถามแล้วจู่ๆ จะไปบอกมันก็แปลกดิ

 

“แล้วชอบของมึงคือยังไง?” เนถามกลับ ไม่เข้าใจการตกหลุมรักหรืออะไรเทือกนั้น เขาไม่รู้ว่าใช้เกณฑ์ไหนมาวัดว่าชอบแล้วและนี่คือยังไม่ใช่ แล้วถ้าไม่เคยคุยกันจะเอาตรงไหนไปประทับใจล่ะ

 

ก็บอกแล้วว่าไม่เก็ตไอเดียจริงๆ

 

“ก็คือรู้สึก”

“ชัดเจนชิบหาย” คนหน้าง่วงกลอกตา ปกติก็คุยกันรู้เรื่องอยู่หรอก แต่พอมีความรักแล้วอธิบายไม่เห็นได้เรื่อง

 

ทุกคนในชีวิตเนเวลาอยู่ในความสัมพันธ์แม่งเป็นแบบนี้หมดเลย

 

“เอ้า ใจเย็นๆ พ่อ รอฟังไอ้ขิงเขาเล่าหน่อย”

“ก็รออยู่”

 

เมษาตักอัฟโฟกาโต้เข้าปาก ยู่หน้าเพราะความขมก่อนจะมองสลับไปมาระหว่างเพื่อนสนิทสองคนแล้วได้แต่ภาวนาให้มันไม่รำคาญกันเองจนลุกขึ้นมาต่อยกัน

 

“มันเป็นความรู้สึกตอนเจอหน้า มึงจะให้กูพูดยังไงเนี่ย” ทว่าคนที่โดนคาดหวังรอคำตอบก็ดูจะเรียบเรียงไม่ได้สักเท่าไหร่ แต่เมษาคิดว่าเธอเข้าใจ เรื่องความรู้สึกใครเขาเอามานั่งทำเป็นลำดับขั้นตอนกันเล่า

“แบบอยากอยู่ด้วย?”

“ก็สบายใจ รู้สึกผ่อนคลายที่มีมันอยู่ตรงนั้น”

 

ความจริงสำหรับคนชอบกาแฟมันไม่น่าจะขมสักเท่าไหร่ แต่พอหลังประโยคของเจอร์และขนมที่เนตักเข้าปากไปเจ้าตัวก็เบ้ปาก เจ้าของผมดำสนิทเงยมองเพื่อนเหมือนเห็นตัวประหลาด ส่วนคนที่กำลังพยายามจะสื่อสารก็เริ่มแดงไปทั้งคอ

 

“ละ แล้วพอไม่เจอมันก็...”

“อย่าไปมองไอ้เน เจอร์สบตากูค่ะ” มือเรียวจับหน้าเพื่อนที่ค่อยๆ ซับสีแดงจางอย่างเชื่องช้า บังคับให้หันมาเพราะตอนนี้เนกำลังทำหน้าเหม็นเบื่อระดับสิบ

“...ในหัว”

“หือ? มึงพูดว่าอะไรนะคะ?”

“ถึงไม่อยู่ตรงหน้ามันก็มาอยู่ในหัวกูอยู่ดีนั่นแหละ พอใจ?”

 

หญิงสาวคนเดียวกัดช้อนอย่างที่เนสาบานว่าจะไม่กินขนมด้วยแล้วก่อนจะทุบๆ ไปทั้งไหล่คนพูด จินเจอร์เม้มปากพลางหลบสายตาของเนที่ฉายแววล้อเลียนแม้จะยังไม่เข้าใจ สุดท้ายอาจจะเป็นประสบการณ์ที่สอนได้เพียงอย่างเดียว

 

ความรักน่ะ

 

แต่อาการหูแดงหน้าแดงลามไปจนถึงคอแดงแบบนั้นมันก็ดูน่าสนใจดีไม่ใช่เหรอ เนคิดขณะปักช้อนลงในขนมจากใหม่ โอเคว่าระหว่างทางเพื่อนเขาคงต้องดีลกับมุมที่เศร้าจากการไม่สมหวังไป แต่แล้วยังไง?

 

ในเมื่อการรักษาสิ่งที่เกิดขึ้นเอาไว้ แม้จะต้องเก็บมันอยู่กับตัวเอง

 

...ก็อาจจะคุ้มค่าแล้วกับความทรงจำในเวลานี้

 

 

*ซีน (Zine) = หนังสือทำมือ

__________

เอาจริงเพลงของ Chase Atlantic เราเปิดฟังตอนเขียน #เหลือศูนย์ บ่อยมากกก

แล้วที่ชอบสุดก็คือ Slow Down กับ Lust

เนื้อเพลงก็คือเจ็บๆ พังๆ แบบได้มาก55555

เพลงวงนี้คือมู้ดได้อะไรได้

ใครสายนี้แนะนำนะคะเพื่อน5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #607 0804211939 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 21:30
    ชอบมาก ๆ เลยค่ะ
    #607
    0
  2. #550 kmmmmmm (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 16:27
    ความรักแบบจินเจอร์น่ารักจัง
    #550
    0
  3. #548 Tnchrx000 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 11:22
    รักเขาแล้วน่ารักมากเลยจินเจอรรร์
    //เพลงเพราะมากคับ!
    #548
    0
  4. #547 pick-17 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 10:16
    อยากได้แบบจินเจอร์ มีขายที่ไหนบ้างคะ
    #547
    0
  5. #545 nanteeya (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 09:08

    อยากได้แบบขิงไว้ที่บ้านสักคนอิอิอ
    #545
    0
  6. #541 mbye614 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 03:22
    พี่ขิงงงงงงง55555แงน่ารัก
    #541
    0
  7. #540 karnpihca (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 01:31
    อยากมีพี่ขิงเปนของตัวเองแงง
    #540
    0
  8. #539 Tritsawan Sirisuk (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 01:18
    อะไรจะมั่นคงขนาดนั้นคะพี่ขิง5555555 มีย้อนอดีตแล้วพอจะมีหวังสเปตอนปัจจุบันมั้ยคะ แอแง 😭
    #539
    0
  9. #538 Zelord (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 01:06
    น้องง แสนน่ารัก
    #538
    0
  10. #537 MMAAYY (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 23:40
    แงงงงงงง คนบ้าาา จินเจอร์น่ารักมากกกกก ถึงไม่อยู่ตรงหน้าก็มาอยู่ในหัวอยู่ดี คำนี้น่ารักมากกกก
    #537
    0
  11. #536 Aubbbbb (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 23:10
    รอน้าาาาา
    #536
    0
  12. #534 DREAMMY x') (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 22:41
    จินเจอร์น่ารักมาก 555
    #534
    0