ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 20 : ศูนย์ยี่สิบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 852 ครั้ง
    21 ก.ย. 62

“อืม...” เสียงทุ้มเจือแหบครางอื้อในลำคอ งอแงกับแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาว่ายังไม่อยากเริ่มต้นวันสักเท่าไหร่ ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศจางลงจนจินเจอร์ต้องพลิกตัวออกจากผ้าห่ม พยายามปรือตาขึ้นมองเลขแสดงอุณหภูมิสักพักก่อนจะถอนหายใจเมื่อหน้าจอดิจิตอลกลายเป็นสีดำ

 

อีกแล้ว...

 

คนขี้เซามุดหน้าลงกับหมอนใบโต บิดขี้เกียจอยู่บนเตียงพลางปาดป่ายหามุมที่ยังลงเหลือความเย็นอยู่

 

“ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำ” ทันทีที่จบประโยคผ้านวมผืนนุ่มก็ถูกคนบนเตียงดึงมาคุมโปลงทันที

 

น่ารำคาญ

 

“จะนอนใช่มั้ย?” เขายอมอดทนหายใจแบบไม่ค่อยถนัดอยู่ใต้ผ้าผืนใหญ่ดีกว่าต้องต่อปากต่อคำกับไอ้คนวุ่นวายที่พยายามเข้ามาสร้างระบบใหม่ในชีวิตเขาได้เกือบสามอาทิตย์แล้ว

“ได้”

 

คนเราแม่งต้องเรียนรู้ที่จะตัดใจป่ะวะ?

 

“นันท์!” น้ำหนักที่โถมทับลงมาทำเอาจุกจนคิดคำด่าต่อไม่ออก ปราการชิ้นเดียวโดนกระชากลงพื้นข้างเตียง เผยให้เห็นใบหน้าเจ้าเล่ห์พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากชวนเสียวสันหลังของคนบนร่าง

“ไอ้เหี้ย กูหายใจ—” การเฝ้าถนอมริมฝีปากของใครบางคนส่งผลให้การบดจูบรุนแรงไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป และแม้จินเจอร์จะฝืนปิดปากแน่นนันท์ก็ไม่ต้องห่วงว่าถ้ากัดพอแสบสักนิดหน่อยจะทำให้อดลิ้มรสความหวานไปอีกพักใหญ่

 

เหมาะเจาะพอดีที่เจ้าของบ้านชอบนอนดึกจนติดเป็นนิสัย นั่นหมายความว่ากว่าคนใต้ร่างจะจัดการตัวเองและขึ้นเตียงพักผ่อนมักเกินเวลาเที่ยงคืน แปลอีกทีคือปากของจินเจอร์ยังสะอาดแถมบางวันอย่างเช่นวันนี้มีรสหอมเย็นติดปลายลิ้นมาด้วย

 

“เมื่อคืนนอนกี่โมง?”

 

ถึงชอบแต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่ นันท์กระซิบถามในจังหวะที่เว้นให้ใครบางคนหายใจก่อนจะเป็นลมพับไปเสียก่อน

 

“ตีสา— อึก!” ลำคอระหงถูกกัดด้วยความมันเขี้ยว พอเริ่มใช้เวลาด้วยกันเยอะอีกฝ่ายก็ชักจะเผลอไผลทำตัวน่าแกล้งหนักขึ้นทุกที จินเจอร์คงไม่รู้ตัวว่าพักหลังตอบคำถามไร้สาระของเขาบ่อยแค่ไหน และอนุญาตให้คนอย่างนันท์เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวลึกขึ้นมากเท่าไหร่

 

ข้อเสียของเขาคือความใจร้อน แต่ถ้าปักใจกับอะไรแล้วก็จะได้เห็นข้อดีที่พอจะมีอยู่บ้างตามมาด้วย

 

ความสม่ำเสมอ

 

และสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมันมักนำไปสู่ความคุ้นชิน จนสำหรับบางคนกลายเป็นเสพติด ถลำลึกจนไม่อยากให้ขาดหายไป

 

นันท์รู้ว่าฟังดูไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่สมดุลเท่าไหร่นัก แต่เขาเองไม่ใช่คนมีจุดกึ่งกลาง สเปกตรัมของเขาคือปลายสองข้างระหว่างรักมากและไม่รักเลยเท่านั้น

 

“นันท์...อื้อ” ชอบที่สุดเวลาที่ลมหายใจของเราทั้งคู่รินรดกัน ของเหลวสีใสผสมเลอะลงที่มุมปาก ใบหน้าแดงก่ำเหมือนกับว่าต่างคนต่างซับสีจากอีกฝ่ายมาไว้บนหน้าตัวเอง

 

ชอบ...เวลาที่ได้เป็นหนึ่งเดียวกันในทุกทาง

 

“ยะ อย่า” เสียงสั่นพร่าพร้อมกับแรงขืนเล็กน้อยเกิดขึ้นยามที่ฝ่ามือหนาไล้ลงต่ำ ซุกซนอยากเข้าไปสัมผัสบางส่วนที่ห่างหายกันไปนาน ซึ่งนั่นก็มากพอแล้วที่จะทำให้นันท์หยุดการล้ำเส้นที่จินเจอร์ขีดชัดเจนอย่างเต็มใจ ผละออกมากดจูบลงบนหน้าผากและนอนสบตากันภายใต้ความเงียบ

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลลอบมองท่าทีของคนที่หันหน้าเข้าหากันพร้อมกอดเอวเขาไว้หลวมๆเผื่อจะเห็นร่องรอยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ ทว่าสิ่งที่ได้รับมีเพียงรอยยิ้มจางกับสายตาเข้าใจที่มองมาจนรู้สึกถึงมวลสารอบอุ่นในอก

 

“...วันนี้ทำอะไร?” ในที่สุดก็ทนจ้องกลับไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนเรื่อง คนจมูกไวแอบได้กลิ่นนมปนบางอย่างจากเสื้อยืดตัวใหญ่ที่พักนี้มาให้เจอหน้าบ่อยเกินความจำเป็น

“ไข่คนกับบรอกโคลีผัดกุ้ง” นี่ก็เป็นอีกอย่างที่นันท์ทำให้โดยที่ไม่ได้ร้องขอ แต่คนรับรู้ดีว่าตัวเองกำลังจะโหยหาถ้าหากวันนึงมื้อเช้ากับคนที่มานั่งทานข้าวด้วยกันหายไป

“ไปอาบน้ำได้แล้ว กูหิว”

“อืม”

 

รอยยิ้มดีใจถูกระบายขึ้นเมื่อแผ่นหลังของใครอีกคนถูกกั้นบังด้วยประตูห้องน้ำ นันท์ทดลองมาหลายครั้งแล้วกับการแทรกตัวเองลงไปในเงื่อนไข และจินเจอร์ก็มักจะยอมทำตามง่ายขึ้นจนบางครั้งง่ายกว่าการเอาผลประโยชน์ของเจ้าตัวเองมาล่อ

 

อย่างเช่นถ้าบอกว่าหิว อีกฝ่ายก็จะรีบจัดการตัวเองให้เสร็จเพราะรู้ว่ายังไงเขาก็รั้นรอทานพร้อมกัน

 

ถ้ามีโอกาสก็อยากจะลองบอกว่าง่วงดูบ้าง ดึกๆเจอร์จะได้เลิกหมกตัวเองอยู่กับงานและยอมปิดไฟนอน

 

อ่า...แต่อย่างนั้นคงต้องรอให้เจ้าของบ้านเขาอนุญาตให้มานอนด้วยก่อนน่ะนะ

.

.

.

 

หยดน้ำจากเส้นผมที่ถูกขยี้พอหมาดหล่นลงบนเสื้อยืดสีครีม ดวงตาคมเฉี่ยวไล่มองคนที่ไม่ค่อยใส่ใจตัวเองเท่าไหร่และโคลงหัวอย่างเอือมๆ

 

“ผ้าเช็ดผมอยู่ไหน?”

“ข้างบน ลืมหยิบ” มือที่กำลังจะตักข้าวคำแรกเข้าปากชะงักเมื่อพ่อบ้านจำเป็นลุกพรวดจากโต๊ะอาหารก่อนจะเดินหายไปบนชั้นสาม จากที่หิวและกำลังจะแพ้ให้กลิ่นนมข้นจืดที่แทรกตัวในเนื้อไข่สีนวลจึงกลายเป็นใจแข็ง ทำทีเป็นหยิบน้ำขึ้นมาจิบด้วยอาการ ไม่ได้อยากกิน สักเท่าไหร่

“ขี้เกียจนักก็เป่าๆไป แป๊บเดียวแห้ง”

“มันเซตยาก”

“เลือกขี้เกียจสักอย่างดิ มึงจะขี้เกียจกับทุกเรื่องไม่ได้” ไม่รู้ว่าพูดขำๆหรือดุจริงจัง แต่คนฟังก็ทำแค่ยักไหล่และลงมือตักอาหารขณะที่ศีรษะของตัวเองมีใครบางคนดูแลอยู่

“ก้มลง”

“ฮะ?”

“กูบอกให้มึงก้มหน้าลงมา” จินเจอร์ใช้ส้อมจัดข้าวและกับจนพอดีคำก่อนยื่นไปจ่อปากคนที่โน้มตัวลงมาอย่างงงๆ เพียงครู่เดียวคนขี้บ่นก็ยิ้มออก อ้าปากรับมื้อแรกของวันพร้อมกับยักคิ้วอารมณ์ดี

“เออ แล้วบ้านนั้นใกล้เสร็จยัง?”

“บ้านไหน?”

“อย่ามากวนตีนจินเจอร์ มึงรู้ว่ากูหมายถึงบ้านไหน” ปากดุแต่ก็ไม่วายกินข้าวที่อีกฝ่ายสลับป้อนอย่างขัดแย้ง คนถูกถามได้แต่ถอนหายใจปลงตก ตอบจนเมื่อยปากมาทุกอาทิตย์แล้วก็ยังไม่เลิกราเสียที

“เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์”

“ทำงานชักช้า”

 

ก็คุณเบลจ้างเขาสร้างบ้านทั้งหลังนี่นะ จะให้เสร็จได้ไวแค่ไหนเชียว

 

“ต่อยกับกูมั้ย?”

“เอากุ้งหน่อยดิ” คนเอาแต่ใจเฉไฉพอโดนจับได้ว่ากำลังงี่เง่า ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อยๆดีขึ้นทีละนิด แม้ยังไม่มีคำพูดที่ชัดเจนออกมาจากปากแต่การกระทำทุกอย่างก็สื่อความหมายหมดแล้ว

 

ว่าต้องการกันแค่ไหน

 

แต่แน่นอนว่านันท์ยังไม่พอใจกับความคาราคาซังนี่หรอก เขาต้องการสิ่งที่ชัดเจนและมั่นคงกว่านี้ ซึ่งบางทีมันก็ต้องใช้คำพูดเข้ามาผูกทุกอย่างเข้าด้วยกัน การจะทำแบบนั้นได้ต้องใช้เวลา

 

เขารอได้นั่นแหละ จนกว่าจินเจอร์จะพร้อมเริ่มต้นอีกครั้ง

 

การกินข้าวฉบับยากลำบากจบลงเมื่อผมสีเข้มแห้งสนิท นันท์เดินวกกลับไปที่อีกฟากของโต๊ะอาหาร ลงมือรับประทานส่วนที่ใครบางคนแอบแบ่งไว้ให้โดยไม่รู้ตัว ก็เป็นซะอย่างนี้ไง จะให้เขาไปหาใครคนอื่นได้อีก

 

จินเจอร์น่ะร้ายจะตายไป

 

บทสนทนาไร้แก่นสารถูกหยุดลงชั่วคราวเมื่อโทรศัพท์ของใครบางคนส่งเสียงเรียกเข้า พอดิบพอดีเหลือเกินที่ชื่อคนติดต่อชัดเจนในสายตาของทั้งสองคน และนั่นทำให้บรรยากาศอุ่นๆเมื่อครู่กระจัดกะจายหายไปทันที

 

“ฮัลโหล...จริน” รับสายพลางเหลือบมองคนตรงข้ามที่ยกน้ำขึ้นจิบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สมาธิกลายเป็นเรื่องนามธรรมที่หาไม่เจอเมื่อเห็นนิ้วเรียวรวบช้อนทั้งที่อาหารยังเหลือเกินครึ่ง

“นันท์ไม่ได้อยู่บ้าน” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีที่นอกจากจานของเจ้าตัวแล้ว กับข้าว แก้วน้ำ รวมไปถึงจานของเขาก็ถูกทยอยยกไปเก็บที่หลังครัวด้วย

 

คือจะงดข้าวเขาเหรอ?

 

ระหว่างที่กำลังไม่เข้าใจนันท์ก็ไม่ได้โวยวายอะไรออกมา หนึ่งคือเขาถือสายของจรินอยู่ และสอง...เขาไม่คิดจะแสดงออกแบบไร้ความคิดแล้วมานั่งเสียใจทีหลังอีกแล้ว

 

“รีบมั้ย?” จริงอยู่ที่ตามปกติเขามักตอบกลับสั้นๆไม่ว่าคู่สนทนาจะเป็นใคร แต่คราวนี้ต้องยอมรับว่าตัวเองสงบปากสงบคำผิดวิสัยพอเห็นจินเจอร์อยู่ในสายตา

 

มือเรียวเช็ดทำความสะอาดโต๊ะที่ไม่ได้เลอะขนาดที่ต้องก้มหน้าก้มตาทำ นันท์กำลังประหม่ามากๆเหมือนตัวเองกำลังทำอะไรผิดสักอย่าง ลึกลงในใจรู้ดีว่าประเด็นนี้เขายังไม่ได้เคลียร์ให้ชัดเจน และมันก็คงเป็นตะกอนผลึกใหญ่ตกค้างในความรู้สึกจินเจอร์

 

“อ่า...ถ้าจรินฝากไว้กับคนที่บ้านไม่ได้เหรอ?”

 

!!!

 

นัยน์ตาคมเฉี่ยวเบิกกว้างอย่างที่น้อยครั้งจะได้เห็น เกือบหลุดสบถออกมาด้วยซ้ำ ยังดีที่ยั้งปากได้ทันเสียก่อน

 

ก็จะอะไรล่ะถ้าไม่ใช่—

 

“มะ เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะครับ?” เสียงทุ้มต่ำขาดห้วงเมื่อคนที่นึกซนยังไงไม่รู้ยกขาขึ้นไขว่ห้างก่อนจะเท้าคางมองเขาด้วยสีหน้าไร้เดียงสาเหมือนกับกำลังดูข่าวสักเรื่อง

 

และทั้งหมดนั่นน่ะ...บนโต๊ะอาหาร ตรงหน้าเขา

 

เพราะความสูงที่ต่างกันทำให้เขาต้องเงยหน้าส่งคำถามผ่านสายตาว่าจินเจอร์กำลังจะทำอะไร ซึ่งคำตอบก็มีเพียงรอยยิ้มเล็กๆถูกจุดขึ้นบนมุมปากที่ช่วงนี้บวมกว่าปกตินิดหน่อย และพอจับมันมารวมกับการกระตุกยิ้มแบบนั้นยิ่งน่ากัดเป็นบ้า

 

เพิ่งเชื่อว่าเวรกรรมมีจริงก็วินาทีนี้เลย

 

“ถ้างั้นเดี๋ยว—” คนที่เคยเป็นฝ่ายรุกทุกครั้งที่มีโอกาสสะดุ้งเฮือกเมื่อปลายนิ้วอุณหภูมิต่ำกว่ากันเล็กน้อยไล้กรีดกรอบหน้าเขาแผ่วเบา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววสนุกกับปฏิกิริยาตอบรับที่ได้

“เดี๋ยวนันท์ไป” ประโยคที่ควรจะยาวกว่านั้นโดนตัดลงด้วยริมฝีปากฉ่ำล่อสายตา และคนไม่มีสมาธิก็เผลอเปิดปากรับอย่างเป็นธรรมชาติ มือซุกซนของจินเจอร์ย้ายไปสอดแทรกกับกลุ่มผมของเขา ขยำกระตุ้นให้บดเบียดริมฝีปากหนักขึ้นอีกนิด

 

เสียงเรียกย้ำๆผ่านโทรศัพท์ดึงความรับรู้ที่แทบไม่เหลือของเขาให้กลับมา ทว่าความร้อนรุ่มไม่มีที่ไปมันดึงดูดจนไม่อยากผละออก หลักฐานยังคาเอวอีกฝ่ายอยู่เลย เขาสอดมือไปลูบเนื้อเนียนใต้เสื้อตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

“สักครึ่ง—!” พอเอี้ยวหลบมาจุ๊บต้นคอให้อีกคนใจเย็นๆก็กลายเป็นว่าตัวเองแย่กว่าเก่า น้ำหนักเน้นกดลงกลางลำตัวทำให้นันท์ต้องก้มลงมองก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นฝ่าเท้าสีน้ำผึ้งวนเวียนอยู่ตรงนั้น

“ครึ่งชั่วโม—” แรงเค้นคลึงส่งผลให้ใบหน้าคมเงยเริดพลางเม้มปากแน่น เขาไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองสักเท่าไหร่หรอก แต่นี่มันเหมือนกับว่าอีกคนไม่ยอมให้เขาละความสนใจไปไหนนอกจากเจ้าตัวเลยให้ตายสิ

 

ทั้งที่ก็น่าจะรู้ว่าเขาไปสนใจใครที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

 

“อีกสองชั่วโมงนันท์น่าจะถึง แค่นี้นะครับ” ทันทีที่ตัดสายร่างเพรียวก็ยันตัวเองลงจากโต๊ะอาหาร ...ด้วยความเร็วที่น้อยกว่าการตวัดรวบเอวของนันท์ไปเพียงเสี้ยววินาที

“ทำอะไร?” คนที่ใจเต้นตึกถามเสียงขรึม มือยังไม่ปล่อยให้ฝ่ายที่โดนขังอยู่บนตักหนีรอดไปง่ายๆ

“ทำอะไร?” จินเจอร์เลิกคิ้วเลียนคำถาม ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ราวกับเมื่อครู่ไม่มีเหตุการณ์ใดใดเกิดขึ้น โชคดีที่นันท์มัวแต่ตกใจ ไม่อย่างนั้นร่างกายคงจะตอบสนองให้ได้กระดากอายกันทั้งคู่

 

โตขนาดนี้แล้วยังเล่นอันตรายไม่รู้เรื่องเลยนะจินเจอร์

 

“ไม่หนัก?” เขาซ่อนรอยยิ้มกว้างของตัวเองด้วยการซุกหน้าลงกับไหล่คนถาม แทนที่จะบอกให้ปล่อยกลับมาทำหน้ากวนประสาทถามกันอย่างนั้น เห็นแล้วคันเขี้ยวชะมัดเลย

“จรินโทรมา”

“...”

“จะฝากหนังสือให้มิน” นันท์อธิบายเสียงอู้อี้เพราะยังกดๆหอมๆบนตัวของจินเจอร์ไม่หยุด กลิ่นสบู่เจือกลิ่นกายผสมจนลงตัว มันสบายจมูกเสียจนอยากเอาไว้ใกล้ตัวตลอดเวลา

 

แต่ก็ทำได้แค่เก็บความอยากไว้ในใจนั่นแหละ เดี๋ยวอีกไม่กี่วินาทีอีกฝ่ายก็คงผลักเขาออกแล้วเดินขึ้นไปทำงานไม่มาสนใจหรอก...

 

นัยน์ตาคมดุพาดแววน้อยใจวูบหนึ่งเมื่อสถานการณ์เป็นจริงอย่างที่คิด หากตอนกำลังจะเบือนหน้าหลบไปตัดพ้อกับตัวเองก็พบว่ามีฝามือเรียวอย่างคนจับปากกาเป็นส่วนใหญ่มารั้งให้สบตาเสียก่อน

 

ริมฝีปากนุ่มนิ่มกดลงมานับครั้งไม่รู้แล้วว่าเท่าไหร่และนันท์เริ่มแปลกใจที่ตัวเองไม่คิดเบื่อเลย เหมือนกับโลกของเขาถูกหมุนเหวี่ยงตอนที่ลิ้นอุ่นหวานแทรกเข้าในปากอย่างเอาแต่ใจ แม้ไม่รู้ถึงเหตุผลที่จินเจอร์จูบ ไม่มีตัวเลือกให้เดาว่าทำไมเจ้าตัวถึงเปลี่ยนจากนั่งตักมาคร่อมเขาแล้วหันหน้าเข้าหากัน

 

ไม่รู้เลยสักอย่าง...แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้

 

คนขี้โมโหที่ชอบเก็บเงียบแบบนั้นน่าจะเห็นได้แล้วว่าเขาพ่ายแพ้ยับเยินขนาดไหน

 

!” นันท์สะดุ้ง เผลอกำเสื้อยืดที่ปกปิดร่างบนตักจนยับยู่เมื่อจินเจอร์ขบกัดหยอกล้อ กระแสไฟฟ้าแล่นวาบไปถึงปลายเท้า และเป็นตอนนั้นเองที่เขาดันไหล่คนที่ชักจะขี้เล่นเกินไปแล้วออก

“...” หน้าตาดื้อๆกับท่าทางขัดใจนั่นเกือบทำให้สำนึกยับยั้งชั่งใจไร้ความสำคัญ เขานึกอยากจะกดลำตัวของอีกคนลงบนโต๊ะด้านหลัง ดึงทึ้งเสื้อยืดสีครีมน่ารำคาญออกไปให้พ้นสายตาและใช้ปากไล่ละเลียดผิวน้ำผึ้ง ผสมมันให้เลอะรอยจ้ำกลีบกุหลาบ

 

ใครบางคนต้องขุดเอาความอดทนทั้งหมดที่มีมาควบคุมจังหวะหายใจให้กลับเป็นปกติ

 

“ไม่หยุดตอนนี้คือไม่หยุดแล้ว” เสียงของนันท์ยังแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาดุดันดูเข้มขึ้นยามที่เหลือบมองคนที่อยู่เหนือกว่ากันเล็กน้อย คล้ายจะบอกให้ระวังแต่ก็มีประกายชวนลุ่มหลงชวนถลำลึกลงไป

“จินเจอร์!” เจ้าของชื่อแค่นหัวเราะเมื่อเขาแทบจะคำรามตอนที่ปลายจมูกโด่งโน้มลงมาเกี่ยวกันอย่างน่าตีที่สุด

“ไม่ได้เหรอ?” มากกว่านั้นคือเอาลมหายใจจากประโยคเมื่อครู่มาเป่ารดข้างแก้ม พอเห็นว่าเถียงไม่ออกก็เน้นคำถามเดิมและเฉียดริมฝีปากกับใบหูให้ตัวเกร็งไปหมด

“ไม่ได้จริงๆเหรอ?”

“ที่ทำอยู่คือหึง?”

“...”

“หึงเหรอครับจินเจอร์?” ประโยคที่ถูกลอกโครงสร้างอย่างชัดเจนถูกถ่ายทอดด้วยโทนแตกต่างกัน นันท์ถามในแบบที่ต้องการคำตอบ ไม่มีการล้อเล่นอะไรทั้งนั้น

 

สุดท้ายต้นฉบับจึงกลายเป็นฝ่ายแพ้ จินเจอร์เสมองนาฬิกา พึมพำโดยไม่คิดชายตามาที่คู่สนทนาของตัวเอง

 

“เหลือชั่วโมงครึ่ง อยากสายหรือไง?” ถ้าตีความตรงเป๊ะแบบไม่แคร์ภาษากายและสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนันท์คงคิดว่าจินเจอร์ไม่ได้เดือดร้อนสักเท่าไหร่กับการที่เขาจะไปหาจริน แต่นี่เขาเห็น...ทุกความเคลื่อนไหวในแววตาที่ห่างกันไม่กี่คืบนั่น

 

บ่นเรื่องปากแข็งก็ไม่ได้อีก เพราะเขาเองก็พอกัน

 

ระลอกความรู้สึกบนนัยน์ตาสีน้ำตาลไหววูบยามที่อ้อมกอดแน่นรอบเอวค่อยๆคลายออก จินเจอร์ลุกขึ้นยืนเองอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสั่ง เหนื่อยจะฟังคำปฏิเสธเป็นคำพูดเลยเลือกเดินจากมาก่อนดีกว่า

 

ชัดเจนเท่าไหร่ไม่เคยพอ ตราบใดที่ยังไม่มีการยืนยันออกมาชัดเจนเป็นคำ

 

มวลสารร้อนรุ่มในอกเปลี่ยนเป็นสิ่งเย็นเฉียบกัดกร่อนความรู้สึก จินเจอร์คงต้องยอมรับแล้วว่าเขาไม่เคยเรียนรู้ ไอ้วลีตลกๆอย่าง มูฟออนเป็นวงกลม น่ะเชื่อเถอะว่าไม่มีใครเข้าใจมันไปมากกว่าเขา

 

“เจอร์”

 

ยังหยุดเหมือนเดิม หันกลับไปหาคนเดิม

 

ย่ำอยู่ที่เดิม

 

“ขับรถให้หน่อย” พวงกุญแจถูกโยนส่งและรับตามสัญชาตญาณ เขาก้มมองวัตถุสีดำแซมเงินในมือด้วยการรับรู้ที่เบลอด้วยความไม่เข้าใจ

 

ไม่ทันได้คิดว่าจุดเดิมที่ยืนอยู่ จะมีอีกคนก้าวมาหยุดข้างกัน

 

ไม่ทันคิดเลยจริงๆ...



_________________________________________________________________

ถ้าโมโหให้จุ๊บจุ๊บจุ๊บ~

#เหลือศูนย์

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 852 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #760 softless (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 14:03
    เจอร์ดื้อมากกกกกโคตรน่ารักเลย!!
    #760
    0
  2. #696 canookss (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 19:38
    ไม่เคยรู้สึกมันเขี้ยวน้องขิงเท่าตอนนี้ อยากบีบแก้มมมม
    #696
    0
  3. #665 CallistoJpt (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 15:17

    บรรยากาศกำลังจะดีแล้วเลย แง้ๆ เอาให้ชัดเจนจริงๆสักทีนะนันท์ แต่ตอนจินเจอร์กวนนันท์นี่มันเขี้ยวมาก

    #665
    0
  4. #604 khattiyaporn7926 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 11:56
    อึดอัดอ่ะ อยากให้เจอร์ตัดใจแล้วให้โอกาสคุณเบลบ้าง #ทีมคุณเบลได้ป่ะ
    #604
    0
  5. #573 llllovellll (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 04:05
    ชัดเจนกันสักทีดีมั้ยคับ ตะได้ไปกันต่อถูกเนาะ
    #573
    0
  6. #426 Wafel (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:33
    สวีทได้แปปนึงก็ว่าหน่วงต่อ;-;
    #426
    0
  7. #384 katikatikati (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 22:20
    อึดอัด
    #384
    0
  8. #373 kmmmmmm (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 12:04
    แงงงงจินเจอร์
    #373
    0
  9. #330 beme. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 10:45
    อะ หวังว่าจะเคลียร์จริงๆแล้วนะ
    #330
    0
  10. #275 ychibi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 15:48
    U should clear about the relationship between u and Jrin na ka. King is very jealous but do not showww. How cuteeee ~
    #275
    0
  11. #233 Poani (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 12:20
    ฮือ ความรักระหว่างเราสามใช่ไหมคะ ฝ่ายหนึ่งให้รักกับอีกฝ่ายหนึ่งให้... อยากรู้ว่าจะมีความสุขยังไงคะ
    #233
    0
  12. #203 PuiPui--r (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 09:43
    ไม่เข้าใจความสัมพันธ์แบบเราสองสามคนอ่ะค่ะ รักเจอร์แต่ต้องดูแลแม่นางฟ้าเหรอคะ
    #203
    0
  13. #176 kikrattiyaporn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 19:18

    น้องขิงคับ ทำตามที่ใจตัวเองต้องการเถอะ
    #176
    0
  14. #151 Nobodylover (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:50
    ฟินนน ชอบบบบบบ
    #151
    0
  15. #98 Optimuspatcha (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 01:28
    เอ็นดูเจ้าขิงจังเลยค่ะคุณไรท์ เหมือนแมวขู่ฟ่อๆเลยค่ะ~ บทนี้ให้ระดับความหวานค่อนข้างเยอะนะคะ อ่านไปก็แอบกัดผ้าห่มไป
    #98
    0
  16. #95 Am_BigBear (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:21
    ยัยจินเจอร์คือแมวดื้ออออ น่ารักโครตต
    #95
    0
  17. #93 Blue9197 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 01:03
    หึงได้น่ากัดจริงๆเจอร์ งื้ออออออ
    #93
    0
  18. #92 MMAAYY (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:07
    น่ารักกกกกกกกกกกก

    ฮืออออออ

    ดูจินเจอร์หึง

    น่ารักแบบอยากจุ้บหัวจินเจอร์รัวๆๆๆๆ
    #92
    0