ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 19 : ศูนย์สิบเก้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 772 ครั้ง
    20 ก.ย. 62

“...”

“...”

 

แก้มสีน้ำผึ้งถูกดุนดันอย่างกวนประสาทระหว่างรอคำอธิบายของฝ่ายที่เอาแต่ยืนเงียบ ทว่าจนแล้วจนรอดสองนาทีกว่าๆที่เสียไปก็เปล่าประโยชน์ จินเจอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอื้อมมือคว้าแขนของคนตรงหน้าให้หลบรุ่นน้องและเพื่อนร่วมงานที่กำลังแยกย้ายกันกลับ ทำเป็นเมินสายตาสงสัยชัดเจนที่มองมาว่าไอ้ผู้ชายที่ยืนบื้อนี่คือใคร เกี่ยวข้องยังไงกับเขา

 

นิ้วเรียวปลดจากสัมผัสทันทีหลังจากรั้งนันท์ให้ออกมาจากระยะเกะกะเรียบร้อย

 

“สรุปมีอะไร?” ดูท่าแล้วยืนรอไปทั้งคืนอีกฝั่งก็คงไม่เริ่มพูดก่อน จินเจอร์เลยเปิดบทสนทนาพลางก้มมองนาฬิกาข้อมือ ไม่เลย...ไม่ได้มีนัดที่ไหนหลังจากนี้ แค่แสดงออกทางอ้อมว่าอยากให้เวลาตรงนี้ผ่านไปไวๆ

“อยากเจอ”

“...”

“อยากเจอมึง” เขาไม่ใช่คนที่พ่ายแพ้ให้กับคำพูดหวานเลี่ยนหรือประโยคเทือกนั้น สิ่งที่ทำให้เผลอขบกรามแน่นไม่ให้หลุดแสดงสีหน้าประหลาดออกไปมันคือสายตาคมดุกับท่าทางที่เห็นต่างหาก

 

 คล้ายกับว่าการอยากเห็นหน้าเขาเป็นเรื่องผิด และน้ำเสียงที่ใช้เหมือนอยากขอโทษ

 

ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจ?, คนที่ไม่เคยนึกถึงความรู้สึกกันเลยสักนิดเดียวเนี่ยนะ?

 

“ได้เจอแล้วนี่ไง” เขาก้มมองนาฬิกาก่อนจะลากสายตากลับมาสบกันอีกครั้ง ยืนรอพลางกดดันด้วยความเงียบให้นันท์กลับไปเสียทีในเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว

 

ก็รู้ตัวว่างี่เง่าที่ไม่คิดตีความอะไรเลย แต่จินเจอร์เหนื่อยเกินไปแล้วกับการเป็นคนฉลาดที่รู้ทุกอย่าง

 

เพราะงั้นถ้าไม่บอกออกมาจากปาก เขาก็จะไม่รับรู้แล้วกัน

 

“มึง...รีบไปไหนรึเปล่า?” ความเกรงใจก็เป็นอีกอย่างที่แปลกใหม่ระหว่างพวกเขาสองคน จุดนึงจินเจอร์ก็อยากกวนประสาทกลับหนักๆหรือทำตัวแย่ตอบโต้เหมือนกัน ติดตรงที่ความเป็นผู้ใหญ่มันทำให้เขาไร้สีสันจนเล่นอะไรแบบนั้นไม่ลงแล้ว

“กูมีที่นึงอยากให้มึงไปด้วยกัน” นันท์ใช้จังหวะที่เขาเงียบเฉลยเหตุผลที่ได้เจอหน้าอีกครั้งหลังผ่านไปไม่กี่สิบชั่วโมง คำชวนแบบที่คนธรรมดาเขาใช้กันฟังดูสุภาพเกินไปจนชักจะทำตัวไม่ถูกกันทั้งคู่

          “...จะไม่ยอมแพ้จริงๆสินะ” คนที่พังจนเบื่อจะซ่อมผ่อนลมหายใจอย่างปลงตก

          “ก็รู้นี่” คำพูดยียวนขัดกับสายตาวอนขอที่มองมา จินเจอร์ยีผมตัวเองด้วยความหงุดหงิดที่คิดเท่าไหร่ก็ไม่ออกเสียที สิ่งที่จะใช้รับมือคนหัวรั้นที่ดื้อเกือบจะเท่ากันกับเขา

 

          แตกต่างก็แค่นันท์ไม่ได้ดื้อเงียบเหมือนที่เขาเป็น

 

“ไม่เกินสามทุ่ม”

         

และรอยยิ้มดีใจราวกับเด็กได้ของเล่น...

 

ถ้านันท์เป็นฝ่ายที่มองเห็นเหมือนที่เขากำลังเห็นอยู่ตอนนี้ จินเจอร์มั่นใจว่าคนตรงหน้าไม่มีทางใจเต้นแรงได้เท่าเขา

 

เพราะหลายๆอย่างของเรามันไม่เท่ากัน

.

.

.

 

แปลกใจ...จะบอกอย่างนั้นก็ไม่ผิดนัก

 

ระหว่างทางที่ขับรถตามใครบางคนมาเขาไม่ได้ใช้ความคิดไปกับการเดาสถานการณ์สักเท่าไหร่ สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวมีเพียงคำถามเกี่ยวกับการวางตัวเองให้ไม่อยู่ในตำแหน่งสุ่มเสี่ยงเกินกว่าที่คิดว่ายอมรับได้

 

ปฏิเสธตรงๆไม่ได้ผล ปฏิเสธทางอ้อมก็ไม่ฟัง

 

งั้นความเป็นไปได้ที่เหลือก็มีแค่การที่นันท์จะเบื่อและยอมเลิกราไปเองกับการที่เขาจะหลงเชื่อความรู้สึกที่ถูกก่อกวนขึ้นมาอีกครั้ง

 

ก็คงต้องเดาว่าอย่างไหนจะเกิดขึ้นก่อนกัน

 

“จินเจอร์”

“...”

“เจอร์”

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลลากกลับมาสบคนเรียกอย่างเชื่องช้าแม้ความจริงจะตกใจไม่น้อยที่เสียงนันท์มาดังอยู่ใกล้ขนาดนี้ เขาเหม่ออีกแล้ว เหมือนนี่จะเป็นครั้งที่สามที่นันท์ต้องพยายามดึงเขาให้กลับมาในเวลาปัจจุบัน

 

“ว่าไงนะ?” เลือกถามกลบเกลื่อนแทนการตอบสายตาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ บางทีก็รู้สึกอึดอัดกับความเอาใจใส่อย่างกะทันหันของนันท์ แต่เพราะเป็นนันท์นี่แหละ ความอึดอัดที่เกิดขึ้นมันถึงได้พิเศษกว่าแบบที่รู้สึกกับคนอื่น

 

ไม่อยากให้ใส่ใจ แต่ก็ไม่อยากให้เลิกพยายามเหมือนกัน

 

“...กูบอกว่าครั้งก่อนที่มา กูเจอไอด้านั่งวาดรูปอยู่ตรงนั้น” นิ้วยาวชี้ไปยังเก้าอี้เหล็กดัดฝั่งตรงข้าม ทำเป็นไม่สนอาการใจลอยของคนข้างตัวและเริ่มเล่าเรื่องที่คิดไว้ต่อ

“น้องน่ารัก” จินเจอร์ยิ้มบาง ถ้าหากไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกันหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของเจ้าตัว คนผิวสีน้ำผึ้งก็ไม่ลังเลที่จะต่อบทสนทนากลับมา

“เด็กกวนประสาท”

“ฉลาด” แก้คำชมแปลกๆนั้นใหม่ด้วยคำอธิบายที่ดีขึ้น คิ้วเข้มขมวดคล้ายไม่เห็นด้วยเท่าไหร่แต่ก็ไม่คิดเถียง นันท์ยอมรับว่าเด็กคนนั้นฉลาดจริงนั่นแหละ แต่ความกวนอารมณ์ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด

“น้องเป็นคนให้กูไปส่งที่บ้าน”

“..?”

“เลยได้เจอมึงกับลูกค้านั่น”

 

ใครบางคนหายใจผิดจังหวะไปครู่หนึ่งกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับ แม้ไม่เคยบอกตรงๆแต่จินเจอร์คิดว่าเมษาก็คงเคยเล่าให้ไอด้าฟังบ้าง และเด็กที่ละเอียดเรื่องความรู้สึกขนาดนั้นก็คงจะพอรู้ ...เรื่องระหว่างเขากับนันท์มันไม่ค่อยดี

 

แล้วอะไรที่ทำให้น้องเหมือนอยากจะ...จับคู่?

 

“ไอด้าบอกให้กูปล่อยมึงไป” ทว่าสิ่งที่ออกมาจากปากกลับสร้างความน่างุนงงกว่าเก่า เขาเหมือนจำได้เลือนรางถึงเหตุการณ์ที่น้องกันคุณเบลออกและเปิดโอกาสให้นันท์เป็นคนไปส่งเขา

 

การกระทำเป็นแบบนึง แต่คำพูดที่ให้นันท์มีความหมายอีกทางนึง?

 

“ให้มึงไปเจอคนที่รักมึงได้เท่าที่มึงรักกู”

 

ถ้าไม่คิดจะรักตอบ ก็ปล่อยให้พี่เขาไปเจอคนอื่นเถอะค่ะ

หมายถึงพี่เธอน่ะเหรอ?

หมายถึงคนที่รักพี่เจอร์ได้เหมือนที่เขารักคุณต่างหาก

 

ประโยคสั้นๆที่ยังฝังใจมาจนถึงตอนนี้ นันท์เหลือบมองคนข้างกาย นึกอยากเอื้อมมือไปคลึงริมฝีปากสีชมพูซีดที่ช้ำไปหมดเพราะโดนกัด คล้ายกับเจ้าของมันต้องการใช้ความเจ็บเตือนสติตัวเองและตอกย้ำว่าอย่าหลงเชื่อกันง่ายๆ

 

ความรู้สึกของเด็กเลี้ยงแกะเป็นอย่างนี้สินะ

 

อยากจะบอกว่าให้เชื่ออย่างสนิทใจเถอะ ทิ้งตัวลงมาหาได้เลยไม่ต้องกังวลเพราะยังไงก็จะยืนรอรับอยู่ตรงนี้ ไม่มีทางปล่อยให้เจ็บปวดอยู่แล้ว

 

...แต่ทุกอย่างไม่ง่ายขนาดนั้น แม้ครั้งนี้ทุกอย่างที่พูดและแสดงออกคือความจริงทั้งหมด

 

มือหนาเลื่อนสอดเข้าไปใต้ฝ่ามือของอีกคนอย่างลังเล เมื่อไม่เห็นท่าทีปฏิเสธที่รุนแรงเกินกว่าการชะงักนิ่งและหลังที่ยืดตรงขึ้นเหมือนเตรียมตั้งรับอันตรายสักอย่างตามสัญชาตญาณ นันท์ก็ค่อยอิงไหล่ตัวเองแนบชิดและพิงศีรษะตัวเองลงบนบ่าของจินเจอร์

 

“แต่กูเห็นแก่ตัว” เพราะไม่เคยรู้เลยว่าคำว่า รักมาก ของคนผิวน้ำผึ้งมันเยอะเท่าไหร่ ไม่เคยรับรู้ว่าคนที่กำลังปล่อยให้เขากุมมือตอนนี้อดทนมานานแค่ไหน

“กูปล่อยมึงไปไม่ได้” นันท์เกลี่ยนิ้วโป้งลงบนหลังมือเย็นเยียบแผ่วเบา ตอนนี้มีแค่เขาที่ประสานทุกนิ้วเข้ากับอีกคน กระชับมันเอาไว้โดยไม่สนใจที่จินเจอร์ไม่ตอบสนองอะไรกลับคืน

 

เสียงอื้อจากการที่นันท์แนบใบหูลงกับร่างกายอีกฝ่ายและกลิ่นหอมจางต่างจากทุกครั้งที่ได้เจอทำให้เขารู้ว่าใครบางคนพยายามที่จะเปลี่ยนไปอย่างที่บอกกันเอาไว้จริงๆ

 

“...แล้วทำได้เหรอ?” แรงสั่นสะเทือนกลุ่มเล็กเกิดขึ้นเมื่อหลักพิงของเขาเปิดปากพูด ใบหน้าคมซบลงกับเนื้อผ้าบนไหล่ เก็บกลิ่นอายตัวตนของคนพูดเป็นกำลังใจในการต่อประโยค

“หมายถึง?”

“รักกูให้เท่าที่กูรักมึง...ทำได้เหรอ?”

 

เพราะเสียงนั้นเรียบนิ่งจนจับอารมณ์ไม่ได้ นันท์ถึงต้องผละออกมามองแววตาคู่เดิมที่วันนี้ให้ความรู้สึกไม่เหมือนเก่า

 

“แต่คงไม่ยากมั้ง เพราะกูก็ไม่ได้รักมึงขนาดนั้นแล้ว”

 

บางทีใครบางคนก็ใจร้ายเกินไปจนต้องหาวิธีทำให้หยุดพูด

 

          เห็นแก่รอยจ้ำเลือดบนริมฝีปากนิ่ม สัมผัสที่เขาเป็นคนเริ่มเลยแนบแน่นอย่างอ่อนโยนด้วยไม่อยากให้เจ็บไปมากกว่านี้

 

          นิ้วที่สอดประสานคลายออกหวังจะเอามาใช้ประคองใบหน้าของจินเจอร์ ทว่าปลายนิ้วเย็นก็หยุดเขาเอาไว้ด้วยการยื้อมันลงที่เดิมก่อนเจ้าตัวจะดึงความสนใจกันด้วยการเปิดปาก

 

          ในที่สุดความอุ่นร้อนนุ่มนวลก็ชนะ แม้ขัดใจที่ควบคุมทุกอย่างไม่ได้อย่างใจนึกแต่ความหอมหวานที่ตอบกลับก็คุ้มค่า นันท์รุกไล่สลับกับป้อนทุกความรู้สึกผ่านการกระทำนั้น หลับตาลงช้าๆและจูบอย่างสื่อความหมายว่าเขายอมหมดทุกทางแล้ว

 

          ให้ทำยังไงก็ได้...ช่วยอย่าเลิกรักกันเลยนะ

 

          ฝ่ายที่ยังลืมตาปวดหน่วงทั้งอกกับภาพที่เห็น จินเจอร์ทำได้แค่จิกมือที่กอบกุมกันไว้อย่างไม่กลัวสักนิดว่าเขาจะทำให้เจ็บ แถมยังแนบริมฝีปากลงมาด้วยน้ำหนักที่รู้ดีถึงรอยแผลบนตัวเขา

 

          รีบเบื่อสักทีเถอะนันท์ อย่าให้มันมากไปกว่านี้เลย’, ความคิดสวนทางกับการกระทำที่ตอบสนองกลับไปตามอารมณ์ นี่ไม่ใช่ความต้องการที่พลุ่งพล่านอย่างควบคุมไม่ได้เหมือนที่ผ่าน ทุกสัมผัสตั้งใจและมีความหมาย

 

          ใครบางคนอยากให้ และใครบางคนลังเลที่จะรับ

 

          “อืม...” เสียงครางต่ำประท้วงเมื่อจินเจอร์ทำท่าจะผละออก คนเอาแต่ใจตามไปกดจูบหนักๆหลายครั้งเพื่อเติมเต็มหลุมลึกในอกตัวเอง เขาต้องการคนตรงหน้าก็จริง แต่ความรู้สึกของอีกฝ่ายสำคัญกว่า

 

          นันท์กำลังเรียนรู้

 

          ใบหน้าสีน้ำผึ้งสูบฉีดผสมสีแดงจางอย่างน่ามอง ยิ่งริมฝีปากฉ่ำที่เผยอออกเล็กน้อยเพื่อหอบหายใจมันยิ่งทำให้เด็กเกเรที่อยากเปลี่ยนนิสัยใหม่ต้องควบคุมตัวเองอย่างหนัก

 

          “ช่างแม่ง” นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างทั้งยังคลอไปด้วยน้ำตาเมื่อโดนฉกจูบอีกครั้งอย่างไม่ตั้งตัว นันท์ขบกัดคล้ายอยากระบายความมันเขี้ยวและบางสิ่งที่รุ่มร้อนอยู่ด้านใน ความจริงแล้วเขาไม่ควรปล่อยให้คนขาดการยับยั้งชั่งใจได้มีโอกาสเริ่มเลย

 

เพราะเหมือนเจ้าตัวจะหยุดไม่เป็น

 

“นันท์...”

“...”

“ไอ้นันท์? เจอร์?” เสียงเรียกชื่อระคนตกใจทำให้มือที่ถูกกุมอยู่รีบสะบัดออกไปผลักอกกว้าง จินเจอร์หน้าแดงก่ำเมื่อเห็นสายตาคมดุยังคงจับจ้องบนริมฝีปากของเขาไม่ห่าง คล้ายกับว่าอีกคนยังตกอยู่ในภวังค์น่ามัวเมาไม่มีสติครบถ้วน

“ตะ ตัง?”

 

 

_____________

         

 

ใจเขาเต้นระส่ำไม่ต่างจากผู้ร้ายที่โดนจับได้ว่าทำความผิด ตังเห็น...ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ตังคงรู้แล้ว

 

ความกลัวเกี่ยวพันจิตใจของจินเจอร์จนเผลอกำมือแน่น

 

“อย่ากัดปาก” สัมผัสที่ปลายคางทำให้เขาสะดุ้งหนีจนนันท์ชะงัก ดวงตาดุดันตวัดมองบุคคลมาใหม่ที่ทำเสียเรื่องอย่างโมโห เพราะมีไอ้เพื่อนเวรนี่อยู่แค่จับตัวจินเจอร์ยังทำไม่ได้

“นี่มึง..?”

“จินเจอร์อย่ากัดปาก” คราวนี้เขาล็อกไหล่พลางขมวดคิ้วมองคนข้างกายด้วยสีหน้าจริงจัง ถ้าปากนุ่มนิ่มนั่นช้ำไปกว่านี้เขาไม่ยอมแน่ กะอีแค่ตังทำหน้าเหมือนเห็นผีอยู่ตรงนั้นไม่เห็นต้องสนใจเลย

“ปล่อย”

“มาทำไมวะ?” เพราะดูแล้วยังไงถ้ามีสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งหน่ออยู่แบบนี้จินเจอร์คงไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ นันท์เลยได้แต่จิ๊ปากและหันไปถาม ส่วนเกิน ให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไปสักที

“นี่สวนสาธารณะพ่อมึงหรือไงถึงมาไม่ได้?”

“อย่ากวนตีนกู ตัง”

“มาวิ่งครับไอ้สัส แล้วก่อนที่จะโกรธที่กูขัดจังหวะเนี่ย กรุณาสำนึกด้วยว่าพวกมึงอยู่ข้างนอก” บุคคลมาใหม่มองริ้วสีแดงที่พาดผ่านแก้มตอบของเพื่อนสนิทอย่างเหลือเชื่อ จูบเอาๆขนาดนั้นเพิ่งจะมาอายตอนนี้เนี่ยนะ?

 

กูจะบ้า

 

“เคลียร์แล้วดิ? จับแน่นเชียว” จินเจอร์มองตังที่พยักเพยิดมายังมือที่เลื่อนกับมาประสาทกันตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ หากสิ่งที่น่าสนใจกว่าคือสิ่งที่ได้ยิน

“มึงรู้?”

“ถามกูว่าใครไม่รู้บ้างดีกว่า” คนถูกยียวนสะอึกไป ก็คิดมาตลอดไอ้เรื่องความแนบเนียนว่าไม่แพ้ใคร สุดท้ายดันกลายเป็นเพื่อนรู้กันหมดทั้งกลุ่มแล้วอย่างนั้นเหรอ?

“อย่าเว่อร์ นอกจากไอ้ตังก็มีแค่เนแหละที่รู้” ตอนท้ายนันท์หันมาแก้ให้ด้วยเสียงอ่อนผิดกับที่ด่าเพื่อนไปเมื่อต้นประโยคลิบลับ แต่สีหน้ากังวลของจินเจอร์ก็ยังไม่จางลงง่ายๆ

 

นี่มันชักจะวุ่นวายไปกันใหญ่แล้ว

 

“จินเจอร์?”

“อย่าบอกใคร”

“...”

“...”

 

แค่คำเดียวก็ทำให้เพื่อนสนิทที่กำลังจะกินหัวกันอยู่รอมร่อชะงัก นันท์หันมองคนข้างตัวที่แกะมือออกจากกันเชื่องช้าก่อนจะหันมองคนที่ยืนอยู่ด้วยสายตาขอร้องแกมบังคับ

 

“รับปากมาตัง”

“เออๆๆ กูจะเอาไปพูดให้ใครฟังเล่า เพื่อนก็ไม่มี”

“...” ทั้งที่เหล่มองนันท์เป็นนัยว่าเล่นมุขถึงเจ้าตัวคนตาดุก็ไม่มีท่าทีว่าจะขำ กลับกันคือนั่งนิ่งขณะก้มมองมือตัวเองบนตักที่ปราศจากสัมผัสเย็นๆจากคนข้างกายเสียแล้ว

“แต่ขอถามหน่อยเหอะ” คนผิวน้ำผึ้งเงยหน้าและมุ่งความสนใจทั้งหมดไปยังคนพูด เพราะไม่อยากเห็น...สีหน้าผิดหวังน้อยใจของใครบางคนที่มันชัดเจนจนน่าหวั่นไหว

“สมมติกูจะเอาไปพูดจริงๆ จะต้องเล่าว่ามึงเป็นอะไรกัน?

 

สถานะไม่เคยเป็นเรื่องใหญ่เลยถ้าการกระทำและความรู้สึกอยู่ในระดับที่ควร ทว่าตอนนี้ร่างกายก็เกินเลยไปแล้ว และหัวใจก็ไม่ปกติกันทั้งคู่

 

เรื่องที่ไม่ควรซับซ้อนจึงกลายเป็นยุ่งเหยิงอย่างที่แกะออกยาก

 

“มึงรับปากแล้วว่าจะไม่พูด” คำถามที่ยากเกินไปทำให้จินเจอร์เลือกหลบเลี่ยงแทนการหาคำตอบ ตังได้แต่มองภาพนั้นแล้วโคลงหัว การแสดงออกของนันท์ก็ชัดจนไม่รู้จะชัดยังไงแล้ว เหลือติดปัญหาตรงไหนคนนอกอย่างเขาไม่เห็นเข้าใจเลย

 

แต่ก็นะ...เพราะไม่รู้ เลยไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใครทั้งนั้น

 

“เออ แต่วันหลังระวังหน่อย” เตือนทั้งคนกระทำและผู้ที่ดูเหมือนถูกกระทำ หลักฐานมันคาตาว่าคงจะมีครั้งต่อไปแน่นอน ซึ่งถ้าอยากปกปิดให้มันเป็นความลับนักก็ควรรอบคอบมากกว่านี้สักหน่อย ...ความจริงก็ไม่หน่อยหรอก ต้องระวังกว่านี้อีกมาก นี่มันสวนสาธารณะนะเว้ย!

“อืม ไปละ” ตังอยากหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาอัดคลิปเสียเดี๋ยวนี้ ก็ไอ้หมาหูตกน่ะสิ แค่เจ้าของขยับตัวนิดเดียวก็เอื้อมมารั้งแขนเขาไว้แน่น แถมยังทำหน้าทำตาขอร้องให้อนุญาตเดินไปส่งที่รถอีก

 

เอากันเข้าไป สภาพแบบนี้เจ้าของจะทนได้อีกกี่วันกัน?

 

ดูก็รู้ว่าใจเหลวเป็นน้ำไปแล้ว

 

คล้อยหลังเพื่อนที่ไม่ได้นัดหมายจินเจอร์ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ไล่ความกังวลที่กัดกินอยู่ในความรู้สึก หลายอย่างกำลังถลำลึกเกินไปและเขาไม่พร้อมเอาเสียเลย

 

          “แค่คนอื่นเห็นว่าอยู่กับกูคือต้องเครียดขนาดนั้น?” คำประชดประชันจากคนที่ทนน้อยใจเงียบๆต่อไปไม่ไหวทำให้ขาที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงัก

          “พูดอะไร?”

          “กูแย่มากเลยใช่มั้ย แย่จนมึงไม่อยากให้ใครเห็นว่าอยู่ใกล้ด้วย”

          “อย่าพาล” ยิ่งโดนกดเสียงต่ำใส่ยิ่งหงุดหงิด ใช่สิ...จะยังไงนันท์ก็ไม่มีทางเป็นคนดีในสายตาอีกฝ่ายอยู่แล้วนี่

“ขอโทษแล้วกันเจอร์ที่ทำมึงอายคนอื่น”

“เลิกประชดกูแบบนี้นะนันท์”

“ประชด? ตรงไหนคือประชดวะ กูพูดเรื่องจริงทั้งนั้น” ดวงตาคมดุเสหลบเพราะรู้ดีว่าคำพูดของใครเป็นความจริงมากกว่ากัน อารมณ์ที่กำลังแปรปรวนนี่เขาเองก็สัมผัสได้ ข้อแม้อย่างเดียวตอนนี้คือเขาควบคุมมันไม่อยู่

 

ให้ตายสิ...เขาอายุตั้งเท่าไหร่แล้วนะ

 

“มองหน้ากูเดี๋ยวนี้”

“...”

“พัทธนันท์”

 

อาจเป็นเพราะตอนเด็กโดนคุณครูเรียกมาดุบ่อยๆ หรืออาจเพราะจินเจอร์ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะทำเสียงแข็งและเรียกเขาด้วยชื่อจริงแบบนี้

 

สุดท้ายคนตัวใหญ่แต่ใจเล็กนิดเดียวเลยหันมามองด้วยหัวคิ้วที่พันกันจนยุ่ง

 

“หึ...” เสียงหัวเราะในลำคอและรอยยิ้มมุมปากเปลี่ยนอารมณ์ฉุนเฉียวกลายเป็นความงุนงงในพริบตา จินเจอร์ยกมือปิดปากซ่อนยิ้มก่อนจะกระแอมสองสามครั้งเพื่อให้เสียงที่พูดไม่สั่นจากการหลุดขำมากเกินไป

“ใช่ มึงมันแย่”

 

ใครบางคนทำท่าจะเดินหนีตามประสาคนขี้งอนอีกครั้ง คนผิวน้ำผึ้งเลยจำต้องปั้นหน้านิ่งดังเดิมพร้อมรีบต่อประโยคต่อจนจบ

 

“แต่ก็ไม่ได้แย่จนต้องอายคนอื่นเวลาที่อยู่กับมึง”

“แล้วทำไม—”

“ไม่ใช่กูหรอก” คราวนี้การตีหน้านิ่งไม่ยากจนเกินไปอีกแล้วเมื่อเนื้อความที่จะพูดมันชักทำให้ปวดใจอยู่ไม่น้อย

“ไม่ใช่กูหรอกที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องนี้”

 

หน้าตาไม่เข้าใจฉายชัดด้วยคิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นกว่าเดิม คนมองระบายยิ้มจางให้ภาพนั้นก่อนจะต่อคำอธิบายให้เผื่อว่าพอช่วยได้

 

“มึงต่างหากที่หันหลังกลับมาแล้วจะเสียใจ” จากที่หงุดหงิดโหมหนักกลายเป็นความโกรธ นันท์ตวัดสายตาดุมองมาอย่างที่ไม่ได้ทำใส่มาสักพักใหญ่

“อย่ามาคิดแทนกู”

“เพราะมึงไม่คิดอะไรเลยนี่ไง” แต่ใครอีกคนก็ไม่ได้มีนิสัยใจเย็นกว่ากันมากมายขนาดนั้น จินเจอร์เริ่มขึ้นเสียงใส่คนรั้น เงยหน้าต่อปากต่อคำอย่างที่เชื่อว่าตัวเองถูกต้องที่สุด

“กูรักมึง”

“หยุดเอาคำนี้มาอ้างสักที!

“กูไม่ได้อ้าง มึงไม่เชื่อกูไม่ได้แปลว่ากูพูดโกหกสักหน่อย!

“แล้วมึงจะให้กูเชื่อว่าคนที่เกลียดกูแทบตายเสือกเปลี่ยนใจมารักเพราะได้กันไม่กี่ครั้งน่ะเหรอ?”

          “ผิดแล้วจินเจอร์” เจ้าของชื่อเงยหน้ามองด้วยสายตาดื้อรั้นไม่ต่าง รอฟังคำแก้ตัวที่มั่นใจว่าไม่มีทางเปลี่ยนความคิดกันได้แน่นอน

          “กูไม่เคยเกลียดมึง”

          “แล้ว—”

          “โกรธน่ะใช่ แต่กูไม่เคยเกลียด” เน้นย้ำหนักแน่นทีละคำจนคนฟังรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก ยิ่งผนวกกับสายตาจริงจังและมั่นคงอย่างนั้นแล้ว

 

          นี่มันบ้าบอมากจริงๆ

 

          “มึงนั่นแหละเลิกอ้างสักที” นันท์ก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าอีกคนด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง หลุบตามองด้วยลักษณะที่ทำให้คนความสูงต่างกันไม่เท่าไหร่รู้สึกเหมือนตัวหดเหลือเล็กนิดเดียว

          “ไม่ว่ามึงจะกลัวหรือไม่มั่นใจอะไรอยู่ กูไม่แคร์”

         

          จินเจอร์เบือนหน้าหนีบรรยากาศกดดันที่แสนเกลียด ไม่ชอบเลยที่ต้องยอมรับกับตัวเองว่าเขาสู้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้อีกแล้ว

 

          “อย่างเดียวที่กูสนคือการที่ทำให้มึงเชื่อ...เชื่อว่ากูรักมึง”

 


_________________________________________________________________

เห็นคอมเมนต์ทุกคนแล้วดีใจยิ้มแก้มแตกเลยอ่ะ ฮรือออ

คือเรารู้สึกว่าตัวเองหายไปนานมากเลยไม่คาดหวังว่า เอ้อ ทุกคนจะยังกลับมาอ่านคุณขิง

ขอบคุณจากใจหัวจัยยย

ปล. มันหน่วงเหรอเพื่อน ในมุมเรามันคือขมปนหวานหน่อยๆ

เลยมานั่งถามตัวเองว่าหรือเราดาร์คไปวะ?5555555

เราชอบมาม่าอ่ะเพื่อน ชอบเวลาอ่านละมันจิ๊ดๆหัวใจ UwU

แต่ทิศทางของเรื่องนี้ที่เขียนไว้ (เรารู้สึกว่า) มันจะเริ่มผ่อนคลายลงนะ มั้ง? แง้55555

เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เจอกันนน เลิ้ปเลิ้ป~ #เหลือศูนย์


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 772 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #729 warunchaya klumsum (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 15:10
    หน่วงตับมากเลยไรรร
    #729
    0
  2. #695 canookss (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 19:21
    ไม่มีตอนไหนเลยที่อ่านไปแล้วจะไม่อึดอัดดด แงงง๊ ไรเตอร์เก่งมาก อินไปหมดดด
    #695
    0
  3. #664 CallistoJpt (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 14:51

    เห็นด้วยกับตังอีกแล้วคนหนึ่งก็เหมือนเจ้าหมาหางลู่หูตกกลัวเจ้าของหนีคือหมดมาดคนดุไปเลยอะ5555555 ส่วนอีกคนก็ทำเป็นเข้มแต่ใจอย่างเหลว อ่านไปก็เอาให่ช่วยให้เข้าใจกันไวๆ แต่ก็แอบขำตังโอ๊ยย



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 มีนาคม 2563 / 14:57
    #664
    0
  4. #572 llllovellll (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 03:53
    ตอนจบจะหายใจสะดวกกว่านี้ใช่มั้ยคะ55555
    #572
    0
  5. #473 GnajBz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 12:03
    ชอบบมาก เสียใจที่เพิ่งมาเจอเรื่องนี้ แต่ก็ดีใจที่ยังไก้ได้มาเจอ
    #473
    0
  6. #466 Pp-OnlyOne (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 21:03
    คุณขาทำไมเราเห็นพี่มิวกับน้องกลัฟในเรื่องนี้^^
    #466
    0
  7. #422 Wafel (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 16:52
    นันท์ทำไมยังอะไรกับจริณ รู้สึกยังไงกันแน่ แค่เพื่อนกันจริงป่าว
    #422
    0
  8. #337 Captain02 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 13:00
    สนุกมากเลย ทำไมเราเพิ่งมาเจอกันนะ
    #337
    0
  9. #329 beme. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 10:29
    -ต้าวขิง เราอยู่ข้างเธอ ฮือ ไม่อยู่ข้างนันท์จนกว่าจะเคลียร์เรื่องผู้หญิงคนนั้น
    #329
    0
  10. #309 _bebebeam_61 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:05
    ไปเคลียร์ตัวเองก่อนเหอะค่อยมาทำให้เชื่อใจกัน
    #309
    0
  11. #246 เลดี้วาย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 14:02
    นันท์รุกหนักแล้วเหลือแค่ขิงที่ใจอ่อนให้สักที
    #246
    0
  12. #232 Poani (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 12:15
    ทำดีกันสองสามตอน คนที่รู้สึกมานานก็เหมือนได้ขึ้นสวรรค์แล้วค่ะแม่ จะเอาไปเทียบคนที่เพิ่งรู้สึกได้ยังไง ไปเคลียร์เรื่องตัวเองให้จบก่อนไหมคะ ก่อนจะมาบอกว่ารักใคร หรือขอโอกาสอะไรอ่ะ
    #232
    0
  13. #227 xqaantqx (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:38
    เข้าใจทั้งคู่เลย แต่มันจุกอกไปหมดเลยแม่
    #227
    0
  14. #219 ChoNami (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 21:36
    ขิงแม่โสดนะลูกกก
    #219
    0
  15. #202 PuiPui--r (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 09:22
    ฝ่ายกระทำก็งี้แหละไม่เคยรู้ว่าที่ผ่านมาการกระทำของตัวเองมันร้ายแรงและทำคนอื่นเจ็บแค่ไหน ถ้าเจอร์เชื่อไม่ระแวงเลยสิแปลก
    #202
    0
  16. #174 kikrattiyaporn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 18:36
    ให้รางวัลไรท์คนเก่ง อิอิ
    #174
    0
  17. #172 kikrattiyaporn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 18:36
    เริ่มคลายความเครียดลงแล้วค่ะ ไรท์ชอบมาม่า??

    เอาที่อยู่มาค่ะ เดี๋ยวส่งไปให้ลังนึง
    #172
    0
  18. #137 B'Bew (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 14:42
    คือขิงก็เจ็บมาเยอะอ่ะ ทนมานาน ไม่แปลกที่จะกลัวว่าถูกนันท์ให้ความหวังหรือถูกหลอกแล้วต้องเจ็บมากกว่าครั้งไหนๆ

    เส้ามากกก แงงงงงงง
    #137
    0
  19. #94 Am_BigBear (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:16
    ยัยขิง ต้องใจแข็งขนาดไหนอ่ะ ตังคือตัวแทนของหมู่บ้านค่ะ รักกันดูออก
    #94
    0
  20. #91 MMAAYY (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 20:15
    เค้ารู้สึกว่าบรรยากาศมันดีขึ้น

    เหมือนต้นไม้ที่กำลังได้น้ำเลยค่ะไรท์

    อยากให้ทั้งคู่ไม่เจ็บแล้วมีความสุขเร็วๆ

    สงสารที่เจ็บทั้งคู่มาหลายตอนมากถึงส่วนมากจะเป็นขิงที่เจ็บ

    สู้ๆนะคะไรท์เป็นกำลังใจให้
    #91
    0
  21. #90 kmchnb (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:08
    แงงงง ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไง มันปนกันไปหมด จะหวานก็ไม่ใช่ จะดาร์กก็ไม่ขนาดนั้นอีก แต่มันดีแล้วน้าา เอาจริงมันก็น่ารักในแบบของมัน เอาอีกๆๆ ชอบ55555555
    #90
    0
  22. #89 stikkies (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:32
    อย่ายอมง่ายๆนะเจอร์ ขอพิสูจน์นันท์มากกว่านี้หนอย
    #89
    0