ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 16 : ศูนย์สิบหก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 820 ครั้ง
    8 ส.ค. 62

T
B

ยอมรับว่าตกใจตอนที่เปิดประตูบ้านออกมาแล้วเจอใครบางคนยืนรออยู่ 

 

“...” จินเจอร์ก้มมองนาฬิกา มันถือว่าไม่เช้าแต่ก็ไม่ได้สายมากขนาดที่เดินทางสักเก้าโมงจะมาถึง 

 

แล้วพอนึกคำนวณเวลาย้อนกลับไปก็ต้องเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น การที่ต้องตื่น อาบน้ำแต่งตัว ไหนจะขับรถมาในระยะความไกลเท่านี้ 

 

ใช้ความพยายามไม่น้อยเลย 

 

จะไปส่ง” เขาเลิกคิ้วให้คนที่บอกความต้องการใส่กันหน้าตาย กุญแจคุณหนูยังเกี่ยวกับนิ้วยาวของเจ้าบ้าน แกว่งไปมาอย่างไม่มั่นคงในตอนที่เจ้าตัวตอบกลับเสียงราบเรียบ 

ขับรถเป็น”  

 

นันท์ชะงักก่อนจะกลับมาตีหน้านิ่งเหมือนเก่า รู้หรอกว่าอีกฝ่ายไม่ไว้ใจและไม่ได้มีความรู้สึกด้านบวกมากพอที่จะใช่เวลาร่วมกันสักนาที  

 

แต่ให้ถอยก็ไม่ได้ไง 

 

รู้ตัวแล้วว่าชอบ 

 

บอกทำไม?” คนที่ตอนนี้มีคะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดินถึงทำเป็นถามกลับ ไม่ใส่ใจความหมายแฝงที่จินเจอร์สื่อว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือ 

นันท์ 

ขึ้นรถ หิวข้าว”  

กูไม่ได้มีเวลาเยอะขนาดนั้น” หมายถึงการทานอาหารไม่ได้อยู่ในโปรแกรมตั้งแต่แรก และปฏิเสธทับอีกครั้งกลายๆเรื่องก่อนหน้า 

แล้วจะปล่อยหิวจนถึงกี่โมง?” 

“...” 

แวะซื้ออะไรกินง่ายๆ ไม่ถึงสิบนาทีหรอก 

. 

. 

. 

 

อยากถามเหมือนกันว่าคนที่ชอบกินอะไรหนักท้องตอนเช้าจะยอมแวะร้านกาแฟ เลือกขนมปังที่ไซส์ไม่ได้เกินกว่าฝ่ามือไปทำไม  

 

แต่คงต้องถามตัวเองมากกว่าว่าเพราะอะไรถึงเก็บกุญแจคุณหนูลงกระเป๋ากางเกงแล้วยอมขึ้นรถชาวบ้านเขามา 

 

ขี้เกียจเถียงเหรออย่าหลอกตัวเองหน่อยเลยจินเจอร์ 

 

เสร็จเย็นเหมือนเมื่อวานเลยรึเปล่า?” 

 

กี่ปีๆก็แพ้คนเดิม รู้อยู่แก่ใจ 

 

ขิง” เขาสะดุ้งสุดตัวตอนที่ความคิดเลื่อนลอยถูกขัดลงด้วยชื่อน่าหงุดหงิด คิ้วเข้มยิ่งขมวดยุ่งกว่าเก่าเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของสารถีจำเป็นแม้เพียงแวบเดียว 

ไม่รู้ 

โทรบอกแล้วกัน 

ทำไมต้องบอก?” 

เพราะจะมารับ 

ไม่เป็นไร เดี๋ยวคุณเบล—“ 

ขอ 

 

คำสั้นๆคำเดียวที่ทำให้เขาลืมคำต่อไปของประโยคที่กำลังพูด 

 

นันท์ไม่อธิบายเพิ่ม แต่สิ่งที่เคยได้ยินกลับวนเข้ามาขยายความจนชัดเจน 

 

กูอยากขอโอกาส...’ 

อย่าเพิ่งเลิกรักกูเลยนะ 

 

ก็เป็นซะแบบนี้ 

 

อ่อนไหวจนน่ารำคาญ 

 

กูขอบ้างได้มั้ย?”  

 

คงจริงอย่างที่คุณเบลบอก เขาเองไม่ใช่คนอ่านยากสักเท่าไหร่ ไอ้การที่วาดรอยยิ้มขื่นๆผสมกับกำกระเป๋าสะพายใบโปรดน่ะเป็นอาการเดิมทุกครั้งตอนกำลังจะปกปิดบางอย่าง 

 

และการที่จ้องตาอีกคนไม่ได้นานๆก็เพราะเหตุผลดาษดื่นที่ใครทุกคนต่างรู้ 

 

แววตาไม่เคยโกหก 

 

เลิกให้ความหวังกูสักที 

 

ไม่รู้แล้วว่าจะต้องทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ สุดท้ายเลยใช้วิธีของคนอ่อนแออย่างการวอนขอ ในเมื่อโกหกแล้วไม่มีอะไรดีคงเหลือเพียงข้อเดียวที่ทำได้คือการพูดความจริง แม้จะเจ็บปวดทุกครั้งที่ปล่อยให้มันหลุดออกจากปากก็เถอะ 

 

ยิ่งพูดสีหน้าคนฟังก็ยิ่งตอกย้ำว่าไม่มีความหมาย 

 

ไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไร... 

 

จะให้ 

“...” 

หวังได้ 

 

เขาโกรธตัวเอง 

 

โกรธที่ไม่ปัดมือที่เอื้อมมากุมกันเอาไว้คล้ายจะกักขังไม่ให้หนี โกรธที่ไม่หลบสายตาโอนอ่อนทว่าหนักแน่นจนใจสั่นของคนตรงหน้า 

 

และโกรธ...ที่ไม่เบี่ยงหลบสัมผัสแผ่วเบาบนริมฝีปาก 

 

นันท์เป็นคนใจร้อน

 

จริงๆ 

 

เอาแต่ความต้องการตัวเองไว้ที่หนึ่ง ความรู้สึกของเขาเป็นลำดับสุดท้าย 

 

นะ...นันท์ 

 

ชอบบังคับ ตัดสินคนอื่นจากเรื่องราวแค่มุมเดียว 

 

อื้อ!” 

 

ปากร้าย 


จูบที่ได้รับยังคงหนักแน่น รุกล้ำ เอาแต่ใจ นันท์ชอบกัดเม้มริมฝีปากของเขาไม่ว่าจะย้ำไปสักกี่ครั้งว่าให้เลิกทำได้แล้ว ซึ่งเหตุผลลึกๆที่จินเจอร์ห้ามไม่ใช่เพราะความเจ็บ


แต่เป็นเพราะมันอันตรายมากเกินไปกับการที่นันท์แสดงออกว่าต้องการกันจนทนไม่ไหว จนทำให้การบดเคล้าริมฝีปากซ้ำๆยังเติมเต็มไม่พอจนต้องฝังเขี้ยว


บังคับให้เขาหลุดร้องต่อต้านผ่านเสียงสั่นเครือ

 

ตอนเย็นจะมารับ” เนื้อนุ่มคลอเคลียอยู่กับปากฉ่ำ ลมหายใจอุ่นแตะร้อนทำให้จินเจอร์ต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สมองเหมือนถูกแช่แข็งยามที่ดวงตาทรงดุไล่มององค์ประกอบบนใบหน้าของเขาอย่างใจเย็น 

เสร็จแล้วโทรบอก 

ไม่ต้อง 

อย่าให้คนอื่นไปส่ง 

ฟังที่กูพูดบ้างมั้ย?”  

ถ้าไม่โทรจะมารอ 

นันท์ กูไม่ตลกนะ 

จริงจังเหมือนกัน 

 

จินเจอร์ถอนหายใจ คงจะเป็นเวรกรรมจากชาติไหนสักชาติที่ผลักแต่คนดื้อดึงหน้าตายมาในชีวิตของเขา 

 

มึงล้ำเส้น 

“...” กลายเป็นนันท์ที่เงียบลงหลังจากเขาพูดประโยคนั้นด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย  

หยุดบังคับให้กูทำอะไรตามใจมึงได้แล้ว ยิ่งมึงทำ กูก็ยิ่งเห็นว่ามึงไม่เข้าใจความหมายของคำพูดตัวเองเลย 

 

เขาชอบการพูดยาวยืดเป็นอีกเท่าตัวเมื่อรู้ว่ามันช่วยเรียกสติกลับมาได้ 

 

มึงขอโอกาสกู แต่พอกูไม่ทำอย่างที่มึงบอกมึงก็เป็นแบบนี้ 

“...ขอโทษ 

ใช้บ่อยจนฟังไม่มีน้ำหนักแล้วคำนั้นน่ะ” การตัดบทอย่างไร้เยื่อใยทำให้คนมองใจเสียหนักขึ้น 

ไม่บังคับแล้ว สายตาดื้อดึงไม่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้สิ่งที่เจ้าตัวบอกสักนิด จินเจอร์เงียบไปชั่วอึดใจ พยายามคิดข้อพิสูจน์ว่านันท์จะทำได้อย่างที่กล่าวสักแค่ไหนเชียว

ตอนเย็นคุณเบลไปส่ง วูบนึงที่ความรั้นปรากฎในแววตา แต่นันท์ทำได้เพียงเบือนหน้าหนีไปสงบสติอารมณ์ก่อนจะพยักหน้ารับแกนๆ แสดงว่าไม่ได้พอใจข้อตกลงที่ได้ยิน 

งั้น...กูไปนะ อันที่จริงมันไม่ใช่หน้าที่ของเขากับการทดสอบอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ ในเมื่อตอนสุดท้ายแม้นันท์จะสอบผ่านเขาก็คงไม่มีรางวัลอะไรให้


ความรู้สึกที่เคยเก็บไว้ก็กำลังโยนทิ้งไปทุกวัน



เป็นวินาทีที่จินเจอร์กำลังจะปิดประตูรถลงสนิทอย่างเฉียดฉิวที่นันท์รั้งข้อมือบางเอาไว้ 

 

จะพยายามไม่เอาแต่ใจ” หน้าตาจริงจังช่างไม่เข้ากับประโยคเด็กชายเกเรที่กำลังกลั้นใจทำตัวดีของคนพูดเลยแม้แต่น้อย โชคดีที่ไม่มีใครรู้ว่าคนฟังใจอ่อนยวบไปแค่ไหน 

สัญญา”  

 

เสียงกระแทกลงล็อกของกลไกสักอย่างที่บานประตูดังกลบเกลื่อนบางอย่างที่สั่นคลอนความรู้สึกของจินเจอร์ได้อย่างดี เขาต้องหายใจเข้าลึกหลายต่อหลายครั้งกว่าจะพาให้นิ้วสั่นๆของตัวเองกดออดแสดงตัวว่ามาถึงแล้ว 

 

สวัสดีค่ะพี่เจอร์”  

 

คนแก่กว่าเอ่ยทักทายตอบอย่างเลื่อนลอย ในหัวมีเพียงคำกริยาสั้นๆที่ความหมายมากมายและมีอิทธิพลจนน่ากลัว คงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่มองแค่นันท์เสมอมาอย่างเขาจะรู้ 

 

รู้ว่านายพัทธนันท์คนนั้นไม่ชอบผิดคำพูด 

 

และถ้าได้สัญญาออกมาแล้ว... 

 

ทานอะไรมารึยังคะ?” 

 

ก็แปลว่าสำคัญ 


 

_____________ 


 

วันนี้คุณสถาปนิกคนเก่งดูเหม่อลอยอย่างผิดวิสัย 

 

เบลเท้าคางฟังอีกฝ่ายที่ยังอธิบายงานคล่องแคล่วเหมือนอย่างเคย หากแต่แววตาและน้ำเสียงฟังดูต่างออกไปจนแน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเอง 

 

พักมั้ยคุณ?” 

อ่า...ได้ครับ” คนถูกถามตอบพร้อมท่าทางเสียดายอย่างปิดไม่มิด แม้ตัวเขาเองยังไม่ได้เหนื่อยอะไรมากก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ลูกค้าต้องการพักผ่อน 

 

คนนึงห่วงส่วนอีกคนเกรงใจ ความหมายผ่านๆอาจดูดีแต่ในความเป็นจริงมันเท่ากับระยะห่างที่มองไม่เห็น 

 

จินเจอร์ขีดเส้นไว้แต่แรกโดยไม่รู้ตัว 

 

บางคำที่เบลอยากจะพูดถูกหยุดเอาไว้ด้วยโทรศัพท์ที่สั่นครูดไปกับโต๊ะ เจ้าของมือถือขออนุญาตเขาเสียงแผ่วก่อนจะพลิกมันขึ้นมารับสาย อาจเป็นเพราะความสนใจถูกผูกขาดไว้กับจินเจอร์ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยอย่างแววตาที่วูบไหวกับปลายนิ้วที่กำเข้าหากันแน่นขึ้นถึงได้ชัดเจนสำหรับเขานัก 

 

เวลาใจเรากลายเป็นของใครสักคนมันมักจะน่าหงุดหงิดแบบนี้เสมอ 

 

โดยเฉพาะเมื่อใจเขาไม่ใช่ของเราและเจ้าตัวหยิบยื่นมันให้คนที่ไม่คิดดูแล 

 

ผมขอตัวแป๊บนึงนะครับ 

อืม 

 

รู้สึกพ่ายแพ้เพราะทำอะไรไม่ได้เลย... 

. 

. 

. 

 

|บ่ายสองแล้วคำขานเวลามีความหมายกว้างจนคนที่ไม่กล้าคาดการณ์อะไรล่องลอยได้แต่ยืนเงียบ สะกดกลั้นความหวังที่ถูกจุดขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉยและน้ำเสียงเย็นชา 

มีอะไร?” 

 

บางทีทางเดียวที่พอจะทำได้ก็คือแสดงออกตรงข้ามกับความรู้สึก  

 

แข็งกร้าวเพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ตั้งแต่แรก 

 

|กินข้าวเที่ยงหรือยัง?| 

 

เพราะเมื่อระยะห่างลดลงเท่าไหร่ 

 

|ไม่ตอบแปลว่ายังใช่มั้ย?| 

 

จะไม่เหลืออะไรที่ควบคุมได้อีก 

 

วุ่นวายอะไรนักหนากับเรื่องแค่นี้?” 

|มึงเป็นเหมือนกูจินเจอร์ขมวดคิ้วฉับ ต่อต้านในใจว่าไม่เห็นจะมีตรงไหนใกล้เคียงสักหน่อย เขากับไอ้คนเอาแต่ใจนั่นน่ะ  

|ตอนนั้นงานยุ่ง เหลือแค่มึงกับกูที่ไม่ยอมไปกินข้าว 

 

ภาพเก่าเลือนรางสมัยมหาฯลัยผุดขึ้นมาในหัวของคนช่างจำ ครั้งนั้นเป็นงานกลุ่มที่ต้องนั่งทำด้วยกันที่สโมของคณะ เหลืออีกแค่ไม่กี่ส่วนก็จะเสร็จตามเป้าหมายที่ทุกคนวางแผนเอาไว้ ชุดนักศึกษาชายของนันท์ถูกปลดไทและกระดุมออกจนดูผิดระเบียบ มันเป็นแบบนั้นเสมอจนเป็นเรื่องชินตา อีกอย่างคืออาจารย์ก็ไม่ได้มาสนใจเพราะแค่เรียนให้รอดก็ลำบากมากแล้ว 

 

ตรงอ้างอิงครามจะเคลียร์ให้?’ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหลุบมองกระดาษในมือเมื่ออีกคนที่มุมห้องเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถาม 

อือ ของมึงอีกเยอะมั้ย?’ กรอบแว่นเหล็กเส้นบางถูกดันขึ้นคาดผมที่ยุ่งนิดๆของนันท์ เขาจำได้ว่าต้องกลืนน้ำลายลงคออยู่พักใหญ่กว่าจะคุมให้เสียงไม่สั่นได้ในบทสนทนานั้น 

ไม่ค่อย’ พอใจแข็งพอจะสบตาก็ถูกท้าทายด้วยรอยยิ้มจางตรงมุมปากที่ส่งมาอย่างรู้ทัน นันท์ในวัยสิบเก้าปีเท้าคางมองเขาและพยักหน้ารับ 

เหมือนกัน 

 

บทสรุปคือผ่านไปกว่าชั่วโมงจนเพื่อนของพวกเขาต้องโทรมาตาม ถามว่าต้องการให้ซื้ออะไรเข้าไปประทังชีวิตมนุษย์บ้างานซึ่งก็คือเขาและอีกฝ่ายบ้างหรือเปล่า  

 

ก็ยังจำได้อีกนั่นแหละ ที่ใครบางคนเลิกคิ้วสงสัยยามได้ยินเขาตอบปฏิเสธ

 

เดี๋ยวห้องมีกลิ่น’ อธิบายสั้นๆพลางเสยผมกลบเกลื่อนกระเพาะที่เริ่มจะปะท้วงขึ้นมาเนื่องด้วยขาดสิ่งที่ต้องการนานเกินกว่าที่ควร 

ไม่หิวเหรอ?’ 

เสร็จค่อยไป 

เออ กูก็คงใกล้ๆกับมึง เรียกด้วยแล้วกัน 

อืม 

 

ความจริงคือจินเจอร์ไม่ชอบทานอาหารผิดเวลา 

 

ในตอนนั้นก็แค่กลัวว่าถ้าหนีไปกินก่อนแล้วจะไม่เหลือข้ออ้างไว้ชวนอีกคนไปพัก 

 

เหตุผลมันก็แค่นั้น 

 

|อย่าปล่อยให้ท้องว่างนานๆ เมื่อเช้ามึงกินไปน้อย| 

ถ้าไม่มีอะไรสำคัญจะวางนะ ลูกค้ารอ 

|ชอบทำงานจนลืม อยากเป็นกระเพาะหรือไง?| 

 

ไม่จริงหรอก เขาไม่ได้มีนิสัยแบบนั้น 

 

ไม่รู้ยังไง...ก็ยังไม่รู้เหมือนเคย 

 

และเขาเองก็คงไม่คิดเฉลยอะไรให้ทุกอย่างยืดเยื้อกว่าที่เป็น 

 

แค่นี้ 

|ตอนเย็น...|  

 

คนที่ขู่จะตัดสายกลับรอฟังอย่างเผลอตัว เลขแสดงวินาทีฟ้องว่านันท์เงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงถอนหายใจหนักๆและประโยคสุดท้าย 

 

|บอกลูกค้ามึงให้ขับรถดีๆ เมื่อกี้ดูข่าวฝนน่าจะตก| 

“...” 

|ไม่กวนมึงแล้ว| 

 

เป็นนันท์ที่จบบทสนทนาในครั้งนี้ 

 

ทิ้งคนที่รู้สึกมากกว่าไว้กับคำถามว่าหากที่ผ่านมา การที่อีกฝ่ายจะรับรู้และรับรักคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ 

 

แล้วการที่เขาจะหยุดและลืมทุกอย่าง ทิ้งมันไว้ในอดีตแล้วก้าวผ่าน... 

 

คือสิ่งที่เป็นไปได้จริงๆน่ะเหรอ? 

 

_________________________________________________________________

ชีวิตช่วงนี้ก็คือลุ้นว่าจากนศพ.จะกลายเป็นศพเมื่อไหร่ วรั้ยยยย

แต่ไม่เป็นไรค่ะเรายังมีที่ให้พักผ่อนหย่อนใจตรงนี้และทุกคนอยู่

ขอบคุณจริงๆสำหรับเพื่อนที่รอ ยังแวะเข้ามาอ่านกันถึงเราจะมาไม่บ่อยเหมือนก่อน

คือเราก็เป็นคนอ่านเหมือนกัน เข้าใจฟีลน้องมารอพี่ที่ท่าน้ำอยู่พอสมควร

ยังไงขอบคุณอีกครั้งนะคะ ถึงตรงนี้จะเป็นมุมเล็กๆแต่ก็เป็นมุมเล็กที่ดีต่อใจเรามากเลย

ตอนหน้ามาเจอกั๊นนนน #ลดลงเหลือศูนย์


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 820 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #633 Mr-understand (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 15:26
    ยังไงก็ซัพพี่เขาว่ะ ไม่อาจจะไม่ผิดมั้งที่มันไม่รู้เพราะที่ผ่าน เจอร์ก็ไม่พูด เอาจริงๆ
    #633
    0
  2. #569 llllovellll (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 03:19
    จะบอกให้พี่เจอร์ให้โอกาสก็พูดได้ไม่เต็มปาก แง้
    #569
    0
  3. #496 chercher1997 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 12:54
    ใครหลอกให้ฉันเข้ามาอ่าน แงงง ตอนนี้คือกุมใจมากแล้ว ขอให้ปลายทางดีนะ
    #496
    1
    • #496-1 Kapitan(จากตอนที่ 16)
      21 มีนาคม 2563 / 13:56
      โอ๋น้า555555 ขำความโดนหลอกมาอ่าน ใบ้ว่าปลายทางไม่เวิร์คนะคะ เสี่ยงเบาหวานประมาณนึง แฮ่ๆ ><
      #496-1
  4. #461 Bammiiee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 08:14
    เรื่องนี้เราเชียร์พระเอกอะค่ะ แงง มันก็ไม่ผิดนะที่นันท์จะไม่รู้ เพราะเจอร์แสดงออกให้เห็นอย่างนั้นเอง สู้เขาอาจารย์!
    #461
    0
  5. #460 tang_thai°°° (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 01:08
    เคลียร์กันยังอะ
    #460
    0
  6. #443 myyyralll (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 14:01
    คุณนศพ.สู้ๆนะคะะะ
    #443
    0
  7. วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 13:30

    มันยังไม่เคลียร์อ่ะนันท์ กลัวเจอร์จะต้องเจ็บอีกครั้ง
    #340
    0
  8. #324 beme. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 02:01
    อยากให้เธอไปคุย เธอไปคุยกับเขาก่อน นี่คือสิ่งที่อยากบอกนันท์อะ แง เคลียร์ตัวเองหรือยังมาตามขิงแบบนี้
    #324
    0
  9. #199 PuiPui--r (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 08:25
    ไม่รู้จะพูดอะไรแต่เชียร์ให้เจอร์ตัดใจได้
    #199
    0
  10. #170 kikrattiyaporn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 17:23
    เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    หนูทั้ง2คน เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออหมดคำจะพูด เข้าใจทั้งคู่เห็นใจทั้งคู่แต่ก็สมควรได้รับทั้งคู่
    #170
    0
  11. #78 nammon_ctm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 10:03

    T^T จินเจอรรรรรรร์
    #78
    0
  12. #77 Am_BigBear (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 07:02
    พยายามเข้านะพี่นันท์
    #77
    0
  13. #76 MMAAYY (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:35
    ฮืออออออ

    อีกคนพยายามจะตัด ส่วนอีกคนะพยายามรักเศร้ามากเลยค่ะไรท์

    สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้
    #76
    0