ลดลงเหลือศูนย์ (End.)

ตอนที่ 15 : ลบสิบห้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 833 ครั้ง
    30 ก.ค. 62

          ขายาวพาดกับเบาะผ้าเนื้อสาก กดแผ่นหลังตัวเองให้จมลงบนพนักพิงโซฟาคล้ายจะเก็บกอดกลิ่นอายของใครบางคนที่อาจหลงเหลือ

 

          นันท์รู้ว่ามันเป็นเพียงการหลอกตัวเอง

 

          ตอนนี้ไม่มีอะไรลงตัวในความรู้สึก แอร์ที่กำลังทำงานก็เย็นเกินไป หมอนที่หยิบขึ้นมากอดไม่ได้ให้สัมผัสที่ต้องการ

 

          มวลสารสักอย่างในอกค่อยๆกัดกินเขา ประโยคที่ถูกกรอซ้ำไปซ้ำมาว่าเรื่องราวทั้งหมดต้องหยุดลงบอกกับนันท์ถึงความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า

 

          จินเจอร์กำลังจะไป

 

          แม้พยายามหาเหตุผลของการรั้งอีกฝ่ายเอาไว้อย่างงี่เง่าจนเจอก็ยังไม่อยากยอมรับ เขามีประสบการณ์มาก่อน ทั้งเหตุการณ์ในคลับและเหตุการณ์เมื่อครู่กระทบบางสิ่งในตัวเขาอย่างแรง

 

          ความไม่ชอบที่ถูกจุดขึ้น ลุกลามได้เร็วจนน่ากลัวยามที่เจอร์แตะต้องคนอื่นคือ หึงหวง

 

          ส่วนก้อนน้ำแข็งที่เย็นจนปวดแสบตรงอกซ้ายเมื่อเจ้าตัวหันหลังให้กันคือ โหยหา

 

          แต่ที่น่าสับสนคือทั้งสองอย่างนั้นเป็นผลมาจากสิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดว่าได้มอบให้ผู้หญิงคนหนึ่งไปเมื่อนานมาแล้ว นานจนไม่คิดถึงความเปลี่ยนแปลงเพราะไม่เคยเปิดโอกาสให้ใคร

 

มันถึงว้าวุ่นไปหมดเมื่อจู่ๆความรักที่ควรต้องอยู่กับจรินย้ายไปหาอีกคน

 

“...” ดวงตาคมเฉี่ยวหลับลงพลางถอนหายใจยาว ทั้งที่ไม่เคยมีบทสนทนาดีๆด้วยกันบ่อยขนาดนั้น เจอหน้าก็เอาแต่ประชดประชันก่นด่า หนักสุดคือทำร้ายร่างกายจนต่างฝ่ายต่างได้แผล

 

แล้วความรู้สึกที่เปราะบางตั้งมากมายมันเกิดขึ้นเมื่อไหร่..?

 

มือหนาลูบหมอนใบโตบนตักขณะใช้ความคิด พอจะเข้าใจน้ำเสียงที่ร้องขอกันให้เขาพาไปที่อื่นเมื่อครั้งก่อน อารมณ์โมโหสั่งให้เขารุนแรง และเนื้อผ้าบาดผิวขนาดนี้คงทำแผ่นหลังสีน้ำผึ้งขึ้นรอยแดงหรือถลอกบ้างบางส่วน

 

คำว่า หลง ถูกขีดฆ่าไปกลางอากาศ จริงอยู่ที่ถึงจุดนึงร่างกายเขาเรียกร้องจินเจอร์จนควบคุมไม่ได้ แต่นันท์ในตอนที่สติครบถ้วนต้องการมากกว่านั้น เขาอยากทำความรู้จัก อยากได้พูดคุยกันดีๆ ซึ่งคนโลภมากอย่างเขายังหวังจะได้มองรอยยิ้มกว้างทั้งที่ปัจจุบันมีแต่ขอบตาแดงก่ำให้เห็น ไม่ได้ใกล้เคียงสักนิด...

 

ที่สำคัญคือเขาต้องเป็นเจ้าของรอยยิ้มจินเจอร์ เพราะไม่ได้ใจกว้างพอจนยอมให้ใครมามีอิทธิพลกับอีกฝ่ายเยอะแยะ

 

ครืด

 

ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะประคองตัวเองขึ้นมากวาดสายตาหาต้นเสียง มือถือน่าสงสารที่โดนปัดตกบนพื้นแข็งสีเบจมีร่องรอยการแตกบนหน้าจอ นันท์ไม่ใส่ใจกับมันเท่าไหร่ด้วยไม่จำเป็นต้องทำ เครื่องสี่เหลี่ยมนั่นไม่มีไฟล์งานหรือใช้ตอบเมลสะดวกเหมือนแล็ปท็อปเสียหน่อย

 

“แทน?”

|อืม อยู่ไหน?| คำถามแรกก็บ่งบอกแล้วว่าพี่ชายอยากจะถามหาใคร ดวงตาคมเฉี่ยวกลอกมองบนอย่างรำคาญ

          “ห้อง ทำไมไม่โทรหามิน?”

 

          ชัดเจนแบบที่มองจากดาวอังคารก็เห็น คิดถึงแฟนเด็กแต่ทำตัวซับซ้อนเดือดร้อนคนอื่น

 

          |ไม่อยากกวน|

          “ก็เลยกวนฉันแทน” เขาแค่นหัวเราะ พอเห็นหน้าตายิ้มแย้มของเด็กนั่นเวลาอยู่กับคนปลายสายแล้วชักพาลหน่อยๆ ถึงจะบอกกับตัวเองว่าคงหมั่นไส้ทั่วไปแต่ลึกๆก็รู้ว่ากำลังอิจฉา

 

          เออ...โคตรอิจฉาเลย

 

          |พ่อแม่สบายดี?| คนเป็นพี่เองก็เริ่มรู้ว่าน้องมีอาการหงุดหงิดจึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง แม้หัวข้อฟังดูสุ่มเสี่ยงกว่าเดิมก็เถอะ ให้ทำยังไงได้ แทนห่วยแตกกับการสนทนานอกเหนือเรื่องงานมาแต่ไหนแต่ไร

          “สงสัยก็กลับมาดูเอง” นันท์ตอบปัดเสียงห้วนแต่คนตีความเก่งก็ยังพอเดาความหมายได้ มาแนวนี้ก็คงเหมือนเดิมไม่มีอะไรให้ห่วง การย้ายมาอยู่ต่างแดนได้สักพักใหญ่ไม่ได้ทำให้ลืมคนสำคัญที่บ้าน และระยะห่างทำให้แทนเห็นคุณค่าของหลายอย่างมากขึ้น

          |จะหาเวลาแล้วกัน|

          “แทน”

          |ว่า?|

          “...” กลายเป็นคนน้องที่ดึงเปลี่ยนเรื่องแต่ลังเลอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ปกตินันท์ไม่ใช่คนให้เวลากับการเรียบเรียงคำพูดเท่าไหร่ เอาให้ง่ายคือเขาพูดไม่คิด แต่ประเด็นที่อยากปรึกษามันจับต้นชนปลายลำบาก และเขาเองไม่ค่อยมีโอกาสคุยกับแทนเรื่องนี้บ่อยเท่าไหร่

 

          หัวข้อนี้ในชีวิตเขาไม่เคยมีปัญหา...จนมีคนชื่อเดียวกับสมุนไพรไทยหน้าตาเหลืองๆแง่งๆนั่นเข้ามาทำให้วุ่นวายไปหมด

 

          “ตอนจีบมิน ทำไง?”

 

          โชคดีที่เลือกสื่อสารแบบได้ยินแค่เสียงเพราะปลายสายที่เป็นฝ่ายจ่ายค่าโทรแพงลิบทำน้ำอุ่นกระฉอกจนเสื้อชุ่มทั้งอก แทนเป่าๆไล่ความร้อนทั้งที่น้ำตาคลอเบ้าแต่ก็โวยวายไม่ได้เพราะไก่จะตื่นจนฟาดงวงฟาดงา (?) แล้วชิงตัดสายไปก่อน มากสุดเลยกระแอมเรียกฟอร์มพลางตอบด้วยเสียงปกติ

 

          |ไม่รู้|

          “แก่จนจำไม่ได้แล้วหรือไง?” แน่นอนว่าฝ่ายที่รอคอยตัวช่วยขัดใจกับความไร้ประโยชน์ที่ได้รับ แทนหลุดยิ้มกับตัวเองขณะกระพือคอเสื้อเพื่อทำให้มันแห้ง

          |ไม่รู้จริงๆ มินเป็นคนจีบ|

 

          นันท์เบ้ปากและกำลังหมดความอดทนกับคู่รักต่างวัยนี่ลงเรื่อยๆ นิ้วยาวคงตัดสายทิ้งอย่างไม่แคร์โลกไปแล้วถ้าพี่ชายไม่เอ่ยประโยคถัดไปขึ้นมาแก้เกมเสียก่อน

 

|แต่พอรู้ตัวว่าชอบก็แสดงออกให้เขาเห็นมากขึ้น|

“...ยังไง?” ถ้าการสื่อสารของแทนมีคะแนนติดลบ การแสดงออกของนันท์คงจัดว่าติดโปร

 

และกำลังจะโดนรีไทร์อยู่รอมร่อ

 

|มันก็แค่...ถ้าอยากเห็นมินหัวเราะก็จะหาเรื่องแกล้งหรือชวนคุย อยากให้ไม่ป่วยก็ชวนกินอาหารดีๆแล้วก็ไปเดินเล่นด้วยกันตอนเช้า ช่วงไหนมินต้องนอนดึกติดกันก็ไปนั่งทำงานเป็นเพื่อนแล้วแอบชงนมอุ่นไปให้ แป๊ปเดียวเดี๋ยวเริ่มง่วงเองนั่นแหละ แล้วถ้า—|

“พอ ขี้เกียจฟัง” อาจารย์คนเก่งคิ้วขมวดกันจนแทบเป็นเงื่อนตาย ทนเก็บข้อมูลไม่ไหวจนต้องเบรกปลายสายที่พูดเป็นวรรคเป็นเวร รู้แล้วว่ารักกันปานจะกลืนกินแต่มันรำคาญ

“ทำอะไรวกวน นอนดึกก็บอกให้นอนเร็วไปดิ แล้วถ้าสุขภาพตัวเองยังไม่รักษาก็ปล่อยป่วยไปเหอะ”

|ไม่รู้ดิ มันห่วง ถ้าไม่มีเวลาตัวเองเดี๋ยวดูแลให้ก็ได้|

“สปอยล์”

|ก็อยากให้เขามีความสุขเยอะๆจะให้ทำไง ไปบังคับบอกให้ต้องมีความสุขมันก็ไม่ใช่รึเปล่า?|

 

ประโยคนั้นทำให้คนฟังนิ่งไป นันท์ก็พอจะรู้ว่าตัวเองชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่จุกจิก ทุกอย่างถูกเป๊ะตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ และบางทีมันก็ทำให้เขาคาดหวัง พบกับความผิดหวัง จนสุดท้ายเรียนรู้ที่จะปรับตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

กับเจอร์เขาก็ทำแบบนั้น วาดภาพในหัวว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ กว่าจะรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ซับซ้อนพอกันก็เป็นตอนที่นายขิงไม่ยอมอยู่ให้เขาตีกรอบแล้ว

 

          และจะไปบังคับให้อยู่ก็คงไม่ได้ผลจริงๆนั่นแหละ

 

|แกเหอะถามทำไม?| แทนแกล้งถามกลับเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจเหมือนคนกำลังอับจนหนทางเต็มที

“ทำวิจัย แค่นี้นะ”

 

แล้วก็กลายเป็นฝ่ายนั่งขำจนต้องกุมท้องหลังจากบทสนทนาถูกตัดจบแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ได้ข่าวว่าสอนบริหารไม่ใช่หรือไง อะไรคือการทำวิจัยเรื่องคนจีบกัน

 

สงสัยก่อนมินกลับต้องให้ช่วยไปส่องๆไอ้น้องช่างแถนี่บ้างแล้ว

 

 

_____________

 

 

เป็นการตัดสินใจนาทีสุดท้ายตอนที่นันท์เลี้ยวรถเปลี่ยนเส้นทางไปยังสวนสาธารณะกลางเมืองใหญ่ ปล่อยให้ร้านกาแฟของเมษาตกไปด้วยความเสียดายหน่อยๆ

 

ได้แต่ปลอบตัวเองว่าอย่าใจร้อน รีบยังไงก็คงเร่งความรู้สึกของใครไม่ได้อยู่ดี

 

บรรยากาศช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินทำให้ทุกอย่างดูช้าลงสำหรับเขา คนที่ไม่ค่อยได้หยุดมองรอบข้างถึงมีโอกาสได้เดินลากเท้า ฟังเสียงวิ่งไกลๆในพื้นหลังด้วยหัวสมองที่เกือบว่างเปล่า

 

ถ้าไม่ติดว่ามีภาพของผู้ชายผิวน้ำผึ้งกับขอบตาสีแดงจางชัดเจนในความคิดน่ะนะ          

 

อากาศเย็นปนความชื้นหน่อยๆตามประสาเมืองร้อนไม่ใช่สิ่งที่ทำให้สบายตัวนัก นิ้วยาวถึงต้องปลดกระดุมข้อมือและพับเชิ้ตขึ้นมาถึงศอก นันท์ไล่สายตาเล่นเรื่อยเปื่อยพลางเรียบเรียงความคิดทุกอย่างโดยค่อยเป็นค่อยไป ราวกับเลโก้ที่กระจัดกระจายได้ถูกต่อขึ้นทีละนิดจนเห็นเป็นรูปร่าง แม้ชิ้นส่วนอีกมากยังเหลือจนดูน่าท้อแท้แต่เขาจะไม่ยอมรามือง่ายๆหรอก

 

“..?” เสียงดินสอขีดกระดาษและลายเส้นสะดุดตาทำให้ขาทั้งสองข้างหยุดชะงัก นันท์เพ่งมองบางส่วนของใบหน้าที่ก้มอยู่ไม่ถึงนาทีได้คำตอบว่าเคยได้เห็นเด็กสาวตรงหน้าจากที่ไหน

“เจอกันอีกแล้วนะคะ”

“ไม่คิดว่าจะจำได้”

 

ไอด้าไม่ตอบ เธอทำแค่เงยหน้าและระบายรอยยิ้มสวยไม่ต่างจากพี่ชายให้คนตัวสูงกว่า ซ่อนความแปลกใจไว้ในสีหน้าเมื่ออีกฝ่ายนั่งลงข้างกัน

 

“วาดอะไร?”

“ยังไม่ได้ตั้งชื่อค่ะ” นันท์เปลี่ยนเป็นทอดมองพื้นปูนด้านหน้าหลังจากได้รับคำตอบยียวนชวนหงุดหงิด ภาพที่เจ้าตัววาดอยู่มันเป็นรูปร่างชัดเจนอยู่แล้วก็น่าจะรู้นี่ว่าเขาแค่หาเรื่องคุยด้วยเฉยๆ

“...”

“พี่เจอร์สบายดี?”

“...ไม่รู้ เธอไม่ได้คุยหรือไง” ใครบางคนพยายามเฉไฉออกจากบทสนทนาอย่างเห็นได้ชัด ไอด้าคิดเช่นนั้นและพลิกยางลบบนหัวดินสอมาจัดการกับเส้นส่วนเกิน

“ตั้งแต่วันที่คุณต่อยพี่เจอร์ก็ไม่ได้คุยเลยค่ะ” รอยยิ้มหวานๆตัดกับเนื้อหาทำให้นันท์ขมวดคิ้วมุ่น เด็กนี่ชักจะกวนอารมณ์เขาขึ้นทุกที

 

ในจังหวะที่กำลังจะลุกเดินหนีเพราะกลัวขีดความอดทนของตัวเองจะหมดลง คนข้างตัวกลับเอ่ยรั้งเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเรียบอย่างเคย

 

“พวกพี่ทะเลาะกันบ่อยเหรอ?”

 

นันท์ใช้เวลากับคำถามนั้นนานจนถ้าเป็นคนอื่นคงจะเลือกเปลี่ยนเรื่องไปแล้ว

 

แต่เพราะเป็นไอด้า เด็กสาวที่เขาเองก็เดาไม่ออกว่าระหว่างภาพวาดและบทสนทนาไร้แก่นสารที่เกิดขึ้น อะไรดึงความสนใจของเธอได้มากกว่ากัน

 

“ก็...หลายครั้ง”

“แปลก”

“แปลกยังไง?”

“พี่เจอร์ดูใจเย็น ไม่น่าจะเถียงกับใครได้”

 

ทันทีที่จบประโยคนั้นคนพูดก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งหลังได้ยินเสียงหัวเราะแกนๆต่อท้าย

 

“มันเถียงเก่งจะตาย”

“เพราะคุณกวนประสาทรึเปล่า?”

“เพราะมันมองเธอเป็นน้องสาวมากกว่า ถึงไม่ได้เห็นด้านแบบนั้นของมัน” รอยยิ้มเยาะที่ส่งให้คล้ายจะอวดว่ารู้จักจินเจอร์ดีกว่าทำให้ไอด้าหลุดขำออกมาบ้าง

“แล้วพี่เจอร์มองคุณแบบไหนเหรอคะ ถึงทำ ด้านแบบนั้น ให้คุณเห็น?” ถามพร้อมกับเอียงคอน้อยๆรอฟังคำตอบ คนแก้กว่าเลยทำได้แค่เม้มปากเพราะพลาดท่าเข้าให้แล้ว

“การ์ดที่เธอฝากให้เจอร์...” นันท์ทำเป็นมองข้ามรอยยิ้มขำของเด็กสาวในตอนที่เขาพยายามเปลี่ยนเรื่อง

“จริงรึเปล่า?”

“หมายถึงพี่เจอร์ชอบประโยคนั้นจริงรึเปล่าน่ะเหรอ?” ไอด้าทวนคำพูดที่ควรจะยาวกว่านั้นเพื่อความแน่ใจ พออีกฝ่ายพยักหน้าเธอเลยยักไหล่

“ไม่รู้ว่าชอบมั้ย แต่ตอนที่พี่เจอร์เห็นครั้งแรกก็อ่านซ้ำๆไม่หยุดเลย”

 

‘You broke my heart, but I still love you with all the pieces.’

 

“อาจจะไม่ได้ชอบ แค่รีเลทกับเรื่องของตัวเองก็ได้เหมือนกันนี่”

“...”

“คุณเอง...ก็เป็นประธานของประโยคนั้นไม่ใช่หรือไง?”

 

ไอด้ายังคงรอยยิ้มเล็กๆเอาไว้แม้เนื้อหาของสิ่งที่พูดจะไม่เข้ากันเท่าไหร่

 

“ไม่คิดบ้างเหรอว่ามันนานเกินไปแล้ว?”

“...”

“ถ้าไม่คิดจะรักตอบ ก็ปล่อยให้พี่เขาไปเจอคนอื่นเถอะค่ะ”

“หมายถึงพี่เธอน่ะเหรอ?”

“หมายถึงคนที่รักพี่เจอร์ได้เหมือนที่เขารักคุณต่างหาก”

 

นันท์คงต้องยอมรับว่าเขาคงไม่มีวันต่อปากต่อคำกับเด็กหญิงข้างตัวได้สำเร็จ

 

ระหว่างที่เขาพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากห้วงความคิดของตัวเอง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ระดับความดังต่ำกว่าครึ่งก็ดังขึ้นมาให้ตกใจเล่นเสียก่อน

 

“เฮีย” ไอด้ารับคำสั้นๆพลางเปิดซิปกระเป๋าผ้าทรงยาวเพื่อเก็บดินสอ

“อยู่กับ—” นัยน์ตากลมเหลือบมองเขานิดหน่อยก่อนจะต่อประโยคจนสมบูรณ์ “เพื่อน”

 

กลายเป็นฝ่ายที่อายุห่างไปหลายปีที่ขมวดคิ้วกับสถานะใหม่ของตัวเอง

 

“ไม่ต้องหรอก หนูกลับเองได้” เด็กสาวเหน็บมือถือด้วยไหล่กับแก้มอันน้อยนิดยามที่หยิบเป้หน้าตาเลอะเทอะแบบน่ามองขึ้นมาสะพายบนบ่า

“งั้นเดี๋ยวให้เพื่อนไปส่ง” นันท์เงยหน้ามองรอยยิ้มเล็กๆที่ดูเจ้าเล่ห์พิกลของคนที่ยืนคุยโทรศัพท์ตรงหน้าเขา ไม่ถึงนาทีอีกฝ่ายก็วางสายและถือโทรศัพท์เครื่องนั้นเอาไว้ในมือ กระพริบตาปริบๆมองกันอย่างกวนประสาท

“รบกวนด้วยนะคุณเพื่อน :)

.

.

.

 

ไม่รู้ว่าเพราะยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นหรือไอด้าเป็นเด็กประหลาด คำว่า ‘Age gap’ เลยดูไม่มีผลกับพวกเขาเท่าไหร่ระหว่างทางกลับบ้านของเจ้าตัว บทสนทนาที่มีนั้นไหลลื่นพอปราศจากหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับคนในความคิดของนันท์มาหลายวัน

 

และใช่ สุดท้ายนันท์ก็ยอมมาส่งเพื่อนตัวดีถึงบ้านตามคำขอ สงสัยพลังงานสมองของเขาถูกใช้กับเรื่องจินเจอร์ไปจนหมด การตัดสินใจด้านอื่นเลยดูไม่มีเหตุผลเท่าไหร่

 

“รั้วสีน้ำตาลซ้ายมือด้านหน้า ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”

“เดี๋ยว”

“..?” นันท์แตะเบรกพร้อมกับมองหน้าไอด้าอย่างเอาเรื่อง อยากจะแยกเขี้ยวใส่เด็กที่นั่งมองตาใสทั้งที่ปากยังยิ้มกวนอารมณ์อย่างชัดเจน

“นั่นมัน—”

“อ๋อ ช่วงนี้พี่เจอร์เข้ามาคุยงานกับเฮียที่บ้าน”

“ไอด้า”

“แต่คงเสร็จแล้วมั้ง เหมือนเฮียกำลังจะไปส่งพี่—”

 

นันท์ไม่เสียเวลาอยู่คาดคั้นเด็กที่ฉลาดจนน่าหงุดหงิดต่อบนรถ ร่างสูงเปิดประตูลงมาอย่างรวดเร็วทันทีที่เห็นว่าเบลกำลังจะเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้จินเจอร์

 

“ขิง” เขาถือวิสาสะเรียกชื่อใหม่ที่ใครบางคนหวงนักหนาโดยไม่สนใจนัยน์ตาคู่สวยที่มองกันเหมือนกับเห็นผี ขายาวก้าวเข้าไปจับข้อมือของจินเจอร์เป็นเชิงห้ามไม่ให้ไปกับใครคนอื่น

 

นอกจากเขา

 

“คุณมาได้ยังไง?”

“อ๋อ พี่เขามาส่งหนูค่ะเฮีย” คนตอบคำถามกลายเป็นหญิงสาวตัวเล็กที่มายืนยิ้มเผล่อยู่ข้างเขา นันท์ไม่ได้คาดหวังเลยว่าไอด้าจะเลือกทำแบบนี้ แต่นั่นก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่เขาจะไม่ต้องรับมือกับไอ้หน้ายิ้มนี่คนเดียว

“ไอด้า?”

“เหมือนม๊าเรียกกินข้าวแล้วเฮียได้ยินมั้ย? วันนี้ขอตัวนะพี่เจอร์ พรุ่งนี้เจอกันค่ะ” ผู้หญิงคนเดียวไม่สนใจว่าจะมีใครงงแค่ไหน เธอแค่ทำสิ่งที่ตัวเองเชื่อในความเป็นไปได้อันน้อยนิดที่มีอยู่และความเป็นจริงที่เห็นทุกวันจนชินตา

 

...ไม่ว่าเบลจะทำดียังไงเจอร์ก็คงไม่รู้สึกต่อกันไปมากกว่านี้

 

“ทำไมไม่เอารถมา?” คล้อยหลังสองพี่น้องนันท์ก็เปิดประเด็นถามคนตรงหน้าตัวเองทันที เจอร์เหลือบมองเขานิดหน่อยก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

“คุณเบลไปรับ”

“ไม่ใช่เหตุผลเลยขิง”

“เลิกเรียกแบบนั้นได้แล้ว”

“ขึ้นรถ” คนดื้อดึงตวัดสายตามองไปยังรถสีดำสนิทของตัวเองเป็นเชิงย้ำว่าความจริงจินเจอร์ควรกลับกับใคร ทว่าเจ้าตัวกลับยืนนิ่ง ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะหันมาสบตากันเป็นครั้งแรกของวัน

“จะเอาอะไรอีก?”

“ขิง—”

“ยังสงสัยตรงไหนก็ถามมาเลย จะตอบให้หมดแล้วก็เลิกมายุ่งสักที”

“จินเจอร์” นันท์เรียกชื่ออีกคนเสียงนิ่ง แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงสายตาไม่เข้าใจและแขนที่บิดออกจากการกอบกุมของเขา จินเจอร์ก้าวไปที่รถและนั่งที่เบาะด้านหน้าพร้อมคาดเข็มขัดตามคำสั่งก่อนหน้า แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาเลยสักนิดเดียว

“เจอร์คือกู—”

“กลับบ้าน” น้ำเสียงหนักแน่นและสายตาที่เน้นย้ำปลายทางทำให้นันท์ได้แต่พยักหน้ารับ มันไม่ใช่จังหวะที่ดีเลยที่จะพูดในสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ และดูเหมือนเจอร์เองก็ไม่อยากเปิดทางให้เขาได้กล่าวอะไรทั้งนั้น

 

          แต่นั่นก็คงเป็นเรื่องปกติของคนที่อยากจะลืมกันอยู่แล้ว

 

          ท้องฟ้าในสายตาของจินเจอร์มีสีหม่นและทึบลงเรื่อยๆ บรรยากาศน่าอึดอัดปิดปากให้เขานั่งเงียบมาตลอดทางและเฝ้ารอที่จะถึงบ้านอย่างใจจดใจจ่อ ไม่นึกอยากทำควมเข้าใจหรือคาดเดาสถานการณ์ไปมากกว่านี้เพราะรู้ดีว่าคงไม่มีประโยชน์กับตัวเอง

 

          “ห้านาที” เสียงแหบต่ำหยุดมือที่กำลังจะเอื้อมจับที่เปิดประตูของเขาเอาไว้ จินเจอร์กัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บแสบราวกับจะขู่ร่างกายว่าจะเจ็บมากกว่านี้อีกหลายเท่าถ้าคิดทำอะไรไม่เข้าท่า

          “มึงจะไม่ให้โอกาสกูจริงๆเหรอ?” นันท์ยื้อด้วยคำถามที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะหันหลังให้ดังเดิม

          “...”

          “ที่ผ่านมามึงคือเพื่อนกู มันเป็นแบบนั้นมาตลอด”

 

          เหมือนกับสมองจะสมน้ำหน้าเขาที่ยังอยู่รอฟังคำพูดเสียดแทงครั้งแล้วครั้งเล่า

 

          “พอเรา...ล้ำเส้นไปบบนั้นกูเลยสับสน ยิ่งมารู้ว่ามึง—”

          “เข้าใจแล้ว” จินเจอร์ตัดบทเพราะไม่อยากได้ยินสิ่งที่ตัวเองเก็บงำมาเนิ่นนานหลุดมาจากปากของคนตรงหน้า มือบางกำกระเป๋าถือของตัวเองแน่น คราวนี้ไม่ลังเลที่จะเปิดประตูออกไปสัมผัสกับอากาศร้อนๆที่ให้ความรู้สึกดีกว่าแอร์เย็นเฉียบในรถมากมาย

 

          “กูอยากขอโอกาสให้กูได้มองมึงแบบที่ไม่ใช่เพื่อนบ้างได้มั้ย?”

 

          เสียงตะโกนทำให้ประโยคนั้นยิ่งกระแทกใจคนฟังที่อยู่ไม่ไกลเข้าไปจนเจ็บ จินเจอร์ชะงักค้าง มือที่ถือกระเป๋าอ่อนแรงจนทำมันหล่นลงกับพื้น เอกสารและแบบบ้านของคุณเบลหลุดออกจากช่องเก็บที่ปิดไม่สนิทจนเลอะฝุ่นไปหมด

 

          “อย่าเพิ่งเลิกรักกูเลยนะ”

 

          ช่างเป็นคำขอที่เห็นแก่ตัวสมกับเป็นพัทธนันท์ของเขาจริงๆ เจอร์ได้แต่แค่นยิ้มกับตัวเองโดยที่อีกฝ่ายไม่มีทางมองเห็น

 

          “ทั้งที่มึงก็ยังไม่รู้ว่าจะรักกูได้มั้ยน่ะเหรอ?”

          “...”

          “ไม่ต้องฝืนหรอกนันท์ ช่างมันเถอะ” รวมกันเป็นคำพูดยาวที่สุดที่เขาได้มอบให้อีกคนในวันนี้

          “กูไม่ได้ฝืน” มือหนาจับไหล่ของเขาให้หันกลับไปมองกันตรงๆ แต่เพราะไม่อยากเห็นสายตาดุดันที่อ่อนลงแบบนั้นจินเจอร์ถึงเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเช่นเดิม

          “กูเองยังไม่เคยขอโอกาสอะไรจากมึงเลย” เขาระบายรอยยิ้มบางเบาเพื่อหวังว่ามันจะคลายความรู้สึกบีบรัดในอกลงได้

          “ทำไม..?”

          “เพราะกูไม่คาดหวังไง ไม่คาดหวังเลย” ...ว่ามึงจะรับรู้และมาแคร์อะไรอย่างนั้น

          “...”

          “ให้มันจบๆไปเถอะ กูขอเวลาหน่อยแล้วกัน” เสี้ยวหน้าของจินเจอร์ที่นันท์มองเห็นมีรอยยิ้มฝืดเฝื่อนอยู่ยนริมฝีปาก

          “ถ้ามึงยังโอเคที่มีกูเป็นเพื่อน—”

          “กูไม่โอเค” ประโยคที่ถูกตัดแทรกทำเอาคนพูดแทบจะกลืนความรู้สึกขมขื่นเอาไว้ไม่ทัน

          “งั้นก็ทางใครทางมัน”

          “ไม่”

 

          จินเจอร์เถียงต่อไม่ไหวเพราะเมื่อกี้เสียงของตัวเองก็สั่นจนน่ากลัวมากแล้ว สิ่งที่ทำได้เลยเหลือแค่มองคู่สนทนาด้วยความไม่เข้าใจระคนเจ็บปวดอยู่อย่างเดิม

 

          “ถ้ามึงไม่เป็นแฟนกูก็ไม่ต้องเป็นอะไรกันทั้งนั้น”

 

          นั่นสินะ...อีกฝ่ายเอาแต่ใจตั้งแค่ไหน

 

          ลืมได้ยังไงกัน

 

_________________________________________________________________

คำแรกที่อยากบอกทุกคนเลยคือขอโทษ TT

ความจริงกำหนดจบเรื่องนี้คือก่อนเปิดเทอมมหาฯลัยแต่เค้าคำนวณพลาดเอง ฮรืออ

ยอมรับเลยว่ายัง handle กิจกรรมและการทวนเลคในฐานะเด็กน้อยปีหนึ่งไม่ค่อยลงตัว

เราเสียใจจริงๆที่ทำตามที่บอกไว้ไม่ได้

แต่ยืนยันเลยว่ายังไงก็ไม่ทิ้งนายขิงแน่นอน ตอนนี้เราไฟต์เต็มที่มาก

อาจจะมาได้ไม่บ่อยเท่าไหร่แต่เราจะพยายามที่สุดนะคะ

ยังเยิฟๆทุกคนและดีใจที่มีคนคิดถึงนายขิงน้า

แล้วเจอกันตอนหน้า เย่ะ! #ลดลงเหลือศูนย์


 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 833 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

781 ความคิดเห็น

  1. #757 softless (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 12:42
    ขอบอกเลยตัวประกอบเรื่องนี้เริสทุกคน
    #757
    0
  2. #717 YFTD_pk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 11:33
    มันเีตรงไหนคะ นันเนี่ย !!!
    #717
    0
  3. #693 canookss (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 17:17
    น้องไอด้า สุดยอดค่ะลูกกก
    #693
    0
  4. #660 CallistoJpt (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 13:08

    เราชอบคำพูดน้องไอด้า ฟาดเต็มๆไปเลยอะ // แบบนี้นันท์ต้องไปลองถามพี่สะใภ้แล้วล่ะ 5555

    #660
    0
  5. #605 loveseriesY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 16:20
    พี่นันท์!!!!!!!!
    #605
    0
  6. #568 llllovellll (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 03:10
    พี่นันท์ทำเพื่ออะไรอ่ะงง
    #568
    0
  7. #494 Cjmmygnp1143 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 01:15
    เห็นแก่ตัวแหล่ะ จะรั้งให้ได้อะไรอ่ะ
    สงสารขิงงง
    #494
    0
  8. #477 ブーム (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 23:22
    เอ่อ มู้ดไม่ทันค่ะ เอ่อ นัน..
    #477
    0
  9. #467 exolbenben (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 21:21
    กรี๊ดดดดดดดดดดแปันมวฃฃววใมสบฃงงฃลสสใใ
    #467
    0
  10. #459 tang_thai°°° (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 22:55
    เธอมันคนเห็นแก่ตัวอะนันท์
    #459
    0
  11. วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:50
    หงิดกับนันหงุดกับเจอร์ แต่หยุดอ่านไม่ได้ กรั่กไไไไๆๆๆๆๆๆ
    #428
    0
  12. #405 Ayyye (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 05:48

    เจ้อเห็นอะไรดีในตัวนันเหรอ ถามจริง ทำไมเราไม่เห็นเลย

    #405
    0
  13. #398 YYEE (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 03:31
    ไอด้า เริ่ด เริ่ดไม่หยุด555555
    #398
    0
  14. #359 ปันลิษร (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 22:20
    ชอบเวลาเรียกขิงมากกกก​

    มันดูอบอุ่นอ่า
    #359
    0
  15. #350 N-Ming (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 17:23
    ไอด้าเก่งงงทิ่สุส! 55555
    #350
    0
  16. #323 beme. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 01:51
    ไอด้า หนูคือนางเอกเรื่องนี้
    #323
    0
  17. #267 Ohsem (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 04:35
    อย่ามาเห็นแก่ตัวได้ป่ะ ไปเคลียร์คนของเธอก่อนเลย
    #267
    0
  18. #265 txncn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 01:57
    ชั้นชอบไอด้าฟาดมากเถียงไม่ออกเลย นันท์เอาแต่ใจไปมั้ยอะทำแบบนี้ไม่คิดถึงครส.ของเจอร์เลยหรอ
    #265
    0
  19. #251 _WNSNam_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 19:17
    ตอนเริ่มก้เห็นแก่ตัว​พอตอนนี้อยากจะเขาก็ยังจะเห็นแก่ตัว​อีก
    #251
    0
  20. #245 เลดี้วาย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 13:47
    นันท์นี้เอาแต่ใจไม่เปลี่ยนเบยน๊าาาา
    #245
    0
  21. #237 AmyOh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 01:16
    คุณนันท์คือเอาแต่ใจขั้นสุด
    #237
    0
  22. #226 xqaantqx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:23
    หน่วงๆไปหมดเลย คสพอะไรนิ
    #226
    0
  23. #198 PuiPui--r (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 08:15
    บังคับให้เจอร์เป็นแฟนแล้วแม่นางฟ้าจรินที่เทิดทูนไว้เหนือหัวจะทำยังไง ไม่โอเค ฉันไม่โอเคกับไอเลวคนนี้ ฮืออออ..
    #198
    0
  24. #169 kikrattiyaporn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 17:15
    ตบคุณนันท์สักทีได้ไหมไรท์หมั่นไส้มากถึงมากที่สุด 😈😈😈
    #169
    0
  25. #75 Am_BigBear (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 14:09
    ร้องไห้หนักมาก นายขิงก็เหนื่อย พี่นันท์ก็เพิ่งรู้ตัว ฮืออออ
    #75
    0