ท่วงเวลารัก (ชุดกาลรักหนึ่ง #3)

ตอนที่ 6 : ท่วงรักที่ 3 : ผู้รักษา (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    26 ม.ค. 61



ท่วงรักที่ 3 : ผู้รักษา (1)

 

            ภายใต้ความมืดสลัวในกระโจมควบคุมบรรยากาศหลังหรูหรา ชาลส์กระโจนเข้าใส่ร่างอวบอิ่มในชุดคลุมตัวสั้นสีดำโปร่งบางสุดเซ็กซี่ ก่อนจะทิ้งกายพาให้ร่างของทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น ชายหนุ่มคุกเข่ากดร่างที่ดิ้นรนต่อสู้เอาไว้ มือข้างหนึ่งออกแรงบีบลำคอระหงแน่น ส่วนอีกข้างรวบจับข้อมือขวาของเธอ กระแทกมันลงกับพื้นอยู่สองสามครั้งเพื่อบังคับให้สละอาวุธ นัยน์ตาสีเทาวาวโรจน์มองจ้องหญิงสาวผมทองอย่างขึ้งแค้น ไม่คาดคิดเลยว่าคู่ควงชั่วคราวที่เขาพามาร่วมค้างแรมเป็นการส่วนตัวจะกลายเป็นนักสังหารลอบแฝงตัวมา


            ความเจ็บปวดจากบาดแผลเหวอะหวะเหนืออกทำให้ชาลส์ต้องขบกรามแน่น กัดฟันฝืนออกแรงจับบิดแขนของคนที่ยังไม่ยอมปล่อยอาวุธอย่างรวดเร็วรุนแรง จนเสียงร้องหวีดแหลมอย่างเจ็บปวดดังออกมาจากปากอิ่ม พร้อมกับแรงยึดอาวุธที่คลายออก ชายหนุ่มเอื้อมมือไปแย่งปืนกระสุนระเบิดที่ตกพื้นมาถือไว้เอง ก่อนจะจับตัวเธอพลิกคว่ำ กระชากกลุ่มผมหนานุ่มสีทองขึ้นมา แล้วกระแทกใบหน้างดงามลงกับพื้นกระโจมอย่างรุนแรงไร้ความปรานี จบท้ายด้วยการจ่ออาวุธร้ายเข้ากับหลังศีรษะของคนใต้ร่าง


            นับว่าโชคดีที่ประสาทสัมผัสของชาลส์ค่อนข้างว่องไว ในทันทีที่หญิงสาวลุกออกจากที่นอน เขาก็รู้สึกตัวตื่นจากการหลับใหลภายหลังการโรมรันอันร้อนแรง เพียงแต่ไม่ได้ใส่ใจจะส่งเสียงเรียกถาม และเกียจคร้านเกินกว่าจะลืมตาขึ้นมองคู่นอนสาวที่คงแค่ลุกไปทำธุระส่วนตัว แต่ทว่าในนาทีต่อมา กระแสสังหารอันเข้มข้นก็ปลุกเร้าให้เขาลืมตาขึ้นมอง แล้วต้องรีบพลิกกายลงจากที่นอนในทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเล็งอาวุธตรงมา


            แต่มันก็ยังไม่เร็วพอ...


            จากที่นักสังหารตั้งใจเล็งเป้าตรงศีรษะเพื่อกำจัดเขาทิ้งในนัดเดียว แต่เมื่อเป้าหมายเคลื่อนกายหนี เวลากระชั้นบีบให้ต้องเล็งเป้าใหม่อย่างเร็วรี่ กระสุนนัดแรกจึงเจาะทำลายได้เพียงเหนืออกของเขาเท่านั้น


            “ใครส่งแกมา!” ชาลส์คำรามถาม ตามด้วยด้ามอาวุธตวัดฟาดเข้าตรงข้างศีรษะเธอเต็มแรง


            ในเวลาที่ร่างกายเจ็บปวดเกินทานทนจนโทสะเดือดพล่าน และกับคนนอกกฎหมายอย่างนักสังหารเช่นนี้ ชาลส์ไม่หลงเหลือความปรานีใดๆ ให้แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิง


            ครั้งนี้กลับไม่มีแม้แต่เสียงแสดงความเจ็บปวดเล็ดรอด นักสังหารสาวจากองค์กรชั้นหนึ่งกัดฟันอดทนและฝืนปากแข็ง แต่แล้วเธอก็ต้องกรีดร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่จริงๆ เมื่อหัวไหล่ข้างหนึ่งถูกกระสุนระเบิดทำลายยับเยินจนกระดูกแตกหัก ความเจ็บปวดเจียนตายนี้แทบทำเอาสติหลุด


            “ตอบมา! ฉันนับถึงสาม... นัดต่อไปจะเป็นขาของแก!


            ชาลส์ฝืนร่างกายรีดเค้นต่อ แม้ว่าเวลานี้สีหน้าเขาจะเริ่มซีดเผือด เลือดสีแดงเข้มไหลทะลักลงมาตามแผ่นอกเปลือยเปล่าเป็นทาง


            ชายหนุ่มตวาดเสียงเหี้ยมนับหนึ่ง พร้อมกับปลดอุปกรณ์เก็บเสียงออกจากอาวุธร้าย เพราะต้องการให้มีเสียงปืนดังปลุกเรียกเอ็มการ์ดที่เขาสั่งให้เข้าพักในกระโจมแยกห่างไปเพื่อความเป็นส่วนตัวในการหาความสำราญยามราตรี แต่เขายังไม่ทันได้นับถึงสาม ประตูกระโจมก็ถูกเปิดออกโดยเอ็มการ์ดร่างผอมสูงปราดเปรียวคนหนึ่ง


            “เกิดอะไรขึ้นครับบอส”


            ชายในชุดกระชับรูปสีเทาเข้มร้องถามขณะก้าวเข้ามา ก่อนจะชะงักไปกับภาพที่เห็น แล้ววินาทีถัดมาเขาก็เร่งสาวเท้าตรงเข้าไปหาร่างที่บาดเจ็บสาหัสของเจ้านาย


            “จับตัวมันเอาไว้... สอบมันให้ได้ว่าใครส่งมันมา... แล้วก็เรียกแอมบูแลนซ์โมบิลมาด่วน” ชาลส์ออกคำสั่งเสียงเข้มติดขัดหอบสะท้าน แต่มือยังคงจ่ออาวุธไปยังร่างบนพื้นอย่างมั่นคงไม่ยอมประมาท


            ชาลส์เตรียมจะขยับตัวลุกขึ้นเมื่อคนของเขาเดินเข้ามาใกล้ ทว่าสายตาคมปลาบของเขากลับมองเห็นสิ่งผิดปกติเข้าให้เสียก่อน อาวุธในมือจึงตวัดวาดไปยังร่างสูงที่เดินเข้ามาแล้วส่งกระสุนออกไปสองนัดติด ชิงจังหวะเสี้ยววินาทีก่อนที่ปืนในมือของอีกฝ่ายจะถูกยกขึ้นมายิงกระสุนใส่เขาเช่นกัน


            เอ็มการ์ดทุกคนไม่มีอาวุธผิดกฎหมายอย่างปืนกระสุนระเบิดไว้ในครอบครอง!


            ร่างทั้งสองต่างกระตุกเฮือกจากฤทธิ์ทำลายล้างของกระสุนหัวระเบิด นักสังหารในคราบเอ็มการ์ดนั้นศีรษะกระจุยไปครึ่งแถบ สิ้นใจทันทีก่อนที่ร่างจะล้มตึง ในขณะที่ชาลส์ถูกกระสุนอีกนัดซ้ำเข้าใกล้กับจุดเดิมจนไม่อาจทานทนได้ไหว แรงกระแทกทำให้ร่างเขาล้มหงายลงกับพื้น ร่างกายที่ฝืนกำลังมานานพลันสติดับวูบลงในวินาทีนั้น


            นักสังหารหญิงรีบสะบัดตัวลุกขึ้นมาในสภาพสะบักสะบอม อาการบาดเจ็บสาหัสที่ไหล่ขวาทำให้เธอไม่รีรอชักช้า หรือเสียเวลาตรวจสอบลมหายใจของเป้าหมาย ด้วยคิดว่าเจ็บหนักขนาดนั้น อย่างไรเขาก็ไม่มีทางรอดไปได้ สาวผมทองเร่งพาตัวเองออกจากกระโจม ตรงดิ่งไปยังแอร์โมบิลสองคันที่จอดอยู่ไม่ไกล จัดการติดตั้งระเบิดไว้ใต้ถังเชื้อเพลิงของแอร์โมบิลที่จอดอยู่ใกล้กับกระโจมค้างแรมของผู้นำแมคแกรี่ ก่อนจะอาศัยแอร์โมบิลอีกคันหลบหนีหายไป


            อีกไม่ถึงสามนาทีต่อมา เสียงระเบิดก็ดังสนั่น ตามด้วยเปลวเพลิงที่พวยพุ่งทำลายหลักฐานทุกอย่าง


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

          กลุ่มของพีณามาถึงในจังหวะที่เปลวไฟลุกลามจากจุดเกิดระเบิดไปถึงกระโจมที่พักหรูหนึ่งในสองหลัง ลูกบอลดับเพลิงที่บรรทุกมาในแอร์โมบิลทั้งสองคัน ถูกมือนับสิบเร่งโยนลงไปยังต้นกำเนิดเพลิงและรอบบริเวณที่ไฟลามเลียอย่างรวดเร็ว เมื่อเปลือกหุ้มถูกทำลายด้วยแรงกระแทกและความร้อน สารเคมีภายในก็ทำปฏิกิริยาจนเกิดฟองโฟมละเอียดหนาแน่น พองฟูไหลลามไปครอบคลุมเชื้อเพลิงร้อนจนไม่มีช่องว่างให้ออกซิเจนเข้าถึง อีกทั้งปฏิกิริยานั้นยังดูดความร้อนจากแหล่งเชื้อเพลิงจนอุณหภูมิลดฮวบ พื้นที่ไฟลุกไหม้สีแดงฉานจึงพลันเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีขาวราวปกคลุมด้วยหิมะในเวลาไม่นาน


            เมื่อแอร์โมบิลของวิลตันไชลด์ร่อนลงจอดใกล้ๆ กับพื้นที่ตั้งแคมป์ของแมคแกรี่ เพลิงไหม้ก็ดับมอดลงจนหมด เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันและไอระอุเบาบางเท่านั้น ผู้เพิ่งมาถึงทั้งหกก้าวลงจากแอร์โมบิลด้วยความระมัดระวัง เบื้องหน้าที่ยืนอยู่ไม่ไกลคือชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังตื่นตระหนกกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นไม่น้อยเลย


            โทเว แมคแกรี่ มองชายร่างใหญ่สองคนในกลุ่มคนที่เพิ่งมาถึงอย่างระแวดระวังและจับสังเกต เมื่อเห็นสัญลักษณ์ของวิลตันไชลด์บนแขนเสื้อของคนทั้งคู่ เขาก็ส่งคำถามที่เต็มไปด้วยระแวงไปให้


            “พวกนายมาได้ยังไง...”


            “เราพักอยู่อีกฝั่งแล้วได้ยินเสียงระเบิด เลยมาช่วยดับไฟ” เรนโซตอบอีกฝ่ายเสียงเรียบ


            ในขณะที่คู่หูอย่างบีเจย์กวาดสายตามองไปรอบบริเวณอย่างแปลกใจระคนระแวง เมื่อไม่เห็นใครอื่นอีกเลยนอกจากชายหญิงตรงหน้า


            “ช่างบังเอิญเหลือเกิน” โทเวว่าเสียงประชด สายตาที่มองพวกเขาฉายความไม่ไว้ใจอย่างโจ่งแจ้ง


            “คนอื่นๆ อยู่ไหน มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า” บีเจย์ทำมองข้ามความไม่ไว้ใจนั้นแล้วสอบถาม แต่มันกลับทำให้แววตาของเจ้าของพื้นที่ยิ่งเปล่งประกายไม่ไว้ใจ


            “เลิกระแวงพวกเราได้แล้วค่ะ! เรามาดี แล้วก็ตั้งใจมาช่วยเหลือจริงๆ” พีณาจับคลื่นอารมณ์ที่ถูกส่งมาจากคนตรงหน้าได้ จึงรีบร้องบอกเขาอย่างขัดใจ “ถ้าหากมิสเตอร์จะก่อเหตุร้าย จะพาเด็กๆ อย่างพวกเรามาด้วยเหรอคะ”


            นัยน์ตาสีเทาคมกริบคล้ายกับชาลส์อยู่หลายส่วน ตวัดลงมามองเด็กสาวเจ้าของคำพูดย้อนถามนั้น เมื่อเห็นว่าเธอเป็นใคร แววตาเคร่งเขม็งระวังตัวจัดก็เปล่งแววประหลาดใจ


            “และวิลตันไชลด์คงไม่บ้าขนาดส่งคุณหนูพีณามาในที่เกิดเหตุด้วยตัวเองอย่างนี้... จริงไหม” โทเวส่งคำถามคล้ายต้องการหยอกเย้าเด็กสาว ทว่าน้ำเสียงและใบหน้ากลับเต็มไปด้วยร่องรอยเคร่งเครียดกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น


            “เอ็มการ์ดทั้งหมดถูกฆ่า การสื่อสารทั้งหมดถูกตัดขาดจนไม่สามารถติดต่อใครได้ ส่วนชาลส์กับเมเดนอยู่ในกระโจมหลังนั้น เมื่อครู่ไฟโหมใกล้ประตูพอดี ฉันยังไม่ทันได้หาทางเข้าไปดูพวกนายก็มาเสียก่อน”


            โทเวสรุปสถานการณ์สั้นกระชับ ตอนท้ายเขายังมองไปทางกระโจมหลังที่ว่าด้วยสีหน้าวิตกกังวล จากนั้นก็เดินนำทุกคนไปค้นหาตัวชายหนุ่มที่ยังไม่รู้ชะตากรรม


            “คุณหนูรออยู่ตรงนี้ดีกว่าครับ” บีเจย์หมุนกายมาบอกกับขบวนเด็กหนุ่มสาวที่ทำท่าจะเดินตาม


            เรนโซพยักหน้าให้คู่หู แบ่งหน้าที่กันอย่างรู้ใจ เขาปักหลักรออยู่ด้านนอกเพื่อคุ้มครองเด็กทั้งสี่ พร้อมกับพยายามต่อการสื่อสารไปยังผู้พิทักษ์สันติดูอีกครั้ง แต่ผลก็ยังเป็นเช่นเดียวกับที่โทเวบอกไว้... ไม่สามารถต่อการสื่อสารออกไปได้


            ใครบางคนที่ก่อเรื่องนี้คงตั้งใจทำให้บริเวณนี้กลายเป็นจุดบอดสัญญาณ เพื่อขัดขวางการสื่อสารขอความช่วยเหลือ


            ฝั่งบีเจย์ใช้ไฟฉายขนาดเล็กแรงไฟสูงขึ้นส่องนำทาง ก้าวลุยย่ำไปบนฟองโฟมหนาถึงข้อเท้า ผ่านช่องผนังกระโจมซึ่งถูกเผาทำลายไปแถบหนึ่งจนเปิดโล่ง ก่อนจะต้องผงะไปอึดใจกับร่างไร้วิญญาณในชุดเอ็มการ์ดที่ศีรษะถูกทำลายกระจุย เลือดและเนื้อสมองไหลนองอยู่บนพื้นดูสยดสยอง และเมื่อเขาเบือนสายตากวาดมองหาบุคคลอื่นๆ ก็ได้พบกับชายหนุ่มร่างเปลือยเปล่านอนหงายอยู่บนพื้นห่างไปไม่ไกล บาดแผลทั้งกว้างทั้งลึกและคราบเลือดเกรอะกรังบนร่างนั้น ดูน่ากลัวไม่น้อยไปกว่าร่างแรกเลย


            “ชาลส์!


            โทเวพุ่งเข้าไปหาร่างบนพื้นหลังจากหายช็อก ร่างสูงหนาทรุดกายนั่งลงข้างๆ ร่างที่บาดเจ็บสาหัส มองสำรวจหลุมแผลกว้างน่ากลัวสลับกับใบหน้าซีดขาวเปื้อนรอยเลือดกระเซ็นของญาติผู้พี่อย่างทำอะไรไม่ถูก จากนั้นเขาก็ได้แต่นั่งนิ่งรอลุ้นคำตอบ เมื่อคนของวิลตันไชลด์ก้าวเข้ามาแตะลำคอตรวจสัญญาณชีพของร่างที่แน่นิ่ง


            “ยังมีชีพจร แต่อ่อนแรงเต็มที” บีเจย์รายงาน ในใจนึกทึ่งเกินคาดที่ผู้นำแมคแกรี่ยังทนพิษบาดแผลอยู่ได้ แต่ทว่านาทีถัดมาก็เปลี่ยนเป็นความกังวลว่าร่างนี้อาจจะทนต่อไปได้อีกไม่นาน


            “เราต้องรีบตามแอมบูแลนซ์มาให้ได้” โทเวบอกกึ่งขอร้อง ในเวลาที่การสื่อสารใช้งานไม่ได้เช่นนี้ ทางเดียวที่เหลืออยู่คงต้องพึ่งพาแอร์โมบิลของวิลตันไชลด์เท่านั้น


            บีเจย์พิจารณาสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด การนำตัวชาลส์ไปให้ถึงสถานรักษาที่เพียบพร้อมโดยเร็วที่สุด เป็นทางรอดเดียวของผู้นำแมคแกรี่ วิทยาการทางการแพทย์ทุกวันนี้ก้าวไกลจากอดีตมากมาย จนผู้คนมีอายุยืนยาวถึงร้อยยี่สิบปี แค่บาดแผลที่เห็นว่าอันตรายสาหัสเหล่านี้จึงไม่นับว่าหนักหนาเกินการเยียวยารักษาเลย ขอเพียงแต่ต้องไปถึงมือผู้รักษาให้ทัน ก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้นเกินสิบนาที จนสมองขาดเลือดและเสียหายเกินกว่าจะรักษาให้คืนสภาพเดิมเท่านั้น


            แต่สถานรักษาที่อยู่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างไกลออกไปกว่าสองชั่วโมง ชาลส์จะทนรอให้เขาไปตามแอมบูแลนซ์มาไหวหรือไม่ หรือถ้าหากต้องการร่นเวลาด้วยการฝืนเคลื่อนย้ายคนเจ็บไปส่งด้วยตัวเอง มันจะยิ่งสร้างความกระทบกระเทือนจนเขาสิ้นใจไประหว่างทางหรือเปล่า


            “บีเจย์คะ...” จู่ๆ เสียงของพีณาที่หยุดยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลก็ถูกส่งเข้ามา


            เด็กสาวเห็นคนทั้งสองหายเงียบไปนาน จึงได้เดินตามมาชะเง้อมองอยู่หน้ากระโจม และพลอยได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยปรึกษากันไปด้วย จึงได้ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างลงไปอย่างไม่ยอมให้เสียเวลา


            “พีณาเปิดเอสโอเอสแล้ว อีกไม่นานแอมบูแลนซ์โมบิลจะมาถึงเราแน่นอนค่ะ”


            พีณาหมายถึงระบบสัญญาณฉุกเฉินที่ฝังซ่อนอยู่กับจีเนียสวอตช์และเครื่องประดับของเธอ ซึ่งสามารถแจ้งตำแหน่งและส่งเสียงสื่อสารไปยังศูนย์รักษาความปลอดภัย ผ่านทางระบบดาวเทียมของวิลตันไชลด์โดยไม่เกี่ยวข้องกับระบบการสื่อสารทั่วไป และอีกไม่นานเกินรอ ทีมแพทย์ฉุกเฉินและแอมบูแลนซ์โมบิลจะตรงดิ่งมาถึงที่นี่ตามที่เธอร้องขอ


            แต่ระหว่างนั้น เธอคิดว่าตัวเธอและเพื่อนน่าจะช่วยเหลือคนเจ็บได้มากกว่าการรอคอยอยู่เฉยๆ


            “เรนโซเอากล่องปฐมพยาบาลมาจากท้ายโมบิลแล้วด้วย... พีณาเข้าไปได้ไหมคะ เราน่าจะพอช่วยอะไรได้บ้าง”


            ทั้งหมดที่ได้ยินทำให้บีเจย์โล่งใจลงไปได้บ้าง เขานึกตริตรองอยู่อีกแค่ชั่วเวลาสั้นๆ ก่อนจะลุกไปคว้าผ้าห่มผืนใหญ่มาคลุมร่างผู้ชายที่ตายสยอง ตามด้วยสะบัดเสื้อคลุมตัวใหญ่สีเข้มลงบนร่างกายท่อนล่างของคนเจ็บหนัก เมื่อภาพไม่เหมาะสมคู่ควรกับสายตาของคุณหนูถูกปิดซ่อนเรียบร้อย จึงค่อยเอ่ยอนุญาตให้เธอและเพื่อนเข้ามาได้


            ผู้คุ้มกันหนุ่มติดตามดูแลพีณามานานหลายปี ย่อมรู้จักเพื่อนของเธอทุกคนเป็นอย่างดีไปด้วย และรู้ว่าเด็กสาวผู้ใจเย็นสุขุมกว่าใครนั้น เป็นนักเรียนรู้วิชาแพทย์ฝึกหัดที่เป็นที่กล่าวถึงในอันดับต้นๆ ของสถานเรียนรู้เอมฟิลด์

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


          หลุมแผลฉกรรจ์เหนืออกขวาของร่างที่นอนอยู่กลางกองเลือดบนพื้นยางควบคุมอุณหภูมิในกระโจม ทำเอาซิลเวียที่แม้จะเคยเห็นร่างกายมนุษย์ทั้งภายในและภายนอกมานับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงเคยเข้าชมและฝึกหัดการผ่าตัดมาแล้วหลายครั้งถึงกับชะงัก ใบหน้าขาวผ่องซีดเผือดลงกว่าเก่า


            ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวบาดแผลเหวอะหวะไม่น่ามอง แต่เธอหวั่นกลัวในความรุนแรงของมันมากกว่า กลัวว่าจะไม่อาจช่วยยื้อลมหายใจของเขาไว้ได้นานพอ


            หน้าอกฝั่งขวาของชาลส์บุบยุบลงไปอย่างเห็นได้ชัด เนื้อหนังกระจุยเสียหายจนไม่เหลือสภาพแน่นแกร่งด้วยกล้ามเนื้อเหมือนอีกด้าน กระดูกซี่โครงสองซี่บนแตกหัก และโดยไม่ต้องใช้เครื่องสแกนใดๆ ซิลเวียก็มั่นใจว่าอวัยวะภายในของเขาต้องเสียหายไปด้วยไม่น้อยเลย


            อานุภาพของกระสุนหัวระเบิดที่ได้เห็นกับตาเป็นครั้งแรก ทำให้เด็กหนุ่มสาวทั้งสี่รู้ซึ้งแก่ใจเลยว่าเหตุใดมันจึงถูกจัดให้เป็นอาวุธป่าเถื่อนไร้อารยธรรมและผิดกฎหมาย เป็นอาวุธร้ายแรงที่ประชาชนทั่วไปไม่อาจมีไว้ในครอบครอง


            มือเรียวเล็กในถุงมือยางค่อยๆ วางแผ่นเจลลดอุณหภูมิหลายแผ่นรอบๆ บาดแผล เพื่อช่วยห้ามเลือดและชะลอการตายของเนื้อเยื่อ จากนั้นก็ใช้คีมคีบสำลีซับเลือดและน้ำเหลืองออกจากหลุมแผล เช็ดทำความสะอาด แล้วใช้กรรไกรปลอดเชื้อตัดเล็มเนื้อตายออกอย่างรวดเร็ว พยายามใจเย็นและควบคุมให้มือนิ่งที่สุด โดยมีวัตต์คอยเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ ส่วนพีณาและชารีย์นั้นคอยเฝ้ามองให้กำลังใจ พร้อมร่วมลุ้นไปด้วยกัน


            แต่ในจังหวะที่มือบอบบางกำลังจะพ่นสเปรย์ยาห้ามเลือด ภาพของบาดแผลที่บางส่วนค่อยๆ สมานตัวเองได้อย่างผิดปกติก็ทำให้ซิลเวียต้องชะงัก เพียงครู่เดียวก็เบิกตาโตขึ้น แล้วเงยหน้ามองพีณาที่กำลังใช้สองมือประคองสองข้างศีรษะของคนเจ็บเอาไว้ เด็กสาวแพทย์ฝึกหัดพลันขมวดคิ้วฉับเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าซีดลงจนน่าเป็นห่วง


            “พีณา...” 


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หนูพีณาของเราช่างน่ารักใจดี 

ขนาดป๋าจอมเจ้าชู้เจ็บยังยอมช่วยเลยนะเนี่ย 

ป๋าจะรู้บ้างไหม?

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ผู้ที่ต้องการหนังสือรูปเล่ม สามารถสั่งซื้อได้ที่

www.KanFunBook.com

ข้อความเพจแก่นฝัน : http://m.me/kanfun.writer

หรือ Line : kanoknun

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ท่วงเวลารัก (ชุดกาลรักหนึ่ง)
แก่นฝัน
www.mebmarket.com
- กาลรักหนึ่ง... เมื่อท่วงเวลาที่เฝ้าคอยเดินทางมาถึงทำนองรักแสนหวานหยุดลมหายใจจึงเริ่มบรรเลง







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

593 ความคิดเห็น

  1. #352 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:26
    โดนอะไรเข้าล่ะปู่ชาลส์จอมเจ้าชู้
    #352
    0
  2. #53 Ampchom Chomphoonut (@ampchom) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 17:19
    แย่แล้วค่ะปู่มีแต่ภาพความเลวร้ายฝังหัวสาวน้อยเราเลยเนี่ย
    #53
    1
    • #53-1 kanon_kyo (@Kanon_kyo) (จากตอนที่ 6)
      7 พฤศจิกายน 2559 / 22:23
      คะแนนปู่ติดลบมากค่ะ น่าสงส๊าร..
      #53-1
  3. #37 Pooky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 18:17
    อัพทุกวันเลยนะค้าา
    #37
    1
    • #37-1 kanon_kyo (@Kanon_kyo) (จากตอนที่ 6)
      7 ตุลาคม 2559 / 21:01
      อยากทำอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ แต่ไม่สามารถค่าาา ^^
      #37-1
  4. #36 Pooky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 18:17
    อัพทุกวันเลยนะค้าา
    #36
    0
  5. #34 aizz (@aicha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 20:48
    รออออ อยากอ่านทู๊กวันนน
    #34
    1
    • #34-1 kanon_kyo (@Kanon_kyo) (จากตอนที่ 6)
      7 ตุลาคม 2559 / 10:55
      อยากอัพทุกวันเหมือนกันค่า แต่...
      วันเว้นวันก็เก่งแล้วค่า_
      #34-1
  6. #33 moomai06 (@moomai06) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 19:49
    จะร้ายกาจขนาดนั้นจริง ๆ หรอ ชาลส์
    #33
    1
    • #33-1 kanon_kyo (@Kanon_kyo) (จากตอนที่ 6)
      7 ตุลาคม 2559 / 10:54
      ต้องค่อยๆ ทำความรู้จักเขาไปพร้อมๆ กับหนูพีณาค่ะ
      #33-1