:: Fearra :: นักฆ่าเงาแห่งรัตติกาล

ตอนที่ 13 : ห้องลับ!!! 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    23 เม.ย. 52


บทที่ 8 ห้องลับ

...................................................................

 

                ฮ้าววว นี่พวกนายปลุกฉันตั้งแต่เช้า เพื่อให้มาดูตารางสอนแน่นเอี๊ยดอย่างเดียวเนี่ยนะเสียงเด็กสาวเพียงคนเดียวในห้องหัวหน้าชั้นปี หาวและบ่นขึ้นอย่างเสียไม่ได้

               

                เฟียร์ที่นั่งหาวอยู่บนเตียงของคาเอล (ที่เผลอหลับทั้งๆที่ยังไม่ได้อาบน้ำเมื่อคืน) ด้วยความง่วงสุดขีด สังเกตได้จาก ผมที่ยุ่งเหยิงสุดขีด นัยน์ตาที่ปรือจนจะปิดอยู่แล้ว และเสียงอ้าปากหาวของเจ้าหล่อน ภาพทั้งหมดนี้ ทำเอาคาเอลและคาลอสที่นั่งมองอยู่พร้อมยื่นตารางสอนและใบวิชาเลือกพลางกุมขมับด้วยความปวดหัวกับเพื่อนตัวแสบ

 

                อะไรเนี่ย ทำไมเรียนเยอะจังพอรับตารางสอนจากคาเอล เฟียร์ที่กำลังจะหลับแหล่มิหลับแหล่อยู่แล้ว ก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจที่เห็นตารางสอนของมิสทีเรียส

 

                ก็ใช่นะสิ โรงเรียนอะไรก็ไม่รู้ โหดชะมัด


ตารางการเรียนการสอน ปี1 หอบลูพลาเน็ต

วันจันทร์               ช่วงเช้า 9.00-11.00 น.

- วิชาประวัติศาสตร์ว่าด้วยการกำเนิดเจโนเวีย โดย ศจ.พีเนียส  บราวซ์

ช่วงบ่าย 12.00-14.00 น.

- วิชาว่าด้วยการใช้เวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน โดย ศจ.คูราน  นารีน

14.30- 16.00 น.

- วิชาศาสตร์แห่งยาพิษและการรักษาเบื้องต้น โดย ศจ.ยอเรฟ มายัน

วันอังคาร              ช่วงเช้า 8.30-10.00 น.

-          วิชาศีลธรรม จริยะธรรมขั้นต้น โดย ศจ.จูเปียน คิวตัน

10.10-11.30 น.

- วิชามารยาทชั้นสูงในการเข้าสังคม โดย ศจ.ยานีร่า  วาลน์

ช่วงบ่าย 12.30-16.00 น.

- วิชาศิลปะการต่อสู้ขั้นพื้นฐาน โดย ศจ.ไซม่อน เออริน

วันพุธ                    ช่วงเช้า 9.00-11.20 น.

                                -วิชามารยาทชั้นสูงในการเข้าสังคม โดย ศจ.ยานีร่า  วาลน์

                                ช่วงบ่าย 12.20 -14.30 น.

                                - วิชาการควบคุมสัตว์วิเศษเบื้องต้น

                                14.40 16.00 น.

                                - วิชาวิชาว่าด้วยการใช้เวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน โดย ศจ.คูราน  นารีน

วันพฤหัส              ช่วงเช้า 9.00-11.00 น.

- วิชาศาสตร์แห่งยาพิษและการรักษาเบื้องต้น โดย ศจ.ยอเรฟ มายัน

                                ช่วงบ่าย 12.00-14.00 น.

- วิชาศิลปะการต่อสู้ขั้นพื้นฐาน โดย ศจ.ไซม่อน เออริน

14.00-16.00 น.

 - วิชาประวัติศาสตร์ว่าด้วยการกำเนิดเจโนเวีย โดย ศจ.พีเนียส  บราวซ์

วันศุกร์                   ช่วงเช้า 8.00-10.00 น.

                                - วิชาศีลธรรม จริยะธรรมขั้นต้น โดย ศจ.จูเปียน คิวตัน

                                10.10 -12.10 น.

                                -วิชามารยาทชั้นสูงในการเข้าสังคม โดย ศจ.ยานีร่า  วาลน์

                                ช่วงบ่าย 13.10-14.30 น.

                                - วิชาการควบคุมสัตว์วิเศษเบื้องต้น โดย ศจ.โจเซฟ แวนมิงตัน

                                14.40-16.00 น.

 - วิชาศิลปะการต่อสู้ขั้นพื้นฐาน โดย ศจ.ไซม่อน เออริน

วันเสาร์                  10.00-15.00 น.

                                วิชาเลือก

 

*หมายเหตุ วิชาเลือกมีทั้ง 13 รายการ สามารถเลือกเรียนได้วิชา 3วิชาเท่านั้น จนกว่าจะจบปีการศึกษาทั้ง 5 ปี

              
                
วิชาเลือก

                1.ศิลปะการต่อสู้

                2.มนตรามหาเวท

                3.สัตว์วิเศษ

                4.อัญมณี และแร่รัตนชาติ

                5.คหกรรม การทำอาหาร

                6.ศิลปะแห่งการแสดง (เต้นรำ แสดงละคร ร้องเพลง ฯลฯ)

                7.ดนตรีเวท

                8.ภาษาและอักขระโบราณ

                9.มิติ อวกาศ และดวงดาว

                10.ศิลปะ (การวาดรูป)

                11.พัฒนาระดับ IQ

                12.สวยได้ด้วยตัวคุณ

                13.การแพทย์

 

                นี่ เฟียร์ เธอจะเลือกวิชาอะไรอ่ะคาลอสถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นเฟียร์เอาแต่จ้องเขม็งกระดาษตารางสอนตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว

 

                อืม ฉันเอา ดนตรีเวท ภาษาและอักขระโบราณ แล้วก็ศิลปะดีกว่า ถ้าเอาหนักอย่างเจ้าคาเอล คงจะไม่ไหวเฟียร์ตอบพลางชะเง้อไปมองกระดาษวิชาเลือกของคาเอล

 

                นายเลือกอะไรน่ะคาเอล

 

                “…” ไร้การตอบรับ

 

                ฉันถาม นายก็ตอบดิฟร่ะ กลัวดอกพิกุลร่วงอะไรขนาดนั้น

 

                นายก็รู้ ว่ามันเป็นยังงี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยังจะถามมันอีก มันเลือกวิชา มนตรามหาเวท ภาษาและอักขระโบราณ กับการแพทย์

 

                หา O.o นายบ้าไปแล้วคาเอล การแพทย์ มันวิชาเลือกที่มี่เด็กหัวกะทิเข้าทังนั้น และก็เป็นวิชาเลือกที่มีคนเรียนน้อยมากเลยนะเฟ้ย แทนที่จะเรียนเบาๆ นายนี่มัน ...เฮ้ออพอเห็นสีหน้าคาเอลที่ทำอย่างกับว่า รอบๆกายของมันเป็นอากาศธาตุ คาลอสก็หมดอารมณ์จะด่าไปโดยปริยาย

 

                เฮ้ย ไอ้เฟียร์ อย่าเพิ่งหลับสิเว้ย อย่าทิ้งฉันให้หนาวเหน็บอยู่กับก้อนน้ำแข็งก้อนโต ไม่มีปากอยุ่อย่างนี้สิ ไปอาบน้ำได้แล้ววววคาลอสละสายตาจากก้อนน้ำแข็งก้อนโตที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ยินคำสรรพนามแปลกประหลาด แล้วไปมองเฟียร์ ที่กำลังจะไปเฝ้าพระอินทร์อีกครั้ง จากนั้น คาลอสก็ถีบเฟียร์ดังโครมเข้าห้องน้ำตามด้วยเสียงประตูตามมา ทันทีที่ถีบ เสียงโวยวายในห้องน้ำของเฟียร์ก็เป็นเซอร์ราวด์ส่งท้าย

 

                เฮ้ออ งั้นฉันลง ศิลปะการต่อสู้ ภาษาและอักขระโบราณ กับมนตรามหาเวทก็แล้วกันหลังจากถีบเฟียร์ไปแล้ว คาลอสก็มากุมขมับกับวิชาเลือกอีกครั้ง แล้วก็เลือกวิชา ที่มันก็ไม่ได้ต่างไปจากคาเอลเล้ย

 

                ฝ่ายคาเอล ที่โลกลืม ก็จมอยู่กับโลกส่วนตัว ด้วยตัวเอง รู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง ว่าวันนี้จะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับพวกเขา ลางสังหรณ์ของเจ้าชายแห่งไฟร์ทูร่าย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

 

                สงสัยว่า การมาอยู่มิสทีเรียสครั้งนี้ คงจะเหนื่อยกว่าที่คิดแฮะ

 

…………………………………………………………….

 

 

                นี่ๆ  วันนี้วันอะไรน่ะเฟียร์ถามด้วยความสงสัยมานานระหว่างเดินไปตามทางไปโรงอาหาร เพราะวันๆเธอก็เอาแต่กินกับนอนจนไม่รู้เดือนรู้ตะวันเลยทีเดียว

 

                เธอนี่น้า เคยสนใจโลกภายนอกเขาบางมั้ยเนี่ย เฮ้อ  วันนี้ก็วันจันทร์น่ะสิ ถามมาได้คาลอสตอบเฟียร์อย่างปลงตกกับยัยเพื่อนสนิทของเขาคนนี้

 

                พอโดนว่า เฟียร์ก็เลยเกาหัว พลางส่งยิ้มแหยๆไปให้คาลอสทันที ส่วนคาเอลที่ทุกคนลืมไปแล้วว่า เจ้าตัวยังยืนอยู่ข้างๆไอ้สองตัวนี้ ก็ทำได้เพียงแค่ ส่งสายตาปรามและปล่อยไอเย็นออกมา ซึ่งก็ไม่มีใครเขาสะทกสะท้านเลย เพราะอยู่ด้วยกันจนชิน

 

                เฟียร์จ๋า เธอลงวิธีเลือกอะไรบ้างน่ะ เสียงแหลมๆเล็กสะท้านโสตประสาท 180 เดซิเบลของคาทีช่า ก้องเข้ามาในหูของหัวหน้าชั้นปีทั้งสาม ที่ล้วนแต่ทำหน้าคนละแบบหลังจากที่เหล่าสามหน่อย่างก้าวเข้ามาในโรงอาหารได้เพียงก้าวเดียวเท่านั้น  เฟียร์ ยิ้มแบบแหยๆ คาลอส ทำหน้าหน้าเหยเก แล้วก็คาเอลที่ทำหน้าเบื่อโลก เหมือนกับว่า ตอนเที่ยงของวันนี้โลกจะแตก

 

                เอ่อ...ศิลปะ ดนตรี แล้วก็ภาษาและอักขระโบราณ แล้วพวกเธอล่ะ

 

                “ว้า นึกว่าเฟียร์จะเรียนเหมือนกับพวกเราซะอีก ริน เนลิน และก็ฉันเลือกคหกรรม การทำอาหาร อัญมณีและแร่รัตนชาติ แล้วก็สวยได้ด้วยตัวคุณพอฟังรายการวิชาเลือกของเจ้าหล่อนทั้งสาม สามหน่อหัวหน้าชั้นปีแต่ละคนก็ทำหน้าเหยเกอย่างนัดกันมาเสียไม่ได้

 

                ทำไมถึงเลือกวิชาพวกนี้กันล่ะ พวกเธอนี่ วิชาดีๆมีตั้งเยอะแยะ  เฮ้อคาลอสพูดไปพลางเกาหัวอย่างไม่เข้าใจพวกผู้หญิงไป

 

                พอได้ยินดังนั้น ทีช่ากับเนลินก็วิ่งรี่เข้าไปเกาะแขนคาเอล แล้วพูดพร้อมกันพลางทำท่าทางเพ้อฝันว่า

 

                พวกเราต้องเรียนรู้การเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมให้มากขึ้น เพราะจะได้แต่งเข้าราชวงศ์ฟิโอรอสได้อย่างสมบูรณ์ไง

                เวลาคาเอลหิวพวกเราก็พร้อมจะเป็นแม่ศรีเรือนเสมอ  เวลาออกงานสังคม พวกเราก็จะเป็นที่โดดเด่นจับตามอง คาเอลจะได้ไม่อายใคร แล้วอัญมณีน่ะ เป็นของที่คู่อยู่กับผู้หญิงอยู่แล้ว เพราะว่าผู้หญิงก็เปรียบเสมือนเพชรเม็ดงาม ที่ชายใดก็อยากหมายปอง คิกๆ เรื่องแค่นี้ นายไม่รู้ได้อย่างไรกัน คาลอส ใช่มั้ยคะ คาเอลขา~จากนั้น ทีช่าและเนลินก็ส่งสายตาวิ้งๆอันเปล่งประกายไปให้คาเอลที่วิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว ทิ้งให้ท่านหญิงรินน้อย ต้องอายเขิน บิดไปบิดมาอยู่อย่างนั้น และเฟียร์กับคาลอสที่กอดคอกันขย้อนของเก่า

 

เอ่อ...ทุกคนคะ รินว่าเราสายแล้วนะคะ คือว่า...ตอนนี้มัน 8 โมงห้าสิบแล้วน่ะ แล้วพวกเราก็ไม่มีใครรู้ทางไปห้องประวัติศาสตร์ของศาสตราจารย์พีเนียสเลยสักคนทันใดนั้นเอง ที่ทุกคนเงียบไปเพราะคิดหนักว่าจะเอาไงกันดี คาเอลและเฟียร์ที่มองตากันนาน จนคาลอสเผลอคิดไปว่า ถ้าไอ้สองตัวนี้จ้องกันนานกว่า คงต้องมีคนใดคนนึงท้องแน่นอน จากนั้น คาเอลและเฟียร์ก็พยักหน้าให้กัน

 

                ทุกคน จับมือฉันกับคาเอลให้เป็นวงกลมนะ ถึงคนอื่นๆจะไม่รู้ว่าเด็กสาวและเด็กหนุ่มที่มีความงามยิ่งกว่าผู้ใดจะทำอะไร แต่ทั้งหมดก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยที่เฟียร์จับมือกับคาเอลและคาลอส คาลอสจับมือกับริน รินจับกับเนลิน เนลินจับกับทีช่า ทีช่าจับกับคาเอล (กว่าจะได้จับกัน ทีช่าทะเลาะกับเนลินเรื่องแย่งกันจะจับมือคาเอลไปสามยก)

                หลังจากที่จับกันเป็นวงกลมครบแล้ว  แสงสีขาว ดำ  และฟ้า ก็พุ่งมือออกมาจากมือของเฟียร์และคาเอลพร้อมกัน และล้อมคนทั้งหกเอาไว้เป็นโดมทรงกลม จนไม่สามารถเห็นผู้ที่ยืนอยู่ข้างในได้  หลังจากนั้น ที่ที่ทุกคนยืนคุยกันอยู่เมื่อกี้ ก็ว่างเปล่า ไร้ผู้คน ราวกับว่า ไม่ใครเคยยืนอยู่ตรงจุดนี้มาก่อน

 

...................................................................................

 

วาบบบบ!!

 

                เฮ้ยย!!

 

                ว้าย!!!

 

                ตายแล้ว!!

 

                กรี๊ด!!”

 

                “…”

 

                ฮ่าๆๆๆ  เฟียร์และคาเอลมองดูสภาพเพื่อนแต่ละคนอย่างขำๆ ภายในห้องประวัติศาสตร์ซึ่งก็มีเพียงพวกเธอ 6 คน ที่มาเป็นกลุ่มแรก เพราะ...เหตุผลนั้นก็คงเป็นเหมือนพวกเธอที่คิดจนสมองแทบแตกว่าจะทำอย่างไรถึงจะมาถึงห้องนี้ เริ่มจากคาลอสที่ลงผิดท่า วาบมา ลงไปนอนแบ็บ อยู่กับพื้น แถมได้ของแถมเป็นท่านหญิงรินน้อยไปนอนทับอยู่บนแผงอกกว้างอีกด้วย ส่วนอีกสองสาววาบมา ลงก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้น

 

                นี่เธอจะทับตัวฉันอีกนานมั้ยเนี่ย คาลอสก้มหน้าก้มตาบ่นจนไม่ได้สังเกตสีหน้าอันแดงระเรื่อของรีนาเร่เลยแม้แต่น้อย จนเจ้าตัวได้แต่ตอบแบบตะกุกตะกักไป โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเฟียร์และคาเอลจับตามองอยู่แล้วหันมายิ้มให้กันอย่างมีเลศนัย

 

                อ่อ...ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ คือ ...เอ่อ.. รินไม่ได้ตั้งใจค่ะ  ขอโทษที่ทำให้คุณคาลอสเจ็บตัว ขอโทษจริงๆค่ะ

 

                เอ่อ..ไม่เป็นไรหรอก เลิกขอโทษได้แล้ว ผมก็ต้องขอโทษรินด้วยเหมือนกันที่พูดแบบนั้นกับริน บังเอิญว่ามันชินน่ะครับ พูดกับไอ้เฟียร์มากเกินไป มันเลยติดปาก

 

                อะไรฟร่ะ ตรูไปเกี่ยวอะไรกับพวกนายสองคนนี่ด้วย อุตส่าห์เงียบแล้ว ยังเอาตรูมาเอี่ยวอีกเฟียร์ที่เงียบมานาน คิดอย่างปลงๆพลางถอนหายใจ

 

                กิ้งก่อง!!” (เสียงกริ่งเตือนเข้าเรียนเหมือนโรงเรียนเด็กประถมเลยเว้ย : Kanoel)

 

                หลังจากที่เสียงกริ่งดังจบแล้ว ศาสตราจารย์พีเนียสก็เดินเข้ามาในห้อง โดยที่วันนี้เจ๊แกก็เซ็กซี่อีกตามเคย  เจ๊แกใส่เกาะอกสีแดงเอวลอยโชว์หน้าท้องแบนราบ ที่มีเชือกผูกคล้องที่คอสีดำ เฟียร์เพิ่งสังเกตว่า เจ๊แกฝังเพชรเม็ดเล็กๆตรงรอบสะดือด้วย กระโปรงที่เจ๊แกใส่สั้นแค่คืบเดียว แต่ก็ยังมีผ้าบางๆสีแดงสลับขาวห้อยระย้าออกมาปิดที่ข้างหลังขาเรียวด้วย เหลือเพียงด้านหน้าที่ไม่มีอะไรมาปิดไว้ เพื่อโชว์ขาที่เรียวสวยของเจ๊ให้นักเรียนชายน้ำลายหกเล่น วันนี้ผมเจ๊แกที่เคยเป็นสีดำสนิท กลับทำไฮไลท์ปลายผมสีแดงเพลิง ราวกับว่า มีไฟกองย่อมๆอยู่หัวเจ๊แก ผมที่เคยยาวสลวย วันนี้กลับซอยสั้น เพื่อให้ดูเปรี้ยวยิ่งขึ้น  แต่แปลกที่วันนี้ปกติ เจ๊แกจะพกแต่ผ้าเช็ดหน้าสีแดง แต่วันนี้กลับมาตำราเล่มเบ้ง หนา 5-6 นิ้ว เก่าคร่ำครึจนจะขาดแหล่มิขาดแหล่อยู่ด้วย

 

เอาล่ะนักเรียน ไปนั่งที่ของตัวเองได้แล้ว เราจะไม่รอพวกที่หาห้องนี้ไม่เจอ อ้อ  ลืมบอกไปว่า โรงเรียนของเรา เป็นโรงเรียนที่จะต้องเรียนรวมหอกัน อย่างที่พวกเธอเข้าใจ เราต้องเรียนรวมกันทั้งสามหอ  เอ้าๆ อย่าเพิ่งโวยวาย ฟังฉันให้จบก่อน ที่เรียนรวมกันทั้งสามหอน่ะ ไม่ใช่ทุกวิชา  แต่แค่  3 วิชาและและวิชาเลือกเท่านั้น ก็คือ วิชาว่าด้วยการก่อตั้งเจโนเวียที่จะเรียนกับฉัน วิชาศีลธรรม จริยะธรรมขั้นต้น โดย ศจ.จูเปียน คิวตัน

แล้วก็วิชามารยาทชั้นสูงในการเข้าสังคม โดย ศจ.ยานีร่า  วาลน์เท่านั้น นอกนั้น ก็จะเรียนเป็นหอๆไป"

               
                 
ปัง!!!

 

                แฮกๆ” 

                  เสียงถีบประตูด้วยเท้าของนิคโคลัสเป็นเสียงแรก ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจของเซรอสและเลนอสที่สงสัยคงจะวิ่งหาห้องกันทั้งตึกเรียนเลยเป็นแน่ เพราะว่ามิสทีเรียสนั้น แบ่งแยกเรียนแต่ละวิชาเป็นอาคาร เป็นตึกแยกแต่ละวิชาไป  

 

                ขอโทษที่มาสายครับ พวกผมปี 1 หอบลูมาแล้วครับอาจารย์ แฮกๆ เลนอสที่ยืนท้าวประตูพูดอย่างเหนื่อยอ่อน พลางหอบหายใจ

 

                ไม่เป็นจ้ะ เด็กหนุ่มน่ารักๆอย่างพวกเธอ เรื่องแค่นี้ ทำไมฉันจะอภัยให้ไม่ได้(อาจารย์เริ่มกินเด็กแร้นน : Kanoel) ว่าแล้ว เจ๊พีเนียสก็ส่งสายตากรุ่มกริ่มไปให้เหล่าเด็กน้อยที่น่าสงสารทั้งสามที่ยืนขนลุกอาจารย์สาวสุดเซ็กซี่อยู่

 

                นี่เราจะเรียนกันได้รึยัง ฉันมายืนรอพวกแกพูดเรื่องไร้สาระนานแล้วนะเจ้าชายพีราส หัวหน้าชั้นปีหอเรดนอมอล และนักเรียนปี1 หอเรดที่โผล่ตอนไหนก็ไม่รู้ ยืนจ้องพวกเฟียร์ด้วยสายตาดูคลาน โดยเฉพาะเจ้าหญิงเอมาเน็ต ที่มองเฟียร์ด้วยสายตาที่เหนือกว่า ส่วนหอกรีนที่มาตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกันไปนั่งที่ตัวเองเรียบร้อยแล้ว

 

                เอาละๆ นักเรียนทุกคน แยกย้ายกันไปนั่งที่ตัวเองได้แล้ว เราจะเริ่มเรียนกันแล้วนะ เสียเวลากันไปตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วนะ เจ๊พีเนียสกล่าว พร้อมเดินไปที่โต๊ะ แล้วกางตำราคร่ำครึที่เจ๊แกถือมาตอนแรก พลางกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง

 

                ห้องประวัติศาสตร์นั้น เป็นห้องที่กว้างมาก  หน้าห้องจะเป็นพื้นยกระดับซึ่งปูด้วยพรมสีแดง ตัดกับโต๊ะที่คล้ายเวทีโฆษกสีดำ ซึ่งมีไมค์ขนาดจิ๋วฝังอยู่  ผนังเป็นผ้าม่านพริวสีแดงสด ซึ่งตัดกับเพดานที่วาดด้วยลวดลายคล้ายกัยเป็นตำนาน เรื่องอะไรสักอย่างด้วยสีดำ ประตูทางเข้า เป็นประตูไม้ดรีโนก้าสลักลายอย่างงดงามและประณีต ขนาดใหญ่ที่พอสูงเกือบ 3 เมตร และกว้างเกือบ 4 เมตร  โต๊ะเรียนของนักเรียนนั้น เป็นพื้นยกระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆเป็นขั้นบันไดขนาดกว้าง คล้ายๆกับโรงหนัง  แต่เพียงแค่ เป็นโต๊ะไม้ยาวตลอดแนวเป็นแถวๆไป มีเพียงเว้นไว้เป็นช่องทางเดินตรงกลาง และด้านข้างทั้งสองด้านเท่านั้น ส่วนเก้าอี้ ก็เป็นเก้าอี้บุนวมนุ่มนิ่มอย่างดีหรูหราสีดำสนิท วางเรียงเป็นแถวยาวตลอดแนวเช่นเดียวกับโต๊ะ ที่วางเรียงเป็นแถวยกระดับสูงขึ้นเรื่อยๆนี้ ก็เพื่อที่จะให้ศาสตราจารย์ผู้สอน สามารถเห็นนักเรียนทุกคนได้อย่างเด่นชัด  โต๊ะแต่ละแถว จะติดไมค์เอาไว้ด้วย เผื่อไว้สำหรับนักเรียนที่ต้องการถามหรือตอบคำถาม  แถวทั้งหมดมีอยู่ 15 แถว  นั่งได้ด้านละ 10 คนเท่านั้น ( แต่ก็กว้างมากพอที่จะนั่งได้ 15 คน เพราะเผื่อสำหรับคนมีน้ำหนัก) หอบลู นั่งกันอยู่แถวที่ 7 ตรงกลางแถวด้านซ้ายพอดี โดยที่เฟียร์ริมซ้ายสุดโดยมีคาเอลและคาลอสขนาบข้าง

 

                เอาละนักเรียนทุกคนคะ เราจะแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ ฉัน คือ ศาสตราจารย์พีเนียส บราวซ์ สอนวิชาว่าด้วยการกำเนิดอาณาจักรเจโนเวีย ปี1 รวมหอ ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือในการเรียนการสอนวิชานี้ด้วย ถ้าใครหลับในวิชาของฉันล่ะก็...หึหึหึพอเสียงแหลมๆของเจ๊พีเนียสลากยาวมาหยุดเอาดื้อๆ แล้วส่งเสียงหัวเราะอันน่าขนลุกมาให้เหล่านักเรียนที่น่าสงสาร สายตาเจ๊แกก็ปรากฏแววเหี้ยมเกรียมอย่างที่ไม่ใช่ป้าที่ชอบกินเด็กทันที

 

                พวกเราเสียเวลามามากพอแล้ว ทุกคน เปิดไปที่หน้า 156 บทที่ 3 อาณาจักรในเจโนเวียสิ้นเสียงแหลมๆของเจ๊แก เสียงพรึ่บพร่บเปิดหนังสือเรียนอันหนาปึก หนาพอที่จะไปฟาดหัวหมาตายได้ ก็ตามมาจากนักเรียนที่น่ารัก หอกรีนทำตามศาสตราจารย์อย่างเคร่งครัด หอเรดเปิดด้วยสีหน้าหงุดหงิดไม่ชอบใจที่มีคนมาออกคำสั่ง ส่วนหอบลูก็เปิดไปหาวอย่างเบื่อหน่ายไป

 

                เจโนเวีย เป็นชื่อเรียกรวมทั้ง 9 อาณาจักรเอาไว้  แบ่งเป็นทิศๆไป ซึ่งมีโพนิวล่าเป็นศูนย์รวมของทุกอาณาจักรตรงกลาง รวมทั้งเป็น อาณาจักรที่มีโรงเรียนเวทมนตร์มิสทีเรียส โรงเรียนอันดับ 1 ของเจโนเวีย ซึ่งมิสทีเรียสแห่งนี้ก่อตั้งโดย ศาสตราจารย์เรกิวลัส เชอร์แมน ผู้อำนวยการคนปัจจุบัน ซึ่งก็ยังไม่มีใครทราบอายุอานามเฮียแกอย่างแน่ชัด แล้วก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่า ทำอย่างไร อายุลุงแกถึงยาวขนาดนั้น ถ้าอยากรู้คงต้องไปถามหลานชายลุงเค้าเอาเอง  แต่เขาคนนั้นก็คงไม่บอกหรอกจริงไหม นิคโคลัส

 

                ครับนิคตอบอย่างยิ้มๆ

 

                ประวัติของศาสตราจารย์เรกิวลัสยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ และท่านยังเป็นคนปกครองโพนิวล่าคนปัจจุบันด้วย โพนิวล่า เป็นศูนย์การค้าเสรี ที่รวมสินค้าจาก เมืองหรืออาณาจักรอื่นๆ ผู้คนส่วนใหญ่ในอาณาจักร จึงประกอบอาชีพพ่อค้า แม่ค้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งยังเป็นที่รวมหลากหลายเผ่าพันธุ์ไว้ด้วยกันอีกด้วย

                เราจะมาเริ่มจากอาณาจักร...........เฟียร์ที่นั่งทนสัปหงกนานแล้ว ก็เริ่มเข้าญาณจนได้ แต่วิธีเฝ้าพระอินทร์ของเจ้าตัวไม่เหมือนคนอื่นๆ เด็กสาวก็เลยเอาหนังสือประวัติศาสตร์เล่มเบ้งมาตั้งกางแล้งบังหัวตัวเอง การกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของคาเอลที่มองเฟียร์มาตลอด การกระทำของเด็กสาวนั้น ถึงกับทำให้เจ้าชายน้ำแข็งหลุดยิ้มขึ้นมา แล้วก็จ้องมองเฟียร์ที่นอนหลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเค้าเลยอย่างอ่อนโยนปนขบขัน

 

                กริ๊งงงง 

 

                เสียงออดหมดเวลาดังขึ้นทำเอาเฟียร์ที่หลับอยู่สะดุ้งโหยงตีลังกาตกเก้าอี้คอแทบหัก

 

                สมน้ำหน้า อยากหลับไม่รู้เรื่องเอง ช่วยไม่ได้คาลอสยิ้มเยาะเฟียร์อย่างทีเล่นทีจริง จนเฟียร์ที่นั่งค้างท่าเดิมเกิดอาการหมั่นไส้ ดีดนิ้วจนเกิดลูกไฟเล็กๆสีดำลอยไปยังหัวคาลอส

 

                เฮ้ยยย ฉันแค่ล้อเล่น เธอเล่นเอาจริงเลยหรอ เหวอออ หัวไหม้แล้วว คาเอลดับไฟทีดิ๊คาเอลที่หันไปช่วยพยุงเฟียร์อยู่นั้น ก็หันกลับมามองคาลอสที่จ้องด้วยสายตาน้ำตาคลอเบ้า -*- พอจ้องคาลอสที่หัวเริ่มไหม้ยิ่งขึ้นเสร็จ ก็เดินจูงมือเฟียร์ออกจากห้องไปยังโรงอาหารทันที

 

                เฮ้ยยย มาช่วยฉันดับไฟก่อน ใครก็ได้ช่วยด้วย เหวอออ มันไหม้แล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะ ไอ้เพื่อนบ้าทิ้งให้คาลอสโวยวายเป็นคนบ้าพร้อมลูกไฟสีดำอยู่ตรงนั้น  

………………………………………………….

 

 

 

มาต่อขอรับ (หลังจากเงียบหายไปโคตรนานเรย = =” : Kanoel)

 

 

 

                ทำไมพวกปี 1 หอบลูยังไม่มากันอีกนะ เหลวไหลจริงๆ หญิงสาววัยกลางคน ผู้สวมแว่นกรอบทองเงาวับบ่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

                เธอสวมชุดซึ่งดูอย่างไรก็ต้องเป็นศาสตราจารย์แน่ๆ และก็ต้องเป็นศาสตราจารย์แห่งมิสทีเรียสที่เจ้าระเบียบที่สุดด้วย ผมสีทองสวยของเธอถูกมัดเป็นมวยอย่างประณีต ใบหน้าที่เรียบเฉย ไม่แสดงออกถึงความรู้สึก ที่ขณะเริ่มมีอาการคิ้วขมวด แลดูภูมิฐาน สง่างาม ราวกับว่าเป็นพวกผู้ดีเก่าอะไรทำนองนั้น  ชุดที่ใส่เป็นชุดเดรสยาวคอตั้งปิดแขนยาว กระโปรงยาวถึงข้อเท้าสีขาว ตรงช่วงหน้าอกถึงระหว่างช่วงเอว มีกระดุมกลมสีเทาติดอย่างมิดชิดทุกเม็ด รองเท้าของเธอเป็นรองเท้าคัทชูส์สีเทาเข้าชุด บ่งบอกได้เลยว่าเจ้าตัวต้องเจ้าระเบียบมากเป็นแน่ ซึ่งแตกต่างจากศาสตราจารย์พีเนียสอย่างสิ้นเชิง ยิ่งลักษณะการวางตัวด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

                คงมัวแต่ไปเดินเล่นหรือไม่ก็ทำอะไรไร้สาระอยู่ล่ะมั้งครับ ศาสตราจารย์ เสียงเหยียดๆอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเจ้าพีราส หัวหน้าหอเรดปี1 กล่าวขึ้นอย่างนอบน้อมทั้งๆที่เจ้าตัวแสร้งทำ

 

                ไม่ขนาดนั้นหรอกกระมังคะ พวกเขาอาจกำลังหาห้องเรียนอยู่ก็เป็นได้เสียงใสของสาวสวยหัวหน้าหอกรีน ดารีน เอนา กล่าวแก้อย่างเรียบร้อย อ่อนหวานสมกับเป็นหอกรีน

 

                ปัง!!!!!” 

                เสียงประตูเปิดขึ้นดังอย่างอึกกระทึกครึกโครมจากเหล่านักเรียน 9 คนของหอบลูที่พร้อมใจกันหอบแฮกๆอย่างไม่ได้นัดหมาย

 

                ทำไมรู้สึกเย็นๆที่สันหลังฟร่ะ ไอ้คาเอลมันทำหรือเปล่า เอ๊ะ! แต่เย็นแบบนี้ไม่ใช่ของคาเอลนี่หว่า งั้นของใครอ่ะ?เสียงถกเถียงในใจของนักเรียนหอบลูทุกคนเกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง พร้อมด้วยการเงยหน้าขึ้นมองต้นกำเนิดความเย็น  ซึ่งกำลังยืนตัวสั่นด้วยความหนาว เอ๊ย ด้วยความโกรธ

                หลังจากนั้น พวกเด็กหอบลูก็ต้องก็ต้องมานั่งจุมปุ๊กฟังท่านศาสตราจารย์ผู้ยิ่งใหญ่บ่นเรื่องมารยาทผู้ดีไปครึ่งคาบ โดยที่ต้องทนกับสายตาสะใจและสมเพชของหอเรด และสายตาเห็นใจจากหอกรีน

 

                รู้มั้ยว่าพวกเธอน่ะใช้ไม่ได้ เหลวไหลสิ้นดี เข้าเรียนก็สาย แถมยังทำเสียงอึกทึกครึกโครมเสียงดังรบกวนคนอื่น เกิดมาในตระกูลใหญ่ ตระกูลผู้ดี แถมยังเป็นลูกหลานเจ้าผู้ครองอาณาจักรแท้ๆ แต่กลับทำเรื่องเสื่อมเสียได้ถึงขนาดนี้ ถ้าพวกเธอเติบโตขึ้นและเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พวกเธอจะปกครองอาณาจักรได้อย่างไร คนในตระกูลชั้นสูงน่ะ เข้าต้องตรงต่อเวลา และสำรวม แต่นี่อะไรกัน ถ้าพวกเธอยังเรียนวิชาของฉันไม่ได้เรื่องล่ะก็ ฉันจะหักคะแนนความประพฤติหอเธอ และปรับให้เธอตกกันหมดเลย

                เอาล่ะ หอเรดที่น่ารักของครู พวกเธอทั้งหมด ณ ที่นี้ ฉัน ศาสตราจารย์ยานีร่า วาลน์ เป็นผู้สอนมารยาทผู้ดีที่ถูกที่ควรให้กับพวกเธอ ตอนนี้เราจะมาเรียนกัน ปล่อยพวกเหลวไหลไร้สาระไปดีกว่า วันนี้ เราจะเรียนเรื่องการเดินกัน ไหนพวกเธอลองเดินให้ครูดูซิ เริ่มจากหอเรด หอกรีน แล้วก็ไอ้พวกหอไร้การอบรม เชิญค่ะเวลาที่ศาสตราจารย์แกพูดถึงหอเรด เธอจะพูดราวกับยกย่องเทิดทูน แต่กับหอบลูแล้ว ราวกับว่าหอนี้มันดีแต่ชื่อ ทำเอาเฟียร์และเพื่อนๆของขึ้นกันเลยทีเดียว ไอสังหารรวมกับไอเย็นๆของเฟียร์และคาเอล เริ่มคุกรุ่นไปทั่วทั้งห้อง ทำเอาคนอื่นหน้าซีดอย่างกับจะเป็นลมกะทันหัน

               

                คนแรก ไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้าหญิงเอมาเน็ตนั่นเอง เวลาเดิน เฟียร์ล่ะกลั๊วกลัวว่าคอและหลังของเจ้าหล่อนจะหัก ก็เวลาเดินน่ะ หลังเจ้าหล่อนน่ะ แอ่นซะ อย่างกับว่า เธอจะไปแข่งยิมนาสติกลีลาแห่งชาติอย่างนั้นแหละ (แอ่นเท่าไร หน้าอกของเธอมันก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้นมาร้อก : เฟียร์) แล้วหน้ากับคอนะ เชิดอย่างกับว่ามีใครมาดึงหัวเธออยู่อย่างนั้นแหละ ท่าทางการเดินนั้น ทำเอาเฟียร์ถึงกับส่ายหัวอย่างรับไม่ได้อย่างแรง คาเอลถอนหายใจด้วยความปลง ส่วนคาลอสนั่งกอดเข่าหัวเราะคิกๆอย่างกับคนบ้า แม้กระทั่งศาสตราจารย์ยานีร่าเอง ก็ยังขมวดคิ้วให้กับท่าทางการเดินของเจ้าหญิงเอมาเน็ต แล้วอาจารย์แกก็จดอะไรก็ไม่รู้ยิกๆให้สมุดที่ไม่มีใครรู้ว่าอาจารย์แกไปเอามาตอนไหน

 

                คนต่อไป

 

                คนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้าชายพีราส ที่เฟียร์รู้สึกว่า อยากจะกระโดดถีบไอ้เจ้าชายคนนี้สักทีสองที เพราะท่าทางเจ้าชายแก ราวกับว่า โลกนี้ ข้าใหญ่ที่สุด อะไรประมาณนั้น ซึ่งศาสตราจารย์แกก็ขมวดคิ้วเช่นเคย ซึ่งเฟียร์รู้สึกว่าอาจารย์แกจะมีแค่สองหน้าจริงๆ ไม่หน้านิ่ง ก็ขมวดคิ้ว (อาจารย์โรงเรียนนี้ เป็นอาจารย์แน่รึเปล่าฟร่ะ แต่ล่ะคน เฮ้อ = =”: Kanoel)

                คนต่อมาก็คือ เจ้าหญิงไดอาน่าผู้ราวกับตุ๊กตาไร้วิญญาณ ซึ่งเดินได้ดูดีกว่าสองคนแรกเป็นล้านเท่าในสายตาของเฟียร์ ก่อนจะเดิน เจ้าหญิงไดอาน่าผู้ได้ฉายา ตุ๊กตาไร้วิญญาณที่เพิ่งตั้งสดๆใหม่ๆ ก็หันมายิ้มให้เฟียร์อย่างอ่อนโยน ราวกับว่าเธอสองคนเคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งๆที่เฟียร์ที่ความจำดีมากมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหน

               

                คนแล้วคนเล่าที่เดินให้ศาสตราจารย์ยานีร่าดู ซึ่งแต่ละคนก็เดินอย่างดูดีในแบบของตน และหอเรดก็รู้สึกว่าจะเดินในแนวเดียวกันเด๊ะ ส่วนหอกรีนส่วนใหญ่จะเดินก้มหน้าด้วยความอาย และเรียบร้อย เล่นเอาเจ้าสามหนุ่ม เซรอส เนลอส และนิคโครัสเคลิ้มเลยทีเดียว ก็หอกรีนมีแต่ผู้หญิงน่ารักๆ นี่นา

                และตอนนี้ก็มาถึงคิวเจ้าชายน้ำแข็งคาเอลสุดหล่อบ้างแล้ว ซึ่งคาเอลก็ยังคงหน้านิ่งตายด้านเหมือนเดิม แต่ก่อนจะเดิน เจ้าตัวก็หัวมามองทางเฟียร์และคาลอส เฟียร์และคาลอสก็เลยยักคิ้วพร้อมยิ้มอย่างทะเล้นๆและส่งนิ้วโป้งให้กำลังใจไปให้ เจ้าชายหนุ่มเห็นดังนั้น เลยส่งยิ้มมุมปากน้อยกลับมาให้ ซึ่งทำเอาเฟียร์และคาลอสหันมามองหน้ากันทันที

 

                ขณะที่คาเอลย่างก้าว ทุกคนก็ได้แต่มองตามอย่างตาค้าง เพราะแต่ละก้าวที่ไอ้ก้อนน้ำแข็งมันเดิน บ่งบอกถึงสายเลือดสีน้ำเงินของกษัตริย์ที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี หลังตรง ไหล่ผึ่งผายดูองอาจและสง่างาม หน้ามองตรง เชิดอย่างพองาม แต่ละก้าวเต็มไปด้วยความมั่นคง ซึ่งแม้แต่ศาสตราจารย์ยานีร่ายังตาค้าง หลังจากเดินเสร็จ คาเอลก็เดินกลับมานั่งกับเฟียร์และคาลอสที่ยิ้มกริ่มอย่างชอบใจ

 

                เยี่ยมมาก เธอเดินได้ดีมาก ฉันไม่เคยเห็นใครเดินได้สง่างามและดูดีเท่าเธอเลย เจ้าชายคาเอล หอบลู 20 คะแนน

 

                เฮ้!!!!” ทันทีที่ได้ยินเรื่องคะแนน หอบลูก็พร้อมใจกันตะโกนดังลั่นห้อง

 

                มารยาท หักหอบลู 10 คะแนนและครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ออกจะแตกต่างกันสักหน่อย ที่ทุกคนพร้อมใจกันหุบปากเงียบ แล้วแข่งกันจ้องสายตาอาฆาตกับหอเรดที่มองมาอย่างสมน้ำหน้า

 

                คนต่อไป

 

                แกไปดิเฟียร์

 

                ไม่ แกนั่นแหละ ออกไปสิ้นเสียงเฟียร์ เธอก็ถีบก้นเจ้าคาลอสให้พุ่งออกไปข้างหน้า  ก้นเจ้าบ้ำกลางวงล้อมผู้คน

 

                ขออภัยครับศาสตราจารย์คาลอสพูดพร้อมส่งสายตาเขียวปั๊ดให้เฟียร์ที่ยิ้มระรื่นอย่างอารมณ์ดี

                หลังจากนั้น คาลอสก็เดินอย่างสง่างาม ถึงแม้จะไม่เท่าคาเอล แต่ก็ดูดีมากในสายตาของหลายๆคน และหนึ่งในนั้นก็คือศาสตราจารย์ยานีร่า

 

                หอบลู 10 คะแนน

 

                แปะๆๆคราวนี้ไม่มีเสียงตะโกน เพราะกลัวเสียคะแนน หอบลูเลยได้แต่ปรบมือตามมารยาท

 

                หลังจากนั้น คาลอสก็เดินกลับมานั่งที่ พร้อมยักคิ้วให้เฟียร์ที่กำลังจะลุกขึ้นยืน

 

                คนต่อไป เธอคงเป็นเฟียร์ร่า ฟรานเชส นักฆ่าผู้เลื่องชื่อสินะ เชิญเดินค่ะ ครูจะดูว่า นักฆ่าจะเป็นผู้ดีได้หรือเปล่าคำพูดที่แปลได้อีกนัยหนึ่งว่า เฮอะ  นักฆ่าก็คือนักฆ่า เป็นได้แค่นักฆ่าจรจัดที่มีดีก็แค่ชื่อ ไม่มีวันที่จะก้าวไปเป็นผู้ดีได้หรอก ไหนเธอลองเดินสิ ฉันจะได้เตรียมหัวเราะกับท่าเดินของเธอ คำพูดนั้นของศาสตราจารย์ ทำเอาเฟียร์ที่กำลังลุกขึ้นยืนเชิดหน้าขึ้น พร้อมกับจ้องศาสตราจารย์ยานีร่าอย่างเย็นชา พร้อมกับปล่อยไอสังหารออกมาอย่างรุนแรง ทำเอาคนในห้องถึงหายใจไม่ออก กระดาษจากสมุดของศาสตราจารย์ที่กำลังปลิวว่อนออกมาแผ่นหนึ่ง ขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที คนที่อยู่ในห้องถึงกับหน้าซีด เฟียร์ยิ้มมุมปากพลางมองไปที่ศาสตราจารย์ที่ตอนนี้กลัวจนตัวสั่นไปแล้ว ไม่ใช่เฟียร์คนเดียวที่ของขึ้น เจ้าหญิงไดอาน่าที่ได้ยินศาสตราจารย์พูด ก็ถึงกับสะบัดหน้าไปทางอาจารย์แล้วส่งสายตาอาฆาตแค้นไปให้

 

เฟียร์ที่กำลังสนุกอยู่กับการทรมานศาสตราจารย์อยู่นั้นก็ชะงักและดับไอสังหารทันที เมื่อได้ยินคาเอลพูดว่า

 

พอเถอะ เธอน่ะ ได้เวลาเดินแล้วไม่ใช่หรอ ในที่นี้ไม่ได้มีแค่ศาสตราจารย์ที่เธอต้องการทรมานเล่นเพียงคนเดียว แต่มีคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยนะ

 

ศาสตราจารย์อยากจะดูหนูเดินให้ดูมากเลยหรือคะ ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูจะเดินให้ดู อย่ากระพริบตาเชียวนะคะ

 

สิ้นเสียง เฟียร์ก็ยืดหลังให้ตรงราวกับมีอะไรมาดามหลังของเธอ หน้าเชิดขึ้น มองตรงไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มน้อยๆ มือทั้งสองกุมไว้ที่หน้าท้อง ก้าวทุกก้าวเต็มไปด้วยความมั่นคงและแข็งแกร่งราวกับว่าสามัญชนผู้นี้เป็นเลือดเนื้อกษัตริย์จริงๆ เส้นผมสีขาวอันยาวแสนยาว ปลิวลมไปในขณะเดินเช่นเดียวกับเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม ดวงหน้างามมองแลดูเข้มแข็งและอ่อนโยนในคราวเดียว ทุกย่างก้าวของเฟียร์ สะกดสายตาของทุกคนราวกับกำลังจ้องมองเทพธิดาอยู่ก็ไม่ปาน แล้วก็มีเสียงซุบซิบที่ทวีหนักขึ้น

 

นี่มันยิ่งกว่าในหนังสือมารยาทแล้ว

 

คนหรือเทพธิดาเนี่ย อยากให้เดินอีกจังเลย

 

ฯลฯ

 

เธอเป็นนักฆ่าจริงหรือ การเดินแบบนี้ ไม่เคยมีใครทำได้ นี่มันยิ่งกว่าหนังสือมารยาทอีก เธอทำได้อย่างไร หอบลู 40 คะแนน

 

                แปะๆๆๆๆ!!!!!!” คราวนี้เสียงปรบมือดังขึ้นกว่าทุกครั้ง และคราวนี้มันทำให้เฟียร์ถึงกับยิ้มกว้างเลยทีเดียว ตามด้วยเพื่อนๆที่กรูกันเข้ามาถามเด็กสาวอย่างอยากรู้อยากเห็นว่าไปฝึกเดินมาจากไหน ทำได้ยังไง ใครเป็นคนสอน เรียนมาจากไหน ฯลฯ ที่ทำเอาเฟียร์ตอบแทบไม่ทัน ด้วยความที่เฟียร์โดนเพื่อนๆคนอื่นรุมทึ้งอยู่ เธอจึงไม่ได้สังเกตคาเอลที่หน้านิ่วคิ้วขมวดมองเด็กสาวอยู่ห่างๆหลายเมตร เด็กหนุ่มเหม่อมองเด็กสาวพลางครุ่นคิดอย่างสงสัย พร้อมกับตั้งคำถามในใจว่า

 

                เธอเป็นใครกันแน่นะ

 

 

……………………………………………………………..

 

 

                เนี่ย พวกนายลองคิดดูสิ เพราะยัยป้าไฮยีน่านั่นคนเดียว ทำให้ฉันต้องมาเดินอะไรก็ไม่รู้ ทั้งคาบก็ได้แต่เดินไปเดินมา แถมก่อนฉันเดิน ยัยป้านั่นยังด่ามีความนัยแฝงด้วย ถ้าเป็นพวกนาย พวกนายจะเจ็บใจมั้ยล่ะเฟียร์พูดขึ้นอย่างมีอารมณ์ ระหว่างเดินไปที่ห้องเรียนปรุงยา หลังจากลืมนึกไปว่า นาฬิกาที่สวมอยู่มันมีแผนที่โรงเรียน

 

                เธอก็เลยปล่อยไอสังหารออกมาซะคนอื่นแทบขาดอากาศหายใจเป็นปลาทองที่ดิ้นกระแด่วๆขาดออกซิเจน แถมเอาไอสังหารนั่นมาตัดกระดาษแทนกรรไกรด้วยสินะคาเอลที่ไม่เคยพูดมากขนาดนี้ บ่นออกมาอย่างมีชั้นเชิงแถมด้วยสำนวนการเปรียบเทียบที่เล่นเอาเฟียร์อ้าปากค้าง จนขากรรไกรขยับไม่ได้ ลำบากคาลอสที่อึ้งเหมือนกันต้องเอามือช่วยดันคางให้กลับเข้าที่เหมือนเดิม

 

                นั่นมันเด็กๆ พวกนายก็..อย่าบ่นมากไปเลยน่า เดี๋ยวรอยตีนกาขึ้นก่อนวัย สาวๆไม่หลงไม่รู้ด้วยนะ

 

                ถ้าผู้ใหญ่ๆ พวกฉันคงตายคาลอสพูดอย่างปลงๆกับความซาดิสม์ของเพื่อนรัก

 

                หน้าตาก็ดี แต่นิสัยแบบนี้ จะมีใครเอามั้ยเนี่ยคาเอลที่วันนี้คงผีเข้าพูดขึ้นอย่างล้อเลียน เล่นเอาเฟียร์หันมาค้อนปะหลับปะเหลือกพร้อมพูดว่า

 

                นายว่าใคร!! อ้อ! ใครจะไปเหมือนนายกันล่ะ พ่อเจ้าชายรัชทายาทหนุ่มสุดหล่อ สุดฮ็อต ผู้ครองใจสาวน้อยสาวใหญ่ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงตั้งแต่เด็กยันคนชรา เฮอะ ใครจะไปเสน่ห์แรงเหมือนกับนายกันเล่า

 

                ก็เธอไงสองหนุ่มคาเอลและคาลอสหันมาจ้องตากัน พลางยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วก็วิ่งตีคู่ไปหาเด็กสาวที่งอนตุ้บป่องวิ่งนำไปก่อนเพื่อนนู่นแล้ว

 

                ทางเฟียร์ที่กำลังงอนอยู่ก็วิ่งหน้าบูดไปอย่างไม่รู้จุดหมาย ทำเอาคาเอลและคาลอสที่วิ่งตามมายัง งง

 

                นี่ เฟียร์ แกวิ่งมาที่ไหนเนี่ยคาลอสที่วิ่งตามมาใกล้ประชิดตัวเฟียร์ตะโกนถามเฟียร์พลางหอบอย่างเหนื่อยอ่อน

 

                ไม่รู้สิ แต่ความรู้สึกของฉันมันให้วิ่งมาทางนี้อ่ะ

 

                แต่เดี๋ยวเราต้องไปเรียนปรุงยาต่อนะพ่อเด็กเรียนคาเอล พูดขึ้นมาอย่างห่วงเรียน ทั้งๆที่ในใจกำลังกลัวว่าแม่ตัวดีของเขากำลังก่อเรื่องอีกแล้ว และลางสังหรณ์ของคาเอลก็ช่างแม่นเสียจริง เมื่อที่พวกเขาทั้งสามคนยืนอยู่นี่ มันเป็นถ้ำซึ่งต้องอยู่สักที่ในโรงเรียนเป็นแน่

 

                คาลอส นายลองค้นหาแผนที่จากนาฬิกาดูสิว่า ตรงนี้เป็นบริเวณไหนของโรงเรียนเฟียร์พูดพลางคลำไปรอบๆปากถ้ำซึ่งมีก้อนหินใหญ่ปิดปากถ้ำอยู่ ถ้าเป็นคนธรรมดาย่อมไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ ที่คงคิดว่า คงเป็นถ้ำธรรมดา ประดับไว้เพื่อความสวยงามเลียนแบบป่าเทซินเนียร์ แต่เฟียร์ซึ่งเป็นนักฆ่าอาชีพแล้ว ย่อมสังเกตเห็นความผิดปกติ ที่บริเวณปากถ้ำมีรอยปะติดปะต่อกัน เหมือนกับว่ามันสามารถเปิดได้ และเคยมีผู้เปิดมันมาแล้ว

 

                เจอยังคาลอส คาเอล มาช่วยฉันคลำหน่อยสิ ฉันว่ามันต้องมีปุ่มสำหรับเปิดถ้ำแน่ๆ

 

                ทำไมเธออยากจะเข้าไปล่ะ ทั้งๆที่มันก็เป็นแค่ถ้ำธรรมดาคาเอลถามด้วยความสงสัยแกมหงุดหงิดด้วยความที่คิดว่าเขาต้องเข้าเรียนสายเป็นแน่ เพราะอีก 15 นาทีก็จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว

 

                ความรู้สึกน่ะ มันเป็นความรู้สึกที่ว่า ข้างในมันมีสิ่งที่สำคัญอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับฉันในอดีตแน่ๆ

 

                เจอแล้ว!! บริเวณนี้ เป็นเขตหวงห้ามของโรงเรียน คล้ายๆกับว่าเป็นบริเวณต้องห้ามที่เก็บรักษาสิ่งของบางอย่างของโรงเรียนอ่ะแหละ

 

                และความคิดของเฟียร์ถูกต้อง เมื่อเธอและคาเอลคลำไปคลำมา คลำไปปุ่มอะไรบางอย่างแถวๆพื้นดิน สักพัก เสียงครืนๆของประตูถ้ำก็เปิดออก ข้างในนั้นมืดสนิท มองไม่เห็นอะไรเลยสักนิด แต่พอลองก้าวเข้าไป กลิ่นบางอย่างก็สะดุดคนจมูกหมาอย่างเฟียร์

 

                เดี๋ยว! กลิ่นดินปืนนี่นา แสดงว่าในนี้มีรางไฟ

 

                เป๊าะ!!” เสียงดีดนิ้วของเฟียร์ก่อให้เกิดลูกไฟลูกเล็กๆสีฟ้าอ่อน จากนั้นเด็กสาวใช้ปากเป่าเบาๆ ทำลูกไฟสีฟ้าลอยไปที่จุดหมาย

 

                พรึ่บ!!”

 

                ภายในถ้ำสว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นแสงสีฟ้าอ่อนจากไฟเวทย์ของเฟียร์ เผยให้เห็นทางที่ไม่ค่อยแคบนัก สามารถเดินได้อย่างสบายสำหรับ 3 คนแถวหน้ากระดาน ตามทางเป็นรางตะเกียงที่ใส่ดินปืนสำหรับจุดไฟจริงๆอย่างที่เด็กสาวบอก

 

                เธอรู้ได้ยังไง หะ ยัยจมูกหมา ว่าในนี้มีดินปืนสำหรับจุดไฟ คาลอสถามอย่างกวนประสาท

                คนมันเทพ อ่ะๆ ล้อเล่น นักฆ่าน่ะ ต้องจมูกดีเหมือนหมา หูดีเหมือนแมว ตาไวเหมือนเหยี่ยว เพื่อที่จะได้กลิ่น ได้ยินเสียงและเห็นเหยื่อได้โดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว ที่สำคัญจมูกและหู จะต้องแยกแยะกลิ่นและเสียงให้ออกด้วยว่า สิ่งนั้นคืออะไร เพื่อที่จะได้ป้องกันการจู่โจมตอนที่เราไม่รู้ตัวเฟียร์ตอบอย่างยิ้มๆ

 

                โคตรเทพเลยว่ะ

 

                แน่อยู่แล้ว ไม่งั้นฉันจะมาเป็นองครักษ์ให้ตาองค์ชายขี้เก๊กนี่หรอเด็กสาวพูดพลางยักคิ้วหลิ่วตาให้คาเอลที่ตาเริ่มขวางด้วยหงุดหงิด

 

                จะทำอะไรก็เร็วๆ เหลือเวลาอีก 13 นาที

 

                เอาน่า ทันอยู่แล้ว พ่อเด็กเรียน เชอะ ตามมาเร็วๆสิ

 

                ทางที่ไม่ค่อยจะแคบสิ้นสุดลงที่ห้องๆหนึ่ง  ที่ดูเหมือนไม่ได้อยู่ในถ้ำเลยแม้แต่น้อย อากาศเย็นเหมือนติดแอร์ ภายในห้องเหมือนเป็นห้องทำงานของใครบางคนที่ไม่ได้การมาสิบกว่าปี สังเกตได้ฝุ่นและหยากไย่ที่ขึ้นเกาะตามซอกมุมต่างๆ แต่ของและการวางแบบของห้องดูมีระเบียบเรียบร้อยดีมาก พวกเฟียร์เริ่มสำรวจสิ่งของต่างๆภายในห้อง

                เด็กสาวค่อยๆเดินอย่างเหม่อลอยเหมือนโดนมนต์สะกดไปยังรูปภาพกรอบทองรูปหนึ่งที่ติดอยู่บนผนัง ภาพนี้เป็นภาพที่เขียนขึ้นจินตเวทย์ ซึ่งเป็นเหมือนจิตกรวาดภาพทั่วไปแต่แตกต่างตรงที่จินตเวทย์ใช้พลังเวทย์ที่มีอยู่ในตัวถ่ายทอดลงไปบนแผ่นกระดาษเพื่อเป็นการถ่ายทอดจินตนาการหรือความคิดของตนลงไป ทำให้เกิดเป็นภาพขึ้น ยิ่งถ้ามีพลังเวทย์มากเท่าไหร่ ภาพก็จะสวยมากขึ้นเท่านั้น และภาพนี้ จินตเวทย์ผู้ถ่ายทอดก็คงจะเป็นคนมีพลังเวทย์สูงมากคนนึงเลยทีเดียว

               

                ภาพเบื้องหน้าเด็กสาวเป็นภาพหญิงสาวคนหนึ่ง ผู้มีรูปโฉมอันงดงามมาก เส้นผมสีขาวดุจหิมะแรกแย้มยาวถึงกลางหลัง ผิวขาวเช่นเดียวกับเส้นผม นัยน์ตาสีทองแฝงไปด้วยความอ่อนโยนรักใคร่ ขนตาที่ยาวหนาเป็นแพสีทองเสริมให้ตาคมขึ้น คิ้วโก่งราวกับคันศรสวยราวกับจิตรกรบรรจงวาด จมูกโด่งเป็นสัน รอยยิ้มที่สดใสจากปากที่แดงดุจกุหลาบทำให้ผู้ที่มองอยู่ถึงกับยิ้มตาม หญิงสาวผู้นั้นสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งทำให้เธอดูเหมือนนางฟ้าเลยทีเดียว ในมือถือชื่อดอกดรีโนก้าสีแดงสดอันเป็นสัญลักษ์ของดราโกไนท์ ที่คอของหญิงสาว มีสร้อยที่เป็นล็อกเกตที่มีสัญลักษณ์อะไรบางอย่างสี ตัวจี้ทำจากเพชรใสแท้ที่หายากยิ่ง

                ภาพของหญิงสาวเบื้องหน้า ให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับเฟียร์เป็นอย่างมาก ราวกับเธอรู้จักผู้หญิงคนนี้จริงๆ ที่นึกเท่าไหร่ เฟียร์ก็คิดไม่ออก

 

                เฟี..เฟีย..เฟียร์ เฟียร์!! ไอ้เฟียร์!!!”

 

                หะ..หา มีอะไร เบาๆก็ได้ ไม่เห็นต้องตะโกนเลย อยู่ใกล้แค่นี้เอง

 

                ฉันเรียกแกต้องนานแล้ว แกอ่ะ ไม่ได้ยินเอง มัวแต่จ้องภาพนั้นอยู่ได้ ไม่เชื่อก็ถามไอ้เจ้าคาเอลมันดูสิสิ้นเสียงคาลอส เฟียร์หันหน้าไปทางคาเอลเป็นเชิงว่า จริงหรอ ซึ่งคาเอลก็ได้แต่พยักหน้า

 

                ฉันรู้สึกเหมือนกับว่า ฉันรู้จักผู้หญิงในภาพนี้ มันคุ้นตาอย่างประหลาดน่ะ

 

                แปลกจริง แกจะไปรู้จักผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ได้ยังไง เอ แต่ว่า ฉันว่าเค้าหน้าตาคล้ายแกนะเฟียร์ ยิ่งผมสีขาวยิ่งเหมือนว่ะ แต่ตานี่ไม่เหมือน ตาเค้าสีทอง แสดงว่าเป็นเทพ เทพสายเลือดบริสุทธิ์ด้วยสิ แต่ตาแกนี่มันเป็นสีแดงเหมือนเลือดยังกับปีศาจแน่ะ

 

                นายรู้ได้ยังไงว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเทพบริสุทธิ์

 

                ก็เพราะว่าเทพบริสุทธิ์ต้องมีผมสีขาวดุจหิมะ และนัยน์ตาสีทองดุจแสงแรกแย้มของดวงอาทิตย์น่ะสิ มันแสดงถึงความบริสุทธิ์ไร้มลทินคราวนี้ คาเอลที่เงียบมานานเป็นคนตอบแทน

 

                แล้วตาฉันมันไปเหมือนปีศาจได้ยังไง หา

 

                ปีศาจสายเลือดบริสุทธิ์จะมีนัยน์ตาสีโลหิตที่บ่งบอกถึงอำนาจด้านมืด ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ดีอะไรอย่างนั้นนะ ฉันหมายถึง พวกเขาสามารถใช้พลังความมืดได้ดีมาก ถึงขั้นเป็นจ้าวแห่งความมืดได้สบายๆเลยด้วย อันนี้ฉันหมายถึงสายเลือดบริสุทธิ์นะ แต่สีผมน่ะ จะเป็นสีดำสนิท ดั่งท้องฟ้ายามรัตติกาลเลยล่ะ แล้วผิวนะ จะขาวกว่ามนุษย์หรือว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ เพราะว่าดราโกไนท์ที่เป็นที่รวมของเผ่าปีศาจน่ะ จะมีเวลากลางวันน้อยกว่ากลางคืน ทำให้คนในเมืองไม่ค่อยโดนแสงแดด เธอดูอย่างองค์ราชาเซเรียสสิ ท่านจ้าวน่ะ สายเลือดปีศาจบริสุทธิ์ของแท้ 100% เชียวนะ

 

                อ๋อ หรอ อย่างนี้นี่เอง อืมๆ จะจำไว้ก็แล้วกัน

 

                จากนั้น พวกเฟียร์ก็เริ่มค้นกันต่อ  แต่คาเอลและคาลอสก็ต้องหยุดมือลง เพราะเฟียร์ยืนจ้องหนังสือเล่มหนึ่งตาค้าง

 

                เธอเป็นอะไรน่ะคาเอลถามด้วยความเป็นห่วงพร้อมพุ่งตัวไปหาเฟียร์ที่ยังคงอึ้งกับที่ ส่วนคาลอสก็ละจากของที่ตัวเองกำลังค้นอยู่วิ่งไปหาเฟียร์เช่นกัน

 

                พวกนายดูสิ นี่กับนี่นี่กับนี่ที่เด็กสาวหมายถึงคือ จี้ที่เธอสวมใส่เอาไว้ตลอดเวลาคล้ายกับว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่จะปกป้องเธอจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ส่วนอีกนี่ก็คือ หนังสือที่เจ้าตัวถือค้างไว้ ที่เด็กสาวอึ้งกิมกี่ขนาดนั้นก็คือ ทั้งหน้าปกและสัญลักษณ์ที่จี้นั้น เหมือนกันอย่างกับแกะ

 

                หนังสือเล่มนั้น เป็นหนังสือเล่มประมาณ 2 นิ้ว สิ่งเป็นปกดำแข็งอย่างดี สีดำทำให้หมึกแสงจันทร์สีเงิน ซึ่งเป็นหมึกหายาก ใช้ได้สำหรับพวกเชื้อพระวงศ์เท่านั้นดูเด่นชัดยิ่งขึ้น หน้าปกเป็นสัญลักษณ์รูปหมาป่าศักดิ์สิทธ์สีเงินที่หน้าตาคล้ายเจ้าเครย์นินยิ่งนัก  หน้าปกเขียนเป็นภาษาปีศาจโบราณสีเงินจากหมึกแสงจันทร์ว่า DRAKONIGHT

 

                พวกนายคิดว่าไง

 

                ฉันว่าเราน่าจะลองเก็บเอาไปอ่านดูนะ เผื่อว่ามันจะมีอะไรเกี่ยวกับสร้อยของเฟียร์ก็ได้คาลอสออกความคิดเห็นซึ่งคาเอลและเฟียร์ก็เห็นด้วย

 

                แต่ฉันว่า...ตอนนี้เราควรจะได้เรียนได้แล้วนะ เหลือเวลาอีก 2 นาทีคาเอลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ

 

                วาบไปก็หมดเรื่อง แต่ฉันขี้เกียจเปลืองพลังเวทย์อ่ะ แกเป็นคนวาบก็แล้วกันคาเอล ฉันรู้ว่าพลังแกน่ะเหลือเฟือเฟียร์พูดพลางบิดขี้เกียจ พลางเปิดช่องมิติ โยนหนังสือปริศนาเข้าไปอย่างไม่ถนุถนอมว่ามันจะออกมาในสภาพไหนเลย ซึ่งคาเอลและคาลอสก็ได้แต่ส่ายหัวด้วยความระอาในตัวเพื่อนสาว

 

                จากนั้น ทั้งสามหน่อก็จับมือกันเป็นวงกลม แล้วแสงสีฟ้าก็ปล่อยออกมาจากมือทั้งข้างของคาเอล แสงสีฟ้าอ่อนเริ่มขยายเป็นวงกว้าง ก่อนที่ภาพห้องลับห้องนั้นจะเลือนลางไป เฟียร์ก็หันหน้ากลับไปมองที่รูปภาพหญิงสาวคนนั้น แล้วพึมพำราวกับเสียงกระซิบเหมือนรำพึงกับตัวเองโดยที่ไม่ใครได้ยิน

 

                ท่านแม่...

 

 

…………………………………………….......

เย้ๆ ในที่สุดข้าน้อยก็กลับมาอัพครบ 100% ซะที เหนื่อยจริงๆ โอยย เมื่อยมือปายหมด ไปแระ ข้าน้อยง่วงแร้น ข้าน้อยไม่ได้ตรวจคำผิดนร้า ขอโทดด้วย ถ้าเจอคำผิดก็ต้องขออภัย บะบุยขอรับ : Kanoel

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

367 ความคิดเห็น

  1. #338 Hydrangea (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 20:08
    อยากให้เฟียร์เจอพ่อไวๆอ่ะ
    #338
    0
  2. #317 Fararah (@fatiarah) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 14:20
    สนุกกก เคยคิดว่าถ้าเฟียร์เจอพ่อ แล้วพูดชื่อตัวเองไป จะเป็นไงน้าาาาาา สนุกมากกกกเลยค่ะ
    #317
    0
  3. #261 o★StaR RaiN★o (@mimmylove) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 / 18:36
    เจ้าจงรู้ความจริงซะ
    #261
    0
  4. #193 นู๋หนิง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2552 / 16:55
    อัพพพพพพด่วนนนนนนนนนนน
    #193
    0
  5. #192 Miss GT (@GuaiTeaw) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 / 09:39
    ท่านหายไป นะที่แห่งใด~
    เหตุไฉนจึงไม่มาอัพพพพพ
    #192
    0
  6. #191 Eveiize (@date_magic) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2552 / 07:27

    อัพพพพพพ

    ด่วนนนนน

    #191
    0
  7. #190 ซาโนชิ (@tingirin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2552 / 12:42
    ++
    สู้ ๆ

    อัพ ๆ ๆ
    #190
    0
  8. #189 ปีศาจเงา (@Nikorus) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 เมษายน 2552 / 21:09

    เหอ เหอ  ค้างอีกแล้วนะ

    ทำตัวแบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ  หึ หึ หึ

    #189
    0
  9. #188 คกคุง (@koogkyu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2552 / 21:53
    รีบๆๆมาอัพต่อนะคะ หุหุ
    #188
    0
  10. #187 พีชรัตน์ (@porn18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2552 / 21:17
    ค้างมากมาย
    #187
    0
  11. #186 snowdream_fafaza (@snowdream) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2552 / 18:55

    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #186
    0
  12. #185 Miss GT (@GuaiTeaw) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2552 / 16:03

    คำผิดมีน้อยค่ะบทนี้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคำ "หาย" เสียมากกว่า อิอิ
    แต่ไม่มีผลอะไรมาก เพราะหากดูจากข้อความแล้วก็จะปะติดปะต่อได้เองค่ะ
    แต่ถ้าอยากแก้ก็ไม่ว่ากันนะคะ หุหุหุ (เหมือนคนโรคจิตอย่างไรบอกไม่ถูก- -*)

    มาอัพต่อไวๆนะคะ จะรอ่านค่ะ ^-^ สู้ๆ

    #185
    0
  13. #184 Vampire_White (@Magicine_White) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2552 / 11:18

    อัพแล้วรอตั้งนาน
    TT^TT
    เศร้า
    อีพี่ชายต้องไปส่งข้าน้อยที่โรงเรียน
    ยังไม่ยอมตื่นเลย

    #184
    0
  14. #183 Miss GT (@GuaiTeaw) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2552 / 10:13
    อยากดูการประลองไวๆจังเลยค่ะ -..-
    มาอัพด้วยนะคะ^^
    #183
    0
  15. #182 ตะวันสีส้ม~ (@taetae) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 เมษายน 2552 / 18:44
    ฮามาตั้งแต้ตอนที่คิดชื่อวิชาที่เฟียร์เรียนที่องกรแล้ว
    ยังคิดชมรมสวยได้ด้วยตัวคุณได้อีก อาโฮะๆ

    อยากเหนการประลองไวๆจังเลย (อามาเนตจะได้หน้าแตกสักที)
    ทีแรกเฟียร์ดูโหด เจ้าเล่ห์นะ
    ตอนนี้ดูว่ารั่วสุดๆเลยอ่ะ55+

    สู้ๆนะ
    #182
    0
  16. #181 snowdream_fafaza (@snowdream) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2552 / 16:20

    อ่านะ

    เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #181
    0
  17. #180 Miss GT (@GuaiTeaw) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2552 / 13:51
    เย้ๆ ท่านมาอัพแล้ว ดีใจจังเลยยยย

    มาอัพต่อด้วยนะ T^T

    สู้ๆ เป็นกำลังใจให้จ้า d(^ _ ^)b
    #180
    0
  18. #179 Magician_White (@Magicine_White) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2552 / 13:47

    รีบๆอัพนะเจ้าคะ

    #179
    0
  19. #178 *MK* (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2552 / 10:54
    อัพต่อเท้อออ พลีสๆๆ

    คนอ่านจะลงแดงแล๊ววว อยากอ่านเฟียร์เรียนวิชามารยาท กี๊ซๆๆ
    #178
    0
  20. #177 คกคุง (@koogkyu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2552 / 01:45
    รีบๆมาอัพนะ
    #177
    0
  21. #176 sunny snow~ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2552 / 16:12
    แหะแหะเพิ่งจะได้ฤกษ์งานยามดีมาอ่าซะที^^;;

    อยากให้เฟียร์ คาเอล คารอสเข้าคหกรรม การทำอาหารจังd(*O*)b

    "แต่สวยได้ด้วยตัวคุณ"นี่น่าจับคนเขียนยัดเข้าไปฝึกดูแลตัวเองกับเค้าบ้างเจงๆ==!

    #176
    0
  22. #175 *MK* (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2552 / 16:21
    อัพ อัพ อัพและอัพ!! ด่วนๆเล้ยยยยยนร้า

    สู้ๆ ^^v มันค้างอัพต่อเร็วๆแล้วกันนร้า\(><)/
    #175
    0
  23. #174 SD.ชาลี (@SD_soda) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2552 / 23:34

    อัพคร่า

    หนุกมากมาย

    ช้ารอได้คร่า

    แต่ต้องอัพนร้า

    #174
    0
  24. #173 [ O.Por ] (@raziita) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2552 / 15:23
    อัพด่วนๆๆๆๆ
    #173
    0
  25. #172 lazentra (@ploy-chalisa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มีนาคม 2552 / 16:06
    มาอัพต่อด่วน!!!!!!!!

    คนอ่านใจจะขาดแหล่ว
    #172
    0