Love baddie รักร้ายๆของพ่อมดจอมโหด | Kookmin

ตอนที่ 9 : CHAPTER 8 (80%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    4 มิ.ย. 62














บรืนนนนน 

"ขับให้มันเร็วกว่านี้ได้มั้ยเจ๊" ผมเร่งพี่ชายสุดที่รักเมื่อรถของเขาแล่นสู่ถนนใหญ่ได้สักพักแล้ว

"บ้าเหรอ เดี๋ยวก็ได้ซิ่งไปชนใครเข้าหรอก นายหัดใจเย็นๆซะบ้างเถอะ คุณจองกุกเขาไม่มีท่าทีจะตามนายมาซะหน่อย" แหม พอออกจากงานมาได้หน่อยก็บกลับเป็นคนเก่าเชียวนะเจ๊โฮปปี้

"วางใจหมอนั่นไม่ได้หรอก ไม่รู้ว่าเขาจะจำนายได้หรือเปล่า"

"วางใจเถอะย่ะ เขาไม่เคยรู้จักฉันด้วยซ้ำ จะไปจำฉันได้ได้ยังไง แถมฉันยังใส่หน้ากากหมาป่าแบบนี้อีก ส่วนเรื่องรถนี่หายห่วงไปได้เลย เพราะฉันเช่ามา"

"เฮ้อ" ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก

"แล้วนายไปทำอีท่าไหนถึงถูกคุณจองกุกแบกลงมาจากชั้นสองได้น่ะ รู้มั้ยนายทำให้ฉันอิจฉาตาร้อนผ่าวๆ ไม่สิ ไม่ใช่แค่ฉันหรอกย่ะ แต่เป็นชะนี เก้ง กวางทุกคนในงานต่างหาก หล่อนรู้มั้ยว่ายัยพวกนั้นพยายามตามตัวคุณจองกุกกันทั่วงานเพื่อจะได้ร่วมเตียกับเขาในค่ำคืนนี้ แต่ก็ไม่มีใครหาเขาเจอสักคน 
แต่นายกลับไปอยู่บนไหล่ของเขาแบบง้ายง่าย นายนี่มันน่าหยิกแขนให้เนื้อเขียวนัก ชิ! ฉันล่ะทั้งหมั้นไส้ทั้งอิจฉานายสุดๆ"

"ผมว่าหมอนั่นโรคจิตแหละ"

"ต๊าย นายเอาอะไรมาพูดยะ เอาเถอะ เรื่องนั้นน่ะช่างมันก่อนตอนนี้นายต้องบอกฉันมาเสียดีๆ ว่าเดินไปเจอคุณจองกุกได้ยังไง แล้วคืนนี้นายใช้มารยาทบทไหนถึงได้ไปอยู่บนไหล่อันแข็งแกร่งของเขาได้ตั้งนานสองนาน"

"ไม่ใช่แค่นั้นนะ ผมยังเขวี้ยงหัวหมอนั่นด้วงรองเท้าอีก"

"อ๊าย! ไอ้จีมิน ฉันไม่อยากจะเชื่อนายจริงๆ นายทำกับหนุ่มโสดในฝันของหญิงสาวทั้งหลายลงคอได้ยังไงกัน นายนี่มันอำมหิตเหลือเกินนะยะ"

"ก็หมอนั่น...."

"หือ"

"นายมีอะไรปิดบังฉันอยู่ รีบบอกมาเดี๋ยวนี้นะ"

"ไม่มี๊"

"จีมิน" อึ๋ย ถ้าเจ๊โออปี้เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแบบนี้ แสดงว่าเจ๊เขาเอาจริง ทำให้ผมต้องเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างเสียไม่ได้

"ที่จริงก่อนหน้านี้ผมเคยเจอหมอนั่นมาแล้วสามครั้ง ก็อย่างที่ผมเคยเล่าให้เจ๊ฟังไปบ้างนั่นแหละ และหมอนั่นก็เป็นเหตุทำให้ผมเจอกับเรื่องแย่ๆแบบที่เรียกว่าเฮงซวยไปเลย อย่างเช่นเจอเค้กยีหัว หรือเจอผู้หญิงที่ไม่รู้จักจิกทึ้งหนังหัวอย่างที่เจ๊เห็นวันนั้น แล้วไม่กี่วันก่อนที่ผมจะมางานนี้ ผมก็เจอหมอนั่นกำลังจะกินแมว..."

"เดี๋ยวๆๆๆๆ นายว่าคุณจองกุกกำลังจะกินแมวเรอะ"

"ใช่"

"ฉันว่านะ ถ้าใครสักคนคิดจะกินแมวจริงๆ คงเป็นนายยมากกว่าคนอย่าง จอน จองกุกนี่น่ะไม่ทำอะไรอย่างนั้นแน่"

"เข้าข้างกันจริงนะ"

"ย่ะ เอ้า เล่าต่อ" 

"อืม สรุปเลยแล้วกันว่าผมเจอหมอนั่นทีไร หมอนั่นต้องทำให้ผมประสาทเสียทุกครั้ง"

"แล้วคืนนี้บ่ะ เขาทำอะไรนาย นายถึงได้ถอดรองเท้าที่ฉันอุตส่าห์ซื้อมาให้ด้วยราคาแพงแสนแพงเขวี้ยงใส่หัวคุณจองกุกเล่นแบบนั้นน่ะ" เจ๊โฮปปี้พูดจบเหลือบมองเท้าที่ว่างเปล่าของผม


"ก็หมอนั่นกำลังจะแบกผมไปทำมิดีมิร้ายนี่นา"

"มายก็อด! จริงเหรอิเนี่ย แล้วนายก็ตอบแทนความโชคดีที่คุณจองกุกหยิบยื่นให้ด้วยการเขวี้ยงรองเท้าใส่หัวเขาเนี่ยนะ ให้ตายเถอะ ถ้าเป็นฉันนะ ไม่ต้องให้เขาเหนื่อยแบกหรอก ชี้นิ้วเลยว่าจะไปทางไหน เดี๋ยวฉันเดินนำหน้าเอง"

"....."

"เอ้า รีบเล่าต่ออย่างด่วนสิย่ะ คนกำลังมันส์"

"หลังจากที่หมอนนั่นแบบผมเข้ามาในงานอีกครั้งผมก็เจอเจ๊ที่กำลังตื่นตระหนกตกใจถึงขีดสุดนั่นแหละ"

"แล้วนายทำยังไงถึงได้ลงมาจากไหล่ของคุณจองกุกได้" เจ๊โฮปปี้ถามถึงชอตเด็ดที่เขาพลาดไป เพราะมัวแต่วิ่งไปสตาร์ตรถรอผมอยู่หน้านตึก

"ผมก็แค่ใช้น้ำตาเข้าช่วย แต่แทนที่หมอนั่นจะวางผมลงแล้วปลอบใจเหมือนคนปกติทั่วไป หมอนั่นกลับดีดหน้าผากผมซะแรงเลย แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าโรคจิตแล้วจะเรียกว่าอะไร"

"ว้ายๆ เร้าใจที่ชู้ด"

"......ได้ฟังที่ผมพูดมั้ยเนี่ย

ผมถอนหายใจออกมานิดหนึ่งในขณะที่เริ่มรู้สึกว่ารำคาญไอ้หน้ากากที่อยู่บนใบหน้า จึงค่อยๆ ถอดมันออกช้าๆ แล้วเริ่มพูดต่อ

"จากนั้นผมก็ใช้จังหวะเขวี้ยงรองเท้าใส่หัวหมอนั่น แล้วก็วิ่งหนีสุดฝีเท้า แต่หมอนั่นใช้แผนสกปรก เอาฉลากน้ำอัดลมที่ผมอุตส่าห์เก็บได้มาเป็นตัวประกัน"

"เฮ้อ ฉันละเบื่อนายจริงกับแค่ฉลากน้ำอัดลมเปล่ายังจะสนใจมันอีก"

"คอยดูนะ ถ้ามันเป็นฉลากที่ได้รางวัลล่ะก็ ผมขอสาบานเลยว่าชาตินี้ผมกับหมอนั่นคงอยู่ร่วมโลกเดียวกันไม่ได้"

"ฉันว่าแทนที่นายจะนั่งเครียดแค้นคุณจองกุก นายควรรีบไปซื้อปี๊ปมาคลุมหัวด้วยความอับอายที่ทำฉลากน้ำอัดลมเปล่าหล่นท่ามกลางสาธารณชนที่วิ่งออกมามุงดูเหตุการณ์มากว่านะยะ ตอนนี้พวกเขาคงรู้หมดกันหมดแล้วล่ะ ว่าเจ้าชายอย่างนายยาจกแค่ไหน เฮอะ เที่ยวเก็บฉลากน้ำอัดลมเปล่าที่คนอื่นทิ้งไว้"

"....."

"นี่ดีนะที่ไม่มีใครว่านายเป้นใคร และยิ่งดีที่สุดเลยที่คุณจองกุกจำนายไม่ได้ ไม่อย่างนั้น.....โอ๊ย ฉันไม่อยากจะคิดต่อ"

"ทำไมเหรอ"

"ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอยะ ก็ถ้าคุณจองกุกจำนายได้ ฉันว่านายได้หายสาญสูญไปจากโลกนี้อย่างถาวรแน่ เล่นไปทำกับเขาไว้อย่างนั้นนี่"

"เจ๊หมายถึงผมจะได้ไปอยู่โลกอื่น"

"โลกหน้าไงล่ะ หรือที่เขาเรียกว่าปรโลกน่ะ เก็ตมั้ย"

ฮู้ย พูดซะเห็นภาพเลยเจ๊สุดที่รัก

"แต่ยังถือว่านายพอมีโชคดีอยู่บ้างที่มีค่ำคืนที่แสนโรแมนติกกับเจ้าชายรูปหล่อ"

"ผมว่ามันเป็นค่ำคืนแห่งความโชคร้ายมากกว่า อีกอย่างนายนั่นก้ไม่ใช่เจ้าชายแต่เป้นตัวร้ายของเรื่องต่างหาก พวกพ่อมดชั่วร้ายจอมโหดอะไรพวกนั้นน่ะ เฮ้อ! แทนที่วันนี้ผมจะได้เจอเจ้าชายของผม กลับต้องมาหนีตายเพราะพ่อมดโรคจิตนั่น เฮงซวยจริงๆ"

"แหม ฉันล่ะหมั่นไส้นายนักเชียว ทำเป็นบ่นเหมือนหมีกินผึ้งไปได้ แต่เอาเถอะ นายว่าคุณจองกุกจะตามหานายมั้ย" เจ๊โฮปปี้ละจากการมองถนนตรงหน้าและหันมาสบตากับผมนิดหนึ่งด้วยรอยยิ้มกริ่ม

"ตามมาฆ่าน่ะสิไม่ว่า ผมเขวี้ยงรองเท้าใส่หัวหมอนั่นต่อหน้าต่อตาแขกทั้งงานเลยนะเจ๊ เป็นผมคงเจ็บใจน่าดูแต่ก็สมควร ฮ่าๆ "

"ยังมีหน้ามาหัวเราะอีกหรือไง....อุ๊ยตาย คุณจองกุกมีรองเท้าของนายนี่นา ว๊ายๆ เข้าล็อกเป๊ะๆ เลยจีมิน เหมือนนิทานเรื่องซินเดอเราล่าไงล่ะ"

"หยุดความคิดบ้าๆนั้นเลยนะ เจ๊เพิ่งบอกไปเองว่าหมอนั่นจะทำให้ผมไปอยู่โลกหน้าอ่ะ แล้วนี่จะมาดี๊ด๊าอะไร"

"โธ่เอ๊ย ฉันรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจนี่นา อย่างน้อยนิทานที่ฉันชอบก้ได้เกิดขึ้นจริง แม้ว่าตอนจบของเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นของนาย ฉันจะภาวนาให้คุณจองกุกตามหาตัวนายไม่เจอ เพราะกลัวนายตายก่อนเวลาสมควรก็เถอะย่ะ"

"เฮ้อ ถ้าฉันเป็นนายนะ ฉันจะ....."

ปัง!

เสียงอะไรสักอย่างหนึ่งดังสนั่นขึ้นจนผมนั่งตกใจตัวเกร็ง และเจ๊โฮปปี้ที่กำลังจะพูดต่อก็เปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจเช่นกัน

"ว๊ายยยยยย"

"รถเป็นอะไรเจ๊!" ผมร้องตะโกนถามเมื่อรถเสียการควบคุม มันส่ายไปมาอย่างน่ากลัว

"ยะ.....ยางแตก"

"ห๊ะ"

"ยางแต๊กกกกก"

เออ ไม่ต้องย้ำ แค่นี้ใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วเว้ย ชาตินี้จีมินคนนี้ยังไม่มีแฟนยังตายม่ายด้ายยยยย

ปัง! ปัง! 

เสียงเดิม เพิ่มเติมรถส่ายไปมาจนมันน่ากลัวกว่าเดิม พระเจ้าช่วยกลัวยปิ้ง จีมินไม่ปิ้ง นี่ยางจะแตกอีกกี่เส้นเนี่ย

"ตะ....ต้นไม้ เจ๊เหยียบเบรกเร็วววววว"

"เบรกกก เหยียบตนรงไหน ว๊ายยยย"

"เบรกรถอ่ะ เบรกรถ จะชนแล๊ววว พ่อแก้วแม่แก้วช่วยจีมินด้วย"

เอี๊ยด!

และแล้วนาทีแห่งชีวิตก็ได้จบสิ้น เมื่อเจ๊โฮปปี้ได้สติหลังจากสติหลุดไปเหยียบเบรกไว้ทันก่อนที่ชีวิตของเราสองคนชนกับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง

"จีมิน ฮึก เป็นอะไรมั้ย"

"คิดว่าไม่เป็นอะไรนะ ระ....เราปลอดภัยกันแล้วใช่มั้ย"


เอี๊ยด!  เอี๊ยด! เอี๊ยด!

เสียงจอดรถที่ดังเสียดแก้วหุทำให้ผมหันไปสบตากับเจ๊โฮปปี้ แต่เจ๊โฮปปี้กับไม่สบตาผม แถมยังมองเลยผมออกไปนอกหน้ารถฝั่งที่ผมนั่งอีก

"ฉันว่าเราไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ โฮกกก"

บรรยากาศเย็นยะเยือกเกิดขึ้นฉับพลัน เมื่อผมรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบ อยู่ๆ ภาพใบหน้าของหมอนั่นที่โดนรองเท้าของผมก็ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด คงไม่ใช่หรอกน่า จีมินอ่านายคิดมากไปแล้ว ผมได้แต่ภาวนาว่าไม่ใช่หมอนนั่น

ก๊อกๆๆๆ

เฮือก!

ผมสะดุ้งตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเคาะกระจกทางด้านข้างของตัวเอง ใบหน้าที่ซีดยิ่งกว่ากระดาษดับเบิ้ลเอของผม ค่อยๆ หันไปมองอย่างสโลว์โมชั่นยิ่งกว่าเดอะแมททริกซะอีก ในใจได้แต่ภาวนาขอให้คนที่เจอเป็นพลเมืองดีไม่ใช่หมอนั่น 

ผ่าง!

ฮ่ะๆ ไม่ใช่หมอนั่นจริงๆด้วย

......ไม่ใช่กับผีอ่ะดิ 

"เชี่ย จอนกุก จอง เอ๊ย จอน จองกุก " ตกใจซะพูดไม่เถือก (ถูก) แล้ววว

ผมผงะตัวถอยหลังไปแทบจะสิงกับเบาะรถ พร้อมๆ กับใบหน้าหน้าหล่อก้มลงมองเข้ามาในตัวรถพลางเลิกคิ้วข้างหนึ่งเหมือนสงสัยระคล้ายแปลกใจไม่น้อยที่เห็นผม ก่อนริมฝีปากจะแสยะยิ้มชั่วร้าย

"จะ...จีมิน เราจะทำไงกันดี โฮ" โธ่เอ๊ย ทำไมพระเจ้าไม่เข้าข้างผมบ้าง แทนที่จะส่งเจ้าชายมาช่วยผมกับถีบไอ้พ่อมดโรคจิตลงมาแทน ผมเครียด!

"ใจเย็นๆ เจ๊ เราอยู่ในรถ อย่างน้อยหมอนั่นก็เข้ามาไม่ได้ เราปลอดภัย"

"ฮือ นายไม่น่าเขวี้ยงรองเท้าใส่หัวคุณจองกุกเลย ฮือออออ ฉันยังไม่อยากตายนะยะ"

"ใจเย็นๆ เจ๊   มือถือเอาของเจ๊มาสิ ผมจะโทรแจ้งตำรวจ"

"ถึงตำรวจจะยกโขยงมาทั้งสน.ก็ทำอะไรคุณจองกุกไม่ได้หรอกย่ะ นี่มันคุณจองกุกบอสแห่งแก็งบังทันเชียวนะจีมิน"

"ตั้งสติก่อนเจ๊ แล้วเอามือถือเจ๊มาให้ผม"

ก็อกๆๆ

เสียงเคาะกระจกดังขึ้นอีกครั้ง แต่ผมไม่สนใจ

"จีมิน ฉันกลัว ฮือออ"

"มือถือ เจ๊ มือถือ เอามือถือของเจ๊มาให้ผมก่อน"

ก๊อกๆ

"จีมิน โฮ"

"มือถือ!" บ๊ะ

ก๊อก!

"จีมิน...."

"เจ๊...."

เพล้ง!

ทันทีที่รู้สึกถึงเศษแก้วที่กระเด็นมากระทบใบหน้าให้ได้แสบๆ คันๆ ผมรีบผวาไปกอดเจ๊โฮปปี้ทันที ซึ่งเจ๊โฮปปี้ก็โผเข้ากอดผมไว้ด้วยความตกใจถึงขีดสุดเช่นกัน พร้อมกับที่เราสองคนร้องประสานเสียง

"เชี่ยยยย"

ผมหลับตาแน่นและซุกอกเกือบแมนของี่ชายสุดรักพลางคิดถึงวิญญาณของแม่ ถึงแม้ผมจะคิดถึงแม่แค่ไหนก็ตาม แต่ผมยังไม่พร้อมเจอท่านในตอนนี้อย่างน้อยก็ขอให้ผมได้กลับไปกินมาม่าที่ห้องให้หมดเสียก่อนไม่ได้หรือไงนะ ไหนจะอาหารที่เจ๊โฮปปี้สัญญาว่าจะเลี้ยงตอบแทนอีก ฮือออ เสียดายนะถ้าไม่ได้กินอ่ะ

ไอ้หวังตายแน่ ตายแน่ ไอ้หวัง

"หือ"

ไอ้หวังตายแน่ ตายแน่ไอ้หวัง

"หืมมมม"  เสียงริงโทนของเจ๊โฮปปี้ชั่งให้กำลังใจดีเหลือเกิ๊น ผมจะตายตามไอ้หวังแน่นอน

กริ๊ก!

"ฮัลโหล"

"....."

"ผู้จัดการเหรอครับ คือตอนนี้ผมไม่ว่างนะครับกำลังมีเรื่อง อืม ผมคงต้องขออนุญาติไม่ไปดื่มสังสรรคืด้วยนะครับ"

"...."

"ครับๆ ถ้าผมมีโอกาสรอดชีวิต วันจันทร์นี้เราคงได้พบกันครับผู้จัดการ"

"...."

"ครับ สวัสดีครับ"

ติ๊ด!

"ใครโทรมาน่ะเจ๊"

"ผู้จัดการน่ะ เขาโทรมาชวนฉันไปดื่มฉลองงานแฟนซีไนตืเลิก แต่ฉันปฎิเสธไปแล้วล่ะ"

"เจ๊วางหูไปแล้วด้วยใช่มั้ย"

"อืม"

"....."

"ฮือออ"

"ทำไมเจ๊ไม่บอกให้เขามาช่วยพวกเรา หา!!!!" ย่าห์

"ว๊ายย จริงด้วย....แล้วนี่ฉันรีบวางหูไปทามม้ายยยยย"

ให้ตายเถอะ ตอนนี้ผมกับเจ๊โฮปปี้คงกลัวคุณจองกุกจนแทบบ้าเลยทำอะไรอย่างคนขาดๆ เกินๆ ไม่เป็นตัวของตัวเอง ฮือออ












คัมแบคจร้าาาา หายไปนานคิดถึงกันบ้างหรือเปล่าต้องขอโทษรีดทุกคนด้วยนะที่ให้รอนานช่วงที่ผ่านมายุ่งกับชีวิตตัวเองนิดหน่อยแต่ขอบคุณทุกคอมเม้นและหัวใจที่เป้นกำลังใจให้ ตอนนี้ปล่อยให้น้องจมิงคิดวิธีนี้นังจกุกทัวดีย์ให้พ้นก่อน สปอยเลยว่าครึ่งหลังที่ไรท์จะลงตลกปนฮาแน่นอน นังจกุกก็ยังฝากรอยแค้นให้น้องจมิงโดยเอาฉลากน้ำอัดลมเปล่าไปเป็นตัวประกันทำไมนังจกุกถึงได้โหดเหี้ยมอำมหิตได้เช่นนี้ น้องจมิงลู๊กกมามะเดี๋ยวไรท์จพกอดปลอบหนูเองนะลูก แม่ๆน้องจมิงทั้งหลายเตรียมรูดก้านมะยมตีนังจกุกได้เลย







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #13 My_heartbeat (@My_heartbeat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 22:12
    ขำอ่ะ55555
    #13
    0
  2. #12 My_heartbeat (@My_heartbeat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 16:29
    กลับมาแร้วววว ฮือออ
    #12
    0
  3. #11 Mattybeary (@Mattybeary) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 08:24
    คิดถึงงงงงงงงง
    #11
    0