Love baddie รักร้ายๆของพ่อมดจอมโหด | Kookmin

ตอนที่ 3 : CHAPTER 2 (อัพครบแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    16 มี.ค. 62







ว้าว ~ เบเกอรี่พวกนี้ในตู้กระจกสิ มีแต่หน้าตาดีๆ แถมแต่ละชิ้นก็ราคาแพงๆทั้งนั้นเลย อ๊า น้ำลายของผมจะไหลย้อยลงไปเจิ่งนองพื้นมั้ยนะ ถ้าผมทำงานในร้านเบเกอรี่แห่งนี้ครบเดือน หนังสือพิมพ์จะพาดหัวข่าว 'ดับอนาถพนักงานเสิร์ฟยาจก เพราะร่างกายขาดน้ำจากกรณีนำ้ลายไหลเกินลิมิต' หรือเปล่านะ

ไม่นะ ! ผมจะมาดับอนาถอย่างนั้นไม่ได้ อย่างน้อยผมต้องได้ชิมเบเกอรี่พวกนี้สักชิ้นหนึ่งก่อนสิแต่จะให้ผมซื้อน่ะเหรอ ฝันไปเถอะคนอย่างผมไม่คิดจะจ่ายเงินเพื่อซื้อของกินเล่นราคาแพงที่มีประโยชน์แค่สนองความต้องการง่ายๆหรอก ขนาดเสื้อผ้าทุกชิ้นของผมยังเป็นของมือสองที่ขายลดครึ่งราคาในช่วงเทศกาล ห้องพักของผมที่อยู่บนชั้นดาดฟ้าที่ซึ่งมีสภาพเก่าซอมซ่อและค่าเช่าถูกที่สุดในตึกเพราะว่าเคยมีคนฆ่าตัวตาย ผมยังไม่กลัวเลย ไม่ต้องถามถึงเฟอร์นิเจอร์ในห้องนะ ฟูกเก่าๆที่มีรอยปะเต็มไปหมด กระติกน้ำร้อนรุ่นโบราณ โต๊ะญี่ปุ่นเก่าๆและดูเสื้อผ้าใหม่เอี่ยม แหะๆ อย่างหลังนี่ได้มาจากเจ๊โฮปปี้ เขาคงทนอาการ ' จน ' สาหัสของผมไม่ไหวเลยซื้อมาให้น่ะ ส่วนอาหารหลักของผมคือมาม่า ซึ่งนานๆทีเจ๊โฮปปี้สุดที่รักจะเวทนาและซื้ออาหารดีๆมาให้ผมกินเพิ่มความแปลกใหม่ให้ลิ้นบ้างตามโอกาสจะอำนวย ถึงผมจะไม่ลงทุนซื้อเบเกอรี่หน้าตาดีพวกนี้เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง แต่ใช่ว่าผมจะละความ พยายามที่จะกินมันนะ ผู้หญิงมีมารยาร้อยเล่มเกวียนฉันใด ผมก็มีไม่ต่ำกว่าร้อยเล่มเกวียนฉันนั้นแหละ 


" พี่นัมจุนครับ"ผมเงยหน้าขึ้นจากเค้กช็อคโกแล็ตมูสที่แอบเล็งไว้ทันทีและตะโกนเรียกเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นพนักงานในร้านเช่นกัน พี่นัมจุนหันมาส่งยิ้มหวานพร้อมกับเอ่ยถาม 


" ว่าไงครับจีมิน งานมีปัญหาเหรอ


" เปล่าครับ เอ่อ คือผมมีเรื่องสงสัยนิดหน่อยน่ะครับ"


" ครับ ? "


"เบเกอรี่ทำออกมาเยอะอย่างนี้ วันๆหนึ่งขายกัน หมดเหรอครับ " จีบปากจีบคอทำออเซาะพอเป็น พิธีก็แล้วกัน 


"อ๋อ บางวันก็ขายหมดครับ แต่บางวันก็เหลือนะ แต่เหลือไม่มากหรอก เพราะร้านนี้เป็นร้านเบเกอรี่อันดับหนึ่งของย่านนี้ มีลูกค้าประจำเยอะแยะ


"เหรอครับ เอ่อ แล้วถ้าเบเกอรี่เหลือ...." ผมพูดค้างไว้แบบเขินๆ แต่พี่นัมจุนยิ้มอย่างเข้าใจก่อนตอบ 


" โอเคครับ พี่เข้าใจจีมินแล้วล่ะ คืออยากกินเค้าว่างั้น"


" แหะๆ ก็ประมาณนั้นล่ะครับ"


" อืม ถ้าในกรณีเบเกอรี่เหลือ เจ้าของร้านอนุญาตให้พนักงานนำกลับบ้านได้ เพราะร้านเราทำเบเกอรี่กันต่อวัน ถ้ามีเหลือค้างคืน เจ้าของร้านจะไม่ให้นำกลับมาขายต่อเด็ดขาดครับ

ผมยิ้มหน้าบานทันทีพร้อมกับภาวนาให้เค้กช็อกโกแลตมูสหน้าตาดีที่แอบเล็งไว้เหลือให้ผมนำกลับหอพักโดยสวัสดิภาพ 


สองทุ่มครึ่ง 

ผมมองเค้กช็อกโกแลตมูสที่แอบเล็งไว้ตั้งแต่ตอนเช้าเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมนึกกระหยิ่มในใจที่กำลังจะได้นำมันกลับไปละเลียดกินที่หอพัก อีกแค่ครึ่งชั่วโมงร้านก็จะปิดแล้วลูกค้าก็เริ่มน้อยลงแล้วเปอร์เซนต์ที่จะมีลูกค้าใหม่เข้ามาแทบไม่ต้องพูดถึงเพราะตอนนี้ถนนด้านนอกเงียบเหงามากกก

โอ้ว ~ ! เค้กช็อกโกแลตมูสจ้ารออีกแป๊ปเดียวนะ เดี๋ยวเราจะได้กลับบ้านพร้อมกันแล้วกิ้วๆ 


" ขอเพิ่มเค้กช็อกโกแลตมูสอีกชิ้นหนึ่ง " เสียงนรกดังแว่วมาตามลมทันทีที่ผมกำลังทอดสายตาหวานไปให้เค้กช็อกโกแลตมูสสุดที่รักซึ่งวางแน่นิ่งอยู่บนถาดในตู้กระจก ผมรีบตวัดสายตาอาฆาตแค้นแสนสาหัสระคนไม่เข้าใจและเจอด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวไปที่ต้นเสียงทันที


ชะอุ้ย! หนุ่มหล่อ( โคตร )ใบหน้าหล่อของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ตรึงสายตาของผมให้มองนิ่งอยู่ที่เขา ใบหน้าหล่อนั่นกำลังก้มอ่านหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือ จมูกโด่งเป็นสันดูเข้ากับโครงหน้าหล่อไร้ที่ติ ริมฝีปากที่มีเสน่ห์เผยอขึ้นอีกครั้งเมื่อกำลังจะพูดประโยคสวยหรูว่า.... 

"เมื่อกี้พูดผิด ตกลงคือฉันขอเหมาเค้กช็อกโกแลตมูสที่เหลือทั้งหมดใส่กล่องกลับบ้าน"


เปรี้ยง!!! 

เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางร้านเบเกอรี่! ดะ....ได้ยินกันมั้ย ไอ้หน้าโหด (เปลี่ยนมุมมองอย่างฉับพลัน) นี่มันกำลังจะเหมาเค้กช็อกโกแลตมูสที่ผมนั่งเฝ้ามาตั้งแต่เช้าจรดค่ำคืนนี้หน็อยแน่! ใส่กล่องกลับบ้านอย่างงั้นเรอะ! หรือนายเป็นพวกอวดรวย ใช่แล้ว ! นายต้องเป็นพวกเห็นแก่กิน อวดรวย ไร้น้ำใจ และไม่ยอมแบ่งปันของกินให้ใครแน่ๆ


"คุณจองกุกสั่งเค้กช็อกโกแลตมูสใส่กล่องกลับบ้านแน่ะ นายช่วยจัดการให้พี่ด้วยนะ " พี่พนักงานแคชเชียร์ที่รับออเดอร์มาจากชายหนุ่มหน้าโหดคนนั้นเดินกลับมาถ่ายทอดประโยคเชือดเฉือนให้ผมฟังอีกครั้งอย่างน่าเจ็บปวดที่สุด


"ครับ พี่ "

" อย่าทำให้หน้าเค้กเละนะจีมิน คุณจองกุกเขาเป็นลูกค้าประจำ "


"คุณจองกุก? " ผมพูดชื่อของเขาเสียงสูง แต่ก็ มั่นใจว่าเสียงของผมไม่ได้ดังจนเกินไปนัก แต่ทำไมนายนั่นหูดีอย่างนี้ ผมเห็นเขาเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์และมองตรงมาที่ผมนิ่ง 

ให้ตายสิ! ดวงตาของเขาดูดุดันจนน่าขนลุก ผมรีบก้มหน้าลงมองมือสั่นๆของตัวเองทันที


"นายไม่รู้จักคุณจองกุกเหรอ" เสียงของพี่พนักงานแคชเชียร์ที่ยืนอยู่ข้างๆผมพูดเหมือนเป็นเรื่องแปลก


"ครับ"


"นี่นายไปแอบอยู่หลังเขาหรือไปหลบอยู่บนดอยมากันแน่ ถึงไม่รู้จักคุณจอน จองกุก บอสของแก็งบังทัน มาเฟียใหญ่ที่ทรงอิทธิพลอยู่ในตลาดมืดตอนนี้น่ะ


"อ้าว แล้วบอสยุนกิล่ะครับพี่ เขาไปไหนแล้วล่ะ" ผมหันหน้าไปถามอย่างงงๆ ตอนที่ผมอ่านข่าวเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว รู้สึกว่าบอสของแก็งบังทันจะชื่อมิน ยุนกินี่อยู่เลยนี่นา 


"โอ้โห นี่นายตกยุคตัวพ่อเลยนะเนี่ย นั่นมันบอสคนก่อน คุณจองกุกเป็นลูกของบอสยุนกิ กลับมาจากอเมริกาเพื่อเข้ารับตำแหน่งเมื่อห้าปีที่แล้ว

" เหรอครับ " ฉันยังงงไม่เลิก 


อุ๊ยตาย แค่ผมไม่มีเงินซื้อทีวี ซื้อนิตยสารหรือแม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ทำให้ผมตกข่าวได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ไม่ได้การแล้ว ผมคงต้องบากหน้าไปขอดูทีวีที่อพาร์ตเมนต์ของเจ๊โฮปปี้สุดเลิฟ อืม แล้วก็ขอยืมนิตยสารเก่า หนังสือพิมพ์เก่าๆจากเขามาอ่านที่ห้องพักด้วยดีกว่า 


"ถ้าคุยเรื่องของฉันเสร็จแล้วก็เริ่มจัดการกับเค้กให้ฉันซะที" เสียงทุ้มที่ติดจะหยิ่งยโสพูดขึ้น ผมสะดุ้งและหันหน้ากลับไปมอง 


อุ๊ยตาเถรตก! พ่อคุณเอ๊ย มายืนใกล้ๆแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง 


"คะ....ค่ะ" พี่พนักงานแคชเชียร์ที่ยืนอยู่ข้างๆรีบรับคำก่อนจะปลีกตัวหลบเข้าหลังร้านไปพร้อมกับพี่ๆ พนักงานคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ทุกคน......ย้ำครับว่าทุกคน!! 

อ้าวเฮ้ย! แบบนี้มันทิ้งกันซึ่งๆหน้านี่หว่า


"เจ้าของร้านจ้างให้นายมายืนจ้องหน้าลูกค้าหรือไง" คุณจองกุกพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่เห็นผมเอาแต่ยืนอึ้งและจ้องหน้าเขาตาไม่กะพริบ 


" ขะ ขอโทษ ครับ" ผมรีบก้มหน้าลงอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวไปที่ตู้กระจกแล้วหยิบถาดวางเค้กช็อกโกแลตมูสที่เหลืออยู่สองชิ้นออกมาด้วยมือที่มั่นคงดั่งหินผา ให้รู้กันไปเลยว่าผมไม่กลัวเขาหรอกฮึ

กึกๆๆ


อ๋า หยุดสั่นเดี๋ยวนี้นะไอ้มือบ้า แกกำลังทำให้ผมอับอายอยู่รู้ตัวมั้ย มันจะอะไรกันนักกันหนาก็แค่มีบอสของแก็งบังทันมายืนจ้องอยู่หน้าเคาน์เตอร์แค่เนี้ย


กึกๆๆๆๆ 


โอเคๆ แล้วเขาก็หล่อจนแทบหลอมผมให้ละลายด้วย แม้ว่าตาจะดุไปหน่อยก็ตาม 


กึก!


ในที่สุดผมก็หยิบถาดเค้กช็อกโกแลตมูสมาวางไว้บนเคาน์เตอร์โดยสวัสดิภาพได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผมรีบหยิบที่คีบเค้กมาจัดการต่อทันที 


" อย่าให้เละล่ะ เพราะฉันไม่....."

 

เผละ


อ้า~ !!! ใครใช้ให้นายพูดตอนผมกำลังใช้สมาธิคีบเค้กนี่กันเล่า  

ดวงตาตื่นตระหนกของผมมองดูเค้กช็อกโกแลตมูสที่เคยงดงามตรงหน้า แต่บัดนี้มันกลับโดนที่คีบเค้กปักเข้าใจกลางสำคัญอย่างน่าใจหาย แอร์คอนดิชั่นในร้านยังเย็นฉ่ำเหมือนเดิม แต่ทำไมผมกลับร้อนรุ่มเหมือนร่างกายกำลังจะลุกเป็นไฟ เมื่อตั้งสติได้ ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นยิ้มอย่างสำนึกผิดไปที่คู่กรณีหวังเหลือเกินว่าเขาจะเมตตาปรานีณบางเพราะถึงอย่างไรมันก็แค่เค้กช็อกโกแลตมูสเท่า......นั้น

 

เอื้กกก

 

"นาย!" 


" ขะ.....ขอโทษครับ " ลูกตาจะโหดไปไหนค๊าบ~ ! 


" ดีแต่สอดรู้เรื่องของฉัน แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง ฉันต้องการพบผู้จัดการร้านนี้" จองกุกประกาศกร้าว ทำเอาผมใจคอไม่ดีกลัวจะได้เปลี่ยนงานอีกครั้ง


"ครับ....คือผู้จัดการกลับไปแล้วน่ะครับ"


"ฉันจะไปหาเขาถึงที่บ้านเพื่อสั่งให้ไล่นายออก" เขายังยืนยันอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่คิดว่ามันไร้สาระเกินไปหน่อยเรอะ กับอีแค่เรื่องที่ผมเผลอทำหน้าเค้กเละเนี่ยนะจะมาไล่คนอย่างผมออก ฝันไปเถอะ ผมจะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ดูจะได้รู้ว่าผมก็แน่พอตัวเหมือนกัน หึๆ


ย้ากกก


" ได้โปรดอย่าบอกให้เจ้านายไล่ผมออกเลยนะครับ ผมกำพร้าพ่อมาตั้งแต่เด็ก แม่ของผมป่วยกระเสาะกระแสะ ไม่มีเงินไปซื้อยามารักษา ลูกๆอีกสามคนกำลังรอเม็ดเงินเดือนอันน้อยนิดของผมอยู่ที่บ้าน ฮือออ" นี่~ เจอบทโศกเข้าให้หน่อยเป็นไงเล่า 


"ลูกสามคนเลยเหรอ" ใบหน้าหล่อชวนฝันถามเหมือนไม่เชื่อ ก็แหงสิหน้าตาแบบผมเหมือนคนที่ผ่านการมีลูกมาแล้วสามคนหรือไงกันเล่า ไอ้จีมินบ้าเอ๊ย จะโกหกอะไรทำไมไม่ทำให้มันเนียนกว่านี้วะ  


"นะครับ คุณจองกุกสงสารผมเถอะ ฮือออ " เล่นบทดราม่าบีบน้ำตาเข้าไว้ไอ้จีมินมาถึงขั้นนี้ละ ตีบทแตกไปเลย 


" แล้วแฟนของนายล่ะ


"ผมถูกแฟนทิ้งครับ เขาหนีไปกับผู้ชายคนใหม่ที่ร่ำราย ฮึก ตอนนี้ผมเป็นเสาหลักสำคัญของครอบครัวเพียงคนเดียว ฮือ"


"แต่เค้กของฉันต้องมีคนรับผิดชอบ

ไอ้บ้าเอ๊ย! เค้กแค่สองชิ้น กะให้ผมโดนไล่ออกจากงานเลยเรอะ ไอ้หน้าหล่อๆ ของนายนี้ไม่ได้ช่วยให้จิตใจของนายอ่อนโยนขึ้นบ้างเลยใช่มั้ยนายชักจะชั่วร้ายมากเกินไปแล้วนะ 


"ท่าทางของคุณก็ดูเป็นคน ใจดีมีเมตตา ยังไงก็นึกว่าเห็นแก่ลูกนกลูกกาตาดำๆ ที่มีลูกเล็กๆรอกินอาหารอยู่ที่รังอีกสามตัวเถอะ" ชิ ผมพูดทำร้ายจิตใจใครไม่เก่งซะด้วยสิ เลยได้แค่ด่าในใจ(เหรอ


" ตกลง " อุ้ยตาย ช่างง่ายดาย 


"แต่นายต้องเอาเค้กสองชิ้นนี้ยีหัวตัวเองให้ฉันดู

เฮ้ย! ไอ้โรคจิตใครจะไปยอมทำอย่างนั้นกัน  


"ให้เร็วด้วย!" 


เผละ


ผมยืนนิ่งพลางเม้มปากแน่นด้วยความรู้สึกอัดอั้น ตันใจอย่างแรงกล้า ขณะที่จองกุกมองดูเค้กช็อกโกแลตมูสที่เละอยู่บนหัวผมด้วยสีหน้าเพลิดเพลิน


เอ้า! ดูซะให้พอใจหรือจะให้เอาคัสตาร์ดมาละเลงเพิ่มอีกด้วยมั้ยคงสนุกดีพิลึกเนอะ 

 

" ฉันยังไม่พอใจริมฝีปากมีเสน่ห์แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์


"แล้วคุณต้องการอะไรอีก"


"นายต้องรับผิดชอบค่าเค้กที่อยู่บนหัวของนาย รวมถึงค่าเค้กและน้ำชาที่ฉันกินหมดไปแล้ว"


"หา? " เข้าสำนวนที่ว่า ' เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รอง  เอากระดูกแขวนคอได้อีก โอ้ว~ ชีวิต


" เลือกเอาว่าจะจ่ายค่าเบเกอรี่ หรือจะกระเตงลูกทั้งสามไปหางานใหม่ทำ" เขายิ้มอย่างเหนือกว่า ผมแอบกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ก่อนจะกัดฟันพูดช้าๆ 


" ได้


" อืมดี งั้นฉันเหมาเบเกอรี่ในตู้ทั้งหมดเลย ใส่กล่องกลับบ้านให้ด้วย แต่เงินนายจ่าย"


" หา? "


"ให้เร็วด้วย ลูกๆ ของฉันรอกินเค้กอยู่" เขาเร่งด้วยใบหน้ายิ้มเยาะ 


" ลูกๆ ของคุณ" หน้าอย่างนี้มีลูก? สงสารลูกมีพ่อเป็นนายนี่


"ทำไม นายมีลูกได้คนเดียวงั้นเรอะ


เออ ไอ้กวนประสาทเอ๊ย  

ผมค่อยๆ ขยับไปที่ตู้กระจกอีกครั้งก่อนจะหยิบถาดใส่เบเกอรี่ทั้งหมดออกมาด้วยความระมัดระวัง ที่คีบเค้กถูกเช็ดคราบเค้กช็อกโกแลตมูสออกอย่างหมดอาลัยตายอยาก จากนั้นผมจึงค่อยๆ คีบเค้กชิ้นอื่นๆ ใส่กล่องอย่างดีเพื่อให้จองกุกนำมันกลับบ้านไปให้ลูกๆ ของเขาได้กินกัน เฮ้อ เอาน่าคิดเสียว่าอย่างน้อยผมก็ได้เลี้ยงเค้กพวกเด็กๆ ที่เป็นถึงลูกของบอสแห่งแก็งบังทันก็แล้วกัน 

ไม่นานนักผมก็บรรจุเบเกอรี่ทุกชิ้นใส่กล่องอย่างสวยงามเพื่อชายหนุ่มรูปงามแต่นิสัย.......ตู๊ดๆๆขอเซ็นเซอร์คำที่สุดแสนจะหยาบคายหน่อยก็แล้วกัน ขนาดผมคิดเองยังรับไม่ได้เลย 


"เสร็จแล้วครับ" ฉันบอกแกนๆ


"อืม เป็นระเบียบเรียบร้อยดีนะ " จองกุกพูดเหมือนเป็นคำชม ผมรู้ดีว่าเขากำลังประชดผมอยู่ ก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมมาหยิบถุงหูหิ้วตรงหน้าช้าๆ



"ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนร้านของเรานะครับ"

ผมก้มหน้าทำความเคารพเขาอย่างสุภาพตามที่ได้เคยถูกฝึกฝนมาอย่างดีก่อนเริ่มทำงาน 


"มารยาทดีมากจีมิน"ผมรีบเงยหน้าขึ้นมองเขาทันทีอย่างแปลกใจ  ทว่าเจ้าของแผ่นหลังกว้างก็ได้เดินก้าวขายาวๆไปที่ประตูร้านโดยที่ผมไม่ทันได้เห็นสีหน้าของเขาตอนที่พูดชื่อของผม  อืม สงสัยเขาคง ได้ยินตอนที่พี่พนักงานแคชเชียร์เรียกชื่อของผมล่ะมั้  


"เป็นยัง ไง บ้างจีมิน  นายปลอดภัยดีหรือเปล่า"เสียงที่ดังเซ็งแซ่ออกมาจากทางด้านหลังร้านทำให้ผมถอนหายใจเซ็งๆ ทีอย่างนี้ล่ะรีบโผล่หน้าออกมาดูด้วยความอยากรู้กันเชียวนะ 


"ว้าย ตายแล้ว ทำไมเค้กช็อกโกแลตมูสถึงขึ้นไปอยู่บนหัวนายอย่างนั้นล่ะ" ป้าแผนกอบขนมเค้กกรีดร้องโหยหวน 


"มันเป็นอุบัติเหตุน่ะครับป้า" ผมบอกเลี่ยง  


"ไปล้างเนื้อล้างตัวหลังร้านก่อนดีกว่าแล้ว นายค่อยกลับบ้าน  วันนี้เดียวพวกพี่ช่วยกันเก็บร้านเอง" พี่นัมจุนที่เดินตามออกมาพูดอย่างใจดี  


"ขอบคุณครับพี่นัมจุน....." ที่อย่างน้อยก็วิ่งกรูกันออกมาถามด้วยความเป็นห่วงผมค่อยรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยวเกินไปนัก 


สามทุ่มกว่าๆ  ผมก็เดินออกมาจากร้านเบเกอรี่พร้อมกับเสียงอวยพรขอให้โชคดีจากพี่ๆ พนักงานภายในร้าน บรรยากาศเย็นที่มีความมืดปกคลุมไม่ได้ ทำให้ผมรู้สึกกลัว  คงเพราะแสงไฟจากถนนทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย อีก ทั้งบริเวณนี้ก็ยังมีผู้คนออกมาเดินสวนกับผมพอให้อุ่นบ้าง 


กรรร

เสียงขู่ที่คุ้นหูและอยู่ไม่ไกลดังขึ้นขณะที่ผมกำลังจะเดินผ่านตรอกแคบๆ มันทำให้ผมสงสัยและหันไปมองตามสัญชาตญาณ


โฮ่ง

หมาข้างถนนสีตัวกำลังแยกเขี้ยวขู่ใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ผมมอง พวกมันนิ่งอย่างตกตะลึงจนแทบก้าวขาไม่ออก ทว่าสิ่งที่ทำให้ผมตกตะลึงไม่ใช่เหตุการณ์หมาจะกัดกัน แต่เป็นเพราะผมเห็นเค้กของร้านผมอยู่ในสภาพที่ถูกกัดกินจนเหลือแค่เศษซากพอให้รู้ว่าก่อนหน้านี้มันมีหน้าตาชวนให้หิวเพียงใด และแต่ละชิ้นมีราคาแพงแค่ไหน ชนิดที่ผมว่ายังไม่กล้าชื้อกินเองเลย แต่ตอนนี้ผมกลับเห็นชิ้นเค้กที่ผมอุตส่าห์เจียดเงินจำนวนมากซื้อมันให้คุณจองกุกเพื่อขอโทษในความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองกำลังนอนแอ้งแม้งเป็นอาหารหมาข้างถนนๆ


เปรี้ยง!

กระป๋องน้ำอัดลมที่หล่นอยู่ใกล้รองเท้าที่สุดถูกเตะโด่งไปอย่างไร้ทิศทางด้วยแรงโกรธที่โหมกระหน่ำ 


เอ๋ง

เหวอ เจ้าหมาน้อย ผมขอโทษ

แง่งงง~!  


"เฮ้ยย หมาหมู่"


ฟ้า ~

ใครที่ไม่เคยเห็นหมาหมู่ของจริงก็ดูไว้ซะ นี่ไง! กลุ่มที่วิ่งไล่ตามหลังผมมานี่แหละ โฮ เพราะนายคนเดียว จอน จองกุก บอสผู้แสนชั่วร้ายของแก็งบังทัน อย่าให้เจอคราวหน้านะพ่อจะเล่นให้นวมเลย ค่อยดูดดดดดดด





TO BE CONTINUED........








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #2 Bobuuny (@boooooooooooooo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 23:10
    อยากอ่านต่อแย้ววว
    #2
    0