[ SEVENTEEN ] IMAGINATION :: OS / SF

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 83 Views

  • 2 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9

    Overall
    83

ตอนที่ 1 : SPECIAL EVENT | VALENTINE DAY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 ก.พ. 62




SPECIAL EVENT


:: VALENTINE DAY ::




GOOD TO ME


DK & WOOZI

 

 




‘.. ผมไม่เคยเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ ไม่เคยเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ


จนกระทั่ง.. ผมได้มาเจอกับตาของตัวเอง


วันที่ผมทำพันธสัญญากับ ยมทูต ..

 

 




            ปัก !


            หัวของธนูปักเข้าบริเวณส่วนกลางของเป้าซึ่งตั้งอยู่ห่างจากผู้ยิงในระยะห้าเมตร คันธนูที่ชี้ไปยังเป้าลดระดับลงพร้อมกับเสียงชื่นชมของคนที่อยู่รอบบริเวณสนามฝึก


            ลีจีฮุน ถึงแม้ว่าภายนอกของเขาจะดูเหมือนกับเด็กเพราะโครงสร้างทางร่างกายที่ถูกหยุดเอาไว้ที่ร้อยหกสิบกว่าเซนตั้งแต่อยู่เกรดแปด ไหนจะใบหน้าที่ถ้าบอกว่าเป็นเด็กประถมก็เชื่อนั่นอีกล่ะ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ผู้ชายคนนี้เป็นถึงประธานชมรมยิงธนูของโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังแห่งนี้ตั้งแต่อยู่เกรดสิบและเห็นเขาตัวเล็กๆแบบนี้ปัจจุบันเขาเรียนอยู่เกรดสิบสองแล้ว


            “ฝีมือการยิงธนูของรุ่นพี่ยังแม่นเหมือนเดิมเลยนะครับ” นั่นคือเสียงของรุ่นน้องในชมรม ประธานตัวเล็กไม่ได้ยกยิ้มในคำชม เขาออกจะชินกับคำพูดเหล่านั้นเสียด้วยซ้ำ


            “ก็นะ ถ้าเราฝึกฝนไปบ่อยๆเดี๋ยวเราก็จะเก่งขึ้นเองนั่นแหละ” เขาเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวกับคนที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ มือเรียวเล็กหยิบศรลูกใหม่ขึ้นมาเพื่อเตรียมที่จะเล็งไปยังจุดสีแดงตรงกลางของเป้าเนื่องจากการยิงในก่อนหน้านี้มันยังไม่ดีสำหรับเขาเท่าไหร่


            “ขอโทษที่มาช้าครับ !


            เสียงของใครบางคนดังขึ้นมาทางประตูของโรงยิมสำหรับซ้อมธนูโดยเฉพาะ แต่ถึงอย่างนั้น ประธานชมรมตัวเล็กก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจใครบางที่กำลังเดินเข้ามาโดยที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร


            “สายตลอดเลยนะนายเนี่ย”


            “โทษที พอดีว่า--”


            “ถ้าจะอ้างเรื่องเดิมๆล่ะก็.. ไม่ต้องมาน่าจะดีกว่า”


            น้ำเสียงเย็นยะเยือกนั้นมันออกมาจากปากของคนเป็นประธานเองนั่นแหละ มือเล็กปล่อยลูกธนูให้พุ่งออกไปตามแรงและระยะที่เขาเล็กเอาไว้ หัวของลูกศรปักเข้าในระยะที่ใกล้กับลูกก่อน


            “ขอโทษครับ” คนที่มาสายว่าแต่ใบหน้าของเขาไม่ได้รู้สึกผิดที่ตัวเองมาสายแต่อย่างใด ไอ้ใบหน้าที่ไม่ได้รู้สึกผิดจริงๆนั่นมันกำลังทำให้จีฮุนรู้สึกหงุดหงิด


            “คนไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้ ฉันไม่อยากให้เข้ามาอยู่ในชมรมหรอกนะ” ราวกับโดนระเบิดลูกเล็กทิ้งลงกลางสนาม ร่างเล็กในชุดวอร์มของโรงเรียนเดินจากไปอย่างไม่ใยดี จนรุ่นน้องทั้งสองถึงกับต้องหันไปมองหน้ากัน


            “หูย.. ท่าทางแบบนั้นคงโกรธขึ้นมาจริงๆแหง นี่นายไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอโดนว่าไปขนาดนั้น”


            คนในชมรมนี้ต่างรู้ดีถึงนิสัยของกัปตัน เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น จีฮุนก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กวัยรุ่นผู้ชายทั่วไปหรอก ดีไม่ดีออกจะมีมนุษย์สัมพันธ์ดีด้วยซ้ำ แต่นิสัยเย็นชาแบบนั้นมันก็เพิ่งจะมาเปลี่ยนไปได้ไม่นาน

 

            ก็เปลี่ยนไปตั้งแต่ ลีซอกมิน ปรากฏตัวนั่นแหละ


            “ก็ที่รุ่นพี่พูดมามันก็จริงนี่นา ฉันมันก็แค่พวกไม่มีความรับผิดชอบ ซ้อมก็ไม่ค่อยจะโผล่มาเท่าไหร่ ถ้าเขาจะโกรธก็ให้เขาโกรธนั่นแหละ”


            และซอกมินก็ดันเป็นคนแปลกที่ชอบให้จีฮุนโกรธ ยิ่งจีฮุนโกรธมากเท่าไหร่ อีกคนก็จะยิ่งรู้สึกมีความสุข แปลกคนจังแฮะ


            “ครับๆ ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว วันนี้นายต้องมาดวลทำแต้มกับฉันนะ”


            “ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่แพ้นายแน่”


            ถึงแม้ว่าจะเดินออกห่างจากเด็กทั้งสองคนแล้ว สายตาของจีฮุนก็ยังคงมองร่างสูงที่เขาไม่ชอบขี้หน้าอยู่ ทั้งที่ไม่ชอบแต่เขาไม่สามารถละสายตาจากอีกคนไปได้


            ร่างสูงใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดวอร์มรวมทั้งตามร่างกายก็มีอุปกรณ์สำหรับเล่นธนู ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันให้ไม่ได้รับบาดเจ็บระหว่างซ้อม นักกีฬาน่ะ ร่างกายสำคัญที่สุด


            “ซอกมิน”


            “ครับ” เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเข้มที่เรียก ภาพตรงหน้าเขาคือโค้ชวัยกลางคนรูปร่างสมส่วนตามวัยที่เดินเข้ามาหาเขา


            “เดี๋ยววันนี้นายแข่งกับจีฮุนนะ”


            “ผมกับรุ่นพี่จีฮุนน่ะเหรอครับ ไม่ไหวมั้งโค้ช ผมไม่ได้--”


            “กลัวเหรอ? ถ้ากลัวก็ลาออกไปซะสิ จะอยู่ไปทำไม”


            ยังไม่ทันที่ซอกมินจะเอ่ยจนจบก็ถูกดักคอขึ้นมาเสียอย่างนั้น นัยน์ตาเรียวจ้องอีกคนที่ยังคงทำหน้าเหมือนตกใจนิดหน่อย แต่แล้วใบหน้านั้นก็ยกยิ้มที่มุมปาก ซึ่งรอยยิ้มของซอกมินมันทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างมาตรึงร่างกายเอาไว้จนไม่สามารถขยับตัวได้


            “หึ.. อย่าคิดว่าเป็นรุ่นพี่แล้วผมจะกลัวนะครับ”


            ถึงแม้ว่าซอกมินจะไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวเขาแต่อย่างใด อีกคนก็แค่เดินผ่านเขา แต่คำพูดและน้ำเสียงมันกลับให้ร่างกายสั่นสะท้านราวกับว่าเป็นตัวเขาเองที่กำลังกลัวผู้ชายคนนั้น


            อะไรกัน.. ความรู้สึกที่ไม่ชอบมาพากลที่ออกมาจากตัวเจ้าบ้านั่นน่ะ


            “โหยๆ นายไม่กลัวเสียใจทีหลังเหรอ รุ่นพี่จีฮุนเป็นถึงอดีตแชมป์ยิงธนูรุ่นเยาวชนของประเทศเลยนะ” เพื่อนคนเดิมพูดกับเขาหลังจากที่เขาเผลอพูดจาอวดดีใส่รุ่นพี่คนนั้น ซอกมินใบได้รู้สึกอะไร ออกจะมีสีหน้าที่มั่นใจว่าการดวลครั้งนี้ยังไงเขาก็ชนะ


            “แล้วไงล่ะ นายคิดว่าฉันจะแพ้ให้กับคนที่พูดจาอวดดีแบบนั้นน่ะเหรอ” เขายิ้มให้กับเพื่อนของตัวเองก่อนจะเดินไปยังสนามเพราะถูกเรียก


            ตอนนี้ทั้งสองยืนอยู่บนสนามโดยที่อีกฝั่งของสนามก็มีเป้ายิงสองตัวตั้งอยู่ในระยะสิบเมตร บอกเลยว่าระยะนี้เป็นระยะที่จีฮุนถนัดแล้วอีกอย่างเด็กใหม่อย่างเจ้าซอกมินเองก็ไม่น่าจะยิงระยะนั่นถึง ถ้าถึงก็คงได้แต้มน้อยกว่าเขาแน่


            เตรียมตัวแพ้ได้เลยเจ้าคนอวดดี


            “รุ่นพี่ครับ” ท่ามกลางความเงียบระหว่างคนสองคน อยู่ดีๆซอกมินก็เป็นคนเปิดประเด็นการสนทนาเสียอย่างนั้น


            “...”


            “ผมว่า ดวลกันแบบปกติมันคงจะไม่สนุกเท่าไหร่”


            “นายต้องการอะไรกันแน่” ใบหน้าที่เหมือนกับเด็กเงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องที่ตัวสูงกว่าเขาเกือบๆยี่สิบเซนด้วยความไม่พอใจเสียเท่าไหร่


            “เรามาทำข้อตกลงกันไหมครับ แบบว่าถ้ารุ่นพี่ชนะผมจะยอมลาออกจากชมรมนี้เลยก็ได้ แต่ว่า..”


            “...”


            “ถ้าผมชนะ ผมขอสิ่งที่สำคัญที่สุดของรุ่นพี่นะครับ”


            หมายความว่ายังไง


            ถึงจะเป็นข้อเสนอที่จีฮุนเองก็ไม่เข้าใจว่าอีกคนต้องการอะไรจากเขากันแน่ แต่ในเมื่อซอกมินพูดออกมาเองว่าถ้าแพ้จะยอมลาออก ก็มีแต่ต้องชนะเท่านั้น


            จะอะไรก็ช่าง ฉันไม่ยอมให้เจ้าบ้านี่อยู่ชมรมเราแน่ๆ


            “งั้นก็เริ่มเลยแล้วกัน”


            การแข่งขันยิงธนูระหว่างประธานชมรมสุดเก่งกับเด็กที่เข้ามาใหม่เมื่อสองเดือนก่อนที่ไม่รู้ประวัติอะไรนอกจากชื่อ แต่ช่วงแรกนั้นจีฮุนไม่ได้ออมมือให้ เขาจัดการยิงใส่กลางเป้าจนได้แต้มเก้ามาตลอด


            จนกระทั่งช่วงสุดท้ายของการแข่ง..


            “มะ.. ไม่จริงน่า”


            “เหลือเชื่อ นี่รุ่นพี่จีฮุนคนนั้น..”


            นี่เรา..


            “แพ้งั้นเหรอ?”


            แพ้เหรอ? บ้าน่า ! เขาเป็นถึงแชมป์ยิงธนูรุ่นเยาวชนเลยนะ ทำไมเขาถึงได้แพ้ไอ้เด็กปากดีคนนี้ด้วย ร่างเล็กมองอีกคนที่ส่งยิ้มให้กับชัยชนะของตนเอง


            “ไม่ต้องทำหน้าเศร้าไปหรอกครับ ที่ผ่านมาผมก็แค่ไม่แสดงฝีมือที่แท้จริงก็เท่านั้นเอง” ร่างสูงเอ่ยแค่นั้นก็เดินออกจากสนามไปหาเพื่อนร่วมชมรมที่ยืนรออยู่ด้านข้างของสนาม


            จะหยามมากเกินไปแล้ว


            “นี่นายทำได้ยังไงน่ะ” เพื่อนคนเดิมเอ่ยถามด้วยความตกใจปนตื่นเต้น เพราะตั้งแต่เข้าชมรมนี้มาเขาไม่เคยเห็นพี่ประธานชมรมคนเก่งคนนั้นพ่ายแพ้ไม่เป็นท่าให้กับใครมาก่อนเลย แถมตอนซ้อมซอกมินก็ดูเหมือนพวกที่ยิงธนูไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับชนะรุ่นพี่คนนั้นขึ้นมาเสียได้


            “เปล่าหนิ ก็ยิงไปตามปกติเลย”


            “คนบ้าที่ไหนเขายิงจนมันทะลุเป้ากันล่ะ” ซอกมินหันไปตามนิ้วของเพื่อนที่ชี้ไปยังเป้าที่คนของชมรมกำลังดึงลูกศรที่ปักอยู่ตรงกลางจนทะลุออกมา


            “อ้าว ทะลุเป้าด้วยเหรอ? สงสัยจะใส่แรงมากเกินไปหน่อย ฮะๆ” เด็กหนุ่มว่าพลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้อาการเก้อของตัวเอง


            “โค้ชครับ ผมว่าจีฮุนน่าจะซ้อมต่อไปไม่ไหวแล้วนะครับนั่นน่ะ” หนึ่งในสมาชิกของชมรมเอ่ยกับชายวัยกลางคนที่ยืนกอดอกมองดูเด็กหนุ่มผู้ซึ่งเป็นถึงประธานชมรมที่ไม่รู้จักกับคำว่าแพ้ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นมาได้สักครู่


            “ไม่หรอก ให้เขาได้รับรู้ถึงความพ่ายแพ้บ้างก็ดี เพราะฉันคิดว่ายังไงหมอนั่นก็จิตตกได้ไม่นานหรอก”


            “โค้ชรู้อยู่แก่ใจเหรอครับ” เด็กหนุ่มคนนั้นหันไปมองหน้าโค้ชที่ยักไหล่ให้เล็กน้อย ทำไมเขาจะไม่รู้นิสัยของจีฮุนก็ในเมื่อเขาเป็นคนฝึกจีฮุนมากับมือของตัวเอง


            “ก็นะ จีฮุนเขาก็เป็นคนแบบนั้นแหละ เอาล่ะทุกคน รวมตัวกันหน่อย ฉันจะชี้แจงเรื่องการแข่งในครั้งหน้า”


            จากนั้นทุกคนก็มารวมตัวกันตามคำสั่งของโค้ช นั่นรวมไปถึงประธานชมรมที่ยืนนิ่งเพราะความพ่ายแพ้ของตนเองเลยก่อให้เกิดความเจ็บใจ แต่ถึงอย่างนั้น จีฮุนผู้นี้ก็ยังคงความเป็นประธานชมรมผู้สุขุมได้ราวกับว่าเรื่องการดวลแต้มระหว่างเจ้าตัวกับซอกมินไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด


            “บอกสิ่งที่นายต้องการมาสิ” ประธานชมรมตัวเล็กเดินเข้าไปหาคนตัวสูงที่กำลังถอดเสื้อนอกออกพอดี


            “หมายถึงอะไรเหรอครับ?” ซอกมินไม่ได้หันกลับมาแต่อย่างใด เขายังคงแขวนเสื้อตัวนอกใส่เอาไว้ในล็อกเกอร์ของตนก่อนที่จะถอดเสื้ออีกตัวออกเพื่อทำการเปลี่ยนเป็นเครื่องแบบนักเรียน


            “อย่ามาทำเป็นแกล้งลืมไปหน่อยเลย ฉันแพ้นายแล้วไง อยากได้อะไรล่ะ” แค่แพ้ก็เจ็บใจแล้ว แต่นี่ยังต้องมาโดนอีกคนกวนประสาทเพิ่มขึ้นมาอีก จีฮุนยืนกอดอกมองดูร่างสูงเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งอีกคนเปลี่ยนเสร็จเรียบร้อย


            “ผมก็บอกไปแล้วหนิครับว่าผมอยากได้สิ่งที่สำคัญของรุ่นพี่น่ะ”


            “เงินเหรอ? หรือตำแหน่งประธานชมรมฯ”


            ซอกมินหัวเราะในลำคอเล็กน้อย เขาหันมาประจันหน้ากับอีกคนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก่อนเขา ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้จนทำให้จีฮุนต้องเดินถอยหลัง ไหนจะสายตาที่เดาอารมณ์ไม่ได้นั่นอีกล่ะ


            “ของแบบนั้นผมไม่ได้สนใจเลยครับ เอาไว้ถึงเวลาเดี๋ยวรุ่นพี่ก็จะรู้เอง ผมไปล่ะ” เด็กหนุ่มรุ่นน้องจอมกวนประสาทส่งยิ้มให้แล้วจึงเดินออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปพร้อมกับเพื่อนที่เขามาเรียกพอดี


            จะว่าเขาคิดไปเองก็ไม่น่าใช่ จีฮุนเป็นคนที่มีสัมผัสที่หกมาตั้งแต่จำความได้ เขาสามารถรับรู้สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปไม่อาจรับรู้ได้


            สาบานเลยว่ามีแค่ครู่หนึ่งที่จีฮุนแอบเห็นแววตาของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป


            แววตาที่ไม่ใช่ของมนุษย์นั่น

 




 

            ผ่านไปสามวันแล้วที่จีฮุนเอาแต่โหมร่างกายฝึกยิงธนูจนมืดค่ำ ถึงแม้ว่าโค้ชจะห้ามปรามเรื่องเขาหักโหมมากจนเกินไปเพียงแค่นึกถึงหน้าของเจ้าเด็กอวดดีนั่นแล้ว เขาก็ยิ่งไม่อยากแพ้อีกฝ่าย แถมยังคับแค้นใจกับอีกฝ่ายด้วย


            “ฉันจะต้องไม่แพ้ โดยเฉพาะคนอย่างนาย ลีซอกมิน !” ร่างเล็กบ่นไปพร้อมกับปล่อยให้ลูกศรปักเข้าที่เป้าซึ่งเขามองมันเป็นหน้าของเจ้าเด็กอวดดีคนนั้นมาโดยตลอด บอกเลยว่าเขาไม่ได้โกรธหรืออับอายที่ตัวเองแพ้ แต่เขารับไม่ได้ที่ต้องมาแพ้เด็กแบบนั้นมากกว่า


            “ได้กลิ่นอะไรหอมๆไหม”


            “กลิ่นของความโกรธและความแค้นสินะ”


            เสียงปริศนาที่มาพร้อมกับอากาศที่เย็นลงจนน่าแปลกใจ มือเล็กที่ถือธนูอยู่นั้นลดระดับลง เขากระชับมันแน่นเพื่อข่มอารมณ์หวาดวิตกเอาไว้


            “นั่นใครน่ะ ?”


            “พลังความโกรธแรงกล้าแบบนี้รสชาติจะต้องดีมากแน่ๆ”


            ท่ามกลางแสงสลัวปรากฏเงาของบางอย่าง ก่อนที่ร่างนั้นจะปรากฏตัวขึ้นในสายตาเขา


            “พวกคุณเป็นใคร?” เขาเอ่ยถามโดยที่ในใจก็ยังคงมีความหวาดกลัวปะปนอยู่


            “ใครงั้นเหรอ อา.. นั่นสินะ นายคิดยังไงล่ะ”


            อะไรกันคนพวกนี้ จะว่ามนุษย์ก็ไม่ใช่ เพราะถึงตัวจะคล้ายกับมนุษย์ก็จริง แต่ส่วนหัวกลับเหมือนพวกสัตว์ป่าอย่างไรอย่างนั้น


            ต้องรีบหนี


            “อึก !” ยังไม่ทันที่จีฮุนจะหมุนตัว จู่ๆร่างกายของเขาก็ขยับไม่ได้เพราะถูกของบางสิ่งพันธนาการร่างนั้นเอาไว้จนมือเล็กเผลอปล่อยคันธนูล่วงลงไปกับพื้น


            “คิดว่าพวกเราจะปล่อยเหยื่อหนีไปง่ายๆน่ะเหรอ คิดง่ายไปหน่อยมั้ง” สิ่งมีชีวิตลึกลับนั่นกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้


            “อย่าเข้ามานะ ! ใครก็ได้ช่วยด้วยครับ !!” ร่างเล็กส่งเสียงขึ้นให้ดังที่สุดเท่าที่จะดังได้ เผื่อว่าบางทีอาจจะยังมีเด็กชมรมบาสซ้อมอยู่แล้วได้ยินเสียงของเขาจะได้เข้ามาช่วย


            “ทำไมกันนะ เป็นผู้ชายแท้ๆ แต่กลับมีใบหน้าที่น่ารักแบบนี้”


            “ขืนชักช้าเดี๋ยวก็ไม่ทันการหรอก” อมนุษย์ที่มีบริเวณส่วนหัวเหมือนหมีกล่าวกับเพื่อนของตน


            “รู้แล้วล่ะน่า แต่จะน่ารักยังไงก็เสียดายหน่อยนะที่นายต้องมาจบชีวิตลงวันนี้”


            มือหยาบกร้านยกขึ้นสัมผัสที่ใบหน้าขาวของคนตัวเล็กที่พยายามจะไม่ให้อีกฝ่ายได้แตะเนื้อต้องตัว


            สัญชาตญาณของมนุษย์เวลาที่ตกอยู่ในความหวาดกลัวน่ะ มันมักจะควบคุมตัวเองไม่ได้หรอก


            และที่สำคัญ..


            “แต่ก่อนจะกินฉันขอชิมริมฝีปากเรียวสวยก่อนก็แล้วกัน”


            ยิ่งมนุษย์หวาดกลัวมากขึ้นเท่าไหร่ รสชาติก็ยิ่งอร่อยมากขึ้นเท่านั้น


            ลิ้นยาวที่เหมือนกับลิ้นของงูซึ่งเยิ้มไปด้วยน้ำลายใกล้เข้ามายังใบหน้าของคนตัวเล็ก จีฮุนพยายามหลบหน้าเพราะไม่อยากให้สิ่งโสโครกมาถูกเนื้อตัว


            แย่ล่ะสิ ทำไมฉันต้องมีเจออะไรแบบนี้ด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันที


            บ้าจริง ทำไมในเวลาแบบนี้ฉันกลับนึกถึงใบหน้าของเจ้าหมอนั่นได้นะ


            ขอร้องล่ะซอกมิน.. ช่วยฉันด้วย


            ฉึก !


            “อ๊ากกกกก !!!!!!!!!!!!!!


            ร่างของอมนุษย์ตนนั้นทรุดลงไปกับพื้นในทันทีเพราะถูกลูกศรปักเข้าที่ดวงตา เลือดสีนิลที่ไหลออกมาจากดวงตานั่นไม่อาจะทำให้จีฮุนทนมองดูภาพขยะแขยงนั้นได้เลย


            “คิดจะทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้แบบนี้มันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอครับ”


            ถึงแม้ว่าจะไม่เห็นตัวของคนที่มาช่วย เพียงแค่ได้ยินเสียงเขาก็รู้เลยว่าใครคือเจ้าของเสียงนั้น


            “แก ! แกเป็นใคร?


            “ถึงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ฉันจะต้องบอกชื่อกับพวกแกที่เป็นสัตว์ชั้นล่างก็ตาม แต่ฉันจะบอกให้ก็ได้”


            ในมุมมืดแห่งหนึ่งของห้องได้มีร่างของผู้ชายที่สูงราวๆร้อยแปดสิบเดินออกมาจากที่แห่งนั้น ชายคนนั้นอยู่ในเครื่องแบบนักเรียนเพียงแต่ในมือกลับถือธนูซึ่งมันดูไม่เหมือนธนูที่พวกของจีฮุนใช้ซ้อมอยู่เท่าไหร่


            คันธนูสีดำล้วนกับสัมผัสอันน่าพิศวงนี่มันอะไรกัน


            “ชื่อของฉันคือลีซอกมิน แล้วก็.. ถ้าพวกนายไม่อยากถูกส่งไปอเวจีก็รีบไสหัวกลับไปก่อนที่ฉันจะโมโห” น้ำเสียงของเด็กหนุ่มคนนั้นแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด


            “เป็นแค่มนุษย์แต่ปากเก่งนักนะ”


            อึก !


            “แฮ่ก !


            ร่างกายที่ถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยสิ่งที่คล้ายกับเชือกสีเข้มหอบหายใจเมื่อมีบางสิ่งในร่างกายที่ผิดปกติ ข้างในร่างกายมันกำลังร้อน รวมไปถึงสมองที่พร้อมจะระเบิดเต็มที


            ทำไมกัน ร่างกายมัน.. ร้อนไปหมด


            “ดูเหมือนว่าเหยื่อจะเกิดอารมณ์เสียแล้วสิ” อมนุษย์ที่ไม่โดนโจมตีบอกกับเพื่อนของตนที่กำลังโมโหอีกฝ่ายเหตุที่โดนเจ้าคนอวดเก่งทำลายดวงตาอันแสนสำคัญไปข้างหนึ่ง


            “ชิ ! ช่วยไม่ได้ งั้นฉันขอฆ่าแกก่อนเลยก็แล้วกัน !!


            หนีไปซอกมิน !!


            “เฮ้อ ~ ช่างเป็นสัตว์ชั้นล่างที่เข้าใจอะไรยากแบบนี้นะ”


            ทันใดนั้นก็มีควันสีดำเข้าปกคลุมร่างสูงเอาไว้ จีฮุนที่กำลังจะไม่ไหวใช้สติของตัวเองบังคับให้สายตาของตัวเองมองไปที่อีกคนพอดีกับที่กลุ่มควันนั้นค่อยๆจางหายไป


            “ชุดแบบนั้นมัน”


            “หรือนายจะเป็น..”


            “อา.. นี่แหละตัวจริงของฉันล่ะ”


            นัยน์ตาคมสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อซอกมินไม่ได้อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนอย่างที่เห็นก่อนหน้านี้ ร่างนั้นอยู่ในชุดสีดำล้วนซึ่งมองไม่เห็นแม้แต่เงาสะท้อน กลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มก็มีสีแดงแซมเล็กน้อยบริเวณส่วนหน้า นัยน์ตาสีดำเข้มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนคนใส่คอนแท็คเลนส์ไม่มีผิด และในมือก็มีคันธนูสีดำล้วนถือเอาไว้อยู่เหมือนเดิม


            และอีกสิ่งหนึ่งที่จีฮุนสัมผัสได้คือความรู้สึกที่เหมือนกับลมหายใจที่ค่อยๆหมดไป


            “ยะ.. ยมทูต !


            ยมทูต .. ขะ.. ของจริงเหรอเนี่ย


            “จะมาสำนึกผิดตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะ ไว้เจอกันที่ขุมนรกก็แล้วกัน”


            “อ๊ากกกก !!!!!


            อมนุษย์ทั้งสองตนร้องเมื่อพวกเขาถูกอีกคนที่เป็นยมทูตฝังธนูเข้าที่หน้าอกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เปลวไฟสีฟ้าหม่นกำลังแผดเผาร่างของทั้งสองตนก่อนจะมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่มาพร้อมกับโซ่ลากตัวเจ้าพวกนั้นหายลับไป


            “บอกแล้วก็ไม่ฟังเอง รุ่นพี่ !” ชายหนุ่มรีบสลายคันธนูให้หายไปแล้วรีบไปรับร่างของรุ่นพี่ตัวเล็กที่หลุดจากพันธนาการครั้งตอนที่อมนุษย์ทำเอาไว้


            “ขอร้องล่ะ ช่วยฉัน.. ช่วยปกป้องฉันจากเจ้าพวกนั้นที”


            เสียงของอีกคนอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาสีแดงฉานจ้องไปยังใบหน้าหวานสวยที่แดงก่ำเพราะความร้อนที่อยู่ภายในร่างกาย ซอกมินยังไม่ได้คืนร่างเดิมเพราะกว่าจะคืนร่างได้ก็ต้องใช้เวลา แล้วอีกอย่างทำไมเขาจะไม่รู้ว่าจีฮุนมีสัมผัสที่หกก็ในเมื่อเขาคือคนที่เฝ้าตามจีฮุนมาโดยตลอด


            “ได้สิครับ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ”


            “อะไร.. แฮ่ก.. ล่ะ” และเพราะจีฮุนหมดสติลงไปก่อนจึงทำให้ตัวเขาไม่สามารถรับรู้ถึงรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของอีกคนได้


            “สิ่งที่ผมต้องการน่ะ..”

            .




            .

            “คือความบริสุทธิ์ของคุณยังไงล่ะ ลีจีฮุน”

 

 

FIN






#อิเมจิฟิค






TALK (14/02/2562) : ก่อนอื่นเลยต้องขอสุขสันต์วันวาเลนไทน์และสุขสันต์วันเกิดสามขวบของกะรัตด้วยนะครับ ขอบคุณเซบที่คอยมอบรอยยิ้มให้เสมอมาเลย เราคนเดิมกลับมาอีกแล้ว สำหรับคนที่บังเอิญเข้ามาเจอกันครั้งแรกก็ยินดีต้อนรับนะฮะ ส่วนใครที่ตามเรามาตลอดอาจจะงงว่าโผล่มาได้ยังไง คือเราตั้งใจว่าจะจัดทำอีเว้นท์ฟิคนิดๆหน่อยๆฮะ (คือของเก่ายังดองอยู่) สำหรับบทความนี้เราจะลงเรื่องสั้นบ้าง จบในตอนเดียวบ้าง (แอบบอกไว้ว่าเราไม่ได้ลงแค่ในเด็กดีนะฮะ) อิเมจิฟิคจะไม่มีความเชื่อมโยงกับซันชายครับ เพราะซันชายจะลงเฉพาะซอกมินสายน้องเท่านั้น (ถ้าตามอันนี้โพผัวจะมาแน่นอน) อันนี้ก็เป็นตอนแรกเลยต้องพิมพ์ชี้แจงเยอะหน่อย ในส่วนของฟิคยาวเรื่องอื่น ก็ไม่รับปากว่าจะมาต่อเร็วๆนี้นะฮะ (ปรากฏว่าคุณนักอ่านหายหมด) เราไม่อยากให้ติดตามแค่ในนี้ เข้าไปร่วมสนุกกันในทวีตได้นะฮะ สุดท้ายขอฝากอิเมจิฟิคด้วยครับ คู่ชิปก็ไม่ตายตัวฮะ แล้วแต่อารมณ์ ขอบคุณฮะ ^^


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 bamMT1997 (@bamMT1997) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 16:52
    อมกๆๆๆๆๆๆ
    #2
    0
  2. #1 Nemonemo. (@k-r-t) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:53

    กิ้ดได้มั้ย...กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    #1
    0