ท่านมังกร! ช่วยเผ่าของข้าด้วย (สำนักพิมพ์พันแสง)

ตอนที่ 10 : บทที่ ๖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,643 ครั้ง
    14 ส.ค. 63

บทที่ ๖

 

 

“หากเจ้ายังไม่ยอมหยุด ข้าเองก็จะไม่หยุดแล้วเช่นกัน”

“เอะ เอ๋...!?” เจ้าปลาน้อยที่ได้ใจเกินกว่าเหตุหน้าถอดสีทันทีที่ฝ่ามือหยาบกร้านคว้าจับข้อมือของตนแล้วหมุนกายกลับมาเผชิญหน้า

ดวงตาสีทองของหลงชิงเทียนวาวโรจน์ท่ามกลางความมืด ทำให้เจ้าตัวดูน่ากลัวและทรงอำนาจสุดๆ จนเจ้าเงือกตาดำๆ ที่ย่ามใจเกินกว่าเหตุต้องกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง

ตงนั่วหลิวลืมไปเสียสนิทว่ามังกรอย่างไรก็คือมังกร

จะพูดไม่เก่ง เข้าสังคมไม่เป็น หรือจะขี้อายก็ตามแต่ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ไม่ทำให้ความแข็งแกร่งโดยกำเนิดของเผ่าพันธุ์นี้ลดทอนลงเลย เพียงแค่สบตากันเพียงชั่วขณะตงนั่วหลิวก็รู้สึกราวกับเรี่ยวแรงของตนเองถูกสูบออกจากร่างจนเกือบหมด

ภายในเรือนหออันแสนกว้างขวางมีความกดดันอันแสนกระอักกระอ่วนขุมหนึ่งลอยเข้าปกคลุม

“ขะ ข้าขอโทษ” ตงนั่วหลิวไม่กล้าแทนตัวเองว่าเสี่ยวนั่วอีกต่อไป

เจ้าปลาโง่หดคอของตัวเองเหมือนเต่า จากนั้นก็ส่งสายตาหงอๆ ไปให้อีกฝ่าย ไม่รู้ว่าท่ามกลางความมืดเช่นนี้หลงชิงเทียนจะมองเห็นหรือไม่ แต่สุดท้ายแรงที่กำรอบข้อมือของตงนั่วหลิวก็คลายออก

หลงชิงเทียนถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นก็ถามเสียงเรียบว่า

“ไยราตรีนี้เจ้าถึงได้ดื้อนัก” หลงชิงเทียนจำได้ว่าเมื่อวานอีกฝ่ายยังกลัวตนจนหัวหดอยู่เลย ไฉนวันนี้ถึงได้ลุกขึ้นมาทำเรื่องพิเรนทร์ๆ ได้

ต้องมีสาเหตุแน่นอน

ไวเท่าความคิด มังกรหนุ่มอาศัยประสาทการดมกลิ่นอันแสนฉับไวของเผ่ามังกรตรวจสอบกลิ่นที่เหลืออยู่ในห้อง ก่อนจะพบเข้ากับ...

กลิ่นของนก

เมื่อทราบสาเหตุแล้วมังกรหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้ม

พี่สะใภ้เล่นงานเขาเข้าให้แล้ว

“อย่าไปฟังสิ่งที่พี่สะใภ้พูดนัก เขาซุกซนเกินกว่าที่เจ้าจะตามทัน” 

นี่เป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่ตงนั่วหลิวเคยได้ยินจากปากของหลงชิงเทียนแล้ว พอกล่าวจบมังกรหนุ่มก็พลิกตัวเข้าหากำแพงอีกครั้ง จากนั้นก็นอนนิ่งไป ตงนั่วหลิวไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วหรือไม่ แต่ที่ตงนั่วหลิวรู้ก็คือเขาจะไม่แกล้งแหย่หลงชิงเทียนอีกแล้ว

บอกตามตรงว่าเมื่อครู่ตอนที่หลงชิงเทียนหันกลับมา เขารู้สึกตกใจอย่างมาก คิดว่าจะโดนจับกดลงกับเตียงและบังคับให้ผลิตทายาทเสียแล้ว 

โชคยังดีที่หลงชิงเทียนแค่หันมาเตือน

“ข้าเข็ดแล้ว ข้าจะไม่ยั่วยวนท่านอีก” เสียงหวานเอ่ยแบบเจื่อนๆ

จากนั้นชีวิตในห้องหอตลอดเจ็ดวันของบ่าวสาวข้าวใหม่ปลามันก็ผ่านพ้นไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตงนั่วหลิวสนทนากับหลงชิงเทียนแบบนับคำได้ แม้จะอยู่กันเพียงลำพังสองคนตลอดเวลาหลายวันแต่ความสนิทสนมของพวกเขากลับไม่เพิ่มพูนขึ้นแม้แต่น้อย

กระทั่งสิ้นสุดกำหนดการเข้าหอ หน้าประตูก็มีขุนนางพิธีการผู้หนึ่งมาเยือน

“ข้าจะพาท่านทั้งสองไปยังตำหนักชิงไห่[1]ขอรับ”

ในตอนที่เดินตามขุนนางคนนั้นออกมาจากเขตพระราชวังพร้อมกับหลงชิงเทียน ตงนั่วหลิวถึงเพิ่งรู้ว่าตนจะไม่ได้อาศัยอยู่ในพระราชวัง ซึ่งตงนั่วหลิวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

โดยทั่วไปแล้วปีศาจจะแต่งงานเพียงครั้งเดียว มีสามีภรรยาเดียวตลอดชีวิต กระทั่งหัวหน้าเผ่าเองก็ไม่ได้มีอนุภรรยาเหมือนอย่างพวกมนุษย์ ดังนั้นในวังจึงมีที่อยู่อาศัยเหลือเฟือ

อย่างวังบาดาลที่ตงนั่วหลิวเคยอยู่ก็เป็นที่อยู่อาศัยของตน บิดา มารดา และพี่ชายทั้งสอง

พี่ชายคนโตแต่งงานแล้ว ภรรยาของพี่ชายคนโตเองก็อาศัยอยู่ในวังบาดาลเช่นกัน ไม่ได้แยกออกไปสร้างบ้านหลังใหม่ เพราะตัววังนั้นกว้างขวางมากเหลือเฟือ

ตงนั่วหลิวหันกลับไปมองทางพระราชวังมังกรอีกครั้ง

วังมังกรที่เห็นไกลๆ ทางด้านหลังนั้นมีขนาดใหญ่โตกว่าวังบาดาลเสียอีก

“ท่านขุนนาง ข้าขอถามท่านสักเรื่องได้ไหม” ว่าแล้วคนขี้สงสัยก็เดินไปเลียบๆ เคียงๆ ถามเอาความจากขุนนางฝ่ายพิธีการที่เดินนำหน้าด้วยใบหน้า   เคร่งขรึมนั่นเอง

“ขอรับ” ขุนนางตนนั้นหันมารับคำสั้นๆ ตามแบบฉบับของเผ่าพูดน้อย

“ปกติท่านชิงเทียนไม่ได้อาศัยอยู่ในวังกับราชามังกรหรอกหรือ หรือเผ่ามังกรของพวกท่านมีธรรมเนียมว่าหลังจากแต่งภรรยาแล้วต้องย้ายออกไปสร้างจวนของตนเอง”

คำถามของตงนั่วหลิวเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากคนฟัง

ขุนนางตนนั้นขยับยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า

“ราชวงศ์มังกรของพวกเราไม่มีธรรมเนียมว่าหลังแต่งภรรยาแล้วจะต้องย้ายออกจากวังหรอกขอรับ เพียงแต่ท่านชิงเทียนตัดสินใจสร้างจวนหลังใหม่ก็เพื่อท่าน”

“เพื่อข้า?” ตงนั่วหลิวชี้นิ้วเข้าหาตนเองอย่างงุนงง

“ไปถึงก็รู้เองขอรับ” ขุนนางพิธีการกล่าวอย่างมีเลศนัย

ตงนั่วหลิวจำต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ 

เพราะเส้นทางจากพระราชวังไปถึงตำหนักชิงไห่ต้องผ่านถนนสายหลักของเมือง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถอาศัยรถม้าได้ และที่สำคัญมังกรนั้นมีปีกบินได้เป็นเรื่องปกติ รถม้าจึงกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ของที่นี่ แต่สาเหตุที่พวกเขาสามคนต้องเดินเท้าเอาอย่างที่เห็นนั้นเป็นเพราะว่ามีปลาบางตัวที่บินไม่ได้นั่นเอง...

หลังจากเดินเท้ากันมาครึ่งชั่วยาม จากตัวเมืองสู่ชานเมือง ในที่สุดกำแพงตำหนักก็ปรากฏแก่สายตา ตงนั่วหลิวคิดว่ามันคือจุดหมายของพวกเขาไม่ผิดแน่ เพราะตรงประตูทางเข้ามาป้ายคำว่า ‘ชิงไห่’ แขวนเอาไว้ตัวโต

“ถึงสักที” เงือกอาศัยอยู่ในน้ำ นานๆ ทีถึงจะขึ้นมาบนบก ตงนั่วหลิวจึงไม่คุ้นชินกับการใช้ขาเดินสักเท่าไหร่ พอเท้าก้าวข้ามธรณีประตูมาแล้วก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจก่อนจะทรุดลงไปนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง

“อื๋อ?” แต่พอหย่อนก้นลงนั่งสายตาก็เหลือบไปเห็นธารน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ลงมาจากหน้าผาจำลองซึ่งมีขนาดสูงกว่าตัวของตงนั่วหลิวประมาณสามเท่า

นัยน์ตาสีน้ำทะเลทอประกายทันทีที่เห็นว่าธารน้ำดังกล่าวไหลไปรวมกันจนเกิดเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ ไม่สิ นี่มันไม่ใช่บ่อน้ำแต่เป็นทะเลสาบแล้ว!

“ทะเลสาบล่ะ!!” ตงนั่วหลิวหลงลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินเท้าไปหมดสิ้น ร่างบางวิ่งไปกระโดดลงน้ำโดยที่ยังไม่ทันเปลี่ยนจากขาเป็นหางด้วยซ้ำ 

อากัปกิริยาเช่นนี้บ่งชัดว่าพึงพอใจสุดๆ!

“น้ำล่ะ!” ตงนั่วหลิวแม้จะยังไม่ได้เปลี่ยนขาเป็นหางแต่ก็ว่ายน้ำเก่งเอามากๆ ร่างบางว่ายไปว่ายมาจนกระทั่งมุดหายไปด้านหลังของตัวตำหนักซึ่งตั้งอยู่กลางน้ำเสียแล้ว

“ท่านชิงเทียนพอใจหรือไม่ขอรับ” ตำหนักหลังนี้เพิ่งเร่งมือสร้างกันสดๆ ร้อนๆ หลงชิงเทียนเองก็ไม่เคยมาเยือนเช่นกัน ขุนนางพิธีการจึงถามผลตอบรับจากปากของคนที่ออกแบบตำหนักชิงไห่แห่งนี้เองกับมือ

หลงชิงเทียนพยักหน้าเบาๆ 

“นั่วหลิวพอใจข้าก็พอใจ”

“ขอรับ” ขุนนางผู้นั้นกล่าวรับคำสั้นๆ ก่อนจะก้มหัวและหมุนกายจากไปอย่างเงียบเชียบตามประสามังกรพูดน้อย

เมื่อเหลือเพียงหลงชิงเทียนแล้วมังกรหนุ่มก็เดินข้ามสะพานไปยังตำหนักเพื่อสำรวจการตกแต่งภายใน เมื่อหลงชิงเทียนพบกับห้องหนังสือที่ขนย้ายตำราโปรดของเขามาไว้ในนี้หมดแล้ว หลงชิงเทียนก็หยิบตำราเล่มหนึ่งมานั่งอ่าน ปล่อยเวลาให้ผ่านไป

ตลอดเวลาหลงชิงเทียนจะได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วดังมาจากนอกหน้าต่าง

เจ้าของเสียงที่ไพเราะขนาดนี้ย่อมเป็นตงนั่วหลิวที่กำลังดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนาน

“เสี่ยวเฉิงงงงง” ตอนนี้ตงนั่วหลิวถอดกางเกงพาดเอาไว้กับราวสะพานและเปลี่ยนขาให้กลายเป็นหางเรียบร้อยแล้ว และหางตาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มกลมๆ ที่ดำมาใต้น้ำ

“ท่านนั่วหลิววววววว” เสี่ยวเฉิงที่อยู่ในร่างของปลาปักเปาโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ

สองนายบ่าวที่พลัดพรากจากกันถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนโผเข้าหากันด้วยความปีติยินดี แต่พอตงนั่วหลิวกอดร่างกลมของเสี่ยวเฉิง หนามรอบตัวของเสี่ยวเฉิงก็ทิ่มทะลุเนื้อผ้าเข้ามา

“เจ็บนะ เจ้าเด็กน้อย เจ้ากล้าทำร้ายข้ารึ”

“ท่านดึงข้าเข้าไปกอดเองนะขอรับ ข้าไม่ผิด” เสี่ยวเฉิงทำปากยื่น

“เปลี่ยนเป็นร่างเงือกเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ตงนั่วหลิวออกคำสั่ง แต่เจ้าปักเป้าน้อยกลับร่าเริงที่ได้เจอเจ้านายเกินไป มันเลยสะบัดร่างกลมๆ ไปมาอย่างยั่วโมโห

“จ้างให้ก็ไม่เปลี่ยน อยากกอดข้าก็ต้องทนเจ็บเอาหน่อยนะ ฮี่ๆ”

“เดี๋ยวเถอะ!!” ตงนั่วหลิวใช้ส่วนหางพัดน้ำจนเกิดเป็นคลื่น ร่างเล็กๆ ของเสี่ยวเฉิงจึงถูกกระแสน้ำพัดหมุนไปหมุนมาจนเวียนหัว “ทีนี้จะยอมเปลี่ยนร่างรึยัง ยังอีกเหรอ! ยังอีกเหรอ!?”

ถึงแม้คำพูดคำจาจะดูป่าเถื่อน แต่ในความจริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าป่าเถื่อนแม้แต่น้อย ก็แค่ลูกปลาพลัดถิ่นสองตัวที่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานเท่านั้น 

หลงชิงเทียนที่เดินออกมาจากห้องหนังสือมองสองนายบ่าวแหย่เล่นกันจากบนสะพานเชื่อมครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกจากตำหนักชิงไห่ไปแบบเงียบเชียบ

ตงนั่วหลิวดีใจที่ได้เล่นน้ำในทะเลสาบส่วนตัวกว้างขวางขนาดนี้ และดีใจที่ได้เจอเสี่ยวเฉิงในรอบหลายวัน ร่างบางจึงเล่นสนุกจนลืมเวลา กระทั่งปีนขึ้นมาจากสระแล้วเหลียวซ้ายแลขวาไม่พบสามี จึงได้หันไปถามเสี่ยวเฉิงว่า

“เจ้าเห็นสามีของข้าหรือไม่”

“ข้าก็เล่นน้ำอยู่กับท่าน จะไปรู้ได้อย่างไรกัน ที่สำคัญเขาคือสามีท่านไม่ใช่สามีข้าเสียหน่อย” เสี่ยวเฉิงทำหน้าเหมือนกับเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของตนเอง ก็เลยโดนคนงามหยิกแก้มเข้าให้

“เจ้าเด็กน้อย ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันท่าทางหวาดกลัวต่อเผ่ามังกรของเจ้าหายไปไหนหมดแล้ว ไหนลองเล่าให้ข้าฟังทีสิว่าระหว่างที่ข้าเข้าหออยู่เจ้าทำอะไรบ้าง” ตงนั่วหลิวนั่งลงและเอาหางจุ่มลงไปในน้ำ

เสี่ยวเฉิงในร่างเงือกเองก็นั่งบ้าง จากนั้นก็เอ่ยเจื้อยแจ้วว่า

“ท่านนั่นแหละต้องเป็นฝ่ายเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องหอบ้าง ชีวิตปลาเด็กในต่างแดนของข้านั้นแสนเรียบง่าย วันๆ ก็ได้แต่ว่ายน้ำป๋อมแป๋มอยู่ในสระบัวทะเลแห่งนั้นนั่นแหละ”

“ลำพังหรือ ไม่เหงาแย่?” ตงนั่วหลิวคิดว่าเด็กน้อยคนนี้จะเซื่องซึมเพราะไม่มีเพื่อนคุยเสียอีก น่าแปลกที่เสี่ยวเฉิงดูกระปรี้กระเปร่าดี

“นานๆ ทีท่านเฟยจูก็แวะเวียนมาหาข้า เขาคือฮูหยินของราชามังกร ตอนนี้กำลังตั้งท้องทารกคนแรกอยู่ เขาเล่าให้ข้าฟังว่าพวกมังกรไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อีกทั้งตอนที่ร่วมเตียงกับสามีก็ไม่เจ็บอย่างที่คิดอีกด้วย เฟยจูเน้นย้ำว่ามันรู้สึกดีมาก ข้าจึงอยากรู้ว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องบนเตียงของเผ่ามังกร”

ฟังคำของเสี่ยวเฉิงแล้วตงนั่วหลิวก็ต้องยกมือขึ้นกุมขมับ

พี่เฟยจูหนอ พี่เฟยจู

ท่านพูดอะไรให้เด็กฟังกัน!?

“ข้ากับเขายังไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงขั้นนั้น” ตงนั่วหลิวตอบเสียงเจื่อน

แต่เสี่ยวเฉิงกลับทำท่าตกอกตกใจอย่างมาก

“โกหกน่า” เด็กน้อยตาโตอ้าปากค้าง

“มีอะไรน่าตกใจ เจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าพวกมังกรไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด พี่ชิงเทียนจะไม่บังคับให้ข้าร่วมเตียงในขณะที่ข้ายังไม่พร้อมก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน” ตงนั่วหลิวรู้สึกอายเล็กน้อยที่ต้องมาพูดคุยเรื่องเช่นนี้กับผู้อื่น

แต่เสี่ยวเฉิงกลับเป็นผู้ใหญ่ผิดคาด

“ท่านรอตรงนี้ประเดี๋ยวนะ” เด็กน้อยในร่างมนุษย์อายุราวๆ สิบต้นๆ วิ่งไปทางเรือนน้อยหลังหนึ่งซึ่งคาดว่าจะเป็นเรือนของเจ้าตัว เสี่ยวเฉิงหายเข้าไปสักพักก็วิ่งข้ามสะพานกลับออกมาพร้อมม้วนคัมภีร์หรูหราม้วนหนึ่ง

“สิ่งนี้คือ?” ตงนั่วหลิวรับไปพลางเอ่ยปากถาม

“สัญญาแต่งงานที่บิดาของท่านกับราชามังกรลงนามร่วมกันขอรับ”

“อ้อ แล้วเจ้านำมันมาให้ข้าอ่านทำไมหรือ” ตงนั่วหลิวเอียงคอสงสัยแต่ก็ยอมเปิดอ่านตามการคะยั้นคะยอของเสี่ยวเฉิงแต่โดยดี และเมื่อได้อ่านเนื้อความที่อยู่ในจดหมายแล้ว เหนือศีรษะของตงนั่วหลิวก็ปรากฏก้อนเมฆอึมครึมลอยปกคลุม

สัญญาว่าด้วยการแต่งงานระหว่างสองเผ่า

การแต่งงานระหว่างหลงชิงเทียนและตงนั่วหลิวเกิดขึ้นจากข้อตกลงร่วมกันของทั้งสองเผ่าพันธุ์ ว่าด้วยเงื่อนไขที่ว่า

หากตงนั่วหลิวอุ้มท้องทายาทมังกรให้แก่หลงชิงเทียนได้ ทางเผ่ามังกรจะนำกำลังทหารไปปราบปีศาจเหนียนให้สิ้นซาก 

หากไม่เป็นไปตามข้อตกลงแล้วสัญญาในครั้งนี้ถือเป็นโมฆะ

“...”

อันที่จริงเนื้อความในสัญญาฉบับนี้ตงนั่วหลิวเองก็ทราบแก่ใจทั้งหมดแล้ว แต่พอได้มาอ่านแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจริงๆ รายละเอียดที่มองข้ามมาตลอดก็กระจ่างชัดขึ้นในหัว

ตัวอักษรในสัญญาระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ‘เมื่อตงนั่วหลิวอุ้มท้องทายาทของหลงชิงเทียน’ ทางเผ่ามังกรก็จะ ‘นำกำลังไปปราบปีศาจเหนียน’

นั่นหมายความว่าอย่างไร

ก็หมายความว่าถ้าตงนั่วหลิวยังไม่ท้อง เผ่ามังกรก็จะไม่ยกพลไปปราบเหนียนให้อย่างไรเล่า

“เพ้ย! สัญญาขี้โกงแบบนี้เปียกน้ำไปซะเถอะ” ตงนั่วหลิวทำท่าจะปาม้วนคัมภีร์หรูหราในมือลงน้ำ แต่เสี่ยวเฉิงกลับเปรยด้วยน้ำเสียงจืดชืดว่า

“ท่านอย่าโง่ไปหน่อยเลย กระดาษที่ใช้ทำสัญญาสำคัญเช่นนี้ย่อมตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้อยู่แล้ว หรือต่อให้ท่านทำลายมันทิ้งความจริงที่ว่าท่านต้องท้องให้เขาเพื่อปกป้องโลกก็เป็นความจริง” เสี่ยวเฉิงที่ไม่รู้ว่าไปเอาชุดชงชามาตั้งแต่เมื่อไหร่ยกถ้วยชาขึ้นจิบ

ตงนั่วหลิวคิ้วกระตุก

เขารู้สึกหมั่นไส้เด็กน้อยผู้นี้ยิ่งนัก แต่เสี่ยวเฉิงก็ช่วยพูดเตือนสติเขา จะไปโกรธเสี่ยวเฉิงก็คงไม่ได้

“ข้าเข้าใจแล้ว คืนนี้พี่ชิงเทียนกลับมาเมื่อไหร่ข้าจะจัดการรวบหัวรวบหางเขาเสีย!” ตงนั่วหลิวกำหมัดแน่น ในดวงตามีเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นลุกโชนอยู่

เนื่องจากเผ่ามังกรมีนิสัยรักสันโดษและค่อนข้างขี้อาย ดังนั้นตงนั่วหลิวจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ถึงจะน่าอายอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น

เจ้าเงือกโฉมงามมีปณิธานแน่วแน่แล้ว

แต่หลงชิงเทียนกลับไม่ให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย

คืนนั้นพอหลงชิงเทียนทิ้งตัวลงนอน ตงนั่วหลิวก็กระโจนเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างดุดันทันที หลงชิงเทียนตกใจอย่างมาก เมื่อผลักเจ้าปลาคลั่งออกไปได้สำเร็จเขาก็กางปีกมังกรบินหนีไปที่ไหนก็ไม่รู้ด้วยความตื่นตระหนก

ตงนั่วหลิวที่ถูกผลักกระเด็นนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นขาชี้ฟ้า

“เพ้ย! คิดว่าตัวเองอายเป็นอยู่ฝ่ายเดียวหรือไงไอ้เจ้าหลานเต่าหลง        ชิงเทียน!!!” ตงนั่วหลิวตะโกนลั่นตำหนัก อนิจจา ผู้เดียวที่ได้ยินเสียงกรีดร้องแห่งความคับแค้นใจของเขาก็คือเสี่ยวเฉิงซึ่งก็ช่วยอะไรไม่ได้เช่นกัน

เจ้าปักเป้าน้อยได้แต่นอนถอนหายใจ

“ท่านต้องยั่วยวนให้มากกว่านี้ ไม่ใช่กระโจนเข้าใส่อย่างกับสุนัขบ้า”

เสี่ยวเฉิงเดินเข้ามาสั่งสอนตงนั่วหลิวถึงที่ แววตาของเด็กน้อยฉายแววดูแคลนเจ้านายคนงามอย่างเห็นได้ชัด นั่นยิ่งทำให้ตงนั่วหลิวเบะปากงอแงยิ่งกว่าเดิม


 

[1] 青海 (ชิงไห่) แปลว่าทะเลสีน้ำเงิน

 

สรุปก็คือ อ่อนทั้งผัวทั้งเมียนะคะ 5555555555555 โปรดให้เวลาพวกเขาได้เรียนรู้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.643K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

775 ความคิดเห็น

  1. #550 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 17:58
    555555โอ้ยยยยให้เด็กน้อยสอน
    #550
    0
  2. #449 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 00:16
    เสี่ยงเฉิงทำไมรู้ความกว่านั่วหลิวล่ะ55555
    #449
    0
  3. #378 b_bbexam (@Ppcybk_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 13:31
    เอ็นดูใครดี555555555
    #378
    0
  4. #369 Sasi2546 (@Sasi2546) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 21:30
    ไม่มีคำไหนเหมาะสมไปกว่าคำว่า เอ็นดู~~~
    #369
    0
  5. #350 Patcharatun Bungta (@conunnut) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 16:05
    555555555เอ็นดูพระเอก
    #350
    0
  6. #348 monaligo (@monaligo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 09:08
    อ้ยยยย เอ็นดู๊5555
    #348
    0
  7. #347 Taengkwa_is_a_Cucumber (@markbam022) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 01:03
    น่าร้ากกกกก
    #347
    0
  8. #344 PRaiisw89 (@PRaiisw89) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 12:31
    น้องรุกแรงเกิน อิพี่ต้านทานไม่ไว้ บินหนีไปแล้วว5555
    #344
    0
  9. #343 inconpertus (@love-novel-pp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 22:20
    เอ็นดูไม่ไหว 555555555
    #343
    0
  10. #341 BiimBybenchita (@BiimBybenchita) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 20:13
    ล่าสุดจะปล้ำพี่เขาแล้วหรอลูกก
    #341
    0
  11. #334 KiRasaKR (@KiRasaKR) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 18:50
    เป็นเอ็นดู555555 น่ารักจังเลยยย
    #334
    0
  12. #329 wadeenarak (@wadeenarak) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 00:44
    ไหนตอนแรกบอกเสี่ยวเฉินเจ็ดแปดปีผ่านไปเจ็ดวันบอกสิบปีต้นๆละ
    #329
    3
    • 15 สิงหาคม 2563 / 18:41
      เจ็ดแปดปี นับรวมกันแบบคำพูดก็สิบปีต้นๆ หรือเกือบสิบปีก็ได้นะ
      #329-1
    • 15 สิงหาคม 2563 / 21:04
      เกือบสิบปีเราพอเข้าใจนะว่าไม่ถึงสิบขวบ

      เเต่สิบปีต้นๆมันหมายถึง 10 ,11 ,12 ,13...เป็นต้นไปนะ
      #329-2
  13. #328 supine.ty (@yoyafah) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 23:11
    สงสารน้อนนน
    #328
    0
  14. #327 Melovemind (@Melovemind) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 22:42
    ต้องไปเรียนรู้55555
    #327
    0
  15. #326 .•:*´Lenna`*:•. (@koystar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 21:21
    น้องพร้อมปลุกปล้ำมาก 5555
    #326
    0
  16. #325 ddlovepp (@puilikedd) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 20:30
    ตลกเงือกน้อยจริง ๆ 5555
    #325
    0
  17. #324 kanokwan_kt (@kanokwan_kt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 18:56
    555555 เจ๊เฟยจูอยู่หนายยยย มาติวน้องนั่วเร๊วววววว
    #324
    0
  18. #323 yourx (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 18:46
    กระโจนใส่555555
    #323
    0
  19. #322 Lady in Red (@dreamluckyyy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 18:08
    มายก๊อดดด น้องบริสุทเหรอคะ 555555
    #322
    0
  20. #321 Littlemar (@Littlemar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 18:04
    เป็นคู่ที่บันเทิงดีนะคะ 555555
    #321
    0
  21. #320 น้องจ๋าขนปุย (@aingjong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 17:41
    น้องงงงง55555
    #320
    0
  22. #319 น้องจ๋าขนปุย (@aingjong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 17:41
    น้องงงงง55555
    #319
    0
  23. #318 marshamallow (@371848) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 17:40
    โอ้ยยยยย55555555
    #318
    0
  24. #317 Da1989 (@Dakatee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 17:34
    55555555คนนึงขี้อาย คนนึงขี้อ่อย555555
    #317
    0
  25. #315 MMMM●ㅅ● (@Pitchamind) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 16:24
    555555555555
    #315
    0